จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 33 : ภูเขาเหล็กดำทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

               นายช่างตกใจกับจำนวนเงินที่อิงเป่ยยื่นให้ ตั้งแต่เป็นนายช่างมานี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้จับเงินก้อนโตขนาดนี้ ซึ่งรับทำของก็ใช่ว่าจะมีคนมาจ้างทำทุกวัน รายได้จึงไม่แน่นอน จึงต้องประหยัดอย่างมากในการจับจ่ายใช้สอย 
               แต่วันนี้ทำให้ความกังวลใจของเขาลดลง เขาคิดในใจว่า เขาโชคดีขนาดไหนที่ได้มาเจอคุณชายในวันนี้ จนหลัางน้ำตาแห่งความปิติออกมา ได้กล่าวขอบคุณอิงเป่ย จนต้องบอกให้หยุด
               "วันนี้นายช่างกลับไปเตรียมของก่อน พรุ่งนี้ก็เริ่มติดตั้งได้เลย"
               "ได้ขอรับ คุณชาย"
               นายช่างเดินกลับไปร้านกับบุตรชาย 2 คน ส่วนอิงเป่ยไปหาท่านประมุข เพื่อที่จะพาคนไปขนเหล็กดำทมิฬที่ป่าอันตรายท้ายตระกูล
เมื่อมาถึงก็พบประมุขหยางกำลังนั่งจิบชาคุยกับผู้อาวุโสอยู่ จึงเดินเข้าไปหา 
               "โอ้...วันนี้เจ้ากินยาผิดหรือเปล่าถึงได้มาที่นี่กัน 5555!!"
               "ข้าอุตส่าห์จะมาพาไปดูแหล่งทำเงินซะหน่อย แต่ไม่เป็นไรละ ข้าไปคนเดียวก็ได้ คงเสียเวลาจิบชาท่านเปล่าๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดของอิงเป่ยถึงกับทำให้ประมุขหยางสำลักน้ำชาทันที 
               "อึก!! แค่กๆ!!"เจ้าว่าอะไรนะ แหล่งทำเงินอะไร"
               "ท่านสนใจด้วยหรอ ข้านึกว่าท่านยุ่งๆซะอีก"
               "ใครบอกว่าข้าไม่ว่างกัน ข้าว่างทั้งวันอยู่แล้ว"
               "ถ้าอย่างนั้นข้าจะพาท่านไปขน เหล็กดำทมิฬ ข้าจึงอยากให้ท่านพาคนไปด้วย ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาละกัน"
               "เหล็กดำทมิฬอย่างนั้นรึ ไม่นึกว่าเจ้าจะรู้จักมันด้วย" 
               "อ๋อ ข้าไปสั่งทำของที่ร้านช่างมา ข้าก้พึ่งรู้มาจากนายช่างเหมือนกัน
               "ผู้อาวุโสจัดเตรียมคน50คน เราจะไปขนเหล็กดำทมิฬกัน"
               "ข้าจะไปจัดเตรียมเดี๋ยวนี้ล่ะ "
               "ว่าแต่เจ้าจะเอาเหล็กดำทมิฬมาทำอะไรเยอะแยะกัน" 
               "หึหึ!! เอาไว้ถึงเวลาข้าจะให้ท่านได้ดูเองว่าข้าเอามาทำอะไร รับรองได้เลยว่าพวกท่านต้องชอบมันแน่ๆ"
               "ข้าไม่น่าไว้ใจก็เพราะไอ้เสียงหัวเราะ แบบนี้ของเจ้านี่ล่ะ"
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางไปป่าท้ายตระกูล จนมาถึงเขตป่าอัตราย 
               "นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า เหล็กดำทมิฬอยู่ในป่าอันตรายนี่น่ะ"
               "ก็ใช่น่ะสิ พวกท่านจะกลัวไปทำไม ข้าเข้าไปคนเดียวยังไม่กลัวเลย แถมข้าได้จัดการหมีเหมันต์ที่อยู่ในป่านี้ไปแล้วด้วย ยังจะกลัวกันอีก"
               "เหอะ! ใครมันจะไปเก่งเหมือนเจ้ากันล่ะ" 
               "ขอบคุณที่ชมข้า"
               "ไม่ได้ชมเว้ย ข้าพูดประชด"
               "ไปกันได้แล้ว อย่าเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย 51 คนที่มาวันนี้ กลับไปข้าจะให้คนละ 50 ทอง ยกเว้นท่านประมุข"
               "อ้าวเห้ย! เจ้าไม่ลำเอียงไปหน่อยรึ ข้าก็มาด้วยทำไมข้าไม่ได้ล่ะ" 
               "ข้าแค่ล้อเล่น ท่านก็อย่าจริงจังไปนักสิ 5555!!"
เมื่อเดินผ่านตามทางเล็กๆมาเรื่อยๆก็พบกับแหล่งน้ำจึงได้ทำการหยุดพักเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป 
               ในที่สุดก็มาถึงภูเขาลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า อิงเป่ยเดินอ้อมไปทางด้านข้างของภูเขาแล้วตะโกนเรียกทุกคนเดินตามมา
               "ถึงแล้วพวกท่านเดินตามข้ามาทางนี้ มันมีทางเข้าอยู่ด้านข้างน่ะ"
               เมื่อทุกคนเดินเข้าไปข้างในก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น ผนังถ้ำทั้งหมดเป็นสีดำมันวาว
              "นี่มันเหล็กดำทมิฬทั้งนั้นเลยนิ ช่วยกันเก็บก่อนได้ไหม อย่าพึ่งชื่นชมสิ มันจะมืดค่ำซะก่อน ช่วยกันเก็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะขนไปได้นะทุกคน"
               "ท่านประมุข ข้าว่าพรุ่งนี้ให้ท่านนำคนมาบุกเบิกเส้นทางมาที่นี่จะดีกว่านะ จะได้สะดวกสบายขึ้นเวลามาขนกลับไป"
               "ข้าก็คิดเช่นนั้น เอาเป็นว่าข้าจะพาคนมาบุกเบิกเส้นทางสำหรับรถม้ามาขนก็แล้วกันจะได้เร็วขึ้น"
               "นี่เป็นเพียงก้าวแรกที่ข้าจะทำ สิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่จะเริ่มต้นที่นี่เท่านั้น" 
               ผ่านไป1ชั่วยาม  เหล็กดำทมิฬก็ไม่สามารถเก็บกลับไปได้อีก จึงได้ทำการหยุดรวบรวมแล้วเดินออกจากถ้ำเหล็กดำทมิฬ มุ่งสู่ตระกูลหยางทันที
               เมื่อกลับมาถึงอิงเป่ยหยิบเงินออกมา2600ทอง  ยื่นให้ประมุขทำการแจกให้กับคน50คนที่ไปวันนี้ 
               "พวกเจ้าทุกคนตามข้ามา ข้าจะพาไปดูสถานที่เก็บเหล็กดำทมิฬ"       คนจำนวน50คน   เดินตามอิงเป่ยมาจนถึงห้องอาบน้ำ  
               "พวกเจ้านำเหล็กไปกองไว้ที่พื้นตรงนั้นก่อนก็แล้วกัน เมื่อเสร็จแล้วก็ไปพักผ่อนกันได้" 
               อิงเป่ยเดินกลับไปที่ห้องแล้วก็เริ่มฝึกฝนเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ถึงแม้มันจะช้าก็ตามที แต่ยิ่งมีสัตว์อสูรเยอะเท่าไหร่การอัญเชิญมันออกมาทั้งหมดก็กินพลังเวทย์เยอะตามไปด้วย แถมยังหมดแล้วหมดเลย "ถ้ามีวิธีฟื้นฟูพลังเวทย์ได้ก็ดีนะสิ  พรุ่งนี้ไปป่าอสูรเขาเขียวดูดีกว่า ถือซะว่าไปเพิ่มระดับสัตว์อสูรก็แล้วกัน"
               อิงเป่ยใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกพลังเวทย์ หลังจากที่จบงานประลองครั้งนั้นถึงแม้จะเก่งแต่ถ้าถูกทั้ง3แคว้นรุมมันก็แย่อยู่ล่ะนะ 
               ผ่านไปหลายชั่วยามอิงเป่ยก็ยังนั่งสมาธิเพื่อดูดซับพลังจากธรรมชาติ จนกระทั่งยามดึก อิงเป่ยก็ลืมตาขึ้นมา "วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน พรุ่งนี้น่าจะเลื่อนระดับขั้นพลังเวทย์พอดี นอนพักดีกว่า"

แคว้นมังกรฟ้า ตระกูลซาง
                    การที่ตระกูลซางนั้นเสียประมุขไปก็แย่พออยู่แล้วกับต้องมาเสียผู้สืบทอดอีกที่กลายเป็นคนพิการนอนรักษาตัวบนเตียง เหล่าผู้อาวุโสจึงเรียกคนในตระกูลมาประชุมเพื่อหาทางแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น
               "ที่ข้าเรียกประชุมในวันนี้ พวกเจ้าคงจะทราบกันแล้วว่า ตระกูลเราได้เสียประมุขไปแถมนายน้อยต้องมาพิการอีก ข้าอยากจะขอความคิดเห็นจากพวกเจ้าหน่อย"
               "เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทางราชวงศ์ไม่คิดจะช่วยตระกูลบ้างเลยหรอ ทั้งๆที่ตระกูลเราส่งนายน้อยเข้าร่วมงานประลอง"
               "ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่อีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่า ถ้าทำอะไรไม่ยั้งคิดรับรองได้เลยว่าราชวงศ์คงจะเสียหายหนักกว่านี้แน่นอน"
แล้วแคว้นอื่นๆตกลงกันว่าไงล่ะผู้อาวุโส
               "ตอนนี้ราชวงศ์ทั้ง3แคว้นกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะทำยังไงดี เนื่องจากถูกกดดันจากเหล่าตระกูลทั้งหลายคิดว่าน่าจะตกลงกันได้ในเร็วๆนี้"

          ห้องประชุม
               "ไม่นึกเลยว่าราชวงศ์อย่างพวกเราจะถูกกดดันจากเหล่าตระกูลให้ก่อสงครามกับแคว้นพยัคฆ์เมฆา" 
               "ที่สำคัญข้าไม่นึกเลยว่าแคว้นพยัคฆ์เมฆาจะมีคนเก่งขนาดนี้อยู่น่ะสิ "
               "ใช่ ถึงขนาดล้มตระกูลซางลงได้นี่มันไม่ธรรมดาแล้วนะ"
               "ตระกูลเหล่านี้เมื่อมีปัญหาก็ชอบรวมตัวมากดดันราชวงศ์ มันก็เกินไปหน่อยล่ะข้าว่า"
               "เหมือนกับตอนที่เกิดเรื่อง พากันกลัวจนตัวสั่นไปหมดไม่กล้าแม้แต่จะโวยวาย พอกลับแคว้นดันมาทำตัวเก่งกล้าโวยวาย ข้าละกลุ้มใจจริงๆ"
               "ก่อนจะตัดสินใจพวกเราต้องคิดดีๆเสียก่อนจะได้ไม่มาเสียใจทีหลังที่ด่วนตัดสินใจไป"
               "ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากก่อสงครามเลยด้วยซ้ำไป มีทางอื่นตั้งเยอะแยะ แต่พวกตระกูลเหล่านั้นดันมากดดันให้พวกเราก่อสงครามซะได้"
               "ถ้า1ในแคว้นเราไปโจมตีเพียงลำพังมีหวังล่มสลายแน่นอน ข้าลองเปรียบเทียบดูแล้ว"
               "ถ้าอย่างนั้นพวกเราทั้ง3แคว้นสะสมกองกำลังให้มากกว่านี้อีกหน่อยค่อยประกาศสงครามกับแคว้นพยัคฆ์เมฆาเป็นไง"
               "ก็คงต้องเป็นอย่างที่เจ้าพูดนั้นล่ะ เราส่งคนไปสืบข่าวเรื่อยๆรอเวลาเหมาะสมค่อยโจมตีก็ได้"
               "ง้้นตกลงว่าเราจะร่วมมือกันโจมตีแคว้นพยัคฆ์เมฆา พวกท่านกับไปประชุมข้อตกลงให้เหล่าตระกูลทั้งหลายฟังก็แล้วกัน"
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยก็เดินทางกลับแคว้นตนทันที
เช้าวันใหม่ ตระกูลหยาง
                    ท่านประมุขได้ทำการรวบรวมคนจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปป่าท้ายตระกูลทำการบุกเบิกเส้นทางเพื่อใช้สำหรับขนแร่เหล็กดำทมิฬ ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ งานก็ลุล่วงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ชั่วยามก็ได้เส้นทางสายใหม่ โดยการบุกเบิกให้เป็นทางตรงไปยังถ้ำเลยไม่ได้อ้อมไปอ้อมมาให้เสียเวลา
               "ในที่สุดเสร็จซะที ข้าจะจัดกลุ่มขึ้นเพื่อมาขนแร่เหล็กอาทิตย์ละครั้งโดยจะสลับเปลี่ยนกลุ่มกันมาขนไปเก็บไว้ที่ตระกูลเรา ค่าจ้างแต่ละครั้งข้าจะมาแจ้งทีหลัง"
               "ท่านประมุขคุณชายไปเอาเงินมาจากไหนกัน ขนาดจ่ายค่าแรง50ทองต่อคนได้ง่ายๆ แถมยังตอนนั้นอีกทั้งเงินทั้งอาวุธ แถมสร้างสำนักนี่มันเกินกว่าจะทำได้แล้วนะ"
               "พวกเจ้าไม่รู้ก็คงไม่แปลก คุณชายเขาเป็นนักสำรวจหรือนักล่าสมบัตินั่นล่ะ ตอนแรกข้าก็ไม่เชื่อหรอกนะ จนได้รับอาวุธมาถึงเชื่อ  เลิกถามได้ละกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ข้าไม่อยากพูดเรื่องเขาเท่าไหร่มันจะไม่ดีถ้ามีคนอื่นรู้เยอะๆ" 
               อิงเป่ยออกจากห้องไปโดยที่ไม่ได้บอกใครมุ่งตรงไปยังป่าอสูรเขาเขียวที่ติดกับป่าเพลิงตะวัน อิงเป่ยใช้ความสามารถผ้าคลุมเงาภูติเมื่อเข้าสู่เขตป่า
อิงเป่ยถามเมอาว่า
               "เมอาเจ้ามีวิธีพิเศษอะไรพอจะช่วยฟื้นฟูพลังเวทย์ได้รึเปล่า เพราะข้าอัญเชิญสัตว์อสูรออกมาพลังเวทย์ข้าก็ลดลงเรื่อยๆถ้าเป็นการต่อสู้ระยะสั้นมันก้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นระยะยาวข้าไม่แย่หรอกรึ?"
               "ขอคิดแปบนึงเจ้าค่ะ"
               "ขอเป็นอะไรที่มันฟังดูง่ายๆหน่อยละกันนะ "
               "เอ่อ..จะว่ามีมันก็มีอยุ่ แต่ท่านร่ายเองไม่ได้น่ะสิ" 
               "เอ่อ..คือมันหมายความว่ายังไงล่ะที่ว่าข้าร่ายเองไม่ได้น่ะ"
               "ก็ข้าเป็นคนร่ายเวทย์ฟื้นฟูพลังเวทย์ให้นายท่านไง ก็คล้ายๆกับเวทย์รักษา"
             "อ๋อ เข้าใจละ งั้นข้าฝากเจ้าด้วยละกันเวลาฉุกเฉินก็ค่อยร่ายเวทย์ให้ข้า"
               "ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ ไว้ใจได้เลย"
               "ป่าอสูรเขาเขียวจะมีสัตว์อสูรแบบไหนกันนะ ถ้าไปจ๊ะเอ๊ะกับไอ้ค้างคาวผีนั่นอีกจะจับมาทำเบ้ซะเลย"
               เมื่อมาถึงเขตป่าอสูรเขาเขียวอิงเป่ยเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีก สภาพโดยรวมเป็นป่ารกทึบแสงส่องรอดผ่านลงมาประปราย บรรยากาศเงียบเชียบไม่ได้ยินเสียงของแมลงร้องเลย 



 

  




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #916 Tj1234567 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 04:42
    ขนเหล็กมันมีแหวนมิติใช้อยู่มิใช่รึ ให้คนเก็บมากองรวมกัน เก็บใส่แหวนก็จบเลย เรื่องนี้พระเอกเทพมาก
    #916
    0
  2. #624 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    ใช้อำนาจราชวงศ์ข่มขู่พวกตระกูลเลยค่ะ ให้พวกตระกูลมาสู้เองเลย แล้วมาญาติดีกับเป่ยแทน ไม่งั้น สามแคว้นก็เถอะ ล่มแน่
    #624
    0
  3. #325 Karishma99 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:41
    ขอบคุณค่ะ
    #325
    0
  4. #158 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:40
    สามแคว้นหาเรื่องผิดคนแล้ว
    #158
    0
  5. #157 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:36
    พวกเอ็งหาเรื่องผิดคนแล้ว
    #157
    0
  6. #144 toom1567 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:04
    ขอบคุณค่ะ
    #144
    0
  7. #141 เทคโนผู้ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 18:19
    ขอบคุณค่ะ
    #141
    0
  8. #139 Looney00 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:58
    ไรท์เอาอีกๆๆๆสนุกๆๆๆ
    #139
    0
  9. #132 cattycall (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:44
    ขอบคุณมาก
    #132
    0
  10. #129 defy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:25
    ขอบคุณครับ
    #129
    0
  11. #128 joelamtan (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:24
    ขอบคุณครับ มา 2 ตอนเลยย
    #128
    0
  12. #127 Gardena (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:22
    ขอบคุณค่ะ
    #127
    0