(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 4 : ROOM III : AN ICE-CREAM

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 796 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room III

An Ice-Cream

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________

 

            “ฮ้า~ อิ่มจังเลย” เสียงหวานของแบมแบมดังขึ้นหลังจากที่คนตัวเล็กฟาดอาหารมากมายบนโต๊ะอาหารจนเรียบ ในขณะที่มีสายตาคมเข้มของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมองมาด้วยแววตาที่ประหลาดใจปนทึ่งเล็กน้อย

 

“หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ” เมื่อร่างน้อยที่ถูกจ้องมองมากๆ เข้าก็เริ่มรู้สึกตัวประจวบเหมาะกับที่ดวงตากลมโตได้มาประสานเข้ากับดวงตาคมอีกคู่ที่มองมาตั้งแต่ทีแรก จึงเอ่ยถามอย่างที่จะอดประหม่าไม่ได้ มือเรียวยกขึ้นมาแตะแถวๆ แก้มใสและรอบๆ ปากอิ่มเผื่อว่าตัวเองอาจจะเผลอเรอกินอย่างมูมมามแล้วมีอะไรติดหน้าจะได้รีบเอาออก

 

“เปล่า” มาร์คตอบแบบนั้นขณะที่ยกน้ำเปล่าขึ้นมาจิบเล็กน้อยแล้ววางแก้วน้ำลง

 

“งั้นเหรอครับ แหะๆ”​ แบมแบมว่าแบบนั้นขณะหัวเราะแห้งๆ ไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอะไรดี ถึงแม้ตลอดเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาได้รู้จักพี่รหัสมากขึ้นก็จริง แต่ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการสังเกตุและข้อมูลบางส่วนจากพี่แจ็คสันเพื่อนสนิทของร่างหนาเท่านั้น ดังนั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนนั้นยังดูเหมือนจะยังคงมีกำแพงใสบางๆ กั้นอยู่ ที่ถึงแม้มันจะลดลงไปมากบ้างแล้วแต่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ให้รู้สึกได้

 

“ฉันสงสัย” เสียงทุ้มที่จู่ๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ร่างน้อยที่จมอยู่ในความคิดตัวเองรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนตรงข้ามอีกครั้งพร้อมถามกลับอย่างกระตือรือร้น

 

“เรื่องอะไรเหรอครับ”

 

“ในนั้น...” ร่างสูงพูดพลางชี้มือมาทางแบมแบมซึ่งเป็นตำแหน่งท้อง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงโมโนโทนแบบเจ้าตัว

 

“มีอะไร”

 

“อะไรนะครับ” แบมแบมถามกลับอย่างงุนงงกับคำถามแปลกๆ ของพี่รหัสที่ไม่มีการเกริ่นนำหรือเริ่มเรื่องใดๆ มาก่อนให้พอเดาจุดมุ่งหมายของคำถามนั้นได้

 

“ในนั้นมีอะไร” ร่างหนาทวนคำถามให้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ช่วยให้คนถูกถามเข้าใจเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

“หมายถึงในท้องของผมเหรอครับ”​ คนตัวเล็กถามแบบตามความเข้าใจเพราะอีกฝ่ายกำลังชี้มาที่ท้องของตนอยู่ตอนนี้ แม้จะยังงุนงงอยู่ไม่น้อยน่ะนะ

 

“อืม” คราวนี้เขาพยักหน้าน้อยๆ ขณะที่มองมาตรงๆ เหมือนคนกำลังเฝ้ารอคำตอบ

 

“ในนี้ก็มี...เอ่อ...กระเพาะอาหาร ลำไส้...” ร่างน้อยตอบออกมาแบบนั้นเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการคำตอบแบบไหน เจ้าตัวจึงเลือกตอบตามหลักวิชาการตามที่เรียนมา

 

“ไม่ใช่” แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะไล่ตอบจนครบตามหลักอนาโตมีเสียงทุ้มก็เอ่ยขัดขึ้นมา

 

“อะ...เอ๋ ก็รุ่นพี่ถามว่าในนี้มีอะไรไม่ใช่เหรอครับ” แบมแบมตอบอย่างซื่อๆ พร้อมกระพริบตาปริบๆ เหมือนไม่เข้าใจว่าตัวเองตอบอะไรผิดตรงไหน

 

“ก็นายกินเก่ง...” เสียงทุ้มพยายามอธิบายอีกครั้งแม้มันจะไม่ใช่วิสัยของเข้าซึ่งแบมแบมก็นั่งตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ

 

“...”

 

“แต่ตัวเท่านี้...” เขาว่าต่อพร้อมกับยกมือขึ้นมากางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ให้ออกห่างกันประมาณห้าหกเซนติเมตรเหมือนเป็นการเปรียบเปรยขนาดตัวของร่างเล็ก

 

“...”

 

“ในนั้นมีอะไร” ก่อนที่เสียงทุ้มจะถามคำถามเดิมขึ้นมาอีกครั้งเป็นรอบที่สาม แต่ครั้งนี้คนถูกถามไม่ได้งุนงงเหมือนสองครั้งแรกอีกต่อไปแล้ว

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ กินเท่าไหร่ตัวก็ไม่อ้วนแต่ดันไปออกแก้มแทน” เสียงหวานตอบแบบงุ้ยๆ ขณะที่ยกมือตะปบแก้มของตัวเองพร้อมกับดึงมันให้ยืดออกเล็กน้อยเพื่อเป็นการโชว์พื้นที่แก้มยุ้ยที่มีมากกว่าคนปกติทั่วไปให้อีกฝ่ายดู

 

“ดีแล้ว” เสียงทุ้มตอบกลับมาสั้นๆ ซึ่งแบมแบมก็ส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก

 

“ดีตรงไหนกันครับ แก้มจะแตกอยู่แล้วเนี่ย”

 

“น่ารักดี” สิ้นคำพูดที่หลุดออกจากปากของร่างหนาทำให้แบมแบมถามกลับทันควันอย่างไม่เชื่อหู

 

“อะไรนะครับ”

 

เมื่อกี้หูฝาดไปหรือเปล่านะ?

 

“น่ารักดี...แก้มน่ะ” แต่การที่มาร์คพูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยจะเป็นคำตอบชั้นเยี่ยมให้แบมแบมที่แอบคิดในใจว่าตนหูฝาดไป

 

“ขะ...ขอบคุณครับ” เสียงหวานเอ่ยขอบคุณอย่างตะกุกตะกักที่จู่ๆ ก็ได้รับคำชมจากอีกฝ่ายแบบไม่ทันได้ตั้งตัว จริงอยู่ที่ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวนั้นเคยได้รับคำชมมากมายจากคนรอบข้างมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าคำชมจากคนอื่นเหล่านั้นจะเทียบไม่ได้เลยกับคำพูดเพียงไม่กี่พยางค์สั้นๆ จากคนที่พูดน้อยๆ คนนี้

 

เขาแค่ชมตามมารยาทเท่านั้นแหละ!

 

แบมแบมพยายามบอกตัวเองแบบนั้นแม้ลึกๆ เจ้าตัวจะรู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่นั่งตรงข้ามนั้นไม่ใช่ผู้ชายที่จัดอยู่ในหมวดที่จะมานั่งชมใครตามมารยาท แต่ถึงแบบนั้นก็...

 

ฉ่าาาาา

 

แก้มขาวใสที่ปกติแล้วจะอมชมพูน้อยๆ ตามแบบผิวคนเอเชียที่มีสุขภาพดี แต่หลังจากที่เจ้าของแก้มนวลนั้นได้ยินคำชมสั้นๆ แก้มนั้นก็ค่อยๆ เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนกลายเป็นสีชมพูระเรื่อและเริ่มเห่อร้อนจนเจ้าของตัวน้อยรู้สึกได้

 

ย๊า! นายจะเขินทำไมเนี่ยแบมแบม

 

คนตัวเล็กเอ็ดตัวเองในใจขณะที่เอามือโบกไปที่หน้าตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ไอร้อนที่เห่อออกมาจากทางแก้ม โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดยจ้องมองอยู่จากคนตัวสูงที่เป็นต้นเหตุทำให้ร่างบางขวยเขิน

 

หึ...

 

มาร์คออกมาเบาๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ริมฝีปากบางก็กระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิดเช่นกัน ขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่พักหลังมานี่สามารถล็อคสายตาของชายหนุ่มให้หันมาสนใจเสมอๆ ได้ตลอดโดยไม่รู้ตัว

 

ครืดด ครืดด

 

ในตอนนั้นเองที่ระหว่างทั้งสองคนยังคงมีแต่ความเงียบที่เต็มไปที่ความเขินอายจากร่างบาง โทรศัพท์ของแบมแบมที่เขาวางเอาไว้บนโต๊ะก็สั่นน้อยๆ เป็นจังหวะที่บ่งบอกว่ามีคนโทรเข้ามา

 

“อะ...อ่า ขออนุญาตนะครับ” คนตัวเล็กว่าแบบนั้นก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาสไลด์ที่หน้าจอเพื่อกดรับสาย หลังจากที่ดูหน้าจอแล้วพบว่าเป็นเพื่อนสนิทที่โทรมา

 

“ว่าไงยองแจ” แบมแบมกรอกเสียงเรียกชื่อเพื่อนสนิทหลังจากกดรับสายแล้ว

 

(แบมนายยังมากินไอติมกับพวกเราหรือเปล่า) เสียงหวานที่แหลมน้อยๆ ของเพื่อนสนิทดังมาจากปลายสายซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้แบมแบมเบิกตาน้อยๆ พร้อมกับเอาโทรศัพท์ออกมาจากหูเพื่อดูเวลาที่หน้าจอ

 

“ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย ไปๆ ยองแจกับจินยองไปรอแบมที่ร้านไอติมได้เลยนะแบมจะไปเดี๋ยวนี้”​ แบมแบมตอบแบบระรัวขณะที่มือเรียวยกขึ้นมาตีหน้าผากมนของตัวเองเบาๆ เหมือนเป็นการลงโทษ เพราะเจ้าตัวมัวแต่สนใจอาหารไทยมากมายตรงหน้าเมื่อครู่จนเผลอเรอลืมไปว่ามีนัดกินไอติมต่อกับเพื่อนสนิททั้งสองคนไปเสียสนิท

 

(โอเคๆ รีบตามมานะ) ยองแจว่าแบบนั้นก่อนจะว่าสายไป ขณะที่แบมแบมก็ลดโทรศัพท์ลงเช่นกันพร้อมกับเงยหน้ามาสบตาพี่รหัสของตัวเองอีกครั้งแล้วยิ้มแบบยังอายๆ ให้

 

“รุ่นพี่อิ่มหรือยังครับ” เสียงหวานถามแบบอ้อมแอบแต่ก็ยังไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ อยู่ดี

 

“อืม”

 

“ถะ...ถ้างั้นเราเรียกเช็คบิลกันเถอะครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นขณะที่ยกมือทำสัญลักษณ์เป็นเชิงให้เช็คบิลกับบริกรสาวที่เดินผ่านมาพอดีซึ่งบริกรสาวคนนั้นก็พยักหน้ารับน้อยๆ พร้อมกับหมุนตัวไปทำตามคำสั่งที่ร่างบางส่งไปให้

 

“รายการค่าอาหารค่ะคุณผู้ชาย” บริกรสาวคนเดิมที่เดินไปหยิบใบรายการค่าอาหารมายื่นส่งให้ร่างหนาแทนที่จะเป็นแบมแบมที่เป็นคนเรียกเก็บเงิน

 

“เอ่อ...นี่ครับ” แบมแบมว่าแบบนั้นขณะที่ยื่นบัตรเครดิตของตัวเองไปให้หญิงสาวคนนั้นแต่นั่นก็ช้ากว่ามือหนาที่ชิงวางบัตรเครดิตสีดำของตัวเองลงไปก่อนพร้อมกับดันมือเล็กให้ถอยกลับไปและพยักหน้ากับพนักงานคนนั้นน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงว่าให้ไปจัดการ

 

“เห รุ่นพี่จะเลี้ยงเหรอครับ แต่รุ่นพี่ทานไปนิดเดียวเองนะ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นขณะที่ยังไม่เก็บบัตรของตัวเองกลับเข้าไปในกระเป๋าเงิน

 

“ไม่เป็นไร”

 

“แต่ผมทานไปเยอะกว่ามากๆ เลยนะครับ ให้ผมจ่ายคืนดีกว่านะ” ร่างเล็กยังคงพูดต่ออย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นักที่จะให้พี่รหัสตัวเองเลี้ยงอาหารมื้อที่นี่ตนเองเป็นฝ่ายกินมากกว่าประมาณสามในสี่ส่วน

 

“ฉันรวย” คำตอบสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของคนเงียบขรึมทำให้แบมแบมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะในตอนที่อีกฝ่ายพูดประโยคที่มีเพียงสองคำออกมานั้น ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงถึงความโอ้อวดในฐานะทางบ้านหรืออะไร แต่มันเป็นเหมือนเพียงประโยคบอกเล่าเหตุผลสั้นๆ ตามประสาของเขาเท่านั้น

 

“อ่า...ถ้างั้นก็ขอบคุณนะครับ” แบมแบมเอ่ยขอบคุณพร้อมกับค้อมหัวให้มาร์ค แม้ในใจจะแอบวางแผนว่าจะแอบเอาเงินไปคืนทีหลังก็ตามทีเพราะเท่าที่เขาประเมิณจากสายตาแล้วถ้ายังดึงดันว่าจะจ่ายเองต่อไปยังไงก็คงไม่สำเร็จเป็นแน่

 

หลังจากทั้งสองจัดการเรื่องค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาทางหน้าร้านที่ๆ พวกเขาจอดรถเอาไว้ไม่ไกล

 

“เดี๋ยวรุ่นพี่กลับไปก่อนได้เลยนะครับ” คนตัวเล็กว่าแบบนั้นในตอนที่พวกเขาเดินมาถึงรถคันหรูของร่างหนาเรียบร้อยแล้ว

 

“...” มาร์คหันมาเลิกคิ้วน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงถามน้องรหัสของตนว่าทำไมไม่กลับไปพร้อมกัน

 

“คือผมนัดเพื่อนๆ เอาไว้ว่าจะไปทานไอติมด้วยกันต่อน่ะครับ” ซึ่งแบมแบมก็สามารถแปลความหมายของการเลิกคิ้วนั้นได้อย่างง่ายดายจึงเอ่ยบอกเหตุผลให้เขาฟังทันที

 

“...” คนตัวสูงได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าน้อยๆ พร้อมกับเปิดประตูรถและสอดตัวเข้าไปนั่ง

 

“...”​ ซึ่งแบมแบมเมื่อเห็นแบบนั้นก็ก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะกลับจึงกะว่าจะยืนรอส่งให้เขาขับรถออกไปก่อนค่อยไปหาเพื่อน

 

“ขึ้นรถสิ” ชายหนุ่มที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับลดกระจกลงมาแล้วพูดกับร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

 

“อ่า รุ่นพี่ไม่ต้องไม่ส่งก็ได้ครับเดี๋ยวผมเดินไปเองก็ได้แค่นี้เอง” คนตัวเล็กรีบตอบไปแบบนั้นเพราะคิดว่าที่อีกฝ่ายบอกให้ขึ้นรถคือจะไปส่ง

 

“ฉันจะไปด้วย”

 

“ครับ?

 

 

“แล้วค่อยกลับพร้อมกัน”




#รูมเมทมบ



“นี่แบมแบมทำไมนายถึงมากับพี่รหัสได้ล่ะ” เสียงของยองแจที่แอบกระซิบกระซาบถามแบมแบมที่โดนเพื่อนสนิททั้งสองคนขนาบเข้าทั้งสองข้างตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้าน ขณะที่หางตาของยองแจตอนนี้แอบเหลือบมองรุ่นพี่ที่เป็นพี่รหัสของเพื่อนสนิทเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เข้าสังเกตเห็นว่าพวกเขาทั้งสามคนแอบสุมหัวคุยกันอยู่ โชคดีที่ตอนนี้เขาเดินไปยืนนิ่งๆ อยู่หน้าตู้ไอศกรีมแล้วใช้สายตากวาดมองไปข้างในนั้น

 

“เอ่อ...รุ่นพี่เขาบอกจะมาด้วยน่ะแล้วค่อยกลับพร้อมกัน” แบมแบมบอกเพื่อนทั้งสองไปตามตรง แม้ในใจลึกๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยชอบเข้าสังคมร่วมกับคนแปลกหน้าถ้าไม่จำเป็นแบบเขานั้นถึงยอมมาด้วยกัน

 

“จีบกันอยู่เหรอ” ยองแจถามออกมาตรงๆ ตามสไตล์ของเจ้าตัวซึ่งนั่นทำให้แขนขาวที่อวบน้อยๆ ของยองแจโดนจินยองแจกขนมเปี๊ยะเข้าไปหนึ่งที

 

เพี๊ยะ

 

“ยองแจพูดอะไรเนี่ย เดี๋ยวแบมแบมก็โกรธเอาหรอก” จินยองเอ็ดเพื่อนสนิทอีกคนเหมือนคุณแม่ที่คอยดุสอนลูกน้อยยังไงยังงั้น

 

“โถ่ ก็เราอยากรู้นี่นา ว่าไงแบมแบม” ยองแจพูดเสียงอ่อยแต่ก็ไม่วายถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้งตามประสาคนที่ชอบใส่ใจเรื่องของเพื่อนและคนรอบข้างมากเป็นพิเศษ

 

“ยังอีก” เสียงหวานของจินยองที่ติดดุมากกว่าปกติพูดขึ้นทำให้แบมแบมที่เป็นคนกลางต้องรีบเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนเพื่อห้ามทัพเพื่อนทั้งสองเสียก่อนที่มันจะเสียงดังไปมากกว่านี้

 

“ไม่เป็นไรหรอกจินยอง แบมไม่โกรธๆ ส่วนยองแจพวกเราไม่ได้จีบกันนะ”

 

“จริงเหรอ แล้วทำไมพี่เขาถึงไปกินข้าวกับนายแถมตามมากินไอติมด้วยอีกหล่ะ” ยองแจถามต่ออย่างไม่ปักใจเชื่อเท่าไหร่นัก ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวไม่เชื่อใจเพื่อนสนิทหรือยังไง แต่เพราะข้อสงสัยในจิตใจของเขานั้นยังไม่ได้รับการไขให้กระจ่างต่างหากเลยต้องถามต่อเพื่อไม่อยากให้มีอะไรมาตะขิดตะขวงใจ

 

“รุ่นพี่เขาอาจจะอยากกินไอติมก็ได้นะ” แบมแบมว่าแบบนั้นแม้ในใจตัวเองจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้สักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ดูน่าสมเหตุสมผลไปมากกว่าเหตุผลนี้อีกแล้วนี่นา

 

“คนแบบนั้นน่ะนะ?” ยองแจย้อนถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่ออย่างสุดฤทธิ์ซึ่งสิ้นคำพูดของยองแจทุกคนก็หันไปมองทางเดียวกันคือทางที่มีผู้ชายมาดนิ่งยืนอยู่หน้าตู้ไอติมที่ดูยังไง้ยังไงก็ไม่เข้ากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

 

“น่าๆ ช่างเถอะ ไปเลือกรสไอติมกันดีกว่า อย่าให้รุ่นพี่เขารอนานมันน่าเกลียด” เป็นแบมแบมที่พูดตัดบทเพราะไม่อยากโดนเพื่อนเจ้าหนูจำไมซักอีกต่อไปแล้ว เพราะเจ้าตัวเกรงว่าหากโดนซักไปซักมาจะเป็นเขาเสียเองที่จนมุมน่ะนะ ว่าจบแบมแบมก็เดินไปทางตู้ไอศรีมที่มีร่างหนายืนอยู่ก่อนแล้ว

 

“รุ่นพี่สั่งหรือยังครับ” แบมแบมที่เดินไปหยุดยืนข้างๆ ชายหนุ่มร่างหนาเอ่ยถามขณะที่เงยหน้าสบตาอีกฝ่ายที่หันมามองพร้อมยกยิ้มให้บางๆ อย่างน่ารัก

 

“...” อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรออกมาแค่เพียงส่ายหน้าสองสามครั้งแทนคำตอบเท่านั้น

 

“งั้นรุ่นพี่อยากทานรสไหนครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเองตอบแทนค่าอาหารเมื่อกี้” ร่างน้อยถามต่อขณะที่ชี้นิ้วไปที่ตู้ไอติมที่โชว์ไอติมหลากหลายสีกับรสอยู่มากมายจนละลานตาอย่างน่ารัก

 

“ไม่...” เสียงทุ้มหลุดออกมาจากปากร่างสูงเป็นพยางค์เดียวสั้นๆ นั่นทำให้แบมแบมต้องขานรับแบบงงๆ เพราะไม่เข้าใจว่าไม่ของอีกฝ่ายคือไม่อยากทานไอศกรีมหรือไม่อะไรกันแน่

 

“ครับ?”

 

“ฉันไม่กินของหวาน” เขาพูดออกมาอีกครั้งเป็นประโยคที่ยาวกว่าเดิม

 

“แล้วรุ่นพี่...” มาทำไมล่ะครับ?

 

แบมแบมพูดออกไปแค่นั้นหากแต่ก็พูดออกไปไม่หมดเพราะแวบนึงเขาฉุกคิดได้ว่าอาจจะไม่ควรพูดแบบนั้นออกไปเพราะมันจะดูเหมือนเป็นการเสียมารยาทเกินไปสักเล็กน้อย

 

“ดึกแล้วอันตราย” แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงจะล่วงรู้ว่าร่างน้อยอยากจะพูดอะไรออกมาเขาเลยตอบออกมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ยินคำถามทั้งหมด ก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั่งที่โต๊ะว่างสำหรับสี่ที่ที่อยู่ติดกระจกของร้านแล้วมองออกไปข้างนอกนิ่งๆ

 

ดึกแล้วอันตราย...

 

เสียงทุ้มของมาร์คดังก้องในหัวของแบมแบมพร้อมกับความอบอุ่นในหัวใจ แม้จะดูเหมือนว่าเป็นประโยคธรรมดาๆ หากแต่เพราะมันออกมาจากปากคนที่ใครๆ ก็ว่าแสนเย็นชา นิ่งขรึม น่ากลัว มันทำให้ร่างบางได้รู้ว่าข้อครหาจากคนอื่นมากมายที่เขาได้ยินหรือรับรู้มานั้นไม่เป็นความจริงเลยสักนิด

 

จะมีใครสักกี่คนกันที่ได้รู้ว่าชายหนุ่มที่แสนเย็นชาคนนั้น ความจริงแล้วเป็นผู้ชายที่แสนอบอุ่นและใจดีมากแค่ไหน...

 

หลังจากที่เด็กหนุ่มหน้าหวานทั้งสามคนเลือกไอศกรีมในเมนูกับเลือกรสไอศกรีมหน้าเค้าท์เตอร์เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะที่มีชายหนุ่มที่เป็นรุ่นพี่แสนขรึมของพวกเขานั่งรออยู่ก่อนแล้วโดยที่จินยองและยองแจนั่งฝั่งเดียวกัน ส่วนทางด้านแบมแบมก็นั่งลงข้างๆ พี่รหัสของตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อนไม่กล้ามานั่งตรงนี้เพราะกลัวออโรร่าแสนนิ่งของพี่ท่าน

 

ทั้งสามคนคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ โดยที่คนตัวสูงไม่คิดจะเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยเพราะเขาปิดกั้นโดยการมองออกไปข้างนอกแบบไม่หันกลับมามองคนร่วมโต๊ะ

 

จนกระทั่งพนักงานเดินนำไอศกรีมสามถ้วยมาเสริ์ฟเขาก็ยังไม่หันมา และเมื่อทุกคนได้รับของที่ตัวเองสั่งเรียบร้อยแล้วก็เริ่มที่จะลงมือทาน ไม่เว้นแม้แต่แบมแบมที่หยิบช้อนขึ้นมาตักไอศกรีมขนาดได้พอดีคำ

 

“รุ่นพี่ลองทานนี่สิครับ” แต่ทว่าร่างบางกลับไม่นำมันเข้าปากตัวเองแต่กลับเป็นยื่นช้อนส่งไปทางคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ กันพร้อมกับเอ่ยเรียกคนที่มองออกไปข้างนอกให้หันกลับมา

 

“...” มาร์คที่หันกลับมานั้นกำลังมองช้อนเหล็กสีเงินที่มีไอศกรีมสีน้ำตาลเข้มออกกาแฟนิ่งๆ เหมือนพินิจพิจารณาที่ถูกจ่อมาตรงหน้าโดยฝีมือของร่างน้อย

 

“ไม่หวานหรอกครับ เชื่อผมสิ...” เสียงหวานเอ่ยเสริมขณะที่ยื่นช้อนไปใกล้ปากบางมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมอ้าปากสักที

 

“...”

 

“...นะครับ” ไม่พูดเปล่าใบหน้าหวานแสดงชัดถึงความออดอ้อนที่ผ่านมาทางตัวตาและสีหน้าที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็เผลอทำไปโดยที่ไม่รู้ตัว ราวกับว่ามันเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

 

สุดท้ายชายหนุ่มร่างหนาที่มองใบหน้าหวานสลับกับไอศกรีมที่เขาไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่นักตรงหน้าอยู่ชั่วครู่ ปากบางที่ปิดสนิทก็อ้าปากรับไอศกรีมที่เริ่มละลายเล็กน้อยบนช้อนนั้นเข้าปากโดยฝีมือการป้อนจากคนตัวเล็ก

 

ไม่หวานอย่างที่คิด...

 

มาร์คคิดในใจหลังจากที่รับไอศกรีมนั้นเข้าปากและได้รับลิ้มชิมรสของมันที่ทีแรกเขาคาดการณ์เอาไว้ว่าจะต้องหวานจนเลี่ยน แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นอย่างนั้นเพราะรสแรกที่เขาได้รับคือความเข้มข้นของกาแฟที่ตามมาพร้อมกับความหวานน้อยๆ ของดาร์กช็อคโกแลตทำให้คนที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยชอบของหวานแบบเขารู้สึกถูกใจได้ไม่ยาก

 

“ชอบไหมครับ” แบมแบมถามหลังจากที่ป้อนไอศกรีมช้อนนั้นเข้าปากพี่รหัสของตนไปได้ครู่นึง แม้เขาจะคาดการณ์ได้จากสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปของร่างหนาแล้วก็ตามทีแต่ก็ยังอยากรู้จากเจ้าตัวเองมากกว่า

 

“...” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับอะไรออกมาแต่เขาเพียงพยักหน้านิ่งๆ เท่านั้น

 

“ถ้างั้น...มาทานด้วยกันไหมครับ” แต่นั่นก็มากพอให้แบมแบมเอื้อมไปหยิบช้อนที่พนักงานจัดวางเอาไว้ให้พอดีจำนวนคนตั้งแต่ทีแรก ก่อนที่จะยื่นไปให้คนตัวสูงที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับไอศกรีมตรงหน้าไปแล้ว

 

“พอดีว่าผมอยากสั่งมาลองแต่ดูเหมือนว่ามันจะขมเกินไปสำหรับผม เพราะแบบนั้นรุ่นพี่ช่วยผมทานไอติมลูกนี้หน่อยได้ไหมครับ” แบมแบมว่าแบบนั้นแม้ความจริงแล้วเจ้าตัวเองจะยังไม่ได้แม้แต่จะลองชิมไอศกรีมลูกนั้นแม้แต่น้อย เพราะเขาเองจงใจสั่งรสนี้มาให้อีกฝ่ายตั้งแต่แรกแล้ว แม้มันจะเป็นรสที่ตัวเองไม่มีเคยมีความคิดที่จะสั่งมาทานเองก็ตามที

 

แต่ห้ามบอกใครล่ะ ไม่งั้นโดนล้อแน่เลย...

 

“...” มาร์คที่ได้ยินประโยคนั้นของแบมแบมก็ชั่งใจอยู่ครู่นึงก่อนจะยอมรับช้อนเงินอันนั้นมาถือและยอมตักไอศกรีมลูกดังกล่าวเข้าปากคำแล้วคำเล่าพร้อมกับแบมแบมที่ตักไอศกรีมรสโปรดของตัวเองลูกอื่นในถ้วยกินเช่นกัน

 

จนกระทั่งไอศกรีมที่มาร์คโดนขอให้ช่วยทานได้หมดลง มือหนาก็วางช้อนลง ตอนนี้ดวงตาคมที่สงบนิ่งกำลังมองไปที่เสี้ยวหน้าเนียนของคนที่นั่งข้างกายเขาที่กำลังมีความสุขกับการกินไอศกรีมที่แสนหวานอย่างเพลิดเพลิน

 

เพลิดเพลินเสียชนิดที่ว่ามีคราบไอศกรีมเลอะที่ขอบปากเหมือนเด็กน้อยแล้วก็ยังไม่รู้ตัว...

 

“เลอะ...” ไวเท่าความคิดมือหนาก็ถูกยกขึ้นโดยเจ้าของพร้อมกับส่งปลายนิ้วหัวแม่มือไปปาดคราบเลอะนั้นเบาๆ พร้อมกับดึงมือกลับมา ก่อนจะเอาลิ้นอุ่นร้อนของตัวเองเลียคราบไอศกรีมที่เปลี่ยนมาติดบนนิ้วเขานั้นอย่างไม่คิดรังเกียจ

 

“หวาน” หลังได้ชิมรสไอศกรีมรสนั้นจากคราบที่ติดอยู่บนนิ้วมือ เสียงทุ้มพูดออกมาเบาๆ หากแต่ก็ดังพอให้คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอีกสามคนได้ยินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่นั่งฝั่งเดียวกันอย่างแบมแบม ที่ตอนนี้แก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างชัดเจนจากการกระทำเมื่อสักครู่

 

รวมไปถึงจินยองและยองแจที่นั่งสังเกตการณ์มองอยู่มาตั้งแต่ต้น ถึงการกระทำที่แสนเป็นธรรมชาติของทั้งสองคนนั้นที่ดูเป็นธรรมชาติเสียจนอีกสองคนต้องหันมาสบตากันและคิดออกมาเป็นเสียงเดียวกันแบบไม่ต้องนัดหมาย

 


...ทำตัวเป็นอากาศธาตุยังไง เข้าใจก็วันนี้...


#รูมเมทมบ


ตลอดเส้นทางระหว่างร้านไอศกรีมกลับมาที่หอพักไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ระหว่างทั้งสองคน ถึงแบบนั้นก็ไม่ใช่ความเงียบที่แสนอึดอัดแบบที่ใครหลายๆ คนคิด หากแต่เป็นความเงียบที่ทำให้คนตัวเล็กอมยิ้มมาได้ตลอดทั้งทาง

 

ครืดด

 

เสียงสั่นของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้มพอดีตัวของแบมแบมดังขึ้นมาเบาๆ ทำให้เจ้าของเครื่องต้องหยิบมันขึ้นมาเปิดดู

 

อ่า แชทกลุ่มนี่เอง ส่งรูปอะไรมากันนะ

 

เมื่อเจ้าตัวเห็นตัวหนังสือที่ขึ้นแจ้งเตือนว่าเพื่อนสนิทของเขาส่งรูปเข้ามาในไลน์กลุ่มเจ้าตัวก็สไลด์หน้าจอเบาๆ ตรงที่เป็นแถบแจ้งเตือนเพื่อเปิดดู

 

นะ...นี่มันอะไรกันเนี่ย

 

ซึ่งภาพที่เด้งเปิดขึ้นมานั้นเป็นตอนที่เขากำลังยื่นช้อนที่มีไอศกรีมอยู่ยื่นไปทางร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ และยังไม่หมดเพียงแค่นั้นเพราะยังมีรูปอื่นๆ อีกเกือบร่วมสิบรูปที่โดนถ่ายเอาไว้ในหลายท่วงท่าอิริยาบถด้วยฝีมือของเพื่อนสนิทอย่างชเวยองแจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่คนโดนแอบถ่ายเองก็ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่สักนิด

 

นิ้วเรียวเลื่อนลงมาจนดูรูปภาพพวกนั้นครบหมดแล้ว เขาก็เห็นสองสามข้อความล่าสุดที่เพื่อนพิมพ์ส่งมาต่อท้ายรูปภาพเหล่านั้น ที่แค่อ่านผ่านเพียงตัวอักษรก็สามารถรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงและสีหน้าได้อย่างไม่ง่ายดาย

 

333cyj333 : @pepi_jy_ คุณปาร์คไหนใครเค้าบอกว่าไม่ได้จีบกันนะครับ

 

pepi_jy_ : @333cyj333 นั่นสิครับคุณทเว เอาซะผมรู้เลยว่ากลายเป็นอากาศธาตุนั้นรู้สึกยังไง

 

333cyj333 : @pepi_jy_ นี่ขนาดไม่ได้จีบกันนะครับ ถ้าจีบแล้วขนาดไหนกันน้า คุณแบมแบมพอจะทราบไหมครับ? @BamBam1A

 

และข้อความเหล่านั้นทำให้คนที่ถูกแซวนั้นรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่เห่อขึ้นมาน้อยๆ บนใบหน้าขณะที่นิ่วเรียวรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนไปทันที

 

BamBam1A : พอเลย พวกเค้าไม่ได้จีบกันจริงๆ นะ!

 

ทันทีที่แบมแบมกดส่งตอบกลับไปไม่นานเพียงแค่หายใจเข้าออกรอบเดียว ข้อความนั้นก็ขึ้นอ่านครบทั้งสองคนอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังรอให้เจ้าตัวมาตอบอยู่ยังไงยังงั้น

 

pepi_jy_ : จ้าๆ นยองเชื่อแบมแบม ;)

 

333cyj333 : แจนก็ล่วยยยยย คิกๆ ;)

 

เมื่อเห็นข้อความที่เพื่อนส่งมาซึ่งมาพร้อมกับอิโมจิขยิบตาที่ต่อให้เด็กอนุบาลดูก็รู้ว่าไม่ได้เชื่อจริงๆ ตามอย่างที่พิมพ์มาเลยมาแต่น้อย นั่นทำให้คนที่ถูกแซวแอบยู่ปากเล็กน้อยเมื่อโดนเพื่อนทั้งสองคนรุมโดยที่สวนอะไรกลับไปไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

BamBam1A : ให้มันจริงเถอะ! ฮึ ‘^’!

 

“ถึงแล้ว...”​ หลังจากที่ร่างน้อยพิมพ์ข้อความสุดท้ายส่งไปพร้อมกับล็อคหน้าจอ เสียงทุ้มจากคนที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับข้างๆ ก็ดังขึ้นทำให้ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ เพราะเจ้าตัวมัวแต่สนใจแต่เพียงหน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้โดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่ารถยนต์คันหรูนั้นได้จอดนิ่งสนิทหากแต่ยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์อยู่ตรงบริเวณลานจอดรถของหอพักมาได้ซักพักนึงแล้ว

 

“อ้ะ เอ่อ ขอโทษครับ พอดีผมมัวแต่คุยกับเพื่อนเพลิน” เมื่อแบมแบมได้ยินแบบนั้นก็รีบเอ่ยขอโทษขอโพยทันที พลางปลดสายเข็มขัดนิรภัยที่ตัวเองคาดอยู่ออกอย่างรวดเร็ว

 

“...” ซึ่งคนที่วันนี้รับหน้าที่เป็นสารถีจำเป็นให้ก็ไม่ได้พูดอะไรแค่ยื่นมือไปดับรถยนต์ ดึงกุญแจรถออกและเปิดประตูลงจากรถแบบเงียบๆ ตามปกติของเจ้าตัว หากแต่คราวนี้เขากลับไม่เดินลิ่วๆ นำหน้าไปก่อนแบบทุกที หากแต่ร่างสูงกลับหยุดยืนรอคนตัวเล็กให้ลงมาจากรถและเดินมายืนข้างกายก่อนแล้วค่อยออกเดินเข้าไปในประตูทางเข้าอาคารหอพักที่เชื่อมกับลานจอดรถเพื่อขึ้นลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลกัน

 

“รุ่นพี่ครับ” เสียงหวานเอ่ยพูดขึ้นมาทำลายความเงียบในตอนที่ทั้งสองเข้ามาในตัวลิฟต์แล้ว ทำให้คนที่ถูกเรียกนั้นก็เหลือบสายตามามองคนตัวเล็กจากหางตาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

 

“...?”

 

“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” คนตัวเล็กกว่าพูดต่อพร้อมกับระบายยิ้มบางๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำเป็นประจำอย่างน่ารักพร้อมกับค้อมหัวให้อีกฝ่ายน้อยๆ เป็นเชิงขอบคุณอย่างมีมารยาท

 

“ไม่เป็นไร...ฉันเต็มใจ” เขาพูดเว้นช่วงไปครู่นึงก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ สีหน้าแบบเดิมๆ ของเจ้าตัว แต่ทว่าถ้าหากแบมแบมไม่ได้คิดไปเองแล้วล่ะก็...

 

ดูเหมือนว่ามุมปากที่มักจะตกอยู่เสมอของอีกฝ่ายตามประสาคนไม่ค่อยชอบยิ้มสักเท่าไหร่กำลังกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย...ย้ำว่าเล็กน้อยมากจริงๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็มากพอที่ทำให้เด็กน้อยช่างสังเกตที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมห้องกับอีกฝ่ายมาร่วมสองสัปดาห์สามารถสังเกตเห็นมันได้อย่างง่ายดาย

 

“ถ้างั้นไว้คราวหน้าเราไปด้วยกันอีกนะครับ” แบมแบมพูดออกไปแบบที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรนั้นมาดลจิตดลใจให้เขากล้าพูดประโยคแบบนั้นออกไปอย่างง่ายดาย

 

“...” ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวพูดประโยคนั้นจบก็เกิดเดดแอร์อยู่ครู่นึงนั่นทำให้คนที่เอ่ยพูดออกไปนั้นยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ

 

นายพูดอะไรออกไปเนี่ยแบมแบม!

 

“เอ่อ...” ปากอิ่มเผยออ้าเพื่อจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อแก้สิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเมื่อครู่ให้ไม่ดูน่าเกลียดเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเพิ่งพูดสิ่งที่ดูเอาแต่ใจไปหน่อยออกไปเสียแล้ว

 

ติ๊ง ครืดดด

 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกมาเสียงสัญญาณแจ้งเตือนของลิฟต์ก็ดังขึ้นเป็นการแจ้งเตือนว่าชั้นที่พวกเขาต้องการขึ้นมานั้นถึงแล้ว และตามมาด้วยเสียงประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกโดยมีร่างหนาก้าวเดินนำออกไปก่อนตามด้วยคนตัวเล็กที่เมื่อเห็นแบบนั้นก็จะก้าวเดินตามออกไป

 

“อืม” ในจังหวะที่ร่างน้อยเพิ่งก้าวออกจากลิฟต์นั้นเองเสียงทุ้มก็ดังออกมาจากลำคอของคนที่เดินอยู่ข้างหน้าทำให้แบมแบมที่เดินก้มหน้าก้มตามองพื้นตามมาข้างหลังนั้นรีบเงยหน้าขึ้นมามองแผ่นหลังกว้างของพี่รหัสตัวเองทันควัน

 

หัวใจดวงน้อยที่ทีแรกเหี่ยวฟีบลงกลับมาพองฟูอย่างรวดเร็วราวอย่างกับในการ์ตูนริมฝีปากอิ่มที่รอยยิ้มได้จากหายไปเมื่อกี้กลับมายกยิ้มกว้างอีกครั้ง

 

 

ดูเหมือนว่าการไปกินข้าวด้วยกันรอบนี้ก็อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด...

 

 


100%

 

 

______________________________

 

เลากลับมาแล้ววว

ฮือออ หายไปเพราะช่วงสอบมิดเทอมที่มหาลัย

เพิ่งฟื้นกลับมาจากร่างซอมบี้ แวว ไม่ต้องกลัวน้า 

เรายังไม่ทิ้งรีดแน่นวล ฮี่ๆ


เหงาๆ ไปเม้ามอยกันได้ที่ TWITTER : @giftaplus

หรือไปหวีดกันต่อกันได้ใน TAG : #รูมเมทมบ โลดดดด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 796 ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2972 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:51

    เค้ามาสี่เหมือนมาสองเนาะ????????????????????????

    #2972
    0
  2. #2971 SmileMybunnyy (@SmileMybunnyy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 10:22
    งื้อออ เขิลฉากเค้ากินติมกันอ่ะ คิกค้าก
    #2971
    0
  3. #2956 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:35
    ป้อนติมด้วยยย
    #2956
    0
  4. #2948 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:47
    เขิลลลลล
    #2948
    0
  5. #2919 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:07
    ฮิ้ววววว
    #2919
    0
  6. #2892 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:08
    เขินอ่ะ
    #2892
    0
  7. #2860 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 16:14
    เขิงงงงง
    #2860
    0
  8. #2807 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 18:16

    จร้าเชื่อจร้าเราเชื่อแบมเนอะ

    #2807
    0
  9. #2777 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 12:48
    เช็ดปากให้แล้วเอาไปกินต่ออีกกกกกก เกินไปปปปป
    #2777
    0
  10. #2612 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:55
    เป็นแฟนหรอมาเช็ดปากให้
    #2612
    0
  11. #2271 ออมม่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:29

    ช่ายยยยย เป็นแฟนกัน เอออออ ป้อนไอติมด้วย

    #2271
    0
  12. วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 12:09
    ฮื่อออ น่ารักเว่อร์
    #2104
    0
  13. #1723 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 02:07
    ตามใจอะไรขนาดนี้ เป็นแฟนอ่อออ
    #1723
    0
  14. #1687 P.L.Y (@pukpikply) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:12
    รุ่นพี่ชอบแบมแล้วแน่ๆ
    #1687
    0
  15. #1652 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:08
    อบอุ่น กู๊ดฟีลจริงๆค่ะคุณ :)
    #1652
    0
  16. #1532 teetel355 (@teetel355) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 18:06
    น่ารักอ่าาาา 😍😍😍
    #1532
    0
  17. #1462 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:05
    เขินโดยไม่ทราบสาเหตุค่าา อั๊ยย
    #1462
    0
  18. #929 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:21
    น่ารักอิอิ
    #929
    0
  19. #401 pairwapalo4148 (@pairwapalo4148) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 18:04
    น่ารักจังโว้ยยยยย
    #401
    0
  20. #391 Bporsche_ (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:18
    อ๊ากกก ชั้นเขินนนน 555555555
    #391
    0
  21. #343 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:28
    ทำเป็นเก็กน้า
    #343
    0
  22. #314 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 09:10
    นี่ขนาดไม่ได้จีบกันนะคะถ้าจีบกันมดคงขึ้นจอ545555
    #314
    0
  23. #290 Jesse Kass (@Monitha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 15:49
    พี่มาร์คพูดบ้างก็ได้ค่ะ บางครั้งก็เงียบไป555//แต่อีพี่มีความละมุนอบอุ่นเเบบเงียบๆ
    #290
    0
  24. #266 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 21:15
    กริส!!! รุ่นพี่จะรู้มั้ยว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิม อิอิ
    #266
    0
  25. #265 FICGOT7Thailand (@FICGOT7Thailand) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 19:30
    มาต่อแล้ว คิดถึงมากกกกกกกกกกกกกก
    #265
    0