(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 2 : ROOM I : AWAKE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 791 ครั้ง
    27 ก.พ. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room I

Awake

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________

 

          หลังจากที่พวกเขาทั้งหกคนออกไปทานอาหารเย็นที่โซนร้านอาหารของมหาลัยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พากันกลับมาที่หอพักอีกในเวลาหัวที่ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แบมแบมที่เดินตามหลังมาร์คเข้ามาในห้องพักของทั้งคู่อย่างไร้ซึ่งบทสนทนา ใบหน้าหวานกำลังฉายชัดถึงความสับสนในเรื่องนึงที่เจ้าตัวยังคงตัดสินใจไม่ได้

 

พูดดีไหมนะหรือไม่พูดดี

 

ร่างบางคิดในใจขณะที่ยังคงอ้ำอึ้ง ถ้อยคำที่เขาอยากจะพูดออกไปยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นหากแต่เจ้าตัวยังไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยออกไปเสียที ดวงตากลมโตยังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างที่เดินอยู่ข้างหน้า ปลายทางของคนตัวสูงกว่าคือเตียงนอนที่ดูนุ่มอุ่นสบายน่าขดตัวลงไปนอน ซึ่งนั่นทำให้คนที่มองตามตั้งแต่ทีแรกรีบตัดสินใจทันที

 

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน

 

“เอ่อ รุ่นพี่ครับ” เสียงหวานเอ่ยออกไปในที่สุดทำให้คนที่ก้าวเดินอยู่ข้างหน้าชะงักฝีเท้าและหันมามองตามเสียงเรียกของคนที่เดินตามมาข้างหลัง

 

“...” คิ้วเข้มเลิกขึ้นน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงถามคนที่เรียกตนว่ามีอะไรหากแต่เจ้าตัวกลับไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

“เอ่อ...คือ ผม แบม...” และเมื่อสายตาของทั้งคู่สบประสานกันทำให้คนที่ตั้งใจจะพูดอะไรตั้งแต่ทีแรกได้แต่อ้ำอึ้งนึกคำพูดที่จะพูดไม่ออกเสียดื้อๆ เพราะเมื่อคนตัวเล็กสบตาเข้ากับดวงตาคมที่ฉายแววนิ่งๆ แบบที่คนตัวเล็กไม่สามารถอ่านอารมณ์เขาได้ออก

 

แบบนี้เรียกว่าหน้าง่วงหรืออะไรอะ...

 

“มีอะไร” เสียงทุ้มถามออกมาในที่สุดเมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ยอมพูดอะไรออกไปสักทีมัวแต่อ้ำอึ้ง

 

“คือผมอยากจะขอบคุณน่ะครับ” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเร่งร่างน้อยจึงตัดสินใจพูดออกไปอย่างระรัวในที่สุด

 

“เรื่องอะไร” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันน้อยๆ แล้วถามกลับซึ่งการเปลี่ยนแปลงเครื่องหน้าบนใบหน้าหล่อเหลาทำให้ร่างบางใจแป้วไปไม่น้อยเพราะเขาคิดว่าตนกำลังทำให้อีกฝ่ายเริ่มรำคาณเสียแล้ว โดยเจ้าตัวหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วเพียงเพราะความสงสัยเท่านั้น

 

“เรื่องมื้อเย็นน่ะครับ” เสียงหวานพูดออกมาแผ่วกว่าเดิม ความกล้าที่มีมาตั้งแต่ทีแรกหายไปเกือบครึ่ง

 

“ไม่จำเป็น” คนตัวสูงว่าแบบนั้นขณะที่คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิมเนื่องจากแบมแบมพูดเสียงค่อนข้างเบาทำให้มาร์คฟังไม่ค่อยถนัดแต่ก็ยังพอสามารถจับได้เป็นบางคำ

 

“คะ...ครับ” แบมแบมได้แต่รับคำสั้นๆ และไม่กล้าพูดอะไรต่อทันทีเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบนในหน้าของพี่รหัสของเขาทำให้เจ้าตัวคิดว่าตนนั้นกำลังสร้างความรำคาณให้อีกฝ่าย ซึ่งเมื่อมาร์คเห็นใบหน้าที่เจื่อนลงไปของคนตรงหน้าก็ไม่รู้มีอะไรมาดลใจให้พูดอีกประโยคเสริมทั้งๆ ที่ปกติแล้วตัวเขาเองนั้นก็ไม่ค่อยคิดจะสนใจคนอื่นมากเท่าไหร่นัก

 

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”

 

“ครับ” สิ้นคำของร่างหนาใบหน้าหวานที่เจื่อนลงไปก็ดีขึ้นเล็กน้อยซึ่งนั่นทำให้คนที่มองอยู่คลายความรู้สึกแปลกๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาในอกที่เจ้าตัวเองนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่ ก่อนที่ขายาวของเขาจะก้าวไปที่เตียงของตนที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่ทีแรกแล้ว

 

แบมแบมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งท่าจะนอนเขาก็ไม่กล้ารบกวนอะไรอีกแค่เพียงเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนอนของตน ขณะที่แอบมองคนที่นอนอยู่บนเตียงอีกฝากฝั่งที่กำลังเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นแปลกออกไปจากทุกที...มันเป็นจังหวะที่เจ้าของหัวใจเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่

 

ตึกตัก ตึกตัก...

 

สามวันถัดมา

 

วันนี้เป็นอีกวันนึงที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะแก่การออกมาสูดอาการข้างนอกหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นอย่างมาก วันนี้เป็นวันที่แบมแบมไม่มีเรียนแต่เขาก็ยังคงตื่นแต่เช้าเพื่อเอาผ้านวมของเขาลงเครื่องซักก่อนจะออกมาวิ่งออกกำลังกายที่สนามกีฬาที่อยู่ไม่ไกลจากหอพักเขามากนัก ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมาหลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วโมง

 

“อา ยังนอนอยู่อีกเหรอ” เสียงหวานพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะที่เจ้าตัวเดินเข้ามาในห้องพักที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำต่างจากอากาศภายนอกลิบลับและยังคงเห็นพี่รหัสของตนนอนหลับสนิทหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่บนเตียงในท่วงท่าแบบเดิมก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป

 

ควรปลุกหรือเปล่านะ?

 

ความคิดนึงผุดเข้ามาในหัวของคนตัวเล็กขณะที่ขาเรียวยังคงยึกยักอยู่ว่าควรจะก้าวออกไปดีหรือไม่ดีเพราะจากประสบการณ์คราวที่แล้ว ดูอีกฝ่ายจะไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่หากมีคนมาปลุกเขาออกจากห้วงแห่งนิทรา

 

“ลองดูอีกซักพักแล้วกัน” สุดท้ายความกลัวที่อยู่ในก้นบึ้งแห่งจิตใจที่มีมากกว่าความกล้าเหมือนทุกทีก็ชนะ ทำให้แบมแบมต้องถอนหายใจออกมาช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีแดงสดของตัวเองและก้าวเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคลหลังจากที่ออกไปวิ่งมาเมื่อตอนเช้า

 

ร่างน้อยใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นมากนักเพื่อชำระล้างร่างกาย แต่งตัวและนำผ้านวมที่อยู่ในเครื่องซักผ้าออกไปตากที่ระเบียงห้องเพื่อให้มันแห้งทันใช้ในตอนเย็น วันนี้แบมแบมอยู่ในชุดเสื้อยืดแบรนด์ดังตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ที่เหมาะกับใส่อยู่ห้องไม่ออกไปไหน

 

หลังจากที่ร่างน้อยนำผ้านวมไปตากเสร็จเรียบร้อยแล้วและเดินกลับเข้ามาในห้อง เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องและพบว่าเข็มสั้นนั้นชี้ไปที่เลขเก้าเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะเคลื่อนไปสู่เลขหก

 

จะเก้าโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย

 

เขาคิดในใจขณะที่หันกลับไปมองร่างหนาของใครอีกคนที่อยู่ร่วมห้องกันมาตั้งหลายวันแต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวมากกว่าที่ยังคงนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงนอนที่ดูนุ่มอุ่นสบายนั่น

 

“คงต้องปลุกจริงๆ แล้วสินะ” แบมแบมพูดกับตัวเองเบาๆ เหมือนตัดสินใจได้ขณะที่ขาเรียวก้าวเข้าไปหยุดในตำแหน่งเดิมเหมือนที่เคยได้มาปลุกครั้งก่อน

 

หากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้วนั้น คนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องปลุกอีกฝ่ายก็ได้ หากแต่เพราะความที่ร่างน้อยเป็นคนที่ค่อนข้างจะเป็นคนชอบเทคแคร์และดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอๆ ทำให้เจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะไปก้าวก่ายชีวิตของอีกฝ่ายที่เจ้าตัวรู้ดีแก่ใจว่ายังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานตอนช่วงบ่ายแล้ว

 

“รุ่นพี่ครับ...” แบมแบมเริ่มเรียกออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ขณะที่มือเรียวแตะไปที่ต้นแขนแกร่งเพราะหลังจากประสบการณ์คราวที่แล้วของร่างบางทำให้เขารู้ว่าการเรียกอย่างเดียวนั้นไม่ได้ผล

 

“รุ่นพี่ครับ ตื่นเถอะจะสายแล้วนะครับ” เสียงหวานเอ่ยดังขึ้นกว่าเดิมพอสมควรขณะที่ออกแรกเขย่าที่ต้นแขนแกร่งที่ถ้าหากให้ประมาณดูแล้วก็แรงอยู่พอตัว

 

“...” แต่ผลที่ได้กลับเป็นคล้ายๆ กันกับคราวที่แล้วคือความเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่ลมหายใจที่สะดุดหรืออากัปกริยาที่บ่งชี้ถึงการรู้สึกตัวตื่นเลยแม้แต่สักกระผีกริ้นเดียวให้คนปลุกได้ใจชื้น

 

“รุ่นพี่ครับ รุ่นพี่” ทางด้านคนปลุกก็ดูเหมือนว่าจะคงยังไม่ละความพยายามง่ายๆ แม้ศึกครานี้(?)จะดูยากตรากตรำกว่าคราวที่แล้วมากพอควร

 

ทว่า...จนแล้วจนเล่าไม่ว่าแบมแบมจะเรียกหรือจะเขย่าตัวอีกฝ่ายยังไง ร่างหนาก็ไม่มีท่าทีจะยอมลืมตาตื่นออกจากห้วงแห่งนิทราออกมาเสียงทีจนคนตัวเล็กเริ่มกังวลว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรหรือเปล่า

 

“ก็ไม่มีไข้นี่นา” มือเรียวที่ยกไปแตะที่หน้าผากเนียนของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะเพราะทีแรกเจ้าตัวคาดว่าอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่สบายหรือเปล่าจึงไม่ตื่น หากแต่พอได้สัมผัสจึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่เหตุผลนั้น

 

“ลองไปถามพี่แจ็คสันดีกว่า” แบมแบมตัดสินใจแบบนั้นแล้วเดินหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเพื่อไปห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่อยู่เยื้องออกไป

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

คนตัวเล็กยกมือเคาะที่หน้าห้องเป็นจังหวะสามทีและยืนรอให้คนข้างในมาเปิดอยู่ชั่วครู่

 

แกร๊ก

 

“อ้าว แบมมีอะไรหรือเปล่า” คนที่มาเปิดคือชเว ยองแจหรือหนึ่งในเพื่อนสนิทของร่างน้อยที่ยังคงอยู่ในชุดนอนลายหมีที่แสนน่ารัก

 

“พี่แจ็คสันอยู่ไหม พอดีแบมมีเรื่องจะถามหน่อยอ่า” เจ้าตัวบอกเพื่อไปแบมนั้นใบหน้าหวานแสดงออกถึงความร้อนใจน้อยๆ เพราะใจหนึ่งเขาแอบกลัวว่าคนที่อยู่ร่วมห้องนั้นอาจจะไม่สบายตรงไหนโดยที่ตนไม่รู้มาก่อนหรือเปล่า

 

“อยู่ๆ เดี๋ยวเราเรียกให้นะ” ยองแจพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันกลับเข้าไปในห้องเพื่อเรียกพี่รหัสของตน

 

“เฮีย~ แบมมาหาอะ” สิ้นเสียงของยองแจไม่นานมากนักเสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้ชายที่แบมแบมต้องการพบก็โผล่ออกมาที่หน้าประตู

 

“ว่าไงแบม มีอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำของแจ็คสันเอ่ยถามร่างน้อยที่เป็นรุ่นน้องของตน

 

“คือผมปลุกรุ่นพี่ไม่ตื่นน่ะครับ” คนตัวเล็กบอกเหตุผลที่เจ้าตัวมาหาให้อีกฝ่ายรับรู้ทันที

 

“ไอ้มาร์คน่ะนะ” คนที่เป็นรุ่นพี่ถามกลับอีกครั้งเพื่อความมั่นใจซึ่งร่างน้อยก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขันพร้อมกับเอ่ยเสริม

 

“ครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าแต่ผมลองตรวจดูแล้วก็ไม่มีไข้นะครับ”

 

“หึๆ มันไม่เป็นไรหรอก” แต่ทว่าคนที่เป็นเพื่อนสนิทของคนที่ถูกพูดถึงกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ เหมือนกำลังขบขันกับสิ่งที่ได้ยินซึ่งนั่นทำให้คนที่เป็นห่วงอดที่จะแสดงใบหน้างุนงงออกมาเสียไม่ได้

 

“แล้ว...”

 

“มันก็หลับแบบนี้เป็นปกติบางครั้งนอนสามวันติดก็มี ถ้าอยากจะปลุกมันก็ลองแกล้งดึงผ้าห่มมันออกสิ” แจ็คสันว่าอย่างอารมณ์ดีในขณะที่คนที่มาถามกลับกำลังกระพริบตาถี่ๆ แบบงงๆ ปนแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยินไม่น้อย

 

“พี่หมายความว่ายังไงครับ”

 

“มันเป็นคนขี้หนาวน่ะ แต่ชอบเปิดแอร์เย็นๆ และซุกตัวใต้ผ้าห่มเพราะงั้นถ้าเราดึงผ้าห่มออกเดี๋ยวมันก็ตื่น” แจ็คสันขยายความให้แบมแบมเข้าใจมากขึ้นและพยักหน้ารับในที่สุด

 

“อ่า งั้นเหรอครับ เดี๋ยวผมจะลองดู”

 

“หึๆ ขอให้โชคดี” แจ็คสันตอบแบบนั้นและยกยิ้มให้รุ่นน้องตัวเองบางๆ ตาคมจับจ้องไปที่แผ่นหลังเล็กของอีกฝ่ายที่หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องของเขาอย่างสนใจเพราะตั้งแต่คราวที่แล้วอีกฝ่ายเป็นคนที่สามารถปลุกเพื่อนของเขาขึ้นมาได้แถมยังยอมออกจากห้องพาออกไปกินข้าวโดยที่ไม่แสดงอาการหงุดหงิดออกมาแม้แต่น้อย เขาจึงอยากรู้ว่าคราวนี้จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า...


#รูมเมทมบ


“รุ่นพี่ครับ” คนตัวเล็กที่เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งลองเอ่ยเสียงเรียกคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนอีกครั้ง

 

“...” และแน่นอนว่าผลที่ออกมานั้นก็ไม่ได้ต่างจากตอนก่อนที่ร่างบางจะออกจากห้องไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทของคนที่นอนอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

ลองแกล้งดึงผ้าห่มมันออกสิ

 

เสียงทุ้มของแจ็คสันดังขึ้นอีกครั้งในหัวแบมแบมเหมือนเทปที่ถูกเปิดซ้ำทำให้ร่างน้อยกัดปากอิ่มเบาๆ เหมือนยังคงมีความลังเลอยู่บ้างเล็กน้อย

 

“ขออนุญาตนะครับ” เสียงหวานพูดออกมาเบาๆ เหมือนขออนุญาตคนที่นอนอยู่บนเตียงที่ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าพูดไปแล้วอีกฝ่ายก็คงไม่รับรู้อยู่ดีก็ตาม

 

ฟึ่บ

 

มือเรียวเอื้อมลงไปดึงผ้านวมผืนหนานุ่มที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของบุรุษเพศปะปนกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ขึ้นมากอดเอาไว้ที่อก ขณะที่ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ร่างหนาที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง

 

ไม่นานหลังจากนั้นมากนักคนที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มมีปฏิกริยาตามที่คนแนะนำบอกคือร่างหนาที่นอนนิ่งมาตั้งแต่บ่ายเมื่อวานเริ่มขยับตัวน้อยๆ ขณะที่คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อห้วงแห่งนิทราของเขาถูกรบกวนโดยความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เขามาสัมผัสกับผิวหนังที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้า

 

“รุ่นพี่ครับ ตื่นเถอะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกออกไปอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ได้ผลเกินกว่าที่เจ้าของเสียงคาดการณ์เอาไว้มากเพราะเปลือกตาสีอ่อนของร่างหนาที่ปิดอยู่ค่อยๆ ปรือขึ้นมาอย่างช้าๆ

 

ดวงตาคมที่จัดไปทางดุฉายแววง่วงงุนและหงุดหงิดขณะที่เขาค่อยๆ เลื่อนสายตามามองตัวการที่ก่อกวนการนอนของเขาที่ก้าวถอยหลังออกมายืนที่ปลายเตียงของร่างหนาสองสามก้าวขณะที่ผ้าห่มของกลางยังคงอยู่ในอ้อมกอดของคนหน้าหวาน

 

“ผ้าห่ม...” เสียงทุ้มที่แหบพร่าต่ำตามสไตล์ของคนที่เพิ่งตื่นนอนพูดออกมาสั้นๆ เพียงคำเดียว

 

“ตื่นเถอะครับรุ่นพี่” แต่คนปลุกก็ไม่ยอมคืนผ้าห่มในอ้อมกอดของเขาคืนเจ้าของไปง่ายๆ

 

“ผ้าห่ม...” คนที่นอนอยู่บนเตียงพูดย้ำคำเดิมอีกครั้งแต่ยังคงไม่ยอมลุกขึ้นมา

 

“แต่มันสายแล้วนะครับ” เสียงหวานของคนตัวเล็กยังคงพูดต่อไปที่เป็นการบอกกลายๆ ว่าจะไม่ยอมคืนให้แน่ๆ

 

“...” เมื่อคนที่นอนได้ยินแบบนั้นเขาก็ครางฮึ่มฮั่มออกมาในลำคอเบาๆ เหมือนพยัคฆ์ร้ายที่โดยรบกวนการนอน ขณะที่ร่างสูงใหญ่ก็ขยับตัวลุกขึ้นมาช้าๆ และยืนขึ้นเต็มความสูง

 

อ่า ยอมตื่นแล้วสินะ

 

ร่างน้อยคิดในใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมลุกขึ้นจากที่นอนแล้วและค่อยๆ ก้าวเท้าออกห่างจากเตียงที่เขานอน

 

“ผ้าห่ม...” ทว่าดูเหมือนว่าสิ่งที่ร่างน้อยคิดนั้นดูเหมือนจะแตกต่างจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น...ค่อนข้างมากพอสมควร

 

“คะ...ครับ?” แบมแบมถามกลับอย่างแทบไม่เชื่อหูขณะที่ดวงตากลมโตเงยขึ้นมาสบกับตาคมที่ยังคงฉายแววง่วงงุนอยู่เต็มเปี่ยม

 

“ผ้า” เสียงทุ้มยังคงเอ่ยคำเดิมขณะที่มือหนาชี้มาที่ผ้านวมผืนหนานอ้อมกอดร่างเล็ก

 

“เดี๋ยวก่อนสิครับ...” ในขณะที่ร่างน้อยนั้นกำลังพยายามที่จะเอ่ยแย้งอย่างไม่เห็นด้วยนั้น เสียงทุ้มก็ยังคงยืนยันเพียงแค่คำเดียวสั้นๆ เหมือนเดิมอย่างหนักแน่น

 

“ผ้า”

 

“แต่รุ่นพี่นอนเยอะแล้วนะครับ...”

 

“ผ้า”

 

“รุ่นพี่...”

 

“ผ้า”

 

“รุ่น...”

 

“ผ้า”

 

“เอ่อ...” แบมแบมที่พยายามเอ่ยถึงเหตุผลที่เอามาแย้งอีกฝ่ายแต่ยังไง้ยังไงดูเหมือนว่าเสียงเหล่านั้นจะไปไม่ถึงหูของคนตัวสูงกว่าเลยแม้แต่เพียงสักนิดจนคนตัวเล็กได้แต่จนปัญญาและทำได้เพียงอ้ำอึ้งอยู่ในลำคอของเขาเพียงเท่านั้น

 

“เอาผ้าห่มคืนมา” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเป็นประโยคยาวๆ ครั้งแรกหลังจากที่พูดออกมาเพียงแค่คำเดียวตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

 

“แต่ผมคิดว่า...” ซึ่งเมื่อร่างน้อยได้ยินความต้องการของร่างหนาแล้วก็อดที่จะเอ่ยแย้งออกมาอย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก

 

“ไม่คืน?” หากแต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้เอ่ยจนจบประโยคเสียงทุ้มก็ถามขึ้นมาอีกครั้งสั้นๆ

 

“ผม...แบม...” เสียงหวานอึกอักเล็กน้อยเพราะเสียงทุ้มเมื่อครู่มันกดลงต่ำกว่าทุกที สายตาที่ดูง่วงงุนและขุ่นขวงเมื่อครู่มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่คนมองนั้นมองไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่

 

“ได้...”

 

ฟึ่บ

 

“เหวอ!!!” และคำตอบที่แบมแบมสงสัยนั้นก็ตามมาในอีกไม่นานหลังจากนั้นเพราะจู่ๆ มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่ข้อมือเล็กพร้อมกับออกแรงดึงตัวคนตัวเล็กให้ก้าวเท้าตามแรงดึงไปและล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนของมาร์ค แต่ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงทำให้ร่างน้อยคล้ายอ้อมกอดจากผ้านวมผืนใหญ่ออกเป็นโอกาสทำให้ร่างหนายึดผ้าห่มของเขาคืนได้สำเร็จ

 

ทว่ามันไม่จบเพียงเท่านั้นเพราะไม่เพียงแค่ผ้าห่มเท่านั้นที่ร่างหนาดึงคืนไป หากแต่ท่อนแขนแกร่งที่ว่างอยู่อีกข้างก็ตวัดรอบเอวบางและรั้งให้คนตัวเล็กที่ถลาลงมานอนบนเตียงนุ่มแล้วให้เข้ามาแนบชิดกับอกอุ่นจนไม่มีช่องว่างให้แม้แต่มดลอดผ่านได้

 

“รุ่นพี่...” คนตัวเล็กที่ถูกรั้งเข้ามาในอ้อมกอดอุ่นพยายามที่จะลุกขึ้นไปยืนอีกครั้งหากแต่แรงกดทับที่ช่วงเอวทำให้เขาขยับลุกหนีไปไหนไม่ได้ เจ้าตัวจึงเอี้ยวตัวหันหน้าไปมองเจ้าของท่อนแขนและร้องเรียกเบาๆ ซึ่งเมื่อร่างน้อยหันไปแล้วนั้นก็ทำให้เจ้าตัวได้ทราบถึงความจริงอีกอย่างนึงคือ...

 

...ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก

 

นั่นทำให้แก้มใสขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาอย่างน่ารัก ปากอิ่มขบเข้าหากันน้อยๆ ถามความเคยชินทุกครั้งที่เกิดอาการประหม่า ขัดเขินหรือตอนกำลังใช้ความคิด

 

“เอ่อ...ปล่อยผมเถอะครับ” แบมแบมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อยพลางเสหลบสายตาไปทางอื่น ไม่กล้าสบเข้ากับดวงตาคมเหมือนทุกที

 

“ไม่” คำเดียวสั้นๆ หากแต่หนักแน่นหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายพร้อมๆ กับผ้านวมที่เป็นของกลางเมื่อคร่จะถูกดึงขึ้นมาคลุมตัวของทั้งสองคนเอาไว้ด้วยฝีมือของเจ้าของผ้า ก่อนที่ดวงตาคมที่หลับลงอีกครั้งทำให้คนเอ่ยขอร้องได้แต่มองการกระทำพวกนั้นตาปริบๆ

 

“ดะ...เดี๋ยวสิครับรุ่นพี่” คนตัวเล็กเอ่ยร้องเรียกอีกฝ่ายอีกครั้ง หากแต่ดูเหมือนว่าอีกคนนั้นจะเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปเสียแล้วเพราะลมหายใจของเขาเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

 

หลับไวไปไหมเนี่ย!?

 

ร่างน้อยคิดในใจขณะที่พยายามเอ่ยเรียกอีกฝ่ายและเขย่าตัวเขาอย่างถือวิสาสะเผื่อว่าร่างหนาจะยังไม่หลับ

 

“รุ่นพี่ครับ รุ่นพี่!”

 

ทว่าดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเหมือนตอนที่เริ่มปลุกใหม่ๆ อีกครั้ง...

 

“นอนแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย...” แบมแบมพูดออกมาเบาๆ กับตัวเองอย่างแทบไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเพราะตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยเจอใครนอนหลับได้เร็วขนาดนี้มาก่อนแถมยังนอนเยอะมากขนาดนี้อีกต่างหาก

 

ว่าแต่ทำไมคนที่นอนแล้วแรงที่แขนยังเยอะขนาดนี้เนี่ย!?


#รูมเมทมบ


หอม...

 

ร่างหนาที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงแห่งนิทราช้าๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนอนของตนคนเดียว หากแต่มีเรือนร่างบอบบางที่มีกลิ่นจำกายที่หอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นแป้งเด็กนอนหลับอยู่ข้างกายเขา

 

ตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังที่เข็มยาวกำลังชี้ไปที่เลขสิบสองในอีกสองสามนาทีข้างหน้า ส่วนเข็มสั้นกำลังเคลื่อนตัวไปสู่เลขหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนหลับตาพริ้มหันหน้าซุกอยู่ที่อกของตนนิ่งๆ ในหัวของเขากำลังนึกย้อนไปว่าทำไมพวกเขาทั้งสองคนถึงมาอยู่ในสภาพนี้

 

และเขาก็นึกได้ว่าเป็นเพราะตนถูกปลุกด้วยความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากคนตัวเล็กเอาผ้าห่มของเขาไปและไม่ยอมคืน สุดท้ายเจ้าตัวทนไม่ไหวจึงไปยึดผ้าห่มคืนมาพร้อมๆ กับรั้งร่างน้อยลงมานอนด้วยเพียงเพราะตอนนั้นเขาคิดว่าถ้ายังปล่อยอีกฝ่ายไปตนนั้นอาจจะโดนก่อกวนอีกรอบเป็นแน่

 

มาร์คเมื่อนึกได้ถึงต้นสายปลายเหตุเมื่อครู่แล้วก็ยังคงจ้องที่เสี้ยวหน้านวลเนียนนิ่งๆ กลิ่นหอมจำกายที่ยังคงแตะจมูกเขาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าหวาน ก่อนที่จะกดจมูกโด่งของตนลงไปที่แก้มนวลเบาๆ

 

นิ่ม...

 

เขาคิดในใจขณะที่ยังคงกดจมูกค้างเอาไว้อยู่อีกสักพักแล้วค่อยถอนออกช้าๆ ซึ่งนั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวเล็กค่อยๆ ขยับตัวและลืมตาตื่นขึ้นมา

 

“รุ่นพี่...” ทันทีที่ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาทำให้ดวงตาของทั้งสองสบกันตรงๆ ก่อนที่จะเป็นร่างน้อยที่เสหลบตาก่อน แก้มนวลขึ้นสีระเรื่อเมื่อเห็นว่าใบหน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาแค่ไหน ไม่เพียงเท่านั้นความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นจนแสนน่าอายนั่นอีกทำให้แบมแบมรีบลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว

 

หมับ

 

“ระวัง” แต่เพราะเขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเองทำให้ความดันเลือดเปลี่ยนไปจนสูบฉีดไปเลี้ยงสมองไม่ทันทำให้เกิดอาการหน้ามืดจนเซเกือบจะล้ม แต่ดีที่คนตัวสูงนั้นไวกว่ามากเพราะมือใหญ่รีบคว้าที่ต้นแขนเล็กเอาไว้ได้ทันและดึงให้ลงมานั่งบนเตียงอีกครั้ง

 

“ขะ...ขอบคุณครับ” แบมแบมเอ่ยขอบคุณอีกครั้งโดยที่ไม่ได้หันมาสบตากับอีกฝ่าย แก้มใสเห่อร้อนกว่าเดิมเพราะเผลอไปแสดงอาการป้ำๆ เป๋อๆ ต่อหน้าอีกฝ่ายจนได้

 

“ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มตอบกลับมาสั้นๆ

 

“ว่าแต่รุ่นพี่หิวหรือยังครับ” คนตัวเล็กถามร่างหนาเพื่อจะเปลี่ยนเรื่องซึ่งคนถูกถามก็นิ่งเงียบไปครู่นึงก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ

 

“อืม”

 

“งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปทำอาหารก่อนนะครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นและรีบลุกขึ้นไปทำอาหารทันที โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงที่มองตามไปและกำลังเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจที่อีกฝ่ายบอกว่าจะไปทำอาหาร

 

เพราะถึงแม้จะมีเชฟมากมายบนโลกใบนี้ที่เป็นผู้ชายแต่ทว่าชายหนุ่มกลับรู้สึกแปลกใจมากกว่าที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีดูเหมือนทำอาหารเป็นเพราะพอดูจากภายนอกแล้วอีกฝ่ายดูเหมือนลูกคุณหนูทั่วไปที่ดูไม่น่าจะสามารถทำอะไรแบบนี้เป็น

 

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ” แบมแบมที่ทีแรกเดินไปแล้วแต่นึกขึ้นได้ว่ายังมีรู้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไรหรือแพ้อะไรหรือเปล่าเลย จึงตัดสินใจหันมาถามแต่ก็ได้เห็นใบหน้าที่มองมาทางเขาแบบแปลกๆ ที่คนตัวเล็กไม่เข้าใจ

 

“เปล่า แค่สงสัย...” เสียงทุ้มพูดออกมาสั้นๆ ให้ร่างน้อยได้ฉงน

 

“เรื่องอะไรครับ”

 

“นายทำอาหารเป็นเหรอ” ร่างหนาถามออกมาตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย สายตาที่มองอีกฝ่ายหัวจรดเท้าหากแต่ไม่ได้เกิดจากการเหยียดแต่อย่างใด เขาแค่มองดูเพียงลุคและท่าทางของร่างน้อยเท่านั้น

 

แต่ดูเหมือนว่าคนที่ถูกมองแบบนั้นจะตีความไปอีกแบบเสียได้...

 

“ถ้ารุ่นพี่ไม่สะดวกใจทานก็ไม่เป็นไรครับ” เสียงหวานที่พูดออกมานั้นแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อยทำให้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงขมวดคิ้วเข้าหากันและน้อยด้วยความงุนงงว่าตัวเองไปพูดแบบนั้นตอนไหน

 

“ฉัน...”​

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ขณะที่คนโตกว่ากำลังจะพูดปฏิเสธสิ่งที่ร่างบางคิดแต่ดูเหมือนว่ายังไงร่างน้อยก็คงจะไม่ยอมฟังง่ายๆ เพราะเขาเอ่ยขอตัวแล้วก้าวเดินออกจากห้องออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว

 

ปัง

 

มาร์คมองตามแผ่นหลังเล็กที่หายลับออกไปทางประตูพร้อมกับเสียงปิดอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ

 

สงสัยไปหาเพื่อนล่ะมั้ง

 

เขาคิดแบบนั้นในใจขณะที่มือหนาลูบท้องตัวเองเบาๆ ที่เริ่มส่งเสียงร้องทักท้วงเนื่องจากไม่มีอะไรตกลงไปในนั้นมากตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

 

หิว...

 

คนตัวสูงคิดในใจหากแต่ยังคงไม่มีท่าทีว่าจะยอมลุกขึ้นจากเตียงนอนของเขา ใบหน้าของคนหน้าหวานลอยเข้ามาในหัวพร้อมกับประโยคที่คนตัวเล็กบอกเขาเมื่อครู่เหมือนว่าจะทำอาหารให้ทาน

 

เดี๋ยวก็คงกลับมาทำ...

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างหนาก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงอีกครั้งและเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราเพื่อที่จะรอคนตัวเล็กกลับมาทำให้อย่างที่คิดเอาไว้

 

แต่ทว่า...

 

หลังจากที่มาร์คนอนหลับไปได้เกือบสองชั่วโมงเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะกระเพาะที่ว่างเปล่าของเขาทำให้เจ้าตัวไม่สามารถนอนได้อีกต่อไป สายคมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนกว้างแต่ก็ยังคงไม่พบร่างบางที่กำลังมองหา หูเขาก็เงี่ยฟังเสียงรอบตัวที่เงียบสงัด มีเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศและลมหายใจของร่างสูงเท่านั่น

 

ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเขาอยู่ในห้องคนเดียว ส่วนคนที่เขากำลังนึกถึงนั้นยังคงไม่กลับมา

 

หรือว่าเข้าห้องไม่ได้?

 

ความคิดนึงผุดขึ้นมาในหัวมาร์คเพราะเขานึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้ยังคงมีกิจกรรมสานสัมพันธ์อะไรสักอย่างที่ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็คิดว่ามันไร้สาระน่ะนะ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ทำอะไรกับกิจกรรมนี้ไม่ได้นอกจากทนๆ ไป

 

ร่างหนาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนของตนและก้าวเท้าไปทางประตูห้องนอนเพื่อเปิดดูเผื่อว่าน้องรหัสของตนจะติดอยู่หน้าห้อง หากแต่พอเขาเปิดออกไปดูจริงๆ แล้วกลับมีแต่เพียงความว่างเปล่าไม่มีใคร

 

ไปไหนกันนะ

 

มาร์คคิดอย่างสงสัยก่อนที่จะเดินหมุนตัวไปนั่งลงบนเตียงอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหายไปไหน

 

ครืดดด ครืดดด

 

ในตอนที่เขากำลังนั่งคิดอยู่นั้นเองโทรศัพท์เครื่องหรูที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของร่างหนาก็สั่นขึ้นเป็นการแจ้งเตือนของข้อความ ซึ่งนั่นดึงความสนใจจากมาร์คให้หันไปมองและพบว่าเป็นการแจ้งเตือนจากแชทกลุ่มที่ปกติแล้วเขาไม่ค่อยมีบทบาทในนั้นสักเท่าไหร่แค่เพียงอ่านเงียบๆ เท่านั้น

 

ซึ่งถ้าหากเป็นทุกทีแล้วเขาก็คงจะปล่อยผ่านเพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องไร้สาระจากแจ็คสันเหมือนทุกที แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้จะไม่ใช่เพราะหนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาจงใจแท็กชื่อเขาในข้อความซึ่งเป็นอันรู้กันว่าต้องอ่านทันทีที่เห็นเผื่อมีเรื่องอะไร

 

เมื่อตาคมเห็นแบบนั้นเขาก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัทพ์เครื่องนั้นมาและเปิดอ่านแชทกลุ่มนั่น ซึ่งทันทีที่เขากวาดสายตาอ่านข้อความที่ไม่ยาวมากนักนั่นจบ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่นักเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือภาพอาหารสามสี่อย่างที่ชวนน้ำลายสอกับข้อความจากเพื่อนสนิทที่ว่า

 

‘ไอ้มาร์ค @MTuan มึงทำบุญด้วยอะไรวะ?’

 

‘ถึงได้น้องรหัสที่ทั้งน่ารักทั้งทำอาหารอร่อย อิจฉาโว้ยยยยย’

 

และเมื่อเขาอ่านจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้งพร้อมกับก้าวเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ ซึ่งจุดหมายปลายทางของร่างหนาคราวนี้คือห้องที่เยื้องออกไปห้องนึงนั่นเอง...

 

 

  

100%

 

 

______________________________

 

มาแล้วค่ะ

ฮือออ เค้าไม่อยากดองเลยอ่า

แต่มันคิดไม่ออกงือ แนวนี้มันยากสำหรับเราจริมๆ

ถ้าอ่านแล้วมึนๆ ก็ขอโทษนะคะ เพราะเราก็มึน แวววว


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 791 ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2954 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:15
    ทำไมไปจุ๊บแก้มเค้าแบบนั้นเล่าาา
    #2954
    0
  2. #2917 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:44
    แอบเนียนนะเรา
    #2917
    0
  3. #2890 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 20:44
    สม พูดน้อยเอง
    #2890
    0
  4. #2886 PHANAPHAI (@PHANAPHAI) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 01:25
    พี่มาร์คควรไปแข่งเรื่องการนอนอ้ะ
    #2886
    0
  5. #2858 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 07:10
    เเบมเเบมมมมมม
    #2858
    0
  6. #2805 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:54

    ก็พูดจาไม่เคลียร์เองนะคุณพี่ช่วยไม่ได้

    #2805
    0
  7. #2774 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 11:42
    คือพี่ยังไม่รู้ว่าน้องโกรธหรอ555555
    #2774
    0
  8. #2727 sirinthipYY (@sirinthipYY) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 12:34
    อิพี่โครตอึนอ่ะ
    #2727
    0
  9. วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:49
    เเต่ก็ฟินดีฮุๆ กอดเลยเหรอหอมด้วยฟินน-.,-///
    #2100
    0
  10. วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:39
    เเจ็คสันเเกล้งน้องงง
    #2098
    0
  11. #1720 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:11
    พี่คะนอนเยอะไปแล้ว
    #1720
    0
  12. #1452 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 16:45
    มีความแท็กหา แล้วคนพี่นี่รีบไปหาน้องเลยนะคะ หิวหรืออะไร
    #1452
    0
  13. #1383 PoyDNJH (@PoyDNJH) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 11:45
    นอนหรือตายคะพี่มาร์ค 5555
    #1383
    0
  14. #1224 Myaiw (@Myaiw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 17:17
    นอนหรือซ้อมตายห้ะมาร์คต้วน5555
    #1224
    0
  15. #1109 nounaaz (@nounaaz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:45
    นอนหรือตายวะ มันจะยิงยาวอะไรขนาดนั้นนนนน
    #1109
    0
  16. #1084 iSanior (@N0oanN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:44
    จะนอนอะไรขนาดนั้นนน 5555
    #1084
    0
  17. #927 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:04
    น่ารัก แจ็คสันแบบแหมขี้แกล้งนะ อพมาร์คก็ฉวยโอกาสแบบมึน ๆ อะ ไปหอมแก้มเขาได้ไง อิอิ
    #927
    0
  18. #553 keyprince (@patty62442) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 17:31
    หึงน้องล่ะสิ
    #553
    0
  19. #341 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:06
    อะไรคือหอมแก้มน้องแล้ววว
    #341
    0
  20. #169 impraan17 (@impraan17) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:57
    พี่ คนขี้หนาว หรือชอบเสาะหาไออุ่น ฮะ
    #169
    0
  21. #163 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:43
    หน่ะน้องงอนแล่วง้อด่วนค่ะ5555
    #163
    0
  22. #136 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:48
    โดนงอนแล้วมาร์ค
    #136
    0
  23. #110 fueang77 (@fueang77) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:08
    มาร์คโดนน้องงอนเเล้ว สนุกอะ5555 รอไรท์มาต่อนะคะ
    #110
    0
  24. #109 Absolute_1a (@phimchanokliew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 07:26
    ตามค่าา
    #109
    0
  25. #108 mew_wwp (@mew_wwp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 22:19
    ม้าคดูงงๆมึนๆอึนๆดีนะคะ ชอบมากค่ะ
    #108
    0