จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 28 : จัดกองกำลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

               "ท่านประมุข ข้าอยากจะให้ท่านเตรียมกำลังคนที่สามารถฝึกฝนได้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เอาไว้ ยิ่งมากยิ่งดี "
อิงเป่ยหันไปทางคุณหนู
               "เอ่อ...นี่คุณหนูท่านจะนิ่งแบบนี้อีกนานไหมครับ ที่ข้าให้ของ2สิ่งนั้นไปก็เพราะจะให้คุณหนูแข็งแกร่งขึ้น จนสามารถดูแลสำนักที่ข้ากำลังจะก่อตั้งขึ้นมา ไม่ใช่แค่คุณหนูหรอกนะที่ข้าจะให้"
               อิงเป่ยหยิบมีดคู่หยินหยาง กับ กระบี่เพลิงทมิฬ ออกมา และตำราวิชาทั้ง2สาย วางลงบนโต๊ะ 
 
          "อี้หลิว ข้าให้เจ้าเลือก อาวุธ 1 อย่าง เจ้าจะเลือกอันไหนก็แล้วแต่เจ้า"
แต่เมื่อมองไปทั้ง2คน นิ่งค้างไปแล้ว จึงทำการเรียก
          "อี้หลิว ข้าถามว่า เจ้าจะเลือกอาวุธชิ้นไหน เจ้าเลือกได้เลย"
เมื่อได้สติก็ได้ตอบออกมาอย่างเกรงๆ
          "เอ่อ.. มันจะดีหรอเจ้าค่ะคุณชายที่ให้ของมีค่ามากขนาดนี้ให้กับอี้หลิว"
          "เจ้าจะคิดมากไปทำไมก็ในเมื่อข้าจะให้ เพื่อให้เจ้าสนับสนุนคุณหนูได้
ข้าไม่ใช่ว่าจะอยู่ที่นี่ตลอด ข้าก็มีที่ที่ข้าจะต้องไปอยู่ จึงต้องให้เจ้าคอยช่วยเหลือ"
          อี้หลิวมองอาวุธทั้ง 2 อย่างอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบมีดคู่หยินหยางขึ้นมา
          "ข้าเลือกมีดคู่เจ้าค่ะคุณชาย" 
         "ถ้าอย่างนั้นกระบี่เพลิงทมิฬนี้จะเป็นของท่าน  ตำราวิชาก็หยิบไปคนละเล่ม"
          "ข้าช่วยได้แค่นี้ล่ะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกท่านเอง ว่าจะแข็งแกร่งขึ้นได้แค่ไหน"
          หยางซุยหลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะดึงกระบี่เสี้ยวจันทราออกดู ซึ่งถูกใจเป็นอย่างมาก ทั้ง2คนก็ไม่ต่างกัน 
          "ข้าหยางฟงขอบใจเจ้ามากที่นำของล้ำค่า ทั้ง 3 นี้มาให้แก่ตระกูลข้า ไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไงดีถึงจะสาสมกับกับที่เจ้ามอบให้"
          "ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องบุญคุณอะไรนั่นหรอก และข้าก็ไม่คิดจะสร้างบุญคุณกับตระกูลท่านอีกด้วย เพราะถ้าวันใดข้าไม่ได้อยู่ที่นี่มันจะช่วยพวกท่านให้ปลอดภัยจากอันตรายในวันข้างหน้าได้"
           "คุณชายที่ว่าไม่อยู่นี่มันอะไรกันเจ้าค่ะ"หยางซุยหลิงถาม 
          "เอ่อ..คือ พวกท่านก็รู้ใช่ไหมว่าข้าไม่ใช่คนของโลกนี้ เมื่อวันที่ข้าสามารถกลับไปที่โลกเดิมได้ตัวตนของข้าก็อาจจะไม่มีอีกต่อไป"
กลับโลกเดิม หยางซุยหลิงถึงกับนิ่งงันทันทีเมื่อได้ยิน 
          "เอ่อ..คือเรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจหรอกนะ ว่าจะกลับได้รึเปล่า จึงพูดไว้ก่อนเท่านั้นเองพรุ่งนี้ข้าอยากให้ท่านเรียกประชุมตระกูลทั้งหมดที่ห้องโถงหน่อยนะ ข้าจะเริ่มสร้างกองกำลังฝึกฝนวิชา แต่ละสายขึ้น ข้าฝากท่านด้วยละกัน
วันนี้ข้าขอพักผ่อนก่อน พวกท่านก็ไปพักผ่อนเถอะ อย่าลืมฝึกวิชาที่ได้รับไปด้วยล่ะ"
               "ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวก่อน" 
               "อี้หลิวเจ้าอยู่คอยดูแลคุณชายละกันนะ"หยางซุยหลิงบอกแก่อี้หลิว
               "ทราบแล้วเจ้าค่ะคุณหนู"
               "เจ้าก็ไปทำตามหน้าที่เถอะ ข้าต้องการพักผ่อนจริงๆ ถ้ามีอะไรเจ้าค่อยมาละกัน"
               อี้หลิว เดินออกจากห้องมาก่อนจะไปเตรียมน้ำชามาไว้ให้อิงเป่ย แล้วก็ไปที่พักของตน
               อิงเป่ยนั่งสมาธิเพื่อสัมผัสพลังธรรมชาติรอบๆตัวเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ของเขาให้สูงขึ้นอีก เมื่อจิตรวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ มันเหมือนกับเราไปอยู่อีกมิติหนึ่งไม่รับรู้สิ่งภายนอกรอบตัวเมื่อเข้าสู่สภาวะนี้ จนไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เมื่ออิงเป่ยลืมตาขึ้นมันก็เป็นเวลาเช้าของวันใหม่ 
               "พลังเวทย์ข้าเพิ่มขึ้นมานิดเดียวเอง ให้ตายสิ"
               "คุณชายเจ้าค่ะ ข้านำอาหารเช้ามาให้เจ้าค่ะ" 
               "วางไว้ที่โต๊ะก่อนละกัน เดี๋ยวข้าไป"
อิงเป่ยเดินออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วถามอี้หลิวว่า
               "ท่านประมุขเรียกประชุมที่ห้องโถงรึยัง ข้ากินอาหารเสร็จก็จะไปเข้าประชุมทันที"
               "หลังจากมื้อเช้าเสร็จก็จะไปรวมกันที่ห้องโถงเจ้าค่ะ"
               "อืม..อย่างนั้นหรอ ข้าเข้าใจล่ะ"
               วันนี้ตระกูลหยางดูวุ่นวายเล็กน้อยเนื่องจากท่านประมุขเรียกประชุมด่วน จึงพากันคิดไปว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น
               "ประมุขเรียกประมชุมด่วนวันนี้เจ้าว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า"
               "ข้าว่าคงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานนี้แน่เลย"
               "ข้าก็ว่าอย่างนั้น"
               "พวกเจ้าเลิกคุยกันได้แล้ว ไปรวมกันที่ห้องโถงเร็วๆเข้า" ผู้อาวุโสหยางอี้ตะโกนสั่งออกไป
               เมื่อผู้คนตระกูลหยางมารวมตัวกันแล้ว ประมุขหยางก็ยังไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมาทำให้ผู้อาวุโสสงสัย
               "ท่านประมุข พวกเขามากันหมดแล้ว ทำไมท่านไม่เริ่มประชุมล่ะ"
               "รอคุณชายอิงเป่ยซักครู่"
               "ท่านประมุขกระบี่ในมือท่านนั่น...มัน..."
               "อย่างที่ท่านคิดนั่นล่ะ !555!!"
               "ท่านได้มันมาอย่างไรท่านประมุข หรือว่าท่านไปปล้นเขามา"
               "ท่านพูดอะไรของท่าน ข้านะหรอปล้นเขา ไม่มีทาง เดี๋ยวพวกท่านก็รู้เอง !!5555!!"
               อิงเป่ยเดินมาพร้อมกับอี้หลิว เข้ามายังห้องโถง ท่านประมุขเห็นก็รีบลุกขึ้น เชิญให้อิงเป่ยไปนั่งข้างๆทันที
               "เอาล่ะในเมืองคุณชายมาแล้วก็เริ่มประชุมได้ เชิญคุณชาย"
          "ข้าขอให้ประมุขเรียกประชุมในวันนี้ ข้ามีเรื่องจะแจ้งนิดหน่อย คือ ข้าจะจัดตั้งกองกำลัง โดยจะให้ผู้อาวุโสทุกคนเป็นคนดูแล คัดเลือก คนที่สนใจ ฝึกวิชา ตามสายที่เลือก ซึ่งมี กระบี่ ดาบ ทวน อาวุธลับ ฝ่ามือ หมัด ธนู 
ข้าจะมีตำราให้ทุกสาย ตำรานั้นจะต้องคัดลอกเอาไปเก็บไว้ให้ที่หอตำรา 
แบ่งเป็นหมวด และข้าจะสร้างสำนักขึ้นมา รับสมัครทุกคนที่อยากจะฝึกตนในทางการต่อสู้ ข้าจะเป็นคนดูแล เท่านั้น พวกท่านสงสัยอะไรไหม"
               "คุณชายท่านเอาจริงอย่างนั้นรึ ขอรับ"
อิงเป่ยหยิบอาวุธระดับเซียนออกมา 5 ชิ้น วางที่โต๊ะด้านข้าง 
               "อาวุธ 5 ชิ้นนี้ สำหรับผู้อาวุโสทั้ง 5 ท่าน และนี่ก็เป็นตำราวิชา 
ทุกสาย ให้ผู้อาวุโสช่วยทำการคัดลอกด้วย"
               "ท่านไปเอาอาวุธเหล่านี้มาจากไหนคุณชาย แม้แต่ตระกูลอื่นๆยังไม่มี แต่ท่านกลับมีตั้งหลายชิ้น"
               "ข้าพึ่งกลับมาจากการสำรวจสถานที่เก่าแก่มาน่ะ เลยได้ติดไม้ติดมือมาก็แค่นั้น   พวกท่านทุกคนก็มีสิทธิ์ได้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ข้ามีไม่พอกับทุกคน ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ข้าจะให้ผู้อาวุโสเป็นคนจัดการ"
               "คุณชายแล้วเรื่องสำนักล่ะ คุณชายจะให้เริ่มตอนไหน"
               "ถ้าเป็นไปได้ ข้าก็อยากให้สร้างเร็วที่สุด ข้าใช้จ่ายข้าจะเป็นคนออกเอง ข้าจะให้ท่านประมุขรับผิดชอบเรื่องนี้ และนี้คือ เงินที่จะใช้ในการสร้างสำนัก ถ้าขาดเกินก็มาบอกข้าได้"
               อิงเป่ยสบัดมือเบาๆ หีบจำนวน10หีบก็ปรากฎลงตรงหน้าของทุกคน และอาวุธระดับมนุษย์ประมาณ150กว่าชิ้น 
               "เอาล่ะ พวกท่านชอบฝึกฝนอะไรก็แยกตัวออกมายืน 7 แถว" 
แถวที่ 1 ฝึกฝนวิชากระบี่
แถวที่ 2 ฝึกฝนวิชาดาบ
แถวที่ 3 ฝึกฝนวิชาทวน
แถวที่ 4 ฝึกฝนวิชาธนู
แถวที่ 5 ฝึกฝนวิชาฝ่ามือ
แถวที่ 6 ฝึกฝนเพลงหมัด
แถวที่ 7 อาวุธลับ
               ผู้คนต่างพากันลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังแถวที่ตนเองต้องการ เมื่อมองดูก็พบว่ามีประมาณ700กว่าคน ถือว่าน้อยมาก คงต้องรอสร้างสำนักเสร็จก่อน ค่อยว่ากันอีกที
               "เมื่อทำการเลือกได้แล้ว ก็เริ่มฝึกกันได้เลยตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ข้าคงต้องขอตัวก่อน ท่านประมุขที่เหลือข้าฝากท่านด้วยละกัน"
               "ไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าจะจัดการต่อเอง เจ้าไปพักผ่อนเถอะ"
               "ท่านประมุข ข้าอยากให้ท่านปิดเรื่องนี้ไว้ห้ามทุกคนนำไปพูดด้านนอกเด็ดขาด เดี๋ยวเรื่องยุ่งๆจะตามมา ข้าไปละ"
                 หลังจากนั้นประมุขหยางก็บริหารทุกอย่างตั้งแต่อิงเป่ยเดินกลับห้องพักไป ถึงแม้จะวุ่นวายนิดหน่อยแต่ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้
               "ผู้อาวุโส พวกท่านก็มาหยิบอาวุธที่พวกท่านชอบได้เลย พวกท่านรู้แล้วสินะ ว่า ข้าได้อาวุธมาจากไหน"
               "ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายคนนี้จะร่ำรวยขนาดนี้ ข้าเกิดมาจนป่านนี้พึ่งเคยได้เห็นนี่ล่ะ"
               "ท่านประมุขท่านทราบระดับพลังของคุณชายท่านนั้นหรือเปล่า ข้าไม่สามารถสัมผัสระดับพลังได้เลย"
               "พวกท่านคิดว่าคนที่ออกไปสำรวจสถานที่อันตรายเพียงคนเดียวจะมีพลังขนาดไหนกันพวกท่านลองนึกดู ถ้าให้ข้าและพวกท่านช่วยกันจะชนะได้รึเปล่าก็ไม่รู้"
               "จริงอย่างที่ท่านประมุขว่า ถ้ามีคุณชายคอยสนับสนุนตระกูลหยางละก็จะแข็งแกร่งกว่าราชวงศ์เสียอีก"
               "เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะไปติดต่อช่างก่อสร้างมาเริ่มสร้างสำนักทันที ข้าแทบจะอดใจไม่ไหวจริงๆที่จะมีสำนักแห่งแรกที่แคว้นของเรา แถมตระกูลหยางเราเป็นคนก่อตั้งอีก พวกท่านคิดว่าไง"
               "ถึงเวลาที่ตระกูลหยางจะผงาดแล้วสินะท่านประมุข"
               "พวกท่านอย่าพึ่งดีใจไป เหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าได้ประมาทเด็ดขาด"
               "พวกท่านก็จัดหาคนมาคัดลอกตำราไว้ และ อย่าลืมฝึกฝนวิชาที่ได้รับด้วยละ ข้าไปล่ะ"
               "ไว้ใจพวกข้าได้เลยท่านประมุข"
               ข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลหยางเริ่มแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ตระกูลอื่นๆกังวลใจอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้านี้ตระกูลหยางได้สกัดเม็ดยาระดับสูงออกมาก็ทำให้กังวงใจว่าตระกูลหยางจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแน่นอน และในตอนนี้็กำลังจะสร้างสถานที่แห่งใหม่ขึ้นอีก หรือว่าตระกูลหยางต้องการจะขยายอำนาจขึ้น จึงได้ส่งคนมาสืบข่าวแต่ก็ยังไม่รู้ถึงจุดประสงค์ 
               การก่อสร้างดำเนินการมาถึงครึ่งทางแล้ว เริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เมื่อมองดูแล้วมันก็คล้ายกับตระกูลหยางอยู่แต่ขนาดสถานที่นั้นใหญ่กว่าหลายเท่า  มีหมู่ตึกหลายแห่งเพิ่มขึ้นมา ตรงกลางหมู่ตึกเหล่านั้นจะมีหนึ่งหลังที่ใหญ่กว่าทั้งหมด 
อิงเป่ยก็มาดูเป็นบางครั้ง 
               "ท่านประมุขการก่อสร้างเป็นยังไงบ้าง"
               "อ้อ ไม่มีปัญหา แต่ก็มีเรื่องให้กังวลอยู่นิดหน่อยเกี่ยวกับข่าวลือ ทำให้มีเหล่าตระกูลกังวลจึงมีการส่งคนมาสืบหาข้อมูลอยู่บ่อยๆ แม้แต่ราชวงศ์ก็ส่งคนมา"
               "เรื่องนี้มันแก้ไม่ยากหรอกท่านประมุข เราก็แค่ประกาศออกไปซะก็สิ้นเรื่อง ว่าตระกูลหยางกำลังจะก่อตั้งสำนักขึ้นมา"
               "งั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน ข้าจะสั่งให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้ เพื่อความสบายใจของเหล่าตระกูลพวกนั้น"
               "นี่มันเพียงเริ่มต้นเท่านั้น ข้ายังจะสร้างอีกหลายสิ่งขึ้นหลังจากนี้ด้วย"  อิงเป่ยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
               หลังจากนั้นตระกูลหยางได้ติดป้ายประกาศขึ้นที่กลางเมืองว่า 
ตระกูลหยางจะทำการก่อตั้งสำนักขึ้นในอีกไม่ช้านี้ และจะทำการรับสมัครทันทีเมื่อทำการเปิดอย่างเป็นทางการ
               ข่าวนี้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงเป็นอย่างมากที่จะมีสำนักก่อตั้งขึ้น ผู้คนต่างพูดคุยกันถึงเรื่องนี้แทบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ความหวังของผู้คนที่ไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้นั้น บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงขึ้นมา ทำให้พวกเขาเหล่านั้นแทบจะอดใจรอกันไม่ไหว บางคนถึงกับมาแอบดูการก่อสร้างสำนักเลยด้วยซ้ำ
เหล่าตระกูลที่เมืองพยัคฆ์เมฆาล้วนแล้วแต่ตกตะลึงไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลหยางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ แม้แต่ราชวงศ์ยังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จึงได้ส่งองครักษ์มาที่ตระกูลหยางทันทีเมื่อรับทราบเรื่องราว
               "ท่านประมุขมีองครักษ์มาพบท่าน ขอรับ"
               "หืม..เจ้าไปเรียกคุณชายอิงเป่ยมาพบข้าที่นี่เลย เจ้าไปเชิญองครักษ์เข้ามาพบได้"
               "ขอรับ ท่านประมุข"
บ่าวรับใช้รีบไปเรียกอิงเป่ยทันที เมื่อรับคำสั่งจากท่านประมุข
               "คุณชาย ท่านประมุขเรียกพบท่านที่ห้องโถง ขอรับ"
               "มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรอ ดูรีบร้อนจัง"
               "เอ่อ..คือ มีองครักษ์มาพบท่านประมุขน่ะสิ ขอรับ"
               "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"
ณ ห้องโถง
               "ข้าไม่นึกเลยว่าองครักษ์จะมาเยี่ยมเยือนตระกูลหยางเช่นนี้"
               "ข้ามาตามคำสั่งของฝ่าบาทให้มาสอบถามเรื่องที่ ตระกูลหยาง จะตั้งสำนัก ขึ้นมา"
               "ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้นั่นเอง แล้วท่านมาต้องการจะทำอะไรล่ะ"
               "ข้าแค่อยากทราบว่าท่านประมุขต้องการจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ก่อสร้าง สำนัก ขึ้นมา"
               "อืม..เรื่องนี้ข้าว่าท่านรอถามคนที่จะก่อตั้งสำนักเองไม่ดีกว่ารึ"
               "หืม..ตระกูลท่านไม่ได้เป็นคนคิดจะก่อตั้งสำนักอย่างนั้นรึ"
               "5555!!! ไม่มีทางอย่างแน่นอน ตระกูลข้าคงไม่มีปัญญาทำได้หรอก พวกท่านน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอ"
               "แล้วใครเป็นคนคิดก่อตั้งสำนักกัน"
               "โอ๊ะ! พูดถึงก็มาพอดี เจ้าลองถามเองก็แล้วกันนะ"














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #853 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:22
    ผมว่าใช้ ฮ่าๆๆๆ มันจะได้อรรธรสมากกว่านะครับมันยังไงๆอยู่่อะครับใช้ ''555555'' อ่ะครับ
    #853
    0
  2. #134 Looney00 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:46
    ยิ่งอ่านยิ่งมันส์สนุกมากๆๆๆ
    #134
    0
  3. #93 ดาบสนิมเขรอะ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 19:51
    ขอบคุณ
    #93
    0
  4. #92 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 18:07
    ท่านโยนข้ให้ข้ารึ 5555+
    #92
    0
  5. #90 joelamtan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 16:23
    ขอบคุณครับ
    #90
    0
  6. #89 cattycall (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 15:37
    ขอบคุณมาก
    #89
    0