จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 6 : ขอความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    27 ก.ค. 60

               อิงเป่ยจึงลุกจากเตียงแล้วเดินไปอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายที่มีคราบเหงื่อไหลออกมาตอนทะลวงจุดชีพจร ซึ่งอิงเป่ยได้ถาม อี้หลิวแล้วว่าห้องอาบน้ำอยู่ไหน อี้หลิวจึงชี้ทางให้กับอิงเป่ย เมื่ออิงเป่ยมาถึงก็พบกับ ถังอาบน้ำ
   ดังในรูป


          อิงเป่ยไม่คิดอะไรมากจริงถอดชุดแล้วลงไปแช่ในถังอาบน้ำ นั่งหลับตาสำรวจระดับพลังปราณของตนเอง ซึ่งอยู่ที่ระดับกำเนิดปราณ คงต้องขอความช่วยเหลือจากประมุขหยางก่อน เพราะเรามาที่นี่มีแต่ความรู้ไม่มีอะไรมาเลย ไว้ค่อยตอบแทนทีหลังก็ยังไม่สาย อิงเป่ยคิดในใจ 
          ณ ห้องโถงภายในตระกูลหยาง
          ซึ่งมีประมุขหยางฟง บุตรสาวหยางซุยหลิง และผู้อาวุโสทั้งหลายต่างมารอฟังคำอธิบายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ 
เอาหล่ะ ข้าจะอธิบายให้พวกเจ้าเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
          "บุตรชายข้า หยางชุนนั้นได้ตายไปแล้วจริงๆและที่พวกเจ้าเห็นเขาฟื้นขึ้นมานั้นไม่ใช่หยางชุน แต่เป็น อิงเป่ย  ที่ถูกหนังสือลึกลับพามา"
          เมื่อได้ฟังหยางซุยหลิง จึงทักไปว่า
          "ท่านพ่อเชื่อเรื่องที่เขาเล่าให้ท่านฟังอย่างนั้นหรอ ไม่ใช่ว่าเขาความจำเสื่อมหรือไง เจ้าค่ะ"
หยางฟงหลับตาลง แล้วพูดว่า
          "ที่ข้าเชื่อนั้นไม่ใช่เพราะเรื่องเขาความจำเสื่อมอย่างที่เจ้าพูด แต่เขาเล่าว่า เขาได้เจอโครงกระดูก ซึ่งมีจี้หยกรูปจันทร์เสี้ยว แล้วยังบอกกับข้าว่า เจ้าของจี้นั้นคือ หยางซุนอี้ แล้วเจ้าจะให้ข้าคิดยังไง"
          เมื่อทุกคนได้ยินจากปากของประมุขหยางเอง ถึงกับตกตะลึงทันที เมื่อประมุขหยางเห็นท่าทางของทุกคนก็พูดขึ้นมาว่า
          "อาการของพวกเจ้าเหมือนกับข้าไม่มีผิดเลย  เมื่อได้ยินที่ เขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง แต่พวกเจ้าเหมือนจะยังไม่เชื่อเลยนะ"
          "ท่านประมุขเขาอาจจะฟังจากคนอื่นมาก็ได้ใครจะไปรู้เล่า"
          "ใช่แล้วละท่านพ่อ ยิ่งตอนนี้ใบหน้าของเขาไม่เหมือนพี่ชายของข้าเลยซักนิด"
          "ถ้าเป็นเรื่องหน้าตาของเขาละก็ ข้าจะบอกให้รู้เอง  หลังจากที่ข้าหยิบจี้หยกรูปจันทร์เสี้ยวให้เขาดูเขาก็ยืนยันแล้วว่าเหมือนกันไม่มีผิด แถมเขายังบอกอีกว่า เขาได้รับความทรงจำ ของ บิดาข้า หยางซุนอี้มาอีกด้วย และยังมีอีกเหตุการณ์ก่อนที่พวกเจ้าจะเข้ามา ข้าเห็นไอความมืดสีดำค่อยๆแผ่ขยายแล้วเข้าคลุมตัวของหยางชุนแล้วซักพัก ไอความมืดนั้นก็จางหายไป แล้ว
กลายเป็นชายหนุ่มที่พวกเจ้าเห็นนั่นล่ะ ซึ่งข้าก็ยังไม่ได้ถามรายละเอียดอื่นๆที่เขารู้เลย พวกเจ้าก็พากันเข้ามาแล้ว"
          "จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะท่านพ่อ" หยางซุยหลิงแย้งทันที 
          "นี่เจ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดอย่างนั้นรึ ซุยหลิง เจ้าคิดว่าบิดาของเจ้าโกหกเจ้าหยางนั้นรึ " 
หยางซุยหลิงได้ยินถึงกับเงียบปากลงทันที
          "เพราะว่าข้าได้รู้และได้เห็นมากับตาถึงได้พูดให้พวกเจ้าฟัง แต่พวกเจ้ากับไม่เชื่อข้า เอาเป็นว่าเรื่องนี้จบเพียงเท่านี้ แยกย้ายกันไปได้"
เมื่อพูดจบหยางฟงก็เดินจากไปทันที ทุกคนที่เห็นต่างนิ่งเงียบไม่มีใครถามอะไรอีกเลย และแยกย้ายกันไป

          กลับมาที่อิงเป่ย 
          หลังจากที่แช่น้ำอยู่นานอิงเป่ยก็ได้ลุกขึ้นจากถังอาบน้ำแล้ว เช็ดตัวด้วยผ้าที่พาดไว้บนของฉากที่อาบน้ำ แล้วสวมใส่ชุดใหม่ที่อี้หลิวเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วมองหาอี้หลิว เมื่อยังเห็นว่าอี้หลิวยังอยู่จึงเดินเข้าไปหา แล้วพูดว่า
               "เจ้าชื่อ อี้หลิว อย่างนั้นสินะ"
               "ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณชาย"
               "เจ้าช่วยนำทางข้าไปพบท่านประมุขหยางหน่อยได้ไหม ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเขาเล็กน้อย" อิงเป่ยกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มเล็กน้อย
               "ได้เจ้าค่ะ  เชิญคุณชายทางนี้เลยข้าจะนำทางให้เองเจ้าค่ะ"
               อี้หลิวได้เดินนำทางอิงเป่ยไปยังห้องของประมุขหยาง ซึ่งตลอดเส้นทางที่เดินไปนั้นต่างก็มีสาวใช้หยุดเดินแล้วจ้องมองมาที่อิงเป่ยตาไม่กระพริบแม้แต่น้อย พร้อมทั้งยังหน้าแดงแสดงอาการเขินอายออกมา อิงเป่ยไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่ยิ้มให้สาวใช้เหล่านั้นอย่าจนใจ ถ้าไม่ยิ้มตอบเดี๋ยวสาวใช้เหล่านี้จะมองว่าข้านั้นหยิ่งกับพวกนางแน่นอน
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของประมุขหยาง อี้หลิวจึงร้องบอกว่า
               "ท่านประมุขหยาง คุณชายต้องการพบท่านเจ้าค่ะ"
               "ให้เขาเข้ามาได้" เสียงตอบรับจากข้างในห้องดังออกมา
อี้หลิวจึงผลักประตูแล้วกล่าวว่า
               "เชิญเจ้าค่ะคุณชาย"
               "ขอบใจเจ้ามาก อี้หลิว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ"
               "เจ้าค่ะคุณชาย" อี้หลิวย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนจะจากไป
               อิงเป่ยเดินเข้ามาก็พบกับประมุขหยางที่กำลังนั่งทำหน้าซึมเศร้าอยู่ที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน มีหนังสือวางซ้อนทับกันอยู่หลายเล่ม ซึ่งก็มีบางส่วนน่าจะเป็นสมุดบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตระกูลแต่ละปีที่ได้จากกิจการทั่วไปนั่นเอง
               "เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยอย่างนั้นรึ"
  ประมุขหยางถามอิงเป่ยด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
               "ข้าต้องการให้ท่านช่วยเรื่องสมุนไพรที่จะใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาโอสถ แต่ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถจะสกัดกลั่นได้เนื่องจากพลังปราณข้าไม่เพียงพอ จึงอยากให้ท่านหาเม็ดยาเพิ่มพลังปราณให้ก่อน  เพื่อที่ข้าจะได้ฝึกฝนและเลื่อนระดับขั้นพลังปราณด้วย ซึ่งข้าไม่ได้ให้ท่านทำฟรีๆหรอกนะ"
               "เจ้ามีความรู้เรื่องการสกัดกลั่นเม็ดยาด้วยรึ ข้าไม่อยากจะเชื่อจริงๆ"
               "แน่นอน อย่าว่าแต่เรื่องสกัดกลั่นเม็ดยาเลย แม้กระทั่งอาวุธข้าก็รู้ และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าจะให้ข้าเล่ามันไม่จบง่ายๆแน่นอน"
               "ถ้าท่านประมุขหยางตอบรับคำขอของข้า ข้าก็จะช่วยท่านเช่นกัน ท่านเห็นเป็นเช่นไร "
               หยางฟงทำหน้าตาครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ตอบตกลงในคำขอของอิงเป่ย และได้เอ่ยถามบางเรื่องที่ตนเองสงัยออกไป
               "คำขอของเจ้าข้าตอบตกลง แต่ก่อนหน้านั้นข้าอยากถามเจ้าอะไรนิดหน่อยจะได้ไหม" 
หยางฟงทำหน้าตาจริงจังแสดงให้เห็นถึงความอยากรู้จริงๆ
               "ถ้าเป็นเรื่องที่ข้ารู้ข้าจะตอบท่านตามความจริงแน่นอน"อิงเป่ยตอบด้วยเสียงที่หนักแน่นจริงจังออกไป 
               เมื่อได้ยินหยางฟงก็เอ่ยปากถามอิงเป่ยทันทีว่า
               "เจ้าบอกว่าเจ้าได้รับความทรงจำของบิดาข้ามาอย่างนั้นใช่หรือไม่"
อิงเป่ยได้ยินก็ตอบว่า
               "แน่นอนว่าข้าได้รับความทรงจำมา แต่ข้าก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่า ความรู้ของบิดาท่านและชื่อของบิดาท่าน เพียงเท่านั้นเอง"
          เมื่อหยางฟงมองดูท่าทางและคำพูดแล้วก็รู้ว่าอิงเป่ยไม่ได้โกหกจึงถามต่ออีกว่า
          "เจ้ามาที่นี่เพราะว่า ถูกหนังสือลึกลับพามาอย่างนั้นสินะ แล้วหนังสือนั่นมีลักษณะเช่นไร เจ้าจะช่วยบอกข้าได้ไหม?"
          "ไม่มีปัญหาแต่ข้าขอยืมกระดาษและพู่กันหน่อยก็แล้วกัน ถ้าจะให้ข้าอธิบายก็กลัวท่านจะไม่เข้าใจ"
               หยางฟงจึงหยิบกระดาษและพู่กันให้อิงเป่ยทันที เพราะ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้หนังสือลึกลับนั่นมันมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่
อิงเป่ยเมื่อได้รับสิ่งของที่ต้องการแล้ว เขาก็เริ่มวาดทันที หลังจากนั้นไม่นานรูปร่างหนังสือนั่นก็ปรากฎต่อสายตาของหยางฟง ทำให้เขาตื่นตระหนกจนเขาอ่อนแทบยืนไม่อยู่ ยกแขนขึ้นชี้ไปที่หนังสือเล่มนั้นแทบจะในทันทีที่มองเห็น สบถคำออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า
           "นี่มัน!!!"
          เมื่อเห็นท่าทางของหยางฟงอิงเป่ยก็ทำสีหน้าตกใจ ไม่คิดเลยว่า ประมุขหยางจะรู้จักมัน อิงเป่ยจึงรีบถามออกไปทันที ถึงแม้หยางคงจะยังตื่นตกใจอยู่ก็ตาม
               "ท่านรู้จักหนังสือนี่ด้วยอย่างนั้นหรอครับ ท่านพอจะบอกได้ไหมครับ ว่า มันได้มาจากที่ไหน"
เมื่อได้ยินเสียงของ อิงเป่ย ที่ถามกลับมาทำให้หยางฟงได้สติคืนมา แล้วตอบไปว่า
          "แน่นอนทำไมข้าจะไม่รู้จักมันเล่า ก็ในเมื่อบิดาของข้า หยางซุนอี้ เป็นคนเอามาให้ข้าดูรวมทั้งผู้อาวุโสทุกคน และท่านยังบอกอีกว่าท่านได้มาจากสุสานโบราณเก่าแก่แห่งหนึ่ง ตอนที่ออกท่องโลกกว้างซึ่งมันก็ผ่านมาจะ50ปีแล้ว ตอนนั้นข้าพึ่งจะอายุแค่ 15ปี แต่ข้าก็ไม่เคยลืมมันเลยซักครั้ง"
               "แล้วบิดาท่านได้พูดอะไรอีกเกี่ยวกับสถานที่นั่นอีกหรือเปล่าครับ"
ท่าทางของอิงเป่ยแสดงออกมาชัดเจนว่า เขาอยากรู้สถานที่แห่งนั้นอย่ามากล้น จนไม่อาจสงบจิตใจลงได้ ทำให้หยางฟงรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมากที่จะตอบออกไป
               "ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะบิดาข้าไม่ได้บอกถึงสถานที่แห่งนั้นแก่พวกข้าเลยสักคำ บอกเพียงแค่ว่ามันมีลักษณะคล้ายๆกับเขาวงกตอะไรซักอย่างนี่ละ จากนั้น บิดาข้าก็เดินจากไปทันที"
               อิงเป่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ยังได้รู้ว่ามันมีลักษณะคล้ายเขาวงกต ซึ่งมันก็ตรงกับเขาวงกตที่เขาได้เข้าไปสำรวจตอนอยู่โลกของเขาก็เป็นไปได้ อิงเป่ยคิดอยู่เงียบๆในใจ
               หยางฟงเมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังกับคำตอบที่ได้ยินก็พูดไปว่า
               "เจ้าไม่ต้องเสียใจไป ตราบใดที่เจ้ามีความสามารถเพียงพอ เจ้าก็สามารถตามหาสถานที่แห่งนั้นได้ในสักวันแน่นอน"
               "เอาล่ะ ข้าก็ได้รู้ในสิ่งที่ข้าอยากรู้แล้ว ส่วนเรื่องสมุนไพรนั้น ข้าจะหาให้ แต่เม็ดยานั้นข้า สามารถมอบให้เจ้าได้ "
          หยางฟงหยิบขวดยาออกมาจากแหวนมิติแล้วยื่นให้กับอิงเป่ยทันที 
               "นี่คือเม็ดยาโอสถระดับมุษย์ มันมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกปราณเริ่มแรก"
     อิงเป่ยรับขวดยามาแล้วกล่าวขอบคุณหยางฟงทันที 
               "ข้าขอบคุณท่านประมุขหยางมากที่ให้ความช่วยเหลือข้าเช่นนี้"
               "เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับข้าคนนี้
นี่มันก็ดึกมากแล้ว เจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถอะ"
ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัว


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #800 "TheFirst" (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:03
    ย้ายร้างมาทำให้ลูกช้ายมีชีวิต ทั้งบ้านดีใจ สุดท้ายก็มาทั้งตัว เอิ่ม...!! เพื่อ ไรท์อยากได้อะไรนี่
    #800
    0
  2. #750 bluecomsc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 20:10
    ตกลงลูกสาวชื่อ หยางกุ้นเฟย หรือหยางซุยหลิง กันแน่ หรือมี2คน
    #750
    0
  3. #721 sank (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 16:29
    //คำว่าฟรีๆ น่าจะปรับแก้เด้อ นอกนั้นสนุกดีจ้าาาา
    #721
    0
  4. #573 Arm Be Euphoric (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 01:22
    แปลกๆตั้งแต่ย้ายวิญญาณเข้าร่างคนอื่น แล้วอยู่ๆก็เปลี่ยนร่างกลับเป็นตัวเองละ ไม่รู้จะย้ายวิญญาณทำไม ยกมาทั้งตัวก็จบละ เห่อๆ
    #573
    1
    • #573-1 kik-kik-saranung(จากตอนที่ 6)
      25 กรกฎาคม 2560 / 00:10
      ใช่ๆ นั่นน่ะสิ มาให้ความหวัง สุดท้ายครอบครัวก็เสียใจเหมือนเดิม น่าสงสาร
      #573-1
  5. วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 04:08
    อย่าลืมจัดย่อหน้าให้ดีนะคะ และอย่าลืมเครื่องหมายคำพูดทุกอันด้วยคะ
    #71
    0
  6. #56 walesilver (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 21:33
    คำว่าสตั้น ไม่ต่อยเหมาะนะ ตกตลึง มึนงง จะดีกว่าครับ
    #56
    0
  7. #8 Looney00 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 18:24
    อิงเป่ยโชคดีมากที่หยางฟงเชื่อ
    #8
    0