หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 18 : 17 - คำขอ re5/10/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,293 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

17 – คำขอ

 

            “ข้ามองเห็นแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องอุ้มหรอก”


            “ตาเจ้าเพิ่งมองเห็น ทั้งยังต้องฝ่าฝนฟ้าคะนองไปอีก กว่าจะถึงตำหนักข้า เจ้าสิ่งอ่อนแอนี่คงได้ตายเสียก่อน”


            แม้ดวงตาสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ทว่าชิวหยางคัดค้านที่จะให้เยว่ถิงเดินด้วยขาตนเอง ไม่ทันได้ปฏิเสธอีกก็ถูกอุ้มรวบร่างขึ้น พร้อมยังได้รับเสื้อคลุมตัวนอกมาคลุมศีรษะให้


            เยว่ถิงถูกอุ้มมาหลายครั้ง แต่เมื่อสามารถเห็นทุกอย่างจึงไม่เคยชิน ร่างสูงสง่าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแต่พอดีอยู่ในอาภรณ์มืดครึ้มกลืนเข้ากับบรรยากาศ กระทั่งนามชิวหยางก็เพิ่งเปลี่ยนชื่อเรียกจากสมญาจอมอสูรที่เขาใช้คิดถึงมา


ทั้งเมื่อครู่ ตัวเขาเองยังร้องไห้ไม่หยุดก่อนจุมพิตกันไปหลายครั้ง


เด็กหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้างุด โดยทำทีเป็นสนใจลูกแมวตัวน้อยที่คล้ายกับเหนื่อยอ่อนจนนอนหลับไปในเสื้อ ตัวของมันเล็ก ผอมแห้งและค่อนข้างอ่อนแอ ขนเกาะกันเป็นก้อนและเปรอะเปื้อนไปทั่วจนไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นสีอะไร


วิชาตัวเบาของประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์นั้นร้ายกาจและแสนอัศจรรย์ราวกับจะเหินหาวต้านแรงดึงดูดยิ่งกว่าในหนังจอมยุทธ์ที่ใช้เอฟเฟ็กซ์ ก้าวกระโดดหนึ่งทีขึ้นสู่หลังคาแล้ววิ่งฝ่าไปตามหลังคาเรือนอีกครั้ง ฝีเท้าแผ่วเบาและรวดเร็วจนเยว่ถิงต้องดึงกระชับเสื้อคลุมบังใบหน้าที่ถูกฝนและลมตี


ไม่ถึงหนึ่งอึดใจ ทั้งคู่ก็มาถึงตำหนักแห่งประมุขพรรค เงาสูงใหญ่ตระหง่านอลังการค้ำยันด้วยเสามากมายในความมืด เทียบเป็นคฤหาสน์หลังย่อมๆ หลังหนึ่ง เยว่ถิงไม่มีเวลาได้ชมมากนักยามถูกนำเข้าไปภายในห้องรับแขก


ชิวหยางสะบัดมือเพียงครั้งเดียวเปลวเทียนก็จุดสว่างไสวขึ้น เผยให้เห็นห้องกว้างเต็มไปด้วยเครื่องเรือนชั้นดี ม่านแพรยาวกั้นห้องและของตกแต่งมีราคา แต่ละชิ้นให้โทนสีดำ ม่วงเข้ม กรมท่าและน้ำเงิน รวมถึงมีไม้แกะสลักเป็นสัตว์อสูรวิเศษหลายชิ้นที่ดูสูงค่า กลางห้องมีอ่างน้ำพุหินสีขาวที่มีน้ำภายในเป็นสีฟ้าเรืองรอง สวยงามประหลาดตา


จอมอสูรวางเขาลงบนเก้าอี้ไม้สลักเนื้อดี ยกมือข้างขวาขึ้นทาบยังหน้าอกซ้ายของเยว่ถิง


เป็นอีกครั้งที่ถูกเป่าด้วยลมปราณกำลังภายในของชิวหยาง เยว่ถิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อร่างกายคล้ายกับถูกซักแห้งชั่วพริบตา ลองจับเสื้อผ้าตนเองเพื่อดูว่าแห้งจริงหรือไม่ แม้จะรู้ว่าก่อนหน้าก็ได้ผลดี


ครั้นเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยป้อยอ


“ขอบคุณท่านมาก เป็นวิชาล้ำเลิศจริงๆ”


ผู้มีสมญาจอมอสูรกระแอมไอเมื่อเยว่ถิงกลับยิ้มกว้างขึ้น ชิวหยางขมวดคิ้วลงคล้ายรักษามาดเคร่งขรึม เอ่ยด้วยเสียงที่พยายามให้เป็นจริงเป็นจัง 


“แล้วเจ้าสิ่งนั้นเจ้าจะทำอย่างไรกับมัน”


ชิวหยางชี้ไปยังลูกแมวที่ขดตัวอยู่ในเสื้อเยว่ถิง เด็กหนุ่มพบว่ามันถูกเป่าแห้งไปด้วย แต่ดูท่าจะยังไม่สะอาดดี


“ข้าว่าเราควรอาบน้ำให้มันอีกรอบหนึ่ง”


“เรา?” อีกฝ่ายทวนพร้อมกดคิ้วเข้มๆ ลงอีก ใบหน้าอ่อนโยนก่อนหน้าคงเป็นเพราะอารมณ์พาไป ไยสีหน้าธรรมดาของประมุขมารจะไม่ดุดันเกรงขามน่ากลัวไปได้ แต่ยามนี้เยว่ถิงแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว เขาพยักหน้ารับ


“ท่านช่วยข้า ข้าช่วยท่าน มันจะได้ตัวสะอาด”


“เจ้าอยากทำก็ทำ ข้าไม่ถูกกับสัตว์หน้าขน... ไม่รู้เจ้าคิดอะไรถึงปีนขึ้นไปช่วยสิ่งนี้ทั้งๆ ที่เกิดพายุ หากข้าไม่คิดมาก่อนเวลา คงตกมาขาหัก แล้วถ้าขาหัก ข้าจะลงโทษเจ้าให้หนัก”


ชิวหยางตำหนิเสียงเคร่ง ก่อนหรี่ตามองเยว่ถิงด้วยสายตาทะลุทะลวงชวนร้อนๆ หนาวๆ เมื่อคลายจากห้วงเสน่หา บัดนี้จึงเป็นเวลาสอบถามความจริง


“แล้วเหตุใดเจ้าถึงมองเห็นได้ เป็นเพราะยาบำรุงที่ถูกจัดส่งไปยังตำหนักเจ้างั้นหรือ?”


“ข้าไม่ทราบ การมองเห็นได้ครั้งนี้นับว่าข้าเองยังไม่ได้คิดฝันมาก่อน” เยว่ถิงเอ่ยอย่างไร้พิรุธ เบี่ยงประเด็นยามแมวน้อยจามออกมาเบาๆ “ข้าว่าเรารีบอาบน้ำอุ่นให้มันก่อนเถิด”


จอมอสูรทำท่าจะไม่ตกลงแล้วลุกขึ้น แต่เยว่ถิงดึงชายแขนเสื้อยาวเนื้อดีนั้นไว้ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองช้าๆ


“ชิวหยาง...”


ฉับพลันจอมอสูรดึงอาภรณ์ออกจากมือเยว่ถิงอย่างไม่แรงนัก ก่อนที่จะใช้กำปั้นเขกลงยังศีรษะเขา ด้วยเกณฑ์กำลังต่างกัน เด็กหนุ่มจึงร้องโอ๊ยน้ำตาเล็ดออกมา เมื่อรู้ตัวก็พบว่าแมวน้อยได้ถูกคว้าตัวไปอยู่ในกำมือผู้ที่เอ่ยว่ารังเกียจสัตว์หน้าขน ร่างสูงใหญ่สะบัดหันร่างแล้วก้าวยาวๆ จนชายเสื้อคลุมยาวปลิว


“ยืนเฉยทำไม รีบตามมาเดี๋ยวนี้”


เสี้ยวหน้าของบุรุษร่างใหญ่โตสูงราวร้อยแปดสิบปลายๆ โดยประมาณหันกลับมาเล็กน้อย เยว่ถิงเห็นใบหูที่ขึ้นสีชมพูอ่อนๆ แล้วอดหลุดขำพรืดไม่ได้ ก่อนที่จะรีบวิ่งตามไป


หลังจากทำความสะอาดลูกแมวหลงที่เกลียดการตัวเปียกเหลือทนแต่ไม่อาจรอดจากเงื้อมมือบุรุษโฉดสองคนในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่หรูหราที่เต็มไปด้วยกรุ่นไอน้ำร้อนได้ เยว่ถิงและชิวหยางจึงนำมันออกมาแล้วให้อาหารซึ่งเป็นน้ำนมแพะอย่างดี พอมีอะไรให้ดื่ม เจ้าแมวน้อยจึงคลายความหงุดหงิดแล้วดื่มอย่างตะกละตะกลาม


            พออาบน้ำเสร็จแล้วจึงพบว่าขนนุ่มหอมกรุ่น ทั้งยังเป็นสีขาวทั้งตัว น่าเอ็นดูยิ่งนัก เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น


“ข้าขอเลี้ยงมันได้หรือไม่”


“การเลี้ยงสัตว์นั้นแสนจะยุ่งยาก...”


“ทีท่านยังมีทั้งกิเลน อาชา หงส์ฟ้า นกยูง...”


“นี่เจ้าย้อนข้ารึ”


“ผู้น้อยไหนจะกล้า” เยว่ถิงเลิกคิ้ว จอมอสูรพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ เอื้อมมือมาหยิกแก้มข้างที่ไร้แผลของเยว่ถิงอย่างไม่เบามือนัก “อย่าได้ใจไป เจ้าขออะไร อย่าคิดว่าข้าจะไม่คิดทบทั้งต้นทั้งดอก”


“แต่ข้าคิดว่าท่านเป็นเจ้าหนี้ที่ใจดีฉะนั้นคงอาจเจรจาผ่อนผันได้”


“สิ่งที่เจ้าจ่ายให้ข้าได้จะมีสักกี่อย่างกันเชียว”


เอ่ยพลางใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองลงไล่จากลำคอลงต่ำอย่างจงใจ เยว่ถิงดึงอาภรณ์ปิดให้สนิท รู้สึกอายขึ้นมาไม่น้อยเมื่อรับรู้ว่าภายในสีน้ำตาลประกายงดงามยังมีไฟแห่งราคะปะทุอยู่ด้วย


“ท่าน... บัดนี้ข้าอัปลักษณ์”


“ข้ามิได้สอดใส่ยัง...”


เยว่ถิงรีบยกมือหยุดปากอันน่าไม่อายของจอมอสูรพันศพ ยามเมื่อสนิทสนมกันมากขึ้น จึงแสดงตัวตนของตนเองว่าเขาก็มิได้ไม่สนใจและปล่อยผ่านสิ่งใดๆ ที่อีกฝ่ายพูดไปเสียทั้งหมด “ท่านไม่อายที่พูดหรืออย่างไร”


ลิ้นอุ่นร้อนดันออกมาแตะผิวเนื้อ เยว่ถิงรีบชักมือออกแทบไม่ทัน ได้แต่มองอย่างเคืองใจใส่อีกฝ่ายที่หัวเราะร่าอย่างเป็นฝ่ายกุมชัย ใช้นิ้วเรียวยาวที่เห็นข้อชัดและผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักไล้ตามขนลูกแมวน้อยเบาๆ


“หากอยากเลี้ยงจริง เจ้าจะทำอะไรให้ข้าอนุญาต”


“...ท่านว่าจะฝึกฝนฝีมือ ข้าอาจช่วยอะไรท่านได้บ้าง”


“จะเป็นคู่ประลองของข้า?” ชิวหยางเลิกคิ้วสูง เยว่ถิงส่ายหน้า เขายังไม่อยากตายศพไม่สวยตอนนี้


“ข้าจะคอยให้กำลังใจก็แล้วกัน หากท่านต้องการสิ่งใดข้าจะจัดเตรียมให้”


 “ข้าจะฝึกกับอวิ้นหลง แน่ใจหรือว่าเจ้าหากเจ้าอยู่ใกล้ๆ จะไม่โดนลูกหลงแขนขาหลุดไป”


“ท่านก็พยายามอย่าให้ลูกหลงมาทางข้าสิ”


ชิวหยางหัวเราะหึๆ ยกมือลูบคาง ก่อนเอ่ย


 “ตัวเจ้าไร้วรยุทธ์ก็จริง แต่หากอยู่รอดด้วยสภาพขอทานตาบอดมาจนป่านนี้ อย่างน้อยคงยังพอต่อยตีเป็นบ้างกระมัง?”


ทั้งชาตินี้และชาติก่อน เยว่ถิงนึกไม่ออกว่าตัวเองเคยใช้กำลังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะการอยู่รอดในยุทธภพของเขาย่อมต่างกับชิวหยางอยู่แล้ว ถ้าหากอีกฝ่ายถามถึงเรื่องวิ่งหนีหรือซ่อนตัวคงจะเป็นเรื่องถูกต้อง พลันชิวหยางคล้ายนึกสนุก


“ข้าจะยืนเฉยๆ ดูซิว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้บ้าง”


“เอ่อ หมายความว่าจะให้ข้าเตะต่อยท่านได้ตามใจงั้นหรือ”


“ใช่ หากเจ้าพอมีปัญญาทำอะไรได้บ้าง การเลี้ยงสัตว์ตัวน้อยนี้อาจพอเป็นไปได้”


ประมุขสะบั้นสวรรค์เอ่ยเช่นนั้น แต่เยว่ถิงรู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายเอ็นดูเจ้าแมวน้อยเกินกว่าจะปล่อยทิ้งไปเฉยๆ ข้อเสนอจึงคล้ายจะเป็นกลั่นแกล้งปนปรามาสเขากลายๆ ทว่าถึงจะทำอะไรไม่ได้ การได้เตะต่อยคนที่ได้สมญาจอมอสูรพันศพเพื่อระบายอารมณ์เก็บกดในอดีตก็นับว่าไม่เลว


ยามได้มองเห็นโลกใบนี้ที่แปลกใหม่ อุปนิสัยของเขาคล้ายลดอายุลงไปกลายเป็นเด็กตัวเล็กๆ คงต้องใช้เวลาสักพักจึงจะหายตื่นเต้นได้ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปอุ้มเจ้าแมวขาวที่กำลังจะนอนขึ้นมากอดไว้ คิดถึงแมวอ้วนจอมขี้เกียจในร้านกาแฟขึ้นมา จึงหมายมาดว่าต้องขุนมันให้อ้วนด้วยเช่นกัน


“ข้าคิดว่ามันควรชื่อเยว่หยาง”


“เยว่หยาง? มิใช่ชื่อที่ดูสับสนหรอกรึ”


“เยว่จากนามข้า ส่วนหยางจากนามท่าน ไม่ดีรึ”


จากนั้นจอมอสูรก็ดูอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม แถมยังเข้ามาแกล้งเยว่หยางให้มันเหม็นขี้หน้า ก่อนจะปล่อยให้มันนอนพักขดตัวอยู่บนฟูกนุ่มอันหนึ่ง


บัดนี้เป็นเวลาฟ้าสาง เมฆฝนได้สลายตัวไปเหลือเพียงท้องฟ้ากระจ่างที่ทิวายังไม่เผยตัว ลานฝึกของตำหนักจอมอสูรกว้างใหญ่และมีศาสตราหลายชนิดให้ฝึกฝน พวกเขาเดินมายังลานหินหยาบสีเทาเรียบโล่งแห่งหนึ่ง


ระหว่างรอมู่อวิ้นหลงเดินทางมา ชิวหยางจึงยืนเฉยๆ ให้เยว่ถิงซัดได้ตามสบาย


เยว่ถิงออกหมัดชกหน้าอีกฝ่ายออกไปอย่างเต็มเหนี่ยว กลับพบว่าเจ็บกำปั้นจนน้ำตาเล็ด เปลี่ยนไปเป็นยกขาฟาดเข้ากลางลำตัวก็เป็นตนเองที่ทรุดลง ไม่ทราบเตะเหล็กกล้าหรือไรจึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้


สีหน้าระอาเหมือนแค่ถูกมดไต่ไรตอมของชิวหยางน่าหมั่นไส้ไม่น้อย กระนั้นก็ยังช่วยดึงเยว่ถิงที่ทรุดลงขึ้นมาแล้วไล่ไปเตรียมน้ำดื่มและผ้าซับเหงื่อมาแทน


พอมู่อวิ้นหลงมาถึง เยว่ถิงจึงได้พบว่ามือซ้ายของจอมอสูรผู้นี้หล่อเหลาและล่ำสันดั่งเทพสงครามตามที่เหล่าสาวใช้เพ้ออยู่ทุกค่ำวัน รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนยิ่งกว่าจอมอสูรเสียอีกให้ไม่ต้องสงสัยว่าพลังงานมากมายที่ใช้ร่วมคืนกับเจิ้งซื่อนั้นมาจากไหน


สองร่างยอดยุทธ์แห่งพรรคสะบั้นสวรรค์เข้าปะทะกันด้วยมือเปล่า เป็นครั้งแรกที่เยว่ถิงสามารถเห็นปราณแผ่พุ่งออกมาเป็นเส้นแสงบางๆ กระจายในอากาศซึ่งสั่นเป็นคลื่น


การเคลื่อนไหวของสองร่างรวดเร็วดั่งพายุสลาตัน เยว่ถิงมองไม่ทันจนตาลายไปหมด ภาพเลือนรางแต่ก็รู้ว่าเกิดการปะทะอย่างหนักหน่วง ทุกกระบวนท่าที่เขาสามารถเห็นได้สวยงามดั่งกำลังชมการร่ายรำของเหล่าอสูร สรรพเสียงปะทะจากกล้ามเนื้อต่อกล้ามเนื้อ กระดูกต่อกระดูกดังจนอดหวาดหวั่นไม่ได้


แม้เห็นว่าจอมอสูรไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง ทั้งยังเคลื่อนไหวพลิ้วลื่นไหลตอบรับและสวนกลับกระบวนของมู่อวิ้นหลงได้ไม่พลาด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้รับมือโดยง่าย หลายครั้งที่เยว่ถิงใจวูบโหวงไป


ฝ่าเท้ากระแทกลงพื้นทำให้แผ่นศิลาแตกปลิวกระจาย หมัดเคลื่อนพลาดไป คลื่นอากาศก็อัดเข้าใส่กำแพงจนเป็นรอยร้าว เยว่ถิงเลยคิดว่าต้องมองหาที่กำบังเผื่อเอาไว้เพื่อปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า


เยว่ถิงเงยหน้าขึ้นมองฉากหลังการต่อสู้ ท้องฟ้ากระจ่างเริ่มมีปุยเมฆเคลื่อนเข้ามา รุ่งสางกำลังเริ่มต้น เมื่อดวงอาทิตย์สาดแสงสีทองและส้มปัดเป่าเมฆหมอกสีเทาครึ้ม แสงเงาตกลงยังลานกว้างและสิ่งก่อสร้างอันโอฬารของพรรคสะบั้นสวรรค์ เบื้องหน้าคือเงาบุรุษฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สองคนกำลังโถมกำลังเขาหากันด้วยกระบวนท่าอัศจรรย์


ความงดงามนี้เป็นดั่งภาพวาด กระทั่งอยากบันทึกไว้ในความทรงจำตลอดไป...


ฉับพลัน โลกที่เริ่มสว่างไสวด้วยอาทิตย์แสงแรกกลับมืดดับลง เยว่ถิงผงะเมื่อถูกฉุดกระฉากเข้าสู่อ้อมกอดแห่งความมืดอันเป็นอนันต์อีกครั้ง หัวใจคล้ายถูกทิ่มแทงด้วยกริชน้ำแข็งในทันที ราวกับว่าความหวังแห่งการมองเห็นอันเป็นแสงเจิดจ้าได้ดับสูญสิ้นลงในเสี้ยววินาทีนั้น


สองเข่าทรุดลงบนพื้นหิน ศีรษะก้มตกเมื่อถูกฉุดด้วยความหวาดหวั่น มือยกขึ้นสัมผัสดวงตาที่มองไม่เห็นสิ่งใดอีกครั้งอย่างสั่นเทา คล้ายมีก้อนตันมาจุกอยู่ยังลำคอ เยว่ถิงมิอาจอธิบายความรู้สึกแห่งความสิ้นหวังที่เข้าจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว


ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงของเหลวที่หลั่งออกจากดวงตา มีกลิ่นสนิมจางๆ และหนืดเหลวกว่าอัสสุชล ทั้งมาพร้อมกับความเจ็บแปลบที่ถ่ายทอดมายังระบบประสาท เด็กหนุ่มรู้สึกมึนงง ค่อยๆ แตะยังหยดเลือดที่ไหลออกมา


ทันใดนั้น เสียงโครมปะทะดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายว่ายอดยุทธ์ทั้งสองมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกแรงอัดซัดเข้าอย่างจัง


“เกิดอะไรขึ้น!


เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ คงเป็นชิวหยางที่เสียสมาธิจนพลาดโดนวรยุทธ์ของมู่อวิ้นหลงไปเมื่อครู่ เด็กหนุ่มที่กำลังคุกเข่าก้มหน้าจึงกำมือใช้นิ้วเช็ดให้ร่องรอยเลือดหายไปเสีย กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าวๆ จนหัวคิ้วมุ่นขมวด


ก่อนที่เขาจะเริ่มลืมตาขึ้นอีกครั้งช้าๆ กลับมาเห็นภาพมัวๆ ของพื้นกระเบื้องสีเทาชัดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


“เจ้าเป็นอะไรไป”


ร่างหนึ่งเคลื่อนเข้าเคียงข้าง ฝ่ามือที่ใหญ่และแข็งแรงแตะลงบนบ่าพร้อมดึงคางให้หันไป เยว่ถิงกะพริบตาถี่ๆ แม้ดวงตายังปวดหนึบอยู่ ปรากฏภาพใบหน้าของเจ้าของสมญาจอมอสูรพันศพที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์


เครื่องหน้าเข้มดุดันขมวดเครียดด้วยความกังวล แม้ข้างแก้มจะมีรอยช้ำของหมัดจากมู่อวิ้นหลงอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นภาพที่ทำให้ลืมอาการขวัญเสียเมื่อครู่ไปได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเมื่อต้องแสงจึงเป็นประกายอ่อนลงถ่ายทอด ให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยน


เยว่ถิงแสร้งฝืนยิ้มออกมา เอื้อมมือออกไปแตะแผลบวมห้อเลือดนั้น แล้วเอ่ยเจือเสียงหัวเราะน้อยๆ


“ข้าเพียงแค่ยังไม่ชินกับแสงอาทิตย์เท่านั้น ท่านอย่าได้กังวลไป”


“ตามหมอมา มู่อวิ้นหลง”


ชิวหยางพยุงเขาลุกขึ้นด้วยท่าทีระมัดระวัง เด็กหนุ่มจึงจำต้องกล่าวย้ำอีกครั้ง


“หากเป็นการตามหมอเพื่อข้า ท่านไม่จำเป็น แต่ถ้าท่านตามมาเพราะแผลช้ำบนหน้าท่าน ข้าก็ไม่ขัดข้อง”


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่พอถูกแสงยามเช้ากระทบแล้วให้ประกายอบอุ่นและมั่นคงยังมีความเคลือบแคลง คนผู้นี้ช่างมีดวงตาที่คล้ายว่ามองผ่านความคิดผู้อื่น กระทั่งมองผ่านรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความคิดของเขา


มู่อวิ้นหลงคล้ายไม่อยากสุงสิงด้วยอยู่แล้ว จึงยังคงไม่รับคำสั่งแล้วยืนดูอยู่ห่างๆ ผิดกับชิวหยางที่เอ่ยเสียงเข้ม


“นี่เจ้าเห็นเป็นเรื่องตลกหรือไร? หากเป็นอะไรหนักขึ้นมา...”


“ท่านเป็นห่วงข้า ข้าย่อมรู้สึกตื้นตันในใจ แต่หากเสียสมาธิง่ายเช่นนี้ ยามประลองกับคุณชายไป่ท่านจะไม่วอกแวกหรอกหรือ”


เยว่ถิงจงใจอ้างถึงการประลองที่มีตนเป็นเดิมพันซึ่งใกล้จะมาถึง จอมอสูรพันศพยิ่งขมวดคิ้ว ก่อนคลายมือที่โอบประคองอย่างดีออก ก้าวถอยห่างเล็กน้อย


“เจ้ามันช่างเถียงนัก ข้ามิได้จดจ่อกับเจ้าขนาดเสียสมาธิ ส่วนบาดแผลนี้ จอมยุทธ์จะฝึกปรือกันย่อมเกิดแผลเล็กน้อยบ้างเป็นธรรมดา ในเมื่อเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว อย่าทำท่าทีให้น่าตกใจ”


ได้ยินเช่นนั้น เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายอยู่ในใจ


สายตาที่มองมาของมู่อวิ้นหลงที่ยืนอยู่ในลานประลองไม่ใช่ธรรมดา ขุนพลพิฆาตกิเลนผู้นี้เริ่มรู้สึกระแวดระวังในตัวเขามากขึ้น ในเมื่อประมุขแห่งพรรคออกตัวเข้ามาเป็นห่วงเป็นใยและพานายบำเรออัปลักษณ์มาถึงตำหนักเพียงนี้ มิมีทางที่เสนาธิการฝ่ายซ้ายจะไม่เก็บสิ่งนี้ไว้ในความคิด


หลังจากกลับไปฝึกฝนกับมู่อวิ้นหลงอีกครู่หนึ่ง ชิวหยางก็จำต้องไปทำหน้าที่ประมุขพรรคในการประชุมฟังรายงานและจัดการกิจต่างๆ ทั้งในและนอกพรรค คราแรกคิดจะให้เยว่ถิงอยู่ในตำหนักตนก่อน แต่เยว่ถิงบ่ายเบี่ยงอ้างว่าอยากพักผ่อนที่เรือนเร้นจัทนร์


เมื่อกลับถึงเรือนเร้นจันทร์พร้อมทั้งนำเยว่หยางมาด้วย บ่าวไพร่ดูประหลาดใจเป็นล้นพ้นเมื่อเห็นว่าดวงตาของเขาสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งพร้อมทั้งมีลูกแมวสีขาวอยู่ในอ้อมกอด แต่สิ่งที่ทำให้ทุกสายตาเบิกกว้างคือชิวหยางที่เป็นผู้มาส่งเขาด้วยตนเองก่อนผละไป


เหล่าสาวใช้เข้ามาแสดงความยินดีกับเขา คล้ายอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวเมื่อวานนัก แต่เมื่อเห็นเยว่ถิงทำเพียงยิ้มตอบเท่านั้น


เยว่ถิงฝากเยว่หยางให้พวกนางไปดูแลชั่วคราว บรรดาสาวใช้ต่างรับคำว่าจะบำรุงดูแลลูกแมวเพศผู้ตัวนี้ให้แข็งแรงเป็นอย่างดี


ส่วนเรื่องที่เขาอาเจียนออกมาแล้วหมดสติ เสี่ยวซือสามารถรอดพ้นข้อกล่าวหาไปได้อย่างมิมีใครติดใจสงสัยและยังคอยรับใช้อยู่ในเรือนเร้นจันทร์ ยามเดินสวนกัน นางได้ส่งสายตาให้เยว่ถิงเป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันนัดพบกับพี่ชายดอกเหมย เด็กหนุ่มตอบรับความนัยผ่านดวงตาที่มองเห็นแล้วกลับไป



 

จนกระทั่งก่อนตะวันลับขอบฟ้าเพียงเล็กน้อย มิทราบซีหลงได้ข่าวสารจากที่ใดจึงรู้ล่วงหน้าว่าจอมอสูรจะติดธุระจนมิอาจมาหาเขาได้ เสี่ยวซือได้ลอบเร้นเข้ามาและพาเขาลัดเลาะออกจากเรือนเร้นจันทร์


เรือนเก็บของอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเรือนเร้นจันทร์ไปไม่ไกลนัก โดยรวมเป็นเรือนขนาดกลางที่แบ่งเป็นหลายส่วน บางส่วนปล่อยร้างไว้ไม่เป็นที่สนใจ พี่ชายดอกเหมยคงใช้เวลาที่ไปอยู่ยังตำหนักเทพธิดาศึกษาเส้นทางและวางแผนอย่างดี ระหว่างทางจึงเดินทางได้สะดวกไม่พบปะผู้คนใดๆ


ภายในเรือนมีชั้นวางของและข้าวของมากมาย ทั้งหมดล้วนมีฝุ่นผงและใยแมงมุมเกาะ บ้างเป็นของแตกหัก บ้างเป็นของที่เสื่อมสภาพ ถูกนำมากองรวมกันอย่างระเกะระกะ


เห็นเงาร่างเพรียวบางเลือนๆ อยู่ในมุมหนึ่งที่ซ่อนเร้นท่ามกลางกองตำราสูง เยว่ถิงยกตะเกียงขึ้น พบกับเด็กหนุ่มในชุดคนรับใช้ชายผู้หนึ่ง เครื่องหน้าสะสวยเกินบุรุษทั่วไปแต่ก็ทรุดโทรมไปมากเผยยิ้มออกมา ผิวพรรณขาวบนดวงพักตร์ละเมียดละไมมีร่องรอยความอิดโรยปรากฏ


ดวงตาสีดำกลมดั่งลูกกวางรับกับเรียวเข้มบางปานจรดวาดแฝงด้วยแววไม่ยอมคน แต่ตอนนี้อ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความโล่งใจเมื่อสบประสานตากับเขา  


เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของพี่ชายดอกเหมย งามสะดุดตาสมคำเล่าลือของสาวใช้จริงๆ


“ขอบคุณสวรรค์ น้องถิง ในที่สุดเจ้าก็มองเห็น”


น้ำเสียงที่เอ่ยบ่งชัดว่าเป็นซีหลงไม่ผิดเพี้ยน เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะก้าวพรวดพราดเข้าหา


“พี่ซีหลง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”


            “ดีเยี่ยม” คำเอ่ยเครือๆ ขัดกับสภาพมวยมัดผมหลุดลุ่ยเล็กน้อยและรอบดวงตาที่มีรอยคล้ำเป็นวง ซีหลงหันไปยังเสี่ยวซือที่ก้มหน้างุดๆ วางสายตาไม่ถูก


            “ครานี้ถือข้าว่าติดหนี้บุญคุณเจ้า หากมีโอกาสหน้าข้ารับปากว่าจะตอบแทน” ซีหลงว่าก่อนจะก้มลงแตะริมฝีปากกับแก้มของสาวใช้อย่างรวดเร็ว เสี่ยวซือสะดุ้งสุดตัว หน้าเห่อร้อน อ้าปากหวอ ดวงตาแตกตื่น


            พี่ชายดอกเหมยยิ้มเนือยๆ ยกมือขึ้นโบกให้นางอย่างไม่รู้สึกว่าการกระทำของตนเมื่อครู่จะเป็นเรื่องน่าตกใจอะไร “ไปเถอะ นานกว่านี้เจ้าอาจเดือดร้อน”


“จะ เจ้าค่ะ” เสี่ยวซือหันหลังวิ่งออกไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้นางกระแทกของบางอย่างตก แต่มิได้สนใจจะเก็บ เยว่ถิงเหลือบมองเห็นเป็นป้ายหยกสีงาช้างค่อนข้างเลือนชิ้นหนึ่ง แกะสลักเป็นรูปดวงอาทิตย์กลางเมฆา ห้อยพู่สีแดงสดดูสูงค่ามีราคา จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาดู มีอักษรสลักเป็นคำจารึกในเนื้อหยกด้านล่าง


            อู่ชิวหยาง


            ชิวหยาง... หรือสิ่งนี้จะเป็นของจอมอสูรพันศพ...?


            “ก่อนอื่น ข้าต้องขออภัยต่อเจ้า”


            จู่ๆ ซีหลงก็คุกเข่าลงตรงหน้า เยว่ถิงตกใจ ละสายตาจากป้าย รีบนำมันวางกลับที่เดิมแล้วพยุงร่างซีหลงให้ลุกขึ้น “ท่านจะขออภัยทำไม ในเมื่อท่านเป็นผู้ช่วยให้ข้ามองเห็น...”


            ดวงตาสีดำกลมสวยนั้นมีประกายรู้สึกผิดอย่างแจ่มชัดหันมามองหน้าเยว่ถิง


“ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายาจะได้ผลหรือไม่ หรือว่าจะมีผลข้างเคียงอะไร แต่กลับทดลองใช้กับเจ้า ผิดจรรยาบรรณตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นแพทย์ อีกทั้ง... ข้ารู้ว่ามันไม่อาจถอนพิษได้หมด คงได้ชั่วครั้งชั่วคราว เจ้าเองก็น่าจะทราบ”


“มีขณะหนึ่งที่ตาข้ามืดบอดและมีโลหิตเล็กน้อยไหลออกมา” เยว่ถิงว่าเสียงเบา พอยิ่งเห็นสีหน้ากังวล จึงรีบเอ่ย “แต่มิได้เป็นอะไรมาก บัดนี้มองเห็นได้ตามปกติแล้ว ท่านอย่ากังวล”


“เอาเถอะ” ซีหลงตัดใจผ่านบทสนทนานี้ไป เยว่ถิงแม้ยังไม่คุ้นเคยกับใบหน้าพี่ชายดอกเหมย แต่ด้วยความรู้สึกที่ได้พูดคุยอยู่ด้วยกันมาก่อนจึงไม่อึดอัดใจแต่ประการใด บัณฑิตแพทย์เอ่ยช้าๆ


“รู้ว่ามาเจ้ากลายเป็นของเดิมพันแก่นายน้อยพรรคมารไป่อวิ๋นหลาน แล้วจะได้ออกไปยังป่าไผ่เงินกับจอมอสูร นั่นนับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะหลบหนี”


“เป็นจริง แต่ท่านล่ะ...”


“ไม่ต้องห่วงข้า” ซีหลงเอ่ยอย่างอ่อนล้า คล้ายฝืนทนไม่ให้ง่วงหลับล้มไป “หลายวันมานี้นั่งพลิกตำราและลองปรุงยาทั้งวัน หากมึนงงพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเจ้าก็ได้ถือสา ข้านั่งนับวันที่อยู่ที่แห่งนี้มาจนอยู่ไม่สุข เพราะหากหายตัวมานานเช่นนี้ ไม่รู้ท่านอาจารย์บนเขาหลวนซานจะว่าอย่างไรบ้าง”


“พี่ซีหลง ช่วงนี้ข้าได้อยู่กับจอมอสูรพันศพ เขามิใช่คนไร้หัวใจและโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่ใครๆ เล่าลือ หากเอ่ยว่าท่านเป็นผู้รักษาข้าและต้องการกลับไปเขาหลวนซาน เขาน่าจะรับฟัง...”


“อย่าทำเช่นนั้นเด็ดขาด” พลันดวงตาซีหลงแข็งกร้าวขึ้น “เจ้าอาจไม่รู้ ทว่าในอดีต สำนักแพทย์หลวนซานเคยถูกกวาดล้างด้วยพรรคสะบั้นสวรรค์ มีผู้เหลือรอดอยู่ไม่กี่คนจนต้องไปพึ่งพิงทางการ หนึ่งในนั้นคืออาจารย์ข้า หมอเทวดาซุ่ยหวางเจีย โชคดีอ้ายอ๋องหลี่ถังช่วยเหลือ”


“เช่นนั้น ขอเพียงให้เขาปล่อยท่านไป อ้างว่าเป็นเพียงบัณฑิตแพทย์ธรรมดาก็ได้”


“น้องถิง” ซีหลงส่ายหน้าระอา “จอมอสูรมิใช่คนโง่ หากรู้ว่าข้าไม่ใช่นายโลมดั่งอ้าง มิคิดว่าจะมีการไต่สวนดั่งที่เกิดกับกระต่ายคนก่อนเจ้าหรือ ยิ่งช่วงนี้สถานการณ์วุ่นวาย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ข้ารู้ดีว่าเขาโปรดปรานเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าความเมตตานั้นเผื่อแผ่มาถึงข้า”


            เยว่ถิงจำต้องเงียบนิ่งฟังซีหลงต่อไป ไม่อาจหาข้ออ้างใดแก้ตัวแทนให้ชิวหยางในเวลานี้


            “เจ้าจะหายสนิทจริงๆ ทั้งดวงตา บาดแผลอัปลักษณ์และพิษจากยากร่อนกระดูก รวมทั้งได้รับอิสระกลับคืนมา หากเลือกหลบหนีไปยังหลวนซาน”


            ซีหลงเอ่ยตัดบท หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นแตะบ่าเขา


“น้องถิง เจ้าเป็นคนจิตใจดี จอมอสูรดีต่อเจ้า ให้คำสัญญาต่อเจ้า เจ้าย่อมใจอ่อน แต่เจ้าเคยเห็นอีกด้านหนึ่งหรือไม่ พรรคสะบั้นสวรรค์มีกิตติศัพท์เลืองลั่น จะเป็นได้ถึงประมุขพรรคจำต้องมือเปื้อนเลือดมามาก ทั้งได้ชื่อว่ามารแล้วย่อมมิใช่มนุษย์ปุถุชนอีก ไหนจะเรื่องคำทำนาย ข้าไม่เห็นว่าเป็นเรื่องดีหากเจ้าจะอยู่ที่นี่ต่อไป”


“ที่ท่านกล่าวมามีเหตุผล...” เยว่ถิงกระซิบแผ่วเบา เลือกไม่สบตาอีกฝ่ายเพราะซีหลงคล้ายจะมองเรื่องราวทะลุปรุโปร่งเสียทั้งหมด ความเงียบชวนหายใจลำบากตกลงมาครู่หนึ่ง จนซีหลงเป็นผู้ทำลายมันก่อน


“อย่าบอกนะว่า... เจ้าหลงรักเขาเข้าแล้ว”


“ท่านเข้าใจผิด” เยว่ถิงตอบ แม้ในใจจะกระตุกไหววูบหนึ่ง “ข้าแค่เห็นว่าเขาเองก็มิใช่คนเลวร้ายอะไรเท่านั้น”


 “ข้ารู้ว่าข้าเห็นแก่ตัว ทว่าข้ามีคำขอต่อเจ้า”


“อย่าได้กล่าวเช่นนั้น ข้าได้ยืนยันแล้วว่าหากมีสิ่งใดทำได้ก็จะช่วยเหลือท่าน”


“ขอบคุณเจ้า ” ซีหลงก้มคำนับจนเยว่ถิงยกมือรับไม่ทัน ก่อนบัณฑิตแพทย์จะเอ่ยต่อว่า “เทพธิดาพยากรณ์แท้แล้วเป็นคนของฝ่ายธรรมะแห่งพรรคสุริยันพันแสง นางเองก็ต้องการไปรักษาตัวที่หลวนซาน ข้าจึงได้ยื่นข้อเสนอว่าจะให้คนผู้หนึ่งมารับเจ้าไประหว่างการต่อสู้ของจอมอสูรและไป่อวิ๋นหลาน แลกกับการติดต่อท่านอาจารย์ให้นาง”


ซีหลงหยิบจดหมายปิดผนึกออกมาจากเสื้อสองฉบับ


“อีกทั้ง ตัวข้ากังวลอย่างมากเพราะเวลานี้ใกล้การทดสอบครั้งสุดท้ายที่หลวนซานเข้าไปทุกขณะ หากข้ายังเสียเวลาอยู่นี่ เกรงว่าที่มาศึกษาถึงแคว้นอ้ายจะเสียเปล่าทั้งหมด”


จดหมายนั้นถูกยื่นมาให้ เยว่ถิงรับไว้ เกลียดใจตัวเองลึกๆ ที่รู้สึกไม่แน่ใจดั่งคำพูด แต่นี่เท่ากับว่าซีหลงเลือกฝั่งธรรมะแล้ว เขาจะมิรับความหวังดีนั้นไว้ก็มิได้


“ขอทราบได้ไหมว่าจดหมายนี้คืออะไร”


“หนึ่งเป็นจดหมายถึงท่านอาจารย์ซุ่ยหวางเจีย อีกหนึ่งเป็นจดหมายถึงสหายของข้า หากมีจดหมายนี้ การเข้าหลวนซานคงมิใช่เรื่องยากลำบาก”


“งั้นจากนี้ ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”


“เพียงลอบหลบหนีไประหว่างการต่อสู้ของจอมอสูรพันศพและไป่อวิ๋นหลานกับผู้ที่จะมารับเจ้า หากไปได้ถึงหลวนซานก็จงมอบจดหมายทั้งสองแก่ท่านอาจารย์ซุ่ยหวางเจีย นี่คือคำขอของข้า”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.293K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7708 3001mindong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 19:36
    โอ้ยยยยยยยยยย
    #7,708
    0
  2. #7565 K.white wine (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 11:03
    แงงงงงงงงงงงงงงงงง น้องอึดอัด น้องเลืกม้ายด้ายยยย
    #7,565
    0
  3. #7517 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 16:19
    จะรอดดไหมม ใจนึงก็อยากให้หนีไป อีกใจก็น้องงงอยู่เถอะ ฮืออ
    #7,517
    0
  4. #7485 ไออิกู (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 12:02
    ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์เป็นแน่แท้
    #7,485
    0
  5. #7421 ya.ong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 08:14
    ถ้าไปก็อาจรักษาหาย แต่จะผิดใจกับประมุขแน่เลย แงงง
    #7,421
    0
  6. #7313 taemynnn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 03:02
    อยากให้น้องหาย แต่กลัวใจทั้งน้องและชิวหยางมาก ;-; ถ้าน้องไปน้องอาจจะหาย ไปถาวร ;-;;~~_~_~~_~_~_~
    #7,313
    0
  7. #7225 MinRos (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:58
    ง้อยย ยังอยากสวีทให้นานอีกหน่อย อย่าเพิ่ง
    #7,225
    0
  8. #7138 Tartarinlove (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 03:07
    ดร่ามากำลังจะมาาาา
    #7,138
    0
  9. #7107 Fueled me (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 08:08
    อยากให้ไปนะ อย่างน้อยก็หายจากพิษ แต่ถ้าได้กลับมาเจอกันอีกก็เป็นเรื่องของอนาคตไป
    #7,107
    0
  10. #7090 editionzeed (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 23:22
    โอ๊ยยยย เจ่บไปทั้งหัวใจทำไมยังทนนน
    #7,090
    0
  11. #7050 lilying_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:43

    ฮืออออ ถ้าน้องไปชิวหยางจะรู้สึกว่าโดนน้องหักหลังแน่เลย ฮือออออ เตรียมใจดราม่าแปป

    #7,050
    0
  12. #7028 Present (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:23
    คำทำนายเทพธิดาเป็นจริงแน่
    #7,028
    0
  13. #6978 noona a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:08
    จะโดนเทพธิดาพยากรณ์ตัวแสบหักหลังไหมเนียะ โอ๊ยๆๆฟ
    #6,978
    0
  14. #6943 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:52
    ไม่อยากให้ไปอะ...แต่อีกใจก็อยากให้น้องหายจากทุกๆอย่างที่เปนอยุ่ เห้ออ
    #6,943
    0
  15. #6892 orangemamalde (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:10
    เจ่บผวด แง
    #6,892
    0
  16. #6846 Nyctophiliaaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 23:45
    สองทางชั้นเลือกไม่ไหว
    #6,846
    0
  17. #6795 Londar (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 01:57
    ไม่อยากให้ไปเบยยยยย
    #6,795
    0
  18. #6738 chalillxx_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:12
    ชิวหยางจะโกรธมากอน่ๆ
    #6,738
    0
  19. #6695 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 09:30
    ต้องเลือกแล้วนะคะ
    #6,695
    0
  20. #6674 Wang19th (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 20:42
    ฮืออออออ น้องงงงง อยากให้น้องอยู่อ่าาา
    #6,674
    0
  21. #6640 Ne4w (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 20:23
    ไม่อยากให้น้องหนีแต่อยากให้น้องหายฮือ
    #6,640
    0
  22. #6550 Ppttyc_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 18:27
    เธอต้องเลือกแล้ว
    #6,550
    0
  23. #6516 Shin Night (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 17:13
    ลูกแม่ต้องใช้การตัดสินใจอย่างมาก
    #6,516
    0
  24. #6496 maybee23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:57
    อย่าไปนะน้องอย่าหนีนะ
    #6,496
    0
  25. #6456 lalalala_lisa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 07:30
    รู้สึกได้ถึงความชิบหายที่ยังมาไม่ถึง
    #6,456
    0