จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 10 : ข้าทำสำเร็จแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

               เมื่อกลับมาถึงห้อง อิงเป่ยก็บอกให้ อี้หลิวไปพักผ่อน ส่วนอิงเป่ยนั้นต้องการที่จะฝึกพลังลมปราณให้เลื่อนระดับอีกครั้ง เพื่อจะได้มีพลังปราณเยอะๆเวลาสกัดเม็ดยาโอสถ แม้ยาที่มีอยู่จะลดประสิทธิภาพลงแต่ก็ยังพอได้อยู่  อิงเป่ยกลืนเม็ดยาทลายฟ้า ที่เหลือ 2เม็ด ลงไปทันที พลังงานระเบิดออกมาจากเม็ดยา 2 เม็ด นั้นช่างมากมายจริงๆ ข้าต้องรีบบีบอัดพลังปราณเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยทะลวงระดับขั้นทีเดียวเลยก็แล้วกัน 
               หลังจากที่บีบอัดพลังปราณอยู่นานก็ถึงขีดจำกัด จากนั้นจึงได้เริ่มต้นทะลวงระดับขั้นทันที จนเกิดเสียงดัง 
    "ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!ปัง!"  ระดับเลื่อนเป็น หลอมรวมปราณระดับ 5 ซึ่งผลยาลดลงมากที่เดียว 2เม็ดได้ 5 ระดับ แต่ก็ช่างมันเถอะ ค่อยฝึกหลังจากสกัดเม็ดยาเต็ม10ส่วนก็ได้ "เห้อ ไม่ว่ายังไง ก็ไม่ชินกับกลิ่นนี้ซะที" อิงเป่ยบ่นเบาๆ
แล้วเดินเข้าห้องอาบน้ำทันที 

ที่ห้องของประมุขหยางฟง 
          หยางฟงกำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ในห้องด้วยหน้าตาเงียบขรึมเหมือนกำลังลังเลใจอะไรอยู่ จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังมา
ก๊อกๆ ก๊อกๆ "เข้ามาได้"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาเมื่อได้ยินคำอนุญาต จากนั้นก็ทำการคารวะ ก่อนจะถามว่า
               "ท่านประมุขมีอะไรให้รับใช้ขอรับ"
               "ตอนนี้เจ้าฝึกฝนไปถึงขั้นไหนแล้วล่ะ หยางเฟย!"
               "ตอนนี้ ข้าฝึกถึงขั้นหลอมรวมปราณ ระดับ 5 แล้ว ขอรับ"
               "โอ้ ถือว่าดีมาก ที่ข้าเรียกเจ้ามาเพราะข้าจะถ่ายทอดวิชาให้"
               "ขอบพระคุณมาก ขอรับ ท่านประมุข"
          หยางฟงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าของ หยางเฟย จากนั้นก็รวบรวมพลังปราณแล้ว แตะไปที่กลางหน้าผากของ หยางเฟยทันที 
          แล้วถ่ายทอดวิชาให้ เมื่อแสงหายไปหยางเฟยก็ปวดหัวแล้วนั่งลงเอามือกุมหัวของตัวเองซักพักความปวดนั้นก็หายไป 
หยางฟงจึงถามไปว่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกผิดปกติหรือไม่
หยางฟงตอบไปว่า
          "ตอนแรกจะปวดหัวนิดหน่อยจากนั้นก็มีวิชาที่ท่านประมุขถ่ายทอดมาปรากฎในหัวของข้า หลังจากนั้นก็หายจากการปวดหัว และไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยท่านประมุข"
ข้าไม่นึกเลยว่ามันจะสำเร็จ หยางฟงคิดในใจ
               "เรื่องนี้เจ้าต้องเก็บเป็นความลับเอาไว้ด้วยละ" 
               "ข้าเข้าใจแล้ว ขอรับ ท่านประมุข"
               "เจ้ากลับไปฝึกฝนต่อเถอะ"
หยางเฟยคารวะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป 
พรุ่งนี้ข้าค่อยไปหา อิงเป่ยก็แล้วกัน หยางฟงคิดก่อนที่จะกลับไปนั่งที่เดิม

               ข้ามาอยู่ที่โลกนี้ได้กี่วันแล้วนะ ที่ข้าอยากรู้ตอนนี้ก็คือ ทำไมหนังสือนั่นถึงมาปรากฎภายใจจิตใจข้ากันละ หรือว่ามันจะหลอมรวมกับข้าตอนที่นำข้ามาที่นี่กัน อิงเป่ยขมวดคิ้วเข้าหากัน อืมม..มันจะมีความลับมากเกินไปแล้วนะเว้ย ถ้ามันพาข้ามาได้มันต้องมีวิธีกลับได้เหมือนกันสิ ข้าจะได้กลับโลกของข้าเมื่อไหร่กันละเนี้ย เห้อ...
อิงเป่ยลุกออกจากถังไม้อาบน้ำแล้ว นำผ้ามาเช็ดตัวเองให้แห่งก่อนจะสวมชุดใหม่
                                   ดังในรูป

               ดูแค่ชุดนะครับ พอดีหาแบบเปล่าๆยากมากเลยเอามาแก้ขัด

               จากนั้นก็เดินมานั่งลงที่เตียงแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยสกัดเม็ดยาต่อ
ค่ำคืนล่วงเลยผ่านไปอย่างช้าๆคล้ายกับเวลาจะหยุดหมุน อิงเป่ยได้มายืนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ทุกอย่าง รอบกายมืดสนิทไปหมด แต่จุดที่อิงเป่ยยืนอยู่นั้นกลับมีแสงสว่างเล็กน้อย จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครเรียกเขา แต่เป็นเสียงที่แผ่วเบามาก ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยหลังจากนั้น อิงเป่ยพยายามกวาดสายตาไปรอบๆแล้ว แต่ก็เจอแต่ความมืดมิด อิงเป่ยร้องตะโกนถาม 
"เจ้าเป็นใคร? เจ้ารู้จักข้าได้ยังไง!"  
           อิงเป่ยร้องตะโกนถามอยู่นานแต่กับไม่ได้ยินเสียงนั่นตอบกลับมาอีกเลย
จากนั้นภาพก็ค่อยๆเลือนลางแล้วก็หายไป อิงเป่ยลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังนอนอยู่บนเตียงที่เดิม ช่างเป็นความฝันที่ประหลาดจริงๆหรือว่ามันจะเกี่ยวกับหนังสือนั่นกัน หรือว่าไม่เกี่ยวกัน ข้าคงจะคิดมากไปเองละมั้ง 
     นี่ก็เช้าแล้ว ออกไปยืดเส้นยืดสายก่อนดีกว่า อิงเป่ยเดินมุ่งหน้าไปที่ลานฝึกฝนวิชา หึหึ ไม่มีใครมาเลยตอนนี้ ขอจัดหนักเลยละกัน
               อิงเป่ยรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่าเท้าแล้วออกแรงกระโดดพุ่งเพียงเล็กน้อยแต่เร็วเร็วเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ฝึกวิชาต่อสู้อีก1วิชา นั่นก็คือ หมัดคลั่งคลื่นสังหาร มันเป็นการรวบรวมพลังปราณไว้ที่หมัดแล้วบีบอัดให้นานที่สุด ยิ่งนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งแรงขึ้นเท่านั้น เมื่อชกออกไปจะเป็นคลื่นพลังเส้นตรงพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ยิ่งเล็กก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่าตัว เหมาะกับการโจมตีระยะไกล ที่ได้ชื่อวิชานี้คงเป็นเพราะว่าใช้พลังปราณน้อยจึงสามารถชกได้รัวๆทั้งซ้ายและขวา   
                 อิงเป่ยฝึกฝนวิชานี้วิชาเดียวอยู่หลายชั่วยามก่อนจะหยุดฝึกฝน 
เพราะสามารถบีดอัดพลังปราณแล้วชกออกไปเพียงเสี้ยววินาที เมื่อตะวันโผล่พ้นขึ้นมา จึงเดินออกจากสนามฝึกฝนกลับห้องพักทันที 
จากนั้นไม่นานก็มีผู้เยาว์จากตระกูลออกมาฝึกฝนตามปกติ กับต้องมาเจอสภาพสนามเละตุ้มเป๊ะ เหมือนมีการต่อสู้อย่างดุเดือดเกิดขึ้น ทำให้ทุกคนตกใจกันไป 
          "นี่มันอารายก๊าน ใครมาทำสนามฝึกเละแบบนี้กันห๊า"
          "ข้าจะรู้ได้ไงกันเล่า เดินมาพร้อมกัน" 
          "เออ นั่นสินะ แล้วเราจะเอายังไงกันดีละวันนี้"
          "จะเอายังไงรึ ก็เก็บกวาดไงถามมาได้"
           "เหอะๆเหอะๆ"
               "ให้มันได้ยังงี้สิ นึกว่าจะได้ฝึกฝนต้องมาเก็บกวาดลาน เห้อ"
               "เจ้าก็หยุดบ่นได้แล้วรีบๆทำเข้า จะได้ฝึกฝนกัน"
               ส่วนตัวการนั้น เมื่อมาถึงห้องก็เข้าไปอาบน้ำสบายใจเฉิบ เมื่อเสร็จธุระ    ส่วนตัวก็ออกมา กินอาหารที่ อี้หลิวนำมาวางให้แล้ว ซึ่งวันนี้ อี้หลิวไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยเพราะต้องเข้าไปในตัวเมือง 
                                                                           ดังในรูปภาพ


               เมื่ออิงเป่ยกินอาหารเสร็จก็นั่งพักเพื่อย่อยอาหารพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาจิบเล็กน้อยอย่างสบายใจ (เจ้าของบ้านหรือผู้อาศัยเนี้ย)
               หลังจากนั้นก็เตรียมตัวที่จะสกัดเม็ดยาให้ได้เต็ม10ส่วนให้ได้วันนี้ เพราะจะได้สกัดเม็ดยาระดับต่อไป แต่มีอีกอย่างที่อิงเป่ยต้องทำก็คือ ไปจับสัตว์อสูรนั่นเอง เมื่อมีพลังปราณและวิชาแล้ว ก็ต้องออกล่าสิ ฮ่าๆ ฮ่าๆ
ยิ่งคิดยิ่งทำให้จิตวิญญาณของนักสำรวจเดือดพล่านขึ้นมาทันที แทบจะอดทนรอไม่ไหวเลยละ แต่ก็ต้องทน
        "เอาล่ะ มาสกัดเม็ดยากันเลย" อิงเป่ยหยิบเตาออกมา พร้อมทั้งสมุนไพรที่ใช้สกัด 3 ชนิด คือ โสมโลหิต ดอกบัวเพลิง หญ้าลิ้นมังกร ทั้ง3นี้มีอายุ300ปี
          จากนั้นจึงหยิบสมุนไพรลงในเตาแล้วบีบอัดพลังปราณลงไปในเตา
จากนั้นก็ควบคุมพลังปราณให้ดี สมุนไพรที่อยู่ในเตาเริ่มหลอมละลายกลายเป็นก้อนพลังปราณทั้ง3แล้วค่อยๆบังคับให้หลอมรวมกันแล้วสกัดออกมาเป็นเม็ดยา
          ครั้งนี้นั้นง่ายกว่าครั้งแรกมากเพราะพลังปราณของอิงเป่ยมีมากขึ้นหลังจากเลื่อนขั้นเป็นหลอมรวมปราณระดับ5 เมื่อเสร็จกระบวนการสกัดกลั่นแล้ว ก็ได้เม็ดยาทลายฟ้าสีเข้มกว่าเดิม 3 เม็ด เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเม็ดยานี้มีอัตราส่วนเต็ม10 ซึ่งถือว่าครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ ข้าทำสำเร็จแล้ว ฮ่าๆ ฮ่าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #835 com23476 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 12:23
    เทพแล้วยังไม่รู้ตัว คนอื่นรู้มีหวังกระอักเลือดแน่สองวันทำได้แล้วเทพสุดๆ
    #835
    0
  2. #821 The Killer Princess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 10:57
    บรรยายกับความคิดน่าจะเว้นลรรทัดหน่อยนะคะ แบบนี้แ่านยากพอตัว
    #821
    0
  3. #697 kik-kik-saranung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:20
    ขอบคุณครับ
    #697
    0
  4. #675 PandorLa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 13:09
    สนุกมากครับ
    #675
    0
  5. #566 「William J. Smith」 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 20:51
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าสมอง ความคิด หรืออะไรหลายๆอย่างอ่อนด๋อยอย่างกับเด็ก7ขวบอ่ะ ถึงแม้การฝึกพลังปลุงยาจะเก่งเวอร์ตามแบบแนวกำลังภายในก็เถอะ แต่สมองนี้ได้แค่เสี่ยวเดียวของพรสรรน์ปลุงยากับฝึกพลัง
    #566
    0
  6. #393 Talipong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:11
    เว้นวรรค นิดนึงก้อดีคับ เหนมันบ่นๆกับตัวเองบ่อยๆ
    #393
    0
  7. #259 [BenMore'Sako] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:04
    สับสนกับประโยคพูดรวมกับประโยคบรรยายอ่ะ
    #259
    0
  8. #15 Looney00 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 14:15
    เมื่อไหร่จะออกท่องยุทธภพ
    #15
    1
    • #15-1 Gmgamer(จากตอนที่ 10)
      15 มิถุนายน 2560 / 16:29
      ใกล้ละครับ ใจเย็นๆ ไม่แต่งแบบขอไปที เลย คิดมากไปหน่อย
      #15-1