Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 26 : แฟนกับครอบครัวของหิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,387 ครั้ง
    13 พ.ค. 61


ตอนที่ 26
#พี่หินคนห่าม

 

“น้องแฟนอยากได้อะไร อยากกินอะไร บอกได้ทุกอย่างเลยนะลูก เดี๋ยวแม่ให้คนจัดการให้” คนฟังได้แต่ยิ้มบางพลางรับคำตามมารยาท

 

เช้าวันอาทิตย์ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จโดยที่หินออกไปคุยธุระเรื่องรถ คนเป็นแม่ก็พาลูกสะใภ้มาเที่ยวเล่นที่ปั๊มน้ำมันเนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้าน

 

แฟนนั่งอยู่ในส่วนของออฟฟิศทำงาน เห็นแม่ของหินคุยกับคนที่แวะเวียนเข้ามาหาอยู่สักพักก่อนอีกฝ่ายจะปลีกตัวมาหา

 

“วันอาทิตย์เลยวุ่นๆหน่อย แม่เสร็จธุระแล้วเราไปเดินดูรอบๆดีไหมจ๊ะ หรือว่าน้องแฟนอยากนั่งรอหินอยู่ในนี้”

 

“ไปเดินดูรอบๆก็ได้ครับ” คนเห่อลูกสะใภ้ยิ้มรับจากนั้นจึงพาแฟนออกไปเปิดหูเปิดตาด้านนอก

 

ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่มีร้านค้ามากกว่าสิบร้าน ผู้คนแวะเวียนเข้ามาใช้บริการจนที่จอดรถแน่นขนัด

 

ไม่ว่าจะเดินเข้าออกร้านไหนแม่ของหินก็มักจะมีนู้นนี่นั่นติดมือให้เสมอ และกว่าจะมาจบที่ร้านกาแฟก็เดินจนเหงื่อไหลซึมตามกรอบหน้า

 

เพียงแค่เจ้าของปั๊มมาเยือน พนักงานหลายคนก็ต่างเข้ามาต้อนรับจนต้องบอกว่าแค่เข้ามาดื่มกาแฟ ทุกคนจึงสลายตัวกลับไปทำงานเช่นเดิม

 

“เหนื่อยไหมลูก”

 

“นิดหน่อยครับ” แฟนเอ่ยตอบยามลมเอื่อยๆพัดผ่านใบหน้า

 

มุมส่วนตัวด้านนอกซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้และสวนหย่อมทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังตั้งอยู่ในมุมที่ลมโกรกจึงทำให้ไม่ร้อนอบอ้าวอย่างที่คิด

 

“เสียดายที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ แม่เลยไม่ได้พาไปเลือกสร้อยที่ร้าน”

 

“ไม่เป็นไรเลยครับ แค่นี้ก็รบกวนคุณแม่มากแล้ว”

 

คนถูกรบกวนระบายยิ้มเอ็นดูยามสายตาจับจ้องมองแฟนอยู่ไม่ห่าง

 

“เล็กน้อยมากจ้ะ  อย่าติดนิสัยหินมามากนักเลยนะ”

 

เมื่อพูดถึงลูกตัวเองเสียงถอนหายใจเบาๆก็ดังขึ้น ขณะที่แฟนรู้สึกแปลกใจกับคำที่ได้ยิน

 

ใบหน้าซึ่งคล้ายคลึงกับหินบางส่วนยิ้มอ่อนเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต

 

“เมื่อก่อนนี้ตอนหินสักหกเจ็ดขวบ บ้านเรายังลำบากเพราะกู้เงินมาเปิดร้านทอง ตอนเช้าตรู่ก่อนเปิดร้านและตอนเย็นหลังปิดร้านก็ต้องไปขายกับข้าวที่ตลาดเพื่อหารายได้เสริมอีกทาง น้ำกับหินก็ไปช่วยตลอด สองพี่น้องตัวเล็กๆตื่นตีห้ามาช่วยพ่อกับแม่ทุกวัน โดยเฉพาะคนน้องที่ไม่เคยบ่นไม่เคยงอแงเลยสักนิด คนพี่เขาก็ยังมีงอแงบ้างตามประสาเด็กผู้หญิงน่ะนะ”

 

“...” แฟนนิ่งเงียบ ตั้งใจฟังสิ่งที่แม่ของหินเล่าอย่างตั้งใจ

 

“เพราะเรามีเงินจำกัด บางทีจะซื้อของเล่นหรือซื้ออะไรให้ตามประสาเด็กก็ต้องแบ่งว่าอันนี้จะให้ใคร แต่หินก็จะให้พี่เขาตลอด พ่อกับแม่ถามว่าจะเอาอะไรไหมก็มักส่ายหน้าปฏิเสธ บอกแต่ว่าให้พี่น้ำ...ของเล่นตอนเด็กเลยมีแค่กลองที่ทำจากกระป๋อง หรืออะไรที่ประดิษฐ์เองขึ้นมา นั่นเลยเป็นสาเหตุที่หินเคยชินกับการทำอะไรด้วยตัวเอง หาทุกอย่างมาด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากรบกวนครอบครัว”

 

แม้เป็นความทรงจำที่ยากลำบากแต่บนใบหน้าของคนเล่ากลับมีรอยยิ้ม แฟนมองเห็นความภูมิใจฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น และนั่นก็ส่งผลให้คนฟังยิ้มตาม

 

เป็นคนดีมาตั้งแต่เด็กเลยสินะ

 

“แม้วันนี้เราจะไม่ลำบากแล้ว แต่หินก็ยังเคยชินกับนิสัยนั้น...บ้านก็เก็บเงินสร้างเอง เครื่องดนตรีทุกชิ้นก็เก็บเงินซื้อเอง ถึงบ้านเราจะมีฐานะดีขึ้นจนมาเปิดปั๊มแต่หินก็ยังมาช่วยงานแลกกับค่าขนม ทำงานเหมือนพนักงานทุกคน เอาเงินเป็นรายวันไปจนขึ้นมหาลัย”

 

“...”

 

“พอรู้ว่าหินชอบดนตรี ทุกคนในบ้านก็สนับสนุนเต็มที่ ตอนได้ทุนไปออสเตรียเจ้าตัวก็ไม่ค่อยอยากไป จนพ่อเขาต้องขอร้องถึงได้ยอม ตลอดมาหินไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากพ่อกับแม่เลย พอวันหนึ่งหลังจากเรียนจบมหาลัยเขาก็เข้ามาบอกว่าชอบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อาจจะมีหลานให้ไม่ได้นะ”

 

“...”

 

“ตอนนั้นพ่อกับแม่ก็ตกใจ อึ้งไปเลยล่ะ แต่แม่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้านั่นคือสิ่งที่หินขอ ให้เขาได้เลือกทางเดินชีวิตตัวเองทำไมจะให้ลูกไม่ได้ แม่แทบไม่เคยได้ให้อะไรหินเลย ฉะนั้นเลยให้ในสิ่งที่เขาอยากเป็น สิ่งที่เจ้าตัวอยากทำ...เราก็ค่อยๆเรียนรู้และเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องที่แย่ หินยังเป็นหินคนเดิม”

 

ท่าทีของคุณแม่คนแกร่งยามพูดถึงเรื่องราวของลูกแล้วกลับกลายเป็นอีกคน มุมอ่อนโยนซึ่งแทบไม่เคยแสดงออกกับลูกกำลังถูกเผยออกมาช้าๆ

 

“...”

 

“พอแม่รู้ว่าหินคบกับน้องแฟนก็ตื่นเต้นมาก อยากรู้ว่าคนที่ลูกตัวเองรักจะเป็นยังไงจนเมื่อมีโอกาสได้เจอกัน แม่อาจจะตื่นเต้นมากไปหน่อยเพราะมีคนที่จะทำให้แม่ได้ทำหน้าที่ ได้เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีบ้าง...น้องแฟนอึดอัดไหมลูก”

 

“ไม่ครับ ไม่เลย”

 

เสียงปฏิเสธดังขึ้นทันควันโดยไม่ได้ตอบเพียงเพื่อเอาใจ แฟนส่งยิ้มให้คุณแม่คนเก่งหน้าด้วยความจริงใจและนับถือ

 

การเลี้ยงลูกทั้งสองคนในสถานการณ์ยากลำบากไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

“จะให้อะไรน้ำกับหินทีก็เอาแต่ปฏิเสธ บอกว่าไม่จำเป็นบ้าง ฟุ่มเฟือยบ้าง บางทีแม่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำหน้าที่แม่อย่างที่ควร พอมีน้องแฟนเข้ามาเลยอยากดูแลเหมือนเป็นลูกตัวเอง”

 

ไม่ได้ดูแลลูกตัวเองก็ดูแลแฟนลูกแทน

 

“ไม่เลยครับ คุณแม่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ...การที่ทำให้พี่น้ำกับพี่หินเกิดมาเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้งสองคนเป็นคนดี”

 

คำชมนั้นทำให้คนเป็นแม่ยิ้มรับพลางทอดมองแฟนของลูกด้วยสายตาอ่อนโยน

 

“น้องแฟนนี่น่ารักสมกับเป็นคนที่หินเลือกจริงๆ เจ้าทื่อนั่นอาจจะปากแข็งไปบ้าง ไม่ชอบพูดบ้าง มีโลกส่วนตัวสูงบ้างก็อย่าถือสานักเลยนะลูก”

 

แฟนถึงกับหลุดหัวเราะกับสิ่งที่ได้ยิน เนื่องจากทุกสิ่งที่แม่ของหินพูดมานั้นล้วนเป็นความจริงทั้งหมด

 

“ตอนนี้ชินซะแล้วแหละครับ”

 

“นิสัยเหมือนพ่อเขาน่ะ รายนั้นก็เหมือนกันเป๊ะ ไม่มีลูกคนไหนได้นิสัยแม่มาสักคน” พูดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวเมื่อนึกถึงผู้เป็นสามีตัวเอง

 

ต้นฉบับของหิน ราวกับโคลนนิ่งกันมา

 

“นินทาอะไรผมกับพ่อกัน”

 

คนทั้งสองหันพรึบไปทางต้นเสียงก่อนร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งถูกพูดถึงจะเดินตรงเข้ามาหาแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างแฟน

 

“ตายยากจริงๆ”

 

“นินทาผมอยู่ล่ะสิ” คนเป็นลูกถามกลับ

 

“ก็เผาแกจนเกรียมนั่นล่ะ” ท่าทางยามอยู่กับลูกกลับมาเป็นปกติโดยทันที

 

แฟนได้คำตอบแล้วว่าหินเหมือนแม่ตรงไหน

 

ตรงที่ปากแข็งนี่แหละ

 

“แล้วเรื่องรถ บอยมันว่ายังไง”

 

บอยคือเพื่อนของหินซึ่งเป็นเจ้าของโชว์รูมรถ

 

“ใช้เวลาดำเนินการประมาณสองเดือนกว่า”

 

“ทำไมนาน” คนเป็นแม่ซึ่งแสนใจร้อนขมวดคิ้วฉับ

 

“ก็ต้องทำเรื่องเยอะ นี่มันก็พยายามประสานงานกับศูนย์ที่กรุงเทพให้อยู่...อยากได้อะไรดีๆก็ต้องใจเย็นๆสิครับ”

 

หินอธิบายพลางเอื้อมไปหยิบช็อกโกแลตปั่นซึ่งละลายไปกว่าครึ่งของแฟนขึ้นมาดูด อากาศข้างนอกร้อนจนผิวแทบไหม้

 

“งั้นระหว่างสองเดือนนี้ก็เอารถที่บ้านลงไปใช้ เอาคันที่ซื้อมาใหม่ไป ฉันจะให้คนขับไปส่งทีหลัง”

 

“ผมปฏิเสธได้ไหม” คิ้วเข้มเลิกขึ้น

 

“ไม่ได้”

 

หินยักไหล่น้อยๆเนื่องจากรู้ดีว่าไม่อาจปฏิเสธความต้องการของแม่ตัวเอง ขณะที่แฟนได้แต่นั่งฟังสองแม่ลูกคุยกันตามสไตล์บ้านคณานนท์ไปเงียบๆ

 

ใครว่าหินเหมือนพ่อ เหมือนแม่มากเลยต่างหาก

 

--

 

“สรุปแม่มึงให้ซื้อรถรุ่นอะไร” เมื่อมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสองยามนั่งรถกลับบ้านไปกินข้าวเที่ยงแฟนจึงเอ่ยถามขึ้น

 

เมื่อคืนหลังจากกลับจากบ้านใหญ่ หินบอกเพียงว่าแม่ให้เปลี่ยนรถที่ดูเอาไว้ ตอนเช้าจึงจะลองไปคุยกับเพื่อน คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานนักเลยไม่ต้องให้ไปด้วย

 

“ไว้ถึงวันรับรถเดี๋ยวมึงจะได้รู้ กูอยากเซอร์ไพร์ส”

 

รอยยิ้มมุมปากของคนที่กำลังขับรถอยู่ทำให้แฟนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

 

“บอกสักนิดก็ไม่ได้เลย”

 

หินส่ายหัวเป็นคำตอบให้คนอยากรู้เลยได้แต่ถอนหายใจ

 

“เซอร์ไพร์สก็เซอร์ไพร์ส”

 

ร่างเล็กทิ้งตัวลงพิงกับเบาะ แขนเรียวยกขึ้นมากอดอกพลางเบ้ปากใส่คนชอบเซอร์ไพร์ส ก่อนเสียงหัวเราะในลำคอแกร่งจะดังขึ้นเพราะท่าทางนั้น

 

“วันนี้แม่กูพาตะลอนปั๊มจนทั่วไหม”

 

“อืม ได้ของมาเต็มเลย”

 

ทั้งของกิน เสื้อผ้า และของฝากเต็มไปหมด

 

“มึงอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า เดี๋ยวกูบอกป้านางทำให้ เที่ยงนี้คงเป็นส้มตำมื้อใหญ่”

 

อาหารประจำภาคและอาหารประจำบ้าน มื้อเที่ยงที่รวมตัวกันแบบนี้จึงไม่พ้นส้มตำ ไก่ย่าง ขนมจีน และเครื่องเคียงอีกมากมาย

 

“ไม่เป็นไร กูกินได้หมด”

 

“เป็นสะใภ้ขอนแก่นต้องเลี้ยงง่ายอยู่ง่าย” หินหันมายักคิ้วหยอกเย้า

 

“แล้วกูไม่เลี้ยงง่ายตรงไหน”

 

“ก็เพราะเลี้ยงง่ายไงเลยได้เป็นเมียกู”

 

แฟนยักไหล่ใส่คล้ายกับเอือมระอาในคำพูดของอีกคน ทว่าข้างในกลับเกิดความอิ่มเอม สรรพนามที่ไม่เคยคุ้นชินนั้นส่งผลให้แก้มร้อนวูบวาบจนต้องทำทีเป็นเบือนหน้าไปมองข้างทาง

 

เมีย...

 

ได้ยินกี่ครั้งก็ไม่ชิน

 

--

 

“กูต้องแวะไปเอาของที่บ้านเพื่อนกู อยากไปด้วยหรือเปล่า” หินเอ่ยขึ้นหลังจากมื้อเที่ยงแสนอิ่มหนำสำราญผ่านพ้นไป

 

อิ่มจนต้องออกมานั่งย่อยหน้าบ้าน

 

“ไม่ดีกว่า มึงไปเถอะ”

 

“งั้นรออยู่บ้านนะ ไม่นานหรอก”

 

ใบหน้าสวยกดลงรับ ก่อนหินจะโน้มมากดจูบบนหน้าผากแล้วหยัดกายลุกขึ้น ทิ้งคนถูกจูบโดยไม่ได้ตั้งตัวเอาไว้อย่างนั้น

 

“อะไรของเขา” ปากเล็กขยับบ่นพึมพำพลางอมยิ้มให้กับการกระทำที่ไม่คาดคิด

 

เมื่อเห็นรถคันหรูแล่นออกจากบ้านไปแฟนจึงลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน พ่อกับแม่และพี่สาวของหินพักผ่อนอยู่ในส่วนของห้องรับแขก คนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรจึงเดินไปทางห้องครัว

 

“อ้าว คุณแฟน จะเอาอะไรหรือเปล่าคะ” ป้านางเอ่ยขึ้นเมื่อหันมาเห็น

 

“ไม่ได้จะเอาอะไรครับ ป้านางกำลังจะล้างจานเหรอครับ”

 

“ค่ะ พอดีว่าเด็กๆไปทำอย่างอื่นอยู่”

 

คนฟังพยักหน้ารับยามคำพูดของเพื่อนในไลน์ตอนรู้ว่าจะมาขอนแก่นวาบขึ้นมาในหัว

 

ไปบ้านเขาต้องทำให้ครอบครัวผัวรักครอบครัวผัวหลง งานบ้านนี่อย่าให้ขาดตกบกพร่อง

 

“งั้นเดี๋ยวแฟนช่วยครับ”

 

“อุ๊ย อย่าเลยค่ะ คุณแฟนไปพักเถอะนะคะ เดี๋ยวตรงนี้ป้าจัดการเอง” คนแก่รีบปฏิเสธ

 

“ไม่เป็นไรครับ แฟนทำได้”

 

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตร่างเล็กก็ขยับไปยืนอยู่หน้าซิงค์ จานและถ้วยมากมายจากมื้ออาหารเมื่อสักครู่วางอยู่ในอ่างล้างจาน มือบางเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำเป็นอันดับแรกก่อนจะหยิบน้ำยามาบีบลงบนฟองน้ำ ทว่ายังไม่ทันได้เริ่มลงมือ ป้านางก็รั้งเอาไว้ด้วยการเอื้อมมือมาแตะแขน

 

“โถ คุณขา ป้าทำเองได้จริงๆนะคะ คุณแฟนไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ เดี๋ยวมือบางๆจะแสบเอา”

 

“แฟนพอล้างได้ครับ ไม่ต้องห่วง”

 

จะเอ่ยขอร้องอีกครั้งก็ไม่ทันการเมื่อแฟนหยิบจานขึ้นมาแล้วค่อยๆใช้ฟองน้ำถูทำความสะอาด คนแก่จึงได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยให้คนอยากช่วยทำตามความต้องการ ขณะที่ตัวเองก็คอยล้างน้ำสะอาดให้

 

ผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบนาทีความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นกับฝ่ามือทว่าแฟนยังคงอดทน กระทั่งคนที่ยืนอยู่ข้างๆเหลือบมาเห็น เสียงอุทานจึงดังขึ้น

 

“ตายแล้ว มือแดงไปหมดแล้วค่ะ พอเลยๆ ไม่ต้องทำแล้วนะคะ”

 

ป้านางรีบคว้ามือที่กำลังจะหยิบจานใบใหม่ไปใต้ก๊อกน้ำ  ยิ่งไม่มีฟองของน้ำยาล้างจานปกปิดยิ่งเห็นความแดงนั้นชัดเจน

 

“ป้าบอกแล้วใช่ไหมคะว่าไม่ต้องทำ คุณแฟนนี่น่าตีจริงเชียว ดูสิคะ มือแดงไปหมดแล้ว”

 

คนแก่ร้อนรนไปหมดเนื่องจากความเป็นห่วง ขณะที่คนถูกดุได้แต่เม้มปากเข้าหากัน เกิดความรู้สึกเกรงใจที่ทำให้อีกฝ่ายต้องวุ่นวาย

 

“แสบไหมคะ” แฟนพยักหน้ารับเชื่องช้า

 

คราแรกแค่เพียงรู้สึกยุบยิบๆจากนั้นจึงค่อยๆรู้สึกแสบขึ้นจนกลายเป็นร้อนไปทั้งมือ

 

คงเพราะจานมีความแสบจากพริกติดอยู่

 

“งั้นล้างมือด้วยเกลือก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าต้มน้ำอุ่นให้แป๊บเดียว”

 

ร่างอวบอิ่มตามอายุกุลีกุจอไปหยิบเกลือป่นมาให้ก่อนจะรีบหันไปหยิบหม้อมาเตรียมต้มน้ำ

 

“ทำอะไรกันอยู่ครับ”

 

“คุณหิน”

 

คนที่แวะไปเอาของบ้านเพื่อนขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความวุ่นวายเล็กๆตรงหน้า และยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีกเมื่อเห็นมือของแฟนเต็มไปด้วยเกลือ

 

“เป็นอะไร”

 

น้ำเสียงที่เอ่ยถามเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความแดงบนฝ่ามือเล็กนั้นไม่ต้องบอกก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ

 

“คือ...” คนถูกถามทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักในลำคอ

 

“คุณแฟนมาช่วยป้าล้างจานน่ะค่ะ คงจะแพ้น้ำยาล้างจานไม่ก็แสบเพราะพริกจากส้มตำ”

 

คำอธิบายนั้นทำให้หินส่งสายตาดุๆไปยังคนข้างตัว

 

“งั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมดูแลแฟนเอง ป้านางไปทำอย่างอื่นเถอะ”

 

“ค่ะ ป้าตั้งหม้อให้แล้วนะคะ หลังจากถูเกลือเสร็จก็ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือถ้ายังไม่หายก็ให้ใช้น้ำมันพืชถูมือแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด”

 

คนแก่รับคำพลางบอกวิธี หลังจากหินพยักหน้ารับจึงรีบปลีกตัวออกไปให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัว

 

และเมื่อห้องครัวเหลือเพียงสองคนหินก็ดุคนตรงหน้าขึ้นทันที

 

“รู้ว่ามือตัวเองบางแล้วทำทำไม”

 

ปากดุแต่มือหนากลับเอื้อมไปจับมือเล็กมาถูด้วยเกลือเบาๆ ฟันซี่ขาวกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่นเมื่อความแสบร้อนแผ่ไปทั่วเหมือนผิวกำลังจะไหม้

 

หินทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนจะหันไปผสมน้ำอุ่นแล้วยกกะละมังใบเล็กมาให้แฟนล้างมือ ทว่าพอล้างเสร็จแล้วความแสบร้อนก็ยังไม่จางหาย

 

“ดีขึ้นไหม” แฟนส่ายหน้าตอบ น้ำตาเริ่มคลอเพราะความทรมาน

 

“งั้นลองใช้น้ำมันพืช”

 

ร่างสูงหันไปหยิบขวดน้ำมันพืชมาเทใส่มือให้แล้วถูไปมา ใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่ามือที่แดงจะค่อยๆรู้สึกดีขึ้น แม้จะยังไม่หายแสบทั้งหมดแต่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่

 

ดวงตาคู่สวยจับจ้องอยู่บนใบหน้าเรียบนิ่ง กระแสความดุจากหินยังไม่จางหาย หัวคิ้วเข้มไม่คลายออกจากกันเลยแม้แต่นิด

 

“ถ้ายังไม่หายก็ไปหาหมอ”

 

“เริ่มดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นไปหาหมอหรอก” แฟนตอบเสียงเบา

 

“งั้นก็ไปนั่งพักข้างนอกไป”

 

ร่างสูงลุกขึ้นเอากะละมังน้ำอุ่นไปเทแล้ววางไว้ให้คนมาจัดการต่อ หากแต่เพียงหมุนตัวกลับมาแฟนก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า ช้อนสายตามองกันเหมือนกำลังจะออดอ้อน

 

“ทำไมต้องดุด้วย”

 

“แล้วจะไม่ให้ดุได้อย่างไง ดื้อจนตัวเองเป็นแบบนี้”

 

“กูแค่อยากช่วย”

 

“จะช่วยอะไรก็ต้องดูตัวเอง เป็นอะไรขึ้นมากูจะทำยังไง พามึงมาแต่ดูแลมึงได้ไม่ดีนี่ใช่เรื่องไหม”

 

ท่าทางของหินดูเกรี้ยวกราดราวกับกำลังหงุดหงิดแต่คนที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงแอบอมยิ้มอยู่ข้างใน พลันหยุดความร้อนทั้งหมดลงด้วยการขยับเข้าไปกอด ซบหน้าลงกับอกกว้าง

 

“มึงดูแลกูดีที่สุดแล้ว กูแค่แสบมือ ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย”

 

เสียงถอนหายใจเฮือกดังตามมา ไม่นานนักหินก็เลื่อนแขนขึ้นมากอดตอบ รัดคนตรงหน้าแน่นจนแทบจมหายไปกับอกเป็นการทำโทษกลายๆ

 

“เก่งนักเรื่องทำให้กูเป็นห่วง ปล่อยเอาไว้คนเดียวไม่ได้เลย”

 

“กูก็แค่ไม่อยากอยู่เฉยๆ มารบกวนบ้านมึงทั้งที”

 

“เป็นเด็กดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“เป็นตั้งนานแล้วเถอะ” แฟนผละใบหน้าออกห่างแล้วเงยหน้ามองคนสูงกว่าด้วยสายตาขุ่นๆ

 

“หึ จะดีกว่านี้มากถ้าทำตัวให้กูเป็นห่วงน้อยลง”

 

“เป็นห่วงกูมากเพราะรักกูมากเอง ให้ทำไง”

 

ท่าทางเชิดหน้าขึ้นพลางพูดด้วยน้ำเสียงและสายตามั่นอกมั่นใจทำให้หินหมั่นไส้จนต้องส่ายหน้า นิ้วแกร่งยกขึ้นมาเคาะลงบนหน้าผากเล็กหนึ่งที

 

“หลงตัวเอง”

 

“ไม่ใช่แค่หลงตัวเอง คนแถวนี้ก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้น”

 

ประโยคซึ่งคล้ายกับว่าตัวเองเคยเล่นไปแล้วดังขึ้นให้คนฟังเลิกคิ้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่าย

 

ก็เป็นความจริงอ่ะนะ

 

“หรือจะให้หลงคนอื่น?”

 

“ก็ลองดู กูจะตามไปเผาบ้านมัน...แล้วก็บ้านมึง” คำสุดท้ายแฟนเน้นเสียงจนคนตั้งใจพูดกวนรู้สึกร้อนๆหนาวๆ

 

“โหดจังวะ”

 

หินพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหน้าไปมา แต่ก่อนจะพูดอะไรมากไปกว่านั้นเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นให้ต้องผละออกจากกัน

 

“น้องแฟนเป็นยังไงบ้างลูก เห็นป้านางบอกว่ามือแพ้พริกเหรอหืม”

 

หินถอนหายใจเมื่อเป็นแม่ตัวเองที่เดินเข้ามา

 

มากกว่าเขาที่ห่วงแฟน ก็แม่นี่แหละ...

 

--

 

“อันนี้เป็นสร้อยคอ ส่วนทางนี้สร้อยข้อมือ มีจี้ให้เลือกด้วย น้องแฟนชอบแบบไหนก็เลือกเลยนะลูก”

 

กล่องสร้อยทองสีแดงกำมะหยี่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะจนละลานตา ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบเนื่องจากไม่คาดคิดกับสิ่งของตรงหน้า

 

ก่อนจะบินกลับกรุงเทพไฟล์ทค่ำ แม่ของหินก็จัดการทุกอย่างให้เยอะแยะไปหมด

 

“จริงๆก็มีแหวนด้วย แต่แม่ว่าเอาเป็นแหวนเพชรดีกว่าเนอะ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนแถวนี้ไปแล้วกัน”

 

คนแถวนี้ซึ่งนั่งกินแอปเปิ้ลอยู่ข้างแฟนสำลักจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาจิบ เสียงไอดังคลุกคลักจนมือบางต้องเอื้อมไปลูบหลังพร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรครับ ให้คนแถวนี้มีเวลาเก็บเงินก่อนก็ได้”

 

แฟนหันไปยักคิ้วใส่คนข้างตัวยามเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพราย ขณะที่คนซึ่งถูกทั้งแม่และแฟนตัวเองรุมก็ถอนหายใจพรืด

 

แค่นี้ก็จนจนไม่รู้จะจนยังไงแล้ว

 

“เชิญคุณทั้งสองเลือกสร้อยตามสบายเลยครับ” หินเบี่ยงหัวของลูกธนูไปทางอื่นก่อนมันจะปักเข้าตัวเองให้เป็นแผลมากไปกว่านี้

 

ขนาดนั่งอยู่เฉยๆยังมิวายโดน

 

“ไหน น้องแฟนชอบแบบไหนลูก” คนเป็นแม่ปรายตามองลูกตัวเองเพียงนิดก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับลูกสะใภ้ต่อ

 

จากนั้นจึงเป็นเวลาคุยกันเรื่องสร้อยของสองแม่ลูก(?) ทิ้งหมาหัวเน่าที่ราวกับไม่ใช่ลูกเจ้าของบ้านให้นั่งฟังและนั่งมองโดยไม่มีใครสนใจ

 

หินได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกอบอุ่นใจกับความเข้ากันได้ของคนทั้งสอง

 

แม่คงอยากมีลูกแบบแฟน เข้ากันทั้งไลฟ์สไตล์ และนิสัย

 

 

 

หลังจากเลือกสร้อยคอและสร้อยข้อมือได้เรียบร้อย ก็เป็นเวลาเก็บของเตรียมตัวกลับ ทันทีที่เข้ามาในบ้านไม้แฟนก็ทิ้งตัวลงบนพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน การตื่นแต่เช้าไปทำนู้นทำนี่ตลอดทั้งวันทำให้รู้สึกหมดพลังงานจนอยากนอนอีกรอบ

 

“เป็นอะไร” หินนั่งยองๆลงถาม

 

“ง่วง” คนตอบเอียงหัวซบลงกับเข่าของคนถาม

 

“จะนอนรึเปล่า ตอนนี้เพิ่งสี่โมงเย็น บินหกโมง ยังมีเวลาสักชั่วโมง”

 

“หึ กลัวจะไม่อยากตื่น”

 

หินมองเด็กน้อยหมดสภาพตรงหน้าแล้วยกยิ้ม สุดท้ายจึงเป็นหน้าที่ตัวเองที่ต้องอุ้มแฟนขึ้นทั้งตัวแล้วพาไปยังโซฟา

 

“มาบ้านกูสนุกหรือเปล่า” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัวเมื่อแฟนกำลังนอนอยู่บนตัวหินทั้งตัว

 

“สนุกมาก อยากมาอีก”

 

ใบหน้าสวยที่เอียงซบเปลี่ยนเป็นตั้งตรง ปลายคางวางอยู่บนอกแกร่ง สบสายตากับคนที่ทำหน้าที่เป็นเบาะรองนอนใต้ร่าง

 

“ไว้ว่างๆค่อยมา”

 

“ได้ไปเที่ยวไม่กี่ที่เอง อยากมาอีก มาหลายๆวัน”

 

“ห่วงเที่ยว?”

 

“อะไร ก็อยากมาหาครอบครัวมึงด้วย”

 

คนฟังยกยิ้มกับคำตอบของแฟน ภาพที่ไม่เคยจินตนาการเอาไว้ได้เกิดขึ้นแล้วด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

 

การพาใครสักคนซึ่งเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตให้มารู้จักกับครอบครัว...ไม่เคยคิดเอาไว้มาก่อนกระทั่งเจอแฟน

 

“คราวหน้าก็ชวนครอบครัวมึงมาด้วย”

 

“แน่นอน นี่พ่อกับแม่ตื่นเต้นกว่ากูอีกมั้ง ไลน์มาถามใหญ่ว่าบ้านมึงเป็นยังไงบ้าง”

 

คิดถึงพ่อแม่ตัวเองแล้วแฟนก็ได้แต่ส่ายหัวอ่อนใจ คนที่ตื่นเต้นมากกว่าคนจะมาคือพ่อกับแม่ที่พร่ำบอกให้ทำตัวดีๆ ทั้งยังคอยส่งข้อความและโทรมาถามข่าวเป็นระยะ

 

“แล้วมึงตอบว่ายังไง”

 

“ก็บอกว่าดีมาก พ่อ แม่ พี่ แล้วก็ทุกคนในบ้านมึงใจดีกับกูมาก ดูแลดีมาก”

 

คำว่ามากถูกลากเสียงยาวเหยียด ท่าทางการพูดน่ามันเขี้ยวจนคนมองอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปจูบ แฟนใช้เวลาตั้งสติไม่กี่วินาทีปลายลิ้นเล็กก็ขยับเกาะเกี่ยวตอบกลับ แม้จะไม่เข้าใจถึงสาเหตุของการจูบนักแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหาคำตอบ

 

เสียงจูบดังคลอในความเงียบ จูบอ่อนหวานที่ไม่ได้ลึกซึ้งไปมากกว่านั้นดำเนินต่อไปหลายนาทีกระทั่งต้องหยุดลงเนื่องจากรู้สึกเมื่อยปาก

 

“เมื่อย”

 

แฟนผละออกแล้วหลุดหัวเราะยามริมฝีปากได้รูปเลื่อนขึ้นไปกดจูบแก้มเนียนซ้ำๆ

 

“หายเจ็บหรือยัง” จุดที่โดนถามถึงถูกมือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้ ขยายความให้รู้ความหมาย

 

“ใกล้ได้เวลาแล้ว ห้ามหื่น”

 

ปากบอกว่าห้ามแต่กลับไม่มีส่วนใดของร่างกายขยับหนี ยังคงปล่อยให้มือของหินเลื้อยเข้ามาทางขอบกางเกงแล้วสัมผัสส่วนล่างโดยมีเพียงชั้นในบางๆขวางกั้น

 

“ถามเผื่อจะกลับไปหื่นที่กรุงเทพ”

 

เรียวปากร้อนเคลื่อนลงมาตามกรอบหน้า ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปดูดกลืนผิวเนื้อบริเวณซอกคอบางโดยที่แฟนก็ให้ความร่วมมือด้วยการเอียงคอเปิดทาง การกระทำซึ่งสวนทางกับคำว่าห้ามหื่นเมื่อสักครู่

 

“ดีขึ้นแต่ยังไม่หายทั้งหมด มึงต้องเบามือ”

 

“กูเบาได้มากสุดแค่ไหน”

 

“มึงไม่เคยเบาได้เลย”

 

หินหลุดหัวเราะให้กับคำตอบที่ได้ยินขณะมือเริ่มซุกซนเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อเปลือยเปล่าของบั้นท้ายเล็ก จนคนถูกรุกล้ำต้องเอ่ยห้ามเสียงหลง

 

เผลอคุยแป๊บเดียวเอง!

 

“อื้อ พอเลย ก่อนที่มึงจะห้ามตัวเองไม่ได้” มือเล็กเอื้อมไปจับท่อนแขนใหญ่ทางด้านหลังเอาไว้

 

“นิดหน่อยน่า” ใบหน้าคมผละออกจากซอกคอของแฟนแล้วเงยขึ้นตอบ

 

“นี่ไม่นิดแล้ว มากกว่านี้ก็สอดนิ้วเข้ามาแล้วไหม”

 

คนฟังยิ้มพรายก่อนจะแกล้งบีบก้อนกลมๆในมือหนึ่งทีแล้วยอมดึงมือออกจากพื้นที่อันตรายในที่สุด

 

“ไอ้หื่น” ทางด้านคนถูกแกล้งก็เอาคืนด้วยการกัดคอกลับจนขึ้นรอยเล็กๆ

 

ไม่ใช่รอยรักแต่เป็นรอยฟันนี่แหละ

 

“กัดมากๆระวังตอนกูเอาคืน”

 

“มึงก็อย่าแกล้งกูสิ” ลูกหมาขี้ยั่วเงยหน้าขึ้นมาพูด

 

“ไม่ให้กูแกล้งมึงแล้วจะให้แกล้งใคร ไม่ให้หื่นกับมึงแล้วจะให้หื่นกับใคร...ก็มีเมียคนเดียว”

 

ไม่เพียงแค่คำพูดแต่รอยยิ้มมุมปากและดวงตาที่ทอประกายวิบวับทำให้คนมองสั่นไหวจนต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พ่ายแพ้ให้กับหินเพียงเพราะประโยคห่ามๆและความกรุ้มกริ่มบนใบหน้า

 

เจ้าเล่ห์นัก

 

“ลองมีหลายคนสิ”

 

“พี่ไม่มีใครหรอกน่า” เสียงทุ้มตั้งใจเอ่ยอย่างอ่อนโยนหวังแกล้งให้แฟนแพ้ราบคาบ

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเพราะ!

 

แน่นอนว่าแผนการของหินมันย่อมได้ผล แต่แฟนยังคงพยายามป้องกันตัวเองด้วยการทำทีเป็นไม่สนใจ

 

อย่าให้อีกฝ่ายรู้ว่าตอนนี้ใจกำลังเต้นแรงแค่ไหน

 

“หึหึ”

 

แต่เพราะความใกล้ชิดที่แทบหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงไม่อาจรอดพ้นจากการถูกหินจับได้

 

เด็กน้อย

 

--

 

“ไว้กลับมาอีกนะลูก มาบ่อยๆ มาทุกอาทิตย์เลยก็ได้” คนถูกกอดยิ้มรับขณะกอดตอบอีกฝ่ายก่อนจะผละออกห่าง

 

ครอบครัวของหินมาส่งที่สนามบินอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศอบอุ่นก่อให้เกิดความวูบโหวงเล็กๆเมื่อต้องจาก

เพียงแค่ไม่กี่วันก็ผูกพันเสียแล้ว

 

“สัญญาว่าจะมาอีกครับ”

 

“ใครไม่มาก็ไม่ต้องไปสนใจ น้องแฟนบินมาแป๊บเดียว พอถึงแล้วก็โทรบอกแม่ แม่จะให้คนมารับทันที”

 

ผู้เป็นสามีและลูกสาวคนโตเหลือบมองหน้ากันพลางยกยิ้มอ่อนใจ

 

เห่อลูกสะใภ้มาก

 

“ถ้ามีเวลา แฟนจะมาแน่นอนครับ” คำตอบนั้นทำให้คนฟังยิ้มรับด้วยความชื่นใจ

 

“เช็กดูแล้วนะ ไม่ลืมอะไรใช่ไหมลูก”

 

เอ่ยถามแฟนแต่ไม่แม้แต่จะสนใจหันไปถามคนเป็นลูกซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลกัน หินถอนหายใจแผ่วจากนั้นจึงหันไปคุยกับพ่อและพี่สาวของตัวเอง

 

“แม่ติดแฟนหินคัก หย่านแอบขึ่นไปหาอยู่เด้อ” (แม่ติดแฟนหินมาก กลัวแอบขึ้นไปหาอยู่หรอกนะ) คนเป็นพ่อพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ

 

“กะวายุ” (ก็ว่าอยู่)

 

“มีลูกใหม๊กะเห๊อเป็นธรรมดา ปล๊อยแม่ไปเถิ่น” (มีลูกใหม่ก็เห่อเป็นธรรมดา ปล่อยแม่ไปเถอะ)

 

วารินเอ่ยขึ้นด้วยความเข้าใจ ลูกทั้งสองนิสัยคล้ายพ่อ พอแฟนซึ่งมีสไตล์คล้ายแม่เข้ามา คนแก่จึงเห่อเป็นธรรมดา

 

“กะบ่อได่ว่าหยัง เห็นแม่มีความสุขกะดีแล้ว” (ก็ไม่ได้ว่าอะไร เห็นแม่มีความสุขก็ดีแล้ว)

 

คนเห่อยังคงล่ำลาลูกสะใภ้อยู่อย่างนั้นกระทั่งเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นจึงจำต้องตัดใจจาก แต่ยังมิวายเข้ามากอดแฟนแน่นทิ้งท้ายอีกครั้ง

 

“เดินทางปลอดภัยนะลูก ถึงแล้วโทรบอกแม่ด้วย”

 

“ครับ” แฟนรับคำด้วยรอยยิ้ม

 

“ประโยคนั้นแม่ต้องบอกผมหรือเปล่า” หินถามขึ้น

 

“แกกับน้องแฟนก็อยู่ด้วยกัน ใครโทรมาก็เหมือนกันนั่นแหละ”

 

“งั้นเดี๋ยวผมโทร”

 

“ไม่ต้อง ฉันจะคุยกับน้องแฟน”

 

คนสองคนที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะ ส่วนลูกซึ่งกลายเป็นส่วนเกินก็แสร้งถอนหายใจให้คนเป็นแม่ได้ยิน

 

“ได้เวลาแล้ว ไว้ผมกับแฟนจะพยายามกลับบ้านบ่อยๆ” ร่างสูงยกมือไหว้ทั้งสามเป็นการบอกลา ขณะที่แฟนก็รีบทำตาม

 

“ขับรถกลับบ้านๆดีครับ”

 

หินขยับเข้าไปกอดพ่อ แม่ และพี่สาวของตัวเองก่อนจะโบกมือลาทิ้งท้ายแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปข้างใน เมื่อพ้นเขตที่ไม่สามารถมองเห็นคนมาส่งได้ แฟนก็สอดมือเข้าหาฝ่ามือใหญ่

 

“แล้วพากูมาอีกนะ” หินหันมามองคนข้างกาย

 

“อืม” แฟนระบายยิ้มเมื่ออีกคนรับคำพร้อมทั้งกระชับมือที่จับกันตอบ

 

สัญญาว่าจะกลับมาหาคุณแม่บ่อยๆ

 

สัญญาว่าจะกลับมาขอนแก่นอีก

 

 

TBC.

 

มาแล้วววววววววว

เข้าใจแล้วเนอะว่าทำไมพี่หินถึงทำตัวติดดิน

ทำไมคุณแม่ถึงเห่อลูกสะใภ้

และทำไมคุณแม่ถึงยอมรับเรื่องของพี่หินได้ง่ายๆ^^

กว่าจะมาถึงจุดที่ร่ำรวยก็เคยลำบากมาก่อนน้า

พี่หินขยันมากๆๆๆๆเลยล่ะค่ะกว่าจะมาถึงตรงนี้(แม้ว่าจะเป็นตอนที่สบายแล้วก็ตาม)

หวังว่าได้อ่านตอนนี้ทุกคนจะเข้าใจพี่หินและครอบครัวพี่หินมากขึ้นนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์เลย~ มันมีค่ามากจริงๆค่ะ

ยังไงก็ฝากให้กำลังใจกันอีกเช่นเคยน้า ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะะะ

(ต้องอ่านหนังสือสอบ ต้องทำโปรเจกต์ด้วย แต่แอบอู้มาลงนิยายแบบนี้ไม่ให้กำลังใจไม่ได้เลยเนอะ อิอิ)

ปล.เจอคำผิดบอกได้ค่ะ บางครั้งคนเขียนก็เบลอ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.387K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5740 _ice1124 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:30

    งู้ยยยยยน่ารักมาก ทั้งครอบครัวเลย

    #5,740
    0
  2. #5655 Airzaa1810 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 00:12
    ความเห่อลูกสะใภ้ของแม่พี่หินนนนนน
    #5,655
    0
  3. #5617 -dddd- (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:00
    ครอบครัวน่ารักมากๆเลยค่ะ
    #5,617
    0
  4. #5593 yu-na (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 13:15
    ครอบครัวน่ารักมากๆเลยค่ะ
    #5,593
    0
  5. #5563 yuri_miko (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:32
    สุดยอดเลยครอบครัวนี้
    #5,563
    0
  6. #5498 Amporn-Melon (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:34
    คือดีทั้งครอบครัวอ่ะน่ารัก
    #5,498
    0
  7. #5471 rattanalak44 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 21:43
    น่ารัก
    #5,471
    0
  8. #5422 12311232123312 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 16:30
    น่ารักกกกกก
    #5,422
    0
  9. #5339 Nuthathai Por (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 15:45

    เข้ากับครอบครัวของอีกฝ่ายได้ดีกันทั้งคู่แบบนี้ ถือเป็นโชคดียิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

    #5,339
    0
  10. #5209 stjinx_singto (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:54
    ครอบครัวของทั้งคู่น่ารักกันมาก ๆ เลย เข้าใจและยอมรับได้ดีจังเลย
    #5,209
    0
  11. #5189 ilyyy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 00:04
    เหมือนที่แฟนเคยพูดว่าตัวเองจับได้ของขวัญที่ดีที่สุด เข้าใจแบบสุดๆ ก็ตอนนี้ พี่หินคือดีมากกกกกกครอบครัวพี่หินคือไม่ต้องพูดถึงเลย รวมถึงป้าที่คอยดูแลพี่หินด้วย ทุกคนล้วนเอ็นดูแฟน อันนี้คือดีที่สุดแล้วจริงๆ
    #5,189
    0
  12. #5103 Salapao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:30

    ได้แฟนว่าดีแล้ว ได้ครอบครัวแฟนดีด้วย นี่คือถูกรางวัลที่หนึ่งหงะ .. // น่ารักกจังง

    #5,103
    0
  13. #5097 pk2087 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 19:07

    บ้านพี่หินน่ารักทุกคนเลย คุณแม่ใจดีมากๆ

    #5,097
    0
  14. #4887 callmeyoon (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:07
    ครอบครัวน่ารักมากๆ ปลื้มคุณแม่สุดๆ หยักได้ๆๆแบบนี้
    #4,887
    0
  15. #4876 lolypop (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 19:22

    ครอบครัวอบอุ่นมากก น่าร้ากก

    #4,876
    0
  16. #4843 ojay2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 22:33
    ละลายยยแล้วววว อบอุ่นมากกกก
    #4,843
    0
  17. #4830 pim pimmi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 02:36
    เนี่ยยยย เป็นฟีลที่อบอุ่นมากๆ
    #4,830
    0
  18. #4759 jaisai09 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 11:40

    ชอบจุดที่ลูกทำดีแล้วไม่ขออะไร แต่พอขอเรื่องคนที่รักอาจเป็น ญ.หรือ ช. แล้วครอบครัวเข้าใจจุดนี้ คือดีมาก ดีมากจริงๆ ชอบ
    #4,759
    0
  19. #4698 areenachesani (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 13:00
    อบอุ่นน
    #4,698
    0
  20. #4630 MILD__ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:10
    คุณแม่น่าร้ากกกกก
    #4,630
    0
  21. #4603 หมาแบ้กหมูจู (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 01:58
    พี่หินไม่ได้จนเลยนะเอาจริงๆ55555555555555
    #4,603
    0
  22. #4581 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 01:28
    พี่หินสายเปย์เหมือนคุณแม่นี่เอง แต่เปย์แค่น้องแฟนเท่านั้นนะทั้งคุณแม่และลูกชายเลย 555
    #4,581
    0
  23. #4529 pcy921 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 02:17
    โอ้ยยยคุณนายแม่น่ารัก แจกทองด้วย555
    #4,529
    0
  24. #4474 koy_incle (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    คุณแม่พี่หินหลงลูกสะใภ้หนักมาก
    #4,474
    0
  25. #4442 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:07
    น่าร้ากกกกกกที่สุดเรยย
    #4,442
    0