จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 11 : เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

          ขณะที่อิงเป่ยกำลังหัวเราะอย่างมีความนั้น ก็มีเสียงเคาะประตู
"ก๊อกๆ! ก๊อกๆ!"
           อิงเป่ยหยุดหัวเราะแล้วเดินไปเปิดประตูทันที ก็พบว่า เป็นประมุขหยางฟงนั่นเองที่มาหา
          "ท่านมาหาข้าเพราะเรื่องที่คุยกันไปเมื่อครั้งนั้นสินะครับ"
          "แน่นอน ข้ามาเพราะเรื่องนี้ล่ะ ซึ่งวิธีถ่ายทอดนั่นสามารถทำได้"
          "งั้นท่านประมุขหยางจะเป็นคนรับหรือจะให้คนอื่นมาแทน จะให้ผมถ่ายทอดก็บอกได้เลยนะครับ"
ประมุขหยางคิดซักพักจึงตอบไปว่า 
ข้าจะเป็นคนรับถ่ายทอดเอง เจ้าสามารถทำได้ตอนนี้เลยหรือไม่
เรื่องนี้ไม่มีปัญหาข้าสามารถทำได้ หลังจากที่คุยกันเสร็จ อิงเป่ยก็นำนิ้วชี้ไปแตะที่หน้าผากของประมุขหยางฟง จากนั้นก็เกิดแสงสีขาวขึ้น 
ความรู้ที่อิงเป่ยมีเกี่ยวกับการสกัดยาระดับมนุษย์และระดับเซียนก็หลั่งไหลเข้าไปในหัวของประมุขหยาง 
          สีหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมาแต่ก็สามารถทนได้ อิงเป่ยนำนิ้วมือออกจากหน้าผากของประมุขหยางทันทีเมื่อเสร็จการถ่ายทอดความรู้ให้ ไม่นานสีหน้าก็กับมาเป็นปกติพักซักพักก็พูดว่า
          "ข้าไม่นึกเลยว่าความรู้ในการสกัดเม็ดยาข่างลำลึกยิ่งนัก กิจการที่ข้ามีอยู่ในตัวเมืองคงต้องไปด้วยดีแน่นอน"
ประมุขหยางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข อิงเป่ยจึงถามประมุขหยางไปว่า
          "ท่านพอจะบอกข้าได้หรือเปล่าว่า ข้าจะไปล่าสัตว์อสูรได้ที่ป่าแถวไหนได้บ้าง" 
               "เจ้าจะออกไปล่าสัตว์อสูรอย่างนั้นรึ! "
               "ใช่แล้ว ผมมีบางอย่างที่ต้องการจะลองนิดหน่อย และอีกอย่างผมต้องการหาเงินด้วย เพราะจะให้ผมพึ่งพาตระกูลท่านตลอดไปคงจะไม่ดี ถ้าท่านเข้าใจความรู้สึกของผมก็แนะนำทีนะครับ"
               ประมุขหยางคิดหนักกับคำขอของอิงเป่ยทันที เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมจึงลังเลอยู่ซักพักแล้วพูดว่า
               "ข้าพอจะแนะนำเจ้าได้แต่ มันเสี่ยงอันตรายมากด้วย ถึงแม้บางเขตจะปลอดภัยแต่ก็ยังมีสัตว์อสูรระดับสูงออกมาในบางครั้ง ถ้าเจ้าจะออกไปล่าสัตว์อสูรข้าจะให้คนติดตามเจ้าไปด้วยดีกว่า เพื่อความปลอดภัย"
               "ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปคนเดียวมันจะรวดเร็วกว่าอีกอย่างผมจะแวะเข้าไปในตัวเมืองด้วยอาจจะมีอะไรให้ผมทำก็ได้"
               "ถ้าอย่างนั้นข้าจะมอบแผนที่ป่าที่เป็นเขตปลอดภัยให้กับเจ้าก็แล้วกัน ซึ่งแผนที่จะแบ่งออกเป็น 3 สี "
               "สีขาว คือ เมือง" 
               "สีเขียว คือ เขตปลอดภัย"
               "สีแดง คือ เขตอันตรายหรือเขตหวงห้าม"
               "ขอบคุณครับ" ข้าจะระวังตัว
               "ว่าแต่เจ้าจะเดินทางวันไหนล่ะ"
               "น่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ครับ"
"ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน "
อิงเป่ยคารวะ และเดินไปส่งประมุขหยางที่หน้าประตูห้อง
          จากนั้นก็ทำการสกัดเม็ดยาทลายฟ้าอีก5ชุด เมื่อเสร็จจากการสกัดเม็ดยา 
อี้หลิว ก็กลับมาถึงพร้อมกับนำอาหารเย็นมาให้อิงเป่ย
               "คุณชาย อี้หลิวนำอาหารเย็นมาให้เจ้าค่ะ"
               "เจ้าเข้ามาได้เลย ไม่ต้องขออนุญาติผมก็ได้"
               "วันนี้เจ้าไปไหนมาอย่างนั้นหรอ ข้าไม่เห็นเจ้าทั้งวัน"
               "อี้หลิวไปในเมืองแทนท่านประมุขหยางเจ้าค่ะ"
               "พอดีเลย ข้าว่าจะบอกเจ้าอยู่พอดีเลยว่า พรุ่งนี้ข้าจะออกสำรวจป่า เพื่อล่าสัตว์อสูร และอาจจะไม่อยู่หลายวัน ข้านั้นไม่มีอะไรจะตอบแทนเจ้าในช่วงที่เจ้าคอยดูแล แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ขอมอบขวดยานี้ให้เจ้า เจ้าจะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่เจ้าเลย แต่ถ้าเจ้าจะฝึกฝนละก็ยานี้สามารถช่วยเจ้าได้"
               จากนั้นอิงเป่ยจึงหยิบขวดยาออกมา 1 ขวด ยื่นส่งให้กับอี้หลิวไป 
               "อี้หลิวไม่กล้ารับของจากคุณชายหรอกเจ้าค่ะ อี้หลิวทำตามหน้าที่เท่านั้น"
               "เจ้าจะปฎิเสธของสิ่งของจากผมทำไมในเมื่อผมเป็นคนให้ เพื่อแทนคำขอบคุณ หรือสิ่งนี้มันไม่มีค่า"
               "ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ"
               "แล้วเจ้าจะปฎิเสธไปทำไมกันเล่า"
               "ทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณมากเจ้าค่ะคุณชาย"
               อิงเป่ยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกินอาหารที่จัดเรียงบนโต๊ะ เมื่อกินอาหารเสร็จ อี้หลิวก็เก็บจานเหล่านั้นไปเก็บ แล้วก็นำกาน้ำชามาให้อีกครั้ง แต่ระหว่างทางก็พบกับคุณหนูหยางกุ้ยเฟยเข้า 
          "คารวะคุณหนูเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีอะไรให้อี้หลิวรับใช้หรือเจ้าค่ะ"
          "เอ่อ...ข้าไม่มีอะไรหรอก เจ้ากำลังจะยกน้ำชาไปให้ใครล่ะ "
          "เอาไปให้คุณชายอิงเป่ยเจ้าค่ะ"
          "งั้นข้าไปด้วย ข้ามีเรื่องจะถามเขาอยู่เหมือนกัน แต่ข้าไม่กล้าไปคุยกับเขากันแค่2คนนะสิ แต่ถ้ามีเจ้าไปด้วยข้าก็ไม่กังวลอะไรแล้วล่ะ"
          "คุณหนูทำไมมองคุณชายอิงเป่ยแบบนั้นล่ะเจ้าค่ะ"
          "ก็ข้ากลัวนิ" 
          "อี้หลิวว่า คุณหนูคิดมากไปแล้วนะเจ้าค่ะ"
          "ตั้งแต่ที่อี้หลิวคอยดูแลคุณชายอิงเป่ยมา คุณชายต่างจากคนอื่นๆมากเลยเจ้าค่ะ"
          "คุณชายอิงเป่ยเขาเป็นคนที่เปิดเผย จริงใจ ไม่ถือตัวด้วยนะเจ้าค่ะ "
          "หืมม ดูเหมือนเจ้าจะชื่นชมเขาจังเลยนะ เจ้าคิดอะไรรึเปล่า "
          "ไม่แน่นอนเจ้าค่ะ อี้หลิวแค่ชื่นชมเท่านั้น"
ทั้ง2 เดินคุยกันมาระหว่างทางจนมาถึงหน้าห้องของอิงเป่ย อี้หลิวผลักประตูเข้าไปทันที ทำให้คุณหนูหยางแปลกใจนิดหน่อย จึงเอ่ยถามอี้หลิวว่า
          "ทำไมเจ้าไม่เคาะประตูก่อนจะเข้าไปล่ะ"
          "เอ่อ คือว่า คุณชายบอกไม่ต้องขออนุญาต ให้อี้หลิวเข้ามาเลยเจ้าค่ะ"
เมื่อทั้ง2เข้ามาถึงก็เจอกับอิงเป่ยที่กำลังเตรียมจะสกัดกลั่นเม็ดยาโอสถพอดี
อิงเป่ยจึงหันห้าไปทางประตูก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมอี้หลิวถึงมากับคุณหนูหยางซุยหลิงกัน 
          "คุณหนูมามีเรื่องอันใดให้ช่วยอย่างนั้นหรือครับ"
          "ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านซักเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะคุณชาย"
          "ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณหนูนั่งก่อน แล้วค่อยคุยกัน มันรกไปนิดนะครับ พอดีว่า ข้ากำลังจะสกัดเม็ดยา คุณหนูคงไม่ว่าอะไร"
          "ข้าก็พอจะดูออกว่าคุณชายกำลังทำอะไร แต่ไม่นึกเลยคุณชายสกัดเม็ดยาได้ด้วย"
          "ฮ่าๆ ข้าก็รู้แค่งูๆปลาๆเท่านั้นครับ ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย"
          "ว่าแต่คุณชายกำลังสกัดเม็ดยาอะไรอยู่อย่างนั้นรึเจ้าค่ะ"
          "อ๋อ ข้ากำลังสกัดกลั่นเม็ดยา หยกตะวัน อยู่ครับ เป็นยาโอสถที่ช่วยเพิ่มพลังปราณให้ผู้ฝึกฝนอย่างมหาศาล"
          "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของยาโอสถนี้มาก่อนเลย แล้วมันอยู่ระดับอะไรหรอเจ้าค่ะ"
        "จะว่าไงดี เจ้าไม่รู้ก็คงไม่แปลก ก็เพราะว่ามันเป็นความลับยังไงล่ะ มีเพียงข้าและบิดาของคุณหนูที่รู้ และข้าเชื่อว่าที่เมืองนี้ก็ไม่น่าจะมีใครรู้เช่นกัน"
               หยางซุยหลิงคิดในใจ บิดาข้าก็รู้ด้วยอย่างนั้นหรอ แล้วท่านรู้ได้ยังไงกันหรือว่าจะเป็นเพราะ....เขา   จากนั้นก็ถามออกไปทันทีว่า
          "แล้วมันมีระดับไหนหรอเจ้าค่ะ"
อิงเป่ยยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบไปว่า
          "ระดับไหนอย่างนั้นหรอ อืมม คงจะเป็นระดับ เซียน ละมั้งนะ"
เมื่อได้ยินคำตอบ ทั้งหยางซุยหลิงและอี้หลิวตัวแข็งค้างไปแล้ว เมื่อได้สติกลับมาทั้ง2ก็มองหน้ากันแล้วอุทานเสียงดังว่า
               "ระดับเซียน!!!" 
               "คุณชายพูดจริงอย่างนั้นหรอเจ้าค่ะ" 
          หยางกุ้ยเฟยถามด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนเผลอเอามือไปจับแขนของอิงเป่ยเขย่าไปมา 
               "เอ่อ ใจเย็นๆครับคุณหนู ท่านจะตื่นเต้นเกินไปหน่อยแล้วนะครับ อิงเป่ยยิ้มและหัวเราะออกมา ฮ่าๆ ฮ่าๆ "
หยางซุยหลิงรีบปล่อยมือจากแขนของอิงเป่ย แล้วกล่าวออกไปว่า
          "ข้าตื่นเต้นเกินไปหน่อย ข้าต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ"
          "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร"  อิงเป่ยตอบออกไป
          "ว่าแต่คุณหนูมีอะไรอย่างนั้นหรอครับ"
          "เอ่อ คือว่า พลังปราณข้าติดอยู่ที่หลอมรวมระดับ 9 มานานหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ซักที ตอนแรกข้านั้นไม่ได้หวังอะไรต่อไปอีกแล้ว แต่มีอยู่วันหนึ่ง ข้าได้เห็นคุณชายไปฝึกวิชาที่ลานฝึก ตอนนั้นพลังปราณคุณชายอยู่ขั้นหลอมรวมปราณ แต่ครั้งแรกที่ข้าเห็นนั้นข้าสัมผัสพลังปราณจากตัวคุณชายไม่ได้เลย แต่วันนี้ที่ได้พบกับพบว่าพลังปราณคุณเพิ่มขึ้นอีก เลยจะมาถามว่าคุณชายทำได้ยังไงกัน"
          อิงเป่ย หยิบขวดยาออกมา 1ขวด แล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วพูดว่า
          "ข้ามียาเม็ดโอสถอยู่ ข้ามอบให้คุณหนูครับ ถึงแม้ข้างในนั้นจะเป็นเพียงระดับมนุษย์ แต่ความเข้มข้นเต็ม10ส่วน น่าจะพอทำให้คุณหนูทะลวงระดับขั้นได้"
               หยางซุยหลิงยืนมือไปหยิบขวดยาด้วยมือที่กำลังสั่น เพราะตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่หยางซุยหลิงได้จับยาโอสถเต็ม10ส่วน แม้แต่ราชวงค์ก็ยังไม่เคยได้เห็น แต่หยางซุยหลิงได้สัมผัสมัน ถ้ามีคนรู้ คงต้องมีคนมากมายออกมาตามหาแทบพลิกแผ่นดินแน่นอน 
          "ข้าหยางซุยหลิงขอบคุณมากๆสำหรับความมีน้ำใจในครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณในครั้งนี้แน่นอน"
          "คุณหนูไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ ที่ข้าให้ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนถือซะว่าเป็นของขวัญก็แล้วกันนะครับ" จากนั้นอิงเป่ยก็หันหน้าไปทางอี้หลิวแล้วบอกกับอี้หลิวว่า 
               "อี้หลิวช่วงที่ข้าไม่อยู่เจ้าก็ไปดูแลคุณหนูก่อนก็แล้วกัน ข้าจะกลับมาเมื่อไหร่คงจะบอกไม่ได้ แต่ซักวันข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกเจ้าอย่างแน่นอน"




  















 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #850 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:03
    หยางกุ้ยเฟยมันเป็นยศนะครับ นี้หยางซุยหลินไปเป็นสนมฮ่องเต้ตอนไหนนิ
    #850
    0
  2. #822 The Killer Princess (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:11
    พูดเหมือนจะออกไปโลกกว้างแล้วเลยเเหะ
    #822
    0
  3. #797 NalinGG (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:26
    บางอย่างก็ไม่ต้องพูดหมดก็ได้มั้ง
    #797
    0
  4. #660 ปากกาผมหมึกหมด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:51
    การพูดหลุดครับๆ มันไม่ใช่ว่าจะเป็นเพราะพึ่งมาโลกใหม่ แต่แมร่งไม่มีสติพอที่จะยับยั้งควบคุมตัวเองได้! บัดซบบ ทนอ่านไปก่อนแล้วกันหวังว่าจะดีขึ้น
    #660
    2
    • #660-1 ปากกาผมหมึกหมด(จากตอนที่ 11)
      22 กรกฎาคม 2560 / 17:51
      ผมด้วย
      #660-1
    • #660-2 mitty1994(จากตอนที่ 11)
      29 กรกฎาคม 2560 / 03:13
      เห็นด้วยอ่ะ ไม่มีสติ คำพูดหลุดๆตลอด ถ้ามีสมองก็จะไม่หลุดทุกคำขนาดนี้ มันต้องมีปรับตัวบ้างแล้ว นี่ไม่มีอะไรเลย
      #660-2
  5. #508 123 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 00:23
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกแปลกๆนะครับ

    จริงๆหยางซุยหลิงไม่น่าถามระดับยากับพระเอกเลยนะครับ

    คือ....ถ้ายามันมีหลายๆระดับ ซัก 5-10 ระดับ แล้วถามนี่จะไม่แปลกอะไร?

    แต่นี่ยามีแค่ 3 ระดับ คือมนุษย์ เซียน ตำนาน?

    แล้วนี่ก็แค่ขั้น2 คือระดับเซียน

    การที่ปฏิกิริยาเป็นตกใจเวอร์แบบนี้ หมายความว่าไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเป็นยาระดับเซียน

    นั่นก็คือ ในหัวคิดว่ามันเป็นแค่ระดับมนุษย์แต่แปลกใจว่าทำไมไม่เคยรู้จัก

    ยิ่งตอนรับยาความเข้มข้นเต็ม10ส่วนแล้วมือยังสั่นซะขนาดนั้น

    หมายความว่า ในเมืองปกติจะมีแต่ยาทั่วๆไป

    คำถามที่หยางซุยหลิงถาม มันน่าจะเป็นเชิงแปลกใจที่ตนไม่เคยได้ยินยาระดับมนุษย์ชื่อนี้มาก่อน หรืออารมณ์ประมาณว่า มันคือยาระดับมนุษย์หรือ ข้าไม่ยักกะเคยได้ยินชื่อนี้เลยประมาณนั้น มากกว่า มาถามเรื่องระดับยาจริงๆ เหมือนรู้ว่ามันไม่ใช่ระดับมนุษย์ยังไงยังงั้น แต่พอเค้าตอบกลับมาดันตกใจซะอย่างงั้น?

    จริงๆถ้าจะถามระดับแบบนี้มันน่าจะมีแยกย่อยระดับขั้นซะหน่อยนะ พวกยาระดับมนุษย์ขั้น1-9อะไรทำนองนั้น แล้วมาถามเรื่องขั้นเรื่องระดับยังดูเมคเซ้นท์มากกว่าเลยนะ

    แบบปกติข้าเคยเห็นขั้น1-5 พอเจอชื่อแปลกๆเลยรู้สึกมันเป็นระดับมนุษย์ขั้นสูงแบบ6-9รึป่าว? แต่พอรู้ว่าจริงมันขั้นเซียนไม่ใช่แค่มนุษย์เลยตกใจเวอร์ อันนี้มันยังดูเมคเซ้นท์มากกว่ามียาแค่3ขั้น แล้วดันมาสงสัยเรื่องระดับ ทั้งๆที่เจอขั้น1 แต่พอเค้าบอกขั้นสองดันตกใจเวอร์เหมือนไม่ได้คาดคิดมาก่อนซะงั้น

    คือ....ถ้าไม่ได้คิดมาก่อนแล้วนึกไงถึงถาม?

    แล้วถ้าอาจคาดเดามาก่อน แทนที่อารมณ์จะเป็นประมาณจริงหรือนี่? แต่ทำไมปฏิกิริยากลับเป็นเหมือนไม่เคยคิดหรือคาดเดาอะไรมาก่อนเลยซะงั้น

    อย่างที่บอกครับ

    คือ...จริงๆมันจะมีแค่3ขั้นแบบไม่แยกย่อยแล้วถามก็ได้นะครับ แต่ถ้าถามระดับแบบนี้มันน่าจะเป็นเชิงสงสัยแล้วว่าไม่ใช่ระดับมนุษย์? พอฟังคำตอบก็น่าจะเป็นเหมือนไม่อยากเชื่อว่ามันจะไม่ใช่จริงๆมากกว่า ทำนองนั้นนะครับ

    แต่พอเป็นแบบนี้แล้วมันทำให้รู้สึกขัดๆน่ะครับ

    อืมม....เหมือนมันไม่ใช่ชอบกล

    พออ่านแล้วก็เลยรู้สึกว่ามันแปลกๆกะคำถามของหยางซุยหลิงน่ะครับ = =''
    #508
    0
  6. #483 Lotte Dittakan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 16:44
    สมควรเรียก ท่าน มากกว่าเจ้า เวลาคุยกับคนอาวุโส หรือมีชนชั้นมากกว่า อย่างเช่น คุยกับคุณหนู ท่านว่าเป็นอย่างไรบ้างขอรับ คุณหนู
    #483
    0
  7. #199 Vampire_killeR (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 15:06
    พูดเหมือนจะไปตายเลยน้อ
    #199
    0
  8. #123 บ้าบอ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 00:28
    จะพูดข้า หรือ ผม เอาซักอย่างเถอะ



    แล้ว. ครับ ไม่ต้องมีก็ได้มั้ง



    อ่านแล้วติดๆขัดๆ
    #123
    1
    • #123-1 Gmgamer(จากตอนที่ 11)
      27 มิถุนายน 2560 / 00:40
      แรกๆก็เป็นแบบนี้ละครับ มันยังไม่ชิน กับคำพูดโลกใหม่
      #123-1
  9. #18 Looney00 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 22:10
    มาบ่อยๆๆๆนะคะไรท์
    #18
    0
  10. #16 anan025371 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:25
    ขอบคุณครับ จะรอต้อไปสนุกมากครับ
    #16
    0