อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,740,870 Views

  • 15,143 Comments

  • 15,790 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    130,068

    Overall
    2,740,870

ตอนที่ 162 : ตอนที่ 161 : มุ่งสู่พรรคอสูรเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 881 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

"!!!!!!!"

ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันเบิกตากว้างขึ้น ตื่นตะลึงแจ่มชัด

"มะ...หมายความว่าอย่างไรนายน้อย"

"หืม?...ก็ไม่ได้มีความหมายใดๆ คราแรกข้าตั้งใจมาคิดบัญชีกับพรรคหยกดาราของพวกท่าน และพรรคอสูรเงาของตาแก่เถาป่ายอยู่แล้ว เพราะข้าถูกล่าสังหารจากคนของทั้งสองพรรคนี้

ก็ตั้งใจว่าจะเข้ายึดพรรคหนึ่งเปลี่ยนให้กลายเป็นพรรคมังกรฟ้าสาขาเมืองหลวงฟ้าทมิฬ ส่วนอีกพรรคว่าจะทำลายทิ้งเสียให้สิ้นซาก จะได้เป็นตัวอย่างเพื่อมอบความหวาดกลัวให้แก่พรรคต่างๆในทวีปนี้ ไม่ให้เข้ามายุ่งกับข้าและพรรคมังกรฟ้าของข้าอีก

แต่ในเมื่อข้ารับพรรคหยกดาราของพวกท่านเข้าสังกัดแล้ว ก็จึงเหลือเพียงตัวเลือกเดียว คือเข้ายึดพรรคอสูรเงาซะ เรื่องมันก็เท่านั้น" เล้งซานกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ

ทว่าผู้คนที่ได้ยินกลับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง จนเกิดคำถามในใจว่า หากเล้งซานไปที่พรรคอสูรเงาก่อนมาที่นี่ล่ะ? ด้วยชนชั้นราชันย์ อาจารย์ของเล้งซาน ต่อให้มีคนอย่างเถาป่ายผู้นำพรรคอสูรเงาซะ 10 เถาป่าย ก็อาจถูกเหยียบจนบี้แบนได้ราวผักปลา ความต่างในแต่ละขั้นของชั้นลมปราณในระดับเดียวกันอาจเห็นความต่างไม่แจ่มชัดนัก แต่สำหรับความต่างในแต่ละขั้นของชนชั้นลมปราณสีส้มนั้นเป็นราวกับบันไดสวรรค์ที่ห่างไกลกันเหลือเกินในแต่ละขั้น หากพรรคอสูรเงาที่ถูกโจมตีก่อนหน้ายอมจำนน คราวซวยมิตกมาอยู่ที่พรรคหนกดาราหรอกหรือ? เพียงความคิดวูบเดียวก็เพียงพอจะทำให้เหล่าสมาชิกพรรคหยกดาราถึงกับสั่นสะท้าน ที่มันรอดพ้นจากการถูกล้างพรรคอาจเป็นเพราะว่าความโชคดีที่เล้งซานมาเยือนพรรคหยกดาราด่อนเป็นอันดับแรกก็เป็นได้...

มู่หลงลี่ เมื่อได้รับการรักษาแขนทั้งสองข้างแล้ว จึงค่อยๆลุกขึ้นยืนกล่าวต่อเบื้องหน้าเล้งซาน

"นายน้อย เมื่อได้เงื่อนไขสองข้าแล้ว ยามนี้ข้าพร้อมจะรับฟังเงื่อนไขข้อที่ 3 เชิญท่านว่ามาได้เลย"

เล้งซานชำเรืองมองเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังและเดินไปทางประตูด้านหน้า โบกมือป่ายปัดเล็กน้อย

"ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้ว ท่านผู้นำมู่หลง และเหล่าสมาชิกพรรคหยกดารา ข้อให้รักษาเงื่อนไขที่ 2 ให้เคร่งครัดก็พอ”

แรกเริ่มเดิมทีเล้งซานตั้งใจจะใช้เงื่อนไขข้อที่ 3 กลืนกินทรัพยากรทั้งหมดของพรรคหยกดาราในยามนี้ แต่ในเมื่อเงื่อนไขที่สองกลับกลายเป็นพรรคหยกดารายอมเข้าสังกัด ทำให้เล้งซานจำต้องทิ้งเงื่อนไขข้อสุดท้ายอย่างไม่ยินดีนัก แต่เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ในอนาคต

“อ่อจริงสิ!! พวกท่านยังเหลือแท่งพิษหยกฤกษ์จันทราอีก 2 แท่งใช่หรือไม่? ข้าขอ 1 แท่ง..."

มู่หลงลี่ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย หยิบแท่งพิษหยกฤกษ์จันทรา ออกมาจากแหวนมิติจากนั้นส่งให้ผู้อาวุโสนำไปมอบแก่เล้งซาน

"เมื่อใดที่ท่านอดีตผู้นำฟื้นขึ้นมา ข้าจะนำอีกแท่งไปส่งมอบให้นายน้อย เพราะข้ามิแน่ใจว่าท่านอดีตผู้นำเก็บรักษาไว้ที่ใด"

"ไม่ล่ะ เพียงแค่แท่งนี้ก็เพียงพอ ข้าจะนำไปศึกษาและหาทางรักษาพิษในร่างข้า วันนี้ข้าหมดธุระแล้วหวังว่าท่านผู้นำมู่หลงและพรรคของท่านจะสนับสนุนพรรคมังกรฟ้าสาขาเมืองหลวงฟ้าทมิฬของข้า"

มู่หลงลี่และเหล่าผู้อาวุโสต่างสีหน้าสลดลงทันทีเมื่อนึกถึงอาการต้องพิษของเล้งซาน เพราะถึงอย่างไรซะพวกมันต่างเข้าใจดีว่าอายุของเล้งซานคงหลงเหลือไม่มากแล้ว ทางเดียวที่มันจะแสดงความรับผิดชอบได้ก็เหลือแต่เพียงคอยสนับสนุนพรรคมังกรฟ้าของเล้งซานให้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น 

"นายน้อยเล้งโปรดวางใจ ข้าจะสนับสนุนพรรคมังกรฟ้าของท่าน ไม่ว่าจะเป็นสาขาใดๆก็ตามเพื่อแสดงความรับผิดชอบแก่ตัวท่าน" กล่าวจบมู่หลงลี่ก็โค้งตัวแสดงความเคารพ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มู่หลงลี่ ผู้นำ 1 ใน 10 พรรคใหญ่แห่งเมืองหลวงที่ยอมก้มหัวให้กับผู้เยาว์ที่อายุไม่ถึง 20 ปี แต่ตัวมันเองกลับมิได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย

เล้งซานมิกล่าวอันใดหยิบหยกสื่อสารโบราณที่ทำการเชื่อมต่อไว้แล้วออกมา โยนกลับไปทางมู่หลงลี่อย่างแม่นยำแม้ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง หมายใช้ติดต่อหากมีเหตุไม่คาดฝันในภายหลัง ก่อนจะทะยานร่างออกจากพรรคหยกดาราไป

มู่หลงลี่จับคว้าหยกสื่อสารไว้ เมื่อเห็นแผ่นหลังของเด็กหนุ่มหายหลับไปจึงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะหันไปกล่าวกับเหล่าผู้อาวุโส

"ติดต่อแจ้งทุกพรรคทุกตระกูลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพรรคหยกดาราของเรา ว่าหลังจากนี้พรรคหยกดาราของเราจะเข้าสังกัดพรรคมังกรฟ้า ภายใต้การนำของนายน้อยเล้ง และแจ้งเตือนไปยังพรรคตระกูลเหล่านั้นด้วยว่า... อย่าได้บาดหมางกับนายน้อยเล้ง หรือพรรคมังกรฟ้าเด็ดขาด มิเช่นนั้นอย่ามาหาว่าพรรคหยกดาราเราไม่เตือน"

...........

เล้งซานทะยานร่างไปยังทิศตะวันตกนอกกำแพงเมืองหลวงฟ้าทมิฬ เพราะที่นั่นเป็นตำแหน่งที่ตั้งของพรรคอสูรเงาซึ่งกินพื้นที่บริเวณกว้างขวางใหญ่โตมาก จึงไม่อาจตั้งพรรคได้ภายในเมืองหลวง ตลอดทางเล้งซานมิได้เห็นหรือสัมผัสการคงอยู่ของจี้กงหยุนได้เลย แต่กลับรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่า จี้กงหยุน มิได้อยู่ห่างไกลจากตัวมัน 

ไม่นานเล้งซานก็ออกนอกเขตกำแพงเมืองหลวง อีกไม่ถึงร้อยลี้(50กิโลเมตร) ก็จะเป็นหน้าประตูพรรคอสูรเงา แต่พอเดินทางมาถึงได้เพียงครึ่งทาง

กึก...

เล้งซานวางเท้าลงกันพื้นและยืนแน่นิ่ง

"ออกมา..."

ฟุบ ๆ ๆ ๆ ๆ

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทะยานออกมาจากรอบทิศทาง รวมทั้งสิ้นกว่า 25 คน แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ... ใน 25 คนนี้มีชนชั้นลมปราณสีเหลืองถึง 23 คน!! ตั้งแต่ขั้นต้นจวบจนขั้นปลาย ส่วนอีก 2 คนที่เหลือเป็นชนชั้นลมปราณสีส้ม!! และหนึ่งในนั้น เล้งซานจดจำได้อย่างแม่นยำ มันคือเถาป่าย ผู้นำพรรคอสูรเงาคนปัจจุบัน

เล้งซานถึงกับหัวร่อออกมาอย่างไม่หวั่นเกรง

"ฮ่าๆๆๆ เถาป่าย กะอีแค่ผู้เยาว์คนเดียว เจ้าถึงกับหอบผู้อาวุโสมาหมดพรรคเลยอย่างนั่นหรือ?"

"ปากดี!! อยากรู้นักว่าถ้าอยู่ในนรกเจ้ายังจะปากดีเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่!!"

เถาป่ายมิได้เถียงเรื่องที่เล้งซานกล่าวแต่อย่างใด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้นั้นเป็นเหล่าผู้อาวุโสพรรคอสูรเงาทั้งหมดจริงดังคำเล้งซาน!!

พรรคอสูรเงาเป็นพรรคใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองหลวงฟ้าทมิฬ เป็นรองเพียงราชวงศ์เสวียนอู่เพียงเท่านั้น มีชนชั้นลมปราณสีเหลืองเป็นผู้อาวุโสพรรคร่วมทั้งสิ้นกว่า 26 คน อาจารย์ฝึกสอนกว่าหนึ่งพันคนที่เป็นชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นต้นถึงปลาย เหล่าศิษย์พรรคอีกหลายหมื่นคน เป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ภายในทวีปมาอย่างช้านาน ใช้การปกครองด้วยอำนาจเด็ดขาดของผู้มีพลัง ผู้ใดอ่อนแอกว่าจำต้องเชื่อฟังผู้แข็งแกร่งกว่า

ในครั้งนี้นั้นเถาป่ายเรียกผู้อาวุโสมารวมตัวกันกว่า 23 คน เหลือทิ้งไว้เพียง 3 คน ที่อ่อนแอที่สุดเฝ้าดูแลพรรคในยามนี้เท่านั้น รวมถึงชนชั้นลมปราณสีส้มอีกคนของพรรคอสูรเงา ที่ได้วางมือจากเบื้องหน้ามาหลายปีแล้วเป็นอดีตผู้อาวุโสสูงสุดของพรรคอสูรเงา ชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 2 เหนือล้ำกว่าเถาป่ายไปอีกหนึ่งขั้น เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในพรรคอย่างแท้จริง

เล้งซานตระหนักได้ถึงบางอย่าง จนสีหน้าเริ่มทะมึนขึ้น...

การที่เถาป่ายมายกกำลังมาดักรอเช่นนี้นั้น ย่อมแปรว่ามันคาดเดาการมาของเล้งซานได้แล้ว หรือไม่ก็มีแหล่งข่าวสายลับจากทางพรรคหยกดาราส่งข่าวมา ซึ่งความเป็นไปได้มากที่สุดก็น่าจะเป็นอย่างหลัง แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง...

แปลว่าพวกมันมั่นใจทีเดียว ว่าสามารถรับมือกับจี้กงหยุนได้!!

มิเช่นนั้น คงปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ เรื่องนี้ทำให้เล้งซานค่อนข้างกังวลใจอย่างมาก หากเถาป่ายโง่งมขนาดคิดว่ากลุ่มคนจำนวนเท่านี้จะต่อกรกับชนชั้นราชันย์ได้ มันคงไม่อาจเป็นผู้นำพรรคใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองหลวงได้ ซึ่งหมายความว่า... 

เถาป่ายมีบางอย่างที่สามารถต่อกรกับราชันย์!!

“ตาแก่ เถาป่าย หูตาช่างกว้างไกลเสียจริงนะ ถึงได้มาปูพรมต้อนรับข้าเช่นนี้” เล้งซานแสร้งแหย่โทสะ

“ก็นะ พรรคอสูรเงาข้าเป็นใหญ่มาเนิ่นนาน หากไม่มีสายข่าวตามพรรคต่างๆก็แย่สิ กะอีแค่พรรคหยกดารา จะซื้อตัวอาจารย์ฝึกสอน 2 3 คนในหมู่คนนับร้อย ย่อมมิใช่เรื่องยากเย็น”

“โอ้...ในเมื่อมีสายข่าวที่เชื่อถือได้เช่นนั้นเหตุใดจึงกล้าโผล่มา สายข่าวเจ้ามิได้กล่าวถึงอาจารย์ข้าอย่างนั้นหรือ?” เล้งซานหลี่ตาขณะกล่าว

“เจ้าเด็กบัดซบ!! อย่าคิดว่าข้าอ่านไม่ออก ว่าเจ้ากำลังแสร้งหย่อนเหยื่อให้ข้างับเบ็ด เจ้ากำลังพยายามหลอกถามไพ่ในมือที่ข้าจะใช้เล่นงานอาจารย์เจ้าเสียมากกว่า” มีหรือจิ้งจอกเฒ่าอย่างเถาป่ายจะมองแผนเล้งซานไม่ออก

“ทำไมไม่เรียกอาจารย์ที่เจ้าภาคภูมิใจนักหน้าออกมากันเล่า?” อดีตผู้อาวุโสสูงสุด ชนชั้นลมปราณสีส้มอีกคน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“บังอาจ...” ซุ่มเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมลมกรรโชกพัดเข้ามาใจกลางระหว่างเล้งซานและกลุ่มของเถาป่าย ปรากฏร่างของจี้กงหยุน ชายชราผู้หนึ่งที่มีใบหน้าพร่ามัวคล้ายหมอกปิดบังไว้

วูบ...

บรรยากาศหนักอึ้งแพร่กระจายออกอีกครั้ง ลมปราณจิตราชันย์แผ่ขยายครอบคลุมทั้งพื้นที่ เหล่าผู้อาวุโวแห่งพรรคอสูรต่างพากันคุกเข่าลงราวกับถูกน้ำหนักที่มหาศาลกดทับ โดยไม่อาจขัดขืนใดๆ เหลือเพียง เถาป่าย และ อดีตผู้อาวุโสสูงสุด ที่เป็นชนชั้นลมปราณสีส้ม สามารถหยัดยืนได้แต่ก็มิวายมีอาการสั่นสะท้านจากแรงกดดันอันมหาศาลนี้

“บัดซบ!! นี่มันลมปราณจิตราชันย์ของจริง!! ตอนแรกข้านึกว่าสายข่าวของเจ้ามันอุปโลกน์ไปเองจากความอ่อนหัดของมัน แยกไม่ออกว่าอันไหนลมปราณจิตคุกคาม อันไหนลมปราณจิตราชันย์ แต่ที่เห็นนี่มันจิตราชันย์ของแท้เลย” คราวนี้แม้แต่อดีตผู้อาวุโสสูงสุดก็เริ่มลนลานขึ้น เหงื่อกาฬผุดออกราวกับน้ำสาด นี่นับเป็นครั้งแรกเช่นกันที่มันได้ประจันหน้ากับชนชั้นราชันย์

"ผู้อาวุโสม่อ อย่ากังวลไป พวกเราวางแผนไว้สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ไว้แล้วมิใช่หรือ? จะรออันใดอยู่เล่า!!"

ผู้อาวุโสม่อ กัดฟันแนบแน่น แหวนมิติของมันส่องสว่างขึ้นปรากฏของสิ่งหนึ่งในมือ มันมีลักษณะทรงกลมเป็นลูกแก้ว คล้ายคลึงกับลูกแก้วดวงจิตอสูรแต่มีขนาดใหญ่กว่าและมีสีดำสนิท ภายในลูกแก้วมีแสงสีม่วงอ่อนวนไปมาอยู่ภายใน

"หืม? นั่นมันลูกแก้วกักสัตว์อสูร" จี้กงหยุนพึมพำขึ้น

"อาจารย์ มันคือสิ่งใด?" เล้งซานที่กังวลใจอยู่แล้วกล่าวถามทันที

"มันเป็นลูกแก้วที่ใช้กักเก็บสัตว์อสูรที่ใกล้สิ้นอายุไข เมื่อเรียกใช้งานมันจะสามารถใช้พลังของอสุรตนนั้นได้ครั้งหนึ่งจากนั้นอสูรที่ถูกกักเก็บไว้ก็จะตายไป แต่ลูกแก้วกักอสูรนั้นเป็นสมบัติโบราณที่มีให้เห็นน้อยมาก ไม่คิดว่าพรรคอสูรเงาจะมีไว้ในครอบครองด้วย"

"อาจารย์ถ้าเช่นนั้นก็แย่หน่ะสิ!! หากมันกักเก็บสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีแดงหรือสีส้มขั้นสูงไว้เรามิแย่หรือ" เล้งซานเล็งเห็นแล้วว่าเหตุใดเถาป่ายถึงได้กล้ามาประจันหน้ากับจี้กงหยุน เนื่องเพราะมันมีสมบัติลับเช่นนี้นี่เอง

"หึหึ ไอหนูอย่ากลัวไป ข้าไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครสามารถกักเก็บสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสูงล้ำเช่นนั้นได้ เพราะสัตว์อสูรเหล่านั้นไม่ยอมให้มนุษย์หน้าไหนเข้าไปใกล้พวกมันได้ยามใกล้สิ้นอายุไข หากจวนตัวแล้วสัตว์อสูรชั้นสูงเหล่านั้นสามารถสละชีพระเบิดพลังปราณลบล้างทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ในบริเวณนั้น อย่างมากลูกแก้วกักสัตว์อสูรของพวกมันก็คงกักเก็บไว้ได้แค่ชนชั้นลมปราณสีเหลืองเท่านั้น แล้วเจ้าจะกังวลไปใยในเมื่ออาจารย์เจ้าอยู่ทั้งคน"

 จี้กงหยุนยังคงมีน้ำเสียงไร้กังวล แต่เล้งซานกลับยิ่งกังวลมากขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงเหตุใดกลุ่มคนเหล่านี้ถึงได้กล้ายืนหยัดอยู่เช่นนี้ เล้งซานเริ่มไม่กล้าประมาทโคจรพลังเต็มที่เตรียมรับทุกสถานการณ์

ผู้อาวุโสม่อ บีบอัดลมปราณใส่เข้าไปในลูกแก้วเร่งการใช้งานทันที มุมปากพลางยิ้ม ไม่นานร่างของสัตว์อสูรที่ถูกกักเก็บก็ปรากฏตัวขึ้น ขนาดตัวของมันเทียบมนุษย์ร่างใหญ่เพียงเท่านั้น สูงไม่ถึงสองเมตรตัวสีดำแววตาสีม่วงรอบตัวที่ออร่าสีดำจางๆแผ่ออกมาตลอดเวลา ทว่ากระแสลมปราณที่ปล่อยออกมานั้นเป็นเพียงระดับชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นกลางเท่านั้น

จี้กงหยุน เมื่อเห็นตัวตนของสัตว์อสูรที่กักเก็บไว้ถึงกับตื่นตะลึงจนสบถออกมา

"บัดซบ!! มันเจ้าเล่ห์นัก!!" จี้กงหยุนสะบัดมืออย่างรวดเร็วระเบิดพลังปราณออกมา แต่เป้าหมายของพลังนั้น คือเล้งซาน!!

"อาจารย์ ทำไมท่าน!! อ๊ากกกก"

ตูบบบบบ

เล้งซานกระเด็ดไปไกลร่วมร้อยเมตรจากการระเบิดพลังชั่วพริบตาของจี้กงหยุน แต่กลับพบว่าตนเองบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นอาการบาดเจ็บภายนอกจากลมที่กรรโชกรุนแรงในฉับพลัน และเมื่อหันกลับไปมองทางจี้กงหยุน สัตว์อสูรสีดำตนนั้นกู่คำรามเสียงก้อง และแผ่ขยายออร่าสีดำครอบคลุมพื้นที่ในฉับพลัน 

กรรรรรรรร

จี้กงหยุนยืนแน่นิ่งร่างกายแข็งค้างชั่วขณะหนึ่ง ส่วนสัตว์อสูรร่างสีดำหลังจากกู่ร้องก็ค่อยสลายร่างหายไปคล้ายว่ามันได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายไปแล้ว ลมปราณจิตราชันย์ของจี้กงหยุนที่เคยครอบคลุมพื้นที่ก็ได้จางหายไปด้วย จนกลุ่มคนของพรรคอสูรเงาทุกคนกลับสู่สภาวะปกติดังเดิม เหลือเพียงจี้กงหยุนเท่านั้นที่แข็งค้างอยู่

“เล้งซาน!! ไม่ว่าอาจารย์ของเจ้าจะแข็งแกร่งสักปานใด ก็มิอาจขยับตัวได้ไปชั่วขณะ สัตว์อสูรตนนี้มีชื่อว่าอสูรกลืนเงา แม้มันไม่ได้แข็งแกร่งมากนักหากเทียบกับสัตว์อสูรในระดับเดียวกัน แต่มันมีพลังที่น่ากลัวที่สุด นั่นคือการกลืนกินเงาของผู้อื่น และจะทำให้ผู้ถูกกลืนกินหยุดชะงักไปช่วงเวลาหนึ่ง แม้การหยุดชะงักจะเกิดขึ้นไม่นานแต่ก็เพียงพอให้ข้าดำเนินแผนการต่อ!!

ตอนนี้แหละผู้อาวุโสทั้งหลาย!! ตั้งค่ายกลอสูรตรึงเซียน!!"

เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 23 คน เคลื่อนไหวทันที รวมถึงผู้อาวุโสม่อชนชั้นลมปราณสีส้ม ร่วมเป็น 24 คน กระจายกำลังรอบทิศทางเข้ารอบกรอบจี้กงหยุนในระยะประชิดในรูปแบบค่ายกลลับของพรรคอสูรเงา!!

"เกิดอะไรขึ้น!! ทำไมอาจารย์ถึงยืนนิ่งท่ามกลางค่ายกลเช่นนั้น หรือนี่เป็นพลังเฮือกสุดท้ายของสัตว์อสูรเมื่อครู่นี้จริงๆ" เล้งซานตกตะลึง ยังไม่อาจอ่านสถาณการณ์ได้ขาด แต่ที่แน่ใจได้ก็คือการที่จี้กงหยุนระเบิดพลังใส่ตัวมันนั้น คงเพื่อต้องการให้เล้งซานหลุดออกมาจากการกลืนเงาสะกดของสัตว์อสูรเป็นแน่

"ถึงอาจารย์ของเจ้าร้ายกาจมาก แต่ก็มิอาจหลุดออกจากค่ายกลอสูรตรึงเซียนที่ถูกใส่โดยกลุ่มผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งที่สุดในพรรคอสูรเงาได้เป็นแน่ หึหึ เจ้าเด็กบัดซบ ได้เวลาตายของเจ้าแล้ว!!" เถาป่ายสืบเท้าเข้าหาเล้งซานอย่างช้า ราวกับมั่นใจเต็มเปี่ยมว่ามันมิต้องรีบร้อนอันใด เพราะเล้งซานตกอยู่ในกำมือของมันแล้วยามนี้

"อาจารย์!!"

"ไอหนู หนีไป!! พวกมันทำได้เพียงหน่วงเหนี่ยวข้า มันไม่อาจสังหารข้าโดยง่ายอย่างแน่นอน เจ้ารีบหนีไปก่อน" จี้กงหยุน ส่งกระแสปราณเสียงมายังเล้งซาน

สถานการณ์เป็นอันตรายอย่างมาก เหล่าผู้อาวุโสของพรรคอสูรเงา ร่วมถึงอดีตผู้อาวุโสสูงสุดอย่างผู้อาวุโสม่อ ใช้ค่ายกลสะกดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของจี้กงหยุน จนมิอาจขยับตัวใดๆได้เลย แต่ผู้อาวุโสเหล่านั้นก็มิอาจขยับออกจากตำแหน่งค่ายกลได้เช่น 

แต่ทว่า!! เถาป่าย ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในค่ายกลนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสร และพุ่งเป้าไปที่เล้งซาน!!

เล้งซานคาดเดาได้ทันทีว่าแผนการของพวกมันคือสังหารเล้งซานก่อนเป็นอันดับแรก!! จากนั้นเถาป่ายก็จะกลับมาสังหารจี้กงหยุนที่ถูกสะกดอีกครั้ง!!

แม้ระดับพลังของทั้งคู่จะแตกต่างกันอย่างมาก แต่ในเมื่อจี้กงหยุนมิอาจขยับหรือรวบรวมลมปราณได้ เถาป่าย ที่เป็นชนชั้นลมปราณสีส้มเช่นกันย่อมหาวิธีสังหารได้ไม่ยากเย็นนัก

แม้เล้งซานจะมองแผนการออกหมดแล้ว แต่มันจะทำสิ่งใดได้? อาศัยพลังฝีมือเช่นเด็กหนุ่มจะหนีจากเงื้อมมือของเถาป่ายที่เป็นชนชั้นลมปราณสีส้มได้อย่างไร?




จากผู้เขียน... ช่วงวันศุกร์ เสาร์ ทิตย์ ลูกค้าจะเยอะหน่อย ไม่ค่อยจะมีเวลาเขียน 

ปล.ไรท์มีอาชีพหลักคือเปิดร้านทำผม(ซาลอน)






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 881 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #14794 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 16:08
    มังกรอ่าาา ชวนมาๅ
    #14794
    0
  2. #12136 Ohm009 (@Ohm009) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:08
    ทำสัญญา​กับมังดรไว้ไม่ใช่หรอว่ะ
    #12136
    0
  3. #5918 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 13:06
    เข้าห้องอักขระโลดด
    #5918
    0
  4. #4155 Rey_R (@Rey_R) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:55
    ประมาทแล้วประมาทอีก ตายไปเลยเถอะ
    #4155
    0
  5. #3832 kikidesign (@kikidesign) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 11:15
    กี่ครั้งแล้ว ที่เจอกับสถานการแบบนี้ พระเอกโง่ลงเรอะ ถ้าจะประมาทขนาดนี้ก็ตายไปเถอะ ทำไมไม่เห็นฉลาดรอบคอบ วางแผนซ้อนแผนเก่ง เหมือนที่อ่านแรกๆเลย ความคมหายไปไหน
    #3832
    0
  6. #3758 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 10:43

    ชิบหายละ

    #3758
    0
  7. #3681 0836519176 (@0836519176) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 08:37
    กากอีกแล้ว เห่อ
    #3681
    0
  8. #3616 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:46
    ลุ่นอีกแล้ว
    #3616
    0
  9. #3601 Nasree2549 (@Nasree2549) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 09:43
    สนุกมากครับ
    #3601
    0
  10. #3599 panitaya45 (@panitaya45) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 20:01
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆค่ะไรท์
    #3599
    0
  11. #3598 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 19:34
    ลุ้นมากกก
    #3598
    0
  12. #3597 tharathorn6 (@tharathorn6) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 18:36
    สุดยอดครับแอด
    #3597
    0
  13. #3596 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:16
    ขอบคุณครับ
    #3596
    0
  14. #3595 นักค่าไร้นาม (@kimloki) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:12
    ถ้าเรื่องนี้เก้บตังแล้วลงทุกวันจะดีมากนะครับติดใจเรื่องนี้มาก
    #3595
    0
  15. #3594 serapong (@serapong) (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:04

    ครับไม่ว่ากัน สู้ครับ

    #3594
    0
  16. #3593 sanisa (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:54

    ขอบคุณมากจร้า ว่างๆๆมาเล่าเรื่องให้อ่านอีกนะ

    #3593
    0