อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,740,716 Views

  • 15,143 Comments

  • 15,790 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    129,914

    Overall
    2,740,716

ตอนที่ 151 : ตอนที่ 150 : เจ้าเป็นใครกันแน่!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 746 ครั้ง
    14 พ.ย. 60

เล้งซานแย้มยิ้มกรุ้มกริ่ม เกาศีรษะเขินอายเล็กน้อย ที่ถูกจับได้จากนั้นก็รีบทะยานร่างไปยังตำแหน่งศพของชายชุดดำเพื่อค้นตัว หยิบขวดยาโอสถออกมาตรวจสอบ ทันทีที่ผ้าแดงถูกเปิดออก กลิ่นอายโบราณก็คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อเทยาออกมาก็พบเม็ดยาหลากสีขนาดเล็ก 3 เม็ด กลิ่นอายสมุนไพรโชยรุนแรง

“โอสถกรุยทางสวรรค์!!” เสียงของเฟรย่าดังก้องขึ้นในจิตสำนึก

เล้งซานตื่นตะลึงเช่นกัน เพราะเล้งซานก็รู้จักโอสถชนิดนี้ ไม่สิ! เล้งซานเคยกินมันเข้าไปด้วยซ้ำ ยามที่ทะลวงชั้นลมปราณจากชนชั้นสีเหลืองขั้นปลายไปสู่ชนชั้นลมปราณขั้นสีส้มในอดีต มันเป็นถูกนับเป็นเทพโอสถที่หาได้ยากยิ่ง เป็นมรดกตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ วิธีปรุงยานั้นหายสาบสูญไปเนิ่นนานแล้ว มันจะพบเจอได้จากสถานที่โบราณหลายพันปีที่มีความสำคัญในอดีตเพียงเท่านั้น เมื่อพันห้าร้อยปีก่อนตระกูลเล้งสามารถค้นพบโอสถนี้เพียง 5 เม็ด ถูกใช้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น หนึ่งคือ 2 เม็ดยามเล้งซานทะลวงเข้าสู่ชั้นลมปราณสีส้ม อีกครั้งคือ 3 เม็ด ยามที่เล้งเทียนทะลวงเข้าสู่ชั้นลมปราณสีแดง!!

โอสถกรุยทางสวรรค์นับเป็นโอสถลึกลับในตำนาน ระดับสูงเสียยิ่งกว่าโอสถพิษหยกฤกษ์จันทรา เนื่องด้วยมันเป็นเทพโอสถ ทำให้ผู้พบเจอนั้นย่อมเลือกที่จะใช้กับตนเองแทนที่จะเก็บรักษา ในปัจจุบันจึงแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว และยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนที่ถูกจำกัดมาตั้งแต่โบราณได้อีกด้วย!!

โอสถกรุยทางสวรรค์ 3 เม็ดนี้นั้น ชายชุดดำค้นพบตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน จากการทำภารกิจลอบสังหารนักล่าสมบัติโบราณ ชายชุดดำแตกตื่นด้วยโชคที่สวรรค์มอบให้มัน แต่ในยามนั้นชายชุดดำอยู่ในชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นต้นแล้ว ทำให้มันไม่กล้าที่จะใช้เทพโอสถนี้ เพราะมันจะไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดของเม็ดยา ชายชุดดำหมายมั่นมาตลอดว่าจะใช้เทพโอสถในยามที่มันขึ้นสู่จุดสูงสุดของชั้นลมปราณสีเหลือง และกรุยทางที่ยากลำบากเข้าสู่ชั้นลมปราณสีส้ม มันเก็บงำความลับนี้มาหลายสิบปี!! แม้แต่ผู้นำพรรคอสูรเงา หรือกระทั่งคนในครอบครัวมันก็ไม่เคยแพร่พรายความลับนี้ให้แก่บุคคลอื่น ใครจะคิดว่าในยามนี้ชายชุดดำอยู่ในขั้นที่ 8 ของชนชั้นลมปราณสีเหลือง จะถูกสังหารโดยจี้กงหยุน!! และเทพโอสถก็กลับไปตกอยู่ในมือของเล้งซาน ผู้ที่วางแผนสังหารตัวมันเอง!!

“ไม่แปลกใจเลย ที่มันยอมทิ้งอาวุธอักขระชั้นลมปราณสีเขียวขั้นปลาย เพราะไม่อาจหาสิ่งได้มาเปรียบเทียบกับเทพโอสถนี้ได้อีกแล้ว...”

เล้งซานรีบเก็บเทพโอสถเข้าไปในมิติของมันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคล้อยตามองมายังจี้กงหยุน

“ไอหนู คิดว่าตาข้าฟ่าฟางอย่างนั้นรึ? หึหึ โอสถกรุยทางสวรรค์ ช่างเป็นบุญตาเสียจริงๆที่มีโอกาสได้พบ”

แน่นอนว่าสิ่งที่เล้งซานพบและกระทำ ไม่อาจหลุดรอดสัมผัสของจี้กงหยุนไปได้ เล้งซานขมวดคิ้วแนบแน่น เร่งลมปราณในร่างที่บาดเจ็บสาหัสขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที ต่อให้เป็นจี้กงหยุน เล้งซานก็ไม่คิดส่งมอบเทพโอสถนี้ให้ง่ายๆอย่างแน่นอน

“ตาแก่ ท่านคงไม่คิดจะปล้นข้าใช่หรือไม่? ไหนบอกท่านจะให้ข้าเป็นศิษย์สืบทอดของท่าน กะอีแค่เม็ดยาสั่วๆ 2-3 เม็ด ท่านคงไม่ปล้นศิษย์ตนเองกระมัง?”

“ฮ่าๆๆ เม็ดยาสั่วๆ? ทั่วทั้งสามโลก คงมีเพียงเจ้านี่แหละที่กล้าเรียกเทพโอสถกรุยทางสวรรค์ว่าเม็ดยาสั่วๆ อีกอย่างเจ้าคงมิได้หลงลืมใช่หรือไม่? ข้าบอกว่าให้เจ้ามาพบข้าที่ประตูฝั่งตะวันตกก่อนเที่ยงคืน นี่ก็เที่ยงคืนเข้าไปแล้วแต่เจ้าออกมานอกเมืองห่างจากจุดนับพบหลายสิบลี้ ในเมื่อเจ้าทำไม่สำเร็จเจ้าจะอ้างตัวเป็นศิษย์ข้าได้อย่างไร?” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเล้งซานถึงกับเหงื่อตก หากจี้กงหยุนต้องการ เล้งซานจะทำสิ่งใดกับคนที่สามารถสังหารชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นปลายด้วยการสะบัดมือเพียงคราเดียวได้?

“แต่ก็เอาเถอะ ถึงเจ้าจะไม่อาจไปยังจุดนัดพบได้ตามที่กำหนด แต่เจ้ากลับสังหาร 1 ใน 2 ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นปลายได้ แทนที่จะหลบหนีนับว่าเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ ชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นต้น สังหารชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นปลาย ฮ่าๆ คงมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ ไม่ผิดหวังจริงๆที่ข้าหมายมั่นเจ้าไว้ให้เป็นศิษย์สืบทอด ส่วนเรื่องเทพโอสถกรุยทางสวรรค์ โอกาสเดียวที่ข้าจะได้ใช้คือยามที่ข้าขึ้นสู่จุดสูงสุดในขี้นที่ 9 ของชนชั้นลมปราณสีส้ม ด้วยอายุอานามยามนี้คงยากที่ข้าจะไปถึงจุดนั้นในช่วงชีวิตที่เหลือ เพราะฉะนั้นเม็ดยานั่นจึงแทบไม่มีความสำคัญใดๆกับตัวข้า ข้ายกมันให้เจ้าก็แล้วกันคิดซะว่าเป็นของขวัญจากอาจารย์ผู้นี้”

เล้งซานอ้าปากค้างเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกจากปากจี้กงหยุน

ของขวัญบ้าบออะไรกันฟะ!! ข้าเก็บมันได้มันก็ต้องเป็นของข้าเส่!!’

แม้ความคิดจะดังกึกก้อง แต่เล้งซานก็ไม่อาจพูดออกไป กลับโล่งใจเสียอีกที่จี้กงหยุนไม่ปล้นมัน ทั้งที่ท่าหากมันจะทำก็ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ

“ตาแก่ ข้าต้องคุกเข่าโขกศีรษะด้วยมั้ย?”

“ไม่เอา! ข้าไม่ชอบพิธีรีตอง เพียงเจ้ารับรู้ว่าข้าเป็นอาจารย์ ข้ารับรู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และต่อไปอย่างเรียกข้าว่าตาแก่ ให้เรียกข้าว่าอาจารย์!!”

“ได้สิ ตาแก่” เล้งซานพยักหน้า ฉายแววตาใสซื่อ (กวนทีนนนน)

“เออๆ จะเรียกอะไรก็เรื่องของเจ้า ไอตัวแสบ!!” จี้กงหยุนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ทั่วทั้งทวีปคงมีเพียงเล้งซาน ที่กล้ากล่าวเช่นนี้กับมัน แทนที่มันจะรู้สึกมีโทสะ มันกลับนึกหัวร่อในใจแอบภาคภูมิกับศิษย์ผู้นี้อยู่ลึกๆ

“ว่าแต่ ตาแก่...ข้าอยากเรียนวิชาหัตถ์ทองคำ ที่ท่านใช่เมื่อครู่ ท่านจะสอนข้าเลยใช่หรือไม่?” เล้งซานกล่าวพลางถูมือไปมา ราวกับเด็กอยากได้ของ

“หืม...? ข้าต้องสอนเจ้าอยู่แล้ว แต่เจ้าแน่ใจนะว่าจะเรียนวิชานี้?” จี้กงหยุน แม้ไม่อาจมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน แต่จากน้ำเสียงก็บอกได้เลยว่ามันแอบแสยะยิ้มแปลกๆออกมา

“แน่นอน!”

“หึหึ วิชานี้ชื่อว่า วิชาเซียนทองคำ เป็นวิชาโบราณที่ทรงพลังมาก มีด้วยกันทั้งหมด 4 ขั้น ขั้นแรกคือ บาทาทองคำ ขั้นที่สองคือ หัตถ์ทองคำ ขั้นที่สามคือ กายาทองคำ และขั้นสุดท้าย เนตรทองคำ หากเจ้าสำเร็จวิชานี้ทั้ง 4 ขั้น ทั่วยุทธภพนี้เจ้าจะเป็นหนึ่งในใต้หล้า ไม่มีใครเทียบเคียงเจ้าได้อีกต่อไป!!” จี้กงหยุน กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เล้งซานขนลุกชูชันขึ้น คำว่าหนึ่งในใต้หล้าแม้จะฟังดูเพ้อฝัน แต่กลับทำให้เลือดลมสูบฉีดขึ้นอย่างฉับพลัน

“ตาแก่...หนึ่งในใต้หล้า? ท่านจะไม่ดูยกยอเคล็ดวิชาของตนเองมากไปหน่อยรึ?” เล้งซานกล่าวด้วยแววตาแข็งขัน

“ไอหนู เจ้าคิดว่าข้าแข็งแกร่งแล้วหรือยัง?” จี้กงหยุนกล่าวถาม

“อืม...อย่างน้อยข้าก็รู้สึกว่าท่านแข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ข้าเคยพบเจอ” เล้งซานกล่าวตอบอย่างเรียบเฉย แน่นอนว่าหากนับทุกคนที่มันเคยพบเจอ คนที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นปู่ของมัน เล้งเทียน

“พูดได้ดี!! แต่ข้าบอกเลยว่า แม้แต่ตัวข้าในยามนี้ ข้าพึ่งฝึกสำเร็จเพียง 3 ใน 4 ส่วนของเคล็ดวิชาเซียนทองคำเท่านั้น!! และข้าก็ไม่เคยนึกฝันว่าจะสามารถบรรลุขั้นเนตรทองคำได้ในช่วงชีวิตนี้”

“!!!!!!” เล้งซานตื่นตะลึง

“เมื่อใดที่เจ้าสำเร็จวิชาเนตรทองคำขั้นสูงสุด เจ้าสามารถสังหารยอดฝีมือใต้หล้าได้ เพียงแค่สบตาเท่านั้น”

“!!!!!!” เล้งซานตื่นตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ตาแก่...ที่ท่านไม่บรรลุขั้นสูงสุดเพราะท่านไร้ซึ่งเคล็ดวิชาขั้นสุดท้ายอย่างนั้นหรือ?”

“หึหึ...ป่าวเลย ข้าย่อมมีเคล็ดวิชาครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงแต่ความเข้าใจในเคล็ดวิชาของข้าไม่อาจบรรลุขั้นสูงสุดได้ แต่ถ้าหากเป็นเจ้า...อาจมีโอกาสราวหนึ่งในหมื่นที่จะบรรลุขั้นสูงสุด” จี้กงหยุนกล่าวอย่างเรียบเฉย

“ทำไมต้องเป็นข้า ท่านเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?” เล้งซานขมวดคิ้วลงต่ำ มีหลายข้อสงสัยที่เล้งซานยังคงมีกับจี้กงหยุน ด้วยประวัติความเป็นมาที่เคยได้ยินได้ฟัง มันไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าทำไมจี้กงหยุน จึงให้ความสำคัญกับตัวมันเป็นพิเศษ

จี้กงหยุนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างแผ่วเบา...

อัจฉริยะที่ฉีกกฏเกณฑ์การบ่มเพาะลมปราณ ผู้บรรลุลมปราณชั้นสีส้มที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้คิดค้น 1 ใน 4 ศาสตร์ประยุกษ์วิชาอักขระกำกับ ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเล้ง ซึ่งก็คือเจ้า..เล้งซาน!!.

“!!!!!!” เล้งซานโดดถลาไปด้านหลังทันที รีดเค้นพลังขึ้นสู่จุดสูงสุดโดยไม่สนอาการบาดเจ็บ

เจ้าเป็นใครกันแน่!!”

เล้งซานตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่ข้ามเวลามานับพันปีมีเพียงตัวมันเอง เฟรย่า เสวียนอู่เฉิน ไบรซัน และตระกูลลี้ลับทั้งสามคนเท่านั้น ที่สามารถเจาะจงประวัติของมันได้ถึงเพียงนี้!! แม้แต่ผู้อาวุโสแห่งสมาพันธ์ทำเนียบยุทธ ยังมีเพียงสมมุติฐานที่ว่ามันคือทายาทจากตระกูลเล้งที่เหลือรอดเท่านั้น!! ไม่อาจชี้ชัดหรือเชื่อมโยงใดๆกับบุคคลในประวัติศาสตร์เมื่อพันห้าร้อยปีก่อน แต่นี่!! จี้กงหยุน กล่าวเพียงทำพูดสั้นๆแต่สามารถเจาะจงตัวด้วยความมั่นใจว่ามันคือคนๆเดียวกัน

“ฮ่าๆๆ ไอหนู นี่คือคำพูดที่เจ้าใช้กับอาจารย์อย่างนั้นหรือ?” จี้กงหยุนยังคงไร้ปฏิกิริยาใดๆ คล้ายคาดเดาอากัปกิริยาของเล้งซานไว้อยู่แล้ว

เล้งซานเบิกตาโพลงขึ้น อาศัยตัวมันเองจะใช้สิ่งใดคาดคั่นให้จี้กงหยุนให้ตอบคำถามได้กัน?




...............

จากผู้เขียน....อย่าเดาเลย เสียเวลา ตอนหลังๆก็เฉลยเองแหละ ถถถ+


อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 746 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #10633 Konrawat (@Konrawat) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:09
    เล้งเทียน ซะมั้ง555
    #10633
    0
  2. #8982 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:53
    ขอบคุณครับ
    #8982
    0
  3. #6007 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:36
    อ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ต้องเฉลยด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว จะมโนไปทำไมให้ปวดหัวเปล่าๆ (ถ้าไรต์ไม่เลิกเขียนไปซะก่อนนะ) คึ คึ คึ
    #6007
    0
  4. #4221 pingowow (@pingwowo) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 21:20
    ความสัมพันธ์หลานกับปู่ นี้มันอะไรกัน เอ็นดู
    #4221
    0
  5. #3308 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 17:54
    ขอบคุณครับ ^_^
    #3308
    0
  6. #3229 EvennEve (@EvennEve) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    ฮื้อออ ค้างงงงง
    #3229
    0
  7. #3227 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 23:56
    ค้างงงงงงงงงง
    #3227
    0
  8. #3226 MaMoReal (@jameskingon) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:52
    ค้างงงงงง
    #3226
    0
  9. #3225 DarksuiT (@DarksuiT) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:40
    ขอบคุถมากครับผม
    #3225
    0
  10. #3224 NantawatSrisuk (@NantawatSrisuk) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:25
    คงจะทายาทไครซักคนเดาๆแบบเสียเวลา
    #3224
    0
  11. #3223 Novel reader (@pawat123) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:10
    สนุกมากครับบ
    #3223
    0
  12. #3222 GrFl4D (@kalaya0147) (จากตอนที่ 151)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:08
    เอาล่ะ ตัวตนถูกเปิดเผยย !!!!!!
    #3222
    0