จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 32 : ร่วมงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

3วันผ่านไป 
               สถานที่จัดงานเลี้ยงถูกจัดอย่างใหญ่โต ลานกว้างหน้าวัง เต็มไปด้วยโต๊ะสำหรับจัดวางอาหาร รอบงานถูกตกแต่งไปด้วยโคมไฟ งานฉลองนี่จะเริ่มในเวลายามเย็น วันนี้ผู้คนในเมืองล้วนคึกคักเสียงหัวเราะ พูดคุยกันไม่ขาดสาย ออกมายืนรอนอกบ้าน เพื่อรอไปร่วมงานฉลองครั้งนี้ ตั้งแต่มีงานประลองอันดับแคว้นนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนคาดว่า ถ้ายังมีคนจากตระกูลหยางอยู่คงจะไม่มีใครโง่พอจะมาก่อความวุ่นวายให้แน่นอน
ตอนนี้ตระกูลหยางถือได้เลยว่าแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ 
               "ข้าคิดไว้แล้วว่าหากตระกูลหยางเปิดสำนักอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ข้าจะให้ลูกๆของข้าไปสมัครเข้าแน่นอน"
               "อย่าว่าแต่เจ้าเลย ทั่วทั้งเมืองนี้คงจะไปที่เดียวกันนั่นล่ะ "
               "นั่นสินะ 5555!!"
               "นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว อี้หลิวเจ้าไปบอกคุณชายให้เตรียมตัวได้แล้วล่ะ ถ้าขาดตัวเอกไปงานคงจะก่อยไม่น้อยเลยทีเดียว"
               "ทราบแล้วเจ้าค่ะ"
เมื่ออี้หลิวเดินมาถึงหน้าห้องก็เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นอิงเป่ยกำลังนั่งจิบชาอยู่
               "คุณชายเจ้าค่ะ ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ"
               "อืม..งั้นไปกันเถอะ"
               หยางซุยหลิงเดินออกจากห้องมุ่งตรงมายังห้องโถง เมื่อมาถึงก็เห็น
อิงเป่ยเดินมาพร้อมกับอี้หลิวก็ไม่ได้เข้าทักทายอะไร  ผู้อาวุโสก็มากันครบแล้ว บางคนออกไปรอที่หน้าตระกูล 
               "เอาล่ะออกเดินทางกันได้ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเปิดงาน"
หยางซุยหลิงเดินไปยืนข้างๆอิงเป่ยและอี้หลิว ได้แต่เดินก้มหน้าไม่ยอมพูดจา 
               "คุณหนูท่านเป็นอะไรรึเปล่า ข้าเห็นท่านเอาแต่ก้มหน้าเดินเงียบๆ หรือว่า ไปงานแบบนี้มันไม่สนุกอย่างนั้นหรอ"
เมื่อเหล่าคนที่อยู่ข้างๆได้ยินที่อิงเป่ยพูด ก็พากันหันมามองหน้าคนพูดทันที
               "หืม...ข้าพูดอะไรผิดอย่างนั้นรึ ถึงได้หันมามองหน้าข้าแบบนี้กัน"
               "เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก พวกข้าก็แค่คิดอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
               "ข้าไม่คิดว่าคุณชายจะซื่อบื้อขนาดนี้เลย ให้ตายสิ" เสียงทุกคนคิดในใจ  อิงเป่ยก็ได้แต่ทำหน้างง สงสัย 
               อี้หลิวที่อยู่ข้างๆคุณหนูก็ได้แต่เอามือปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้
               "คิกๆ คิกๆ" หยางซุยหลิงก็กระซิบบอกอี้หลิวว่า
               "อี้หลิวเจ้าจะหัวเราะอีกนานไหม" 
               หยางซุยหลิงยกมือขึ้นมาปิดปาก "อุบ คิกๆ"
              "คุณหนูก็ไม่ต่างจากอี้หลิวหรอกเจ้าค่ะ"
                อิงเป่ย...........?
               "อ้อ จริงสิ ข้าไปสำรวจสถานที่ก่อนหน้านี้มาและได้เครื่องประดับมาด้วยพวกเจ้าอยากได้รึเปล่าล่ะ"
หยางซุยหลิงรีบหันมาตอบทันที
               "คุณชายจะให้ข้าจริงๆหรือ ข้าก็อยากได้ประดับมาใส่ซักอัน" 
               "ได้สิ ข้ามีเยอะแยะเลยล่ะ"
อิงเป่ยหยิบกล่องขนาดปานกลางจากแหวนมิติออกมา แล้วยืนให้หยางซุยหลิงไป 
               "ข้าให้คุณหนูเก็บไว้ดีกว่า ประดับเหล่านี้ข้าใช้ไม่ได้หรอก"
               เมื่อหยางซุยหลิงเปิดกล่องดูก็ยิ้มแก้มแทบฉีก ประดับในกล่องนั้นสวยงามประณีต มีทั้งทำจากหยก และอัญมณี สร้อยไข่มุก ปิ่นปักผม ต่างหู กำไลข้อมือ 
          "อี้หลิวเจ้าอยากได้อันไหนข้าจะหยิบให้"  หยางซุยหลิงบอกกับอี้หลิว
          "นี่อีกกล่อง เอาไปสิ ถ้าชอบละก็ครั้งหน้าถ้าได้ไปสำรวจข้าจะเอามาฝาก"
          "ขอบคุณเจ้าค่ะคุณชาย" หยางซุยหลิงกล่าว
          "ไม่ต้องเกรงใจ ที่เหลือก็เก็บไว้ไม่ต้องนำมาคืนหรอก"
          เมื่อเดินออกมาเรื่อยๆผู้คนต่างหลบทางให้ เมื่อตระกูลอย่างกำลังเดินมุ่งหน้าไปร่วมงาน ผู้คนที่หลีกทางให้ก็เดินเข้าร่วมกับเหล่าผู้คนจากตระกูลหยางพร้อมกับคุยกันไปตลอดทาง
               เมื่อมาถึงทางเข้าพระราชวังก็มีทหารคอยนำทางให้ประมุขหยาง อิงเป่ย หยางซุยหลิง ผู้อาวุโส อี้หลิว ไปนั่งร่วมโต๊ะกับฝ่าบาท เหล่าคนที่ตามมาก็แยกย้ายกันตามโต๊ะที่จัดไว้ เมื่อถึงเวลาอันควร องครักษ์ไป่หลงเป็นตัวแทนกล่าวเปิดงานฉลองในค่ำวันนี้
               "วันนี้ข้าไป่หลงได้รับมอบหมายจากฝ่าบาทเป็นผู้กล่าวเปิดงานฉลองให้กับ คุณชายอิงเป่ย และประมุขตระกูลหยาง และทุกท่านที่มาร่วมงานในค่ำวันนี้ ทุกท่านทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจ ข้าขอกล่าวเปิดงาน ณ บัดนี้ "
เฮ้ๆ เย้ๆ เสียงเหล่าผู้ชิมมากมายล้วนมีความสุขกับอาหารและเสียงดนตรีบรรเลง โคมไฟสีแดงส่องแสงสว่าง ท่ามกลางแสงจันทร์บนท้องฟ้า เสียงดนตรีขับกล่อมทำให้เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศยามค่ำคืน
                     "ข้าเป็นตัวแทนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ ต้องขอกล่าว คำว่า ขอบคุณ เจ้าเป็นอย่างมากที่ทำให้เมืองพยัคฆ์เมฆานั้นมาถึงจุดนี้ได้ ข้านั้นก็ไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไงดี ถึงจะเหมาะสมกับสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป"
                   "ฝ่าบาทไม่ต้องคิดมาก ข้านั้นไม่ได้ต้องการสร้างบุญคุณอันใดเลย ถึงท่านไม่ขอร้องข้าก็จะทำอยู่ดี เพราะที่นี้คือ ที่ที่ข้าอาศัยอยู่ มันก็สมควรอยู่แล้ว ต้องกล่าวขออภัยฝ่าบาทด้วยเพราะ ข้าไม่ถนัดเรื่องราชาศัพท์เลยจึงพูดแบบปกติออกไป"
               "5555!!" เจ้าทำตัวตามปกติของเจ้าเถอะ "
               "เจ้าอยากได้ตำแหน่งอะไรรึเปล่า ข้าสามารถแต่งตั้งให้เจ้าได้นะ" 
               "ข้าไม่ได้ต้องการตำแหน่งอะไรเลย ข้าชอบออกผจญภัยมากกว่า จึงไม่สามารถรับความหวังดีจากฝ่าบาทได้"
               "ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้บังคับเจ้าอยู่แล้ว แต่ข้าก็ยังรู้สึกยินดีอยู่ที่เราชนะงานประลองมาได้"
               "ถึงแม้ครั้งนี้เราจะชนะ แต่ท่านก็อย่านิ่งนอนใจ เพราะข้าเกรงว่าทั้ง3แคว้นนั้นจะรวมตัวกันมาก่อสงครามกับเราแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลา"
               "ส่วนอีกเรื่องนี้สำคัญมาก เรื่อง ราชันย์สัตว์อสูร ที่หนีไปได้นั้น ก็ไม่ทราบว่ามันจะกลับมาโจมตีเมืองเราเมื่อไหร่ อยากให้ฝ่าบาทช่วยส่งทหารลาดตะเวนรอบๆเมืองเพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน จะได้ป้องกันได้ทันท่วงที"
               "เรื่องนี้ข้าได้ปรึกษากับองครักษ์ไป่หลงแล้ว ก็พอจะมีทางรับมือได้อยู่จนกว่าตระกูลหยางจะมาถึง"
               "อืม งั้นพักเรื่องปวดหัวไว้ก่อนก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันที่มีความสุข ก็ต้องสนุกกันดีกว่า " 
               หลังจากนั้นก็พูดคุยกันไปต่างๆนาๆจนได้เวลาต้องเลิกลากันในค่ำคืนนี้ ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเพื่อพักผ่อน อิงเป่ยได้กล่าวลาฝ่าบาทก่อนจะเดินกลับไปยังตระกูลหยาง ก็ได้พักผ่อนทันที
          หลังจากนั้นก็ผ่านมาอีก 4 วัน 
          วันนี้เป็นวันที่นัดหมายไว้กับนายช่าง อิ่งเป่ยได้เดินมุ่งหน้าไปยังร้านนายช่างที่สั่งทำของไว้ อิงเป่ยอยากเห็นเร็วๆว่ามันจะเป็นอย่างที่ออกแบบไปรึเปล่า จึงเดินออกมาแต่เช้า
เมื่อมาถึงก็เห็นร้านกำลังเปิดพอดี    จึงรีบเดินเข้าไปหานายช่าง
          "ไม่คิดว่าคุณชายจะมาเช้าขนาดนี้ ข้าพึ่งจะเปิดร้าน รอซักครู่ ขอรับ"
อิงเป่ยเดินดูของที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือประณีต ทำให้อิงเป่ยพอใจเป็นอย่างมาก จึงอยากจะจ้างนายช่างคนนี้มาทำงานให้ตนเอง จึงอยากจะลองชวนดู
เมื่อนายช่างมา ก็มาเรียกให้อิงเป่ยไปดูผลงานที่เขาได้สร้างตามแบบที่ให้ไว้
               "เป็นอย่างไร ขอรับคุณชาย"
               "ข้าไม่คิดว่ามันจะออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้เลยนะ ถูกใจข้าจริงๆแล้ว  นายช่างคิดราคาต่อชิ้นยังไงล่ะ"
          อ่างอาบน้ำ 10ทอง 
          ถังน้ำ 2อัน อย่างละ5ทอง 
          ท่อเล็ก 1 ทอง 5อัน 
          ท่อใหญ่2ทอง 5อัน 
               "ข้าคิดแค่ข้าแรง เพราะวัสดุนั้นเป็นของคุณชาย ขอรับ"
               "ถ้าข้าให้นายช่างไปติดตั้งตามที่ข้าบอกท่าจะคิดเท่าไหร่" 
               "ก็ต้องไปดูสถานที่ก่อน ขอรับ"
               "งั้นเจ้าก็ให้คนมาขนของทั้งหมดนี่แล้วไปพร้อมกันกับข้าเลยก็แล้วกัน เพราะมีอีกหลายอย่างที่ข้าจะให้นายช่างทำ"
               "รอซักครู่ ขอรับ ข้าจะไปบอกให้คนมาขนของพวกนี้ใส่รถลากและปิดร้านชั่วคราว"
          จากนั้นก็มีเด็กชาย 2คน เดินมาพร้อมกับนายช่าง มาช่วยกันขนของที่สั่งทำทั้งหมด ขึ้นรถลาก แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางตระกูลหยาง เมื่อมาถึงหน้าตระกูลหยาง อิงเป่ยก็พาเดินไปด้านข้างตระกูลตรงที่มีการก่อสร้างสำนักนั่นเอง 
               "เอาล่ะ เข้าไปกันได้แล้ว ข้าจะพาท่านไปดูห้องที่ข้าจะทำการติดตั้ง"
               "ที่นี่หรือว่าจะเป็นสำนักใช่ไหมคุณชาย"
               "ใช่แล้ว ข้ากำลังก่อตั้งสำนักขึ้นมาน่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่เสร็จ คงต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย"
                    "ท่านคงไม่รู้ว่าที่ท่านก่อตั้งสำนักขึ้นนั้นได้ทำให้คนธรรมดาอย่างพวกข้ารอคอยเวลาที่สำนักเปิดอย่างเป็นทางการอยู่ตลอดเวลา ต่างก็อยากให้บุตรของตนมาเข้าฝึกฝนที่นี่"
                    "เรื่องนี้ข้าก็พอจะเดาได้อยู่ และข้าอยากให้เมืองนี้แข็งแกร่งขึ้นถึงได้สร้างขึ้นมายังไงล่ะ"
                    "เป็นอย่างนี้นี่เองมิน่าล่ะ"
                    "เอาล่ะ มาถึงละ นี่เป็นห้องอาบน้ำ จึงต้องแยกออกจากตัวตึกให้มาอยู่ในที่โล่งสามารถต่อเติมได้ ของที่ขนมานั่นจะทำการติดตั้งที่นี่ เดี๋ยวข้าจะอธิบายรายละเอียดให้ฟัง"
         "อ่างอาบน้ำนั่นจะอยู่ภายในห้องตรงมุมใดมุมหนึ่ง ซึ่งนำมาวางไว้ที่พื้น จากนั้นก็เจาะรูให้พอดีกับท่อเล็กๆนั่น แล้วทำการดัดให้เป็นรูปแบบนี้" 
          ซึ่งอิงเป่ยก็ได้วาดแบบจำลองการติดตั้งให้นายช่างดู จนถึงวิธีการติดตั้งถังน้ำ2ใบอีกด้วย   เมื่อนายช่างได้เห็นและได้ฟังก็เข้าใจทันที 
               "วางใจได้เลยคุณชาย ถ้ามีแบบจำลองให้ดูขนาดนี้ไหวแน่นอน"
               "นายช่างสนใจจะมาทำงานให้ข้าหรือเปล่า ข้ารับรองความเป็นอยู่ของนายช่างจะดีขึ้นแน่นอน"
               "คุณชายจะจ้างข้าจริงๆหรือ ขอรับ"
               "แน่นอนข้าพูดคำไหนคำนั้น"
               "ข้า กงหยู ยินดีที่ได้ช่วยงานคุณชายแน่นอน ขอรับ"
               "ถ้าอย่างนั้น นี่เป็นค่าจ้างงวดแรกที่ข้าให้" 
                    อิงเป่ยหยิบเงินออกมาจากแหวนมิติ จำนวน 500 ทอง ยื่นให้กับนายช่างกงหยูไป 
               "พรุ่งนี้นายช่างก็เริ่มงานได้เลย"
           
             "ข้าคงต้องไปขนเหล็กดำทมิฬมาไว้เยอะๆแล้วสินะ ไปขอแรงท่านประมุขช่วยดีกว่า" อิงเป่ยคิดในใจ
  
  
     





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #623 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:10
    เป็นการขยายอำนาจไปในตัว ขอบคุณค่ะ
    #623
    0
  2. #138 Looney00 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:55
    ชอบอิงเป่ย
    #138
    0