หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 29 : 27 - จรดหมากบนกระดาน re6/11/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,434 ครั้ง
    6 พ.ย. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

27 – จรดหมากบนกระดาน

 

                        ข้ามิได้เป็นอะไร ไม่จำเป็นต้องตามหมอ!


                        เยว่ถิงลุกลี้ลุกลนผุดลุกขึ้นนั่ง ใช้แขนเสื้อยาวสีชมพูเช็ดโลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากจมูกด้วยความอับอายเกินบรรยาย ท่าทีของเขากลับยิ่งชักนำให้โจวหวู่ไม่เชื่อถือ หันไปตวาดเร่งบ่าวไพร่ให้เร็วขึ้นอีกด้วย


                        หมอยังไม่มาอีกหรือไรมัวทำอะไรอยู่!!


                        ขะ ข้าไม่ได้ปิดบังอาการป่วยใดๆ ทั้งสิ้น โปรดเข้าใจด้วยโธ่


                        หากเขาร้องไห้ตอนนี้จะผิดไหม เยว่ถิงรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เสี้ยวพู่หยกพระจันทร์ของจริงก็สอดอยู่ใต้หมอนห่างจากโจวหวู่ไปไม่เท่าไหร่ ทั่วศีรษะรวมทั้งสรรพางค์แดงร้อนไปหมด


                        เขาเหมือนคนเพิ่งถูกจับได้ว่าลักลอบได้เสียกับใครคนหนึ่งในที่ลับโดยร่างยังเปลือยเปล่าและยังไม่เสร็จกิจดี เกิดมาเยว่ถิงไม่เคยอับอายขนาดนี้มาก่อน ในหัวถึงโอดครวญร้องหาพ่อแม่ในชาติภพเก่าขออโหสิกรรมในความไม่เอาไหนนี้


                        ถึงเป็นเพียงฝัน ทว่าเสร็จก็ไม่เสร็จ ทั้งยังถูกคนจับได้เพราะเลือดกำเดาไหล ไหนเลยจะเรียกว่าบุรุษได้


สมองจำต้องบีบเค้นคิดหาข้อแก้ตัวที่ฟังดูเข้าท่าที่สุด ทั้งๆ ที่อารมณ์ฮอร์โมนภายในยังค้างคาพุ่งพล่านยิ่งกว่าเด็กหนุ่มกลัดมันเพิ่งแตกหนุ่มหมาดๆ


                        เป็นเพราะข้าพักผ่อนน้อย ธาตุในตัวบกพร่อง ท่านจะตามหมอมาให้เสียเวลาทำไม ข้าเป็นหมอมีหรือจะไม่รู้อาการตัวเอง เลือดไหลจากจมูกเท่านี้สามารถแก้ไขได้ง่ายดายนัก


                        โลหิตเปรอะเปื้อนเพราะสำลักความฝันอันชวนเลือดลมพุ่งพล่านขัดกับคำอธิบายของเขา อย่างไรก็ดี เยว่ถิงนั่งอยู่กับที่นิ่งๆ เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบรูจมูกไว้แล้วหายใจทางปาก


                        “...แม้นเจ้าอยากตาย แต่หากอยู่ในกำมือข้า ก็อย่าหวังจะสมปรารถนาคำพูดเขาไยไร้น้ำหนักปานนั้น


                        แพทย์แห่งหลวนซานอยากจะหยิบวัตถุแข็งเกร็งอันใดสักอันในห้องนี้มาตีหัวโจวหวู่ให้สลบไป สภาพตอนนี้เขามิอาจขยับไปไหน จะกล่าวอย่างไรให้น่าอายน้อยที่สุดเล่า? เมื่อนอกจากเหงื่อแตกและโลหิตไหลแล้ว ยังมีบางสิ่งที่ไม่สมควรปรากฏต่อสายตาชาวโลกอยู่ใต้ผ้าห่ม... ใต้กางเกงผ้าด้านในของเขา... สวรรค์!


                        พรืด


                        โจวหวู่ถึงกับไหวตัวเมื่อเยว่ถิงคล้ายจะพ่นโลหิตให้ไหลออกมาอีก ชายหนุ่มอยากโทษอากาศหนาวและเส้นเลือดที่เปรอะบางเกินไป จนได้ยินเสียงว่าในที่สุดหมอประจำพรรคสุริยันพันแสงก็มาถึง ชายชราหลังงองุ้มหนวดขาวกระวีกระวาดถืออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เขามา ก่อนนั่งลง ดึงมือเยว่ถิงที่ขัดขืนไม่ได้ออกไปจับแมะชีพจร


ม่านตาสีฟ้าหดเล็กลง ยามมองแพทย์ชราผู้นั้นด้วยความฉงน ก่อนสบตากับดวงตาสีดำกร้านโลกที่เงยขึ้นมาส่องประกายประหลาด แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น ชายชราผมขาวเครายาวจึงก้มลงสนใจกับข้อมือเขาต่อ


                        อาแพทย์ชรามุ่นหัวคิ้ว ตรึงริ้วรอยบนใบหน้าให้ยับย่นมากขึ้น เอ่ยด้วยเสียงยานคางที่เคร่งเครียด รองประมุขโจวช่างหลักแหลมยิ่งนัก นี่เป็นอาการป่วยที่จำต้องเรียกผู้ชราจริงๆ


                        อย่างไรคิ้วโจวหวู่คล้ายกระตุกขึ้น สีหน้าคาดโทษทำให้เยว่ถิงรู้สึกว่าเลือดกำเดาคงจะไม่หยุดไหลโดยง่าย


                        จากบาดแผลถอดเล็บที่มือ ผู้ชราพบว่าคนผู้นี้ยังหลงเหลือบาดแผลทางจิตใจอย่างสาหัส หากมนุษย์เราตกอยู่ในสภาวะบีบคั้นถึงที่สุด คนผู้หนึ่งสามารถกระอักโลหิตตายด้วยความคับแค้นใจ คนผู้นี้ก็เช่นกัน มิคาดทุกข์ระทมเพียงใด โลหิตมากมายจึงไหลออกจากจมูกแม้ยามหลับใหลเช่นนี้ ครั้งนี้ไม่นานก็จะหาย ทว่าหากเป็นบ่อยๆ อาจถึงแก่ชีวิต


                        “...” ดวงตาโจวหวู่หม่นแสง แวบเดียวเท่านั้น จึงฉายถึงความเจ็บปวดอาดูร ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาระคนสะใจ ยกยิ้มแสยะไม่น่ามอง งั้นควรรักษาเขาอย่างไร ข้าต้องการให้เขามีชีวิตอยู่


                        การรักษาเยียวยาจิตใจยากกว่ารักษากายนัก แต่เมื่อใจเกี่ยวเนื่องถึงกาย ผู้ชราขอบังอาจเรียนรองประมุขโจว ว่าจำต้องให้เขาลดความตึงเครียดรอบตัวลง ขอให้เขาได้อยู่ห่างสิ่งเร้ารุนแรงต่างๆ ที่กระทบกระเทือนถึงจิตใจโดยง่าย แล้วให้เขาอยู่ใกล้กับสิ่งที่ทำให้ผ่อนคลายจิตใจ


                        หึ ทำไมช่างเปราะบางเสียจริงโจวหวู่ดูแคลน หันมองเยว่ถิงที่ใบหน้าเริ่มซีด แต่ยังดีที่โลหิตไหลน้อยลง ตามปกติแล้วเลือดเกาเดามักหยุดเองตามธรรมชาติโดยใช้เวลาราวสิบถึงสิบห้านาที หรือนับไปประมาณหนึ่งก้านธูป แล้วสิ่งใดคือสิ่งเร้ารุนแรงต่อเจ้าเล่า


                        เยว่ถิงเหลือบมองแพทย์ชราที่สงบนิ่งผู้นั้น ก่อนเลือกเล่นตามน้ำ ก้มหน้าต่ำ กระซิบแผ่วเบา คือท่าน


                        หลังจากกล่าวออกไป โจวหวู่เงียบไปอึดใจ ก่อนว่าต่อไป แล้วสิ่งใดที่ทำให้เจ้าผ่อนคลาย


                        เยว่ถิงขบคิดในระยะเวลาเสี้ยวหนึ่ง จำต้องขออภัยต่อชิวหยางในใจแล้วเอ่ย บัดนี้สิ่งที่ทำให้ให้ข้าสงบคือ ร่ำสุรากับท่านประมุขอู่เสวี่ยจินในยามค่ำ


                        ฮ่าๆๆๆๆดี!!” จู่ๆ โจวหวู่ก็แผดเสียงหัวเราะดังก้องบ้าคลั่ง ดีมากข้าจะให้เจ้าสมปรารถนา ความร่านรักของมารดาเจ้านั้นละลายอยู่ในสายโลหิตโดยแท้ มิผิดจากกันจริงๆคิดถูกเพียงใดที่ข้านำเจ้ามา เยว่ถิงคนงามของข้า


                        แพทย์ชราที่นั่งแข็งทื่อไม่มีปฏิกิริยากับอาการทางจิตที่ควรรักษาของโจวหวู่หันไปเพ่งมองรองประมุขพรรคสุริยันพันแสง ก่อนเอ่ยด้วยท่าทีราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ


ยามนี้ ขอผู้ชราอยู่คอยดูอาการเขาได้หรือไม่


                        หากเขาตายขึ้นมา รับรองว่าเจ้าจะได้ลงนรกด้วยวิธีที่ทรมานที่สุด จนเจ้าเสียใจว่ามีชีวิตมานานเกินไป


                        กล่าวด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง โจวหวู่แค่นหัวเราะอีกครั้งแล้วสะบัดชายผ้าจากไป ทิ้งเยว่ถิงให้อยู่กับชายชราประหลาดที่นิ่งเฉยจนน่ากลัวว่าจะหมดความนึกคิดต่อโลกใบนี้ไปแล้ว


                        เมื่อแน่ใจว่าร่างโจวหวู่ลับไปแล้ว และรอบๆ ว่างเปล่าไร้วี่แววของสิ่งคุกคามความเป็นส่วนตัว เยว่ถิงที่จัดการจนโลหิตหยุดไหลด้วยตนเองจึงเงยหน้าขึ้น


                        ท่านเป็นใครกัน ท่านไม่ใช่แพทย์แห่งพรรคสุริยันพันแสง


                        เยว่ถิงมองหน้าผากล้านเลี่ยนที่ไร้เข็มทอง น่ากลัวจะกลายเป็นความหวาดระแวงของเขาไปแล้ว ไม่นับว่าวินิจฉัยโรคประหลาดไร้ที่มาให้ข้า ยังแมะไม่เจอชีพจรของข้าอีกด้วย หากเป็นหมอจริง น่ากลัวจะมีคนตายมากกว่าคนหายเพราะมือท่าน


                        ไหนเลยจะตบตาว่าที่หมอเทวดามือหนึ่งแห่งหลวนซานได้เสียงยานคางเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้ม แขนเสื้อถูกยกขึ้นปกปิดใบหน้า พริบตาเดียวเยี่ยงแสดงละครสลับหน้ากาก กลับกลายเป็นคนหนุ่มหน้าคุ้นผู้มีดวงตากร้านโลก หลังที่งองุ้มอย่างแนบเนียนก็ยืดตรง


“ท่านอ๋อง!” เป็นหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยาง เยว่ถิงอดหันมองซ้ายขวาแล้วยื่นหน้าเข้ามากระซิบไม่ได้ ท่านไม่ได้บอกข้าว่าจะลอบเข้ามาเร็วปานนี้


                        ข้าทราบเองว่าจะกระทำการชักช้าไม่ได้ ถึงเจ้าจะได้เสพสังวาส...


                        มิใช่กิจของท่านเยว่ถิงถลึงตาร้องขึ้นไม่ดังนัก ความเห่อร้อนฟุ้งขึ้นใบหน้าอีก นี่คนผู้นี้ถึงขนาดลอบตามเขาเข้าไปในฝันที่อยู่กับชิวหยางด้วย!? หวู่อ๋องคล้ายรู้สึกหฤหรรษ์นักทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ถึงเป็นถึงตาย ยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วใช้ดวงตาแก่แดดแก่ลมคู่นั้นเหล่มองอย่างนกรู้


อย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้ ส่วนใหญ่คู่รักที่อยู่ห่างไกลซึ่งใช้พู่หยกคู่พระจันทร์มักเกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรก เจ้าไม่จำเป็นต้องเขินอายเพราะนั่นเป็นธรรมชาติของความคะนึงหา


อันที่จริงหวู่อ๋องก็นับได้ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ทว่าชายหนุ่มมิคิดเรียกขานเป็นพี่ชาย เยว่ถิงกระแอมไอ บัดนี้ร่างกายเหนียวเหนอะอยากอาบน้ำอย่างมาก


เฮ้อ เอาเถอะ ยามนี้... ข้าอยากอาบน้ำเสียก่อน


ชายหนุ่มต้องทนกับสายตาล้อเลียนของหวู่อ๋องในร่างปลอมแปลงจนอยากโบกหน้าตนเองด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กจะได้ไม่รู้สึกอะไร สุดท้ายหลังเสร็จกิจวัตรยามเช้าอันสมควร เยว่ถิงมิได้รับอนุญาตให้ออกไปดูคุณหนูหวังจึงจำต้องอยู่ในห้อง ผ้าปูได้ถูกผลัดเปลี่ยนไปโดยบ่าวไพร่ที่ไม่พูดมาก


เมื่อมีโอกาสสนทนาต่อกัน จึงทราบว่าหวู่อ๋องมีวิชาปลอมแปลงที่ยากจะหาใครเทียบ แนบเนียนละเอียดจนถึงบุคลิกนิสัยเล็กๆ น้อยๆ มิทราบเป็นท่านอ๋องครองแคว้นหรือเป็นโจรขโมยกันแน่


ส่วนหมอชราแห่งพรรคตัวจริงนั้น ได้สิ้นใจไปแล้วตามการกระทำที่ต้องปลอดภัยไร้ร่องรอยและเหี้ยมโหดของหวู่อ๋อง แม้ผู้ลงมือจะเอ่ยเป็นการตายตามอายุขัยที่อาศัย ตัวเร่ง เล็กน้อยเท่านั้น


ตามประวัติ ชายชราเป็นหนึ่งในคนสนิทเก่าแก่ของโจวหวู่ที่สามารถทนการคุกคามได้อย่างศิลาแลง และได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจมากกระทั่งไม่ถูกลอบสังเกตการณ์ให้เสียปราณบังคับเปล่าประโยชน์


ถือว่าเลือกคนได้เหมาะสมนัก แต่การที่หวู่อ๋องเร่งรีบย่อมไม่ใช่เรื่องดี


ทั้งหูเป่ยซงและโจวหวู่ต่างเริ่มระดมกำลัง คาดว่าเรื่องหวงไท่จื่อเสด็จกลับจากแคว้นอ้ายไปแล้วคงหลุดลอยไปกระทบหูพวกมัน ยิ่งช่วงนี้โจวหวู่มักไปมาจากพรรค เพราะต้องติดต่อรวบรวมกำลังพลของตนให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็คอยยั่วยุพวกที่อยู่ฝ่ายประมุขสุริยันพันแสงให้รู้สึกฮึกเหิมอยากปะทะกับพรรคสะบั้นสวรรค์โดยแนบเนียน


เยว่ถิงมองแผนที่แคว้นอ้ายโดยสังเขปที่ถูกยกขึ้นกางบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นลูบคาง หัวคิ้วมุ่นกดลง


อ้ายอ๋องหลี่ถัง ผู้เป็นปฏิปักษ์กับท่านเล่า


อ้ายอ๋องคิดกบฏก็จริง แต่เขารอบคอบนัก ประการแรกจะอ้างเรื่องสงครามภายในนี้ ขออำนาจระดมกองทัพจากแคว้นต่างๆ มาช่วยเหลือได้อย่างอิสระ แล้วนำกำลังกบฏที่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันมาซ่องสุมยังแคว้นอ้ายภายใต้ข้ออ้างรักษาความปลอดภัย ดังนั้น สงครามครั้งนี้พวกมันทั้งสามมีแต่ได้ประโยชน์ และหากเป็นไปตามที่คาด...


เยว่ถิงเป็นผู้ต่อความสรุปให้


สองพรรคปะทะกัน หูเป่ยซงตลบหลังชิวหยาง โจวหวู่ตลบหลังประมุขสุริยันพันแสง พอจบสงคราม หูเป่ยซงได้ขึ้นเป็นประมุขสะบั้นสวรรค์ โจวหวู่ได้ขึ้นเป็นประมุขสุริยันพันแสง อ้ายอ๋องได้ตราอำนาจระดมพลมาไว้ในกำมือ ยามนั้น หากผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ ยิ่งเป็นการเหมาะสมที่จะทำการกบฏยกทัพตีแคว้นชางซึ่งเป็นแคว้นหลวง


หวู่อ๋องพยักหน้ารับ เอ่ยเสริมเพิ่มเติม


ตัวอ้ายอ๋องเป็นโอรสของพระชายาเสียนเฟยกับองค์จักรพรรดิแห่งชางเหอ เขานับว่าเป็นโอรสที่ศักดิ์สูงกว่าข้าแต่ฐานะต่ำกว่าหวงไท่จื่อ เจ้าเองก็นับว่าเป็นเครือญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเรา


เยว่ถิงพยักหน้าอย่างใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อไป


ท่านพบสิ่งใดนอกจากจดหมายกบฏของอ้ายอ๋องหรือไม่ แล้วท่านได้เก็บมันไว้ที่ใดกัน


“นอกนั้นข้ามิพบสิ่งใด ส่วนจดหมายข้าได้เก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด” หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางสบตาเยว่ถิง


ข้าได้ลอบฟังจากโจวหวู่ มิฉะนั้นคงไม่รู้ถึงตัวตนของเจ้าที่เป็นถึงพระโอรสหนึ่งเดียวของพระปิตุลา จักรวรรดิชางเหอมีเจ็ดแคว้น เดิมข้ามีฐานะเป็นอ๋องครองแคว้นหวู่ ในบรรดาพระโอรสมากมายของเสด็จพ่อ หากไม่นับหวงไท่จื่อ ผู้ที่ได้รั้งตำแหน่งอ๋องครองแคว้นด้วยอายุยังเยาว์มีเพียงสอง นั่นคือข้าและอ้ายอ๋อง


เยว่ถิงรู้สึกไม่ดียามได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการเมืองกับข้อมูลที่เติมเข้ามาในศีรษะไม่หยุดหย่อนในช่วงสองสามวันนี้


ส่วนผู้อื่นก็เป็นอ๋องครองแคว้นจากรัชสมัยเก่าที่ไต่เต้าและมีอายุราชการมากในเขตแดนของตน เอ่ยง่ายๆ หากจะมีผู้ใดคิดชิงบัลลังก์หวงไท่จื่อด้วยเหตุผลการสืบสายเลือด ข้าและอ้ายอ๋องหลี่ถัง ที่ได้พระราชทานให้ใช้แซ่หลี่ นับว่าเป็นผู้ที่มีสิทธิ์สูงสุด


ท่านคงไม่อาจเลี่ยงเกมการเมืองนี้ได้จริงๆ


หวู่อ๋องพยักหน้า และเจ้าเองก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น หลี่เยว่ถิง เพราะเสด็จพ่อมีน้องชายร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวเท่านั้น หากโจวหวู่ปริปากให้เขารู้... ชีวิตเจ้าก็คงไม่ปลอดภัยเช่นกัน


การลำดับศักดิ์เช่นนี้ เท่ากับเยว่ถิงเองยากแก่การจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการชิงอำนาจภายใน น่าลำบากใจยิ่งนัก


เยว่ถิงพลันนึกถึงบางสิ่ง ท่านมีคนของท่านแทรกซึมอยู่ในแคว้นอ้ายมากน้อยแค่ไหน


พอสมควร เจ้ายังมีแผนการอันใดอีก


ดวงตาสีฟ้าของเยว่ถิงกลอกเร็ว ยามใช้ความคิดอย่างหนัก ดวงตาเขาเองก็มักจะวิ่งวุ่นตามไปด้วย


ข้าเห็นควรว่าเราควรสะสางเรื่องระหว่างสองพรรคที่จะจุดชนวนใหญ่ให้ลุกลามเสียก่อน ปกติแคว้นอ้ายมีสงครามตลอดมา แสดงว่าสงครามครั้งนี้ต้องยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ จนสร้างเรื่องให้อ้ายอ๋องขอตราอำนาจได้


เป็นเช่นนั้น


อ้ายอ๋องคงจะเป็นกำลังหลักในการส่งคนสนับสนุนทั้งโจวหวู่และหูเป่ยซงใช่หรือไม่


คงเป็นเขาอีก ผู้มั่งคั่งจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงเช่นนั้นย่อมเป็นดั่งคลังเงินคลังทองที่สั่งสมกำลังฝีมือดีได้เหนือประมุขทั้งสองในเวลาอันสั้น เพราะการกำจัดจอมอสูรพันศพและประมุขสุริยันพันแสงมิใช่เรื่องง่าย ดีไม่ดีกองกำลังใหญ่ราวกองทัพก็ไม่อาจต่อสู้พวกเขาที่ผ่านการต่อสู้ลดทอนกำลังแล้ว


ข้าเองก็เห็นเช่นนั้น... ส่วนอุปนิสัยอ้ายอ๋องหลี่ถัง มิใช่หวาดระแวงคนอย่างหนักใช่หรือไม่ เพียงเพราะท่านได้กระดาษแผ่นเดียวกลับส่งคนมากมายมาปลิดชีวิต


เป็นอุปนิสัยหลักเลยทีเดียวหวู่อ๋องหรี่ตาลง “หรือว่า...”


สิ่งที่ข้าจะขอ คือให้คนของท่านปล่อยข่าวลือให้พวกเขาระแคะระคายกัน หูเป่ยซงเป็นคนโลภไม่รู้จักพอและต่ำทราม มีเรื่องเกี่ยวกับเขาที่ทำให้อ้ายอ๋องผิดใจไม่ส่งกำลังช่วยได้มาก ขณะเดียวกันโจวหวู่ดูมีความคิดกว่า... ดังนั้น ข้าอยากให้ท่านปล่อยข่าวว่า เขาชุบเลี้ยงพระโอรสของพระปิตุลาแซ่หลี่เอาไว้เพื่อแว้งกัดอ้ายอ๋อง


หวู่อ๋องมีสีหน้าคาดไม่ถึง เจ้ามิกลัวเขาส่งนักฆ่าเข้ามาเพื่อลอบสังหารเจ้าตามข่าวลือนั้นหรือไร เจ้ากล้าเอาชีวิตตัวเองเสี่ยงเช่นนี้คิดดีแล้วหรือ


หากเขาหาข้าพบ จำต้องรบกวนหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางช่วยเหลือคุ้มครองเยว่ถิงยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเช่นนี้เป็นรอยยิ้มที่ปรากฏไม่บ่อยนักบนใบหน้าเขา กระนั้นดวงตากลับลุกโชนขึ้น ยิ่งตัวตนของข้าชัดเจน อ้ายอ๋องจะยิ่งระแวงโจวหวู่ ถือว่าเป็นเรื่องดี ข้ายินดีเสี่ยงชีวิตหากทำให้พวกเขาแตกคอกัน


หวู่อ๋องมีท่าทีคล้ายต้องการเอ่ยบางอย่าง แต่แล้วกลับเงียบไปสักพักหนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นช้าๆ


เช่นนั้นเจ้าอาจจะตายอย่างไร้ค่า สิ่งที่ฝ่าฝันมาเพื่อจอมอสูรพันศพเท่ากับสูญเปล่า


ไม่คิดว่าท่านจะยกเขาขึ้นมาเอ่ยเยว่ถิงหัวเราะเบาๆ โจวหวู่กับอ้ายอ๋องแตกแยก ถือว่าชิวหยางปลอดภัยไปครึ่งชีวิต ข้ามิเชื่อว่าเพียงโจวหวู่หรือหูเป่ยซงจะฆ่าชิวหยางได้ หรือถ้าข้าตาย โจวหวู่คงมิยอมร่วมมือกับอ้ายอ๋องต่อ แผนการพังทลาย แคว้นอ้ายปลอดภัย พรรคใดๆ ล้วนปลอดภัย กระทั่งบัลลังก์มังกรของหวงไท่จื่อก็ปลอดภัย


ข้านับถือเจ้าจากใจหวู่อ๋องเอ่ยด้วยเสียงจริงใจหาฟังได้ยากจากผู้มีสมญาว่าจิ้งจอกข่าว แผนการของเจ้ามิใช่ไม่ดี หากแต่เจ้าคล้ายแขวนคอผอมๆ นั่นไว้บนเชือกรอคนกระตุกลอยขึ้นก็เท่านั้น ทว่าในเมื่อนั่นคือความตั้งใจของเจ้า ข้าก็จะมิขัด ข้าจะให้คนกระทำตามนั้น


ขอบพระคุณท่านมาก


เมื่อกระทำแผนการนี้นอกพรรคกับฝ่ายอ้ายอ๋อง ข้าค่อยสบายใจ ดังนั้น... คงต้องพึ่งเจ้าให้สานสัมพันธ์ดึงจอมอสูรพันศพแห่งสะบั้นสวรรค์และจอมเทวะตะวันแห่งสุริยันพันแสงให้ร่วมมือกันใต้จมูกโจวหวู่เป็นอันดับต่อไป


            “ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถ อันที่จริง ข้าได้สนทนาเรื่องนี้ไปบ้างกับชิวหยางในฝัน เหลือก็แต่ประมุขอู่เสวี่ยจิน ว่าเขาจะเปิดโอกาสให้ข้าเข้าใกล้แค่ไหน และข้าจะบอกเขาโดยที่โจวหวู่ไม่ทันได้รู้ตัวอย่างไร


สถานการณ์เช่นนี้กำลังใจและความเชื่อถือซึ่งกันและกันนับว่าสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด แม้ว่าแท้แล้วเยว่ถิงกลับอยากยกฝ่ามือขึ้นกุมขมับ ถอนใจพันครั้งให้รู้แล้วรู้รอดไปก็เถอะ


คิดไปถึงสีหน้าและคำพูดของชิวหยางยามเมื่อเขาเอ่ยถึงพี่ชายต่างมารดาในห้วงฝัน แค่พูดเกริ่นมาประโยคเดียวก็ถูกปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงเสียแล้ว หากไม่ใช้ ‘วิธีนั้น’ ปิดปากอีกฝ่ายเกรงว่าอาจจะได้โต้แย้งกันไม่จบสิ้น...


เยว่ถิงนึกขึ้นได้ก็กระแอมไอแก้เก้ออีก ใช่แล้ว เขาเพียงแต่ปลอบประโลมอารมณ์เกรี้ยวกราดของชิวหยางก็เท่านั้น มิได้เป็นคนลามกหื่นกามแต่ประการใด!


อย่างไรก็ดี ชายหนุ่มหมายมาดไว้ในใจว่าคงต้องเจาะลึกถึงรายละเอียดเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีตแล้วค่อยคลายปมทีละปมที่ฝังแน่นอยู่ในใจทั้งคู่


จะชิวหยางหรือประมุขอู่เสวี่ยจินล้วนยากทั้งสิ้น เมื่อจ้องจะฆ่ากันมาตั้งหลายต่อหลายปี รวมถึงมีคดีเก่าเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีว่าขโมยคัมภีร์และแย่งชิงคนรักกันจนนางเสียชีวิตไปด้วย


ขั้นตอนแรกที่เยว่ถิงคิดจะทำ คือรั้งพยานปากสำคัญที่เข้าใจเรื่องราวเข้าใจผิดที่เกิดจากโจวหวู่ให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป นั่นคือการยืดลมหายใจของคุณหนูหวังที่เหลืออีกไม่มาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้มือขวาของเขาไม่ให้ความร่วมมืออย่างยิ่ง ยังไม่นับอาการจิตเวชปลอมๆ ที่หวู่อ๋องแต่งขึ้นมาให้เขา ไม่รู้ว่าเขาจะได้มีโอกาสพบนางอีกหรือไม่


จริงสิ ข้ายังมิถามท่าน ท่านทราบหรือไม่ว่าโจวหวู่ได้พู่หยกคู่มาอย่างไร


หวู่อ๋องเลิกคิ้ว นึกว่าเจ้าจะมิถามเสียแล้ว ความจริงเจ้าควรจะเฉลียวใจตั้งแต่แรกว่า เมื่อสองปีก่อน สองสหายบัณฑิตแพทย์หลวนซานที่เข้าหาเจ้าโดยนำกล่องเข็มที่หายไปให้เจ้านั้นมีเจตนาแอบแฝง


เยว่ถิงพลันขนลุกชันขึ้นเมื่อได้ยิน สองปีก่อน... นี่แผนการต่างๆ ถูกวางไว้โดยที่เขาไม่รู้ตัวงั้นหรือ ทั้งบัดนี้คนทั้งสองก็กลายเป็นศพเย็นชืดในป่าไปแล้ว ซวี่ไห่กับหยี่ซวนน่ะหรือ...


ใช่ หลังวันที่ต่อสู้ในป่าไผ่เงิน หวงไท่จื่อช่วยเหลือเจ้าจากลำธารเบื้องล่างหน้าผา ส่วนลูกน้องของเขาช่วยข้าออกมาจากการปะทะ ระหว่างที่หวงไท่จื่อไปเจรจากับท่านหมอเทวดาซุ่ยหวางเจียเรื่องรับเจ้าเข้าพำนักรักษา มีบัณฑิตแพทย์นามซวี่ไห่ลักลอบเข้าไปขโมยพู่หยกคู่จากตัวเจ้า แท้แล้วเขาเป็นคนของโจวหวู่ที่แฝงตัวอยู่ในหลวนซาน


เยว่ถิงคล้ายรู้สึกจุกจนเอ่ยวาจาใดไม่ออก สิ่งที่เขาเฝ้าหาตลอดกลับถูกคนที่คิดว่าเป็นสหายนำไปตั้งแต่ต้น!


ส่วนหยี่ซวน เขาเป็นคนของหวงไท่จื่อ ได้รับสั่งให้จับตาคนที่มีท่าทางน่าสงสัยในสำนักแพทย์ จากรายงาน เขามั่นใจว่าซวี่ไห่เป็นคนของโจวหวู่ เพราะเห็นว่าลอบนำพู่หยกนั้นออกไปพบปะกับชายในชุดคลุมที่ใช้วิชาเข็มทอง  เขาจึงเข้าไปติดตามซวี่ไห่และเจ้าอีกทีตลอดสองปี คอยรายงานเรื่องต่างๆ ให้หวงไท่จื่อ จึงทำให้หวงไท่จื่อยิ่งแน่ใจว่าเจ้าอาจเป็นพระโอรสของพระปิตุลา แม้ยังหาหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้


“...”


ครั้งแรกยามเจ้าสอบได้เป็นบัณฑิตแพทย์ กล่องเข็มกลับหายไปในวันแรกที่เข้าเรียน ซวี่ไห่ผู้นั้นก็เป็นคนขโมยออกมาเองแล้วแสร้งนำไปให้เจ้าเพื่อผูกสัมพันธ์ แต่การกระทำของเขาอยู่ใต้สายตาของหวงไท่จื่อตลอดเวลา อย่างไรก็ดี สองปีต่อมา คงเพราะหวาดกลัว เขาถึงขอร้องให้หยี่ซวนคนของหวงไท่จื่อช่วยเหลือ เพราะเขาไม่อยากรับใช้โจวหวู่ด้วยการไปล่อลวงเจ้าจากสถานพำนักทหารผ่านศึก แต่น่าเสียดายที่โจวหวู่ไหวตัวทัน พวกเขาจึงต้องตายตกตามกัน และสุดท้ายโจวหวู่ก็ใช้วิชาเข็มทองบังคับร่างไร้วิญญาณของซวี่ไห่ไปล่อลวงเจ้าอยู่ดี


                        เยว่ถิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าแรงๆ แม้ไม่มีน้ำให้วักล้างหน้า


                        โอเค โอเค...


                        จู่ๆ เขาก็อยากจะตะโกนออกมาดังๆ ว่า สวรรค์ ยังจะมีอะไรมากกว่านี้อีกไหม!


                        ยามนั้นที่เขาเพิ่งฟื้นแล้วถามถึงเสี้ยวพู่หยกคู่ หวงไท่จื่อตรัสตอบเขาว่าไม่เห็น ซึ่งก็คือไม่เห็นจริงๆ แต่แท้แล้วรู้อยู่แก่ใจว่าอยู่ที่ใด นับว่าร้ายกาจมาก เยว่ถิงรู้สึกเจ็บใจมังกรตนนั้นอย่างบอกไม่ถูก เห็นนิ่งๆ เอาแต่เทียวไปเทียวมา ทว่ากลับรู้ความเป็นไปทุกอย่างสมคำร่ำลือ


                        ฉะนั้น เจ้าไม่ต้องไปเสียใจให้กับมิตรภาพปลอมๆ นั้นให้มาก เห็นจะมีคนจริงใจกับเจ้าก็แค่สามคนในเขาหลวนซาน หนึ่งคืออาจารย์แพทย์ซุ่ยหวางเจีย สองคือหลิวซีหลง เจ้าของจดหมายส่งตัวเจ้า และสามคือสหายของหลิวซีหลงนามว่า เจียหง ซึ่งเป็นคล้ายกับพี่เลี้ยงของเจ้า ที่ข้าบอกเจ้าทั้งหมด เพราะอยากให้เจ้าพิจารณาให้ดีว่าใครเป็นมิตรแท้ใครเป็นมิตรเทียม


                        มิน่าท่านถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับข้ามากมาย ทั้งทราบว่าข้าอยู่ที่นี่ แล้วยังนำเสี้ยวพู่หยกมาให้ได้


                        ถูกต้อง


                        เอาเถอะ เรื่องที่แล้วมาก็ให้มันแล้วไป ข้าไม่อยากคิดให้ปวดหัวเยว่ถิงว่า แต่ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายออกมาคำรบหนึ่ง ยามนี้ รบกวนท่านคิดหาวิธีพาข้าไปหาคุณหนูหวังด้วยเถอะ



 

โจวหวู่แวะกลับมาพรรคสุริยันพันแสงราวเที่ยง หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางในคราบหมอชราตัวปลอมก็ได้หาข้ออ้างว่าเยว่ถิงต้องการคนอยู่เป็นเพื่อน จำต้องไปยังสถานที่อื่นๆ นอกจากในห้องเพื่อลดความเครียด พวกเขาจึงได้ออกไปยังที่พำนักของหวังอิงเอ๋อร์ตามต้องการ


                        โชคดีที่อาการนางยังคงทรงตัว ทว่ามักใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสลบไสลไม่รู้ความ เยว่ถิงมองหน้าเหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยริ้วรอยล่วงวัยแล้วรู้สึกสะทกสะท้อนใจ จะมีสิ่งใดทรมานหญิงงามได้เท่าความแก่เฒ่าอันผิดธรรมชาติเล่า


                        เยว่ถิงลองพยายามในการใช้เข็มอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม เข็มนั้นสั่นระริกควบคุมไม่ได้ดั่งใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อทดลองปักกับหุ่นจำลองร่างกายคนแนวตั้งขนาดไม่ใหญ่นัก จึงพบว่ามิมีจุดใดที่ปักตรงและลึกตามสมควร ให้ใจหายว่าวิชาเข็มที่อุตสาหะร่ำเรียนมาของเขาคงจะสูญสิ้นก็ครานี้


                        ถึงฝังเข็มมิได้ เจ้าก็ยังมีวิชาแพทย์ด้านอื่นๆ ไม่ใช่รึหวู่อ๋องกล่าว บัดนี้อยู่ในร่างสมฐานะท่านอ๋อง น่าอัศจรรย์ใจที่แปลงรูปโฉมกลับไปกลับมาได้เร็วดั่งใจนึก เยว่ถิงนิ่วหน้าเล็กน้อย ขณะดึงเข็มที่ไม่ตรงจุดออกจากหุ่น ซึ่งหากเป็นคนจริงคงชักตายไปแล้ว


อาการของคุณหนูหวังหนักหนาสาหัสนัก หากมิฝังเข็ม ข้าเกรงว่านางก็จะมิรอด


บางที เจ้าควรเข้าใจว่าการรั้งคนตายไม่ให้ไปนั้นเปล่าประโยชน์


แพทย์แห่งหลวนซานในชุดเรียบๆ สีเทาอมฟ้าเนื้อดีเหลือบตามองผู้พูด เสี้ยวหน้านั้นของหวู่อ๋องมีรอยอาดูรชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง ก่อนจะลอยเคลื่อนผ่านไปแทนที่ด้วยแววตาเช่นปกติ


ข้าจะไม่ยอมแพ้คำกล่าวหนักแน่นเรียกดวงหน้าคมนั้นหันกลับมา นางจำเป็นสำหรับแผนการใหญ่ครั้งนี้มาก มิต้องพูดถึงเรื่องชีวิตคนที่ข้าจะมิปล่อยให้ตายไปช้าๆ โดยไม่ทำอะไร


งั้นท่านหมอแห่งหลวนซานที่มือขวาจับเข็มไม่ได้จะรักษานางอย่างไร ใช้มือซ้ายหรือหวู่อ๋องยกยิ้มล้อเลียน


เยว่ถิงคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ทำให้ตาสีฟ้าเป็นประกายขึ้น ยกมือขึ้นกวักเรียกอีกฝ่ายที่ดำรงยศอ๋องครองแคว้นให้เดินเข้ามา ด้วยเหตุใดไม่ทราบ เขาถึงอยากประพฤติไร้มารยาทกับคนผู้นี้โดยเฉพาะ


หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางมิได้ตำหนิอันใด เดินลากเท้าเข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆ เขาโดยดี


กล้ามเนื้อและเส้นปราณของท่านเป็นอย่างไรเยว่ถิงได้ให้สูตรยาและวิธีบริหารแต่ละวันแก่ท่านอ๋องไป หากทำตามอย่างดีน่าจะเห็นผลบ้าง


ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ข้าหวัง


ข้าเคยเห็นครั้งที่ท่านใช้วิชากระบี่ช่วยเหลือข้าในป่าไผ่เงิน กระบี่ตัดผ่านจุดตายได้อย่างแม่นยำ นั่นเป็นฝีมือของท่านโดยมิต้องพึ่งปราณจริงๆ?” หวู่อ๋องพยักหน้ารับอย่างไม่กระดากอายกับคำเยินยอ ซ้ำยังมีสีหน้าโอหังมั่นใจ


ปกติท่านมั่นใจในสายตาและน้ำหนักมือของตนหรือไม่


หวู่อ๋องยืดตัวขึ้นเล็กน้อย เป็นท่าทีที่เยว่ถิงแอบส่ายหน้านึกเอ็นดูในใจ แน่นอน รองจากหวงไท่จื่อ มิมีใครในบรรดาโอรสขององค์จักรพรรดิที่จะมีสองทักษะนี้ดีเท่าข้า


แล้วท่านมั่นใจในความแม่นยำของมือตนหรือไม่


ข้าเป็นคนเดียวที่ทำให้หวงไท่จื่อหลั่งโลหิตด้วยกระบี่ได้ หากเจ้าไม่ทราบว่า เขาเก่งกาจสักเพียงใด เขาเพียงคนเดียวนั้นสามารถจัดการแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิชางเหอที่เข้ามาพร้อมกันได้ถึงสามคน

 



เยว่ถิงขี้เกียจเทียบสเกลการโอ้อวดของหวู่อ๋องให้ปวดหัว เท่านี้ก็พอไว้วางใจได้ จึงปรบมือหนึ่งครั้ง


งั้นดียิ่ง!


คล้ายหวู่อ๋องรับรู้ได้ถึงเค้าลางร้ายบางประการ รอยยิ้มจึงค่อยๆ ลบเลือน เอ่ยอย่างระแวง เจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใด


ภายในเจ็ดวัน ท่านต้องทำหน้าที่ฝังเข็มแทนข้าให้แก่คุณหนูหวังดวงตาสีฟ้าฉายแววจริงจังเคร่งขรึมเข้ามา ท่านต้องเรียนรู้จุดที่ข้าจะฝังเข็มทั้งหมด รู้ว่าตื้นลึกเท่าใด ในเวลากลางวันที่ข้าอยู่กับท่าน ท่านต้องฝึกตลอดห้ามหยุดพัก


นี่เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ข้าจะรู้เรื่องเหล่านั้นในเวลาอันสั้นได้อย่างไรหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางขยับห่างเยว่ถิงคล้ายเจอตัวที่ไม่น่าเข้าใกล้ตัวหนึ่ง แต่เยว่ถิงก็ยังยื่นหน้าเข้าไปประชิด กระซิบเสียงเบา


เปล่า ข้ายังสติดี หากท่านต้องติดต่อคนก็สามารถออกไปได้ แต่นอกนั้นห้ามแอบพักโดยเด็ดขาด ข้ายินดีถ่ายทอดทุกอย่างที่ข้ารู้ให้ท่านอย่างหามรุ่งหามค่ำ แล้วท่านจะตกใจว่าคนอ่อนแออย่างข้า หากเป็นเรื่องการร่ำเรียนศึกษาแล้วอึดถึกได้เพียงใด


ข้าไม่...ยากนักจะได้เห็นดวงตาตระหนกสับสนของจิ้งจอกข่าวที่มักตาพราวระยับ เยว่ถิงเอื้อมมือตะปบตบไหล่อีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนหยอดยิ้มหวานหยดย้อย


ท่านต้องเป็นมือขวาให้ข้า คงไม่ยากเกินไปสำหรับท่านอ๋องครองแคว้นหวู่ผู้ล่วงรู้ทุกสิ่งกระมัง?”

 



ยามกลางวันฝึกสอนวิชาฝังเข็มแก่หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางและประคองอาการคุณหนูหวัง ยามกลางคืนเดินทางไปร่วมร่ำสุราใต้แสงจันทร์กลับประมุขอู่เสวี่ยจิน รอคอยยามคืนวันพระจันทร์เต็มดวงเพื่อพบปะกับชิวหยางในฝัน


โจวหวู่มิได้เข้าใกล้เขาแต่ส่งคนมารับแทน คงถือเอาคำหวู่อ๋องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นับว่าดียิ่ง


เยว่ถิงนั่งอยู่เคียงข้างประมุขพรรคสุริยันพันแสงที่ยังเป็นดั่งตะวันสีเงินเรืองรองในศาลาเดิม ระหว่างรอถึงคืนวันเพ็ญที่พู่หยกคู่พระจันทร์จะสำแดงฤทธิ์ เกรงว่าต้องหาทางสานสัมพันธ์จากด้านประมุขผมเงินผู้นี้เสียก่อน


ท่านประมุข หากว่ามีเรื่องอันใดให้คิดมาก จะสนทนากับผู้น้อยก็ย่อมได้


เยว่ถิงเอ่ยเสียงเบาพลางขยับข้อมือกระดกรินกาสุรา กลิ่นหอมของบุปผาที่ลอยขึ้นแตะจมูกทำให้รู้ว่าเป็นสุรารสหวาน


อู่เสวี่ยจินเหลือบมองเขาเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันนั้นอ่านยาก เมื่อมีแววอาวรณ์ประหลาดอยู่ไม่เหมือนกับดวงตาที่มองกับคนแปลกหน้าซึ่งพบกันในครั้งที่สอง


ในสนามยุทธภพแห่งนี้มักมีเรื่องมากมายให้คิดมากเป็นปกติจอกในมือหมุนเลื่อนไป สุรานั้นก็เคลื่อนตาม เจ้าดื่มสุราเป็นหรือไม่ ให้เจ้ารินแต่เพียงผู้เดียวมิคล้ายกับจะมาร่ำสุราร่วมกัน


อ้อเยว่ถิงยิ้มขึ้น ขอบพระคุณท่านมาก แต่เกรงว่าจะมิสมควร


มีเหตุอันใดไม่สมควร


ผู้น้อยเป็นเพียงอดีตนายบำเรอ ไหนเลยจะร่วมดื่มได้


เยว่ถิงอยากจะกระโดดถีบตัวเองให้ตกไปในสระบัวข้อหามีจริตจะก้านเกินพอดี แต่จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อบอกฐานะของตนไม่ได้ ตอนตาบอดก็ไม่เคยร่ำสุรามาก่อน และ ในภพชาติก่อน หากเขาดื่มสุราแล้วเมาเมื่อไร เรียกได้ว่าออกอาการจนเปลี่ยนเป็นคนละคน


แต่ตอนนี้เจ้าไม่ใช่อู่เสวี่ยจินว่าแล้วดึงกามาจากเยว่ถิงก่อนรินสุราครึ่งจอกแล้วส่งให้ ดื่มเสีย ถือว่าเป็นน้ำใจจากประมุขพรรคสุริยันพันแสง


แพทย์แห่งหลวนซานได้แต่รับมาอย่างจนใจ ก่อนจะยกดื่มโดยใช้แขนเสื้อขึ้นบัง กลิ่นสุรานั้นหอมขึ้นจมูก รสก็ขมเจือด้วยหวานดั่งคาด คงเป็นสุรามีราคาทีเดียว


เป็นสุรารสเลิศ ผู้น้อยมิเคยได้ลิ้มลองสุราใดที่ดีเช่นนี้อันที่จริงคือไม่เคยดื่มเลยตั้งแต่อยู่ในภพนี้ ชายหนุ่มผมเงินตรงหน้ามีท่าทีพอใจ ขยับยิ้มเล็กน้อย


มิใช่ข้ามิอยากพูดจากับเจ้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใด


ประมุขอู่เสวี่ยจินมิได้เป็นคนเลวทรามต่ำช้า ทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัวและสุภาพ นั่นนับเป็นเรื่องดีอีกหนึ่ง แต่เยว่ถิงก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายเรื่องราวต่างๆ เพราะ บุคคลประเภทนี้มักจะซ่อนความดื้อดึงและถือทิฐิอย่างที่สุดไว้ การยกเรื่องชิวหยางขึ้นเอ่ยยังเร็วไปนัก เยว่ถิงจึงคิดว่าควรทำความรู้จักช้าๆ แม้เขาจะรู้สึกใจร้อนอยากพูดตรงๆ มากกว่า


เยว่ถิงคิดรังสรรค์เรื่องราวในศีรษะ ปะติดปะต่อกับความเดิมในชีวิตเก่า หากโกหกโจวหวู่คงไม่คิดอะไร ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าใช้วิธีอะไรก็ได้ให้จอมเทวะตะวันผู้นี้โปรดปรานเขา


ผู้น้อยเข้าใจความลำบากใจของท่านเยว่ถิงยิ้มอ่อนบาง ยามนี้เห็นบรรยากาศรอบกายดีเช่นนี้ ท่านประมุขสนใจจะประลองหมากล้อมกันสักกระดานหรือไม่


ประมุขอู่เสวี่ยจินเลิกคิ้วเลิกน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ สักพักมีบ่าวไพร่ยกกระดานหมากมา เยว่ถิงจึงคิดว่า เล่นหมากตอนตาดีนี่ดีกว่าตอนมองไม่เห็นหลายเท่า


เวลาไหลผ่าน กระดานแล้วกระดานเล่า ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ คราแรกเยว่ถิงยังอ่อนข้อให้อยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทีแล้วรู้สึกว่าจะอ่อนให้ไม่ได้ จึงต้องเล่นเต็มความสามารถ นับว่าเป็นสิ่งที่ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี



 

แผนการของเยว่ถิงดำเนินไปอย่างไม่มีอุปสรรค การสร้างข่าวลือของหวู่อ๋องคล้ายได้ผลดั่งไฟลุกลาม การระดมกำลังลำบากมากขึ้นการเกิดสงครามจึงมีแววว่าจะยืดออกไป ส่วนพรรคสะบั้นสวรรค์ก็ยังคงนิ่งเงียบอย่างอดทน แม้ได้ยินว่าหูเป่ยซงจะนำคนออกมาปั่นป่วนสร้างความเดือดร้อนภายนอกพรรคอยู่เป็นระยะ


ล่วงถึงวันที่หก ฝีมือการฝังเข็มของหวู่อ๋องเริ่มน่าพึงพอใจขึ้น แม้เจ้าตัวจะบ่นยืดยาวไม่หยุดขณะฝึกก็ตาม


คุณหนูหวังอาการทรุดลงตามคาด แม้เยว่ถิงจะหายาที่ดีที่สุดให้นางก็ตาม ที่พักของนางจึงจำกัดและไม่ให้คนอื่นเข้าออกโดยง่าย ยกเว้นเยว่ถิง หมอชราตัวปลอมและโจวหวู่ ส่วนประมุขอู่เสวี่ยจินคล้ายยังไม่ทราบว่านางอยู่ที่นี่ เยว่ถิงจะเสี่ยงบอกเขาก็ยังไม่เห็นว่ามีประโยชน์อันใดจึงเงียบไว้ก่อน เพราะเขาถูกโจวหวู่จับตาทุกฝีก้าว


คืนนี้เยว่ถิงดื่มมากกว่าปกติ ความวิตกกังวลฟุ้งขึ้นดั่งตะกอน เพราะพรุ่งนี้จะครบวันที่เจ็ดซึ่งหวู่อ๋องจะต้องลองฝังเข็มรักษาคุณหนูหวัง


อันตัวเขาทราบดีว่าผิดจรรยาบรรณอย่างมาก แต่เขามิอาจพึ่งพาพวกหมอในพรรคที่ปล่อยให้บาดแผลที่แขนของนางย่ำแย่ปานนั้นได้ ไม่นับว่าคงไม่มีผู้ใดฟังเขาว่าควรปักตรงจุดใด เพราะตัวเขาตอนนี้ถูกวินิจฉัยว่าป่วยทางจิตใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้มือขวาของหวู่อ๋องแทนอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนใจอีก


เยว่ถิงที่เมามายเล็กน้อยยิ้มด้วยสายตาหยาดเยิ้มพร่างพราย จนประมุขอู่เสวี่ยจินต้องชะงักมอง ชายหนุ่มที่เหลือสติอยู่ครึ่งเดียวรู้สึกคึกคักและคึกคะนอง เหมือนว่าได้กลับไปเป็นนายช่างใหญ่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเลี้ยงลูกน้องจากไซต์งานก่อสร้าง ไม่ว่าผ่านพ้นมากี่ปีในโลกนี้ ความทรงจำเดิมก็คล้ายว่าจะไม่สร่างซาไปจากศีรษะเขาโดยง่าย


เยว่ถิงยังเคยจบอนุปริญญาด้านศาสตร์อักษรและวรรณกรรมจีน เขาชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง ยิ้มเผล่ออกมา


เสวี่ยจิน คืนนี้พระจันทร์สวยนัก แต่น่าเสียดาย ตัวข้านี่แหละงามกว่า ฮ่าๆๆสวรรค์ ใครใช้ให้ข้างามกว่าสตรีกัน นี่มิยุติธรรมกับพวกนางหรือ ท่านเองก็อย่ามาหลงใหลข้าแล้วกัน สาวน้อยสาวใหญ่คงร้องไห้น้ำตาท่วมแม่น้ำพอดี


ประมุขอู่มุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย คืนนี้เจ้าเมาแล้ว กลับที่พักเถอะ


ใครเมา ท่านหรือ แต่ข้าไม่เมาเยว่ถิงหัวเราะ ยกจอกสุราขึ้น ฟังข้าร่ายกลอน บทนี้เป็นของยอดกวีหลี่ไป๋!


หลี่ไป๋คือยอดนักกวีแห่งราชวงศ์ถัง ได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดกวีผู้ยิ่งใหญ่ แต่เกรงว่าที่นี่จะไม่มีผู้ใดรู้จัก ประมุขอู่เสวี่ยจินมองด้วยสายตางุนงง เยว่ถิงเองก็มิได้คำนึงหรือใส่ใจอะไร คิดร่ายบท ‘ดื่มเดียวดายใต้แสงจันทร์’ (月下獨酌) ด้วยน้ำเสียงที่เหมือนล่องลอยในฝัน

 

ไหสุราประหนึ่งดัง ดอกไม้

ไร้เพื่อนดื่มเคียงกาย ผู้เดียว

ยกจอกขึ้นเชื้อเชิญจันทร์ กระจ่างใส

ทอแสงรวมเงาข้า เป็นสาม

 

จันทร์เจ้าลอยเลื่อน ไม่อาจ ดื่มได้

เงาเจ้าคล้อยเคลื่อนตาม ติดไหว

มีทั้งจันทร์และเงาอยู่เป็นเพื่อน

เริงรื่น ก่อนฤดูไม้พรรณพฤกษ ผลิใบ

 

เมื่อข้าร้องเพลง จันทร์ทอแสง

เมื่อข้าเริงระบำ เงาสั่นไหว

เมื่อยังตื่น ร่วมสรวลเสเฮฮา

เมื่อเมาแล้ว ต่างต้องแยกจากกัน

มิตรภาพของเรายังคงอยู่ตลอดไป

และพบกันใหม่ในธารดารา(ทางช้างเผือก)

 

ยามตะวันของวันใหม่ยังไม่ขึ้น เยว่ถิงตื่นขึ้นพบตัวเองนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงยังห้องพัก ในสมองคล้ายว่างเปล่าจำสิ่งใดไม่ได้หลังจากที่ร่ายบทกลอนนั้นไป หวู่อ๋องในคราบแพทย์ชรานำยาสมุนไพรแก้เมาค้างมาให้ อดตำหนิด้วยเสียงเสียดแทงไม่ได้


วันนี้เป็นวันสำคัญ เจ้ายังกล้าเมาค้างอีกหรือ ดีเหลือเกิน หรือหลังจากร่ายกวีอันเลิศเลอแล้วประมุขสุริยันพันแสงที่โปรดปรานบทกลอนอยู่แล้วจะจับเจ้าทำอย่างอื่น”


เยว่ถิงพยายามเค้นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อในศีรษะ ก่อนได้ความว่าเขาเมาจนพูดจาเพ้อเจ้อแล้วเริ่มโวยวาย จนในที่สุดประมุขสุริยันพันแสงเป็นผู้พยุงเขากลับมายังเรือนพำนัก น่ายินดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้น


เยว่ถิงลูบผมจากใบหน้าที่ทรุดโทรมลงไปบ้าง กรอกยาขมนั้นลงคอในทีเดียว ความย่ำแย่วิ่งพล่านตั้งแต่หัวจรดเท้า พอสมองเริ่มกระจ่างขึ้น จึงตรวจสอบร่างกายและเสื้อผ้าอาภรณ์ พบว่าเปลี่ยนเป็นอีกชุดหนึ่ง


ข้าก็ประชดไปอย่างนั้น นั่นสาวใช้เป็นผู้อาบน้ำและเปลี่ยนให้เจ้าที่เมาคอพับไม่รู้เรื่อง


คนฟังหน้าเจื่อนไป กล่าวขออภัยหวู่อ๋องที่หน้าตาถมึงทึงและเริ่มมีรอยดำจากการอดหลับอดนอน ทั้งสองเตรียมตัวแล้วไปหาผู้ป่วยคนสำคัญ ระหว่างทางเดินจู่ๆ เยว่ถิงก็ร้องอุทานขึ้นมาจนหวู่อ๋องขมวดคิ้ว


มีอะไรอีกเล่า หรือเจ้ายังเมาไม่หาย


เยว่ถิงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น เมื่อสิ่งที่เฝ้าคิดมาหลายวันมีทางออกในที่สุด ความจริงข้าคิดหาวิธีส่งสารแก่ประมุขสุริยันพันแสงทางอ้อมอยู่ ทว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าอย่างไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด แต่ครานี้ข้าคิดว่าข้าควรจะบอกเขาผ่านบทกลอน

 

 

100%

ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ ตอนนี้อยากบอกว่าเยว่ถิงก็เครียดเป็นเมาเป็น555555

ข้อมูลบทกวี https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%8B

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.434K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7667 Bongnahungg (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 21:59
    รู้สึกว่าถ้าน้องเมาน้องเฮฮาเกินลิมิต
    #7,667
    0
  2. #7637 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:26
    คราวหลังไปเมากับชิวหยางนะ5555555555 แต่ตอนนี้กลัวผู้นำสุริยันจะตกหลุมรักมาก ขอแค่ชื่นชอบพอนะ น้องของฝั่งสะบั้น
    #7,637
    0
  3. #7575 K.white wine (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 07:22
    ฉลาดมากหนู แต่ไม่เมาแล้วนะ55555
    #7,575
    0
  4. #7526 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 20:27
    เรื้อนนนจังงง 55555
    #7,526
    0
  5. #7476 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:54
    เมาแล้วเรื้อนด้วย55555 เริ่มเห็นใจประมุขสุริยันพันแสง (ประทับใจการตั้งชื่อต่าง ๆ มากค่ะ ให้เสัยงดีมาก)
    #7,476
    0
  6. #7432 ya.ong (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:47
    เข้มข้นสุดดดด
    #7,432
    0
  7. #7360 burgandytomato (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 15:05
    น้องเก่งบ่ไหว
    #7,360
    0
  8. #7341 PPSnook (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 05:57
    น้องเมาได้น่าระกน่าหยิกจริงๆ
    #7,341
    0
  9. #7323 taemynnn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 01:13
    ยัยน้องเมาแล้วน่าตีมาก ดื้อที่สุด คำพูดคำจา 55555
    #7,323
    0
  10. #7234 MinRos (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 07:17
    แต่ว่าในนิมิตของอิงเออร์น้องเยว่อิงคืออยู่รอดปลอดภัยคือรู้ว่าแผนยังไงก็ต้องสำเร็จ ตัวเองไม่มีอันตราย เฉียบ! แผนนี้ต้องเวิร์ค
    #7,234
    0
  11. #7117 Fueled me (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 14:03
    เย่วถิงดีดมาก เหล้าเข้าปากแล้วดีดมาก55555555555555555
    #7,117
    0
  12. #6954 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 21:59
    เดี๋ยวเสวี่ยจินก็ชอบจริงหรอกยัยน้อง
    #6,954
    0
  13. #6903 ปั้นลา (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 03:29
    จะโดนตบมั้ย เลาแอบลำไยนายเอกอ่ะ
    #6,903
    0
  14. #6869 Jupitersadd (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 15:49
    เชียร์สุดกำลังเลยค้าบบน้องงง
    #6,869
    0
  15. #6798 Londar (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:37
    เยว่ถิงฉลาดมากกก ซูฮกเลยยย
    #6,798
    0
  16. #6753 chalillxx_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 16:02

    เก่งจังค้าบไอ่เด็กกกก คิดถึงชิวหยางแล้ว

    #6,753
    0
  17. #6744 Wang19th (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 09:05
    น้องน่ารักจังวะะะ งู้ยย
    #6,744
    0
  18. #6708 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 15:01
    ไปค่ะ ไปแต่งกลอน
    #6,708
    0
  19. #6560 Ppttyc_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 12:42
    รั่วจริงคิดภาพตามละน่าขำใช่ย่อย
    #6,560
    0
  20. #6528 Shin Night (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 13:07
    ดีนะเค้าไม่จับหนูปล้ำ
    #6,528
    0
  21. #6428 Earn0624 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 22:09
    เยว่ถิงเก่งที่สุดเลย!!
    #6,428
    0
  22. #6367 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 14:23
    ขำตอนเมา รั่วมากกก
    #6,367
    0
  23. #6283 gabriel.la(: (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 07:57
    พอเมาทุกคนกลายเป็นเพื่อนหมด5555
    #6,283
    0
  24. #6282 Tanatorn_M (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 03:10
    กลอนก็มา555555
    #6,282
    0
  25. #6188 Pristill (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 21:47
    น้องเมาละน่ารักเวอร์ 5555ขำตรงบอกว่าตัวเองงามกว่าจันทร์

    คือมันเรื่องจริงงง55
    #6,188
    0