(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 3 : ROOM II : SULK?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 811 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room II

Sulk?

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________


ก๊อกๆๆ

 

เสียงเคาะประตูหนักๆ ที่ค่อนไปทางทุบดังขึ้นด้วยฝีมือของชายหนุ่มร่างสูงผู้หลงรักการนอนหลับเป็นชีวิตจิตใจ หลังจากที่เขาทุบประตูได้ไม่นานประตูบานตรงหน้าของเขาก็เปิดออกโดยชายหนุ่มร่างสูงพอๆ กับเขาอีกคน

 

“อ้าว ไอ้มาร์คมาทำไมวะ” เสียงทุ้มของแจ็คสันเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นานๆ ทีจะโผล่มาเคาะประตูห้องตนสักทีเพราะปกติแล้วจะเป็นเขามากกว่าที่ต้องไปเคาะประตูห้องอีกฝ่ายเพื่อลากออกไปเรียนหนังสือ

 

“รหัส...” คนถูกถามตอบออกมาเบาๆ ทำให้คนที่ถามต้องทวนถามอีกครั้งเนื่องจากได้ยินไม่ถนัดสักเท่าไหร่

 

“ห้ะ อะไรนะ?”

 

“มาตามน้องรหัส” เขาว่าแบบนั้นพร้อมกับเดินแทรกเข้าไปในห้องของเพื่อนสนิทโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยอนุญาติหรือแม้แต่จะเอ่ยขอเข้าไปแม้แต่น้อย

 

“เดี๋ยวสิไอ้มาร์ค” รวมไปถึงไม่สนใจเสียงของแจ็คสันทีร้องเรียกมาจากข้างหลัง เพราะขายาวยังคงก้าวดุ่มๆ ไปหยุดอยู่ที่โซฟาที่มีคนตัวเล็กกำลังนั่งคุยกับเพื่อนของเขาอยู่

 

“รุ่นพี่...” เสียงใสเอ่ยเรียกคนตัวสูงที่ไม่คิดว่าจะมาหยุดยืนตรงหน้าเขาก่อนที่ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นแก้มใสจะพองลมน้อยๆ พร้อมกับหันไปทางอื่น

 

“กลับห้อง” คนตัวสูงพูดต่อแม้ในใจเขาจะไม่เข้าเท่ากับท่าทางของอีกฝ่ายเท่าไหร่นักที่จู่ๆ ก็อมลมเข้าปากแล้วหันไปทางอื่น หากแต่อีกใจนึกก็คิดว่ามันดูน่ารักดี

 

“ผมยังไม่อยากกลับครับ” เสียงหวานที่แอบห้วนกว่าปกติเล็กน้อยตอบกลับไปโดยที่ยังไม่ยอมหันกลับมามองหน้าของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า

 

“แต่ฉันหิวแล้ว” แต่ดูเหมือนว่าถ้อยคำที่ร่างน้อยบอกว่ายังไม่อยากกลับห้องจะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจที่จะพาตัวร่างน้อยกลับไปเลยแม้แต่น้อย ซึ่งคำพูดของร่างสูงนั้นทำให้คนฟังหันขวับกลับมาทันทีอย่างไม่เชื่อหู

 

“แล้วมาบอกผมทำไมเหรอครับ” แบมแบมพยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพราะภาพสายตาที่เขามองมาเมื่อหลายชั่วโมงก่อนกอปรกับน้ำเสียงที่ถามว่าตนทำอาหารเป็นหรือไม่ยังคงติดตาอยู่ไม่จางหายไปไหน

 

“นี่นายความจำเสื่อมเหรอ?”

 

ห้ะ?!

 

และประโยคที่เขาตอบกลับมานั้นทำให้คนตัวเล็กที่มีความเคืองอยู่ตั้งแต่ทีแรกแล้วอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนลืมความเกรงกลัวที่มีต่ออีกฝ่ายเหมือนทุกทีพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อหันหน้าประจันกับคนตัวสูงกว่า

 

“นี่ผมงอนรุ่นพี่ไม่รู้เหรอครับ?”​ แบมแบมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สูงขึ้นกว่าทุกที แก้มใสขึ้นสีระเรื่อเนื่องจากอารมณ์ที่เริ่มพุ่งขึ้นสูงแต่ด้วยใบหน้าหวานที่ออกไปทางน่ารักทำให้คนตัวเล็กดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว

 

“...” ร่างหนาที่ได้ยินประโยคของร่างบางก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมาในที่สุด

 

“ไม่...” สั้นๆ นิ่งๆ ตามสไตล์เจ้าตัวซึ่งนั่นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังเคืองอยู่นั่นชะงักกึกกับคำตอบที่คาดไม่ถึงของพี่รหัสตน

 

“นี่...”

 

ป้าบ

 

ในตอนที่แบมแบมกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาต่อเสียงตบหน้าผากของใครบางคนก็ดังขึ้นดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมองทางต้นเสียงของมัน และเจ้าของเสียงตบหน้าผากนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...หวัง แจ็คสัน ผู้ที่ยืนดูและฟังเหตุการณ์มาตั้งแต่ที่แรก เขาได้ตบหน้าผากของตนทันทีที่ได้ยินคำตอบของเพื่อนสนิทของตนผู้ซึ่งไม่เคยรับรู้เรื่องราวอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

“ไอ้มาร์คมึงเนี่ยนะ...”​ เสียงทุ้มของแจ็คสันพูดออกมาเบาๆ แต่ก็ดังมากพอที่ทำให้ทุกคนได้ยินซึ่งเจ้าของชื่อในประโยคก็หันมาทำหน้าเนือยๆ ใส่เหมือนเป็นเชิงถามว่าตัวเองทำอะไรผิดไป

 

“แบมแบมเราใจเย็นๆ ก่อนนะ ไอ้มาร์คก็เป็นแบบนี้แหละ” คราวนี้แจ็คสันหันไปพูดกับแบมแบมด้วยใบหน้าที่ปลงๆ กับความมึนของเพื่อนตัวเอง

 

“ครับ?” คนที่ถูกบอกให้ใจเย็นเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเพราะไม่เข้าใจเท่าไหร่นักกับคำว่าก็เป็นแบบนี้ของอีกฝ่าย ซึ่งคนเป็นพี่ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะกระซิบกระซาบขยายความให้น้องฟัง

 

“คือแบบนี้นะไอมาร์คน่ะมัน...”

 

หมับ

 

“กลับห้อง” แต่ยังไม่ทันที่แจ็คสันจะได้อธิบายอะไรออกมาให้คนตัวเล็กฟังแบบเป็นชิ้นเป็นอัน มือหนาของคนที่ถูกพูดถึงอยู่ก็ส่งมาพร้อมกับดึงรั้งแขนเล็กให้ก้าวตามไปด้วยกันโดยที่เขาไม่แม้แต่จะหันมาสนใจคนที่ขืนตัวเอาไว้แม้แต่น้อย

 

“รุ่นพี่ครับ!”

 

ปัง!

 

เสียงประตูห้องบานใหญ่ที่ถูกปิดลงหลังจากคนสอนคนเข้ามาข้างในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยที่คนหนึ่งเป็นคนลากและอีกคนเป็นคนถูกลาก...แบบชนิดที่เรียกได้ว่าถูลู่ถูกังกันเลยทีเดียว

 

“งอนเรื่องอะไร” เสียงทุ้มเป็นคนเปิดบทสนทนาก่อนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อต้องใช้ความคิด ขณะที่มองไปที่ใบหน้าหวานของคนที่ตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้กำลังเบือนหน้าหนีไปอีกทางไม่ยอมสบตา

 

“เปล่าครับ ผมก็แค่งี่เง่าไปเอง” แบมแบมเอ่ยแบบนั้นหากแต่ก็ยังคงมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าหล่อคมคายของคนตรงหน้า

 

ก็เพิ่งรู้จักกันทำแบบนี้เรียกว่างี่เง่าใช่ไหมล่ะ

 

ร่างเล็กคิดในใจเพราะถึงแม้เขาจะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าการที่เขาทำแบบนี้กับรุ่นพี่ที่เพิ่งรู้จักกันนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ หากแต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่ากับอีกฝ่ายที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานนั้นทำไมเรื่องเล็กๆ แบบนี้ถึงไม่ยอมปล่อยผ่านและเก็บมาเป็นอารมณ์

 

ราวกับว่าลึกๆ แล้วเจ้าตัวเองไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจตัวเองผิดๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย โดยที่เจ้าตัวนั้นไม่ได้ทันคิดเอะใจหรือทันสังเกตเลยว่าความสำคัญของคนตรงหน้าที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันนั้นมันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าปกติอย่างที่มันควรจะเป็นและยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนานี้ก็เป็นไปในทางที่มากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องไปทีละเล็ก...ทีละน้อย...

 

“พูดมา” แต่เหมือนว่าร่างหนาจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ เพราะเสียงทุ้มนั้นกดลงต่ำกว่าเดิมเหมือนต้องการจะรู้ความจริงให้ได้

 

“ไม่มีอะไรจริงๆ ครับ”

 

“พูด...”​ แม้ว่าร่างน้อยจะคงย้ำว่าไม่มีอะไรแต่เจ้าตัวก็ยังคงย้ำคำเดิมอย่างหนักแน่นซึ่งนั่นทำให้แบมแบมกัดเข้าที่ปากอิ่มของตัวเองเบาๆ เมื่อโดนคาดคั้นเอามากๆ

 

“ผมก็แค่งอนที่รุ่นพี่ทำเหมือนไม่เชื่อใจที่ผมจะทำอาหารก็เท่านั้นเองครับ” แบมแบมพูดออกมาในที่สุดซึ่งคำตอบนั้นทำให้คนตัวสูงนิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดตีกันยุ่งกว่าเดิมเหมือนไม่เข้าใจกับอะไรบางอย่าง

 

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นซักหน่อย” มาร์คพูดออกมาเป็นประโยคยาวๆ ต่างกับทุกทีที่จะประหยัดคำพูดซึ่งคำพูดของเขานั้นทำให้คนตัวเล็กยอมหันหน้ามาสบตาคมอย่างงุนงงปนไม่เข้าใจ

 

“ก็รุ่นพี่...”

 

“ฉันก็แค่สงสัย” เขาว่าแบบนั้นโดยที่ไม่รอให้แบมแบมได้พูดจบประโยค

 

“งั้นเหรอครับ...” แบมแบมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมากเพราะเมื่อเขามองดูจากสีหน้าของพี่รหัสของตนนั้น ดูแล้วไม่มีการล้อเล่นหรือโกหกเลยแม้แต่น้อยซึ่งนั่นทำให้คนตัวเล็กแอบรู้สึกผิดไม่น้อย

 

“ผะ...ผมขอโทษครับที่เข้าใจผิด” เสียงหวานเอ่ยออกไปตรงๆ ตามที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าถ้าหากตัวเองทำอะไรผิดก็ต้องรู้จักกล้าที่จะเอ่ยคำขอโทษ

 

“ไม่เป็นไร มีอะไรก็ถามอย่าเก็บไว้อีกก็พอ” คนตัวสูงว่าแบบนั้นคิ้วเข้มที่ตอนแรกขมวดเข้าหากันคลายกลับมาเป็นดังเดิมก่อนที่เขาจะพูดต่อ

 

“หายงอนแล้วใช่ไหม?”​

 

“เอ่อ...ครับ” ร่างบางตอบแบบอ้อมแอ้มเพราะเหตุมันเกิดเพียงเพราะความงี่เง่าของตนเองล้วนๆ

 

“ดี เพราะฉันหิวแล้ว” มาร์คพยักหน้าลงน้อยๆ ก่อนจะว่าแบบนั้นซึ่งนั่นก็ทำให้แบมแบมเข้าใจความหมายของสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อได้อย่างง่ายได้

 

“เดี๋ยวผมจะรีบไปทำให้นะครับ” ร่างน้อยตอบอย่างแข็งขัน

 

“ขอบใจ” ซึ่งเมื่อร่างหนาได้ยินคำตอบแบบนั้นเขาก็เอ่ยขอบคุณพร้อมกับยกยิ้มน้อยๆ ซึ่งนั่นทำให้คนที่ได้รับต้องชะงักกึกไปเกือบสองถึงสามวินาทีเพราะนี่เป็นรอยยิ้มแรกที่ร่างน้อยได้รับจากอีกฝ่าย ถึงแม้ว่ามันจะดูบางจนเหมือนเป็นแค่การกระตุกยิ้มมุมปากก็ตามที แต่นั่นก็มากพอที่ทำให้ดวงใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปอย่างง่ายดาย...

 

...ถ้าเป็นคนที่เขายิ้มให้บ่อยๆ ได้ก็คงดี...


#รูมเมทมบ


หลังจากวันนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเกือบร่วมสองอาทิตย์ที่ทั้งสองคนได้อยู่ร่วมกันซึ่งนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนนั้นค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ และได้สนิทกันมากขึ้น ยังไงน่ะเหรอ? ก็อย่างเช่น...

 

“รุ่นพี่ครับตื่นเถอะ พี่มีเรียนเช้านะครับ”​ เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับมือเรียวที่ส่งไปจับที่ท่อนแขนแกร่งพร้อมกับเขย่าจนตัวอีกฝ่ายโยนเพื่อจะปลุกเขาที่มีเรียนตอนเช้าให้ตื่นขึ้นมา

 

“...” แน่นอนว่าต่อให้จะมีคนปลุกทุกวันหรือวันละหลายๆ รอบชายหนุ่มร่างหนาคนนี้ก็ยังคงความหลับลึกและปลุกยากไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา

 

ฟึ่บ

 

“รุ่นพี่ครับ!” แบมแบมผู้ซึ่งฝึกวิทยายุทธมาตลอดสองอาทิตย์ในการใช้สกิลปลุกอีกฝ่ายเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับดึงผ้านวมผืนหน้าออกที่มีคนตัวสูงนอนอยู่ข้างใต้ออก

 

ไม่นานหลังจากนั้นมากนักเมื่อความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศตกกระทบเข้ากับผิวของร่างหนาที่ยังคงนอนหลับอุตุอยู่เขาก็ค่อยๆ ขยับตัวน้อยๆ คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันตามประสาคนขี้หนาวที่ถูกปลุกขึ้นมาจากห้วงแห่งนิทรา

 

“รุ่นพี่ครับตื่นได้แล้วนะครับ” เมื่อร่างน้อยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเขาก็พูดต่อพร้อมกับเขย่าตัวร่างหนาอีกครั้งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหลับไปอีกครั้ง

 

“อือ...”​ เสียงทุ้มขานออกมาเบาๆ ที่ไม่รู้ว่าขานรับเพราะเข้าใจหรือแค่ขานส่งๆ ไปเพราะว่าคนที่ถูกปลุกนั้นแค่เพียงปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงไปอีกครั้ง

 

“รุ่นพี่ครับ ถ้าไม่ตื่นตอนนี้ผมจะไม่ทำอาหารเช้าให้กินนะครับ” แบมแบมที่เห็นว่ามาร์คกำลังตั้งท่าจะหลับไปอีกครั้งจึงตัดสินใจใช้ไม้เด็ดที่ตัวเองเพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่วันมานี้...อาหาร

 

“...” ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นไปตามที่คนตัวเล็กคาดการณ์เอาไว้เพราะเปลือกตาสีอ่อนของคนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ฝืนลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับการขยับตัวที่จะลุกขึ้นที่มันเป็นสัญญาณที่ดี

 

และนั่นทำให้คนตัวเล็กยกยิ้มน้อยๆ อย่างดีใจที่ไม่เสียแรงที่เขาอุตส่าเฝ้าสังเกตุอีกฝ่ายว่าจะตื่นนอนเพราะเหตุผลอะไร คำตอบก็คือเวลาอีกฝ่ายหิวที่หากว่าเวลานั้นมาถึงเมื่อไหร่ต่อให้ร่างหนาจะหิวสักแค่ไหนก็จะตื่นขึ้นมาหาอะไรกินแม้จะแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นก็ตามที่น่ะนะ...

 

“ลุกแล้วก็ไปอาบน้ำสิครับ” คนตัวเล็กพูดเมื่อเห็นคนตัวสูงที่ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วหากแต่ก็ยังไม่ยอมลุกลงจากเตียงสักที

 

“อือ...”​ เขาขานรับสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะค่อยๆ ลุกขึ้นจะเตียงแล้วเดินผ่านคนตัวเล็กไปทางห้องน้ำซึ่งเมื่อร่างน้อยเห็นแบบนั้นแล้วจึงเดินหมุนตัวเข้าไปทางครัวขนาดกลางที่มีอยู่ในห้อง

 

“อืมม ทำอะไรดีนะ” เสียงหวานพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อเขาเปิดประตูตู้เย็นและใช้สายตากวาดมองของสดมากมายในที่ตู้ที่ตัวเองเป็นคนซื้อมาใส่ไว้

 

“ข้าวผัดกุ้งละกันง่ายดี” ร่างน้อยว่าแบบนั้นก่อนจะหยิบวัตถุดิบที่ต้องใช้ออกมาวางที่เค้าเตอร์ครัวก่อนจะใช้สะโพกเล็กดันประตูตู้เย็นให้ปิดลงอย่างน่ารัก

 

แบมแบมเริ่มลงมือหั่นพวกต้นหอม แครอท มะเขือเทศและหอมใหญ่อย่างเชี่ยวชาญก่อนที่เขาจะหันไปตั้งกระทะน้ำมันและใส่กระเทียมปั่นหยาบๆ ที่เจ้าตัวปั่นเก็บไว้ลงกระทะหลังจากที่น้ำมันได้ที่แล้วก่อนที่จะใส่วัตถุดิบอื่นๆ ตามลงไปตามลำดับพร้อมกับผัดคลุกเคล้ากันให้ได้ที่ จากนั้นเขาก็ตักข้าวผัดร้อนๆ ที่ผัดเสร็จเรียบร้อยแล้วจากกระทะมาใส่ลงบนจานสองใบที่วางเตรียมเอาไว้แล้วให้เรียบร้อย

 

หลังจากที่คนตัวเล็กจัดการข้าวผัดพวกนั้นลงจานเรียบร้อยแล้วก็ยกสองจานนั้นขึ้นหมายจะเอาไว้จัดวางบนโต๊ะกินข้าวเล็กๆ สำหรับสองคนในห้อง

 

แต่ทว่า...

 

แหมะ

 

“เหวอออออออออ คุณพระคุณเจ้าช่วงลูกช้างด้วยยย!” ในตอนที่เขากำลังจะหมุนตัวนั้นเองจู่ๆ ก็มีน้ำเย็นๆ หยดลงมาที่บ่าขวาของร่างบางทำให้คนที่จิตอ่อนตกใจง่ายที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วสะดุ้งตัวโยนพร้อมกับร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับเตรียมทิ้งของในมืออย่างตกใจ

 

หมับ

 

“ระวัง” แต่ไม่ทันที่จานเหล่านั้นจะตกลงมาแตกให้เสียของเพราะมีความอบอุ่นจากมือหนาที่เข้ามาซ้อนทำข้างใต้มือนิ่มทั้งสองข้างเพื่อช่วยประคองจานพวกนั้นไม่ให้หล่นลงสู้พื้นโลกตามกฎแรงโน้มถ่วง

 

“ระ...รุ่นพี่” แบมแบมเรียกอีกฝ่ายอย่างตะกุกตะกักก่อนที่ดวงตากลมโตจะกระพริบถี่ๆ เหมือนเรียกสติก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองใบที่ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ล้อมกรอบไปด้วยกลุ่มผมสีเข้มที่เปียกชื้นและมีน้ำหยดออกมาจากปลายผมเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวเข้าใจได้ในทันทีว่าน้ำเย็นๆ เมื่อครู่ที่ทำให้ตนเองร้องออกมาแทบไม่เป็นภาษานั้นมาจากอะไร

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า ร้องซะดังเลย” เสียงทุ้มถามออกมาขณะที่มือใหญ่แย่งจานสองใบนั้นไปถือแทนแล้วเดินเอามันไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าว

 

“เปล่าครับ ผมแค่ตกใจนิดหน่อย” ร่างน้อยตอบแบบอ้อมแอ้ม แก้มใสแอบขึ้นสีระเรื่อน้อยๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอุทานอะไรออกไป

 

ดีนะเขาฟังภาษาไทยไม่ออก

 

ร่างน้อยคิดในใจขณะที่เดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวโดยมีร่างหนานั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

“ทำไมรุ่นพี่สระผมเสร็จแล้วไม่เช็ดให้เรียบร้อยก่อนหล่ะครับ” แบมแบมเอ่ยถามคนตัวโตที่ยังคงปล่อยให้หยดน้ำที่ไหลหยดลงมาจากเส้นผมนั้นหยดลงเสื้อยืดแขนสั้นของเขาจนส่วนบ่าเริ่มเปียกชื้นเป็นวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด แต่เช้าของกลับไม่คิดจะสนใจหรือยี่หระใดๆ ทั้งสิ้น

 

“ขี้เกียจ” เหตุผลสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของคนตัวสูงทำให้ร่างน้อยถอนหายใจออกมาน้อยๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ผิดจากที่เขาคาดเอาไว้สักเท่าไหร่เพราะจากการที่เขาได้สังเกตุพี่รหัสของตนมาตลอดร่วมสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ทำให้เขาได้รู้อะไรหลายๆ อย่างและเรื่องความขี้เกียจก็รวมเป็นเรื่องหนึ่งในนั้นเช่นกัน

 

ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เขาสนใจเขาก็จะขี้เกียจไปเสียเกือบทั้งหมด

 

ครืดดด

 

แบมแบมเลื่อนเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งให้ถอยหลังและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้งเพื่อไปหยิบผ้าเช็ดผมสีขาวผืนเล็กของต้นที่ยังไม่ได้ใช้ ก่อนจะเดินกลับมายืนข้างๆ ร่างหนาที่นั่งมองการกระทำของคนตัวเล็กอยู่เงียบๆ

 

“ขออนุญาตนะครับ” เสียงหวานว่าแบบนั้นขณะที่ร่างหนาก็กดหน้าลงน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงตกลง ก่อนที่มือเล็กจะเอาผ้าเช็ดผมผืนนั้นๆ ค่อยๆ เช็ดกลุ่มผมสีเข้มที่ยังคงเปียกชื้นให้คนตัวสูงอย่างเบามือโดยที่เจ้าของกลุ่มผมเหล่านั้นยังคงนั่นนิ่งๆ ให้ร่างเล็กจัดการแบบที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

“...”

 

“ดูสิเสื้อเปียกหมดเลย ไม่กลัวไม่สบายเหรอครับ” แบมแบมพูดออกมาขณะที่มือเรียวยังคงทำหน้าที่เช็ดผมของร่างหนาอย่างไม่หยุดมือ

 

“ไม่” เสียงทุ้มตอบกลับมาสั้นๆ เนือยๆ ตามสไตล์ของเขาซึ่งนั่นทำให้คนตัวเล็กยกยิ้มขึ้นมาบางๆ อย่างเอื้อเอ็นดู

 

เหมือนได้ดูแลเด็กตัวโตๆ อีกคนเลยแฮะ

 

เขาคิดในใจขณะที่ลดผ้าเช็ดผมผืนนั้นที่เริ่มเปียกชื้นผืนนั้นลงหลังจากที่เขาเช็ดจนกลุ่มผมสีเข้มที่เปียกชื่นเริ่มแห้งหมาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ในจังหวะนั้นเองที่เขาลดผ้าเช็ดผมลง ดวงตาใสแจ๋วก็ได้ประสานกับดวงตาคมเข้มที่กำลังฉายแววเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างที่มองขึ้นมาหากันตรงๆ และสายตาที่มองมานิ่งๆ และแฝงแววอะไรบางอย่างของคนที่อายุมากกว่านั้นทำให้ร่างน้อยต้องเสหลบสายตาคม ในหัวของแบมแบมกำลังพยายามตีความถึงสายตานั้นก่อนที่ความคิดนึงจะโผล่เข้ามาในหัว

 

หรือเขาจะไม่พอใจกันนะ?

 

“ผมขอโทษครับ” เมื่อคิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กก็รีบเอ่ยขอโทษออกมาทันทีทันใดซึ่งนั่นทำให้มาร์คขมวดคิ้วเข้าหากันน้อยๆ อย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ร่างน้อยก็เอ่ยขอโทษตน

 

“เรื่องอะไร” เขาถามสั้นๆ ขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังฉายชัดถึงความกังวลอย่างชัดเจน

 

“ที่ผมก้าวก่ายเรื่องของรุ่นพี่มากเกินไปจนน่ารำคาณครับ” แบมแบมว่าแบบนั้นขณะที่เริ่มก้มหน้าเอาคางชิดอก ปากอิ่มถูกขบเม้มด้วยฟันคมทุกครั้งที่กังวล ตื่นเต้นหรือกำลังคิดอะไร เนื่องจากร่างน้อยเป็นคนที่มีนิสัยชอบดูแลคนอื่น พอเห็นคนอื่นทำอะไรไม่เรียบร้อยหรือมีเรื่องอะไรให้ช่วย เจ้าตัวก็จะเดินหน้าเข้าไปช่วยโดยที่บางครั้งอีกฝ่ายไม่ได้ขอร้องเสมอๆ ตามความเคยชิน โดยที่เจ้าตัวก็ลืมนึกไปว่าบางครั้งการกระทำแบบนี้อาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือรำคาณได้เช่นกัน

 

“เปล่า” เขาตอบสั้นๆ อีกครั้งซึ่งนั่นเป็นคำตอบที่ค่อนข้างกำกวมทำให้แบมแบมต้องเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างที่ไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก

 

“ครับ?”

 

“นายไม่น่ารำคาณ” มาร์คพูดขยายความอีกครั้งให้ร่างบางสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นและคำตอบของเขาทำให้ใบหน้าที่ฉายแววกังวลของคนตัวเล็กแปรเปลี่ยนเป็นสดใสและมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

 

และแน่นอนการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ตกอยู่ในสายตาของร่างหนาตั้งแต่แรก ซึ่งคนตัวสูงไม่รู้เลยว่าแวบนึงหัวใจแกร่งได้เต้นสะดุดผิดไปจังหวะนึงโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเหตุเห็นมัน

 

“จริงเหรอครับ” เสียงหวานถามอย่างน่ารักขณะที่ยอมสบตากับตาคมตรงๆ อีกครั้งโดยที่ไม่ก้มหลบแบบเมื่อครู่อีก

 

“อือ”

 

“โล่งอกไปที...ขอบคุณนะครับรุ่นพี่” แบมแบมว่าแบบนั้นก่อนที่รอยยิ้มหวานจะผุดขึ้นมาอีกครั้งเหมือนปกติของเจ้าตัวที่นั่นทำให้คนตัวสูงนิ่งไปเล็กน้อยหลังจากที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นที่ถูกส่งมาให้ตรงๆ

 

น่ารัก...

 

คำๆ นึงสั้นๆ ผุดเข้ามาในหัวของมาร์คก่อนที่มันจะหายไปโดยที่เจ้าตัวไม่คิดจะเอะใจกับมันว่าปกติแล้วตัวเองไม่เคยชมหรือคิดใครว่าน่ารักมาก่อน

 

ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มก็ไม่ทันได้เอะใจถึงการเปลี่ยนแปลงของตนที่ยอมให้เด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันของตัวเองอย่างช้าๆ ที่มันกำลังจะก่อตัวกลายเป็นความเคยชิน...

 

 

ความเคยชินที่เขารู้สึกดีที่จะมีมัน


#รูมเมทมบ


“วันนี้รุ่นพี่เลิกสี่โมงใช่ไหมครับ” เสียงหวานเอ่ยถามพี่รหัสของตนในขณะที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังต่อแถวเพื่อรอขึ้นรถรางของมหาลัยที่ป้ายข้างหน้าหอพัก

 

“อือ” คนถูกถามก้มหน้าลงมามองคนตัวเล็กกว่าแล้วขานตอบสั้นๆ ขณะที่เบือนหน้าหนีไปปิดปากหาวหวอดๆ เหมือนคนนอนไม่อิ่ม แม้ในความจริงแล้วเขาจะนอนมาแล้วเกือบสิบห้าชั่วโมงก็ตามที

 

“ถ้างั้นเย็นนี้เราไปทานข้าวร้าน KRY กันไหมครับ ผมได้ยินเพื่อนเขาคุยกันว่าที่นั่นอาหารไทยอร่อย” ร่างน้อยพูดต่ออย่างกระตือรื้อร้นขณะที่มือเล็กเอื้อมไปจับที่มือหนาที่เขาปล่อยวางข้างตัวมาเขย่าน้อยๆ เหมือนออดอ้อน

 

“...”​ ซึ่งเจ้าของมือใหญ่ก็มองการกระทำนั้นนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

“นะครับนะนะ พวกเพื่อนผมไม่ยอมไปด้วยเพราะบอกว่าคนเยอะ แต่ผมอยากไปกินนี่นา” เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร มือนิ่มที่ตอนแรกเพียงแค่เอื้อมมือไปจับมือใหญ่แล้วเขย่าเปลี่ยนเป็นยกมือของพี่รหัสตนมากุมไว้หลวมๆ ระดับอกของเขา พร้อมกับพยายามส่งสายตาออดอ้อนราวกับเด็กน้อยที่ขอให้พี่ชายซื้อขนมให้

 

ไม่...

 

คำตอบนึงผุดขึ้นมาในหัวของมาร์คเมื่อเขาได้ยินว่าจุดหมายปลายทางที่ร่างน้อยปรารถนาอยากจะไปนั้นคนเยอะ เพราะเดิมทีแล้วนิสัยของร่างหนานั้นเกลียดความพลุกพล่าน วุ่นวาย จอกแจ้กจอแจของผู้คน เพราะแบบนั้นเขาจึงพยายามเลี่ยงที่จะไม่โผล่ไปไหนที่มีผู้คนมากมายถ้าหากไม่จำเป็น

 

“มะ...” เสียงทุ้มเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ หากแต่ในตอนที่เขาเอ่ยไปได้แค่เพียงครึ่งคำนั้นเสียงหวานก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้งเสียงก่อน

 

“นะครับรุ่นพี่...” แบมแบมเอ่ยออกมาอีกครั้งพร้อมกับช้อนสายตาที่หวานซึ้ง ปากอิ่มที่มักจะแย้มยิ้มอยู่เสมอเริ่มงองุ้มเข้าหากันอย่างน่ารักเมื่อได้ยินเหมือนว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธตน

 

“...”

 

“...” ทั้งสองคนต่างคนต่างเงียบ หนึ่งคนกำลังมองคนตัวเล็กกว่านิ่งๆ เหมือนดั่งเช่นปกติ หากแต่ในใจของเขามีบางสิ่งเข้ามารบกวนที่ทำให้เจ้าของของมันไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธอะไรออกไปได้ ส่วนทางด้านอีกคนก็พยายามส่งสายตาอ้อนวอนประหนึ่งลูกแมวตัวน้อยๆ ที่ออดอ้อนเจ้าของ

 

“อืม” สุดท้ายหลังจากผ่านไปเกือบครึ่งนาทีเสียงทุ้มก็ขานออกมาจากลำคอเบาๆ ที่มีความหมายว่าตกลง นั่นทำให้คนที่รอฟังคำตอบแย้มยิ้มออกมาอีกครั้งพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นมากำหลวมๆ กลางอากาศแสดงท่าทีดีใจ

 

“เย้!~”

 

อะไรจะดีใจขนาดนั้น

 

ร่างหนาคิดในใจขณะที่สายตาคมยังจับจ้องไปที่ร่างน้อยที่กำลังแสดงท่าทางดีใจประหนึ่งถูกรางวัลยังไงยังงั้น

 

“ว่าแต่พวกเราจะไปยังไงดีครับ รถรางมหาลัยมันไปถึงแค่หน้าโซน” แบมแบมถามพี่รหัสเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้อีกเรื่องนึงคือเรื่องการเดินทาง จริงอยู่ที่ว่ามหาลัยของพวกเขามีรถรางหลายสายวิ่งวนไปตามโซนต่างๆ ของเกาะแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโซนร้านอาหาร โซนเสื้อผ้า โซนภูเขา ฯลฯ (ดูอลังการล่ะสิ หึ - ไรท์) หากแต่มันก็จะจอดลงเพียงข้างหน้าโซนเหล่านั้นเท่านั้น

 

ถ้าต้องการเข้าไปลึกกว่านั้นก็ต้องเดิน ไม่ก็ขับรถส่วนตัว แต่ในกรณีหลังยังใช้กับคนตัวเล็กไม่ได้เพราะเขาไม่มีรถแล้วหนึ่ง แถมยังขับไม่เป็นอีกต่างหาก ดังนั้นกรณีนี้ต้องตัดไป

 

“เลิกกี่โมง” มาร์คถามขึ้นมาซึ่งนั่นทำให้แบมแบมแอบแสดงใบหน้างุนงงเล็กน้อยเพราะจู่ๆ อีกฝ่ายก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หากแต่จากประสบการณ์ตลอดเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาของร่างน้อยที่ได้คุยกับปรับตัวเข้าหาอีกฝ่ายแล้วทำให้สมองสามารถประมวลผลสิ่งที่เขาหมายถึงได้ในครู่ต่อมา

 

“สี่โมงเหมือนกันครับ” แบมแบมว่าจบมาร์คก็พยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงรับรู้

 

“เลิกแล้วรอหน้าตึก” เสียงทุ้มว่าแบบนั้นและเป็นจังหวะเดียวกับรถรางสายที่วิ่งผ่านคณะของพวกเขามาพอดีทำให้ทั้งสองคนต้องรีบเดินไปขึ้นรถรางคันนั้นทันที

 

เลิกเรียน

 

“แบมแบ๊มมม นยองงงงง เลิกเรียนแล้วไปกินไอติมกันนน” เสียงของยองแจดังขึ้นหลังจากที่อาจารย์บอกเลิกคลาสทำให้เพื่อนร่วมคลาสหลายคนหันมามองทางพวกเขาเป็นตาเดียว

 

“เบาๆ สิ ยองแจคนอื่นเขามองหมดแล้ว” จินยองเอ็ดเพื่อนสนิทเบาๆ ขณะที่ส่งยิ้มเจื่อนๆ เหมือนขอโทษกลายๆ ไปให้เพื่อนร่วมห้องคนอื่นพลางเก็บชีทที่เรียนกับพวกเครื่องเขียนเข้ากระเป๋า

 

“อะๆ ลืมตัว สรุปไปมะ” ยองแจเอามือปิดปากตัวเองน้อยๆ เมื่อโดนเพื่อนที่ดุประหนึ่งคุณแม่เอ่ยปราม ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงจุดประสงค์ของตัวเองอีกครั้ง

 

“อืม ก็ได้นะ แบมหล่ะว่าไง” จินยองพยักหน้าหงึกหงักและเอ่ยตกลงก่อนจะหันไปถามเพื่อนสนิทหน้าหวานอีกคนที่เพิ่งเก็บของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย

 

“งือ แบมก็อยากไปนะ แต่แบมนัดรุ่นพี่ไปร้าน KRY แล้วอ่า” ร่างบางตอบเสียงอ่อนอ่อยเมื่อพบว่าตนไม่สามารถไปกินไอศกรีมกับเพื่อนได้

 

“รุ่นพี่? หมายถึงพี่รหัสนายน่ะนะ” จินยองถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก

 

“อื้อ พวกนายจะไปด้วยกันไหมหล่ะ” แบมแบมเอ่ยชวนอีกครั้งแม้ในใจจะรู้ว่าเพื่อนต้องปฏิเสธแน่ๆ แต่เจ้าตัวก็ยังคงลองถามอีกครั้ง

 

“โหยย ร้านนั้นคนอย่างเยอะอ่ะ ไม่ไหวหรอก” ยองแจตอบขึ้นมาทันทีเพราะเจ้าตัวไม่ชอบไปในที่ที่มีคนเยอะๆ หรือแออัดเบียดเสียดกัน ไม่ใช่เพราะไม่อยากไปกับเพื่อน หากแต่เจ้าตัวนั้นจะรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเวลาไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะมากๆ เขาเลยพยายามเลี่ยงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

 

“นั่นสินะ...” แบมแบมพยักหน้าน้อยๆ อย่างเข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริงของเพื่อน

 

“เอาแบบนี้ดีไหม แบมกินข้าวกับพี่รหัสนายเสร็จก็ส่งข้อความมาหาพวกเราแล้วค่อยออกไปกินไอติมด้วยกัน ยองแจว่าไง” จินยองเสนอขึ้นมาเมื่อเห็นเพื่อนตัวเล็กพยักหน้าอย่างหงอยๆ

 

“เอาสิ” ซึ่งยองแจก็ตอบรับความคิดนั้นทันทีอย่างเห็นด้วย

 

“จะดีเหรอ พวกนายสองคนอาจต้องรอนานเลยนะ” แบมแบมถามเพื่อนสนิทอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นักเพราะร้านที่ร่างน้อยจะไปทานข้าวเย็นนั้นมีคนไปเยอะแถมต้องรอนานอีกต่างหากกว่าจะได้กิน

 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันกับจินยองไปเดินเล่นโซนเสื้อผ้ารอก่อน แบมใกล้เสร็จแล้วก็ส่งข้อความมา” ยองแจโบกมือไปมากลางอากาศก่อนที่จะเอ่ยย้ำอีกครั้งเพื่อให้เพื่อนจอมคิดมากของตนสบายใจโดยมีจินยองพยักหน้าหงึกหงักอยู่ข้างๆ อย่างเห็นด้วย

 

“เอางั้นก็ได้”

 

“ว่าแต่แบมไปยังไงอะ รถรางมันจอดแค่หน้าโซนไม่ใช่เหรอ ได้ข่าวว่าเดินเข้าไปลึกเหมือนกันนี่” จินยองเอ่ยถามขึ้นมาอย่างคนขี้เป็นห่วง

 

“ไม่รู้อ่า รุ่นพี่บอกว่าเลิกเรียนให้รอหน้าตึก...”

 

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...หน้าตึกเหรอ...?

 

“เห้ยยยยย! กี่โมงแล้วเนี่ย” แบมแบมร้องออกมาเสียงดังชนิดที่ว่าทำให้เพื่อนทั้งสองแอบสะดุ้งน้อยๆ ด้วยความตกใจขณะที่เจ้าของเสียงร้องรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อกดดูเวลา

 

04:20 PM

 

“เอ่อ แบมเป็นอะไรหรือเปล่า” จินยองถามอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่นักเพราะจู่เพื่อนร่างน้อยตรงหน้าของเขาก็ร้องออกมาแบบตกใจแรงมากๆ

 

“แบมต้องรีบไปแล้ว รุ่นพี่นัดไว้ที่หน้าตึกอ่ะ แล้วเจอกันนะ” เสียงหวานเอ่ยระรัว พอว่าจบร่างเล็กก็รีบวิ่งออกจากห้องเรียนไปทันทีด้วยความรวดเร็ว ทิ้งไว้ให้เพื่อนสนิททั้งสองคนหันมามองหน้ากันตาปริบๆ อย่างงงแบบไม่งงแต่ก็เหมือนจะงง

 

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบลมหายใจที่ถี่กระชั้นของแบมแบมที่เพิ่งวิ่งลงมาจากชั้นห้าด้วยความรวดเร็วเพราะเวลาเลิกเรียนแบบนี้ทำให้มีคนใช้ลิฟต์เยอะ ด้วยเหตุนั้นการวิ่งลงมาทางบันไดจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและเหนื่อยกว่ามากเช่นกัน

 

“อยู่ไหนเนี่ยหรือว่าเขาจะไม่รอแล้วกลับไปแล้ว” ดวงตากลมโตกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณหน้าตึกหากแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของพี่รหัสของตนเลยแม้แต่น้อย จะเห็นก็เพียงรถยนต์คันหรูที่จอดสตาร์ทนิ่งสนิทอยู่เหมือนรอใครบางคน

 

“บ้าน่า ไม่น่าใช่หรอก” แบมแบมบอกตัวเองเบาๆ เพราะแวบนึงความคิดที่ว่าคนที่รถยนต์คันนั้นกำลังจอดรออยู่อาจจะเป็นตนก็ได้แถมเจ้าตัวเองก็นึกภาพพี่รหัสที่ขี้เซาของตัวเองเวลาขับรถไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

 

เห็นไหมล่ะ

 

สิ้นความคิดของร่างบางรถยนต์คันนั้นก็เริ่มเคลื่อนตัวจากจุดที่จอดอยู่ซึ่งนั่นเป็นเหมือนการยืนยันสิ่งที่ร่างบางคิดว่ามันไม่น่าใช่ให้ดูมีน้ำหนักมาขึ้น

 

แต่ว่าทำไมเหมือนรถคันนั้นจะขับมาทางนี้ล่ะ...?

 

แบมแบมคิดในใจอย่างงุนงงขณะที่ขาเรียวก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถหรูคันนั้นตีโค้งหันด้านข้างมาหาเจ้าตัวพร้อมกับหน้าต่างฝั่งคนขับจะถูกลดลงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายของคนที่นั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัย

 

“จะขึ้นรถได้หรือยัง” เสียงทุ้มแบบโมโนโทนดังขึ้นขณะที่คิ้วหน้าเริ่มขมวดเข้าหากันน้อยๆ เมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนละล้าละลังอยู่ที่เดิมเหมือนคนที่ทำอะไรไม่ถูก

 

“ระ...รุ่นพี่ ทำไม...รถ...เอ่อ” ร่างน้อยพูดอึกอักเหมือนคนติดอ่างพลางชี้มือไปทางรถยนต์ข้างหน้าตนอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก จริงอยู่ที่ว่าเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเด็กที่จะมาเรียนที่นี่ได้ทางบ้านต้องมีฐานะการจะมีรถก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เรื่องที่ทำให้ร่างน้อยแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือจากสายตาของเขาถ้ามองไม่ผิดแล้วรถคันนี้เป็นแบบลิมิเต็ดมีผลิตแค่ไม่กี่คันบนโลกแน่นอนว่าราคาต้องแพงหูฉี่เป็นแน่แท้

 

นั่นไม่เท่าไหร่นะ หากทว่าคนที่ขับคือมาร์ค ต้วน ชายผู้ที่ไม่ค่อยจะสนโลกหรือใส่ใจใคร วันๆ เอาแต่อุทิศตนให้แก่การนอน นอน และก็นอน คนแบบนั้นไม่น่าจะเป็นคนที่มีรสนิยมสนใจรถอะไรแบบนี้ได้นี่นา

 

ยังไงก็ตามที จากที่ตอนแรกแบมแบมเคยคิดว่าตนนั้นไม่สามารถนึกภาพพี่รหัสของตนตอนขับรถได้ออกว่าเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เจ้าตัวนั้นได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้ว ทำให้เขาได้รู้เลยว่า...

 

 

เท่สุดๆ ไปเลยอ่ะ <3

 

  

 

100%

 

 

______________________________

 

มาล้าว

คอนเซ็ปเรื่องนี้จะเป็นแนวสบายๆ นะคะ

ไม่ต้องคิดอะไรมาก ม่าน้อยๆ พอกรุบกริบ 

จะเน้นไปแนวชีวิตประจำวันเสียมากกว่า

เลยอาจจะดูน่าเบื่อไปบ้างยังไงก็ต้องขอโทษไว้ก่อนนะคะ yy'



TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 811 ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2955 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:26
    ค่ะะหล่อรวยย
    #2955
    0
  2. #2947 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:26
    มาร์คขี้เซามาก แต่ก็ขี้หิวมากเช่นกัน
    #2947
    0
  3. #2918 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:56
    อรั้ยยยย
    #2918
    0
  4. #2891 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 20:57
    หล่อไปอีก
    #2891
    0
  5. #2859 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 15:14
    เท่โน๊ะะะะะ
    #2859
    0
  6. #2806 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 17:53

    รู้สึกช่วงนี้ตามใจน้องรหัสเหลือเกินน๊า

    #2806
    0
  7. #2776 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 12:17
    ถ้าเฮียรู้ต้องแซวแน่เลยอ่ะ5555
    #2776
    0
  8. #2611 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:44
    แหมๆ ไม่กี่วันเอ็นดูกันละ
    #2611
    0
  9. วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:59
    น้อนนน ชมว่าพี่เท่เหรอเอ็นดู<3
    #2101
    0
  10. #1722 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 01:57
    หลงลูกอ้อนน้องแล้ว
    #1722
    0
  11. #1515 Hologram22 (@chanikarn11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:52
    แก้คำว่ารำคาณ หน่อยนะคะ มันต้องเป็น &#8216;รำคาญ&#8217; ค่ะ
    #1515
    0
  12. #1455 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:16
    น้องน่ารักกก พี่ก็แอบตามใจน้องนะคะ
    #1455
    0
  13. #928 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:13
    เท่สุด ๆ ไปเลยยยยย
    #928
    0
  14. #390 Bporsche_ (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 13:41
    น่ารักอ่ะ 555555
    #390
    0
  15. #342 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:16
    น้องน่ารักเนอะ
    #342
    0
  16. #186 LiolaJM (@LiolaJ) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:57
    รวยจิงไรจิ๊งงงง555
    #186
    0
  17. #185 jarronsupp123 (@jarronsupp123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:22
    ลงทุนนะมาร์ค   ยอมตามใจน้อง
    #185
    0
  18. #184 _gujellal_ (@435987) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:48
    หลงพี่เขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    #184
    0
  19. #183 JJJMMM (@JJJMMM) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:37
    น่าร้ากกกกกกกกก~~~
    #183
    0
  20. #182 Mirai3323 (@Mirai3323) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:22
    มาเร็วๆนะไรท์~~~ .ทำหน้าอ้อนเหมือนแบมแบม
    #182
    0
  21. #181 PexYen (@PexYen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:25
    เรียกว่าออกเดทรึป่าว
    #181
    0
  22. #180 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:58
    งุ้ย เหมือนไปเดทกันเลย
    #180
    0
  23. #179 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:23
    ตามใจน้องตลอดเลยน่ารักกกกก
    #179
    0
  24. #178 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:31
    อั๊ยยะโคตรเท่ห์พี่ลงทุนขับมารับแบมแบบซึนๆเลยนะ 5555555
    #178
    0
  25. #177 BBamx2 (@markbam_93971a) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:43
    ชอบฟิคแบบนี้อา ฟิลดีมาก ชอบแบบไม่ม่าอะ ค่อยเป็นค่อยไปงื่ออ
    #177
    0