จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 68 : ใครน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    5 ส.ค. 60

                    การเดินทางครั้งนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องให้คิดอีกมากมายแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใส่ใจ ถ้ามีเหตุอันตรายเกิดขึ้นก็แค่ส่งพวกนางกลับเท่านั้น
                    "นี่ ฟู่จิน เจ้าพอจะรู้จักสถานที่ลึกลับอะไรแบบนี้บ้างรึเปล่า"
                    "ข้าก็ไม่แน่ใจ มันก็นานมากแล้ว ข้ากลัวว่ามันจะไม่เหมือนเดิม แต่ถ้านายท่านอยากไป ข้าก็แนะนำเส้นทางได้"
                    "งั้นก็ดีเลย ขอเป็นที่ใกล้ๆก่อนละกันนะ" 
                    "งั้นไปถ้ำที่อยู่ใจกลางป่าอสูรมายาก่อนก็แล้วกัน ข้าเคยไปหลบรักษาตัวอยู่ที่นั่นแต่ยังไม่เคยเดินสำรวจเลย"
                    "จริงรึ งั้นเจ้าบอกเส้นทางเลย"
                    อิงเป่ยเดินมุ่งไปยังเส้นทางที่เถียฟู่จินสื่อสารทางจิตกับตนเอง จนหยางซุยหลิงสงสัยจึงได้กล่าวถาม
               "คุณชายพวกเรากำลังจะไปที่ใดกัน เจ้าค่ะ" 
               "ป่าอสูรมายา" เราจะไปสำรวจที่นั่นก่อน แล้วค่อยออกเดินทางต่อ"
               นี่เป็นครั้งแรกที่หยางซุยหลิงจะได้สำรวจครั้งแรก ความตื่นเต้นพลัน    แสดงออกมายังทางสีหน้าทันที รอยยิ้มที่สะกดสายตาเหล่าชายเมื่อพบเห็น
อิงเป่ยมองหยางซุยหลิง ก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า
                    "ข้าดีใจนะที่คุณหนูตื่นเต้นดีใจที่ได้ออกสำรวจแบบนี้"
หยางซุยหลิงยิ้มตอบแล้วพูดด้วยความดีใจ
                    "แน่นอนเจ้าค่ะคุณชาย ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่คุณชายสัญญากับข้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ข้าก็รอวันที่คุณชายจะพาข้ามาด้วยตลอด" 
                    "ข้าไม่ใช่ว่าไม่อยากพาคุณหนูมาด้วยแต่เพราะข้ายังไม่อาจดูแลความปลอดภัยของคุณหนูได้"
                    "ข้าเข้าใจ เจ้าค่ะ เพราะอย่างนั้นข้ากับอี้หลิวถึงได้รอ" 
หยางซุยหลิงพูดจบก็หันหน้าไปทางอี้หลิวเพื่อให้ยืนยันว่านางนั้นพูดเรื่องจริง                    แต่เมื่อเห็นท่าทางและคำตอบของอี้หลิวแล้วหยางซุยหลิงถึงกับหน้าแดงทำอะไรไม่ถูก
                    "อี้หลิวคิดว่าคุณหนูจะลืมข้าไปแล้วซะอีก คิดซะว่าอี้หลิวไม่อยู่เป็นเพียงอากาศก็แล้วกันนะ เจ้าค่ะ"
                    "เอ่อ..คือว่า ข้าไม่ได้ลืมเจ้าหรอก ข้าเพียงแค่ตื่นเต้นที่ได้ออกมาสำรวจก็เท่านั้น
                    "เอ๋..! อี้หลิวก็แค่หยอกล้อเท่านั้นเอง คุณหนูไม่ต้องอธิบายให้ข้าฟังก็ได้" อิอิ!
                    เจ้า....!
                    อี้หลิวรีบวิ่งไปหลบข้างหลังอิงเป่ยแล้วก็โผล่หน้าออกมาด้านข้างแล้วยิ้มเล็กน้อย หยางซุยหลิงมองการกระทำของอี้หลิวก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆไม่คิดว่าตัวเองจะโดนแกล้งแบบนี้
                    "ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณชาย" อี้หลิวรีบคว้าจับแขนของอิงเป่ยแล้วเดินไปทันที
                    "อี้หลิวเจ้าคิดจะยั่วโมโหข้ารึไง ข้าไม่ตกหลุมพรางเจ้าหรอก" 
หยางซุยหลิงคิดในใจ
                    อิงเป่ยทำหน้างุนงงๆไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้ง 2 กระทำ เมื่อถูกอี้หลิวลากไปก็เดินตาม
               "คุณหนูถ้าทันไม่ตามมาระวังจะหลงทางเอานะ"
ใช่ๆเจ้าค่ะ 
                หยางซุยหลิงไม่พูดอะไร แล้วรีบเดินไปอีกฝั่งก่อนจะคว้าจับไปที่แขนอีกข้างของอิงเป่ย เมื่ออี้หลิวเห็นก็รีบปล่อยแขนอิงเป่ยทันที แล้วก็ยิ้มออกมา
"เอ่อ..พวกท่านทำอะไรกัน ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ"
               "เอ๊ะ! ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณชาย ข้าแค่กลัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
หยางซุยหลิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
               "อ้อ! อย่างนั้นหรอกรึ ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคนไม่มีสัตว์อสูรออกมาทำร้ายท่านแน่นอน"
               "เฮ้อ..!" เสียงถอนหายใจของอี้หลิวดังออกมา
               "เจ้าเป็นอะไร ถึงได้ถอนหายใจอย่างนั้นล่ะ"
               "ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ อี้หลิวแค่โล่งใจ"
               หยางซุยหลิงก็ปล่อยแขนของอิงเป่ยแล้วยืนข้างๆมองอี้หลิวอย่างคาดโทษเอาไว้
               "อืม..งั้นพวกเราเดินทางกันต่อ ใกล้จะถึงแล้วล่ะ"
               ปกติมันน่าจะมีสัตว์อสูรอยู่ ทำไมมันถึงได้เงียบแบบนี้ล่ะ หรือว่ามันจะหนีไปหมดแล้วตั้งแต่ตอนนั้นกัน น่าสงสัย คงต้องระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า อิงเป่ยคิดเมื่อมีสิ่งผิดปกติ
                    ครึ่งชั่วยามผ่านไป ก็มาถึงใจกลางป่าอสูรมายา และมาถึงถ้ำที่ราชันย์อสูรฟู่จินเอ่ยบอกก่อนหน้านี้ มีทางเข้าทางเดียวกว้างพอสมควร มืดสนิทมองไม่เห็นด้านในเลยซักนิด อิงเป่ยแผ่ขยายจิตสัมผัสออกไปเพื่อตรวจสอบดูว่ามีสัตว์อสูรอยู่แถวนี้หรือเปล่า แต่กับไม่พบ จึงได้เดินนำหน้าหยางซุยหลิงและอี้หลิวเข้าไปในถ้ำ จากนั้นก็หยิบเอาคบเพลิงออกมาจุด แล้วเดินเข้าไปในถ้ำต่อทันที
        "คุณชายพวกเราจะเข้าไปข้างในจริงๆหรือ เจ้าค่ะ มันมืดแถมยังน่ากลัวอีก"
               "ไม่เป็นไร ข้าตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสัตว์อสูรอยู่แถวบริเวณนี้หรอก"
               "อย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ เฮ้อ..ค่อยโล่งใจหน่อย"
               หยางซุยหลิงถอนหายใจก่อนจะ รีบคว้าแขนของอิงเป่ยเอาไว้แน่น แล้วเดินมองไปข้างน่าด้วยความหวาดระแวง
               อิงเป่ยเดินส่องไฟไปเรื่อยๆก็ยังไม่พบทางแยกอะไรเลย จนกระทั่งมาถึงแยกแรกที่ข้างหน้า 
               ในที่สุดก็ถึงทางแยกซะที แล้วเราจะไปทางไหนดีล่ะ อิงเป่ยจึงถามราชันย์อสูรฟู่จินว่า
               "นี่ฟู่จิน ข้าต้องไปทางไหนดีล่ะทางซ้ายหรือขวา" 
               "ทางไหนก็ได้ มันจะเชื่อมโยงต่อกันอยู่ดี เมื่อเดินไปเรื่อยๆ"
               "อืม..เอาเป็นทางขวาก็แล้วกัน" อิงเป่ยเดินเข้าไปทางแยกทางขวามือ แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆจนมาถึงทางแยกที่เชื่อมต่อกัน 
               "นี่คงเป็นถ้ำธรรมดาสินะ สงสัยเราคงไม่ได้อะไรติดมือกันแล้วล่ะ"
               "อย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเดินกลับไปทางเดิมออกจากถ้ำนี้กันเถอะเจ้าค่ะ"
ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินกลับทางเดิม จู่ๆก็มีกระแสลมพัดผ่านร่างของทั้ง3ไป "ฟิ้วว หวิวว"
     "หืม..พวกท่านรู้สึกได้รึเปล่าเมื่อกี้น่ะ เหมือนมีสายลมพัดมาจากทางขวานะ"
               "ข้าก็สัมผัสได้เจ้าค่ะ" 
               "ถ้าอย่างนั้นเราลองไปดูกันซักหน่อยก็แล้วกัน" อิงเป่ยรีบเดินไปทางขวาอย่างเร่งรีบ ไม่นานก็มาพบกับแสงสว่างสลัวๆที่ปลายทางข้างหน้า
               "มีแสงสว่างข้างหน้าพวกเรารีบไปกันเถอะ อาจจะเป็นทางออกก็ได้"
               เมื่อทั้ง3มาถึงปากทางที่มีแสงสว่างก็ต้องตกใจ เพราะมันเป็นหน้าผาสูงชันตรงทางออก เมื่อมองออกไปรอบๆก็จะเป็นทะเลสาบที่กว้างจนสุดสายตา มองไม่เห็นพื้นดินอีกฝัง แต่ด้านข้างก็ยังพอมีพื้นที่ให้ลงไปอยู่เหมือนกัน
               "นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี้ย ข้าพึ่งจะได้พบทะเลสาบกว้างขนาดนี้ครั้งแรกเลย
แต่ก็ยังดี ที่มีที่ให้เราลงไปได้อยู่ แต่อีกฝั่งดันไม่มี" 
               "เอ่อ..คุณชายพวกเราจะลงไปด้านล่างจริงๆหรอเจ้าค่ะ"
               "มีอะไรอย่างนั้นหรอ คุณหนู"
               "มันดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่เลยนะ อาจจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ก็ได้"
               "ไม่เป็นอะไรหรอก ข้าตรวจสอบดูแล้วแถวนี้ไม่มีสัตว์อสูร"
               "เอาล่ะพวกเราลงไปด้านล่างกันเถอะจะได้สำรวจพื้นที่กันต่อ"
               "นี่คุณชายจะให้โดดลงไปอย่างนั้นรึเจ้าค่ะ"
               "แน่นอนสิ ถ้าไม่โดดลงไปเราจะไปถึงที่นั้นได้ไงล่ะ จริงไหม" 
                    อิงเป่ยคว้าจับแขนของทั้ง2แล้วกระโดดลงไปด้านล่างทันที โดยที่ทั้ง2ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ตกใจกรี๊ดร้องออกมาทันที
               "ว๊ายย กรี๊ดดด" "คุณชายท่านอย่าทำแบบนี้อีกนะเจ้าค่ะ พวกข้าตกใจแทบตายเลย" 
               "เอ่อ...ข้าขอโทษละกัน นึกว่าพวกท่านไม่ตกใจเลยรีบไปหน่อย"
        "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่ทีหลังก็บอกพวกข้าหน่อยก็แล้วกันจะได้เตรียมตัวทัน"
               "พวกเราเดินไปหาที่พักกันแถวนี้ก่อนละกัน แล้วค่อยออกเดินทางสำรวจกันต่อ ข้ารู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อยล่ะ"
                    อิงเป่ยนำปลาออกมา พร้อมกับเนื้อออกมาทำการก่อไฟแล้วทำการย่างปลาและเนื้อเพื่อใช้กินกันระหว่างพักผ่อน 
               ที่ปากทางออกตรงหน้าผามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองการกระทำของทั้ง3อยู่เป็นระยะๆก่อนจะบ่นพึมพำ 
               "พวกเขากำลังจะไปไหนกันแน่น่ะ ข้าตามมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่รู้อะไรเลยซักนิด เฮ้อ...หรือว่าข้าจะมาเสียเที่ยวกัน"
                    ขณะที่กำลังบ่นพึมพำอยู่ก็ได้กลิ่นหอมลอยโชยมาตามสายลมกระทบเข้ากับจมูกของ ถิงเฟยเหยาทำให้สติหลุดจากห้วงคำนึง จนต้องหันไปมองดูกลุ่มของอิงเป่ยอีกครั้ง
                    "นี่มันกลิ่นอาหารที่ข้าเคยซื้อมาจากร้านอาหารที่เมืองนิ หรือว่าพวกนั้นจะซื้อมากินระหว่างเดินทาง ข้าจะทำยังไงดี ข้าอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแน่ ถ้ายังมีกลิ่นลอยมาตามลมเนี้ย"
                    ถิงเฟยเหยากระสับกระส่ายอยู่ตรงปากทางหน้าผากำลังคิดแผนอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นก็ทำการตัดประสาทสัมผัสทางกลิ่นทันที แล้วเดินหันหลังเข้าไปข้างในเพื่อจะได้ไม่เห็นทั้ง3คนที่กำลังกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย
                    "เฮ้อ..ทำไมข้าต้องมาทนเห็นอะไรแบบนี้ด้วยล่ะเนี้ย ถ้าข้าวางแผนเดินป่าแล้วไปพบเจอกับพวกเขาโดยบังเอิญก็ได้นิ ดีกว่ามาหลบซ่อนตัวแบบนี้"
                         ถิงเฟยเหยานั่งคิดแผนการอยู่เงียบๆบนด้านในของปากทางหน้าผา อยู่นาน จนกระทั่งผ่านไป ครึ่งชั่วยามก็เดินออกมาดูว่าพวกอิงเป่ยกินอาหารเสร็จหรือยัง เมื่อเห็นว่าทั้ง3กินอาหารเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมตัวออกเดินทางกันต่อจึงเตรียมตัวที่จะทำตามแผนของตนเองทันที 
                         กลุ่มของอิงเป่ยเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง โดยเดินเรียบไปตามชายฝั่งทะเลสาบ ระหว่างเดินทางก็พบกับซากสิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่น่าจะมีอายุหลายพันปีมาแล้วก็เป็นไปได้ ถึงแม้จะเคยได้เรียนมาแต่ก็ไม่เคยออกสำรวจจริงๆซักครั้งได้แต่ศึกษาตามตำรา จึงไม่ค่อยมีความมั่นใจเท่าที่ควร ครั้งที่จะได้สำรวจก็ดันมาอยู่โลกนี่ซะก่อน 
               "คุณชายสิ่งก่อสร้างเก่าแก่พวกนี้ท่านพอจะรู้จักหรือเปล่า" หยางซุยหลิงถามด้วยความสงสัย
               "เอ่อ..ข้าก็ไม่แน่ใจ ถ้าให้ข้าตอบก็คงจะเป็นบ้านเรือนหรือเมืองสมัยเก่าหลายพันปีมาแล้ว และน่าจะมีคนเคยเข้ามาสำรวจก่อนพวกเราแล้วก็ได้" 
               "อย่างนั้นหรอ เจ้าค่ะ" 
               "แต่คุณหนูไม่ต้องกังวลไปถึงแม้จะมีคนมาสำรวจแล้วก็เถอะ แต่มันอาจจะไม่โชคดีสำหรับพวกเขาเหล่านั้นก็ได้"
                    "คุณชายมั่นใจได้อย่างไรกัน ก็ในเมื่อคนที่เข้ามาอาจจะเก่งในเรื่องหาสมบัติแล้วค้นพบสถานที่เหล่านั้นไปแล้ว"
                    "มันก็ไม่แน่หรอกนะ เพราะจากที่ข้าเจอมาหลายที่มันมักจะมีอะไรแปลกๆอยู่ เช่น สัตว์อสูรระดับสูง กับดัก ห้องลับ กลไกลอื่นๆเพื่อป้องกันการค้นพบของผู้บุกรุกสถานที่เหล่านั้นเอาไว้ แถมยังอันตรายอย่างมาก ถ้าไม่ระวังอาจจะตายได้เลย"
               แกร๊ก!! "ใครน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้" 
               อิงเป่ยได้ยินเสียงเหมือนคนเหยียบกิ่งไม้หัก หยางซุยหลิงกับอี้หลิวตกใจกับการตะโกนของอิงเป่ย จึงได้หันหน้ามาถามด้วยความตกใจ
               "คุณชาย!! มีอะไรรึเจ้าค่ะ"
อิงเป่ยไม่ตอบ ได้แต่จ้องมองไปยังป่าด้านข้างของตนเอง ขมวดคิ้วแน่น
               "เป็นไปได้ยังไงที่ข้าจับสัมผัสผิดพลาด ข้าก็แน่ใจแล้วว่าไม่มีคนหรือสัตว์อสูรเลยนิ แล้วทำไมตอนนี้ข้าถึงจับสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ นี่มันแปลกเกินไปแล้ว" อิงเป่ยครุ่นคิดพร้อมกับจ้องไปในป่าไม่กระพริบสายตาแม้แต่น้อย
               ถิงเฟยเหยาลงมาจากหน้าผาแล้วก็มุ่งเข้าไปในป่าด้านข้างแล้วทำการเปลี่ยนชุดทำนางสวมใส่อยู่ออกเป็นชุดธรรมดารัดรูปแกล้งทำเป็นนักเดินทางท่องเที่ยว เพื่อที่จะมาพบกลุ่มของอิงเป่ยโดยบังเอิญ และตอนนี้นางก็ได้ทำตามแผนที่วางเอาไว้แล้ว 
                     ถิงเฟยเหยาเดินออกมาจากป่าด้านข้างเดินมุ่งตรงไปที่ทะเลสาบก่อนจะถูกอิงเป่ยตะโกนเรียกให้ออกมา และก็ตรงตามที่นางวางแผนเอาไว้ 
                    "ข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านตกใจ ข้าแค่หลงทางกับคนของข้าน่ะ"
                    อิงเป่ยจ้องหน้าถิงเฟยเหยา แสดงอาการออกมาทางใบหน้าว่าไม่เชื่อออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ถิงเฟยเหยาเห็นก็รู้ทันทีว่าอิงเป่ยไม่เชื่อจึงเอ่ยว่า
                    "ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่นั้นมันก็เรื่องของท่าน เพราะข้าบอกไปแล้ว"
ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ เป็นใครก็ต้องสงสัยเอาไว้ก่อนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะสะกดรอยตามพวกข้ามาก็ได้ใครล่ะ จะไปรู้"
             ถิงเฟยเหยาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองไปยังอิงเป่ยแล้วคิดในใจว่า
               "ไม่คิดว่าเขาจะคาดเดาอะไรเฉียบคมยิ่งนัก ข้าต้องระวังการพูดจากับเขาไว้หน่อยก็ดี"เมื่อคิดแล้วก็รีบกล่าวอธิบายให้อิงเป่ยฟังทันที
               "ท่านคิดมากไปแล้ว ข้าเป็นเพียงนักเดินทางเท่านั้น ออกมาหาประสบการณ์ก่อนจะกับตระกูลตนเอง ข้าไล่ตามสัตว์อสูรตัวหนึ่งมาทางนี้ 
จนหลงกับกลุ่มที่มาด้วยกัน จนมาพบกับพวกท่านนี่ล่ะ"
               "อย่างนั้นรึ แล้วคนที่มากับเจ้าไม่ตามมารึไง ถึงให้เจ้ามาคนเดียวแบบนี้ มันน่าสงสัยใช่ไหมล่ะ"
               "เฮ้อ..แล้วแต่เจ้าจะคิดก็แล้วกัน ข้าไม่มีอะไรจะพูด"
               "ช่างมันละกัน ข้าก็ไม่อยากถามแล้วเหมือนกัน พวกข้าไปก่อนนะ"
            อิงเป่ยพูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไปทันที หยางซุยหลิงและอี้หลิวก็ได้แต่มองตากันปริบๆไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา จากนั้นก็รีบเดินตามหลังอิงเป่ยไป

                          


                                    โทษที่ครับ ไม่ว่างแต่ง มีปัญหานิดหน่อย เน็ตมีปัญหา พายุเข้าเป็นทุกที                                                            ดีนะน้ำไม่ท่วม ช่วงนี้ก็แต่งทีละนิดยามว่าง จะลงช้าหน่อยนะครับ


 
 
 



 







 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #865 linpingnaja (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 00:58
    ตรงๆนะสนุกมากที่ผ่ามมาแต่สาวๆดูกลัวทุกอย่างเกินไปอยากออกผจนภัยแ่ต่กลัวแม้แต่ความมืดงี้มันแปลกๆอะดูเป็นภาระไงไม่รู้มีตกใจงี่ ปล.อยากให้สาวๆเก่งๆและไม่เป็นภาระหรือน่ารำคาญอะ แค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะเผื่อไรทพิจารณา
    #865
    1
    • #865-1 The Killer Princess(จากตอนที่ 68)
      18 สิงหาคม 2560 / 15:38
      เห็นด้วยยยย
      #865-1
  2. #862 nongspy555 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 05:38
    ขอบใจจ้า
    #862
    0
  3. #858 Sakzeed (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 14:03
    ขอบคุณครับที่ให้อ่านฟรีบางตอน...บ้ายบ่ายครับ
    #858
    0
  4. #848 NaiPk (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:14
    สาวๆ ออกมาเยอะขนาดนี้ ต้องฮาเร็มแล้วละ ถ้าเลือกคนใดคนหนึ่งเดี๋ยวสาวๆ เสียใจแย่ นิยายจีนต้องฮาเร็ม
    #848
    0
  5. #846 defy (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 14:00
    ขอบคุณครับ
    #846
    0
  6. #845 Karishma99 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:08
    ขอบคุณค่ะ
    #845
    0
  7. #844 สายมุก🍏 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 09:40
    นังคุณหนูเธอจะต้องขัดขวางทุกช็อตทุกตอนของพระเอกชั้นเหรอ!!!!
    #844
    0
  8. #843 kamol1122 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 08:10
    สนุกดีครับ
    #843
    0
  9. #842 AumKup (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 00:43
    ฮาเร็มเถอะ...ขอร้อง..นิยายจินต้องคู้กะฮาเร็มสิเนื้อเรื่องมันถึงจะสนุก
    #842
    0
  10. #841 Zanzar (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:01
    จับแม่นางมังกรกินเร็วๆละ สายพันธุ์เดียวกันเข้ากันได้
    #841
    0
  11. #840 siing2 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:53
    สนุกดี
    #840
    0
  12. #839 joelamtan (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:49
    ขอยคุณคร้าบบบ
    #839
    0