[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 31 : Chapter 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,597 ครั้ง
    3 พ.ค. 62


Chapter 31

 

แดนต้องห้ามของเผ่าปีศาจตั้งอยู่บนภูเขาจาวเหยาในแนวเทือกเขาเชว่ซาน ภูเขาจาวเหยาแห่งนี้กว้างใหญ่และมีพืชสมุนไพรในตำนานมากมาย ทว่ามันเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครอาศัยอยู่เหตุเพราะภูเขาจาวเหยาแห่งนี้เป็นอาณาเขตของราชาปีศาจ ราชาปีศาจนั้นหมกมุ่นอยู่แต่กับการบำเพ็ญเพียร อีกทั้งยังไม่ชอบความวุ่นวายดังนั้นจึงมีเพียงเขาเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในภูเขาจาวเหยาแห่งนี้

ทั้งสามมาถึงเชิงเขาจาวเหยา

ราชาจิ้งจอกมองลู่เหิงและพูดย่างลังเล “มีเขตแดนป้องกันที่ถูกวางโดยราชาบนภูเขาจาวเหยาแห่งนี้ ข้าไม่เคยกล้าฝ่าเข้าไปแต่...”

ลู่เหิงเข้าใจความหมายที่นางต้องการจะบอกดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ข้าจะลองดู”

ลู่เหิงกลัวว่าการบำเพ็ญเพียรครึ่งๆ กลางๆ ของตนจะทำให้ชื่อเสียงของราชาปีศาจเสื่อมเสีย ทว่าเมื่อเขาก้าวไปข้างหน้าก็ต้องประหลาดใจ มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีความทรงจำฝังแน่นอยู่ในร่างของเขา พลังปีศาจในตัวเขาเริ่มโคจรไปตามวิถีลึกลับ จากนั้นมือของลู่เหิงก็วาดไปบนอากาศเบาๆ หมอกเบื้องหน้าจางหายไปเผยให้เห็นทัศนียภาพบนภูเขาจาวเหยา

ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ภูเขาจาวเหยาลู่เหิงพลันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังเรียกเขา หลังจากปรึกษาเรื่องความรู้สึกนี้กับซื่อคงและซีซี ทั้งสามก็เดินเข้าไปในส่วนลึกของเขาจาวเหยาตามความรู้สึกของลู่เหิง

สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาคือแดนต้องห้ามของเผ่าปีศาจ เมื่อมองไปที่ประตูหินโบราณขนาดใหญ่ ลู่เหิงพลันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังเรียกเขาที่ด้านหลังประตู

“ข้างหลังประตู” ลู่เหิงพูด

“มีเพียงราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในแดนต้องห้ามได้ ข้าและปรมาจารย์ซื่อคงทำได้เพียงรอตรงนี้” ซีซีพูด

ลู่เหิงพยักหน้าและกำลังจะก้าวออกไปแต่ก็ถูกซื่อคงขวางไว้เสียก่อน

“ทำจิตใจให้สงบและมีสมาธิ มองเข้าไปในทะเลลมปราณจากนั้นก็สัมผัสถึงสิ่งที่อยู่หลังประตูว่ามีสิ่งใดที่แตกต่างออกไปหรือไม่” สัญชาตญาณของปีศาจและการหยั่งรู้มักจะเตือนถึงสิ่งที่เป็นอันตรายล่วงหน้าเสมอ ดังนั้นซื่อคงจึงแนะนำสิ่งที่ควรกระทำแทน

ลู่เหิงพิจารณาคำพูดของซื่อคงครู่หนึ่งและยืนยันว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูหินนั้นไม่เป็นอันตรายและสำคัญกับเขามาก

ลู่เหิงเดินเข้าไปในแดนต้องห้ามพร้อมศพของหมินคนเดียว เขาพบสถานที่ฝังศพของเผ่าจิ้งจอกตามที่ราชาจิ้งจอกกล่าวก่อนจะวางกระดูกของหมินไว้ในนั้น ทันทีที่กระดูกของหมินตกลงไปในที่ที่รายล้อมไปด้วยกระดูกของบรรพบุรุษปีศาจจิ้งจอกที่ยิ่งใหญ่ พลังของกฎฟ้าดินพุ่งขึ้นมาและไม่ช้ามันก็รวมเข้ากับพลังของกฎเกณฑ์รอบๆ แดนต้องห้าม

ต่อมาลู่เหิงคล้ายได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบที่ข้างหู “ขอบคุณมาก”

ตอนนั้นเองในห้วงความคิดลู่เหิงพลันได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแดนต้องห้าม พลังแห่งกฎเกณฑ์ในแดนต้องห้ามของเผ่าปีศาจหล่อเลี้ยงแดนปีศาจทั้งหมดและให้พลังชีวิตแก่เหล่าปีศาจทุกตนในดินแดนแห่งนี้ ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ล้มเหลวในการเลื่อนระดับและตายลงจะกลับสู่แดนต้องห้าม พวกเขาจะคืนพลังแห่งกฎเกณฑ์นั้นกลับสู่แดนต้องห้ามและคอยปกป้องเผ่าปีศาจต่อไป

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

หลังถอนหายใจ ลู่เหิงก็เดินลึกเข้าไปในแดนต้องห้ามอีกครั้ง สุดทางคือแท่นบูชาโบราณที่มีงูสีตัวเล็กอยู่เหนือแท่นหิน งูตัวนี้ดูเหมือนร่างดั้งเดิมของลู่เหิงทุกประการ

ลู่เหิงก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนจะหยุดตรงหน้างูตัวนั้นและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เขาจึงค้นพบว่างูตัวนี้ทำจากหยกสีดำที่ได้รับการแกะสลักอย่างประณีต เกล็ดทุกเกล็ดบนตัวมันดูพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่ลู่เหิงจะคิดว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตในตอนแรกที่เห็น

เมื่อสัมผัสได้ว่ามันคือสิ่งที่กำลังเรียกเขาอยู่ ลู่เหิงก็ยื่นมือออกไป ทันทีที่เขาสัมผัสงูตัวนั้น ดวงตาของมันก็เปล่งประกายก่อนภาพมายาจะปรากฏออกมา

ภาพมายานี้เป็นของชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำสง่างาม เรือนผมสีดำสนิท ผิวขาวซีด คิ้วเรียงตัวอย่างประณีต และท่าทางที่ดูเมินเฉยเล็กน้อยยามมองไปที่ผู้คน เห็นได้ชัดว่านี่เป็นร่างของเขาเองเพียงแต่อายุมากกว่าเล็กน้อย ลู่เหิงกระจ่างในทันที นี่น่าจะเป็นภาพมายาที่ราชาปีศาจทิ้งเอาไว้

“ข้าไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่เข้ามาแต่มันไม่สำคัญหรอก มีเพียงผู้ที่เป็นปีศาจเท่านั้นที่สามารถเข้ามาที่นี่ได้” เงานั้นพูด

ภาพมายาของราชาปีศาจเริ่มอธิบายจุดประสงค์ของงูหยกชิ้นนี้

เมื่อเจิงสัมผัสได้ถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์ของแดนต้องห้าม ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าเขาจะได้รับวิบากกรรมที่ถึงตายได้ และในขณะเดียวกันก็จะเกิดหายนะครั้งใหญ่ต่อเผ่าปีศาจ ราชาปีศาจกลัวว่าหากเขาไม่สามารถมีชีวิตรอดจากวิบากกรรมนั้นไปได้ เผ่าปีศาจจะไม่สามารถปกป้องตนเองจากหายนะได้ ดังนั้นเขาจึงทิ้งการบำเพ็ญเพียรและการหยั่งรู้บางส่วนของตนเองไว้ที่นี่ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตราชาปีศาจที่รับช่วงต่อจะสามารถพัฒนากำลังของตัวเองได้อย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องเผ่าปีศาจต่อไป

หลังจากนั้นภาพมายาในอากาศก็หายไป งูหยกกลายเป็นแสงและเข้ามาในร่างกายของลู่เหิง เนื่องจากเป็นการบำเพ็ญเพียรโดยร่างเดียวกัน ดังนั้นลู่เหิงจึงสามารถดูดซับมันได้โดยไม่รู้สึกถึงอุปสรรคใดๆ

ก่อนที่แท่นบูชาจะหายไป ตรงจุดที่เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่ถูกแทนที่ด้วยงูสีดำตัวหนึ่งซึ่งเกล็ดของมันถูกปกคลุมด้วยหมอกที่เป็นประกาย จากนั้นร่างของงูดำก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งชนกำแพงหิน แต่มันก็ยังโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดลู่เหิงก็ชะลอคลื่นพลังที่ขึ้นๆ ลงๆ ให้ช้าลงเพราะมันอาจทำให้ดินแดนต้องห้ามล่มสลายได้ เขาเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ ระดับการฝึกตนของเขาเริ่มจะเสถียรขึ้น ความแตกต่างระหว่างร่างดั้งเดิมและร่างมนุษย์นั้นไม่ได้แตกต่างกันมาก

เมื่อแสงจางหายไปที่ตรงนั้นก็ไม่มีเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำอีกต่อไป แต่เป็นชายหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำสง่างาม ลู่เหิงนั่งขัดสมาธิรู้สึกได้ถึงพลังที่เต็มเปี่ยม ในที่สุดมรดกของงูปาเสอที่สมบูรณ์ก็หลั่งไหลเข้ามาในความคิดของเขา ตามด้วยการฟื้นฟูตันเถียนของลู่เหิงจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม

เมื่องูปาเสอเติบโตจะตกอยู่ในระยะติดสัด...หมายความว่าไง? ฉับพลันลู่เหิงก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ร่างกายของเขารู้สึกร้อนและมึนงงมากขึ้นเล็กน้อย ลู่เหิงคิดว่ามันเป็นเพราะเขาดูดซับพลังมากเกินไปในระยะเวลาสั้นๆ นี่คือระยะติดสัด? แต่คล้ายว่าจะมีบางอย่างผิดปกติ

หนึ่งวันผ่านไปตั้งแต่ลู่เหิงได้ก้าวเข้าไปในแดนต้องห้าม ราชาจิ้งจอกกังวลเล็กน้อย นางกลัวว่าราชาปีศาจที่ระดับการฝึกตนเสียหายและความจำเสื่อมจะเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากในแดนต้องห้าม

ในทางตรงข้ามซื่อคงกลับยังคงแสดงท่าทีเฉยเมย เนื่องจากเขารู้ว่าลู่เหิงไม่ได้เผชิญหน้ากับอันตรายใดๆ ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นับตั้งแต่พระจันทร์เสี้ยวอันแปลกประหลาดนั้นเข้ามาในร่าง เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงของเขากับจิตใจของลู่เหิง ซื่อคงเริ่มค้นหาความจริงอย่างละเอียดเพราะส่วนมากเมื่ออีกฝ่ายกังวลหรืออารมณ์ไม่มั่นคง เขาจะสามารถรับรู้ถึงมันได้

ฉับพลันความรู้สึกแปลกๆ ก็เกิดขึ้นราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในสภาวะที่จิตใจไม่มั่นคง มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับผู้ฝึกตนที่สภาพอารมณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูของแดนต้องห้าม

เมื่อเห็นการกระทำของซื่อคง ซีซีก็รีบเดินไปที่ประตูเพื่อหยุดอีกฝ่าย “ท่านปรมาจารย์ เขตแดนป้องกันของแดนต้องห้ามอนุญาตเฉพาะราชาปีศาจ...”

นางแทบจะพูดไม่ออกเมื่อเห็นซื่อคงเข้าไปใกล้ประตูแล้วพระจันทร์เสี้ยวปรากฏเหนือร่างของเขา จากนั้นเขตแดนก็ยอมรับเขาอย่างสมบูรณ์

ร่างของซื่อคงหายไปหลังประตู เหลือเพียงซีซีที่ตื่นตะลึง นั่นมันพรของเทพจันทรา ซื่อคงผู้นี้ที่เป็นสหายของราชาปีศาจได้รับการยอมรับจากเทพจันทรางั้นหรือ? ซีซีรู้สึกว่านางต้องนั่งลงเพื่อทำให้ตัวเองสงบ

เดินตามบรรยากาศที่คุ้นเคยเข้ามา ซื่อคงก็พบลู่เหิงในสระน้ำที่ลึกและเย็นเฉียบ เมื่ออยู่ในรูปลักษณ์ผู้ใหญ่เขาดูมีเสน่ห์มากกว่าตอนที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเสียอีก เสื้อคลุมด้านนอกของลู่เหิงจุ่มอยู่ในน้ำ เอี๊ยมตัวในของเขาที่เปียกโชกเผยให้เห็นผิวของเขาเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ผมหลุดลุ่ยและเรือนผมยาวสลวยที่ยุ่งเหยิงบางส่วนก็พาดไปข้างหลัง ผมของเขาเป็นสีดำสนิท ผิวขาวราวกับหยก ริมฝีปากร้อนผ่าวราวกับไฟ

กระทั่งซื่อคงที่ถือตัวและไม่สนใจใครยังรู้สึกตะลึงจนพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนกำลังเจ็บปวดของลู่เหิง ซื่อคงก็ได้สติและก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะจับข้อมือลู่เหิงเพื่อส่งพลังวิญญาณของตนเข้าไปตรวจสอบสภาพของอีกฝ่าย

ในตอนที่นิ้วของซื่อคงกำลังจะวางลงบนข้อมือของลู่เหิง อีกคนก็คว้าหลังมือของเขาและดึงตัวเองออกจากสระน้ำอันเย็นเฉียบ แม้ว่าน้ำในสระจะเย็นทว่าคนที่ร่างกายแนบติดกับซื่อคงกลับร้อนราวกับไฟ

ความจริงลู่เหิงเริ่มหายมึนแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะยังร้อนและเวียนหันอยู่ แต่สติสัมปชัญญะเขาชัดเจนมาก ตั้งแต่ตอนที่ซื่อคงปรากฏตัวที่ขอบสระจนถึงตอนที่ซื่อคงจ้องมองเขาอย่างตื่นตะลึงจากนั้นก็ดึงตัวเองขึ้นมาจากสระ ตลอดทุกการกระทำลู่เหิงมีสติชัดเจน

เขาทำทุกอย่างโดยเจตนา คำพูดของหงเหมยคืนนั้นติดอยู่ในหัวเขามาตลอด ทำไมไม่ลองทำดูล่ะ? ใช่ ทำไมฉันถึงไม่ลองดูสักตั้ง? นี่ไม่ใช่โอกาสที่ดีหรือ?

ซื่อคงถูกลู่เหิงดึงลงมาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ตอนนี้ทั้งสองตกลงไปในสระ ลู่เหิงตวัดตัวมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วและนั่งลงบนเอวของอีกคน ก่อนจะโอบรอบคอซื่อคงและพ่นลมหายใจอย่างแผ่วเบา

ลู่เหิงกำลังเตรียมที่จะทำขั้นต่อไป ทว่าหลังคอของเขากลับถูกฝ่ามือเย็นเฉียบของซื่อคงจับไว้เสียก่อน จากนั้นแรงที่เบาแต่แข็งแรงก็ผลักเขาออก

หลังจากนั้นเขาก็เห็นซื่อคงนั่งขัดสมาธิมือประสานกัน “สงบจิตใจลงเสีย ยามนี้จิตใจของโยมไม่มั่นคง อาตมาจะท่องพระสูตรสำหรับสงบใจให้”

ลู่เหิงที่เห็นสีหน้าสงบนิ่งของนักบวชรูปงามตรงหน้าพลันรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา มันคงยากเกินไปสำหรับเขาที่จะทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรัก บางทีอีกฝ่ายอาจแค่ปฏิบัติต่อเขาในฐานะรุ่นน้องคนหนึ่ง ทว่าต่อมาลู่เหิงก็ต้องโยนความคิดนั้นทิ้งเพราะติ่งหูของซื่อคงที่ขึ้นสีแดงเรื่อกว่าปกติเล็กน้อย

มุมปากของลู่เหิงยกขึ้น ชายคนนี้ไม่ได้สงบอย่างที่เห็นภายนอก

ในแดนต้องห้ามมีเพียงความเงียบเท่านั้น ไม่มีลม ไม่มีเสียง มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกบนหลังคาถ้ำและสาดส่องไปยังสระน้ำเย็นเฉียบเท่านั้น แสงจันทร์นั้นเย็นเช่นเดียวกับสระน้ำที่เย็นเยือก กระนั้นทั้งสองร่างที่แช่อยู่ในนั้นกลับรู้สึกอบอุ่นทั้งๆ ที่อากาศคืนนี้ค่อนข้างเย็น

“เจิง อย่าปล่อยให้สัญชาตญาณอยู่เหนือตนเอง” ซื่อคงผสานฝ่ามือเข้าด้วยกัน ดวงตาจ้องไปที่สระน้ำ น้ำเสียงปราศจากความสั่นไหว

“สัญชาตญาณ?” ลู่เหิงวางแขนลงบนไหล่ซื่อคง ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ข้างหูของอีกคน

“เผ่างูมีช่วงเวลาติดสัดเมื่อต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โยมไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่ยามนี้” กระทั่งในเวลาแบบนี้ซื่อคงก็ยังนิ่งเฉย

“ข้าจะถูกชักนำด้วยสัญชาตญาณได้อย่างไรในเมื่อข้าเป็นปีศาจที่ยิ่งใหญ่? สติของข้าชัดเจนดียามนี้” ลู่เหิงสัมผัสแก้มซื่อคงด้วยความรักใคร่ แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่ง

ซื่อคงปิดตาลงและเริ่มสวดพระธรรมเสียงแผ่ว

“จิตใจยังมั่นคง ร่างกายไม่สั่นไหว?” ลู่เหิงยิ้มบางๆ น้ำเสียงเขาลุ่มลึกและแหบพร่า “ซื่อคง ข้ามีความสุขที่ได้อยู่กับท่าน”

หลังจากนั้นลู่เหิงก็โน้มตัวไปข้างหน้าและจูบลงบนริมฝีปากที่ค่อนข้างเย็นชืดของซื่อคง

นิ้วทั้งสิบของซื่อคงคลายออกเล็กน้อย หัวใจของเขายุ่งเหยิงไปหมด

ลู่เหิงรู้สึกถึงแรงกดอย่างรุนแรงที่หลังศีรษะของตน ริมฝีปากของพวกแนบชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ มือขวาของซื่อคงวางลงบนหลังศีรษะของเขา ในขณะที่มือซ้ายก็โอบรอบเอวเขาไว้

ไม่มีที่ให้ถอยกลับอีกแล้ว

แสงจันทร์ส่องสว่างบนฟากฟ้าหลังหมู่เมฆ ทั้งๆ ที่ไม่มีสายลมอยู่ใกล้สระน้ำ ทว่ากลับมีเสียงคลื่นกระทบผนังสระดังสะท้อนไปทั่วทั้งถ้ำ

คืนนั้นช่างเป็นค่ำคืนที่งดงาม



--------------------------------------------------------------------------

นึกว่าจะแปลไม่เสร็จแล้วววว อยู่ดีๆก็เกิดอาถรรพ์ค่ะทุกคน ตอนกำลังจะถึงบทพีคเท่านั้นแหละไฟดับจ้าาา เรานี่เลิกลั่กเลยแบบกูควรแปลต่อมั้ยวะเนี่ย 555555

แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีแบบ OMG!!!!!! ถึงจะเป็นแค่ฉากแพนกล้องขึ้นท้องฟ้าฉันยังฟินเลยแกกรรรร เราว่าคนแต่งเขาก็คงกลัวบาปเหมือนกันแหละเลยไม่ลงดีเทลให้เรา555555



คำศัพท์

Tarnish = ทำให้เสื่อมเสีย, ทำให้ไม่แวววาว

Ingrain = ฝังแน่น, ย้อมติดสี

Beckon = ส่งสัญญาณเรียกโดยการใช้มือหรือศีรษะ, ผงกศีรษะ, กวักมือเรียก

Intricate = ประณีต, ซับซ้อน

Meticulous = พิถีพิถันมาก

Hindrance = การหยุดยั้ง, สิ่งกีดขวาง

Disseminate = เผยแพร่, กระจายไปสู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.597K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,993 ความคิดเห็น

  1. #6986 Angzaa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 08:14
    วี๊ดดดดด บาปไปทั้งใจ
    #6,986
    0
  2. #6968 Am Realist (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 15:43
    เวลคัมทูนรกกันทั้งหมดเลยจ้า ในใจคือบาปหนาแล้ว แต่หน้าคือร้อนไมหยุด!!
    #6,968
    0
  3. #6923 Poani (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 21:05
    มีเพื่อนแล้วค่ะ ไม่เหงาแน่ๆ สบายใจ
    #6,923
    0
  4. #6910 evethewang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 17:19
    สวัสดีท่านยม
    #6,910
    0
  5. #6886 tuanyien (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 17:18
    อ่ารู้เลยว่าไม่เหงาแล้วล่ะในนรก555555555
    #6,886
    0
  6. #6876 Poppoppop12345 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 16:06
    นรกเต็มแล้วค่ะ ออกไป
    #6,876
    0
  7. #6846 Promise69 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 21:30
    บาปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้วว ห่าเอ้ยยย
    #6,846
    0
  8. #6756 kami-chun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 18:37
    เหล่าคนกดหัวใจทั้งหลายเจอกันในนรกนะคะ จนถึงวันนั้นเราคงได้อาหารตามาจิ้นกันคือท่านยมในนรก
    #6,756
    0
  9. #6739 TaMeKabTaNa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 21:27
    เนี่ยยยย แกกก มันต้องอย่างเนี้ยยยย ไม่มีncก็ฟินได้ เขินเหลือเกินเจ้าค่ะ /มือปั้นข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริกนรก/
    #6,739
    0
  10. #6713 Assanee00 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 14:41
    นิ่งไม่จริงนี่หว่าาาา
    #6,713
    0
  11. #6680 RhongTood (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 21:44
    กี่พันคนนะที่จะไปเจอกันในนรก 55555
    #6,680
    0
  12. #6679 modin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 21:34
    จะฟินแต่ก็กลัวบาปไปด้วย เลือกไม่ถูกเลยค่ะ
    #6,679
    0
  13. #6678 ปรมาจารย์อะมีบา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 20:58
    เจอกันในนรกนะเพื่อนๆ55555ตั๋วvipเลย
    #6,678
    0
  14. #6608 Ferrier (เฟริเรียร์) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 13:07
    ตอนอ่านฉากจูบจบ ไฟที่ห้องเรียนเราก็ดับไปวูบนึงเหมือนกัน นี่ก็เลิ่กลั่กอ่ะว่าอ่านต่อดีไหม

    เอาไว้เจอกันในนรกนะ 5555555+
    #6,608
    0
  15. #6579 aerng_aery (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 23:12
    อ่านไปเลิ่กลั่กไปเอ้..ไหนๆก็บาปแล้วขอให้บาปให้สุดล่ะกัน!!!55558
    #6,579
    0
  16. #6345 mimilkkt (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 14:35
    โอ้ ว้าวววววว

    (⊙.⊙)⁄(⁄ ⁄•⁄ω⁄•⁄ ⁄)⁄
    #6,345
    0
  17. #6340 Bimeing154 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 15:48
    อ้ากกกกก ชั้นกลายเป็นคนบาปหนาแล้ว!! //เลิกลั่กแล้วค่ะ ฮรุก ;-; ในน้ำเลยเหรอคะเนี่ย บะลักบะลักอุกอุก
    #6,340
    0
  18. #6321 Switches (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:47
    ในน้ำเลยจ้าาาา เขิน55555
    #6,321
    0
  19. #6320 Switches (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:47
    ในน้ำเลยจ้าาาา เขิน55555
    #6,320
    0
  20. #6319 Switches (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:47
    ในน้ำเลยจ้าาาา เขิน55555
    #6,319
    0
  21. #6318 Switches (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:47
    ในน้ำเลยจ้าาาา เขิน55555
    #6,318
    0
  22. #6305 Avista (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:30
    แอ้กกกก
    #6,305
    0
  23. #6300 Lin_B (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 23:03
    ว้าวว มีเพื่อนไปลงนรกด้วยกันเยอะแยะเลยย
    #6,300
    0
  24. #6293 capitala2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 06:09
    พระศีลแตกกก กรี๊ดดดดดดดดฟฟดกดอหด้อหเเ่า
    #6,293
    0
  25. #6276 narakjangka (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 16:18
    แค่อ่านก็บาปแล้วเอาจริง55555555
    #6,276
    0