จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 7 : เริ่มต้นฝึกฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

          อิงเป่ยได้เดินออกจากห้องของประมุขหยางแล้วก็เดินกลับห้องของตนทันที ตลอดทางเดินก็เป็นเหมือนตอนที่มาครั้งแรกไม่มีผิด ก็ได้แต่ทำใจแล้วรีบเดินทันที
          เมื่อมาถึงหน้าห้องก็พบเข้ากับอี้หลิวที่ยืนรอที่หน้าประตู ซึ่งอิงเป่ยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักที่ต้องมีคนมายืนรอแบบนี้ จึงได้พูดกับอี้หลิวว่า
          "อี้หลิวเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ถ้ามีอะไรผมจะเรียกเอง เธอไม่ต้องมายืนคอยแบบนี้ก็ได้ และอีกอย่างผมก็ไม่ใช่นายน้อยของเธอแล้วด้วย"
              อี้หลิวก็ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจอะไรออกมา แถมยังตอบอิงเป่ยด้วยหน้าตานิ่งเฉย และตอบอิงเป่ยว่า 
               "ข้าเป็นเด็กกำพร้าและท่านประมุขหยางนั้นได้นำข้ามาที่ตระกูลหยางและให้ข้านั้นเป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณชายหยางชุน ซึ่งคุณชายหยางชุนก็เป็นคนที่ดี มีจิตใจที่เข้มแข็งมาก แถมยังขยันในการฝึกอย่างมาก เพราะว่าตัวคุณชายนั้นไม่ได้มีพรสวรรค์ในการฝึกฝน จึงต้องฝึกฝนอย่างหนักและมากกว่าคนอื่นๆตั้งหลายเท่าตัว" 
               "เธอคงจะชื่นชอบคุณชายหยางชุนมากสินะ" 
               "ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด ข้าแค่ชื่นชมในความขยันของเขาเท่านั้น"
               "เธอไม่ต้องมาคอยดูแลผมหรอกครับ เพราะผมไม่ใช่นายน้อย หยางชุน
เพราะผมนั้นชื่อ อิงเป่ย ผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ" 
               "ถ้าคุณชายมีอะไรก็เรียกอี้หลิวได้เลยนะเจ้าค่ะ"
               "เอ่อ งั้นก็เอาตามที่เธอต้องการเลยก็แล้วกัน"
               หลังจากนั้นอิงเป่ยก็เดินเข้าไปในห้องจากนั้นก็เริ่มนำขวดเม็ดยาออกมา แล้วนั่งลงที่เตียงแล้วยืนมือไปหยิบเม็ดยาออกมา 1 เม็ด แล้วกลืนลงไปทันที
เมื่อเม็ดยาลงสู่ท้องก็เริ่มละลายทันที พลังงานที่อัดแน่นอยู่ในเม็ดยานั้นแพร่กระจายทันที อิงเป่ยจึงเริ่มดูดซับพลังปราณนั้นเข้าสู่ตันเถียนของตนแล้วทำการบีบอัดพลังปราณให้ได้มากที่สุดแล้วจึงทำการทะลวงระดับขั้นทันที 
          ปัง!ปัง!ปัง!   เสียงดังเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นดั่งที่คาดไว้ ระดับขั้นของ อิงเป่ย 
นั้นได้ทะลวงมาอยู่ที่กำเนิดปราณระดับ 3 แล้วนั่นเอง ของเหลวสีดำไหลซึมออกมาทางรูขุมขนตามร่างกาย ส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งเป็นของเสียในร่างกายนั่นเอง มันจึงทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนบริสุทธิ์ขึ้นและยังแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน 
               เมื่ออิงเป่ยลืมตาขึ้นมาก็ได้เหม็นเน่าออกมาจากตนเอง ก็ลุกวิ่งไปที่ห้องอาบน้ำทันที ทำการชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สังเกตุเห็นร่างกายของตนเองมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ถึงจะเพียงเล็กน้อยแต่ก็พอสังเกตุเห็นในการเปลี่ยนแปลงนั้น
               ไม่นึกเลยว่าเวลาที่เลื่อนระดับขึ้นจะทำให้ผิวของข้า ขาวเนียนขึ้น แต่ก็แฝงไปด้วยพลังอยู่ด้วย อิงเป่ยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข 
ข้าคงต้องรีบฝึกฝน เพราะมีสถานที่ที่ข้าต้องไปให้ได้ เผื่อว่าข้าอาจจะหาทางกลับไปยังโลกเดิมของข้าก็ได้ อิงเป่ยคิดไปมาอยู่นาน จนได้ยินเสียงของ อี้หลิว มาเคาะประตู 
          ก๊อกๆ ก๊อกๆ "คุณชายข้านำอาหารมาให้เจ้าค่ะ" 
          "ประตูไม่ได้ล็อค เจ้าเปิดเข้ามาได้เลย"
          อี้หลิวเดินเข้าพร้อมกับอาหารนำมาจัดวางไว้ที่โต๊ะกลางห้อง จากนั้นก็เชิญอิงเป่ยมากินอาหารก่อนมันจะเย็นชืด
          "คุณชาย ข้าเตรียมอาหารเสร็จแล้ว มากินอาหารก่อนเจ้าค่ะ เดี๋ยวมันจะเย็นหมด"
          "ลำบากเจ้าแล้ว" อิงเป่ยตอบออกไป
          "ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ"
          "เพราะคุณชายเป็นแขกท่านประมุข มันก็เป็นหน้าที่ของข้าที่จะคอยดูแลคุณชายอยู่แล้วเจ้าค่ะ "
          "ผมไม่ค่อยชินกับการที่ต้องมีคนคอยดูแลเท่าไหร่ครับ เพราะโลกที่ผมอยู่นั้น ไม่มีแบบนี้ จึงไม่ค่อยชิน"
               อิงเป่ยพูดแบบนี้ออกมาทำให้อี้หลิวแปลกใจอย่างมากที่อิงเป่ยจะพูดเกี่ยวกับโลกที่เขาเคยอยู่ออกมาง่ายๆแบบนี้ ถ้าหากเป็นคนอื่นคงจะไม่พูดอะไรแบบนี้ออกมาง่ายๆแน่นอน แต่เขาคนนี้กับพูดออกมาง่ายๆ อี้หลิวจึงทักออกไปว่า
               "คุณชายเรื่องนี้คุณชายไม่ควรพูดออกมาง่ายๆแบบนี้นะเจ้าค่ะ"
               "ไม่เป็นไรหรอก เพราะถึงเธอจะไปพูดให้คนอื่นฟังใครเขาคงจะไม่เชื่อหรอก"
               "นั่นมันก็จริงเจ้าค่ะ "
               "ฮ่าๆ ฮ่าๆ ขนาดผมยังไม่กังวล เธอก็ไม่ต้องกังวลหรอก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นหรอกนะที่จะรู้ว่าผมไม่ใช่คนของโลกนี้" 
               จากนั้นอิงเป่ยก็เริ่มกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ โดยมี อี้หลิวยืนอยู่ข้างๆ ทำให้อิงเป่ยอึดอัดเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปหา อี้หลิว ที่ยืนอยู่ จึงพูดว่า
มากินด้วยกันสิ เห็นเธอยืนดูผมกินอาหารมันยังไงๆไม่รู้
               อี้หลิวได้ยินถึงกับตกใจ เพราะไม่เคยมีใครเรียกสาวใช้ให้นั่งกินอาหารกับเจ้านายหรือแขกเลย
               "คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เพราะสาวใช้ไม่ได้รับอนุญาติให้บ่าวตีตัวเสมอนายเจ้าค่ะ"
               "เฮ้อ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วล่ะ ผมบอกให้เธอมานั่งกินข้าวกับผม เพราะที่โลกของผมนั่นไม่มีสาวใช้ หรือว่าเธอจะปฎิเสธคำชวนของผมอย่างนั้นหรอ"
               อี้หลิวได้ยินก็ไม่รู้จะปฎิเสธยังไง จึงได้นั่งลงตามคำของอิงเป่ย นั่งตัวเกรงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับอิงเป่ย เมื่อเห็น อี้หลิวนั่งตัวเกรงไม่ขยับจึงได้หัวเราะ
               "ฮ่าๆฮ่าๆ ไม่ต้องต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ครับ ถ้าไม่รีบกินอาหารเดี๋ยวมันก็เย็นหมดนะครับ"
               "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวตักข้าวให้นะเจ้าค่ะ"
               "ขอบใจมากครับ"
               หลังจากนั้นทั้ง2ก็กินอาหารด้วยกัน หลังจากนั้น อี้หลิวก็เก็บจานอาหารเหล่านั้นไปเก็บ ส่วนอิงเป่ยก็นั่งพักหลังจากกินอาหารเสร็จ จากนั้นก็เริ่มทำการฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับขั้นพลังปราณ ยิ่งเลื่อนระดับขั้นพลังปราณได้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ออกไปค้นหาสุสานโบราณเร็วยิ่งขึ้น 
          เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็หยิบเม็ดยาออกมาจากขวด แล้วกลืนลงไปทันที พลังปราณมากมายแพร่กระจายออกมา อิงเป่ยรีบดูดซับแล้วชักนำเข้าสู่ตันเถียนของตนเอง แล้วบีบอัดพลังปราณเหล่านั้นให้มากๆแล้วทำการทะลวงระดับขั้นทันที ซึ่งก็มีเสียงดัง ปัง! ปัง! เพียง 2ครั้งเท่านั้น ทำให้เลื่อนขั้นเป็นกำเนิดปราณขั้นที่ 5 ซึ่งผลของยาลดลงนิดหน่อย 
          แต่ถ้าใช้ยาระดับนี้ต่อไปคงจะไม่มีผลแน่ คงต้องรีบสกัดกลั่นเม็ดยาที่มีระดับสูงกว่านี้ อิงเป่ยคิดอยู่ในใจ จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วรีบไปชำระร่างกายทันที
เพราะของเหลวสีดำ แถมกลิ่นยังเหม็นอีกต่างหาก อิงเป่ยแทบอ๊วกออกมาทีเดียว ถึงแม้จะเคยได้รับความรู้สึกแบบนี้มาแล้วครั้งนึง แต่มันก็ยังไม่ชินอยู่ดีถ้ายังเป็นแบบนี้ทุกครั้งมีหวังแค่คิดก็ เฮ้อ....














 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #907 selee858 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 09:51
    เริ่มงงกับพระเอก จะเเทนตัวว่าอะไรกันเเน่ ข้า ผม ?
    #907
    0
  2. #683 JomMuD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:11
    ..........คอมเม้นจิ้!!
    #683
    0
  3. #563 「William J. Smith」 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 20:36
    พระเอกอ่อนด๋อยจัง โง่มากๆอะ คนแบบนี้อยู่ไม่รอดหรอกครับเชื่อเถอะถ้าจะแต่งแนวนี้
    #563
    0
  4. #481 0836519176 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 16:19
    หวังว่าจะกว่านี้ เขียนให้เป็นพระดแกหน่อย อย่าเขียนเป็น....
    #481
    0
  5. #472 123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    พระเอกไม่ได้มาจากโลกเราหรอครับ?

    จะสาวใช้จะแม่บ้าน โลกเรามีให้เห็นดาษดื่นนะครับ?

    ต่อให้เป็นสาวใช้แบบในละครไทยก็ยังมีนะครับ

    บ้านผมเองก็มีอยู่คน ปกติเวลากินข้าว ผมก็ไม่ได้ให้สาวใช้ร่วมโต๊ะนะครับ

    ก็ให้เค้าไปกินเวลาพักหรือตามแต่เค้าแทน

    หรือเพราะแถวบ้านไรต์ไม่มีสาวใช้เลยเข้าใจว่าโลกเราเหลือแต่แม่บ้านทั่วไปหรอครับ?

    ผมอ่านแล้วรู้สึกขัดๆชอบกล

    มันน่าจะเป็นบ้านผมไม่มีสาวใช้เลยไม่ชินกับการปฏิบัติแบบนี้มากกว่าจะใช้คำว่าโลกเรานะครับ

    แต่ถ้าพระเอกไม่ได้มาจากโลกเราก็อีกเรื่อง?

    อีกอย่าง พระเอกน่าจะมีคอมม่อนเซ้นท์ซะหน่อยนะครับ

    ผมเห็นตั้งแต่ตอนเล่าเรื่องให้หยางฟงฟังแล้ว

    คือ...ไม่ใช่ว่าบอกไม่ได้นะครับ

    แต่การที่อยู่ๆมาโผล่ในที่ๆตนไม่รู้จัก แถมกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก พระเอกเอาความมั่นใจมาจากไหนครับว่าบอกไปแล้วจะปลอดภัย? จะไม่โดนใช้ประโยชน์หรือฆ่าทิ้ง?

    คือ...ที่เค้าดูแลอยู่ก็เพราะคิดว่าเป็นลูก แต่อยู่ๆก็มาบอกว่าไม่ใช่ลูก ถ้าตระกูลนี้เป็นพวกโฉดชั่ว พระเอกจะยังเหลืออะไรครับ? ถ้าเป็นผู้ร้ายที่ฉลาดๆหน่อยก็หาวิธีรีดข้อมูลจากพระเอก แต่ถ้าไม่ยอม แถมดูแล้วยังอาจก่อให้เกิดอันตรายก็แค่ฆ่าพระเอกทิ้งเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก็ยังได้เลยนะครับ

    ผมเข้าใจว่านี่เป็นนิยาย แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้วที่พระเอกทำนี่แทบจะเรียกได้ว่าไร้หัวคิดเลยนะครับ

    ตามหลักแล้ว ถ้าคนเราเจอแบบนี้มันควรจะต้องดูสถานการณ์ก่อนมั๊ยครับ?

    ถ้าเวลาผ่านไปแล้วมั่นใจว่าตระกูลนี้ดี อยู่ไปซักพักจนรู้อะไรๆแล้วจะบอกก็ไม่เสียหายครับ

    ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลยแต่ไปบอกเค้าหมด

    คุณลองคิดดูนะ ถ้าอยู่ๆคุณสลบแล้วตื่นมาเจอใครไม่รู้ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ คุณจะบอกเค้าหมดมั๊ยว่าคุณเป็นใคร มาจากไหนอะไรยังไง? โดยที่คุณยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น? คนตรงหน้าคุณเป็นคนดีที่ช่วยคุณหรือเป็นโจรที่จับคุณมารึป่าว? ถ้ามันเป็นพวกโฉดชั่วในคราบนักบุญล่ะ?

    ถ้าเป็นแบบนั้น พระเอกอย่าหวังจะได้เกิด ไม่ถูกหลอกใช้ก็ตายหยั่งเขียดกะตรรกะแบบนี้นะครัย

    แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องบอกก็อีกเรื่อง

    อย่างหมอกดำที่เปลี่ยนร่างเป็นพระเอกก็ทำให้บอกได้ แต่ถึงยังไงก็ควรกั๊กข้อมูลบางส่วนอยู่ดี

    แต่นี่พระเอกบอกก่อนแบบโง่ๆ มันชวนรู้สึกขัดใจมากครับ

    คือ...ก็ไม่ได้อยากว่าตัวเอกหรอกนะครับ แต่อ่านแล้วขัดใจจนอดไม่ได้ที่ต้องเม้นท์นะครับ

    หวังว่าพัฒนาการตัวเอกจะดีขึ้นนะครับ = =
    #472
    4
    • #472-3 123 (จากตอนที่ 7)
      17 กรกฎาคม 2560 / 18:30
      เอ่อ....ผมว่าไรต์กำลังหลงประเด็นนะครับ

      คือ....ผมก็บอกอยู่ว่า ถ้ามีเหตุการณ์แบบหมอกดำเผยร่าง อันนี้ก็โอเคอยู่ที่พระเอกจะบอก

      แต่ประเด็นคือ พระเอกบอกก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น ซึ่งตอนนั้นพระเอกยังอยู่ในรูปร่างของลูกเค้านะครับ

      สมมุติว่ายังไม่แน่ใจ ก็เลือกเงียบไว้ก่อนก็ยังได้ เพื่อประเมินสถานการณ์

      แล้วพอเกิดเหตุการณ์หมอกดำนั่นจึงค่อยจำเป็นต้องบอก

      ระหว่างบอกก่อนกับบอกหลังเหตุการณ์มันต่างกันนะครับ

      บอกก่อนนี่เหมือนไร้หัวคิด

      แต่บอกหลังเหตุการณ์นี่คือจำเป็นต้องบอก

      และก็เลือกบอกบางส่วน เฉพาะเรื่องที่จำเป็นจริงๆที่ควรบอก

      อย่างนี้มันจะดีกว่าพระเอกบอกหมดแบบไม่คิด ทั้งๆที่ไม่จำเป็นใดๆเลย

      ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้เราเลือกเงียบไว้ก่อน แล้วมาบอกความจริงทีหลัง เมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆที่ต้องบอก หรือเราพร้อมแล้ว มั่นใจว่าบอกไปแล้วปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน อย่างนี้ไม่ถือว่าเราผิดนะครับ

      ผมถึงได้บอกว่า อ่านแล้วรู้สึกขัดใจ ที่พระเอกแลดูเหมือนไร้หัวคิดชอบกลที่ไปบอกเค้าก่อนแบบนั้นน่ะครับ

      ปล. ไม่ได้ว่ามุมมองไรต์ผิดนะครับ แต่ผมแค่คิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้มันจะดีกว่ามั๊ยน่ะครับ?
      #472-3
    • #472-4 Chalida Chomboonma(จากตอนที่ 7)
      23 กรกฎาคม 2560 / 17:48
      คิดเหมือนกันเลยอ่า
      #472-4
  6. #428 Kenza0 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 23:17
    พระเอกโง่อีกแล้ว
    #428
    0
  7. #392 kookiooo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:55
    อาบเเล้วอาบอีก...
    #392
    0
  8. #229 feonixsh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    อะไรว่ะบอกความลับคนอื่นง่ายๆ ถ้านางเป็นสปายพระเอกคงไม่รอด เล่นแฉตัวเอง55555
    #229
    0
  9. #182 magardo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:45
    มีอะไรบอกแม่ม หมดเปลือกเลย
    แล้วโลกไหนไม่มีคนรับใช้ฟ่ะ
    บ้านตูยังมี 2 คนเลย แก่ๆทั้งนั้น
    #182
    0
  10. #164 What's your name (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 00:41
    ความลับเก็บไว้บ้างก็ดีครับ เพราะไม่งั้นจะตาย เพราะความโง่...........
    #164
    0
  11. #86 soyon6654ss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 22:48
    พระคุณช่วยมีคาวมลับกับเขาบ้างดิ เขาถามก็ตอบหมด(มันไม่ลึกลับ)....

    #86
    0
  12. #9 Looney00 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 18:29
    อี้หลิวน่ารักอ่ะทั้งที่รู้ว่าอิงเป่ยไม่ใช่นายน้อยของตัวเองยังดูแลอย่างดี
    #9
    0