หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 41 : 39 - ลวงพราง re25/12/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,056 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

39 – ลวงพราง

 

            หลังจากงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่อันยิ่งใหญ่เพียงเจ็ดวัน ได้มีข่าวลือว่าชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงเรียกคุณหนูตระกูลเหยียนของเจ้ากรมการคลังเข้าพบ แล้วประทานสมบัติแพรพรรณให้แก่ตระกูลเหยียนมากมาย


ทั้งยังประทาน ปิ่นไหมจักรพรรดิ ปิ่นที่หลอมด้วยหินไหมจักรพรรดิหายากสีขาวบริสุทธิ์ให้ โดยเสียบปิ่นปักยังมวยผมของนางด้วยมือตนเอง


            เกิดไปข่าวลือยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในนครหลวงของแคว้นอ้าย ว่าชุนอ๋องต้องตาต้องใจเหยียนซิ่วซิ่น คิดตบแต่งเป็นพระชายา


            ตระกูลเหยียนนับว่าเป็นตระกูลที่มิได้เลือกฝักฝ่ายในสงครามระหว่างตระกูลหวังและตระกูลอู่ ไม่ว่าผู้ใดหากมีผลประโยชน์ล้วนเป็นพันธมิตร มิได้ฝักใฝ่อำนาจทางการเมือง ทว่ามีกิจการและทรัพย์สมบัติโดยรวมแทบเป็นรองแต่เพียงอ้ายอ๋องเท่านั้น


คุณหนูเหยียนซิ่วซิ่น บุตรีคนเดียวที่เกิดกับฮูหยินใหญ่เองก็งดงามอ่อนช้อย วัยล่วงถึงสิบเจ็ดแล้วแต่ยังมิได้ตบแต่งเพราะเจ้ากรมการคลังซึ่งเป็นบิดาหวงแหนบุตรีผู้นี้ยิ่งกว่าไข่ในหิน ผู้ใดสู่ขอก็เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่กลัวเกรง ด้วยเหตุผลนบนอบว่าเหยียนซิ่วซิ่นยังไร้เดียงสา ยังมิอาจแบกรับหน้าที่ภรรยาได้เป็นอย่างดี


แต่ถ้าบุรุษผู้นั้นเป็นถึงชุนอ๋องหลี่เยว่ถิง โอรสของพระปิตุลาเฉิงกงที่ได้รับความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิ ทั้งยังมีรูปงามปานเทพสวรรค์ จู่ๆ คุณหนูเหยียนจะเพียบพร้อมเดียงสาขึ้นมาทันทีก็มิใช่เรื่องน่าแปลกเลย


ข่าวลือเรื่องรักใคร่เป็นเรื่องพูดคุยสนุกปาก บรรดาคุณหนูฮูหยินต่างหยิบยกขึ้นพูดต่อกันทุกคราที่เจอหน้า บรรดาขุนนางบัณฑิตก็ไม่อาจไม่วิพากษ์เรื่องขั้วอำนาจ


ธรรมชาติของคนย่อมเสริมเติมแต่งเรื่องเล่าเพื่อให้ได้รสชาติ ถึงกับมีคนวางเดิมพันว่าคุณหนูเหยียนต้องได้เป็นพระชายาของชุนอ๋องอย่างแน่นอน พานพาให้บ้านตระกูลเหยียนคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งกว่าที่เคย

 



คืนเดือนดับมืดมิด ป่าไผ่สีเขียวหยกนอกเมืองถูกเงาครึ้มแห่งราตรีทาบทับ มีเพียงก็แต่แสงจากโคมไฟสองดวงที่ส่องแสงสลัวอยู่


แสงไฟสะท้อนให้เห็นใบหน้าของคนทั้งสองในเสื้อคลุม ผ้าแพรที่สวมใส่ก็บอกได้ถึงฐานะว่ามียศศักดิ์สูง เครื่องประดับเองก็มีพร้อม เพราะเยว่ถิงเลือกใช้แต่งกายที่บ่งบอกถึงความเป็นชุนอ๋องในแวบแรกที่มองมาแม้ในที่ที่ค่อนข้างไร้ซึ่งแสงสว่าง


พู่หยกคู่เสี้ยวหนึ่งห้อยอยู่ข้างเอว นับตั้งแต่เข้ามายังแคว้นอ้ายเขาก็ปลดออกแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อ มีเพียงวันนี้ที่ผูกห้อยประดับไว้ แต่ที่เอวไม่ได้มีหยกนั้นเพียงหนึ่ง กลับมีพู่ห้อยสูงค่าอื่นๆ ที่เป็นของกำนัลผูกประดับมาด้วย


ส่วนผู้ติดตามสวมชุดองครักษ์รัดเอวสีดำเงาเลื่อมดูสง่างาม คุณชายไป่ไม่สวมหน้ากากปิดบังหน้าตาของตนเอง ราวกับต้องการประกาศถึงรูปโฉมอย่างชัดแจ้ง


มาถึงยังสถานที่นัดพบ เป็นริมธารไหลเอื่อยที่มีหินรูปร่างประหลาดคล้ายพระจันทร์เสี้ยว บุรุษผู้หนึ่งได้มารอคอยอยู่ก่อนแล้ว


“ในที่สุดเจ้าก็มา”


ผู้หันมาเอ่ยด้วยเสียงกระด้าง แต่ดวงตาสีแดงทับทิมไม่อาจปกปิดแวววาวโรจน์ เยว่ถิงปลดหมวกคลุมศีรษะลง เหลือบมองคุณชายไป่ด้านหลังกลอกตามองความมืดรอบกายก่อนพยักหน้าน้อยๆ


เป็นสัญญาณว่ามีผู้ติดตามแม่ทัพแห่งแคว้นอ้ายมาจริงๆ การเล่นละครฉากหนึ่งต้องสมควรเริ่มขึ้นได้แล้ว


ชิวหยางไม่มีทางไม่รู้ว่ามีผู้ติดตามตนดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้จึงเป็นการดำเนินตามแผน ทว่า เยว่ถิงอาจหลอกตนเองว่าเป็นเพียงแผนการเสแสร้งได้ แต่สำหรับบุรุษตรงหน้า นี่เป็นความผิดหวังเสียใจอย่างแรงกล้าที่มิได้แกล้งทำ เพียงแต่เป็นความเสียใจในเรื่องที่ลึกล้ำกว่ามาก


หัวใจในอกปวดแปลบ บังคับให้ตนเองมองใบหน้านั้นให้ชัดถนัดตา ตัดสินใจเหยียบย่ำความรู้สึกทั้งหมดลงไปใต้จิตสำนึก


“ไม่ได้พบกันนาน ท่านคงสุขสบายดี?”


ชิวหยางกำหมัดแน่น


“ข้าเคยทำผิดต่อเจ้าด้วยหรือ กระทั่งให้ยอมก้มหัวรับใช้อ้ายอ๋องถึงสองปี แต่เจ้าตอบแทนข้าเช่นนี้หรือ!


“ท่านเอ่ยเองว่าหากข้าต้องการสิ่งใด ท่านยินดีทำตาม มาบัดนี้จะโทษข้าได้อย่างไร?”


“สองปีนี้เจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว ไม่เพียงหนีหายไม่ติดต่อข้า เจ้ายังทำคล้ายกับข้าโง่งมนัก เรื่องระหว่างเราไม่มีความหมายแล้วใช่หรือไม่!


เยว่ถิงเอ่ยช้าๆ


“ท่านจะขอสิ่งใดจากข้า? ท่านได้เป็นแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายแล้ว มาไกลจากประมุขมารแห่งพรรคอธรรมนัก หรือท่านหวังจะให้ข้าประกาศต่อโลกว่าข้า ชุนอ๋องหลี่เยว่ถิง โอรสแห่งพระปิตุลา เป็นคนรักกับแม่ทัพอู่ชิวหยาง ที่แม้เป็นเพียงบุตรอนุและมีสมญาจอมอสูรพันศพ กลับโชคดีได้เป็นถึงแม่ทัพเอก ผู้ฟังคงได้หัวเราะเยาะจนเสื่อมเกียรติราชวงศ์”


ชิวหยางโกรธเกรี้ยวจนรอบบริเวณที่ไร้ลมกลายเป็นลมพัดหวีดด้วยปราณรุนแรง พาเอาเส้นผมและชายอาภรณ์สะบัด เยว่ถิงไม่ผงะถอยแม้แต่น้อย


“แต่เดิมข้าเคยยอมรับใช้ท่านเพราะข้าไร้ซึ่งยศศักดิ์ บัดนี้เรื่องราวได้เปลี่ยนไปแล้ว ท่านไม่เข้าใจจริงๆ หรือ?”


“เยว่ถิง!!


บุรุษเบื้องหน้าหมดความอดทน โถมตัวเข้าจับสองไหล่ของเยว่ถิงอย่างแรง แต่ด้วยเพราะฝึกวิทยายุทธ์มาบ้าง เยว่ถิงขยับมือผลักยังอกกว้างด้วยศาสตร์ ย้อนปราณคืนกลับ ที่สะท้อนแรงจู่โจมกลับสู่ผู้ปะทะ ทำให้ร่างแข็งแกร่งกว่าผงะถอยไป พลันบางอย่างได้ตกจากแขนเสื้อของเยว่ถิง


เป็นถุงเครื่องรางดอกไม้หอมปักลวดลายอวงเอียง(เป็ดแมนดาริน)เคียงคู่ ผ้าไหมลื่นสีชมพูผูกมัดด้วยเชือกสีแดงถูกประดิษฐ์อย่างประณีตบรรจง กรุ่นกลิ่นหอมอ่อนหวานกำจายขึ้นฟุ้งทั่วบริเวณ


เยว่ถิงก้าวไปหยิบขึ้นมาแล้วปัดเศษดินออกก่อนเก็บไว้ที่เดิมอย่างทะนุถนอม


“นั่นอะไร”


คล้ายบุรุษผู้นี้กลับมาเป็นประมุขมารอีกครั้งยามเค้นเสียงถาม หากเยว่ถิงมิปรึกปรือฝีมือมาบ้าง เกรงว่าอาจเป็นล้มหน้าซีดล้มลงตรงนั้น


“เห็นอวงเอียงแล้วท่านยังต้องถามหรือ?”


“เจ้าคิดตบแต่งสตรีตระกูลเหยียนจริงๆ”


เงามืดทาบทามบนใบหน้าเข้มคล้ำ เส้นเลือดภายในตัวบุรุษตรงหน้าคล้ายเดือดระอุ เยว่ถิงกลืนน้ำลาย เหยียดยิ้มขึ้นอย่างยโส


“คุณหนูเหยียนทำให้ข้าด้วยใจ ข้าก็พกไว้ด้วยใจ หากบุรุษสตรีใจตรงกันจะตบแต่งกัน มีสิ่งใดนับว่าแปลกหรือ”


อวงเอียงเป็นสัญลักษณ์ความสุขและการแต่งงาน ถือเป็นสิ่งมงคลสูงสุดในเรื่องของการสมหวังในความรัก


โครม!


แม่ทัพแห่งแคว้นอ้ายก้าวพรวดเดียวถึงตัวเขา ก่อนดันร่างติดต้นไม้ คืนนี้ไร้แสงจันทร์ ในเงามือของใบหน้าที่ชิดใกล้ เห็นประกายดวงตาสีแดงที่สั่นระลิก แรงกดลงยังข้อมือสองข้างคล้ายจะบิดกระดูกเขาให้แหลกคามือ


“ไม่ต้อง”


เยว่ถิงเหลือบตาสั่งคุณชายไป่ที่เตรียมชักกระบี่ หันกลับมา เอียงคอมองบุรุษตรงหน้า เผยอยิ้มเบาบาง


“ข้าแค่เอ่ยความจริง ท่านต่างหากเหตุใดตระบัดสัตย์ว่าจะทำทุกสิ่งเพื่อข้า”


“เจ้าบอกว่าเจ้ารักข้า!


“ข้าก็ยังรักท่าน มิเช่นนั้นชุนอ๋องคงมิมาหาถึงนี่”


“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าใช่เยว่ถิงจริงๆ หรือไม่” คำเอ่ยแต่ละคำรอดเค้นผ่านฟัน ลมหายใจสั่นสะท้าน


ถ้อยคำเหล่านั้นไม่เหมือนจะเป็นการโกหก


แม้ตกลงกันว่าเป็นการเสแสร้งลวงพรางอ้ายอ๋อง ทว่าทุกเสียงทุกสัมผัสของคนตรงหน้ากลับทำให้เขาปวดร้าวเข้าถึงกระดูก ขอบตาร้อนผะผ่าว แต่ใบหน้ากลับเย้ยยิ้มอัปลักษณ์ ยื่นเข้าไปใกล้บุรุษที่คะนึงหาอยู่ตลอดเวลา


อยากโอบกอด อยากกระซิบว่าคิดถึงเพียงใด แต่มิอาจทำได้


“หากท่านยังปรารถนาในตัวข้าถึงเพียงนี้ หลังข้าผ่านพิธีวิวาห์ข้าอาจแวะไปหาท่านเป็นครั้งคราว”


“หรือหากท่านต้องการ... ข้าสามารถตบแต่งท่านเป็นอนุชายได้ ข้าสามารถรักท่านได้ ท่านก็สามารถรักข้าได้ เพียงแต่ท่านต้องรู้ฐานะตนเอง”


สิ้นคำ ฝ่ามือขวาก็เหวี่ยงปะทะใบหน้าเยว่ถิงจนล้มคว่ำลง ใบหน้าข้างหนึ่งเจ็บชาวาบจนแทบจะเอ่ยปากขึ้นไม่ได้ไปชั่วขณะ คุณชายไป่คล้ายจะพุ่งเข้าใส่ชิวหยาง แต่เยว่ถิงยกมือขึ้นห้ามอีกครั้ง มือแตะยังริมฝีปากที่โลหิตคล้ำไหลกลบออกมา ก่อนจะถ่มทิ้งยังพื้นข้างตัว


คุณชายไป่เข้ามาพยุงให้เขาลุกขึ้น แม้จะเจ็บจนคิดว่ากรามอาจจะเบี้ยวไปข้างหนึ่งแต่ดวงตาสีฟ้ายังเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ชิวหยางไม่ได้เข้ามาใกล้อีก ทำเพียงกัดฟันกรอด ยืนตัวสั่นและหายใจเข้าออกแรงสะท้านทรวงอก ราวกำลังต่อสู้กับอสูรร้ายในตัวเอง แววตาคู่นั้นทำให้ผู้มองเห็นหัวใจแตกสลาย


“ไปกันเถอะ หมดธุระแล้ว”


เยว่ถิงเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก แต่ดวงหน้าทาบทับไว้ด้วยความสะใจเหลือคณา ชิวหยางยังยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิมขณะเขาหมุนตัวหันหลังจากไปโดยมีคุณชายไป่ในนามองครักษ์พยุงชิดใกล้อยู่เคียงข้าง


พอเดินออกมาพ้นเขตที่จะมีผู้คนติดตาม คนช่วยพยุงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ สายตาจับจ้องยังรอยบวมช้ำน่ากลัว


“พอใจเจ้าแล้วสิ”


“...”


เยว่ถิงรับมาแล้วเช็ดรอยโลหิตอย่างเงียบๆ บุรุษผู้ร่วมเล่นละครที่ก่นด่าคนต้นคิดเช่นเขามาตลอดคล้ายจะใจอ่อน ถามด้วยเสียงอ่อนลง “ฟันเจ้าหักหรือไม่”


เยว่ถิงส่ายหน้า อันที่จริงก็นับว่าจอมอสูรพันศพที่กระชากศีรษะคนด้วยฝ่ามือด้วยเปล่าลดแรงต่อเขามากแล้ว เป็นเขาเสียอีกที่ยืนยันว่าอย่างไรก็ห้ามยั้งมือ


“ข้า... สมควรโดนแล้ว”


หากจู่ๆ จะให้ชิวหยางเล่นละครแล้วตบใบหน้าเขา ต่อให้เขาอ้อนวอนคนผู้นั้นเพียงใดก็ไม่มีทางกระทำเด็ดขาด แต่เมื่อเพิ่มความขุ่นเคืองเข้าด้วย ธรรมชาติของมนุษย์ก็จำต้องระบายความโกรธเกรี้ยว แผลที่ได้มานี้จึงนับว่าบ่มเพาะจากความเจ็บช้ำหัวใจโดยแท้


ทว่าบาดแผลนี้เขาจะไม่เจ็บตัวโดยเสียเปล่า

 



ล่วงเลยถึงยามโฉ่ว(เวลาตีหนึ่งถึงตีสาม)ล้ว แม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายไม่คิดจะเข้าประตูทางด้านหน้าจวนให้วุ่นวาย ร่างสูงที่ล่ำสันขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงความปราดเปรียวเมื่อเวลาผ่านไปใช้วิชายุทธ์ก้าวผ่านกำแพงสูง ร่อนแตะพื้นไร้สุ้มเสียง ผิดกับความรู้สึกมากมายที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา


ที่จวนของแม่ทัพอู่ชิวหยางแห่งแคว้นอ้ายไม่มีบ่าวไพร่รับใช้มากนัก ถึงแม้มีก็มิใช้คนของตน หรือเอ่ยให้ถูกต้อง กระทั่งจวนนี้ก็เป็นจวนส่วนตัวที่อ้ายอ๋องให้เป็นของกำนัลในการเลื่อนเป็นแม่ทัพ


ที่นี่อาจไม่ใช่ที่ดีสำหรับหลับนอนเท่าไหร่เมื่อเขาถูกจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว แต่ก็ยังดีกว่าจวนประจำตำแหน่งที่ถูกสืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น ซึ่งมักจะมีเหล่าขุนนางน่าสะอิดสะเอียนมาเยี่ยมเยียนอยู่ไม่ขาด


ชิวหยางก้าวเข้าสู่โถงรับแขก ก่อนจะหยุดชะงัก พยายามควบคุมความร้อนดังไฟนรกที่วิ่งพล่านทั่วสรรพางค์จากเหตุการณ์ในป่าไผ่ที่เพิ่งผ่านมา กดเสียงต่ำยามสบตากับคนตรงหน้า


“ท่านอ๋องมีธุระอันใดกับข้าในยามวิกาลเช่นนี้”


แสงจากตะเกียงเจียระไนประดับแก้วหลากสีบนโต๊ะหกเหลี่ยมสาดกระทบแขกผู้ถือวิสาสะ อ้ายอ๋องหลี่ถังแต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงเลือดหมูสง่าผ่าเผยสมฐานะ ลวดลายมังกรห้าเล็บสีทองบนลายผ้านั้น มีเพียงอ๋องแซ่หลี่เพียงสองคืออ้ายอ๋องหลี่ถังและหวู่อ๋องหลี่หยางที่ได้รับเกียรติให้สวมใส่นอกจากองค์จักรพรรดิ


บ่งบอกได้ถึงอำนาจที่บุรุษหนุ่มตรงหน้าพึงมี การที่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างรับใช้ตลอดสองปี ทำให้ได้รู้ว่ามันเป็นผู้มีความคิดแยบคายซ่อนเล่ห์และไร้คุณธรรมเพียงใด ผลลัพธ์ใดๆ ของสิ่งที่กระทำล้วนเด็ดขาดและได้ผลประโยชน์สูงสุด เป็นจริงว่าคนที่ใช้เพียงกำลังเข้าว่าเช่นเขาไม่ใช่คู่มือแม้แต่น้อย


ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ขนาดองค์จักรพรรดิไท่เหวินหวงตี้จะหวาดระแวงคนผู้นี้มากกว่าผู้ใดในชางเหอ ยิ่งยามได้เสนาบดีอู่และโจวหวู่เป็นที่ปรึกษาจึงไม่ต่างกับเสือติดปีก


เขารู้ เยว่ถิงวางแผนทั้งหมดเพื่อจัดการกับตัวบัดซบแสนอันตรายเหล่านี้... เพื่อแคว้นอ้ายและจักรวรรดิชางเหอ


ทว่าการหลอกให้เขาตายใจหลังได้แขนใหม่ทดแทน ชั่วข้ามวันกลับพบความจริงว่าอีกฝ่ายอันตรธานหายไปแล้ว โดยไม่มีกระทั่งคำลาใดๆ มีเพียงจดหมายบอกเล่าถึงแผนการไว้ แค่คิดก็ยากเกินกว่าจะไม่มีโทสะและเศร้าเสียใจ


ถามเขาบ้างหรือไม่ ว่าสิ่งที่กระทำเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดแก่ตัวเขาเพียงใด


ยามฝ่ามือตบกระแทกบนใบหน้าที่แสนรักแสนคิดถึง ยามที่เห็นร่างที่อยากกอดแทบขาดใจนั้นล้มลง โลหิตหลั่งไหล เขาอยากจะตัดมือตัวเองอีกข้างทิ้งเสีย แม้จะเป็นคำขอร้องอ้อนวอนของเยว่ถิงเองก็ตาม


ยิ่งเพราะเวลาตลอดสองปีที่ไร้การติดต่อแม้จะพยายามเพียงใด เขาไม่อาจห้ามตนเองไม่ให้คิดได้ว่าถ้อยคำกรีดหูในป่าไผ่... มันอาจมาจากส่วนลึกในหัวใจของอีกฝ่าย ไม่ใช่เป็นเพียงการเล่นละคร


“หากท่านคิดจะไปชมป่าไผ่ เหตุใดถึงไม่ชวนข้าไปด้วย” ชิวหยางปัดความคิดในใจออก ยามได้ยินเสียงอ้ายอ๋อง


แน่แล้วว่าคนผู้นี้รู้ข่าวรวดเร็วยิ่ง ชิวหยางยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตายิ่งกราดเกรี้ยวขึ้น


“ท่านเห็นทั้งหมด?”


“น่าเศร้าสำหรับท่าน เป็นข้าคงมิเพียงตบหนึ่งฉาด”


บัดนี้โอกาสมาถึงแล้ว แม้นจิตใจเขาจะย่ำแย่เพียงไรก็จะต้องฝืนทน


ชิวหยางก้มลงคำนับอย่างชาวยุทธ์ แสดงความเคารพถึงที่สุดด้วยเพราะเขาถือเกียรติชาวยุทธ์มากกว่าสิ่งใด


“ท่านคงเห็นแล้ว ตัวข้านั้นถูกทรยศ เป็นตัวโง่งมบัดซบมานานถึงสองปี คราแรกได้ยอมเป็นลูกน้องท่านตามแผนการของเขา แต่บัดนี้... ดูท่าคงไม่ใช่อีกต่อไป”


ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ อ้ายอ๋องหลี่ถังลุกขึ้น ขยับเข้ามาพยุงชิวหยางให้ลุกขึ้น สีหน้าคล้ายเจ็บแค้นแทนเสียมากมาย “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว ว่ายศศักดิ์อำนาจนั้นเปลี่ยนใจผู้คนได้ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ”


“จากนี้ข้ายินดีรับใช้ท่านอย่างแท้จริง หวังว่าท่านคงไม่หวาดระแวงข้าอีก”


ประกายโชนแสงในดวงตาอ้ายอ๋องทำให้ในอกชิวหยางคล้ายเกิดอาการเสียดแทงหนึ่งขึ้น


“ย่อมได้”


“และอีกประการหนึ่ง ขอให้ข้าได้แก้แค้น... ขอให้ข้าได้เป็นผู้สังหารเขาด้วยมือคู่นี้”

 



            ประชุมยามเช้าในท้องพระโรงขุนนางทุกผู้ทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊มาพร้อมเพรียงกันไม่ขาดตกบกพร่อง ชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงได้รับที่นั่งในลำดับโทรองจากอ้ายอ๋อง ครั้งแรกถูกถามถึงบาดแผลบวมช้ำบนใบหน้า เยว่ถิงตอบไปว่าเป็นอุบัติเหตุจากการฝึกซ้อมวิทยายุทธ์


ฟังคำรายงานที่คล้ายพรรณนายืดยาว แม้ขุนนางทั้งหลายจะได้ยินบทกลอนของเยว่ถิงแล้ว แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงในคืนเดียว คำรายงานคล้ายกับขอไปที มีความจริงอยู่เพียงสักสามสี่ส่วนเท่านั้น ปกปิดปัญหาทุกข์ยากของผู้คนในแคว้นและทำคล้ายกับว่าแคว้นอ้ายเป็นแคว้นที่สุขสมบูรณ์รุ่งโรจน์


             อ้ายอ๋องและเหล่าขุนนางต่างสนทนาหาทางออกให้แต่ละปัญหาในเวลาไม่นาน บางทีเหมือนแก้ผิวเผินที่ปลายเหตุแต่ก็ไม่มีใครอ้าปากค้าน บางทีเยว่ถิงก็รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเพียงลมปาก ไม่ได้เป็นไปตามที่เอ่ยครบทั้งหมด


            กระทั่งมีรายงานหนึ่งที่ทำให้สีหน้าสบายๆ ของอ้ายอ๋องเปลี่ยนแปลง ผู้รายงานคือเฟยเหยาผู้ตรวจการแห่งแคว้นอ้ายในนามองค์จักรพรรดิ


            “มีรายงานว่าสถานการณ์ทางลุ่มน้ำวูซาอาจเกิดการปะทะอย่างรุนแรงของชนเผ่าซ่งหู่และฟูซีได้ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าควรส่งคนไปเจรจาเกลี้ยกล่อมแก่พวกเขา หากปัญญาเรื้อรังนี้ลุกลามขึ้นอีก เกรงว่าจะใหญ่โตจนแก้ไขได้ยาก”


            เหล่าขุนนางต่างส่งเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่ เยว่ถิงเป็นผู้เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเหล่านั้น


“ข้าใคร่จะเป็นผู้ไปเจรจาเกลี้ยกล่อม ขอท่านอ๋องอนุญาตด้วย”


“อันตรายเกินไปสำหรับท่านหรือไม่ชุนอ๋อง” อ้ายอ๋องลูบคาง


“ที่ปรึกษาโจวคิดเห็นอย่างไร” อ้ายอ๋องหันไปยังโจวหวู่ ใบหน้าที่ไม่เห็นนานยังคล้ายขี้ผึ้งไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีแววทรุดโทรมและดูท่าจะอิ่มหมีพลีมันขึ้น ซึ่งเยว่ถิงสัญญากับตัวเองในใจว่าอีกไม่นานอีกฝ่ายจะไม่ได้เสพสุขเช่นนี้อีก


โจวหวู่ปะทะสายตากับเยว่ถิง ยิ้มดั่งจิ้งจอกแล้วค้อมศีรษะลง


“แต่เดิมชุนอ๋องเป็นบัณฑิตผู้มีวาทศิลป์ยากจะหาใครเทียบ หากได้ทำงานนี้ย่อมเหมาะสม”


“ทว่าชุนอ๋องเพิ่งได้รับยศไม่นานเกรงว่างานนี้อาจหนักหนาเกินไป” มีขุนนางบางส่วนคัดค้าน


“ข้าได้รับยศอ๋องแล้ว หากไม่ทำคุณแก่แคว้นอ้ายคงน่าละอายนัก อ้ายอ๋องโปรดไว้ใจให้ข้าทำงานนี้”


“อืม ท่านเองเป็นผู้มีคารมคมคาย หากยืนยันว่าจะไป ขอให้มีผู้ติดตามอารักขาไปด้วย”


“ข้ายินดีเดินทางไปเป็นผู้คุ้มกันให้แก่ชุนอ๋อง”


ชิวหยางเป็นผู้เสนอตัวขึ้น อ้ายอ๋องหลี่ถังพยักหน้า แล้วถามความเห็นแก่เหล่าขุนนาง เสนบาดีตระกูลหวังที่เยว่ถิงไม่ได้บอกถึงแผนการเป็นผู้คัดค้าน เยว่ถิงเองแสร้งไม่เห็นด้วยที่จะให้ชิวหยางไป


ในขณะที่เสนาบดีอู่และเหล่าขุนนางส่วนใหญ่เห็นดีเห็นชอบ จนสุดท้ายได้ความว่าให้เยว่ถิงและชิวหยางไปยังลุ่มน้ำวูซาเพื่อประนีประนอมเรื่องราวของชนเผ่าทั้งสอง


โชคดีที่โจวหวู่ไม่ได้ติดตามมาด้วย คาดว่าเรื่องข่าวคราวของจดหมายปลอมจะไปสะกิดหูอ้ายอ๋องจริง


หลังจบประชุม เยว่ถิงมีสีหน้านิ่งขึง ก่อนจะหมุนเดินเร็วๆ ออกมาทันทีโดยไม่อยู่พูดคุยกับผู้ใด พอพ้นบริเวณโถงกว้างใหญ่นั้น ริมฝีปากก็กระตุกยิ้ม ดวงตาสีฟ้าปรากฏประกายดุดันขึ้น


            อ้ายอ๋องและโจวหวู่คิดว่าวูซาจะเป็นหลุมฝังศพของเขา แต่แท้แล้วมิใช่ตัวเขาที่จะพ่ายแพ้ในคราวนี้แน่นอน

 

 

100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.056K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7644 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 09:55
    คือแบบ กลัวว่าไปหลอกใช้คุณหนูเหยียนแล้วถ้าไม่ระวังหรือเตรียมอะไรให้ดี กลัวว่าจะได้ศัตรูเพิ่มรึเปล่า เพราะนี่มันทำตระกูลเค้าเสียชื่อเสียงได้เลยนะถ้าไม่แต่งจริงอ่ะ
    #7,644
    1
    • #7644-1 crazy25240(จากตอนที่ 41)
      2 ธันวาคม 2563 / 10:03
      จริงงงงง
      #7644-1
  2. #7587 K.white wine (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 17:27
    แง้งงงงงงงงง สงสารอะ เจ็บนมไปเบิ้ดดดดด
    #7,587
    0
  3. #7443 ya.ong (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 13:12
    แผนนี้จะได้ผลจริงๆ ใช่ไหม สงสาร ;-;
    #7,443
    0
  4. #7254 MinRos (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 03:03
    อ้ายอ๋องตามท้องเรื่องทั้งฉลาด คิดการใหญ่ ระแวดระวังตัวมาก แล้วมาเจอ
    "หวังว่าท่านคงไม่หวาดระแวงข้าอีก" ถ้าตูเป็นอ้ายอ๋องตูจะระแวงก็ตรงนี้แหละ! 5555
    #7,254
    0
  5. #7168 Fueled me (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 21:38
    ในใจคือเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะ อ้ายอ๋องจะมองไม่ออกจริงๆหรอ คือมันก็อาจจะสมเหตุสมผลที่ชิวหยางถูกทรยศ แต่ก็เออนั่นแหละพระเอกน่าสงสารมาก มากอดๆนะลูก
    #7,168
    0
  6. #7070 lilying_ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 04:55

    ว่าแต่อ้ายอ๋องจะเชื่อละครฉากนั้นจริงๆหรอคะ นี่ก็ระแวงตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนายโจวหวู่ทำให้คนรักแรกขอวเค้าตาย แถมอ๋องยังเอาแม่มาขู่ต่อ เชื่อจริงหรือว่าพระเอกเราจะภักดีกับตัวเองจริงๆ? หรือไม่ได้คิดหรอกว่าภักดี แต่เชื่อละครเลนคิดว่าอาจจะอยากฆ่าน้องจริงๆ เฮ้ออออ ยังไงก็ตาม หันมาคุยกันดีๆสักทีนะคะชั้นเจ็บปวดดดด

    #7,070
    0
  7. #7004 Phatsareerat (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 03:02
    ตั้งแต่อ่านนิยายมา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระเอกน่าสงสารที่สู๊ดดดดดดเท่าที่เคยอ่านมา โถ่พ่อคุ๊ณณ
    #7,004
    0
  8. #6914 ppp_12 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 15:09
    ไม่เคยอ่านเรื่องไหนแล้วสงสารพระเอกขนาดนี้ เป็นเส้าาาาา
    #6,914
    0
  9. #6762 chalillxx_ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:25
    ถ้าไม่อธิบายว่าชิวหยางรู้นี้ก็จะคิดว่าอารมณ์จริงๆแล้วนะ หึงโหดจริงๆพ่อหนุ่ม
    #6,762
    0
  10. #6731 pcy921 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:14
    อีกนิดเดียวนะคะ ทนอีกนิด รวบหมดทั้งกระดาน
    #6,731
    0
  11. #6659 Ne4w (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 09:03
    พี่ชิวหยาง ฮึบไว้นะพี่ อีกนิดเดียวฮืออ สงสารทั้งคู่
    #6,659
    0
  12. #6572 Ppttyc_ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 11:39
    ขอให้ชิวหยางรู้เรื่องและทำเหมือนทุกทีทีเถอะ ครั้งนี้ถึงกับบอกว่าจะฆ่าน้องเองมันเกินไปแล้วตอนนี้คือส่วนท้ายๆมันช่างบีบหัวใจอะ อีกคนทำเพราะบ้านเมือง อีกคนทำเพราะไม่รู้อะไรและมันจะบานปลายคิดแล้วลุ้นเลยอะ
    #6,572
    0
  13. #6183 GSstory (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 17:45
    น้องเห็นแก่บ้านเมืองมันก็ดี แต่พูดคุยกันก่อนดีกว่าลูก คนรอมันเจ็บเด้อออ
    #6,183
    0
  14. #5946 The Killer Princess (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:09
    อ้ายอ๋องไม่ได้ทำอะไรใช่ไหมแบบบังคับ,อ่านใจอะไรเทือกๆนั้น ไม่งั้นพี่ชิงไม่มีอาการตอนคุยหรอก
    #5,946
    0
  15. #5933 N@TTY (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:29
    รอให้ชิวหยางเอาคืนทบต้นทบดอก ปวดใจแทนสุดๆ
    #5,933
    0
  16. #5748 AwkorMZ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:35
    คุณพี่โปรดทนอีกหนึ่งอึดใจ!!
    #5,748
    0
  17. #5716 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 13:26
    คนแต่งเก่งมากกกกก เก่งจริงๆนะ นี่จะร้องแล้วววว ฮรืออิ
    #5,716
    0
  18. #5638 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 10:42
    สะเทือนใจมากจริงๆ
    #5,638
    0
  19. #5545 chocolato.p (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 08:54

    ฮือออ เก่งมากเลยทั้งสองคนที่ทนมาได้ถึงขนาดนี้ ตอนทะเลาะกันนี่ใจร้าว ตะเตือนไตมากฮือออ

    #5,545
    0
  20. #5455 LOOKSORN. (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:42
    ตอนที่ชิวหยางตบหน้าก็คือจะร้องงงงงง เป็นตอนที่โคตรปวดใจเลยอ่ะ ทำอะไรก็ไม่ได้ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
    #5,455
    0
  21. #5437 luhan7_lulu (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:51
    เก่งมากก
    #5,437
    0
  22. #5279 K_sushi_P (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 16:35
    จริงๆแล้วคนที่ถูกทำร้ายมากที่สุดในเรื่องคงเป็นชิวหยางใช่มะ
    #5,279
    0
  23. #5065 CHOTIKABUa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:06
    สงสารชิวหยางสุดๆๆ
    #5,065
    0
  24. #5008 angle-wing (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:27
    โอ้ยยย ไม่ว่าใครก็ปวดใจทั้งนั้น
    #5,008
    0
  25. #4530 ktp.1412 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 16:53
    สงสารชิวหยางมากกกกก ทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำอีกกก แง ง้อหนักๆเลย คำพูดแบบสะอึกแทน นี่ถ้าชิวหยางไม่รู้มาก่อนคงแบบ ฮืออออ อวิ๋นหลานเป็นองครักษ์ส่วนตัวด้วย น่าร้ากกกกด
    #4,530
    0