Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 52 : ♫ OS Stay with me free breakfast (รักรสคุ้กกี้) -Hoonwoo-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ธ.ค. 58





♫ OS Stay with me free breakfast (รักรสคุ้กกี้) 
-Hoonwoo-


มีป้าคนนึงมาวอเเวเลาว่าอยากอ่านฮุนอู 55555
ตอนเมเซฟไฟล์เมใช้ชื่อไฟล์ว่า ฮุนวูอะพี่เอิง
ไม่ได้คิดชื่อเรื่อง เพราะงั้นน้องฝากคิดชื่อเรื่องที่นะคะ

Edited - ขอบคุณชื่อเรื่องจากพี่เอิงค่ะ- 


จำได้ว่าพี่ยิ้มเคยบอกว่าอยากอ่านฮุนอูหวานๆ
นี่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เรียกว่าหวานได้ไหม
ถ้าอ่านเเล้วรู้สึกว่าไม่หวานก็อย่าว่าน้อง 555555



__________________

 



“อะไรนะ? อะไรของมึงเนี่ย ตกลงร้านอยู่ตรงไหน?”

 



เขาหยุดยืนเท้าเอวบนทางเท้าที่คนเดินสวนกันขวักไขว่ ขมวดคิ้วทำหน้าหาเรื่องคนในโทรศัพท์แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางมองเห็น

 



“เออ ร้านเป็นไงนะ? สีขาว ชื่อไร? อ่อ เห็นละ ป้ายแม่งโคตรเล็กสาดดด เค แค่นี้”

 



ชายหนุ่มหน้าตี๋ดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูหลังจากกวาดตาจนเจอร้านเป้าหมายที่อยู่ห่างไปอีกเกือบหนึ่งช่วงตึก เขาพึ่งซื้อกล้องมาใหม่ และหมายใจว่าจะหาร้านกาแฟสีเพลนๆสบายตาไว้ลองกล้องเสียหน่อย ประจวบกับน้องคนสนิทแนะนำร้านกาแฟที่พึ่งจะเปิดใหม่พอดี มันบอกว่า เป็นร้านเล็กๆเรียบๆน่ารัก กาแฟรสชาติดี ที่สำคัญ... พนักงานเสิรฟ์น่ารักมาก ฮยองจะต้องชอบ

 



แล้วน้องเสนอมามีหรือเขาจะไม่สนอง

 



เขายัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงด้านหลัง สาวเท้าเดินจากจุดที่ยืนอยู่ตรงไปอีกไม่เท่าไหร่ก็เจอร้านที่ว่า ชายหนุ่มเงยหน้ามองป้ายร้านที่อยู่เหนือหัว บนป้ายไม้ทรงกลมนั้นมีดอกคัตเตอร์เล็กๆจุ๋มจิ๋มที่ถูกวาดจากสีอะคริลิคประกอบขึ้นเป็นคำว่า คัตเตอร์ ซึ่งเป็นชื่อของร้านกาแฟร้านนี้  

 



พวงกระดิ่งที่ถูกแขวนไว้กับลูกบิดส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋งเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป มันเป็นร้านเล็กแคบขนาดหนึ่งห้อง ผนังทั้งหมดเป็นปูนเปลือยดูสบายตา ขวามือของเขามีหน้าต่างกระจกใสสามบาน ทุกบานมีผ้าลายลูกไม้สีขาวใช้ต่างผ้าม่านช่วยกรองแสงแดดจ้าให้ซอฟท์ลง โต๊ะสองชุดแรกถูกวางตั้งพอดีกับบานหน้าต่าง มันเป็นโต๊ะไม้กลมสีขาว บนโต๊ะมีแก้วเล็กใสใส่ช่ดอกคัตเตอร์ที่เป็นสีม่วงเข้มดูสะดุดตาหล่อน้ำไว้พอไม่ให้เหี่ยวเฉา ประกบเก้าอี้ไม้สองตัวที่มีสีขาวเข้าชุด ส่วนโต๊ะอีกตัวเป็นโต๊ะเตี้ยตั้งเข้าคู่กับโซฟาผ้าสีน้ำตาลอ่อนขนาดสองคนนั่งที่ถูกวางชิดกับผนังด้านใน กำแพงเหนือโซฟาตัวนั้นเต็มไปด้วยโพสอิทและรูปวาดบนกระดาษมากมาย

 



เก๋ดีหว่ะ ชอบ

 



ชายหนุ่มหันมองทางซ้ายมือของตัวเองบ้าง ซ้ายมือมีเคานท์เตอร์ตัวยาว ด้านหลังมีตู้เย็น เครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์ต่างๆ และเมนูที่ถูกเขียนไว้บนกำแพงด้วยลายมือขยุกขยิกแต่สบายตา ถัดจากเคานท์เตอร์เป็นตู้ไอติม ที่มีหลากสีหลากรสจน




เขาต้องขยับปีกหมวกไปด้านหลัง ปลดฮู้ดสีแดงลง แล้วตั้งใจยกกล้องขึ้นมาเล็งภาพสีสันของไอศครีมในตู้
 ปลายนิ้วกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้กล้องจับโฟกัส

 



“ยินดีต้อนรับครับ”

 



เขาแพนกล้องไปหาต้นเสียง ปลายนิ้วกดลงสุดอัตโนมัติเพื่อลั่นชัตเตอร์ ก่อนที่เขาจะลดหน้ากล้องลง

 



เชี่ยยย น่ารักจริงๆด้วย

 



เขามองชายหนุ่มหน้าหวานที่เดินออกมาจากประตูที่เขาคิดเอาเองว่าเชื่อมกับด้านหลังร้าน เขามีดวงตากลมสวย หัวตาโค้งขึ้นแล้วลากยาวไปจรดเป็นหางตาเรียว มีจมูกโด่ง แถมยังริมมีฝีปากสีอ่อนที่บางเฉียบ

 



“โคตรดีต่อใจ”

 



“ว่าอะไรนะครับ?”

 



อีกฝ่ายเลิกคิ้วพลางเดินมาประจำด้านหลังเคานท์เตอร์ ชายหนุ่มมองมือขาวๆที่กำลังหยิบแก้วหยิบจานมาเช็ดอย่างคล่องแคล่ว น่ามอง และละสายตาไม่ได้เลย

 



“ฉันบอกว่า ร้านน่ารักดีนะ ร้านของนายเองหรอ?”

 



“ผมเป็นพนักงานหน่ะครับ วันนี้เจ้าของร้านไม่อยู่”

 



“งั้นเหรอ แล้ว...ถ้าถ่ายรูปนี่เจ้าของเขาจะไม่ว่าใช่ไหม?”

 



“ไม่หรอกครับ? ลูกค้ามาถ่ายรูปเป็นประจำเลยหล่ะตั้งแต่เปิดร้าน”

 



กลีบปากบางเฉียบนั้นแย้มยิ้มโชว์ฟันขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบน่ามอง แต่นั่นก็ไม่เท่าแก้มที่บุ๋มลึกลงไปทั้งสองข้าง มันดีดูบนใบหน้าของอีกฝ่ายจนเขาเผลอฉีกยิ้มตาม

 



“แล้ว...ถ้าถ่ายรูปนายอะ?”

 



“ครับ?”

 



“คนมันก็...เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการถ่ายรูปนะ จะให้ถ่ายร้านเปล่าๆมันก็ไม่ใช่ๆป้ะหล่ะ”

 



เขาว่า เท้าแขนลงบนเคานท์เตอร์แล้วเริ่มกวาดตามองเมนูบนกำแพง ปลายนิ้วของเขาเคาะลงบนเคานท์เตอร์เป็นจังหวะ คิ้วขมวดมุ่นขณะชั่งใจว่าจะลองเมนูไหนก่อนดี

 



“โกโกร้อนไหมครับ?”

 



“ทำไมต้องโกโก้ร้อนหล่ะ”

 



“อากาศเริ่มเย็นแล้ว อีกอย่างผมว่าคุณคงเดินมาไกลพอสมควร เดาได้จากละอองน้ำเล็กๆบนเสื้อฮู้ด เพราะงั้นได้อะไรอุ่นๆสักแก้วคงดีใช่ไหม?”

 



“โอเค...ก็...ตามนั้นละกัน”

 



เขายิ้มออกมาบางๆ พลางยกกล้องขึ้นจรดกับใบหน้า ชายหนุ่มมองภาพผ่านช่องมองภาพ ปลายนิ้วเลื่อนวางบนชัตเตอร์เตรียมพร้อมเมื่อเห็นมือขาวคว้าจับกระป๋องกลมลายไม่คุ้นตามาวางไว้ใกล้มือ คงจะเป็นกระป๋องบรรจุผงโกโก้ซักยี่ห้อ

 



ชัตเตอร์ถูกลั่นส่งเสียงดังแชะๆติดต่อกันหลายครั้ง ก่อนที่เขาจะลั่นชัตเตอร์ครั้งสุดท้ายเมื่ออีกฝ่ายเทโกโก้จากแก้วแสตนเลสลงในถ้วยมัคสีขาวสะอาด มันถูกจัดวางบนจานไม้แบนๆ  พร้อมกับช้อนไม้คันเล็ก ชายหนุ่มลดกล้องลงแล้วเดินตัวปลิวไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา พนักงานหน้าหวานเดินตามมาพร้อมกับโกโก้ และโหลแก้วใสสูงประมาณขวดน้ำ ขนาดเส้นรอบวงใหญ่กว่าแผ่นดีวีดีเล็กน้อย ในนั้นบรรจุกคุ้กกี้หลากรสไว้กว่าค่อนโหล

 



“โกโก้ร้อนครับ แล้วก็คุ้กกี้บริการฟรี ทานให้อร่อยนะครับ”

 



รอยยิ้มสวยทำให้เขามองอีกฝ่ายตาค้าง ดวงตาเรียวไล่สำรวจตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิท ใบหน้าขาว  รูปหน้าสวย ปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากสีอ่อนบางเฉียบที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีไมตรี หน้าตาดีแล้วยังสุภาพอีกด้วย

 



“ถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

 



“เขาวางกล้องลงบนตัก ขยับตัวบนโซฟา แล้วเงยหน้ามองคนที่กำลังจะเดินจากไป พนักงานหน้าหวานหันกลับมา ดวงตากลมสวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวคิ้วเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

 



“นายอายุเท่าไหร่อะ?”

 



“ยี่สิบสี่...”

 



“เค งั้นผมเรียกจินอูฮยองนะ”

 



“รู้ได้ย...อ้อ ป้ายชื่อสินะ”

 



จินอูเหลือบมองป้ายชื่อที่กลัดบนหน้าอกเสื้อของตัวเองแล้วยิ้มบางๆ หนุ่มหน้าตี๋ฉีกยิ้มทะเล้น ขยิบตาให้เขาหนึ่งทีก่อนจะยกกล้องขึ้นมาแนบใบหน้า ชัตเตอร์ลั่นดังแชะก่อนที่เขาจะลดกล้องลง

 



“ผมชื่อซึงฮุนนะ จินอูฮยอง”

 



....

 



หลังจากวันนั้นซึงฮุนก็มานั่งเล่นที่ร้านเขาอยู่เนืองๆ บางวันก็มาพร้อมกล้องหน้าตาประหลาด บางทีก็มาพร้อมกล้องตัวใหญ่ มันคืออะไรเล่นยังไงจินอูก็ไม่รู้หรอก เขาไม่ถนัดพวกเครื่องมือหรือเทคโนโลยีเท่าไหร่

 



“นี่ฮยอง”

 



“หืม?”

 



จินอูเงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟในมือ เขามองชายหนุ่มที่มายืนเท้าแขนอยู่หน้าเคานท์เตอร์แล้วหัวเราะหึหึ วันนี้อีกฝ่ายมัดผมด้านหน้าเป็นจุกขึ้นไปโชว์หน้าผากเกลี้ยงๆ สวมแว่นกรอบสีดำสีเหลี่ยมที่ควรจะทำให้อีกฝ่ายดูเหมือนเด็กเรียน แต่กลายเป็นว่าดูทะเล้นไม่หยอก ส่วนที่ทำให้เขาหัวเราะ ก็เพราะเศษคุ้กกี้ที่ติดอยู่ตรงมุมปากนั่น

 



“หัวเราะอะไรอ่ะ?”

 



ซึงฮุนยกมือขึ้นตะปบแถวๆริมฝีปาก พอเห็นจินอูชี้ไม้ชี้มือบอกพิกัดว่าเป็นมุมปากอีกข้าง เขาก็แลบลิ้นออกมากวาดเศษคุ้กกี้หวานๆนั่นเข้าปากไป

 



“หมดยังอะฮยอง?”

 



“หมดแล้ว”

 



“ว่าแต่คุ้กกี้นี่ใครทำอ่ะ เจ้าของร้านอ่อ อร่อยโคตร ไอ้อันที่กลมๆนี่หอมเนยมาก หยุดกินไม่ได้เลยอ่ะ”

 



“ฮยองทำเองแหล่ะ”

 



“จริงอ่ะ?”

 



“อื้ม”

 



“ไม่เชื่อหรอก”

 



“ให้ทำให้ดูเอาไหมหล่ะ? คุ้กกี้ในโหลนั้นกำลังจะหมดเพราะคนแถวนี้ในพอดี จะทำเพิ่มเลยก็ได้”

 



“จริงอ่ะ งั้นขอถ่ายรูปด้วยนะ”

 



ซึงฮุนฉีกยิ้มตาปิดแล้วเกาะไหล่เดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในครัว ดวงตาเรียวรีมองตามมือขาวๆที่กำลังหยิบถุงแป้ง ผงฟู เบคกิ้งโซดา น้ำตาล มาตวงอย่างคล่องแคล่ว

 



“ฮยอง ไม่ต้องดูสูตรเลยเหรอ?”

 



“อื้อ อยู่ในหัวหมดแล้ว”

 



“โหหห แล้ว งี้ผมช่วยอะไรได้ไหมอะ?”

 



“ร่อนแป้งเป็นไหม?”

 



“ร่อนแป้ง? เป็นๆ เคยทำสมัยเรียนคหกรรม”

 



“อื้อ งั้นวานหน่อยนะ”

 



เขายื่นชามแสตนเลสใบใหญ่สำหรับผสมแป้งให้พร้อมถุงแป้งอเนกประสงค์ที่ตวงแล้วกับที่ร่อนแป้ง ก่อนจะหันมาง่วนเตรียมเนยกับมาการีนและไข่ไก่ จินอูกำลังตอกไข่ลงในถ้วยใบเล็ก ตอนที่ได้ยินเสียงไอค่อกแค่ก หันไปก็ต้องหัวเราะเพราะผงแป้งสีขาวนั้นลอยฟุ้งกระจายออกจากชาม แถมยังเปื้อนเสื้อสีดำของซึงฮุนที่กำลังไอแค่กๆเพราะสำลักมันเข้าไปเต็มไปหมด

 



“ไหนว่าทำเป็นไง?”

 



“ก็นั่นมั่นตอน ม.สองอะ”

 



เขาปัดผงแป้งตามเสื้อผ้าออกแล้วดันชามเสตนเลสนั้นคืนให้จินอู

 



“เอาไปเลย ผมจะถ่ายรูปแล่ว”

 



มือใหญ่คว้าหยิบกล้องที่หลังตู้เย็นมาไว้ในมือ ตัวกล้องเปื้อนเล็กน้อยจากผงแป้งที่ลอยไปทั่วห้องครัวเล็กๆจนต้องเลิกชายเสื้อขึ้นมาถูๆเช็ดๆ ก่อนที่ซึงฮุนจะเริ่มปรับชัตเตอร์สปีด ปรับความไวแสง ปรับเปลี่ยนลูกเล่นสลับไปมาเพื่อให้ได้ภาพหลากหลายแบบ

 



“ไอ้น้ำสีเหลืองๆในขวดแก้วนั่นคืออะไรอะฮยอง?”

 



เขาถาม ชี้ไปยังขวดแก้วขนาดสูงประมาณกล่องทิชชู่ที่บรรจุของเหลวใสสีเหลืองเข้ม จินอูกำลังเทมันใส่ช้อนตวงเล็กๆแล้วเทลงในหม้อปั่นที่กำลังปั่นคุ้กกี้อยู่

 



“มันคือกลิ่นนมเนย ทำให้คุ้กกี้หอมมากขึ้น”

 



“ใส่เนยไปเยอะขนาดนั้นแล้วยังต้องใส่กลิ่นอีกเหรอ?”

 



“ใส่สิ”

 



“อ่อ แล้วงี้คุ้กกี้กาแฟต้องใส่กลิ่นป้ะครับ? แล้วชาเขียวอ่ะ?”

 



“ถ้าเป็นกาแฟส่วนมากจะใส่ผงกาแฟอยู่แล้วนะ แต่ก็อาจจะใส่กลิ่นเพิ่ม แล้วแต่สูตรหน่ะ ชาเขียวก็เหมือนกัน”

 



“ออออ”

 



เข้าร้องเข้าใจในลำคอ มองจินอูค่อยๆใช้ไม้พายพลาสติกสีชมพูค่อยๆตักแป้งที่ร่อนแล้วลงหม้อปั่นอย่างเพลิดเพลิน มือขาวๆนั่นเข้ากับสีชมพูดีเสียจนเขาต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บรูปอีกฝ่ายไว้หลายรูปเลยทีเดียว

 



“เอ้านี่”

 



“อะไรครับ?”

 



ซึงฮุนมองจินอูที่ยื่นแม่พิมพ์กลมๆเหมือนที่เอาไว้ทำไข่ดาวแต่เล็กกว่า และมีขนาดใหญ่กว่าฝาขวดน้ำเล็กน้อยมาให้หลังจากที่เจ้าตัวจัดการใช้ที่นวดแป้งนวดเนื้อคุ้กกี้ที่ตักออกจากหม้อปั่นแผ่ลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่บนเคานท์เตอร์แล้ว

 



“นี่ๆ มาช่วยกัน เอาพิมพ์กดลงไปแล้วก็เคาะเบาๆให้เนื้อคุ้กกี้หลุดออกจากพิมพ์ เสร็จแล้วก็เอาไปวางบนกระดาษไขในถาดนั้น จะได้เอาเข้าอบ”

 



“อ่ออ เคๆ เดี๋ยวผมถ่ายรูปสักสองสามรูปก่อน”

 



ซึงฮุนว่าพลางมองจินอูที่กดพิมพ์ลายดาวลงบนเนื้อคุ้กกี้ที่ถูกนวดด้วยไม้ทรงกระบอกกลมๆจนแผ่ราบไปบนผืนกระดาษไข จินอูเคาะพิมพ์เบาๆ ก่อนจะบรรจงวางคุ้กกี้รูปดาวที่ถูกเคาะออกจากแป้นพิมพ์ลงบนถาดอบ ซึงฮุนถ่ายรูปอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำตามบ้าง คุ้กกี้กลมๆอันแรกเละไม่เป็นท่า จินอูหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะเดินมาช่วยจับมือเขาทำ ใกล้จนได้กลิ่นเนยกลิ่นแป้งหอมๆที่ติดตัวติดผิวอีกฝ่ายอยู่เลยทีเดียว

 



จินอูฮยองนี่กินได้ไหมนะ? อาจจะไม่กรอบเหมือนคุ้กกี้ แต่ต้องนิ่มเนียนนุ่มลิ้นมากแน่ๆ

 



“อื้อ แบบนั้นแหล่ะ เก่งขึ้นแล้วนี่”

 



จินอูตบมือให้ ก่อนจะยื่นพิมพ์ลายหัวใจให้เขา

 



“ลองอันนี้ดูสิ ยากขึ้นอีกหน่อย แต่ก็ไม่ยากเท่าลายดาวหรอก”

 



“ยื่นหัวใจให้นี่คิดอะไรกับผมปะเนี่ยฮยอง?”

 



“...”

 



อีกฝ่ายอมยิ้มนิดหน่อย ในขณะที่ซึงฮุนเช็ดมือที่เปื้อนคราบเนยมันๆกับผ้าเช็ดโต๊ะ ก่อนจะคว้ากล้องมาถ่ายรูปอีกฝ่ายที่ยังยื่นพิมพ์หัวใจค้างไว้อยู่

 



“ให้ใจผมแล้วอ่ะ ห้ามเอาคืนนะ”

 



“จะกินมั้ยวันนี้คุ้กกี้อ่ะ?”

 



ซึงฮุนฉีกยิ้มกว้างใส่อีกฝ่ายที่กัดริมฝีปากตัวเอง พวงแก้มยกยิ้มขึ้นจนเห็นแก้มบุ๋มชัดเจนแบบที่เขาชอบแอมมอง ดวงตากลมหลุบลงต่ำมองปลายเท้า ซึงฮุนรับพิมพ์รูปหัวใจมา ก่อนจะกดลงบนเนื้อคุ้กกี้ที่เหลือ ชายหนุ่มเคาะมันให้หลุดออกจากพิมพ์ ก่อนจะยื่นคุ้กกี้หัวใจให้จินอู

 



“อะหัวใจผม ผมให้ฮยอง”

 



“เลอะเทอะแล้วเราอะ”

 



ปากว่า แต่จินอูก็รับคุ้กกี้รูปหัวใจนั้นไปพร้อมกับรอยยิ้ม เขาบรรจงวางมันลงในถาดอบอย่างเบามือ ก่อนที่จะง่วนกดพิมพ์ลายดาวลงบนเนื้อคุ้กกี้ต่อ ในขณะที่พิมพ์หัวใจก็ถูกกดลงบนคุ้กกี้ด้วยมือซึงฮุนอยู่เหมือนกัน ลายต่างกัน แต่สิ่งที่ทั้งคู่กำลังคิดเหมือนกันก็คือ...

 



ตอนนี้มีความสุขจริงๆ

 



...

 



ซึงฮุนไม่ได้แวะไปนั่งเล่นที่ร้านคัตเตอร์มาเกือบอาทิตย์แล้ว เนื่องจากช่วงนี้ที่ร้านของเขาเองก็มีลูกค้าเยอะเพราะพึ่งวางขายคอลเลคชั่นใหม่สำหรับฤดูหนาว แถมช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเขายังมีรับถ่ายภาพนอกสถานที่ด้วยเลยยิ่งวุ่นไปกันใหญ่

 



แต่ว่าอยากเจอจินอูฮยอง...

 



เขาคิดถึงโกโก้และกาแฟรสชาติกลมกล่อม คุ้กกี้หอมๆ และใบหน้าหวานๆ นี่ถ้าได้เห็นรอยยิ้มสวยๆกับแก้มบุ๋มๆนั่นสักหน่อยคงจะทำให้เขาหายเหนื่อยได้แน่ๆ

 



คิดแบบนั้นแล้วซึงฮุนก็รีบปิดร้านของตัวเอง ล๊อคกุญแจเสร็จก็รีบวิ่งไปที่รถ พึ่งหกโมง ร้านคัตเตอร์คงยังไม่ปิด ซึงฮุนเสียบกุญแจสตาร์ทรถแล้วถอยรถออกสู้ถนนใหญ่ ใช้เวลาไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงร้านคัตเตอร์ ซึงฮุนรีบจอดรถเทียบฟุตบาทแล้ววิ่งไปที่หน้าร้าน

 



สิ่งที่แปลกสะดุดตาคือกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่หน้าประตู เขาเปิดประตูเข้าไปด้านใน เห็นจินอูกำลังยกกล่องใบใหญ่ดูท่าทางหนักเดินออกมาจากด้านหลังร้านเลยรีบวิ่งเข้าไปช่วย

 



“วานยกออกไปข้างนอกให้หน่อยนะซึงฮุน แล้วก็รอข้างนอกก่อนะ”

 



ซึงฮุนได้แต่ยืนมองสถานการณ์จากข้างนอก เมื่อกี้เขาเห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ในร้านด้วย บุคลิกและการแต่งตัวบอกว่าอาจจะเป็นเจ้าของร้าน แต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าใช่หรือเปล่า ไม่นานนักจินอูก็เดินออกมา ใบหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มเสมอๆดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ ขอบตาก็แดงก่ำ

 



“ฮยองโอเคไหม?”

 



อีกฝ่ายส่ายหน้าเบาๆ หัวคิ้วขมวดแน่นเหมือนพยายามกลั้นน้ำตา

 



“ไปส่งที่สถานีขนส่งหน่อยได้ไหม?”

 



“ฮยองจะไปไหน?”

 



“กลับบ้าน อยากกลับบ้าน”

 

 

จะหาว่าฉวยโอกาสหรืออะไรก็ได้เขาไม่สนใจหรอก วงแขนยาวๆคว้าอีกฝ่ายมากอดไว้แน่น เขาได้ยินเสียงสะอื้นแผ่ว ก่อนที่ไหล่เสื้อจะชุ่มไปด้วยหยดน้ำตาอุ่นๆ

 



“ผมจะไม่ถามแล้วกันว่าเกิดอะไรขึ้น ดีไหม?”

 



เขาลูบผมนิ่มๆแล้วกระชับกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายพึมพำเสียงแผ่ว แถมยังขาดเป็นห้วงๆเพราะแรงสะอื้น แต่ซึงฮุนก็ยังได้ยินมันชัดแจ๋ว

 



“ขอบใจนะซึงฮุน”

 



“เช็ดน้ำตาแล้วไปขึ้นรถกันเถอะ ยืนตากลมเดี๋ยวจะไม่สบาย”

 



ซึงฮุนปาดน้ำตาให้อีกฝ่ายแล้วจูงมือจินอูไปขึ้นรถ เขาปิดประตูเสร็จก็เดินมายกกระเป๋าและกล่องลังใบนั้นไปวางที่ท้ายรถ ก่อนจะเปิดประตูแล้วทิ้งตัวนั่งในที่นั่งฝั่งคนขับ

 



“ฮยองอยากกลับบ้านจริงเหรอ?”

 



“อื้ม”

 



“แล้วผมหล่ะ?”

 



“หมายความว่ายังไง?”

 



ซึงฮุนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เขารู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะเอ่ยอะไรแบบนี้ออกไป แต่ถ้าจินอูไปแล้วไม่กลับมาที่นี่อีกหล่ะ เขาจะทำยังไง

 



“ฮยองรู้ใช่ไหม ว่าผมชอบฮยองอ่ะ?”

 



“...”

 



“ขอโทษนะถ้าทำให้ยิ่งอึดอัด มันไม่ใช่เวลาที่ควรจะสารภาพรักหรืออะไรแบบนี้ แต่ก็นั่นแหล่ะ...”

 



“...”

 



“ถ้าฮยองไม่รังเกียจ...ไปอยู่กับผมไหม?”

 



“...”

 



“ผมมีร้านของตัวเองเหมือนกัน เป็นร้านเสื้อผ้ากึ่งคาเฟ่เล็กๆอ่ะ ผมหุ้นกับเพื่อน แล้วก็คุยๆกันไว้ว่าจะหาพนักงานมาดูแล
ร้านอยู่พอดีเพราะไม่ค่อยว่างทั้งคู่ ถ้าได้ฮยองมาช่วยดูร้านก็คงดี”

 



“...”

 



“ไปอยู่กับผม ตอนเช้าผมขับรถไปส่งที่ร้าน แล้วตอนเย็นก็ไปรับกลับ”

 



“ซึงฮุน”

 



“หรือถ้าอยากอยู่แบบส่วนตัวหน่อย ชั้นบนของร้านก็มีห้องว่าง นะ?”

 



เขาเอื้อมมือไปกุมมือขาวๆของจินอูเอาไว้ ดวงตากลมสวยที่สั่นระริกมองมือที่จับกันครู่หนึ่งก่อนจะช้อนมองเขา

 



“ฮยองขอโทษนะซึงฮุน”

 



ชายหนุ่มไม่มีอะไรจะพูดอีกหลังจากนั้น เขาเสยผม ดึงมือที่วางทาบอยู่บนมืออีกฝ่ายกลับแล้วออกรถ มุ่งหน้าไปสถานีขนส่งตามคำขอของอีกฝ่าย

 



ซึงฮุนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเมื่อเห็นตึกใหญ่ตั้งตระหง่าน มีรสบัสหลายคันจอดเรียงรายอยู่รอบตึก เกือบหนึ่งทุ่มแล้วแต่ผู้คนก็ยังเดินทางอย่างต่อเนื่อง เขาหักพวงมาลัย เลี้ยวรถเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถ

 



“ซึงฮุน”

 



“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมช่วยยกของเข้าไปด้านในให้”

 



“เดี๋ยว”

 



จินอูคว้าแขนของคนที่กำลังจะออกไปนอกตัวรถไว้ เขาจับมือซึงฮุนไว้แน่นเหมือนกลัวอีกฝ่ายจะหลุดไป ดวงตากลมช้อนมองอีกฝ่ายที่กลับเข้ามานั่งในรถ ใบหน้าตี๋มองตรงไปข้างหน้า ไม่สบตา

 



“ไม่ใช่ว่าฮยองไม่ชอบเรานะ...”

 



“ฮยองว่าอะไรนะ?”

 



เขาหันขวับไปจ้องอีกฝ่าย จินอูเม้มปากแน่น ดวงตาหลุบมองต่ำเหมือนเคย

 



“...”

 



“เอาดีๆ ขออีกครั้งจะได้รู้ว่าไม่ได้ฟังผิด”

 



“ก็ชอบเหมือนกัน”

 



ซึงฮุนฉีกยิ้มออกมาจนตาปิดหยี เขาปลดมืออีกฝ่ายที่จับข้อมืออยู่ออกแล้วจับมือจินอูไว้แทน ท่ามกลางแสงสลัวของลาน
จอดรถทำให้เขาไม่สามารถเห็นสีแดงบนใบหน้าอีกฝ่ายได้ แต่ก็รู้ว่าจินอูฮยองกำลังเขิน

 



“แต่ขอเวลาหน่อยนะ ตอนนี้อยากกลับบ้าน อยากกลับไปหาพ่อ อยากกลับไปเติมกำลังใจ”

 



“แล้วหลังจากนั้นจะกลับมาหาผมใช่ไหม?”

 



“ก็...อื้อ”

 



“ฮยองสัญญาแล้วนะ ผมจะรอ”

 



ซึงฮุนฉวยโอกาสจุ๊บลงบนริมฝีปากบางของอีกฝ่ายไวๆก่อนจะเปิดประตูออกไปนอกรถ สักพักจินอูก็ตามออกมายืนอยู่
ข้างเขาที่กำลังเปิดฝากระโปรงรถอยู่

 



“ในกล่องคืออะไร?”

 



“ก็พวกของใช้ส่วนตัว หนังสือ แผ่นดีวีดี อะไรพวกนั้นหน่ะ”

 



“แล้วกระเป๋านี่อ่ะ”

 



“ก็พวกเสื้อผ้า โลชั่น แชมพู ผ้าขนหนู ของใช้สำหรับอาบน้ำ”

 



“งั้นถ้าไม่ได้สำคัญอะไรมาก ก็กลับไปแต่ตัวได้ใช่ป่ะ ของเอาไว้กับผมนะ ฮยองจะได้ไม่ต้องแบกไปแบกกลับ”

 



“ไม่เป็นไรดีกว่า”

 



“โอเค ตกลงตามนี้ ไปซื้อตั๋วกันเถอะ”

 



เขาไม่ฟังเสียงคัดค้าน แต่จูงมืออีกฝ่ายเข้าไปด้านในตึกเพื่อซื้อตั๋วเดินทาง แถมยังเป็นคนออกค่าตั๋วให้ด้วย

 



“ขอบใจมากนะซึงฮุน ไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี”

 



“งั้น ผมขอกอดอีกทีได้มั้ย?”

 



“ที่ตอนอยู่หน้าร้านไม่เห็นจะถามเลย”

 



“งั้นไม่ถามละ กอดเลยละกัน”

 



เขาคว้าจินอูเข้ามากอดแน่น อีกฝ่ายยังคงมีกลิ่นแป้งและน้ำตาลหวานๆ แถมยังมีกลิ่นกาแฟจางๆ ที่หอมเสียจนเข้าต้องรัดอีกฝ่ายแน่น แล้วแอบกดจมูกลงบนผมหอมนั้นเบาๆ

 



“แล้วเจอกันนะครับ จินอูฮยอง”

 



....

 



สองอาทิตย์ผ่านไปก็ยังไม่มีวี่แววของจินอู หรือว่าจินอูจะไม่เห็นนามบัตรร้านที่เขาแอบใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง? รึว่าจะเห็นแต่หาร้านไม่เจอ เขาถอนหายใจออกมา สะบัดหัวไล่ความคิดแล้วเดินมารับโกโก้ร้อนจากเพื่อนไปเสิรฟ์ให้ลูกค้า จากนั้นก็เดินกลับมายืนเท้าแขนกับเคานท์เตอร์ที่แจฮยอง เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนของเขากำลังง่วนเช็ดแก้วอยู่

 



“เห้อ”

 



เห็นโกโก้แล้วยิ่งนึกถึงจินอูฮยองมากขึ้นไปอีก

 



“มึงจะถอนหายใจอะไรนักหนาวะ?”

 



เเจฮยองเลิกคิ้วเป็นเชิงถามด้วยใบหน้าสงสัย ซึงฮุนถอนหายใจอีก กำลังคิดว่าจะเริ่มเล่าให้เพื่อนฟังยังไงดีตอนที่ใบหน้าเหมือนลูกไก่นั้นแสดงความตื่นเต้นออกมา มือไม้ของเพื่อนเอื้อมข้ามเคานท์เตอร์มาเขย่าแขนเขายิกๆ จนแขนสั่นมาถึง
หน้า

 



“มึงดูคนนั้นดิ เชี่ยยยยย โคตรน่ารักอ่ะ เขามายืนทำไรหน้าร้านเราวะ?”

 



“ความหน้าม่อของมึงอะนะแจ”

 



ซึงฮุนส่ายหน้าก่อนจะหันไปมอง คิดในใจว่าถ้าไม่น่ารักอย่างที่ว่านะจะบ้องหูมันซักที

 



“เป็นไงหล่ะ ตะลึงอะดิ้ มึงงง เค้ายิ้มให้กูด้วยอะ”

 



“เค้ายิ้มให้กูโว้ยย”

 



“กูไม่เชื่อ ป่ะ เดี๋ยวกูเดินออกไปถาม”

 



แจฮยองเดินออกมาด้านหน้าเคานท์เตอร์ แต่ซึงฮุนก็ดึงคอเสื้อเพื่อนไว เขายักคิ้วให้แจฮยอง แล้วยิ้มกริ่ม

 



“เดี๋ยวมึงดู”

 



ซึงฮุนถอดผ้ากันเปื้อนแล้ววิ่งออกไปนอกร้าน หัวใจเขาเต้นตึกตักตอนที่เห็นอีกฝ่ายฉีกยิ้มให้ เขามองคนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดลายทางสีขาวแดง กางเกงยีนส์สีซีดกับรองเท้าผ้าใบ ซึ่ง มันน่ารักมากจนไม่รู้จะชมว่ายังไงแล้ว

 



“คิดถึงฮยอง”

 



“เหรอ? แล้วอยากกอดกันมั้ย?”

 



ซึงฮุนมองจินอูที่กางวงแขนออกแล้วพุ่งเข้าไปสวมกอดอีกฝ่าย วงแขนยาวโอบรอบเอวผอมแน่น ซุกหน้าลงกับลาดไหล่แล้วยกจินอูจนตัวลอย ความสุขและความอบอุ่นโอบล้อมรอบตัวทั้งสองคน

 



“ยินดีต้อนรับกลับครับจินอูฮยอง

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #848 Cat'eye (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 01:04
    ทำไมแต่งได้ละมุนทุกตอนเลยล่ะคะ
    ดีต่อใจเรามากๆเลยยย TT
    ขอบคุณนะคะ
    #848
    0
  2. #465 Vitaminz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 21:39
    เอาตรงๆไม่อ้อมค้อมนะคะ
    ควรมีภาคต่อ
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    คือแบบ พี่ฮุนดีต่อใจ ต่อไตด้วยหล่ะเกินนนน
    แล้วจินอูคือใสอ่ะ ใสๆมากกกกก น่ารักที่สุด
    ชอบทุกฉากที่พี่ฮุนเต๊าะ ทั้งให้ใจ ทั้งเนียนกอด คือมันดี
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก สมูทมากกกกกกกกกก
    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคละมุน
    #465
    0
  3. #455 lolodebkk (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 03:13
    หวานยิ่งกว่าคุ้กกี่ หวานยิ่งกว่าโกโก้ หวานอะไรขนาดนี้ แค่หน้าพี่จินก็หวานพอแล้ววว เขินนนน
    วงนี้จิ้นได้หมดจริงๆ ทุกคนดูเข้ากันหมดเลย 55555
    #455
    0
  4. #454 YimPaew (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 07:22
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด หวานละมุนละไมอยู่ในทุกบรรทัด

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อ่านแล้วเขิน พี่ฮุนคนบ้า เอะอะๆกอดจินอูจมอกตลอด

    น่ารักเกินไปแล้ววววว งื้อออออ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ดีต่อใจจริงๆ

    แจฮยอนก็น่ารัก แอร๊ยยยยยย แต่จินอูฮยองเป็นของซึงฮุนนะ อดๆๆ 55555555
    #454
    0
  5. #453 kyotangmo (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 01:20
    อ้ากกกก น่ารักอ่ะ คู่นี้ก็ชอบบบ จินอูกับใครก็น่ารัก 5555

    นี่อ่านละหิวเลย ทั้งโกโก้ทั้งคุกกี้ TT

    แต่งอีกบ่อยๆน้า เราอ่านหมดทุกคู่อ่ะ ชอบๆ อ่านแล้วอารมณ์ดี เพราะความน่ารักโอเวอร์โหลดมาก XD



    #453
    0
  6. #451 winnertintin (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:35
    ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณน้องเมอย่างสูงที่ทั้งเขียน ทั้งอัพ ให้อ่าน เป็นไรท์เตอร์ที่ใจดีที่สุดในโลกอ่ะ รักนะ จุ๊บุ



    ส่วนชื่อเรื่อง คิดไม่ออกง่ะ ยากไป น้องเม คิดเหอะนะ นะ นะ อ้อนนนน



    ฮุนอูเรื่องนี้น่ารัก ฟลัฟฟี่มากกกก แต่มุขมอบหัวใจพี่ฮุนไม่ไหวอ่ะ เลี่ยน 555555555555



    น้องเมบรรยายจินอูได้หล่อมากกกกก ประทับใจ 55555555555



    เรื่องนี้หวานจริงๆเพราะมีแต่คุกกี้ทั้งเรื่อง พูดแล้วก็อยากกิน 5555555555



    ขอบคุณนะคะ เรื่องหน้าเอาคู่ไหนดีน้าาาาาาาา
    #451
    0
  7. #450 Kezzy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:19
    เรื่องนี้ โคตรดีต่อใจ จังคะ ^^

    อยากได้กลิ่นแป้ง น้ำตาลและกาแฟ จากตัวจินอูบ้าง

    หุหุ โหมดหื่นกำลังมา

    จินอูคู่กับใครก็อร่อย

    ถ้างั้นขอคู่ namkimด้วยได้มั้ยคะ 5555

    ขอย้ำแนวนี้ต้องยกให้น้องเมจริงๆ

    สู้ สู้ค่า
    #450
    0