จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 30 : งานประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

                    การประลองระหว่างแคว้นก็ได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว คือ วันพรุ่งนี้ จึงได้กำหนดให้เวทีการประลองนั้น อยู่ที่ลานกลางเมือง ซึ่งเป็นลานเวทีประลองที่ใช้จัดเป็นประจำ ทุกแคว้นจะมีลานประลองเป็นของตัวเอง โดยราชวงศ์จะกำหนดผู้ชนะจากการประลองเพื่อจัดอันดับแคว้น ซึ่งทุก 5 ปี จะจัด1ครั้งหมุนเวียนกันไป
เมื่อ5ปีที่แล้ว 
อันดับที่ 1 คือ แคว้นมังกรฟ้า
อันดับที่ 2 คือ แคว้นวิหคราชันย์
อันดับที่ 3 คือ แคว้นเต่าทมิฬ
อันดับที่ 4 คือ แคว้นพยัคฆ์เมฆา
           ข้อกำหนด คือ ผู้เข้าประลองต้องอายุไม่เกิน 30 ปี จำกัด 10 คน 
ต่อ 1แคว้น ห้ามฆ่าคู่ประลองเด็ดขาด ยกเว้นทั้ง 2 จะตกลงกันก่อนการประลอง ฝ่ายไหนตายห้ามเอาเรื่องอีกฝ่าย
           
               ส่วนอิงเป่ยเมื่อเดินกลับมาถึงห้องก็ฝึกสกัดเม็ดยาระดับตำนานทันที
สมุนไพรนั้นมีจำนวนจำกัดจะสกัดล้มเหลวมากไม่ได้ อิงเป่ยตั้งใจกับการสกัดครั้งนี้มาก อิงเป่ยนำเตาสกัดเม็ดยาออกมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบกล่องสมุนไพร 5 ชนิดออกมาจากแหวนมิติ  มีผลเพลิงมังกรคราม    ดอกบัวสวรรค์สร้าง       
ผลโลหิตมาร     หญ้าปราณ7ชีพ     หญ้าเกล็ดสีรุ้ง
                    อิงเป่ยนำสมุนไพรทีละอย่างเข้าเตาสกัดเม็ดยา ส่งพลังปราณเข้าเตาสกัดเพื่อหลอมสมุนไพร เมื่อทำการหลอมสมุนไพรทั้ง5ชนิดแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้จะผิดพลาดไม่ได้ จึงต้องใช้สมาธิอย่างมากในการควบแน่นพลังปราณจากสมุนไพรทั้ง5 ให้หลอมเข้าด้วยกัน  แล้วทำการสกัดกลั่นให้ออกมาเป็นเม็ดยา     เม็ดยาที่อิงเป่ยกำลังสกัดคือ เม็ดยาเบิกทางสวรรค์ 
               เมื่อหลอมรวมเป็นหนุ่งเดียวแล้วก็ถึงเวลาบีบอัดให้เป็นเม็ดยา อิงเป่ยค่อยๆใช้พลังควบแน่นภายในเตาสกัดกลั่นอย่างระวังจนก้อนพลังปราณค่อยๆกลายเป็นรูปร่างกลมๆสีครามออกมา ไม่นานการสกัดกลั่นก็จบลง อิงเป่ยสุดลมหายใจเข้าก่อนจะเปิดฝาเตาออกทันที ภายในเตาสกัดมีเม็ดยาสีครามอยู่3เม็ด ส่งกลิ่นหอมจางๆออกมา พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในเม็ดยานั้นสามารถสัมผัสได้เลยว่าเข้มข้นมาก จึงทำการหยิบเม็ดยาออกมาตรวจสอบดู 
อิงเป่ยตื่นตะลึงทันทีเมื่อเม็ดยามีความเข้มข้นถึง8/10ส่วน ถือว่าดีมากสำหรับการสกัดครั้งแรก นี่แสดงให้เห็นว่ามาถูกทาง ขณะที่กำลังชื่นชมผลงานตัวเองอยู่นั้น  ก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา
อี้หลิวได้รับคำสั่งจากท่านประมุขให้มาเรียก อิงเป่ยไปพบ
               "คุณชายเจ้าค่ะท่านประมุข เชิญคุณชายไปพบเจ้าค่ะ"
อิงเป่ยหันมามองอี้หลิ้วก่อนจะถามว่า 
               "ท่านประมุขมีอะไรอย่างนั้นหรอ ถึงให้เจ้ามาเรียกข้ากัน"
               "อี้หลิวไม่ทราบเจ้าค่ะ"
               "ได้สิ ข้าสกัดเม็ดยาเสร็จพอดี ไปกันเถอะ"
เมื่ออิงเป่ยเดินมาถึงห้องโถงก็เห็นประมุขหยางกำลังนั่งรอ
               "ท่านมีอะไรอย่างนั้นรึถึงให้อี้หลิวไปตามข้ามาพบ"
               "ข้าอยากให้คุณชายเข้าร่วมงานประลองประจำปีที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เป็นตัวแทนเมืองพยัคฆ์เมฆาเพื่อจัดอันดับแคว้นในปีนี้"
               "ข้าไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ทางราชวงศ์กับตระกูลอื่นๆน่าจะเข้าร่วมงานนี้ก็น่าจเพียงพอแล้วนิ"
               "นั่นมันก็ใช่  แต่เหตุผลที่ข้าอยากให้ท่านเข้าร่วมนั้นมีเหตุผล เพราะที่ผ่านมาแคว้นพยัคฆ์เมฆามักจะโดนทั้ง3แคว้นนั้น ทำร้ายผู้เข้าประลองของทางเราจนบาดเจ็บสาหัส บางคนถึงกับพิการไปเลยก็มี แต่ทางเราก็ไม่อาจทำอะไรได้จึงได้แต่ทำใจ ข่มขื่น ทุกครั้งที่มีงานประลอง "
               "งั้นแสดงว่าที่แพ้มาตลอดนั่นคงเป็นเพราะไม่มีตระกูลไหนอยากส่งคนของตัวเองไปเจ็บตัวในงานประลองสินะ"
               "อย่างที่คุณชายเข้าใจนั่นล่ะ เพราะถ้าคนในตระกูลได้รับบาดเจ็บจนทำให้ตระกูลอ่อนแอลงคงไม่มียอมแน่นอนถึงแม้จะถูกตราหน้าว่าขี้ขลาดก็ตามที"
               "ข้าเข้าใจละ งั้นข้าขอตัวก่อน ข้ามีสิ่งต้องทำ ข้าขอตัวก่อนนะท่านประมุข"
               "ท่านประมุขท่านให้คุณชายเข้าร่วมงานประลองมันจะดีหรอเจ้าค่ะ"
               "5555!! เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองล่ะวันพรุ่งนี้"
ในป่าลึกหุบเขาอันไกลภายในถ้ำ ราชันย์สัตว์อสูรหลังจากที่พ่ายแพ้การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้ต้องหลบหนีมาไกล เพราะกลัวว่าอิงเป่ยจะออกตามล่าหาตัวมัน จนมาถึงถ้ำแห่งนี้และได้พักฟื้นร่างกาย แต่เพราะได้รับความเสียหายจากดาบเทพมารสะท้านภพทำให้บาดแผลร้ายแรงกว่าที่คิด บริเวณที่โดนปราณจากดาบนั้นจะมีไอความมืดปกคลุมอยู่ยากต่อการรักษา อาจจะใช้เวลาหลายเดือนเลยด้วยซ้ำ
               "ไม่คิดเลยว่ามนุษย์อย่างมันจะมีของที่อันตรายขนาดนี้  ถึงแม้ข้าจะแข็งแกร่งเหมือนก่อนแต่ถ้าเจอดาบนั่นฟันเข้าตรงๆคงไม่อาจจะรับมือได้"
              

                "พวกเจ้าไปสืบข่าวของเจ้าบัดซบนั่นถึงไหนแล้ว"ซางจื่อตะโกนถาม
               "เอ่อ..คือว่า พวกข้าไปสอบถามผู้คนแถวนั้นแล้วแต่ไม่มีใครรู้เลยขอรับคุณชาย"
               "มีอะไรอย่างนั้นหรอ บุตรชายของข้า ถึงได้โมโหขนาดนี้"
               "ก็ไม่มีอะไรมากขอรับ แค่ให้ตามหาคนที่มันทำให้ข้าต้องอับอายต่อผู้คนมากมายก็เท่านั้น"
               "ที่เมืองนี้มีคนกล้าทำให้เจ้าขายหน้าด้วยอย่างนั้นรึ มันเป็นใคร บังอาจมาทำให้บุตรชายข้าอับอายกัน"
               "เอ่อ...มันอายุไม่น่าจะเกิน20ปี เห็นจะได้ มันทำร้ายคนของข้าจนบาดเจ็บสาหัสภายในพริบตา จากนั้นมันก็เดินจากไปอย่างหน้าตาเฉย"
               "หืม..เจ้าสัมผัสพลังปราณมันได้รึเปล่าว่าอยู่ขั้นไหน"
               "ข้าไม่สามารถสัมผัสพลังปราณมันได้เลยท่านพ่อ"
               "ไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่แคว้นนี้จะมีคนหนุ่มที่แข็งแกร่ง เป็นไปไม่ได้แน่นอน" 
               "ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าข้าเจอมัน ข้าจะฆ่ามันให้ได้ "
               "นี่เจ้าบ้าหรือว่าโง่กันแน่ ถ้าเจ้าไม่อาจสัมผัสพลังปราณมันได้ ก็มีอยู่ 2อย่างเท่านั้น คือ คนธรรมดากับคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า เจ้าอยากตายรึไง"
               "แต่ว่ามัน....."
               "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นถ้าเจ้ายังรักชีวิตของเจ้าอย่าไปสู้กับมันเด็ดขาด"
               "ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ"
               เมื่ออิงเป่ยกลับมาถึงห้องก็ทำการสกัดเม็ดยาอีกครั้ง เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องสำเร็จแน่นอน และก็เป็นอย่างที่เขาคิด 
               "สำเร็จ ข้าทำได้แล้ว 555!!"
พอก่อนละกัน ลองทดสอบพลังของเม็ดยาเบิกทางสวรรค์ก่อนละกัน อิงเป่ยเดินไปนั่งลงที่เตียงแล้วหยิบเม็ดยา เต็ม10ส่วนออกมา     แล้วกลืนลงไปทันที
เม็ดยาเริ่มละลายพลังปราณเข้มข้นล้นทะลักออกมาดังพายุร้าย พุ่งพล่านรุนแรง อิงเป่ยรีบทำการดูดซับพลังปราณเหล่านั้นอย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก คิ้วขมวดเข้าหากัน ไม่นึกว่ามันจะรุนแรงถึงเพียงนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ข้าทะลวงขั้นต่อไปได้แน่นอน 
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม พลังปราณที่อิงเป่ยบีบอัดไว้ก็มาถึงจุดสูงสุด จึงทำการทะลวงขั้นในทีเดียว
          "ปัง!!!"เสียงดังติดต่อกัน 5ครั้ง ร่างกายอิงเป่ยรู้สึกเบาหวิว พลังงานแผ่กระจายไปทั่วร่างกายจนรู้สึกสบายใจเหมือนได้เกิดใหม่ ร่างกายได้รับการาร้างให้เหมาะสมกับระดับขั้น ปราณราชันย์ อิงเป่ยนั่งปรับสมดุลของพลังลมปราณอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อพลังมีความเสถียรแล้วจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายทันที 
               "แกร๊ก!! แอ๊ดด!!" อี้หลิวเปิดประตูเข้ามา นำอาหารเย็นมาให้ตามปกติ
               "คุณชายอี้หลิวนำอาหารมาให้เจ้าค่ะ" 
               "เดี๋ยวข้าออกไป รอซักครู่"
เมื่ออิงเป่ยเดินออกมา ก็เห็นอี้หลิวเอาแต่ก้มหน้า จึงถามไปว่า
               "อี้หลิวเจ้าเป็นอะไรไปถึงได้แต่ก้มหน้า ปกติข้าไม่เคยเห็นเจ้าทำเลยนิ"
               "เอ่อ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะคุณชาย"
               "หืม..หน้าเจ้าแดงๆหรือว่าเจ้าไม่สบายกัน เจ้าไปพักผ่อนเถอะ 
               "เจ้าค่ะคุณชาย" 
               "อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนอี้หลิว เจ้านำขวดยา2ขวดนี้ไปให้ท่านประมุขและคุณหนู อย่างละขวดทีนะ ข้างในมียา1เม็ดอยู่ ให้พวกเขาทำการดูดซับซะ"
               "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"
               เมื่อกินอาหารเสร็จอิงเป่ยก็พักผ่อน อี้หลิวได้นำขวดยาไปให้ประมุขและคุณหนู จากนั้นก็กลับมาเก็บจานอาหารกลับออกมาจากห้องของอิงเป่ย
อิงเป่ยนอนหลับอย่างสบายใจ แต่ผิดกับท่านประมุขที่ยังตื่นตะลึงกับสิ่งที่อิงเป่ยนำมามอบให้จนนอนไม่หลับ คิดลังเลใจ ว่าจะทำการกลืนเม็ดยาเลยดีหรือไม่ ถ้ากลืนลงไปจะทันงานประลองพรุ่งนี้รึเปล่า และเดินไปเดินมาจนถึงเช้า
               วันนี้ผู้คนตั้งหน้าตั้งตารอก็มาถึงต่างมุ่งหน้าไปลานประลองทันที 
อิงเป่ยเตรียมตัวเสร็จก็เดินออกจากห้องมา แล้วเดินไปพร้อมกับประมุขหยาง คุณหนูหยางซุยหลิง อี้หลิว เหล่าผู้อาวุโส  ก็เดินมาถึงแล้วเดินไปยังที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้  การมาถึงของตระกูลหยางได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งพลังฝึกตนยังแข็งแกร่งขึ้น แต่ที่ผู้คนตกตะลึงนั้นก็คงจะเป็นอาวุธที่แต่ละคนนำมาด้วย ให้ความรู้สึกอึดอัดกับพลังที่ส่งแรงกดดันออกมา
               "นั่นมันอะไรกันความรู้สึกกดดันที่ออกมาจากอาวุธเหล่านั้น หรือว่าจะเป็นอาวุธระดับจักรพรรดิ์ เป็นไปไม่ได้ แม้แต่ราชวงศ์ยังไม่มีแล้วตระกูลหยางจะมีได้ไงกัน"
ขณะที่กำลังซุบซิบอยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนขึ้น
                  "งานประลองจัดอันดับ เริ่มได้ ณ บัดนี้" 

            ผู้เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ จะต้องทำการประลองกัน ใครแพ้ตกรอบไปทันที ไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้ง
               กรรมการ จะเป็นฝ่ายจากแคว้นมังกรฟ้า ซึ่งเป็นคนจากราชวงศ์ ซึ่งตอนนี้ได้ยืนอยู่กลางเวทีประลองแล้ว 
คู่ที่1   มังกรฟ้าปะทะวิหคราชันย์
                ผลออกมาคือ มังกรฟ้าชนะ
คู่ที่2  เต่าทมิฬปะทะพยัคฆ์เมฆา
               ผลที่ออกมาคือ เต่าทมิฬชนะไปอย่าง่ายดาย
คู่ที่3 วิหคราชันย์ปะทะเต่าทมิฬ 
               ผลที่ออกมาคือ วิหคราชันย์ชนะเฉียดฉิว
ผลการประลองก็แบ่งกันแพ้ชนะมีเสมอบ้างบางครั้ง แต่ที่แพ้มาตลอดคือ พยัคฆ์เมฆานั่นเอง จนทำให้ราชวงศ์ถึงกับหน้าตาหมองคล้ำ นิ่งเงียบ 
               "ฝ่าบาทท่านไม่ต้องกังวลไป ถ้าหากหม่อมฉันคิดถูกจริงๆละก็ แคว้นเราอาจจะชนะก็ได้"
               "หืม...เจ้าพูดอะไรออกมา เจ้าก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรอว่า เราแพ้มาตลอดเลยนะ จะไปชนะได้ยังไง"
               "ต่อไปเป็น มังกรฟ้าปะทะพยัคฆ์เมฆา"
อิงเป่ยที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นมา ก็พบเห็นการปะทะกันบนเวทีปะลอง
ซึ่งคนจากฝ่ายพยัคเมฆาถูกอัดจนเละ สภาพอเนจอนาถอยู่บนเวทีประลอง เมื่ออิงเป่ยมองเห็นชายหนุ่มบนเวทีก็จำได้ ซางจื่อเจ้านี่มันจะทำเกินไปแล้วนะ แล้วทำไมกรรมการไม่ห้ามละ 
               "5555!!" พยัคฆ์เมฆามีปัญญาทำได้แค่นี้รึไงกัน พวกเจ้าส่งที่เหลือลงมาทีเดียวเลยดีกว่าเสียเวลาพวกข้า มีแต่พวกสวะไร้ค้าทั้งนั้น"
               "ฟุบ!!" ร่างของอิงเป่ยหายไปจากที่นั่งแล้วไปปรากฎที่ลานเวทีประลอง
แม้แต่ประมุขที่นั่งข้างๆยังไม่รู้ตัว ถึงแม้อิงเป่ยจะจำกัดพลังไว้ที่ขั้นปฐพี แต่ความเร็วนั้นไม่ได้ลดลงเลย
               "ข้าตัวแทนจากทางพยัคฆ์เมฆา อยากขอคำชี้แนะจากคุณชายได้รึไม่"
       "อ้าวเห้ย! ไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊าน เมื้อกี้ยังนั่งข้างๆข้าอยุ่ไม่ใช่รึไง"
กรรมการก็ยัง งง ว่ามันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม
               "เริ่มประลองได้"
ซางจื่อสัมผัสได้ว่าอิงเป่ยอยู่ขั้นปราณปฐพีก็ยิ้มออกมา 
               "5555!!" ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง มาให้ข้าฆ่าถึงที่เลยนะ"
               "เจ้าก็ยังปากดี อวดเก่งไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ซางจื่อ ข้าอยากรู้จริงๆว่าใครจะตายกันแน่"
ซางจื่อระเบิดพลังขั้นปราณฟ้าออกมา พุ่งเข้าหาอิงเป่ยทันที "หมัดมังกรคลั่ง"
          "ย๊ากกก!!" อิงเป่ยเพียงยื่นฝ่ามือซ้ายออกไปข้างหน้ารับหมัดนั้นไว้ 
          "หมับ!!"แล้วฟาดฝ่ามือขวาตบไปที่หน้า   ด้านขวาของซางจื่อทันที 
          เปรี้ยง!!อิงเป่ยไม่ได้ออกแรงมากจึงทำให้หน้า ซางจื่อปูดบวมขึ้นมา จากนั้นอิงเป่ยปล่อยมือซ้ายจากหมัด แล้วฟาดฝ่ามือซ้ายไปที่หน้าด้านซ้ายอีกที 
          เปรี้ยง!! หน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้เละไปแล้วเลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากปาก ถึงแม้อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ อิงเป่ยเตะเข้าไปที่ท้องของ ซางจื่ออย่างรุนแรงจนทำให้ล้มลงตัวงอ อาเจียนออกมาเป็นเลือดไม่ขาดสาย นอนดิ้นไปดิ้นมา 
               กรรมการดูแลอยากจะเข้าไปยุติการประลองแต่ก้ไม่อาจทำได้ เพราะคู่ต่อสู้นั่นยังไม่หมดสตินั่นเอง 
               อิงเป่ยเดินเข้าไปหาแล้ว เตะซ้ำที่ท้องอีกครั้ง ผัวะ!! ด้วยแรงเตะที่รุนแรงทำให้ ซางจื่อกระเด็นลอยออกจากเวทีการประลองไป นอนหมดสติอยุ่บนพื้น กรรมการเข้าไปตรวจดูสภาพถึงกับหน้าซีดพูดอะไรไม่ออก
บิดาของ ซางจื่อรีบพุ่งทะยานลงมาเพื่อดูบุตรชายตน ก็พบว่าจุดตันเถียนถูกทำลาย ระเบิดพลังขั้นจักรพรรดิ์ออกมา พุ่งเข้าไปหาอิงเป่ย อย่างรวดเร็ว

                              เมื่อคืนเน็ตเจ้ง ใช้ไม่ได้เลย อดแต่งต่อ วันนี้จะพยายามลงให้นะ ถ้าแต่งเสร็จอีกตอน รอต่อไป


     

 
 


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #913 peely555 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 19:51
    อ่านมาเพิ่มพลังด้วยยายังไงมันก็ขัดๆอยู่ดีพยายามจะไม่ใส่ใจแล้วนะตอนก่อนๆบอกว่ามากไปก็จะระเบิดตายร่างกายรับไม่ไหว
    #913
    0
  2. #620 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 13:59
    จบไวมาก ความต่างชั้นมันเยอะ
    #620
    0
  3. #136 Looney00 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:48
    จัดให้พ่อบักน้อยหนักๆๆๆๆด้วยอิเป่ย
    #136
    0
  4. #110 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 15:06
    ถึงเวลาโชว์เทพแล้ว รออยุ่นะค่ะ
    #110
    0
  5. #109 Reezas (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 14:21
    ค้างสิครับ
    #109
    0
  6. #108 serapong (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 13:34
    ขอบคุณครับ รออ่านอยู่นะครับ
    #108
    0
  7. #107 joelamtan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 13:30
    ค้างสิ ขอบคุณครับ
    #107
    0
  8. #106 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 13:18
    มาเร็วๆนะครับ ค้างมากกกก
    #106
    0
  9. #105 1490400068227 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 12:42
    ขอบคุณครับ
    #105
    0
  10. #103 ดูกันยาวๆ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 12:15
    ยำมันให้เละ
    #103
    0
  11. #102 oThe Nighto (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 12:05
    จบบบบ ล้มแน่
    #102
    0