Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 27 : ดูแลแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,427 ครั้ง
    21 พ.ค. 61


ตอนที่ 27
#พี่หินคนห่าม

 

“กลับมาแล้วเหรอ”

 

คำถามดังขึ้นทีหลังเมื่อร่างเล็กถลามาหาทันทีที่เปิดประตู แรงปะทะทำให้คนไม่ทันได้ตั้งตัวเซไปด้านหลังเล็กน้อย ท่อนแขนที่โอบรัดเอวของแฟนตามสัญชาตญาณเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวการทรงตัวชั้นดี

 

“คิดถึงกูอะไรขนาดนั้น”

 

“คิดถึงมาก”

 

ปลายหางเสียงถูกลากยาวจนรู้ว่าเป็นการประชดประชันมากกว่าจะรู้สึกแบบในคำพูด

 

พอรู้ว่ากูจะพาไปกินข้าวข้างนอกนี่ตื่นเต้นใหญ่เลย?”

 

ท่าทางเริงร่ากว่าปกติและดวงตาที่ทอประกายวิบวับอย่างไม่เก็บอาการ บ่งบอกให้รู้ว่าแฟนกำลังตื่นเต้น

 

ก็นานแล้วนี่ที่เราไม่ได้ออกไปดินเนอร์นอกบ้านกัน” เอ่ยพูดขณะใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

 

หินโทรมาบอกก่อนเลิกงานว่าจะพาไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารด้วยเหตุผลว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ และแน่นอนว่าแฟนไม่มีทางปฏิเสธ ทั้งยังดีใจเสียจนเสียงที่เอ่ยตอบรับสั่นไหว

 

หินไม่ค่อยชอบคนเยอะ ที่ผ่านมาจึงไม่ได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านบ่อยนัก กระทั่งวันนี้ที่จะได้ไปเปิดหูเปิดตาและถือว่าได้ผ่อนคลายไปในตัวจึงอดตื่นเต้นไม่ได้

 

กินข้าวอยู่ห้องก็สบายดี อยากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางด้วย” เหตุผลของคนชอบอยู่ติดห้อง

 

มันไม่เหมือนกัน กินข้าวข้างนอกได้บรรยากาศ ช่วยให้เราผ่อนคลาย มีความสุข”

 

คนฟังโคลงหัวน้อยๆ ให้กับคำอธิบายของคนชอบสังสรรค์ แต่เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับประเด็นนี้อีกเลยพูดถึงเรื่องที่สำคัญกว่า

 

เดี๋ยวกูจะอาบน้ำแล้วก็เปลี่ยนชุด ระหว่างนั้นมึงก็แต่งตัวรอไป”

 

แฟนอาบน้ำรอแล้วเรียบร้อยเนื่องจากกลับมาถึงก่อน

 

“Yep~” ร่างเล็กรับคำเสียงใสก่อนจะกดจูบลงบนปลายคางแกร่งหนึ่งทีแล้ววิ่งเร็วๆ ไปทางห้องนอน

 

หินได้แต่มองตามคนที่สดใสเกินเหตุไปแล้วถอนหายใจกับตัวเอง

 

สงสัยคงต้องพาไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้นซะแล้ว

 

 

 

20 นาทีผ่านไป

 

“ไปกินอาหารญี่ปุ่นนะ มีปูแล้วก็มีเนื้อด้วย มึงกินได้”

 

หินพยักหน้ารับตามใจยามหยิบกระเป๋าตังค์และกุญแจรถมาถือไว้ในมือ ขณะที่คนซึ่งพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมยืนรอออกจากห้องอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ไข่หวานก็มี ข้าวหน้าปลาไหลก็อร่อย มึงกินได้แน่นอนไม่ต้องห่วง”

 

มือหนาถูกแกว่งเบาๆ ระหว่างกำลังเดินไปยังลิฟต์พร้อมมีเสียงเจื้อยแจ้วข้างตัวดังตลอดทาง

 

หินไม่ชอบกินของดิบ จริงๆต้องบอกว่าไม่ค่อยชอบอาหารญี่ปุ่นเลยนอกเสียจากพวกปู กุ้ง เนื้อ และเมนูปลาที่ปรุงสุก ฉะนั้นการอ้อนขอให้ไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นจึงต้องใช้สกิลความออดอ้อนเล็กน้อย ยอมทำทุกอย่างให้ร่างสูงอารมณ์ดีแลกกับการที่อีกฝ่ายตามใจ

 

หินไม่ค่อยอิ่มท้องนักถ้ากินอะไรพวกนี้แฟนรู้ดี แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อถูกร้องขอก็ยังไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง

 

“รู้แล้ว กูกินได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

 

“ถ้ากินอาหารที่ไม่ชอบมึงจะรู้สึกไม่อิ่มท้องเท่าไหร่ กูรู้หรอกน่า”

 

จากการสังเกตหลายครั้ง หากกินอาหารต่างชาติหินจะกินได้น้อยกว่าปกติ และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มหาข้าวที่เป็นอาหารไทยหรืออาหารอีสานกินอีกรอบ

 

คำพูดแสนรู้ดีนั้นทำให้คนฟังเลิกคิ้ว

 

“มาแฝงตัวอยู่ในกระเพาะกูตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“กูไม่ใช่น้ำย่อยนะ”

 

น้ำเสียงและใบหน้ากระเง้ากระงอดเรียกรอยยิ้มให้กับคนมอง หินส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อได้ยินเสียงบ่นงึมงำต่อจากนั้น ก่อนจะรั้งคนขี้บ่นให้ก้าวออกจากลิฟต์ยามประตูเหล็กตรงหน้าเปิดออก

 

“แล้วมึงสอนเด็กวันนี้เป็นยังไงบ้าง” แฟนหาเรื่องคุยระหว่างเดินไปยังรถ

 

“ก็ดี เหมือนทุกวัน”

 

“ทำงานแค่วันจันทร์กับวันพุธ ทำไมไม่เห็นว่างขึ้นบ้างเลย”

 

งานราษฎร์งานหลวงของหินเต็มไปหมดจนบางสัปดาห์ไม่ได้พักแม้เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ถึงบางคราวอยากงอแงแค่ไหนก็ทำไม่ได้เพราะเพียงเท่านี้อีกคนก็เหนื่อยมากแล้ว

 

“ก็ใครจะเอาแหวนเพชร?”

 

“กูไม่ได้พูดสักหน่อย” ถึงปากจะบอกว่าไม่ได้พูดแต่ดวงตาคู่สวยก็ไม่อาจห้ามความระยิบระยับเอาไว้ได้

 

ใครสักคนทำงานหนักเพื่อจะให้อะไรสักอย่างเรา เป็นใครก็ต้องดีใจทั้งนั้น

 

“มึงไม่ได้พูดแต่เดี๋ยวแม่ก็มากดดันกู” แฟนไม่ตอบอะไรกลับ มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังเล็ดลอดอย่างถูกใจ

 

คนทั้งสองเดินไปยังทางที่จอดรถเอาไว้ประจำ ตลอดสองเดือนไม่ได้มีเพียง Audi A5 Coupé ที่จอดอยู่มุมนั้นเพียงคันเดียว แต่ยังมี Mercedes-Benz The GLA 2 จอดอยู่ข้างกันเนื่องจากแม่ของหินจัดการให้คนขับขึ้นมาส่งให้ ถึงจะมีเบนซ์แต่ลูกชายของคุณนายพรรณก็ยังคงขับ KSR คันเดิม นอกเสียจากว่าไปไหนมาไหนกับแฟนจึงจะยอมขับรถคันใหม่ไป

 

“เอ๊ะ นั่นรถใคร”

 

จังหวะการก้าวเดินชะงักกึกเมื่อถัดจากรถของหินไปกลับมีรถของใครบางคนจอดอยู่ ทั้งที่ตลอดสองเดือนมานี้ไม่มี

 

ทุกคนจะจอดรถที่ประจำของตัวเอง หรือว่าเจ้าของเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่

 

“สวยไหม”

 

“สวยสิ มาเซราติเลยนี่”

 

ปากขยับตอบคนข้างตัวไปตามสัญชาตญาณยามสายตากำลังจับจ้องมองรถป้ายแดงคันนั้นไม่วางตา

 

ดูจากรอยบนล้อแล้ว เหมือนเพิ่งถอยออกจากศูนย์มาหมาดๆ

 

“ชอบรึเปล่า”

 

“ก็ชอบ” คำตอบนั้นทำให้คนฟังยกยิ้มโดยที่คนซึ่งยังคงมองรถคันสวยอยู่ไม่ทันสังเกต


ทว่าระหว่างรอให้หินเปิดรถ สัญญาณของมาเซราติคันหรูก็ดังขึ้นพร้อมไฟหน้ารถที่กะพริบสองสามครั้ง

 

แฟนรีบหันขวับมองหาเจ้าของหากแต่เห็นเพียงหินที่ยืนอยู่พร้อมรีโมทรถในมือ และมันคงไม่น่าแปลกหากตราสัญลักษณ์บนนั้นไม่ใช่ตราสามง่ามเหมือนที่ประดับเด่นหราอยู่หน้ารถอีกคัน

 

“นี่?...”

 

“รถกูเอง เพิ่งจัดการเรื่องเสร็จวันนี้” ดวงตาคนฟังเบิกขึ้นนิดๆ พลางหันกลับไปมองรถสลับกับหน้าของหิน

 

ไม่คาดคิดว่าหินจะเลือกรถยี่ห้อนี้

 

“คิดยังไงถึงถอยมาเซราติ”

 

“ก็ไม่คิดยังไง ชอบ”

 

ใครจะบอกว่าอะไหล่และศูนย์หายาก หรือไม่เป็นที่นิยมนักในประเทศไทยก็ไม่คิดสน ความไม่เหมือนใครนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เลือก

 

ไม่เหมือนใครทั้งรถและคน                                

 

“แค่ชอบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเงินด้วย..ไหนบอกว่าไม่รวย” แฟนเลิกคิ้ว ใช้หางตามองอย่างค่อนขอดอีกฝ่ายนิดๆ

 

ซื้อรถขนาดนี้เรียกว่าไม่รวยคงไม่ได้แล้ว

 

“ก็ไม่รวย ยืมแม่มาครึ่งนึง” คนฟังเบ้ปากเมื่อได้ยินคำตอบ

 

“ที่ใจดีพาไปทานข้าวข้างนอกก็เพราะโอกาสนี้?”

 

“แค่อยากตามใจมึงแหละน่า”

 

มือหนาวางลงบนไหล่เล็กก่อนจะดันให้แฟนเดินไปทางฝั่งข้างคนขับ ประตูรถถูกเปิดออกจากนั้นร่างสูงจึงค้อมตัวลงน้อยๆ พร้อมผายมือให้คล้ายเป็นพนักงานขับรถ

 

“เชิญครับคุณ” ใบหน้าสวยส่ายไปมาพลางพยายามกลั้นยิ้มขณะก้าวเข้าไปนั่งในรถให้พนักงานจำเป็นปิดประตูให้

 

ไม่นานนักหินก็สอดตัวเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ เสียงเครื่องยนต์ทำงานดังแผ่วตามราคาที่สูงลิบ กลิ่นความใหม่ของรถยังคงกระจายอยู่จางๆ เมื่อล้อรถหมุนเคลื่อนไปข้างหน้าแฟนก็ยอมรับว่าเกิดความรู้สึกแปลกใหม่เล็กน้อย

 

แต่ไม่ว่าจะ KSR หรือ Maserati หินยังคงเป็นหิน

 

--

 

ใครคิดว่าซื้อรถใหม่แล้วจะได้ออกไปเที่ยวหรือออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น...บอกเลยว่าความเป็นจริงไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด

 

“พักสายตาบ้างดีไหม มึงอ่านหนังสือมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ค่ำแล้วนะ”

 

แก้วช็อกโกแลตปั่นถูกวางลงพร้อมบิสกิตจานเล็ก ขณะคนที่อ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมองเพียงเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือมาหยิบช็อกโกแลตไปดูดโดยสายตายังคงจับจ้องที่ตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ

 

“ใกล้จบแล้ว”

 

แฟนถอนหายใจเบาๆ พลางเดินกลับไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา จากนั้นจึงหยิบหนังสือมาเปิดอ่านระหว่างรอหินออกไปทานข้าวเย็นพร้อมกัน

 

อีกคนอยู่ในช่วงของการออกข้อสอบไฟนอลสำหรับนักศึกษา หินอ่านหนังสือมากขึ้นจากที่อ่านมากอยู่แล้ว ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงมักขลุกอยู่ในนี้เสมอเมื่อมีเวลาว่าง

 

“แฟน”

 

“หืม” คนกำลังนั่งอ่านหนังสือรอเงียบๆ ขานรับพร้อมกับหันไปมองคนเรียก

 

“มานี่หน่อย”

 

คนถูกเรียกหาขมวดคิ้วทว่าก็ยอมวางหนังสือลงแล้วเดินไปหาแต่โดยดี

 

“ว่า”

 

“วาดรูปเป็นไหม”

 

“ก็พอได้” แฟนเอ่ยตอบยามจ้องมองหน้าของหนังสือซึ่งมีรูปเครื่องดนตรีหลายอย่างถูกเปิดค้างไว้

 

“ช่วยวาดรูปนี้แบบขยายใหญ่ๆให้หน่อย”

 

หินชี้นิ้วลงบนรูปเครื่องดนตรีที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักมาก่อน ขนาดของภาพนั้นไม่ใหญ่นัก จากการประมวลผลแล้วก็ไม่น่าจะยากเกินความสามารถ

 

“ได้ จะเอาวันไหน”

 

“พรุ่งนี้ค่อยวาดก็ได้ วาดลงไอแพด เดี๋ยวกูเอาไปใส่ในข้อสอบ”

 

“แล้วทำไมมึงไม่วาดเอง”

 

“หึ สกิลการวาดรูปกู มึงหลับตาวาดยังดีกว่า”

 

การวาดรูปเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ถนัดอันดับต้นๆ เนื่องจากทุกอย่างต้องละเอียดอ่อน มีความสร้างสรรค์มุ่งมั่น คนชอบทำอะไรทื่อๆ ตรงๆ จึงไม่ค่อยชอบศาสตร์ทางด้านนี้นัก

 

“มึงมีสิ่งที่ไม่ถนัดด้วย?” แฟนแสร้งทำเสียงแปลกใจ

 

“กูก็คนธรรมดาไหม”

 

“คนธรรมดางั้นก็ต้องกินข้าว นี่ทุ่มกว่าแล้ว”

 

หินเลิกคิ้วขึ้นพร้อมพยักหน้ารับ ยอมตามใจคนเป็นห่วงด้วยการปิดหนังสือลงแล้วหยัดกายลุกขึ้นเดินอ้อมไปหา ก่อนจะรั้งแฟนเข้ามาจูบ เติมพลังให้จิตใจก่อนไปเติมพลังให้ร่างกาย

 

กระทั่งจนพอใจจึงผละออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นกอดแฟนเอาไว้นิ่งๆ

 

เพิ่งรู้ว่าตัวเองล้าขนาดนี้

 

“สั่งอะไรมาบ้าง” เอ่ยถามถึงอาหารทะเลที่แฟนสั่งมา

 

“ทุกอย่าง ปลาหมึก กุ้ง ปู มึงบอกว่าอยากกินปูเลยสั่งมาสองถาด”

 

หินพยักหน้าจากนั้นจึงพาแฟนเดินออกไปข้างนอก เติมพลังให้กับความเหนื่อยล้าด้วยอาหารจนเต็มท้อง

 

--

 

สัปดาห์ซึ่งวุ่นกับการออกข้อสอบผ่านพ้นไป แต่ละข้อถูกคัดสรรและผ่านการวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีว่าสามารถคัดกรองความรู้และความสามารถของเด็กจากเรื่องที่เรียนไปได้ ซึ่งผลจากการโหมงานหนักจนแทบไม่ได้พักนั้นก็ส่งผลให้ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน

 

เสียงไอที่ดังขึ้นจากหินทำให้คนที่เดินออกจากห้องหลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จขมวดคิ้ว อีกฝ่ายกำลังนั่งดูบอลอยู่บนโซฟากลางห้อง ทว่าไม่นานนักเสียงไอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“เป็นอะไร เจ็บคอเหรอ” ร่างเล็กพร้อมกลิ่นหอมอ่อนของครีมอาบน้ำพาตัวเองเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างคนที่นั่งอยู่ก่อน

 

หินละสายตาจากเกมกีฬามายังคนข้างตัว ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบก็ต้องปิดปากไอเสียก่อน ท่าทางนั้นน่าเป็นห่วงจนแฟนรีบแนบมือเข้ากับซอกคอแกร่ง

 

“ตัวมึงอุ่น” หัวคิ้วขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อรู้ว่าหินกำลังไม่สบาย

 

หลังจากกลับห้องมาก็เห็นไอเพียงไม่กี่ครั้งจึงไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้หินไอถี่พร้อมทั้งตัวอุ่นขึ้นกว่าปกติ

 

“เจ็บคอ เหมือนจะเป็นไข้หวัด”

 

ใบหน้าคนตอบเหยเกเมื่อกลืนน้ำลายแล้วรู้สึกเจ็บคอมากกว่าตอนบ่าย ความปวดหนึบเล่นงานไปทั่วทั้งหัวและบริเวณรอบดวงตา

 

“งั้นเดี๋ยวกูไปเอายามาให้ กินยาแล้วก็นอน พรุ่งนี้มึงมีสอนคาบสุดท้ายไม่ใช่เหรอ” ใบหน้าคมกดลงรับ

 

แฟนจึงรีบผละออกไปเอายาให้ ก่อนจะกลับมาพร้อมยาและแก้วน้ำในมือ คนไม่สบายรับมากินโดยไม่อิดออด แต่กลับต่อรองในเรื่องอื่น

 

“ขอดูบอลคู่นี้จบก่อน” แฟนมองเวลาบนหน้าจอแล้วพบว่าตอนนี้เป็นนาทีที่ห้าสิบเศษๆ

 

“บอลเล่นกี่นาที”

 

“เก้าสิบ”

 

“จบเกมแล้วต้องไปนอนทันทีนะ” 

 

หินรับคำพลางทิ้งหัวลงมาบนตัก แฟนขยับให้อีกคนนอนได้สบายมากขึ้นพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบหมอนมารองใต้หัวให้

 

กลายเป็นว่าเลยต้องมานั่งดูบอลไปด้วย จวบจนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน

 

ร่างสูงที่เกือบเคลิ้มหลับเพราะฤทธิ์ยาดันตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางสะโหลสะเหล มือบางแนบไปตามซอกคอและหน้าผากของหินอีกครั้ง เมื่อพบว่าอุณหภูมิเหมือนจะเริ่มสูงขึ้นจึงเร่งให้อีกคนไปนอน

 

ตลอดคืนร่างเล็กคอยลุกขึ้นมาดูอาการคนป่วยเป็นระยะ แม้จะไม่ได้มีไข้ขึ้นสูงแต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง ความกังวลกับอาการของหินส่งผลให้แฟนไม่อาจข่มตาหลับได้สนิทไปจนถึงเช้า

 

“มึงมีสอนบ่ายใช่ไหม กูว่าไปหาหมอก่อนสักหน่อยดีกว่า เจ็บคอกับตัวร้อนขนาดนี้ถ้าไม่ฉีดยาอยู่ไม่ไหวแน่”

 

ตื่นเช้ามาอาการของหินหนักขึ้นจนกลืนน้ำลายยังลำบาก ลมหายใจร้อนผ่าว ดวงตาแดงเรื่อจากพิษไข้ ในปากขมปร่าจนทานข้าวต้มไปได้เพียงไม่กี่คำก็วางช้อนลง

 

“สอนเสร็จ ค่อย ไป” แต่ละคำถูกเอ่ยออกมาช้าๆ

 

“กว่ามึงจะสอนเสร็จ ไปเดี๋ยวนี้ กูโทรลางานแล้ว”

 

แม้อยากจะดื้อดึงให้รอไปหาหมอทีเดียวแต่ความเป็นห่วงที่ฉายชัดและสีหน้าจริงจังนั้นก็ทำให้หินยอมลุกขึ้น ร่างเล็กกุลีกุจอหยิบกระเป๋าทำงาน จัดการทุกอย่างพร้อมทั้งทำหน้าที่ขับรถให้กระทั่งถึงโรงพยาบาล

 

ทันทีที่เดินเข้าไปกลิ่นแอลกอฮอล์ก็ปะทะเข้ากับจมูกจนคนป่วยย่นหน้า แฟนเข้าไปติดต่อพยาบาลและเมื่อมีเอกสารต้องกรอกก็เลื่อนมาให้เขียน พอเสร็จเรียบร้อยจึงเหลือเพียงนั่งรอพบหมอ

 

“เพราะมึงทำงานหนัก พักผ่อนก็น้อยเลยป่วยแบบนี้”

 

คนข้างตัวบ่นให้ คนถูกว่าซึ่งไม่มีแรงตอบมากนักจึงทำเพียงเอื้อมมือไปจับมือเล็กเอาไว้แล้วส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

“ดุแต่กู ทีตัวเองน่ะนะ”

 

“...” หินเถียงไม่ออก ได้แต่ยกยิ้มกับการเป็นฝ่ายถูกบ่น ขณะที่แฟนก็พูดถึงเรื่องอาการป่วยไม่หยุดจนพยาบาลเข้ามาเชิญเข้าไปในห้องตรวจ

 

เมื่อหมอตรวจทุกอย่างจนเรียบร้อยและรู้ว่าต้องไปสอนนักศึกษาต่อในช่วงบ่ายจึงแนะนำให้ฉีดยา เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสอนโดยมีสภาพแบบนี้ได้

 

ขณะหมอบอกให้ขึ้นไปรอบนเตียงหินก็มือไม้เย็นเฉียบ หน้าที่ซีดจากการไม่สบายยิ่งซีดหนัก ช่องท้องวูบโหวงจนต้องเอื้อมมือไปจับมือแฟนเอาไว้

 

“เป็นอะไร ทำไมมือเย็น”

 

แฟนหันมาถามด้วยความเป็นห่วง มือเล็กวางทับลงบนมือใหญ่อีกชั้นหากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกสั่นไหวนั้นลดน้อยลง ในหัวมีเพียงภาพเข็มแหลมๆ ที่กำลังจะทิ่มลงบนผิวเนื้อ

 

เขากลัวเข็มฉีดยา

 

“กู...”

 

“คนไข้เชิญบนเตียงเลยค่ะ” พยาบาลเข้ามาย้ำอีกครั้ง

 

“หะ ให้ แฟน เข้าไปด้วย ได้ไหม ครับ” ถึงจะเค้นคำพูดออกมาได้ยากลำบากแต่หินก็พยายามเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ

 

ประโยคที่ทำให้แฟนรู้สึกแปลกใจส่วนพยาบาลนั้นเพียงแค่ระบายยิ้มแล้วรับคำ

 

“มึงกลัวเข็มเหรอ” แฟนเอ่ยถามขึ้นเมื่อพยาบาลถอยออกไปให้ความเป็นส่วนตัว

 

“อืม” คนตัวโตรับคำเสียงแผ่วพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นให้คนมองยิ้มขัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดล้อคนป่วยแม้จะมีความแปลกใจเล็กๆ เนื่องจากไม่รู้มาก่อน

 

แฟนพยุงหินให้ไปนอนรอหมอบนเตียงโดยที่คนป่วยไม่ยอมปล่อยมือเลยสักวินาที ไม่มีความเขินอายต่อหมอหรือพยาบาลใดๆ เพราะความกลัวมีมากกว่า

 

เมื่อคุณหมอเตรียมยาและอุปกรณ์เรียบร้อยก็เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งปิดม่านรอบเตียง ถึงตอนนี้มือหนาที่จับกันไว้ยิ่งบีบแน่นขึ้น

 

“เจ็บนิดเดียว เหมือนมดกัดไง” แฟนก้มลงกระซิบบอกขณะที่คุณหมอก็แอบอมยิ้ม

 

“ไม่ต้องกลัวนะครับ เจ็บนิดเดียวเท่านั้น”              

 

หินอยากตะโกนตอบหมอไปว่ามันห้ามความรู้สึกกลัวไม่ได้แต่สิ่งที่ทำคือหลับตาลงแน่น กระชับมือของแฟนเข้าหาตัวยามที่สะโพกกำลังถูกสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดไปมาเบาๆ

 

ลมหายใจของคนกลัวหอบกระชั้น ใจเต้นระส่ำยิ่งกว่าตอนลุ้นผลสอบ ก่อนสัมผัสอ่อนโยนที่ลูบไล้ไปมาตรงช่วงไหล่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ถึงจะช่วยได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

ใบหน้าซีดขาวเอียงข้างมองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง แฟนจึงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มส่งกำลังใจยามมือก็ลูบไล้ปลอบประโลมไม่ห่าง และเมื่อปลายเข็มเจาะผ่านผิวเนื้อลงมาเปลือกตาหนาก็หลับแน่น สัมผัสได้ถึงตัวยาที่ถูกดันเข้าสู่ร่างกายช้าๆ ในความรู้สึก พยายามไม่เกร็งเท่าที่จะสามารถทำได้

 

เป็นช่วงเวลาที่แทบลืมหายใจ เหมือนโลกหยุดหมุน

 

“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้ ทานจนกว่ายาจะหมดนะ”

 

ยามเข็มฉีดยาถูกดึงออกแล้วได้ยินประโยคนั้นเหมือนลมหายใจที่ถูกพรากออกไปได้กลับคืนมา อาการเจ็บแปลบบริเวณถูกฉีดยายังคงแสลงใจคนป่วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถขยับตัวลงจากเตียงได้โดยไม่ทรุดลงกับพื้น

 

“มึงนั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวกูไปจ่ายเงินก่อน” แฟนหันมาบอกหลังจากออกจากห้องตรวจมาแล้ว

 

“อืม”

 

ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดลึกเพื่อบรรเทาความสั่นไหวของตัวเองยามสายตาจับจ้องอยู่บนร่างเล็กซึ่งเดินตรงไปยังช่องชำระเงิน

 

แม้จะอายที่แฟนรู้ว่ากลัวเข็มแต่ก็อุ่นใจกับการดูแลเอาใจใส่ของอีกคน

 

ไม่ใช่แค่เขาที่ดูแลแฟน แต่แฟนก็ดูแลกันดีไม่ต่าง

 

--

 

มหาลัย xxx

 

ห้องทำงานส่วนตัวของหินมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ห้องทำงานกว้างถูกแบ่งเป็นห้องของใครของมันโดยมีผนังเป็นกระจกขุ่นคั่น ทุกคนในห้องนี้เป็นอาจารย์พิเศษที่เข้าคณะเพียงบางวันจึงไม่ค่อยวุ่นวายนัก

 

“จบเทอมนี้แล้วมึงจะสอนต่อหรือเปล่า”

 

วันนี้หน้าที่อาจารย์พิเศษในเทอมนี้ของหินก็จะจบลง คำถามนั้นทำให้คนฟังถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับเชื่องช้า

 

“อาจารย์เขา ขอให้ สอนต่อ”

 

แต่ละคำถูกเปล่งออกมาแผ่วเบา ตามมาด้วยการไออีกเล็กน้อย ทว่าก็รู้สึกดีขึ้นกว่าตอนตื่นนอน ไม่รู้ว่าด้วยฤทธิ์ยาที่ฉีดเข้าไปหรือเป็นเพราะการอุปทานไปเอง

 

“ก็ดีแล้ว ถือว่าได้ถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น”

 

หินไม่รู้ว่าควรดีใจหรือไม่เพราะงานอาจารย์ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทุกอย่างทุกขั้นตอนต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างดี อีกทั้งยังต้องมีจิตวิญญาณของผู้ให้อยู่เต็มเปี่ยม

 

เขายังทำได้ไม่ดีขนาดนั้น รู้ตัวดี แต่เมื่อได้รับมอบหมายแล้วคงต้องพยายามให้ดีที่สุด

 

“มึงพักเถอะ นี่หมอน เดี๋ยวเที่ยงกูจะปลุกให้ทานข้าว”

 

ตุ๊กตาปลาวาฬที่แฟนถือขึ้นรถหินมาด้วยเผื่ออีกคนจะพักผ่อนถูกยื่นให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน มือหนายื่นมารับแล้วเอาไปรองหัวตัวเองพลางปิดเปลือกตาลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน

 

ระหว่างนั้นแฟนก็เดินสำรวจห้องนี้ไปเงียบๆ การตกแต่งโดยรอบเหมือนห้องทำงานทั่วไปที่นอกจากโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ และเอกสารต่างๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากนัก เมื่อดูนั่นดูนี่จนพอใจคนไม่มีอะไรทำจึงกลับมานั่งลงที่เดิม นั่นคืออีกฝั่งของโต๊ะทำงานซึ่งเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับคนที่นั่งหลับ

 

คิดย้อนไปถึงตอนหินโดนฉีดยาแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ผู้ชายตัวใหญ่ที่เก่งแทบทุกอย่างกลับกลัวเข็มฉีดยาอันเล็กๆ

 

ซุปเปอร์แมนของเขาก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน...

 

มองไปมองมาโทรศัพท์มือถือจึงถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวกดเข้าไปในไอจีสตอรีก่อนจะหามุมกล้องให้เห็นหินเพียงครึ่งซีก จากนั้นจึงกดถ่ายพร้อมทั้งเปลี่ยนฟิลเตอร์แล้วใส่ข้อความว่า

 

คนป่วย

 

เมื่ออัพโหลดเสร็จเรียบร้อยก็เก็บโทรศัพท์ลงที่เดิม ร่างเล็กผุดลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมไปหาอีกคน ดวงตาที่ทอดมองใบหน้าเซียวเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

เข้าใจตอนที่ตัวเองไม่สบายแล้วว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร

 

“หายไวๆคนหื่น น้องเป็นห่วงจะแย่แล้ว”

 

ประโยคที่เจ้าตัวเคยพูดถูกเอ่ยออกไปก่อนสัมผัสบางเบาจะทาบทับลงบนแก้มสาก ความร้อนบนผิวลามไล้มายังริมฝีปากเนื่องจากการแนบชิด ขณะกำลังจะผละออกแรงฉุดรั้งมากมายก็ดึงให้ต้องล้มลงบนตักแกร่ง

 

“ยังไม่หลับอีกหรือไง” แฟนถามขึ้นเมื่อตั้งสติเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

“ถ้าหลับจะได้ยินเหรอว่าน้องเป็นห่วง”

 

เปลือกตาคนป่วยปรือเปิดพร้อมด้วยมุมปากที่โค้งขึ้นอย่างไม่อาจเก็บความรู้สึก

 

“รู้ว่าเป็นห่วงก็รีบหาย”

 

เสียงที่เอ่ยออกไปแผ่วเบา มีความรู้สึกเขินอายเพียงเล็กน้อยจากการถูกจับได้ หากแต่ที่ส่งผลให้เขินอายยิ่งกว่าคือสรรพนามคำว่าน้องที่ออกจากปากของอีกคน

 

“จะพยายาม”

 

คำตอบรับมาพร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนบนแก้มเนียนราวกับเป็นการเอาคืน

 

“พักได้แล้ว ตัวมึงยังร้อนอยู่เลย”

 

เพราะความใกล้ชิดนี้จึงทำให้สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวของหิน และอาจจะผสมกับความร้อนจางๆ บนหน้าของตัวเองไปด้วย

 

“พักท่านี้แหละ” ท่านี้ที่ว่าคือการพิงหน้าผากลงกับไหล่เล็กของคนบนตัก

 

“หนักจะตาย ปล่อยเร็ว เดี๋ยวคนเข้ามาเห็นด้วย”

 

“ไม่มีใครเข้ามาหรอกน่า พูดเยอะ กูเจ็บคอนะ”

 

คนป่วยแสร้งไอขลุกขลักให้แฟนยอมตามใจโดยการนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ถึงจะเป็นห่วงว่าหินจะหนักแต่ในเมื่อเจ้าตัวเป็นฝ่ายเรียกร้องจึงปล่อยเลยตามเลย

 

ระหว่างทำหน้าที่เป็นหมอนจำเป็นแฟนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา พยายามขยับเพียงมือและนิ้วเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนพักผ่อน

 

กระทั่งได้เวลามื้อเที่ยงจึงปลุกหินให้ตื่นมาทานข้าวที่แวะซื้อใส่กล่องมา พร้อมทั้งให้ทานยาเรียบร้อย

 

บ่ายโมงตรงอาจารย์ศิลาของนักศึกษาก็ออกจากห้องพักไปสอนเด็กที่ชั้นหก ด้วยอาการป่วยที่ดีขึ้นเล็กน้อย พอให้มีเสียงสอนได้แม้จะทรมานอยู่มากก็ตาม

 

 

 

16.00 น.

 

ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นให้แฟนขมวดคิ้ว หินเพิ่งกลับมาจากสอนเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วก่อนจะออกไปคุยกับอาจารย์ซึ่งอยู่อีกห้อง

 

ทันทีที่ประตูถูกเลื่อนเปิดจากคนด้านนอกแล้วสายตาของคนทั้งสองสบกันก็ราวกับมีประกายไฟออกมาโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด

 

คล้ายกับต่างฝ่ายต่างรับรู้โดยสัญชาตญาณ

 

“อาจารย์หินไม่อยู่เหรอคะ” ฝ่ายนั้นถามขึ้น

 

พี่หินออกไปคุยกับอาจารย์อีกคนอยู่ครับ”

 

สรรพนามบ่งบอกความสนิทสนมเป็นการย้ำเตือนสถานะอันดับแรก แฟนยังคงความมีมารยาททั้งทางน้ำเสียงและสีหน้า ทว่าความเป็นมิตรนั้นเคลือบแฝงด้วยบางอย่างที่อีกฝ่ายก็รู้ดี

 

“เหรอคะ เห็นว่าอาจารย์ไม่สบายไอเลยซื้อยามาให้น่ะค่ะ”

 

คนฟังเหลือบมองถุงยาในมือของคนพูดก่อนจะระบายยิ้มน้อยๆ

 

ยิ้มทั้งที่รู้สึกเหมือนมือจะกระตุก

 

สู่รู้นัก!

 

“เมื่อเช้าพาไปหาหมอมาแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องกินยาตัวอื่น

 

คำสุดท้ายถูกเน้นหนักจงใจสื่อความหมายถึงยาและเจ้าของถุงยาจนฝ่ายนั้นหน้าม่าน

 

“งั้นไอขออนุญาตรออาจารย์ในห้องนะคะ พอดีมีเรื่องข้อสอบที่อยากจะถามน่ะค่ะ”

 

ปากพูดว่าขออนุญาตแต่ร่างบางในชุดนักศึกษาแสนพอดีตัวกลับย่างกรายเข้าในห้องเป็นที่เรียบร้อย

 

“เชิญครับ” แฟนรับคำโดยที่รอยยิ้มยังคงไม่ห่างหายไปจากใบหน้า

 

ฮอตเหลือเกินนะอาจารย์ศิลา ถึงขั้นมีเด็กมานั่งรอในห้อง

 

“เอ๊ะ มีหนูแอบเข้ามาในห้องอีกแล้วเหรอเนี้ย”

 

แฟนทำทีเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าฟีดของเฟซบุ๊กค้างไว้ ทว่าคำว่าอีกแล้วซึ่งจงใจบ่งบอกถึงการเคยมาห้องนี้ทำให้มือที่อยู่บนเมาส์กำแน่น

 

“มีรูตรงไหนที่ยังไม่ปิดอีกนะ วันนั้นก็คิดว่าปิดหมดแล้วนี่นา”

 

วันนั้นตามมาอีกคำ

 

ริมฝีปากบางถูกขบกัดอย่างขมกลั้นอารมณ์ พยายามไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ผ่านทางสีหน้าให้อีกฝ่ายได้ใจ และก่อนที่จะเกิดสงครามเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้น ตามมาด้วยร่างของหินซึ่งปรากฏตัวอยู่หน้าห้องที่ไม่ได้ปิดประตู

 

“อาจารย์...สวัสดีค่ะ” คิ้วเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อยเมื่อเห็นใครอีกคน

 

“มีอะไรหรือเปล่า”

 

“ไอเอายามาให้น่ะค่ะ เห็นว่าอาจารย์ไม่ค่อยสบาย แต่น้องของอาจารย์บอกว่าพาอาจารย์ไปหาหมอมาแล้ว”

 

คำว่าน้องทำให้แฟนหันขวับไปมองคนพูด ใจอยากจะปาเมาส์ในมือใส่หญิงสาวตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดแต่ต้องอดทนเอาไว้

 

ขณะที่หินก็เหลือบมองหน้าแฟนเล็กน้อย พลันเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าโดยทันใด

 

“ครับ ผมไปหาหมอมาแล้ว”

 

“ไอว่าจะถามเรื่องข้อสอบนิดหน่อย แต่เสียงอาจารย์ฟังดูไม่ค่อยดีเลย งั้นเดี๋ยวไอส่งอีเมล์ไปถามเหมือนปกติแล้วกันนะคะ”

 

“เอาแบบนั้นก็ได้” หินรับคำสั้นๆ

 

“หายไวๆนะคะอาจารย์ ไอกลับแล้วดีกว่า สวัสดีค่ะ”

 

ใบหน้าคมกดลงรับพลางเบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายเดินออกไป ทว่าหญิงสาวก้าวผ่านหน้าไปได้ไม่กี่ก้าวหินก็เรียกเอาไว้ก่อน

 

“ไอรดา” จำชื่อจริงนี้ได้เพราะเจ้าตัวชอบเข้ามาถามเรื่องเรียนอยู่บ่อยๆ

 

“คะ?” คนถกเรียกหมุนตัวกลับมาพร้อมรอยยิ้มหวาน ส่วนแฟนนั้นกัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงดังกรอด

 

สนิทกันแค่ไหนถึงจำชื่อจริงได้

 

“คนนี้ไม่ใช่น้องชายผมหรอก”

 

“...”

 

“เขาเป็นคนรักของผมเอง”

 

ประโยคนั้นไม่เพียงทำให้ไอรดานิ่งงันแต่แฟนเองก็ไม่คาดคิดว่าหินจะเปิดเรื่องนี้ให้นักศึกษาได้รับรู้

 

ด้วยหน้าที่อาจารย์แล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

 

สายตาวาวโรจน์ของฝ่ายนั้นตวัดมามอง จากนั้นจึงหันกลับไปมองหน้าหินอีกครั้ง

 

“ค่ะ!” ไอรดาอึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้แล้วกระแทกเสียงตอบ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องโดยไม่รักษาท่าทีใดๆ เช่นก่อนหน้า

 

หินลอบถอนหายใจพลางเดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูให้เรียบร้อย

 

“บอกไปแบบนี้จะไม่เป็นอะไรหรือไง” แฟนถามขึ้น

 

“ถ้าไม่บอกคงเป็นมากกว่า”

 

หินรู้เลยว่าปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับแฟนจะตามมาถ้าไม่พูดออกไปให้ชัดเจน

 

ตามนิสัยแล้วเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่แฟนไม่อาจวางใจได้ และหน้าที่ให้ความวางใจกับอีกคนก็เป็นหน้าที่ของเขาเอง

 

อะไรก็ตามที่จะทำให้ไม่มีปัญหาระหว่างกันตามมา มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดเลยว่าจะทำหรือไม่ทำ

 

อีกทั้งการบอกออกไปแบบนั้นก็เป็นผลดีกับหลายอย่างมากกว่า

 

แฟนไม่ต้องเป็นกังวล และฝ่ายนั้นจะได้เข้าใจว่าไม่มีทางได้ในสิ่งที่คาดหวัง

 

 

TBC.

 

 

แปะรูปรถของพี่หินมาด้วยค่ะ^^

 

 

เป็น Maserati Ghibli 2018 แหละะะะ

ของพี่หินเป็นรุ่นท็อปด้วย สนนราคาเบาๆ 8 หลักค่ะ><

 

หายไปนานหน่อยเพราะมีสอบและโปรเจกต์~

ตอนนี้อยากสื่อให้เห็นว่าพี่หินเขาก็มีจุดอ่อนเหมือนกันน้า

ไม่มีใครสมบูรณ์เพอร์เฟคไปหมดทุกอย่างหรอกเนอะ

ส่วนเรื่องน้องไอนี่คือบับ...

ชัดเจน หนักแน่น สมกับเป็นพี่หิน(อิจฉาน้องแฟนมากกก)

ใกล้ตอนจบเข้ามาเรื่อยๆ แล้วน้า

แต่ยังมีหลายอย่างที่จะใส่ไปให้เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นค่ะ ไม่จบห้วนแน่นอน^^

ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะ~

ปล.ชื่อตอนดูแลแฟน แฟนในทีนี้คือพี่หินนะคะ

เป็นสถานะไม่ใช่ชื่อน้องแฟนน้า


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.427K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5656 Airzaa1810 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 13:07
    พี่หินของน้องแฟนชัดเจนมากกกกกกก
    #5,656
    0
  2. #5564 yuri_miko (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:45
    ชัดเจนดีมาก
    #5,564
    0
  3. #5472 rattanalak44 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 22:09
    รถพี่กินสวยมากกกกก
    #5,472
    0
  4. #5454 lomamee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 11:20
    มันต้องแบบนี้ค่ะพี่หินของน้องแฟน
    #5,454
    0
  5. #5423 12311232123312 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 16:59
    แงงงงงง
    #5,423
    0
  6. #5346 Yooika (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:14
    ความพี่หินเนอะ ชัดเจน เราชอบบ
    #5,346
    0
  7. #5340 Nuthathai Por (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 17:07
    ทำดีมากค่ะพี่หิน
    #5,340
    0
  8. #5222 Minyy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:11
    คนจริงต้องชัดเจนค่ะ พี่หินพี่เจ๋งมากกกกก ชอบๆ
    #5,222
    0
  9. #5190 ilyyy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 01:51
    ฮรุกพี่หินคนแมน สุดยอดอะพี่
    #5,190
    0
  10. #5064 hannna (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 14:59
    ความพี่หินเนอะะะะ
    #5,064
    0
  11. #5001 yuyuyingying (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    หลัวในฝัน
    #5,001
    0
  12. #4844 ojay2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 22:44
    พี่หินนน ทำดีมากค่ะ
    #4,844
    0
  13. #4836 ookhappy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 07:05

    รถพี่หืนสวยมากค่ะ ^_^

    #4,836
    0
  14. #4760 jaisai09 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 12:16
    #สู่รู้นัก 5555 น้องงงงง อยากให้เปล่งเป็นเสียงให้ได้ยินจริงๆ
    #4,760
    0
  15. #4699 areenachesani (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 13:51
    หึๆ

    เป็นไงล่ะไอ
    #4,699
    0
  16. #4679 Aomm8 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 11:10
    อยากจะพรีออเดอร์พี่หินมาเปนหลัวเหลือเกินนนน 😍😍😍
    #4,679
    0
  17. #4652 MookNachcha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 10:11
    โอ้ยยพี่หินน้อยของน้อง น่ารักมากกลัวเข็มด้วย 55555
    #4,652
    0
  18. #4631 MILD__ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 16:15
    ชัดเจนมากพี่หิน น่ารักกกกกกก
    #4,631
    0
  19. #4616 rithai99 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 13:34
    น้องไออออออ ไปคะ ไปเล่นข้างนอก
    #4,616
    0
  20. #4582 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 01:49
    อื้อหือ ชัดเจนนะคะน้องไอ 55
    #4,582
    0
  21. #4530 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 03:17
    ว้ายยยยยยยย ดีอยู่ในสถานศึกษานะคะไม่งั้นคงเรียกเมียยย
    #4,530
    0
  22. #4475 koy_incle (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 23:15
    สะใจมากตอกหน้าไอรดาแบบเงิบไปเลย นั่นไม่ใช่น้องชายอาจารย์แต่เป็นคนรักครับ
    #4,475
    0
  23. #4443 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:12
    อูววววววเยี่ยมมากกกค่ะ
    #4,443
    0
  24. #4427 maybee23 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 10:40
    ว้ายยยแพ้ 5555555
    #4,427
    0
  25. #4145 PPSnook (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 20:04
    หน้าแหกค่ะ55555
    #4,145
    0