Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 103 : {DoubleOS} Raining 2018 -Hoonnam-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ส.ค. 61


Raining 2018
-Hoonnam-

(เป็นเพียงเรื่องที่เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น)

 

_______________


ก๊อกๆๆ


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ก่อนที่เขาจะก้มมองหน้าจออีกครั้งเพื่อดูเวลา ห้าทุ่มสิบห้านาที ไม่น่าจะเป็นใครได้อีก นอกเสียจากเจ้าของบ้านหมาอีกคนอย่างคังซึงยุน


ซึงฮุน


แต่เขาเดาผิดไป


ฮยองเข้าไปได้รึเปล่า?”


เสียงทุ้มแหบของพี่ชายคนโตดังขึ้นจากหลังบานประตู เมื่อเขาตลบผ้าห่มออกจากขา เจ้าอ๊ตตึก็กระโดดลงเตียงนำไปก่อน ซึงฮุนหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นลูกชายวิ่งนำไปพร้อมกับขยับหางยาวๆปัดไปปัดมาในอากาศ ดูตื่นเต้นไม่เบาที่ได้ยินเสียงของจินอูฮยอง


ครับ


เมื่อเขาเปิดประตู ก็พบว่าไม่ใช่แค่จินอูเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ แต่ยังมีซึงยุน ที่ยืนอยู่กับพี่ชายตัวเล็กด้วยอีกคน


เข้ามาข้างในสิ


ซึงฮุนเปิดประตูออกกว้างแล้วเบี่ยงตัวหลบ แต่เพียงแค่จินอูเท่านั้นที่เดินเข้ามา ส่วนซึงยุนก้มลงไปอุ้มลูกชายของเขาที่กำลังตะกรุยขาเจ้าตัวอยู่ขึ้นมา แล้วพาเดินหลบออกไป


อ๊ตตึยา ไปอยู่กับอาแป๊บนึงน้า ให้คุณพ่อกับคุณลุงเขาคุยกันแป๊บนึง


ฮยองมีอะไรรึเปล่า?”


เขาขึ้นไปนั่งบนเตียงแล้วสอดขาเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม ส่วนจินอูนั่งลงที่ข้างเตียง ข้างๆกับขาของเขาที่ถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าห่มผืนบาง


มีสิ


พวกเขาคัมแบคและตะลุยทำกิจกรรมโปรโมทมาเป็นเวลาสองอาทิตย์กว่าแล้ว และเพราะว่ามีตารางงานแน่นขนัดและมักจะมีแฟนคลับหรือเหล่าสตาฟรายล้อมอยู่รอบๆตัวตลอด จินอูจึงไม่สามารถที่จะหาเวลาคุยกับซึงฮุนแบบเป็นส่วนตัวได้เลย ดังนั้นวันนี้หลังจากกลับหอมาและทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเลือกที่จะมาหาน้องที่ห้องเพื่อที่จะได้พูดคุยกัน


ทำไมถึงไม่ยอมตอบข้อความแทฮยอนล่ะ?”


เขามาฟ้องฮยองรึยังไง?”


จินอูถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ มือเรียวสวยล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาใส่รหัส ก่อนจะยื่นให้ซึงฮุน


คนเป็นน้องรับไปแล้วสไลด์ปลายนิ้วเลื่อนดูข้อความในแชทที่จินอูคุยกับแทฮยอน


Wed, 18/04


จินอูฮยอง


ผมติดต่อซึงฮุนฮยองไม่ได้เลย


Fri, 20/04


ฮยองเขาไม่ยอมตอบข้อความผมเลย


แต่ผมจะพยายามต่อไป ผมไม่ยอมแพ้หรอก


Yesterday


จินอูฮยอง


ผมอยากเจอซึงฮุนฮยองมากเลย


Today


ฝากบอกซึงฮุนฮยองทีนะครับว่าผมได้ฟังเพลงนั้นแล้ว



เมื่ออ่านข้อความจบ ซึงฮุนก็ยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้คนเป็นพี่


ไม่ได้ตอบแทฮยอนบ้างเลยเหรอ?”


ผมไม่เคยตอบกลับข้อความที่เขาส่งมาอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง


ซึงฮุน แบบนี้มันไม่ใช่แล้วนะ


จินอูยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง


บล็อคเบอร์น้อง บล็อคคาทกน้อง ไม่ตอบข้อความที่น้องส่งมา แต่อยากจะไปหาน้องตอนไหนก็ไปหา คืออะไร นายกำลังเล่นอะไรอยู่น่ะซึงฮุน


ถ้าฮยองเป็นแทฮยอนนะ ฮยองจะต้องบ้าตายแน่ๆเลย


นี่ถามจริงๆเถอะ นายยังรักแทฮยอนอยู่รึเปล่า?”


ถ้าไม่รัก ผมจะไม่ไปหา


แล้วถ้ายังรัก ทำไมถึงใจร้ายกับน้องแบบนี้ล่ะ ทำไมถึงทำกับความรักของตัวเองและแทฮยอนเหมือนกับเป็นเรื่องเล่นๆแบบนี้


เพราะผมโกรธ


จินอูถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยเรื่องนี้กันมาก่อน คุยกันแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เอาเถอะ ซึงฮุนอาจจะยังไม่เปลี่ยนใจในครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ใครจะไปรู้


ซึงฮุน มันคนละเรื่องกันนะ


มันคือเรื่องเดียวกัน ในเมื่อแทฮยอนเลือกแบบนั้น ก็เท่ากับว่าแทฮยอนไม่ได้เลือกผม


มันเป็นคนละเรื่องกัน แยกมันออกจากกันสิ แยกมันออกจากกันซะ


ถ้าเราพูดกันถึงเรื่องงาน ก็คือน้องไม่ได้ชอบงานที่น้องทำอยู่ น้องก็เลยเลือกจะไปจากที่นี่ เพื่อไปทำงานที่น้องชอบมากกว่า ก็เท่านั้นเอง


แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความรัก มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยไม่ใช่เหรอ พวกนายยังรักกันดีอยู่ ไม่ได้มีใครหมดรักหรือมีคนใหม่เสียหน่อยนี่


เรื่องของผมกับแทฮยอนมันจบไปแล้ว


ซึงฮุน


ครับ?”


รู้รึเปล่าว่าพวกนายเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาขนาดไหน ฮยองน่ะ พูดกับซึงยุนอยู่บ่อยๆว่าเด็กสองคนนี้น่ะเหมาะสมกันมาก เหมือนคนข้างบนสร้างพวกเขามาเพื่อเติมเต็มกันและกัน เหมือนอีซึงฮุนเกิดมาเพื่อดูแล เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นที่นัมแทฮยอนโหยหา ฮยองคิดอยู่เสมอเลยว่า พวกเราโชคดีจริงๆที่ได้มาเจอกัน คิดอยู่เสมอ ว่าแทฮยอนโชคดี ที่ได้มาเจอกับซึงฮุน


มันน่าเสียดายนะซึงฮุน ที่นายกับแทฮยอนจะเลิกกันทั้งๆที่ไม่ได้หมดรักกัน


ซึงฮุนรู้ดีว่ามันน่าเสียดาย ก่อนหน้าที่จะเจอกับแทฮยอน เขาไม่เคยมีแฟนมาก่อน ซึงฮุนก็เหมือนกับคนทั่วๆไปที่ตามหาและรอคอยความรัก แต่เมื่อได้เจอกับแทฮยอน เขาก็รู้สึกว่าเขาพร้อมจะหยุดที่คนๆนี้ และรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะมองใครอีกต่อไป


พวกเขาทั้งคู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ว่าพวกเขาเติมเต็มกันและกัน เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่รู้ดี และคนรอบๆตัวก็บอกเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆเช่นกัน


เมื่อคนเป็นพี่วางมือทาบลงมาบนมือของเขา ซึงฮุนก็ตัดสินใจพูดความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้อยู่ในใจออกไป เป็นความรู้สึกที่ไม่มีใครเคยได้รับรู้


แม้แต่แทฮยอนเอง


จริงๆแล้วผมกลัว...


ผมกลัวว่าเมื่อเราห่างกันเขาจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคน ผมกลัวว่าสิ่งที่เขาชอบ จะเปลี่ยนแทฮยอนให้เป็นแทฮยอนอีกคนที่ผมไม่รู้จักเลย


มีหลายๆครั้งเมื่อผมมองไปที่เขาแล้วผมรู้สึกว่าผมไม่รู้จักคนๆนี้เลย นี่คือแทฮยอนที่ผมเคยรู้จักจริงๆเหรอ นี่คือคนที่เคยอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คือคนที่เป็นคนรักของผมจริงๆเหรอ? ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนว่าผมไม่รู้จักเขาเลย


จินอูบีบมือใหญ่นั้นเบาๆอย่างให้กำลังใจ


ฮยองว่าลึกๆแล้วนายรู้ น่าจะรู้ก่อนเมมเบอร์คนอื่นๆ หรือก่อนท่านประธานเสียด้วยซ้ำว่าแทฮยอนเปลี่ยนไป แต่นายแค่ไม่สามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ใช่ไหม?”


จินอูคิดว่ามันคงจะยากสำหรับซึงฮุนมากทีเดียว ทั้งๆรู้ดีถึงความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆเกิดขึ้นทีละน้อยๆ แต่ก็ต้องกดเก็บมันไว้เพราะไม่สามารถยอมรับมันได้ และเมื่อวันนึงความเปลี่ยนแปลงนั้นเพิ่มมากขึ้นจนระเบิดออกมา ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในทันทีนั้น คงจะยากเกินหัวใจจะรับไหว


ผมไม่อยากจะยอมรับเลย แต่ว่าแทฮยอนเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ใช่แทฮยอนคนเดิมที่ผมเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว


ผมรักเขานะ แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา ผมก็จะรู้สึกโกรธและหงุดหงิด ผมรู้สึกเหมือนว่าที่ผ่านมาผมโดนหลอก ผมสงสัยอยู่ตลอด ว่าทำไมเขาพึ่งจะมาไม่ชอบมันตอนนี้ อีกอย่าง ที่ผ่านมาการทำงานของพวกเรามันก็ดูเหมือนดีมากๆแล้วก็ราบรื่นมาโดยตลอด ถ้าเขาไม่ได้ชอบมันแล้วที่ผ่านมาคืออะไรล่ะ การแสดงเหรอ ทั้งหมดคือเรื่องหลอกลวงงั้นเหรอ?”


จินอูบีบมือซึงฮุนแน่นขึ้นอีกก่อนจะลูบไหล่ของน้องชายเบาๆ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นภายในครั้งเดียว ความไม่ชอบของแทฮยอนค่อยๆชัดเจนขึ้นทีละเล็กละน้อย และซึงฮุนก็รับรู้ได้ถึงมัน แต่ซึงฮุนไม่ยอมรับมันต่างหาก


น้องไม่ได้พึ่งไม่ชอบมันนะซึงฮุน สักพักแล้วที่แทฮยอนพยายามบอกเราว่าเขาไม่ชอบมัน แต่พวกเราก็คิดว่าไม่เป็นอะไร พวกเราคิดว่าพวกเราสามารถที่จะประคองกันต่อไปได้ พวกเราเองก็เช่นกันที่ไม่ยอมรับ พวกเราเองที่ยังใส่ใจในความรู้สึกของเขาไม่มากพอ


แล้วผมก็สงสัยเรื่องของผมกับแทฮยอน ว่าที่ผ่านมามันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า ความรักที่ผมมีให้ จริงๆแล้วเขาก็ไม่ชอบมันเหมือนกันด้วยไหม?


บางครั้งผมก็คิด ว่าจริงๆแล้วแค่ผมคนเดียวรึเปล่าที่เป็นฝ่ายรัก ผมคิดไปถึงขนาดที่ว่า ความรักของเราสองคนจริงๆแล้วเป็นแค่เรื่องหลอกลวง เขาอาจจะแสดงออกว่าเขามีความสุขเพราะไม่อยากให้ผมต้องเสียใจ แต่จริงๆแล้วเป็นผมเองรึเปล่า ที่ไม่ยอมรับว่าเขาไม่ได้รักผม


จินอูแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก


ซึงฮุน ฟังฮยองนะ


ผมคิดแบบนี้มาตลอด ผมถึงได้บอกว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันยังไงล่ะครับ


ความรักของพวกนายน่ะ มันไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกนะ ถ้าเป็นเรื่องความรักแล้ว น้องไม่ใช่คนที่จะยอมฝืนตัวเองกับคนที่ไม่ได้รักหรอก ฮยองมั่นใจ


ส่วนเรื่องที่น้องเปลี่ยนไป ฮยองไม่รู้หรอกว่าเวลานายอยู่กับแทฮยอนสองคนแล้วเป็นยังไง เพราะฉะนั้นนายต้องเป็นคนหาคำตอบเอง ว่าแทฮยอนที่นายได้สัมผัสทุกวันนี้เวลาที่อยู่ด้วยกันสองคน ยังเป็นแทฮยอนคนเดิมรึเปล่า


ถ้าน้องยังเป็นแทฮยอนคนเดิม ก็เหลือแค่นายแล้วล่ะซึงฮุน ที่จะต้องพยายามในการเป็นคนรักที่ใจกว้างขึ้นและเสียสละมากขึ้นอีกสักนิด ฮยองมั่นใจว่าถ้านายเปิดใจกับน้อง ยอมเปิดรับในความชอบของน้อง และยอมรับในความเปลี่ยนแปลงของน้อง ความรักของพวกนายทั้งสองคนจะต้องค่อยๆดีขึ้นแน่ๆ


ฮยองรักพวกนายทั้งสองคนมากนะ และฮยองจะพยายามช่วยทุกทาง


ครับ


แต่นายก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยนะ เข้าใจไหมอีซึงฮุน?”


.....


ฝากบอกซึงฮุนฮยองทีนะครับว่าผมได้ฟังเพลงนั้นแล้ว



ได้ฟังแล้วอย่างนั้นเหรอ...


นี่อ๊ตตึ แทฮยอนบอกจินอูฮยองว่าเขาได้ฟังเพลงนั้นแล้วล่ะ


เขาลูบหัวเจ้าสุนัขที่นอนอยู่บนตัก เจ้าลูกชายพาดใบหน้าเรียวยาวไว้บนข้อพับแขนของเขาอย่างเคยในขณะที่หลับตาพริ้มปล่อยให้เขาลูบตามหัวและลำตัว


ซึงฮุนคว้าโทรศัพท์มากดเข้าไอค่อนคลังเพลง ก่อนจะกดเลือกเพลงนั้น ขึ้นมาฟัง


ใครๆก็รู้ว่าอีซึงฮุนชอบแต่งกลอนและแต่งเนื้อเพลง


คืนนึงหลังจากที่การทะเลาะกันจบลงแบบไม่สวยนักพร้อมด้วยน้ำตา แทฮยอนก็หายไปพร้อมกับพายุและฝนที่ซัดโถมใส่ผนังและกระจกของหอพักของพวกเขาจนเกิดเสียงดัง คืนนั้นซึงฮุนนั่งแทบไม่ติดที่ เขาไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งวิตกกังวลและกระวนกระวายใจ


น้องจะไปหลบฝนที่ไหน


ถ้าออกไปเตร็ดเตร่อยู่ข้างถนน รถที่ขับผ่านไปมาแบบไม่ทันระวังจะทำน้ำกระเด็นใส่เสื้อผ้าจนน้องเปียกปอนไปทั้งตัวหรือเปล่า


รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดที่ใส่ติดตัวออกไป จะเปรอะเปื้อนจนทำให้แทฮยอนขุ่นเคืองใจหรือไม่


คืนนั้นเขาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเพราะไม่มีสมาธิจะทำอะไร แทฮยอนไม่รับโทรศัพท์เขา ไม่ตอบทั้งแชทและข้อความที่ส่งไป


จากการนั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ จบลงที่การระบายอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในความรู้สึก ผ่านตัวอักษรที่เกิดขึ้นจากการจรดปลายปากกาลงบนเศษกระดาษที่คว้ามาได้จากแถวๆนั้น


ใกล้รุ่งสางของอีกวันเมื่อเขาได้ยินเสียงประตูของห้องใกล้ๆเปิดและปิดลง เนื้อเพลงส่วนหนึ่งจึงถูกคัดลอกลงในกระดาษอีกใบ เขาถือมันติดมือออกไป และสอดมันผ่านช่องว่างใต้บานประตู


อารมณ์ของผมแปรปรวนตลอดทั้งวัน

บางที อาจจะเป็นเพราะลางสังหรณ์ที่เฉียดเข้ามา
ความรู้สึกที่ว่าคุณจะโดนน้ำกระเด็นใส่เพราะรถที่ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คือสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดวัน
ผมทำนั่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ได้ ที่ทำได้ก็แค่กลับไปที่บ้าน
เกลียดอากาศที่เต็มไปด้วยเมฆนี่จัง



ตามด้วยข้อความสั้นๆลงท้ายอีกหนึ่งข้อความ


ขอโทษ


เมื่อพวกเขาคืนดีกันและท้องฟ้ากลับมาสดใส อีซึงฮุนก็วางมือจากการแต่งเพลงเกี่ยวกับฝนที่หม่นหมองนั้นไป เขาวางมือไปนาน นานจนกระทั่งแทฮยอนตัดสินใจเลือกทางเดินอีกทาง


เมื่อฝนตกครั้งหนึ่งเขาก็นึกถึงแทฮยอน เนื้อเพลงที่ถูกแต่งไว้สั้นๆนั้นค่อยๆถูกเติมเต็มทีละน้อยๆ ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจของเขา


เมืองที่เปียกชุ่มนี่ช่างหนาวเหน็บเหลือเกิน
ผมก็เลยคิดถึงคุณขึ้นมา
ถ้าหากคุณไม่มีร่มจะเป็นยังไง
หรือว่าคุณที่อาจจะไปใช้ร่มร่วมกับคนอื่น
ในวันแบบนี้น่ะ เขื่อนใต้ตาของผมก็พังทลายลงไม่เป็นท่าเลย



เมื่อฝนตกอีกครั้ง เนื้อเพลงก็ถูกเขียนเพิ่มลงไปอีก


Raining Raining Raining เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา
ในสายตาของผม ในความทรงจำของผม ฝนก็เหมือนกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทาง
ทุกวัน ในทุกๆวัน ผมเปียกโชกก็เพราะคุณ 
เพราะไม่ได้ใช่ร่ม ฝนจะค่อยๆชะล้างคุณ ไปพร้อมๆกับเวลาที่ค่อยๆไหลผ่านไป



มันเป็นการแต่งเพลงเองแบบเต็มตัวครั้งแรกของเขา ไม่มีใครรู้ว่าเขาเขียนถึงใคร และไม่มีวันที่คนที่เขาเขียนถึงจะได้รับรู้ ยกเว้นว่าอีกฝ่ายจะเปิดฟังมัน 


ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะถูกบรรจุลงไปในอัลบั้มของวินเนอร์ แต่มันก็มีโอกาสอยู่น้อยที่อีกฝ่ายจะเปิดฟัง หรืออาจจะพูดได้ว่า เพราะเป็นเพลงของวินเนอร์ เลยแทบไม่มีโอกาสที่อีกฝ่ายจะเปิดฟังเลย


ยิ่งเป็นเพลงของอีซึงฮุนด้วยแล้ว


เพลงของอีซึงฮุนผู้ซึ่งชอบใส่เรื่องราวต่างๆลงไปในเพลง


แทฮยอนเคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่ชอบใส่เรื่องราวลงไปในเพลงเพราะว่าถ้ากลับมาฟังภายหลังมันจะให้ความรู้สึกหวานเลี่ยน


แต่เรื่องราวความรักที่ไม่หวานอีกต่อไปแล้วและออกจะค่อนไปทางขมขื่นของพวกเขา ถ้าน้องได้ฟังมัน แล้วยังจะบอกว่าหวานเลี่ยนอยู่หรือเปล่านะ?


ซึงฮุนถอนหายใจออกมาเมื่อเพลงจบลงในที่สุด เขาอุ้มเจ้าลูกชายขึ้นมาจูบลงที่จมูกชื้นๆก่อนจะวางอ๊ตตึลงที่เตียงข้างๆกับตัวเขา


มันจะเลี่ยนสำหรับแทฮยอนไหมนะอ๊ตตึ พ่อสงสัยจัง


.....


ซึงฮุน



ครับ?”


แทฮยอนไม่ได้ส่งข้อความมาหาเหรอ?”


ซึงฮุนเงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินมายืนกอดอกอยู่ที่หน้าโต๊ะ เขารู้ว่ามีข้อความเข้า แต่เมื่อเห็นว่าชื่อที่ขึ้นโชว์เป็นใคร เขาก็คว่ำโทรศัพท์ลงและไม่ได้สนใจจะอ่านต่อ ด้วยความที่กำลังทำงานติดพันอยู่


ให้ตายเถอะอีซึงฮุน


จินอูยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างแรงด้วยหมดคำจะพูด เป็นอีกครั้งแล้วที่เขาต้องล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองให้น้องอ่านข้อความในแชทที่เขาคุยกับแทฮยอน


Today


จินอูฮยอง


บอกซึงฮุนฮยองให้อ่านข้อความของผมหน่อยได้ไหมครับ


ฝากบอกฮยองเขา ว่าผมจะรอเขาอยู่หน้าตึกนะ


ถ้าบวกลบเวลาจากข้อความล่าสุดกับเวลาในตอนนี้ ข้อความนั้นก็ถูกส่งมาเกือบจะยี่สิบนาทีได้แล้ว


จินอูเดินผ่านหลังเก้าอี้ของซึงฮุนเข้าไปดึงม่านสีขาวให้เปิดขึ้น


เพราะว่าใส่หูฟังและกำลังโฟกัสกับการทำงานเพลง เขาจึงไม่ได้ยินเสียงฝนที่ตกกระทบบานกระจก และเพราะดึงม่านลงมาปิดกระจกเพื่อลดการรับแสงร้อนแรงของดวงอาทิตย์เมื่อช่วงสาย ซึงฮุนจึงไม่ได้เห็นก้อนเมฆขนาดใหญ่สีเทาที่เคลื่อนมาบดบังท้องฟ้า


ตอนนี้ข้างนอกฝนกำลังตกหนักน่าดู


หน้าจอโทรศัพท์ของจินอูที่มืดไปแล้วสว่างขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเครื่องมือสื่อสารแจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งผ่านมาทางแอพพลิเคชั่นสีเหลือง


ครอบครัว แทฮยอน
ผมรออยู่นะครับ


ลงไปหาน้องเดี๋ยวนี้เลยนะอีซึงฮุน


อารมณ์ของผมแปรปรวนตลอดทั้งวัน

บางที อาจจะเป็นเพราะลางสังหรณ์ที่เฉียดเข้ามา
ความรู้สึกที่ว่าคุณจะโดนน้ำกระเด็นใส่เพราะรถที่ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คือสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดวัน
ผมทำนั่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ได้ ที่ทำได้ก็แค่กลับไปที่บ้าน
เกลียดอากาศที่เต็มไปด้วยเมฆนี่จัง




ให้ตายเถอะนัมแทฮยอน ซึงฮุนสบถพลางหยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดอ่านข้อความ


Fri, 27 Apr 14.42
ฮยอง ผมรออยู่หน้าตึกนะ’ 


Fri, 27 Apr 15.03
ตอนนี้ฝนตกหนักมากเลย’ 


เขากดที่ช่องสำหรับพิมพ์ข้อความ นี่จะเป็นครั้งแรก ที่เขาตอบกลับแทฮยอน


อยู่ไหน?


ตอนที่เขาเดินไปถึงที่ลิฟท์ฝ่ายก็ส่งข้อความตอบกลับมา 


หน้าร้าน Gs25 ครับ


ซึงฮุนสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาอยากจะบ้าตาย ทั้งๆที่ฝนตกหนักขนาดนี้ แทนที่จะเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อหรือกลับบ้านไปซะ แต่น้องกลับมายืนหลบอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ คิดอะไรอยู่กัน


เขายืนเขย่าขาอย่างร้อนใจ ตัวเลขสีแดงที่เคยขยับลดลงอย่างรวดเร็ววันนี้ขยับลงเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึก แค่เขาคิดภาพแทฮยอนเบียดตัวโตๆนั่นเข้าไปใต้กันสาดหน้าร้านเพื่อหลบฝน แค่คิดว่าเด็กนั่นพยายามจะขยับเท้าเข้ามาใต้ชายคา พยายามทำตัวเองให้ตัวลีบเล็กที่สุด และตัวสั่นด้วยความหนาวจากเม็ดฝน เขาก็จะประสาทเสียให้ได้แล้ว


แทฮยอนไม่ชอบเลยที่จะออกไปไหนมาไหนเวลาฝนตก ริมฝีปากหยักนั่นโวยวายเสียงดังออกมาทุกครั้งหากมีรถขับผ่านแล้วน้ำกระเด็นใส่ ทุกครั้งที่รองเท้าสีขาวหรือรองเท้าผ้าใบที่ใส่ต้องเปรอะเปื้อน หรือเมื่อน้ำฝนหยดจากต้นไม้หรือสายไฟที่แขวนอยู่สูงขึ้นไปตกลงใส่ศีรษะ


เวลาออกไปข้างนอกในวันที่ฝนตก มือขาวนั้นจะเกาะต้นแขนเขาแน่น ปากพร่ำบอกให้เขาพาเดินหลบตรงบริเวณที่มีน้ำขัง และเท้าใต้รองเท้าผ้าใบนั้นก็จะก้าวมาหลบหลังเขาเวลารถยนต์ขับผ่านมาด้วยความรวดเร็ว


เมื่อย้อนนึกถึงช่วงเวลานั้น ต้นแขนบริเวณที่น้องมักจะจับเอาไว้ก็อุ่นวาบขึ้นมา


หึ


ความสัมพันธ์ของพวกเขาเคยดีเสียจนเเม้เพียงนึกถึงมันก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น แต่สุดท้ายแล้วมันก็จบลงพร้อมน้ำตาและความขมขื่น


เขาเลือกที่จะขับรถออกไปหาแทนที่จะพาน้องเข้ามาข้างในบริษัท ที่ทำแบบนั้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของคนอื่นๆที่อาจจะทำให้แทฮยอนอึดอัด และคำถามต่างๆ ที่แน่นอนว่าคงจะทำให้น้องรู้สึกไม่สะดวกสบายใจ


ขึ้นรถ


แน่นอนว่าแทฮยอนอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากที่เขาคิดไว้เท่าไหร่นัก น้องอยู่ในเสื้อฮู้ดสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์สีซีดพอดีตัวที่เปียกปอนไปหมด และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โตที่เปรอะเปื้อน พอขึ้นรถมาได้ แทนที่จะห่วงตัวเอง เจ้าเด็กนั่นดันยกขาขึ้นมาแล้วเอาแขนเสื้อเช็ดๆถูๆรองเท้าของตัวเองเสียอย่างนั้น


มันน่านัก



ซึงฮุนฟาดมือลงไปบนต้นแขนน้อง เขายั้งแรงแล้ว แต่น้ำหนักมือก็หนักมากพอจะทำให้น้องสะดุ้ง และวางเท้ากลับลงไปที่พื้นรถเหมือนเดิม


มันใช่เวลาห่วงรองเท้าไหม


เขาฟาดลงซ้ำที่เดิมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด แต่คราวนี้ไม่มีออมแรง


แล้วเป็นบ้าอะไรถึงมายืนตากฝนอยู่หน้าตึก!



อยากเจอเขามากขนาดต้องทำแบบนี้เลยรึไง


ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วเพราะความเย็นของเม็ดฝนซีดลงอีก ไม่ใช่ว่าแทฮยอนไม่เคยโดนซึงฮุนดุหรือตีมาก่อน บางครั้งเวลาเขาทำอะไรไม่ถูกกาละเทศะหรือเวล่ำเวลาเขาก็โดนพี่ตีให้ แต่ว่าเขาไม่เคยโดนพี่ตีในตอนที่มีอารมณ์โมโหแบบนี้มาก่อน แน่นอนว่ามันเจ็บกว่ากันเยอะเลย


ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นคนดัง มีคนรู้จักและจำหน้าได้ จู่ๆอยากจะมายืนรอหน้าตึกก็มางั้นเหรอ แล้วเด็กที่ไหนมันเคยบอกว่าไม่ชอบให้คนมารุม แล้วมายืนหน้าตึกวายจีนี่นะ คิดอะไรอยู่น่ะ บ้ารึเปล่า



ผมอยากเจอฮยองนี่นา


ถ้ารอให้ฮยองมาหาเอง ก็ไม่รู้จะต้องรออีกนานเท่าไหร่ สามวัน ห้าวัน อาทิตย์นึง เดือนนึง สองเดือน หรือสามเดือนกันล่ะครับ


แทฮยอนรู้สึกเหมือนถูกอีซึงฮุนลงโทษ คนเป็นพี่ปิดกั้นเขาทุกการติดต่อ ทางเดียวที่เปิดให้คือการส่งข้อความ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เคยตอบกลับเลยสักครั้งจนกระทั่งวันนี้ 


แทฮยอนรู้สึกเหมือนถูกแกล้งให้หัวหมุน อีกฝ่ายอยากจะมาหาเมื่อไหร่ก็มา บางครั้งพี่ก็ปรากฎตัวที่ผับที่เขาไปแสดง บางครั้งก็ที่บ้าน บางครั้งก็สตูดิโอที่เขาไปถ่ายงาน


เมื่อก่อนแทฮยอนอาจจะรอไหว แต่หลังจากที่ได้ฟังข้อความในเพลงนั้น เขารอไม่ได้อีกต่อไป


ถึงแม้ว่าใครจะกดกริ่ง
ก็อย่าเปิดประตูให้เขาเชียวนะ
จะได้ไม่มีใครทำให้คุณต้องเสียน้ำตาแบบที่ผ่านมา



เนื้อเพลงท่อนนั้นทำให้หัวใจของแทฮยอนเต้นระรัว ยิ่งฟังซ้ำหลายๆครั้งก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกบอกเลิกผ่านเนื้อเพลง 


หลังจากเลิกกันแล้ว
ก็อย่าเปิดใจรับใครเข้ามาง่ายๆ 
เพราะถ้าไม่เปิดรับใครเข้ามาในใจเหมือนกับที่เขาเปิดใจให้กับอีซึงฮุน 
ตัวเขาเองก็จะไม่ต้องเสียน้ำตา


ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นความหมายของมัน



Raining Raining Raining เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา
ในสายตาของผม ในความทรงจำของผม ฝนก็เหมือนกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทาง
ทุกวัน ในทุกๆวัน ผมเปียกโชกก็เพราะคุณ 
เพราะไม่ได้ใช่ร่ม ฝนจะค่อยๆชะล้างคุณ ไปพร้อมๆกับเวลาที่ค่อยๆไหลผ่านไป



ในตอนเช้าของวันนี้เมื่อเพลงนี้ถูกเปิดด้วยเครื่องเสียงในสตูดิโอของเขาแบบดังกระหึ่ม จนเนื้อร้องที่ถูกขับร้องโดยคนในครอบครัวเล็กๆอันแสนอบอุ่นที่เขาเคยเป็นส่วนนึงนั้นถูกตีความหมายด้วยสมองอีกครั้งและซึมซ่านเข้าสู่ทุกความรู้สึก แทฮยอนก็ตัดสินใจโบกแท็กซี่มาที่นี่ทันที


เขาจะไม่ยอมให้ฝนนั้นชะล้างเขาออกไปจากความทรงจำของพี่ตามเวลาที่เคลื่อนผ่านไปหรอก


ไม่มีวันยอม



ถ้าไม่มารอแล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เจอฮยองล่ะ


ทำอะไรไม่คิด


ปากบ่น ส่วนมือข้างที่ไม่ได้บังคับพวงมาลัยรถก็ยื่นเสื้อฮู้ดสีแดงตัวโปรดของตัวเองที่อยู่บนตักให้อีกฝ่าย แทฮยอนมองเขาตาใสเหมือนไม่เข้าใจ ซึงฮุนจึงกัดกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด แล้วจะต้องมาซื่ออะไรในตอนนี้เล่านัมแทฮยอน!


เปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวนี้


พูดกับน้องแล้วก็สบถหยาบกับตัวเองอย่างหัวเสีย ทำไมเด็กนี่ถึงทำให้เขาหงุดหงิดได้ขนาดนี้กันนะ


ซึงฮุนจ้องไปที่รถและถนนข้างหน้าโดยไม่หันไปมองคนที่กำลังขยับตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าบนเบาะแคบเพราะว่ากลัวจะยิ่งหงุดหงิดจนไม่มีสมาธิขับรถและจะทำให้ถึงที่หมายช้าเข้าไปอีก


เสียงเม็ดฝนกระทบกับกระจกรถและเสียงที่ปัดน้ำฝนที่กำลังทำงานพร้อมส่งเสียงฟืดฟาดเป็นจังหวะทำให้บรรยากาศไม่เงียบจนเกินไปนัก แต่ก็อึดอัดอยู่ดี


ฮยอง


ผมหนาว


ถึงเเม้จะเปลี่ยนเป็นเสื้อที่แห้งและอุ่นสบายแล้ว แต่กางเกงยีนส์ชุ่มน้ำและรองเท้าผ้าใบเปียกๆก็ทำให้แทฮยอนเริ่มจะสั่นขึ้นมา


ซึงฮุนถอดเเจ็คเก็ตที่ใส่ทับเสื้อยืดออกแล้วยื่นส่งให้ ในตอนที่ปลายนิ้วสัมผัสกันแผ่วเบา เขาก็ต้องหันไปมองคนที่กำลังนั่งสั่นขาด้วยความหนาว เพราะว่าปลายนิ้วนั้นเย็นเฉียบเสียจนเขากลัวว่าน้องจะไม่สบาย


ริมฝีปากที่สั่นระริกและซีดลงด้วยความหนาวนั้นคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเขายื่นมือไปหา แทฮยอนขยับมือทั้งสองข้างออกมาจากใต้เสื้อ มือข้างนึงยื่นมาสอดประสานกับมือของเขา ในขณะที่มืออีกข้างกอบกุมมือที่ประสานกันนั้นเอาไว้เพื่อซึมซับความอบอุ่น


อุ่นขึ้นไหม?”


คนเป็นน้องพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มมีความสุขที่ทำให้ซึงฮุนต้องเบนหน้าหนี แทฮยอนกำลังมีความสุขมาก ทำไมเขาจะไม่รู้


ทนอีกนิดนึง เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว


.....


ซึงฮุนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหลังจากส่งแทฮยอนเข้าห้องน้ำและส่งเจ้าหมาจอมซนทั้งสองเข้ากรงไปเสร็จเรียบร้อย เขาขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงตอนที่ฟาดมือลงไปบนต้นแขนนิ่มนั้น ซึงฮุนไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโมโหใส่น้องมันขนาดนั้น ตอนที่ฟาดมือลงไปแทฮยอนจะตกใจมากรึเปล่า โดนไปสองทีเต็มแรงแบบนั้นจะเจ็บมากมั้ย


ดูสิ ทำอะไรโดยใช้อารมณ์แล้วก็ต้องมานึกเสียใจเอาตอนหลัง


ฮยอง


คนที่ออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนตัวหลวมพร้อมผ้าขนหนูที่กางทับบนผมเปียกๆเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเขา มือขาวนั้นคว้าเอาโทรศัพท์ซึ่งต่อบลูทูธกับเครื่องเสียงมากดเปิดเพลง บทเพลงเบาๆฟังสบายที่พวกเขาชอบฟังจึงค่อยๆกระจายขับกล่อมห้องกว้าง ซึ่งรวมห้องทำงาน ห้องนอน และห้องนั่งเล่นไว้อยู่ในห้องเดียว


เขาถกแขนเสื้อน้องที่ยังคงง่วนกับการใส่เพลงลงในเพลย์ลิสต์ขึ้นดู แน่นอนว่าแม้เรียวเเขนตรงนั้นจะเต็มไปด้วยเส้นหมึกสีดำ แต่เนื้อตรงนั้นก็ยังขึ้นรอยเป็นปื้นแดงชัดเจน และก็คงจะกลายเป็นสีม่วงอมเขียวในอีกไม่ช้า


เอาเป็นว่า เขาจะไถ่โทษด้วยการเช็ดผมให้ก็แล้วกัน 


เมื่อเขาดึงผ้าขนหนูมาจากศีรษะ คนเป็นน้องก็วางมือถือลง แทฮยอนยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิ หมุนตัวหันหน้าเข้ามาหาเขาอย่างรู้งาน


เขาหยุดมือที่กำลังเช็ดผมให้น้องไปครู่หนึ่งตอนที่ทำนองของเพลงถัดไปดังขึ้นมา ซึงฮุนมองหน้าคนที่วางมือทั้งสองข้างไว้บนหน้าตักของเขา ก่อนจะพาดผ้าขนหนูลงบนบ่าลาดนั้น


ฉันจะกลับแล้ว


อารมณ์ของผมแปรปรวนตลอดทั้งวัน

บางที อาจจะเป็นเพราะลางสังหรณ์ที่เฉียดเข้ามา
ความรู้สึกที่ว่าคุณจะโดนน้ำกระเด็นใส่เพราะรถที่ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คือสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดวัน
ผมทำนั่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ได้ ที่ทำได้ก็แค่กลับไปที่บ้าน
เกลียดอากาศที่เต็มไปด้วยเมฆนี่จัง



ผมขอโทษที่ผมทำอะไรโง่ๆแบบนั้นลงไป


วงแขนขาวที่ยังเย็นเพราะพึ่งผ่านการอาบน้ำสอดเข้ามาที่รอบเอว ก่อนที่แทฮยอนจะขยับตัวเข้ามาเบียดซบอกของเขา ซึงฮุนยกมือขึ้นกอดรัดร่างที่เย็นนั้นเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นไปให้โดยอัตโนมัติจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจกับตัวเอง ทั้งๆที่พยายามจะใจแข็ง แต่ร่างกายที่เคยชินกับการดูแลคนในอ้อมแขนก็ไม่ฟังกันเลย


แต่ผมคิดถึงฮยองจริงๆนะ ผมรู้สึกอยากเจอฮยองจริงๆ เวลาที่ผมได้ฟังเพลงๆนี้


หึ


มันไม่เลี่ยนหรอกรึไง?”


จะตีผมอีกก็ได้นะ ผมขอโทษที่ให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้น มันหลุดปากไปเพราะอารมณ์ จริงๆแล้วผมไม่ได้ตั้งใจจะตอบไปแบบนั้น


ซึงฮุนลูบต้นแขนบริเวณที่เขาฟาดมือลงไปนั้นก่อนจะก้มลงไปจูบทับ จะให้ตีน้องอีกทีได้ยังไงกัน แค่นี้เขาก็รู้สึกผิดและเสียใจที่ตีน้องไปถึงสองครั้งจะแย่แล้ว


ฮยอง


อะไรอีกล่ะ?”


เรื่องของเราสองคน มันไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกนะ


ซึงฮุนถึงขั้นหายใจผิดไปจังหวะหนึ่งเลยทีเดียว จินอูฮยองบอกก็จริงว่าจะช่วยทุกทาง แต่ไม่คิดว่าจะช่วยขนาดนี้ นี่คงจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้แทฮยอนมาหาเขาถึงหน้าบริษัท


ความรักของเรามันเกิดขึ้นจริงๆ ผมรู้สึกกับฮยองจริงๆ สิ่งที่ผมแสดงออกต่อฮยอง ก็เกิดมาจากความรู้สึกของผมจริงๆ ผมไม่ได้แสดงออกไปแบบนั้นเพราะกลัวว่าฮยองจะเสียใจหรือกลัวว่าถ้าปฏิเสธไปจะเป็นการทำร้ายฮยอง แต่เป็นเพราะว่าผมรู้สึกขอบคุณและรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับความรักนั้น และเป็นเพราะว่าผมก็รู้สึกรักเหมือนกัน


ฮยองไม่เคยยัดเยียดความรักให้กับผม ฮยองเว้นช่องว่างให้ผมเสมอ และสุดท้าย ผมก็เป็นคนเดินเข้าหาความรักนั้น และเต็มใจรับมันไว้ทั้งหมดเอง เพราะผมรู้สึกดีกับความรักนั้น และอยากรับมันไว้จริงๆ


ฮยองเป็นความสบายใจของผม เป็นความอบอุ่นของผม เป็นคนที่เติมเต็มสิ่งที่ขาดให้ผม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม


เป็นแบบนั้นอยู่เสมอ และก็จะเป็นต่อไปด้วยนะครับ


ซึงฮุนหลับตาลงแล้วซุกหน้าลงกับไหล่ลาดของคนเป็นน้อง เจ้าเด็กคนนี้ ไปหัดวิธีพูดจาชวนให้ใจหวิวไหวแบบนี้มาจากไหนกันนะ


ผมชอบความรักของเรา ผมชอบความรักที่ฮยองมอบให้ และก็อยากจะให้ฮยองมอบมันให้ผมต่อไปด้วย


นัมแทฮยอน



เขากอดรัดรอบร่างนั้นแน่นขึ้นก่อนจะกดจูบลงบนเส้นผมชื้นๆ คำพูดนั้นมีพลังรุนแรงจนกัดกร่อนกำแพงหนาในใจเขาเสียล้มไม่เป็นท่าไปหมดแล้ว


ส่วนเรื่องความชอบของผม ฮยองจะช่วยเปิดใจรับมันสักหน่อยได้ไหมครับ ผมรู้ว่ามันคงยากมาก แต่ผมสัญญาว่าผมจะไม่ยัดเยียดมันให้เลย ฮยองจะยืนดูอยู่ห่างๆและไม่ต้องเข้ามาคลุกคลีหรือสัมผัสกับมันเลยก็ได้ แต่ผมแค่อยากขอร้องให้ฮยองเปิดใจ้ใหกับความชอบของผมบ้าง


ตอนที่ยังอยู่กับพวกฮยอง ผมเริ่มรู้ตัวว่าผมชอบแบบนี้มานานพอสมควร แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะแสดงมันออกไปให้ชัดเจนยังไงเพราะในตอนนั้นผมเองก็สับสนเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออกไปมันเลยคลุมเครือ ทำให้ทั้งตัวผมเองและพวกฮยองไม่ได้พยายามขุดมันขึ้นมา ทำให้พวกฮยองและตัวผมเองด้วยอีกเช่นกันที่คิดว่าจะประคองกันและกันต่อไปได้


ผมขอโทษที่ไม่แสดงออกให้ชัดเจนพอ ขอโทษที่ไม่ได้พูดคุยแบบเปิดใจกับฮยองที่เป็นคนรักของผมในเรื่องนี้ และขอโทษที่ตัดสินใจไปแบบนั้น


ผมรักวินเนอร์และตอนที่ผมเป็นวินเนอร์ผมมีความสุขมาก ผมไม่ได้แกล้งทำ ความรู้สึกและการแสดงออกในตอนนั้นไม่ใช่การแสดงและไม่ใช่เรื่องหลอกลวง แต่เมื่อถึงจุดๆนึง อย่างที่บอกฮยองไป ว่าผมก็พบว่ามีสิ่งที่ผมชอบมากกว่าและเป็นตัวผมเองมากกว่า ผมก็เลยเลือกที่จะก้าวออกมาจากตรงนั้น


ผมขอโทษ ผมขอโทษที่เดินต่อไปกับฮยองบนเส้นทางนั้นไม่ได้ ผมขอโทษที่ผมฝืนไม่ไหว ผมขอโทษ และผมเสียใจจริงๆ


คนในอ้อมแขนสะอื้นเบาๆ ซึงฮุนยกมือขึ้นลูบศีรษะคนเป็นน้องเมื่อรู้สึกถึงวงแขนที่รัดเขาแน่นขึ้นและน้ำตาอุ่นๆที่เปียกบริเวณอกเสื้อ


อย่าร้อง


อภัยให้ผมเถอะ ยกโทษให้ผมเถอะนะ



พอแล้ว ไม่ต้องขอโทษแล้ว


ซึงฮุนดันตัวแทฮยอนออกจากอ้อมแขนเเล้วเช็ดน้ำตาให้ เขาไม่ชอบเวลาที่น้องร้องไห้เลย เวลาแทฮยอนร้องไห้ ไหล่ที่สั่นไหวและแรงสะอื้นนั้นทำให้ดูเหมือนทุกอย่างบนโลกกำลังจะสลาย รวมไปถึงหัวใจของเขาด้วยเช่นกัน


ฮยองเข้าใจทุกอย่างเเล้ว


ผมไม่ได้โกหกนะ ผมไม่ได้แสดง ทั้งเรื่องความชอบของผม และเรื่องความรักของเรา


รู้แล้ว รู้แล้วครับ ฮยองเข้าใจแล้ว


ความชอบอาจจะทำให้ผมเปลี่ยนไป แต่สำหรับฮยอง ผมยังเป็นแทฮยอนคนเดิมนะ


เข้าใจแล้วครับ ไม่ร้องแล้วนะคนดี หัวใจฮยองจะสลายแล้ว พอแล้วนะครับ


ซึงฮุนโยกตัวแทฮยอนที่ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอีกครั้งๆเบา ก่อนจะกดจูบลงบนขมับซ้ำๆและลูบปลอบแผ่นหลังที่สั่นไหวนั้น ซึงฮุนใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าจะปลอบเด็กน้อยในอ้อมแขนของเขาให้สงบลงได้


จริงๆแล้วเป็นฮยองที่ขี้ขลาดเอง ไม่กล้าหาญมากพอที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเอง พอน้องเลือกแบบนั้นแล้วก็ไม่ยอมรับ แถมยังหนีปัญหา ไม่ยอมแก้ไขเเละเปิดใจคุยกันกับน้องให้เข้าใจ ฮยองผิดเอง ฮยองขอโทษนะ ที่เป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย


ฮยองอย่าพูดแบบนี้


ขอโทษนะแทฮยอน ขอโทษที่ทำให้ต้องเสียใจ ขอโทษที่ทอดทิ้งให้ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว


ผมไม่เป็นไร ผมโอเคแล้วเพราะว่าตอนนี้ผมได้ซึงฮุนฮยองคนเดิมของผมกลับคืนมาแล้ว


ขอโทษที่ใจร้าย


พอได้แล้วครับ หลังจากนี้ไปจะไม่มีใครต้องขอโทษอีกแล้วนะฮยอง


เรามาเริ่มกันใหม่นะแทฮยอน



.....


ชุดนอนที่พึ่งสวมได้ไม่นานร่วงหลุดลงตามรายทาง ก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเส้นหมึกจะถูกผ่อนแนบลงกับฟูกเตียง


อื้อ


เพราะร่างกายห่างหายจากการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งไปนาน การถูกลุกล้ำแม้จะเต็มไปด้วยความสุขสมและอ่อนโยนแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความปวดร้าวที่มากมายเสียจนต้องกรีดเล็บลงบนแผ่นหลังและร้องครางระบายความอึดอัดที่ท่วมท้นเข้ามา


ฮยอง


หายใจหน่อยคนดี


เขาตบสะโพกคนเป็นน้องเบาๆ พอซึงฮุนทำแบบนั้น คนเป็นน้องก็ทิ้งศีรษะลงกับหมอน อ้าปากหอบเอาออกซิเจนเข้าปอดไป


หายใจช้าๆ แทฮยอน


เมื่อความอบอุ่นอันคุ้นเคยเริ่มขยับเข้ามาแทนที่ความฝืดเคืองเจ็บปวด คนเป็นน้องก็เริ่มผ่อนคลายลงและปล่อยให้พี่แนบชิดเข้ามาและสัมผัสกับความอบอุ่นของตัวเขาเองได้มากขึ้น


วงแขนเรียวยกขึ้นโอบรัดที่แผ่นหลังกว้างของคนที่ขยับมอบความสุขให้พร้อมกับจูบเล็มริมฝีปากของเขาช้าๆ แทฮยอนรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังยั้งแรง เพราะอยากจะถนอมเขาให้มากที่สุดและก็คงกลัวว่าเขาจะเจ็บตัวเพราะว่าห่างหายกันจากเรื่องแบบนี้ไปนาน


ฮยอง


ผมไม่เป็นไร ถ้าเป็นฮยอง ไม่ว่าจะหนักแค่ไหน ผมก็พร้อมที่จะรับความรักและความต้องการที่มากมายนั้นไว้ทั้งหมดเลย


อื้อ...ซึงฮุนฮยอง



เสียงครางหวานดังคลอเคล้าไปกับเสียงฝนที่เริ่มซาลง และเสียงเพลงจากเพลย์ลิสต์ที่ถูกตั้งให้เล่นวนซ้ำไป


เพลงที่พวกเราเคยชอบฟังถูกเปิดผ่านลำโพง

ฝนตกลงมาเป็นจังหวะทำนองที่ผมโหยหา เหมือนกับจังหวะหัวใจของผม

ฝนตกลงมาทุกวันราวกับฟ้ารั่ว

หลังจากนั้นท้องฟ้าก็แจ่มใสเหมือนกับไม่เคยมีฝนตกก่อนหน้านั้นเลย

ความทรงจำที่เกี่ยวกับคุณจะไหลออกไป จากหัวใจที่มีรูรั่วของผมเอง

 

 

ซึงฮุนกดจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อเมื่อคนด้านล่างกรีดร้องออกมาเพราะความสุขสมในที่สุด


ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว...


แทฮยอนยังเป็นแทฮยอนคนเดิมของเขาจริงๆ


.....


เจ้าเด็กนี่ฉลาดนัก เลือกจะมาหาเขาโดยเลือกวันที่วันต่อไปเขาไม่มีตารางงานในช่วงเช้า ซึงฮุนยิ้มในขณะมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม เขาลูบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนั้น ก่อนจะกดจูบลงที่หน้าผากเนียนนั้นเบาๆ 


เปลือกตาสีอ่อนและขนตาเรียงเป็นแพขยับไหว คนเป็นน้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะสัมผัสอุ่นๆที่กดแต้มไปทั่วใบหน้า 


ฮยองจะไปแล้วเหรอ?”


แทฮยอนมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงและใส่เสื้อผ้าชุดเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว คนเป็นพี่พยักหน้ารับ และยิ้มออกมาเมื่อเขาดึงมือใหญ่นั้นมาซุกกับแก้ม


ตอนสิบเอ็ดโมงมีงาน ฮยองต้องเอารถไปคืนเจ้าของเขาก่อนด้วย


ซึงฮุนว่าแล้วโน้มตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากหยักนั้นเบาๆ ตามด้วยปลายจมูกรั้นและหน้าผาก ก่อนจะขยับไปกระซิบชิดใบหูขาวที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมา


ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วยนะ


แทฮยอนส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร เพราะช่วงนี้เป็นช่วงคัมแบคซึงฮุนเลยงานยุ่ง ดังนั้น แค่ที่อยู่กับเขาตลอดคืนได้นี่ก็ดีมากๆแล้ว


ขับรถกลับดีๆนะครับ ถึงแล้วโทรหาผมนะ


ซึงฮุนพยักหน้ารับ 


ฮยองทำอาหารเช้าไว้ให้ด้วย อยู่บนโต๊ะในครัวนะ


ขอบคุณครับ ไม่ลุกไปส่งนะ เพราะว่าผมปวดไปหมดทั้งตัวเลย


เพราะว่าน้องทำหน้าออดอ้อนแบบนั้น คนที่ลุกจากเตียงเเล้วจึงต้องทิ้งตัวนั่งลงอีกครั้งก่อนจะโน้มตัวลงไปกดจูบบนริมฝีปากนั้นเบาๆอีกหนึ่งที


เวลาที่ฮยองไม่ได้อยู่ด้วยก็ดูแลตัวเองด้วยนะ มีเวลาเมื่อไหร่ฮยองจะรีบมาหา


ครับ


ไปนะ


ซึงฮุนขยับผ้าห่มคลุมให้อีกฝ่าย ลูบศีรษะแทฮยอนเบาๆก่อนจะผละออกมา เขาดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะแล้วเดินมาที่ประตูบ้าน ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นเจ้าโพลลี่นอนทับอยู่บนรองเท้าผ้าใบของเขา


เขาอุ้มเจ้าแมวขึ้นมา มือน้อยๆนั้นกางออกแล้วตะปบกรงเล็บเกาะที่อกเสื้อของเขา ซึงฮุนหัวเราะ เขาจูบลงที่จมูกชื้นๆของเจ้าแมวเบาๆ 


ดูแลแทฮยอนด้วยนะ เข้าใจไหมโพลลี่


.....


ซึงฮุนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงฝนที่สาดกระทบหน้าต่างอย่างแรง เมื่อลืมตาตื่นแล้ว มือใหญ่ก็คว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คตามความเคยชิน แอพพลิเคชั่นสีเหลืองแจ้งเตือนข้อความจำนวนหลายข้อความ


ครอบครัว แทฮยอน
ที่นั่นฝนตกหรือเปล่าฮยอง


ครอบครัว แทฮยอน
ทางนี้ฝนตกหนัก และอากาศก็หนาวมาก


ครอบครัว แทฮยอน
คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆของฮยองมากเลย


มุมปากของเขายกโค้งขึ้นเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ เขาวางโทรศัพท์ลงก่อนจะกดเปิดโคมไฟแล้วคว้าสมุดเขียนเพลงที่วางไว้ที่หัวเตียงมาเปิดกางออก ซึงฮุนกดเปิดหัวปากกาก่อนจะจรดเขียนลงไป


มาดูกันสิ ว่าเพลงต่อไป น้องจะได้ฟังข้อความที่เขาต้องการจะส่งผ่านไป เหมือนกับเพลงๆนี้หรือเปล่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #1024 jhytm (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 01:09
    ขอบคุณนะคะ ไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกหลังอ่านจบยังไงดี แต่รู้สึกดีใจที่ได้อ่านมุมมองดีๆที่มีต่อแทฮยอน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เขียนจากจินตนาการแต่ว่ามันเป็นเหตุเป็นผลที่ดีมากเลย ชอบความอบอุ่นที่สื่อออกมา ความเข้าใจ ความค่อยๆยอมรับ ความขัดแย้งในใจอะไรต่างๆ เหมือนช่วยเยียวยาเลยค่ะ รู้สึกดีใจแล้วก็ขอบคุณที่ได้อ่านมากๆเลย เขียนดีมากๆค่ะแง
    #1,024
    0
  2. #1011 123sharkuptoland (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 13:43
    จบแล้ว ฮืออออ คือรู้สึกดีมากกก มันดีแบบ ดีย์อ่ะ ฮือออออ
    คือตอนนี้จบแล้ว ตอนนี้เหมือนแบบฝนรดลงหัวใจที่แห้งเ-่ยวคือมันแบบครบอ่ะ คือแบบ ดีย์อ่ะดียยย์ ชอบการเขียนแบบนี้ค่ะ ไม่รุสิ ครบอ่ะ ครบบบ แถมอ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจสุดๆ ไม่รุ พูดไม่ถูกแล้ว มันต่อเนื่องเปนเหตุเปนผลดี ความโกรธของอีซึงฮุนกับเหตุผลที่มี แล้วแบบ โอ๊ยย ไม่รู้สิ มันดีไปหมด ดีไปหมดจนจะล้องงง ฮืออออ
    #1,011
    0
  3. #1009 Nikhotohoto (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 01:17

    ฟิคเรื่องนี้ ได้ช่วยเยียวยาจิตใจเป็นอย่างดีเลย

    เหมือนปลดล็อดความรู้สึกในใจบางอย่าง

    .... ขอบคุณที่ผู้แต่งได้มอบมุมมองดีๆให้

    ฟิคบางครั้งมันก็เป็นมากกว่าฟิค

    มันอบอุ่น มันดี มันทำให้หัวใจชิปเปอร์

    ที่เคยเ-่ยวเฉาได้มีพลัง

    ฮุนนัมคือความอบอุ่น คือความละมุน

    พี่ฮุนก็คือพี่ฮุนที่แสนอบอุ่บของน้องนัมเสมอมา

    น้องนัมก็คือความสดใส คือคนที่พี่ฮุนจะต้องดูแล

    เอาใจใส่ ..... เคมีโคตรดี

    #1,009
    0