Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 25 : แฟน in Khonkaen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,586 ครั้ง
    8 พ.ค. 61


ตอนที่ 25
#พี่หินคนห่าม

 

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของกู”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนความอุ่นร้อนจากแผ่นอกกว้างจะแนบชิดเข้าหาจากทางด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งสอดรัดรอบเอว ปลายคางของหินวางลงบนหัว

 

ดวงตาคู่สวยกวาดมองบ้านไม้ตรงหน้า บ้านชั้นเดียวหลังขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในเขตชานเมืองขอนแก่น รายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกโดยรอบ

 

ดูเรียบง่าย สงบ ร่มเย็น มีความเป็นหินอย่างชัดเจน              

 

“บ้านของมึงเองเลยเหรอ” นานหลายนาทีจนสำรวจด้านนอกด้วยสายตาเสร็จจึงเอ่ยถาม

 

“อืม”

 

“เข้าไปข้างในเลยได้ไหม”

 

ปลายคางที่ทิ้งน้ำหนักอยู่บนหัวผละออกพร้อมกับอ้อมแขน บนใบหน้าของเจ้าของบ้านประดับด้วยรอยยิ้มบาง

 

“ได้สิ สำรวจได้เท่าที่มึงต้องการ”

 

ทันทีที่ได้ยินร่างเล็กก็เดินตรงไปยังหน้าประตู ยกมือขึ้นหมุนลูกบิดแล้วผลักเข้าไปโดยไม่รีรอ

 

ใจอยากจะวิ่งสำรวจให้ทั่ว ทว่าร่างกายซึ่งถูกเล่นงานมาหนักหน่วงทำให้ไม่อาจทำได้อย่างใจอยาก  

 

ข้างนอกว่าตื่นตาแล้วแต่ข้างในกลับยิ่งกว่า นอกเหนือจากเครื่องใช้บางชิ้นแล้วทุกสิ่งในบ้านล้วนทำจากไม้ ทุกมุมถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบและลงตัว ณ มุมหนึ่งข้างในสุดนั้นมีบันไดเล็กๆ ขึ้นไปยังส่วนที่น่าจะเป็นที่นอน

 

“น่าอยู่จัง”

 

เสียงพึมพำเบาๆดังเล็ดรอด ขณะเดินสำรวจด้วยความเชื่องช้า กระทั่งประตูห้องน้ำถูกเปิดเข้าไป ดวงตาของแฟนจึงเบิกขึ้น

 

สีน้ำตาลของเนื้อไม้ถูกตกแต่งให้ตัดกับสีส้มจากกระถางต้นไม้ สีส้มจากภาพพระอาทิตย์กำลังตกดินซึ่งติดอยู่บนผนัง พร้อมทั้งของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่างๆ

 

ทั้งหมดนี้ล้วนลงตัว บ่งบอกความใส่ใจของเจ้าของ                

 

“สำรวจเสร็จหรือยัง เดี๋ยวพาไปดูห้องนอน”

 

เท้าเล็กที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำหยุดชะงัก ก่อนแฟนจะหันไปหาคนด้านหลัง

 

“จะเข้าห้องน้ำเหรอ” หินเอ่ยถาม

 

“เปล่า แค่อยากเข้าไปดู”

 

“งั้นก็เข้าไปล้างเท้าไป ถอดรองเท้าไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูไปเอาสลิปเปอร์มาให้ใส่”

 

แฟนก้มลงมองเท้าตัวเอง เมื่ออีกคนพูดจึงได้รู้ว่าเผลอเดินสำรวจไปทั่วโดยไม่ได้ถอดรองเท้า

 

“โทษที กูลืมถอด”

 

“กูไม่ได้ว่า แต่มึงจะได้สบายเท้าขึ้น”

 

ร่างสูงก้มตัวลงหยิบรองเท้าของแฟนก่อนจะเดินเอาไปเก็บเข้าที่แล้วกลับมาพร้อมกับสลิปเปอร์ในมือ

 

“ห้องน้ำมึงสวย” แฟนเอ่ยเมื่อเข้าไปล้างเท้าแล้วเรียบร้อย

 

“แบบนี้ต้องห้ามพลาด”

 

สายตาวิบวับและน้ำเสียงแหบพร่าด้วยความจงใจ บ่งบอกให้รู้ว่าหมายถึงห้ามพลาดเรื่องอะไร

 

“สภาพกูอีกนิดก็คนพิการแล้ว”

 

แขนเรียวยกขึ้นกอดอกพลางถอนหายใจใส่คนหื่นตรงหน้า ขณะที่หินหลุดหัวเราะเมื่อได้ยิน 

 

“งั้นก็ไปนอนพักก่อน” มือเล็กถูกดึงออกจากการกอดอกก่อนจะถูกรั้งให้ก้าวตาม                

 

บ้านของหินเป็นชั้นเดียวซึ่งมีทุกอย่างครบครัน บันไดที่ทอดขึ้นไปยังส่วนของห้องนอนคล้ายๆกับเป็นห้องใต้หลังคา และเมื่อขึ้นมาถึงแฟนก็อดชื่นชมการออกแบบไม่ได้

 

เตียงนอนกว้างสีขาว ปลายเตียงมีหน้าต่างกว้างให้ทอดมองต้นไม้โดยรอบ ทางด้านขวามีมุมนั่งเล่นสำหรับจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ขึ้น  

 

มันอาจไม่ได้ใหญ่โต หรูหรา แต่กลับลงตัวและสร้างสรรค์ในทุกส่วน...เป็นบ้านที่น่าอยู่จริงๆ

 

“บ้านหลังนี้เป็นบ้านของกู เป็นเงินของกูทุกบาท คิดออกแบบและตกแต่งเองทั้งหมด ส่วนพ่อแม่และพี่อยู่บ้านใหญ่ที่มีทางเชื่อมกันเล็กๆด้านหลัง มีแค่กูเท่านั้นที่เข้าออกได้”

 

หินค่อยๆเล่าออกมาให้แฟนฟังโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายถามขึ้น ค่อยๆเรียนรู้และปรับตัวหลังจากเกิดความไม่เข้าใจกัน

 

“เหมือนตรงหน้าบ้านน่ะเหรอ”

 

พื้นที่บ้านของหินมีบริเวณกว้าง กว่าจะเข้ามาถึงตัวบ้านได้ดูเหมือนจะมีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่สามารถ ส่วนของหน้าบ้านหลังนี้มีประตูที่ระบบผ่านเข้าออกมีความปลอดภัยแน่นหนา กำแพงทึบตั้งสูงตระหง่านอย่างไม่สามารถมองเห็นข้างในได้แม้แต่ปลายหลังคา

 

พี่สาวของหินบอกว่ามีเพียงหินเท่านั้นที่สามารถเข้าหรืออนุญาตให้คนเข้าไปได้...เหตุผลเพราะเจ้าตัวต้องการความเป็นส่วนตัว

 

ประตูทางเชื่อมก็คงเช่นกัน

 

“ใช่ ทั้งทางเข้าและทางออกไปบ้านใหญ่ใช้ระบบสแกนนิ้วมือและกดรหัส ออกจากนี้ไปไม่ยาก แต่คนข้างนอกเข้ามาไม่ได้”

 

“เวลามึงทะเลาะกับแม่ก็คงหนีมานี่เลยสินะ”

 

“มันมีระบบส่งสัญญาณฉุกเฉินจากคนด้านนอก แม่กูก็จะก่อกวนจากตรงนั้น” คิดถึงภาพนั้นแล้วเสียงทุ้มก็พลันเหนื่อยหน่ายขึ้นมาราวกับกำลังเกิดขึ้น

 

สัญญาณเตือนปิดได้แต่แม่จะไม่หยุดหากไม่ยอมเปิดประตูให้เข้ามา

 

“แล้วมึงทำไง”

 

“ทำยังไง ก็ต้องเปิด”

 

คนฟังหลุดหัวเราะให้กับวีรกรรมของสองแม่ลูกพลางส่ายหน้าน้อยๆ

 

“สร้างบ้านเป็นส่วนตัวขนาดนี้ทำไมไม่ไปอยู่ในถ้ำซะเลยล่ะ”

 

“ผนังถ้ำมันแข็ง เวลาทำอะไรเดี๋ยวเจ็บหลัง”

 

แฟนเบ้ปากให้กับคำตอบที่ไม่พ้นเรื่องใต้สะดือ ก่อนร่างเล็กจะเดินกลับมานั่งลงบนเตียงกว้างเมื่อสำรวจครบทุกมุม พอร่างกายถูกรองรับด้วยความนุ่มก็รู้สึกง่วงขึ้นมาฉับพลัน

 

“ง่วง” ว่าแล้วก็ถอดสลิปเปอร์แล้วเอนตัวลงนอน พร้อมทั้งขยับให้ได้ที่

 

“ง่วงก็นอน” ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงบนเตียงอีกด้าน                   

 

“มึงมานอนด้วยกันสิ”

 

คนถูกชวนไม่ปฏิเสธ หินถอดสลิปเปอร์แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเองและอีกคน จากนั้นจึงล้มตัวลงนอน ไม่นานนักแฟนก็ขยับเข้ามาใกล้ เบียดกายเข้าหา แนบใบหน้าอยู่กับอกกว้าง

 

“บ้านมึงน่าอยู่มาก”

 

เปลือกตาบางปิดลงขณะเอ่ยพูด ซึมซับกลิ่นอายของหินจากการแนบชิด และจากบรรยากาศโดยรอบ

 

ทุกอย่างในนี้ล้วนเป็นหินจริงๆ

 

“น่าอยู่ก็มาอยู่ด้วยกัน”

 

“อยากให้กูมาอยู่เหรอ”

 

“อีกสิบปีหรือยี่สิบปีกูก็ต้องกลับมาอยู่ ยังไงมึงก็ต้องมาด้วย สลับกับอยู่บ้านมึง”

 

มือหนาลูบไล้ไหล่ของคนในอ้อมกอดเป็นการกล่อมพร้อมทั้งพูดถึงเรื่องในอนาคต

 

“กูไม่ยอมอยู่ห่างมึงแน่ๆ”

 

“หึ แล้วใครจะยอม”

 

แฟนระบายยิ้มยามสติกำลังค่อยๆหลุดลอยเนื่องจากความง่วงงุน ไม่มีคำพูดใดๆต่อจากนั้น มีเพียงการขยับกายซุกซบก่อนจะนิ่งไปพร้อมกับสัมผัสที่กดลงกลางหัว

 

 

 

สี่โมงเย็น

 

ทางเดินเล็กๆลัดเลาะไปตามแผ่นหินที่ปูบนพื้นนำพาสู่ประตูทางเชื่อม นิ้วแกร่งวางลงบนแท่นสแกนลายนิ้วมือ พลันวินาทีต่อมาเสียงปลดล็อกก็ดังขึ้น

 

“รหัส 236790 ลายนิ้วมือมีแค่กูคนเดียว ส่วนคนที่รู้รหัสมีกูและ...มึง”

 

ปากเล็กที่กำลังพึมพำรหัสนั้นชะงักกึกเมื่อไม่คาดคิดว่าตัวเองจะเป็นเพียงอีกคนที่ได้รู้

 

“กูจะไปบอกคนในบ้านมึง”

 

ใบหน้าสวยเชิดขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ ทางด้านคนถูกขู่กลับไม่นึกหวั่น มุมปากได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบปากเล็กที่ยื่นออกมาเบาๆ

 

“อื้อ!

 

“เอาสิ มึงบอกกูก็เปลี่ยนรหัส แล้วก็จะลงโทษจนมึงนอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไปไหนไม่ได้”

 

แฟนเบี่ยงหน้าหนีให้ปากหลุดออกจากการถูกบีบ สายตาวิบวับของคนพูดส่งผลให้ขนอ่อนในกายลุกพรึบยามคิดถึงสภาพนั้นของตัวเอง

 

“นี่มึงเข้าขั้นโรคจิตแล้วนะ”

 

หินหลุดหัวเราะให้กับคำพูดนั้น ก่อนจะเลิกเย้าแหย่คนข้างตัวด้วยการเอื้อมมือไปเปิดประตู

 

แฟนชะโงกหน้าไปมองอีกฝั่งจึงได้เห็นว่าเป็นซุ้มทางเดินที่รายล้อมไปด้วยไม้เลื้อย คนที่ก้าวไปก่อนยื่นมือมาตรงหน้า เมื่อมือเล็กวางลงแล้วก้าวตามไปจึงได้พบกับทางเดินที่นำพาสู่บ้านใหญ่

 

ทางเชื่อมนี้ทอดยาวไปสู่ด้านหลังของตัวบ้าน บริเวณซึ่งมีสวนดอกไม้และโต๊ะเก้าอี้สำหรับการนั่งพักผ่อน  ยามแฟนเดินมาจนสุดทางร่างเล็กก็หยุดนิ่ง กวาดมองทุกอย่างรอบตัวรวมถึงตัวบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

 

บ้านใหญ่...ใช่ ใหญ่ เป็นบ้านสามชั้น

 

อาจไม่เท่าบ้านของเขาแต่ก็ถือว่าใหญ่เกินกว่าจะเรียกได้ว่าพอมีพอกิน ขนาดเห็นเพียงแค่ด้านหลังเท่านั้น

 

“บ้านพ่อแม่ไง ไม่ใช่บ้านกู” คนร้อนตัวรีบเอ่ยอธิบายเมื่อเห็นสายตาของแฟนที่มองมา

 

“มึงก็เอาแต่พูดแบบนี้”

 

“ก็เรื่องจริง” หินพูดไม่เต็มเสียงนัก

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นยิ่งทำให้คนมีความผิดติดตัวระแวง ทว่ายังไม่ทันจะได้แก้ตัวอะไรมากไปกว่านั้นประตูหลังบ้านก็ถูกเปิดออก

 

“อ้าว ป้านาง...สวัสดีครับ”

 

เห็นหินยกมือไหว้แฟนเองก็รีบทำตามทั้งที่สมองยังคิดอะไรตามไม่ทัน

 

“สวัสดีค่ะ ตื่นกันแล้วเหรอคะ”

 

คนแก่ระบายยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นคุณหนูของตัวเองและคนข้างกายซึ่งมีหน้าตาและท่าทางน่าเอ็นดู

 

“ครับ กำลังจะเข้าบ้านพอดี”

 

“คุณพรรณรออยู่ในบ้านแต่เช้าแล้วค่ะ นี่ก็เห็นบ่นใหญ่เลยว่าเมื่อไหร่จะเข้าไปหากัน”

 

“ครับ ป้านาง นี่แฟนเป็นแฟนผม...ป้านางเป็นคนที่เลี้ยงกูมา”

 

คนกลางเอ่ยแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน แฟนจึงกล่าวสวัสดีป้านางพร้อมรอยยิ้ม

 

“สวัสดีค่ะ หน้าตาน่าเอ็นดูจริงเชียว ยังไงก็รีบเข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะรีบเก็บดอกไม้ไปทำอาหารเย็นให้ทาน”

 

หินรับคำพลางกุมมือแฟนให้เดินตามมา โดยมีสายตาของคนแก่ทอดมองจนกระทั่งทั้งสองหายเข้าไปในตัวบ้าน ใบหน้าซึ่งมีรอยเหี่ยวย่นตามอายุทอประกายความสุข

 

ดูเข้ากันจริงเชียว

 

 

 

“น้องแฟนอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมลูก เดี๋ยวแม่ให้คนทำให้แป๊บเดียว”

 

“มะ...”

 

“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วให้พี่เขาพาเที่ยวเนอะ ไปทั้งต้นตาลแล้วก็คนเดินเลย”

 

“เอ่อ...”

 

“หรือว่าจะไปเซ็นทรัลจ๊ะ ไปช็อปปิ้งไหมหืม” คนถูกถามนั่งนิ่ง ตากะพริบปริบเนื่องจากฟังไม่ทัน

 

ตั้งแต่ได้เจอกับพ่อและแม่ของหิน ทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว จำได้เพียงว่าแม่ของหินเข้ามากอดพร้อมทั้งรัวคำชมและประโยคอื่นๆอีกมากมายกระทั่งถึงตอนนี้ที่ทำได้เพียงยิ้มแหย

 

คุณแม่จะเอาคำถามไหนก่อน...

 

“คุณ เด็กๆจะไปเที่ยวไหนก็แล้วแต่เขาเถอะ คุยเยอะจนแฟนลูกตอบไม่ทันแล้วนั่น”

 

คนเป็นสามีขัดขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อภรรยาผู้เห่อลูกสะใภ้เอาแต่แนะนำนู้นนี่ไม่หยุด

 

“อย่างลูกคุณจะรู้จักไปเที่ยวที่ไหน ไปไหนทีก็บอกแต่คนเยอะ”

 

ผู้เป็นแม่ปรายตามองลูกชายซึ่งนั่งอยู่ข้างตัวอย่างไม่สบอารมณ์ แตกต่างจากยามพูดและยามมองแฟนของลูกโดยสิ้นเชิง

 

“เอาน่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็กไป น้องแฟนอย่าถือสาแม่เขาเลยนะ”

 

น้องแฟนของคนทั้งบ้านยิ้มรับก่อนจะรีบเอ่ยปากเมื่อตั้งสติกับเหตุการณ์อันรวดเร็วนี้ได้แล้ว

 

“ไม่เป็นไรเลยครับ ขอบคุณคุณแม่ที่แนะนำ แฟนอยากไปเดินตลาดมากกว่า”

 

ท่าทางสุภาพนอบน้อม และคำแทนตัวอย่างน่ารักเป็นไปเองโดยเป็นธรรมชาติ

 

ความใจดีของครอบครัวหินทำให้ความหวั่นกลัวและความตื่นเต้นยามเดินเข้ามาในบ้านมลายหาย เพียงไม่กี่นาทีที่ได้พูดคุยก็สามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องนั่งเกร็ง

 

“งั้นก็ให้พี่เขาพาไปนะลูกนะ”

 

“ครับ” แฟนรับคำพร้อมรอยยิ้ม

 

เสียงพูดคุยระหว่างรอมื้อเย็นในตอนหกโมงดังขึ้นไม่หยุดหย่อน บรรยากาศของบ้านหลังใหญ่ดูครื้นเครงขึ้นกว่าเคย ไม่เงียบเหงาอย่างที่ผ่านมา

 

“แฟนคุณหินหนิพุงามเนาะป้า หน่าตา ผิวพรรณดี้ดี” (แฟนคุณหินนี่สวยเนอะป้า หน้าตา ผิวพรรณดี้ดี)

 

“คนนึงนิ่ง คนนึงสดใส เหมาะสมกันจริงๆ”

 

คนแก่ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าแม่คนที่สองของหินตอบกลับด้วยรอยยิ้มยามสายตาจับจ้องไปยังกลุ่มคนซึ่งนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก

รสนิยมของคุณหินของทุกคนเป็นที่รับรู้กันดีในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แม้ไม่เคยพาใครมาแนะนำเป็นตัวเป็นตนแต่ก็มีคนพยายามเข้าหาอยู่บ้างทั้งหญิงและชาย

 

--

 

“นี่มึงบอกว่าพ่อกับแม่พอมีพอกินเหรอ...เปิดร้านทองแล้วก็ปั๊มน้ำมันนี่เรียกแค่พอมีพอกินเหรอ!

 

ยังไม่ทันที่ประตูรถจะปิดลงสนิทแฟนก็ว้ากถามคนข้างตัวด้วยความอัดอั้น

 

ด้วยเพราะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเป็นส่วนตัวกระทั่งถึงตอนนี้ จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยใดๆ

 

วินาทีที่เดินเข้าไปในบ้านแฟนรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก ยิ่งยามได้รู้ว่าครอบครัวของหินมีกิจการอะไรบ้างยิ่งอยากหันไปทุบอีกคนแรงๆ ไหนจะโรงรถที่เรียงรายไปด้วยรถยุโรปหลายคัน

 

ทั้งหมดนี้บ่งบอกให้รู้ว่าบ้านหินรวยแค่ไหน

 

“ก็...ไม่รวยเท่ามึงหรอกน่า” คนที่พ่อกับแม่แค่พอมีพอกินเอ่ยตอบเสียงไม่หนักแน่นนัก

 

“ไม่ต้องมาพูด!

 

“แต่เรื่องนี้กูไม่ได้ปิดบังมึงเลย จะให้มาแนะนำตัวว่ากูชื่อหิน ที่บ้านขายทองมีปั๊มน้ำมัน มันก็ไม่ใช่”

 

คิดตามแล้วแฟนก็เข้าใจในสิ่งที่หินต้องการสื่อ จะให้บอกว่าชื่อหิน พ่อแม่รวยมาก เรียบจบจากต่างประเทศ ก็คงไม่ใช่เรื่องจริงๆ

 

ลมหายใจร้อนถูกพรูออกระงับสติของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจอีกคน เพียงแต่ยังคงแปลกใจกับเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้

 

“โอเค เรื่องนี้กูเข้าใจได้” คนที่แอบกังวลว่าแฟนอาจจะโกรธโล่งอกจนหลุดยิ้ม “กูหวังจะไม่มีเรื่องอะไรที่กูไม่รู้อีกแล้วนะ”

 

สายตาและคำพูดคาดโทษนั้นทำให้หินรีบครุ่นคิดว่ามีเรื่องอื่นอีกหรือไม่

 

“ไม่น่ามีแล้ว...อืม แต่ว่าก็จะบอกไว้เผื่อมึงอยากรู้ มีเรื่องงานนิดหน่อย มีบริษัทต่างชาติเข้ามาคุยให้ไปทำงานให้ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในกระบวนการเตรียมการ”

 

แฟนพยักหน้ารับรู้ แม้จะพอรู้มาบ้างจากเอกสารที่ได้เห็น แต่เมื่ออีกฝ่ายบอกออกมาตรงๆก็ยังอดตื่นเต้นแทนไม่ได้ ทั้งที่เจ้าตัวกลับไม่มีแววของความตื่นเต้นเลยสักนิด

 

“กูไม่ได้สติ้กให้มึงต้องพูดทุกอย่าง แต่อะไรที่สำคัญ อะไรที่รู้สึกว่าคนรักกันสมควรต้องรู้ อันนี้ต้องพูด...หรือจะให้ง่ายก็ลอง

คิดว่าถ้าเรื่องนั้นกูไม่บอกมึง มึงจะรู้สึกยังไง”

 

คนเด็กกว่าและมีมุมที่ยังเป็นเด็กอยู่มากมายกลายเป็นผู้ใหญ่กว่าในยามนี้

 

น้ำเสียงที่เอ่ยบอกไม่มีความบังคับ คาดคั้น หรือประชดประชัน แฟนเรียนรู้ที่จะคุยถึงความต้องการของตัวเองด้วยเหตุและผลแบบที่หินทำเป็นตัวอย่างมากขึ้น

 

“อืม เข้าใจ”

 

หินพยักหน้ารับ ดวงตาคมฉายชัดถึงความเข้าใจเมื่อลองคิดตามสิ่งที่แฟนบอก

 

แฟนลอบถอนหายใจกับหลายเรื่องที่เพิ่งได้รู้ หลายสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในตัวของอีกคน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกเต็มตื้นที่คนตรงหน้าเป็นหินก็มีมากเหนือสิ่งอื่นใด

 

โชคดีที่สุดแล้ว...

 

“สรุปกูได้หลัวเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองซะงั้น” เอียงหน้าผากไปซบกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับพร้อมพูดด้วยรอยยิ้มอ่อน

 

“กูเป็นผ้าขี้ริ้ว?” หินแกล้งเย้าก่อนจะกดจูบลงบนหัวเล็กเบาๆ

 

“อืม!” แฟนรับคำด้วยเสียงในลำคอให้กับมุกละบาทสองบาท จากนั้นจึงผละออกมานั่งตัวตรง

 

“ออกรถได้ กูพร้อมจะเป็นเด็กขอนแก่นแล้ว”

 

หินเลิกเลิกคิ้วให้กับการเปลี่ยนอารมณ์ไวของแฟน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดขัด รถคันหรู(ที่แม่บังคับให้ใช้)เคลื่อนออกจากตัวบ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนคนเดินขอนแก่นตามคำเรียกร้องของเด็กกรุงเทพ

 

 

 

“คนเยอะมาก ร้านส้มตำคนแน่นเชียว เราไปนั่งกินแบบนั้นบ้างได้ไหม”

 

คนที่ตื่นตาตื่นใจกับร้านรวงต่างๆตามถนนเส้นเล็กซึ่งมีผู้คนเดินเบียดเสียดสะกิดให้หันไปมองร้านที่อยู่ฝั่งฟุตบาท ร้านอาหารแถบฝั่งนั้นจะมีโต๊ะญี่ปุ่นไว้รองรับสำหรับให้ลูกค้านั่งทาน

 

“มึงอยากกิน?”

 

“ก็อยากลอง”

 

คนซึ่งถูกกอดคอเอาไว้กันเดินพลัดหลงเงยหน้าขึ้นมาตอบ ตามกรอบหน้าเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อเนื่องจากสภาพอากาศและผู้คนรอบตัว

 

“เดินดูก่อนแล้วค่อยกลับมากิน” แฟนพยักหน้ารับ

 

“ของกินเยอะมาก ของต่างๆก็เยอะมาก ยังมีตรงนู้นอีกใช่ไหม”

 

“อืม ยาวไปถึงนั่นแหละ” ตาดวงโตเบิกขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกความตื่นเต้น

 

แฟนแทบจะแวะซื้อของกินทุกร้าน ยังไม่ทันจะเดินไปถึงโซนพวกของจิปาถะสองมือหนาก็เต็มไปด้วยถุงอาหารมากมายหลายสิบถุง

 

“อะ” มือบางจิ้มไส้กรอกที่บีบเพื่อตัดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ถึงปาก

 

“ไหนบอกจะไปกินส้มตำ”

 

“ก็กินด้วยไง”

 

“มึงซื้อของกินเหมือนเผื่อถึงอาทิตย์หน้า”

 

“ก็ได้มาทั้งที มันน่ากินทุกร้านเลยนี่...น่า อย่าดุเลย”

 

คนที่รู้ตัวว่าจะโดนหินดุเรื่องการใช้เงินรีบเอ่ยดักทาง ขณะที่คนกำลังจะดุก็ได้แต่ส่ายหัวอ่อนใจ

 

จะยอมให้เพราะถือว่าเป็นโอกาสพิเศษที่มีนานๆที

 

“หูย ตรงนี้เขาแสดงอะไรอ่ะ”

 

เมื่อเดินจนใกล้จะถึงกลางทางแยก ซึ่งแบ่งฝั่งโซนขายอาหารและของจิปาถะสายตาก็เหลือบเห็นโชว์อะไรสักอย่างที่กำลังแสดงอยู่ ทว่ายังไม่ทันได้รับคำตอบร่างกายก็เซไปเล็กน้อยจากการที่เจ้าของท่อนแขนบนบ่าถูกชน

 

“อ๊ะ ขอโทษครับ”

 

แรงกระแทกตรงช่วงหัวไหล่ทำให้หินเซจนคนที่ถูกกอดคอเซไปด้วยกัน ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี คนถูกชนก็ได้แต่บอกตัวเองว่าไม่น่าเลย

 

“พี่หิน! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

 

คิ้วคู่สวยขมวดมุ่นเมื่อได้ยินคำทักทายที่บ่งบอกถึงความสนิทสนม ผู้คนเดินสวนไปมาขวักไขว่จนต้องขยับไปอยู่ด้านหลังของหิน โดยที่แฟนลอบกวาดสายตามองคนตรงหน้าเงียบๆ

 

อีหรอบนี้เด็กเก่าหินชัวร์

 

“เพิ่งมาถึงวันนี้เอง”

 

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานแหนะ กลับขอนแก่นทำไมไม่บอกกันบ้าง”

 

“พี่มาทำธุระ พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว” สรรพนามที่เรียกแทนตัวเองทำให้คนด้านหลังเบะปาก

 

พี่อย่างงั้นพี่อย่างนี้ ทีกับเขากว่าจะพูดสักที

 

“น่าเสียดาย ยังไงเดี๋ยวอาร์ตทักเฟซไปนะ ต้องรีบไปแล้ว เพื่อนรออยู่”

 

หินรับคำเพียงสั้นๆตามมารยาทก่อนจะต้องรีบหันไปหาคนด้านหลังเมื่อคู่กรณีเดินเลยไปไกลแล้ว

 

“เอาโทรศัพท์มา” แฟนเอ่ยพูดเสียงเรียบ

 

“เอาไปทำไม” แม้จะเอ่ยถามแต่กลับล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองส่งให้โดยไม่มีอิดออด

 

เห็นสายตาของแฟนแล้วก็ไม่ควรจะอิดออดใดๆ

 

คนถูกถามไม่ตอบ ทำเพียงกดรหัสปลดล็อกหน้าจอแล้วกดเข้าไปในเฟซบุ๊ก

 

“เฟซคนเมื่อกี้ชื่ออะไร”

 

“อาร์ตี้อะไรสักอย่าง Arty

 

“จำได้แม่นเชียวนะ” น้ำเสียงและถ้อยคำเข้มๆนั้นทำให้หินรีบแก้ตัว

 

“ก็มันชื่ออาร์ต จำได้แบบผ่านๆตาเท่านั้นเอง”

 

แฟนไม่สนใจคำอธิบาย ไม่สนใจแม้แต่การแสดงที่อยากรู้ก่อนหน้า นิ้วเล็กเลื่อนกดนู้นนี่อยู่สักก่อนส่งคืนเจ้าของ

 

“ทำอะไร?” หินถามขึ้นอีกครั้งขณะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง

 

“บล็อก”

 

สั้น ง่าย และได้ใจความ

 

“กูบอกแล้วว่าตอนที่ยังไม่รู้สึก มึงจะให้เบอร์หรือจะอ่อยใครก็ได้ แต่ตอนนี้แม้แต่ชายตามองก็ไม่มีสิทธิ์แล้ว คุยแชทเหรอ?...อย่าหวัง”

 

--

 

หลังจากละอองของระเบิดลูกเล็กๆที่อาร์ตทิ้งไว้ปลิวหายไปสถานการณ์ก็กลับมาเป็นปกติ แฟนใช้จ่ายและซื้อของไปมากมายด้วยความเพลิดเพลินก่อนสุดท้ายจะไปจบที่ร้านส้มตำที่หมายตา ทริปไปต่อยังตลาดนัดต้นตาลเป็นอันต้องเป็นหมันเนื่องจากคนร่างกายไม่สมบูรณ์นักเหนื่อยจนไม่อาจเดินต่อได้

 

“ไว้คราวหลังมาเที่ยวเฉยๆบ้างดีกว่า พรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว กูยังเที่ยวไม่จุใจเลย” แฟนบ่นขึ้นระหว่างนั่งรถกลับบ้าน

 

“คราวนี้มาทำธุระ ไว้คราวหลังจะพามาอีก”

 

“ว่าแต่ธุระอะไร แม่มึงให้มาซื้อรถเหรอ” แฟนลองเดาจากคำพูดที่ได้ยินแม่หินพูดในวันนั้น

 

“อืม ให้มาจอง เพื่อนกูทำกิจการด้านนี้ มีอะไรก็คุยกันง่ายเลยให้กลับมาจองที่นี่”

 

ความจริงอีกอย่างคือเพราะแม่กลัวเขาเบี้ยว อิดออดไม่ยอมไปดูไปซื้อ จึงให้กลับมาจัดการที่นี่เป็นการมัดมือชก

 

“มึงมีรถรุ่นในใจไว้แล้ว?”

 

“ก็ดูๆไว้บ้าง”

 

“ยี่ห้ออะไร”

 

“ทำไม อยากให้กูซื้อรถอะไร” คิ้วเข้มเลิกขึ้นถาม

 

“ก็ไม่ได้อยากให้ซื้ออะไรเป็นพิเศษ แค่ถามเฉยๆ”

 

“ว่าจะซื้อรถยี่ห้อทั่วไปนี่แหละ เดี๋ยวกลับถึงบ้านจะให้มึงเลือกคันที่ดูๆไว้”

 

คนจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจยกยิ้ม ทั้งที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแต่การที่หินถามความคิดเห็นก็เป็นเรื่องน่าดีใจ

 

มันบ่งบอกถึงความสำคัญ บ่งบอกว่าเวลาจะทำอะไร เราเป็นอีกครึ่งหนึ่งในการตัดสินใจของเขา

 

“แต่บ้านมึงก็มีรถหลายคันนี่ มีทั้งเบนซ์และบีเอ็ม ไม่เห็นต้องซื้อใหม่”

 

ไม่รวมกับรถเก๋งยี่ห้อทั่วไป รถกระบะ และรถครอบครัว ทั้งหมดแล้วยังไงก็มากกว่าจำนวนคนที่มี

 

“หึ แล้วกูขัดคำสั่งแม่ได้ที่ไหน”

 

เพียงเท่านั้นก็เป็นอันว่าเข้าใจ

 

คำสั่งของแม่หินคือต้องซื้อรถใหม่...

 

--

 

“แม่เรียกผมมาคุยเรื่องอะไร”

 

ร่างสูงในชุดนอนเดินเข้ามากลางบ้านหลังจากได้รับโทรศัพท์จากคนเป็นแม่ในเวลาเกือบเที่ยงคืนว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

 

“พรุ่งนี้ต้องไปคุยเรื่องรถแต่เช้าใช่ไหม” ใบหน้าคมพยักรับยามทรุดตัวนั่งลง

 

แม่เขานอนดึกเป็นประจำเนื่องจากต้องตรวจสอบงานทุกอย่างให้เรียบร้อย โดยเฉพาะกิจกาจปั๊มน้ำมันที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

 

ทุกกิจการมีพี่สาวและแฟนของพี่ช่วยดูแลรวมถึงญาติคนอื่นๆ คงมีเพียงลูกชายที่ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจใดโดยสิ้นเชิง

 

“ดูรุ่นอะไรไว้”

 

“ก็น่าจะ CR-V” ได้ยินคำตอบแล้วเสียงถอนหายใจจากคนเป็นแม่ก็ดังขึ้น

 

“เหมือนพ่อแกไม่มีมีผิด...เลือกใหม่ อย่ามองแค่ขับได้ ต้องคำนึงถึงอีกคน คิดถึงสังคมเขา หน้าตาเขา ยิ่งไปกว่านั้นคือความปลอดภัย รถราคาแพงไม่ได้มีไว้แค่อวด แต่สมรรถนะและความปลอดภัยมันสูงกว่า”

 

คนพูดเอ่ยด้วยเสียงเรียบเรื่อยพร้อมทั้งจิบน้ำสมุนไพรไปด้วยคล้ายกับคุยเรื่องสบายๆ หากแต่สายตาและน้ำเสียงนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าทุกคำล้วนจริงจัง

 

“แม่จะให้ผมซื้อพวกรถแพงๆสินะ” หินตีความประโยคยืดยาวเหล่านั้นในแบบของตัวเอง

 

“ก็แล้วแต่แก ฉันแค่แนะนำ แต่ก็ลองคิดดูแล้วกันว่าถ้ามีคนในสังคมเดียวกับน้องแฟนมาสนใจเขาแล้วขับแลมโบกินี่มา ในขณะที่แกขับCR-V มันจะรู้สึกยังไง”

 

“...” คนฟังนิ่งเงียบ โดยไม่ต้องให้ขยายความต่อภาพในหัวก็แจ่มชัด

 

“อย่าลืมว่าถึงแกจะไม่รวย แต่ฉันรวย...มากด้วย”

 

รอยยิ้มมุมปากและท่าทางกรีดกรายวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะดูน่าหมั่นไส้จนคนเป็นลูกอยากถอนหายใจ

 

“...”

 

“...” หินใช้เวลาไตร่ตรองคิด ภาพรถหรูในดวงใจที่พยายามบอกตัวเองตลอดมาว่าไม่จำเป็นวาบขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรก

ผู้ชายกับรถ...ของมันแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีคันในดวงใจ

 

“งั้นขอยืมเงินคนรวยส่วนหนึ่งก่อนแล้วกัน”

 

เขามีเงิน แต่ราคารถก็สูงลิบลิ่วเกินกว่าจะจ่ายด้วยเงินของตัวเองทั้งหมด

 

“ฉันมีปัญญาซื้อให้แกทั้งคัน ไม่สิ ถือว่าฉันซื้อให้น้องแฟน”

 

“หึ สิบล้านก็ยอมจ่าย?” หินแค่นหัวเราะพลางเลิกคิ้วถาม

 

“สิวๆจ้ะ”

 

คราวนี้คนมีแม่เป็นเศรษฐีไม่อาจอดกลั้นการถอนหายใจเอาไว้ได้จนมันดังพรืดออกมา...

 

 

TBC.

 

แปะรูปห้องนอนและห้องน้ำบ้านพี่หินให้ทุกคนเห็นภาพค่ะ^^




มาเร็วเคลมเร็วมาก เครียดๆกับเจกต์ก็หนีมาแต่งนิยายซะเลย อิอิ

ตอนนี้ก็ได้รู้จักพี่หินมากขึ้นแล้วนะคะะะ ก็ตามนั้นเนอะ><

แล้วก็ขออธิบายจุดที่กลัวคนไม่เข้าใจ(แต่เคยเขียนบอกไว้แล้ว)

แม่พี่หินเป็นคนภาคกลางนะคะ เลยพูดกันเป็นภาษากลางตลอด

ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม แต่สำหรับคนเขียนภาษาถิ่นจะไม่ค่อยพูดกับคนไม่สนิทค่ะ

ยิ่งในตัวเมืองแล้ว เวลาสื่อสารกับแม่ค้าพ่อค้า ทักทายเวลาเจอคนรู้จักก็จะเป็นภาษากลางตลอด

กรี๊ดคุณแม่พี่หินมาก สปอร์ตกทมสุดๆ555555555555 รวยจริงอะไรจริงเด้อ

ตอนหน้าจะมาลงลึกเรื่องความคิดของครอบครัวพี่หินมากขึ้นนะคะ

ทุกอย่างมีเหตุและผลเสมอค่ะ : )

แล้วเจอกันตอนหน้าน้า(ถ้าโซแอลไม่ตายกับเจกต์และสอบไปซะก่อน)

ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม / twitter / fanpage ของโซแอลด้วยน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.586K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5696 Sivapark (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 20:01
    หนูอยากสมัครเป็นลูกสะใภ้จังเลยค่ะคุณแม่
    #5,696
    0
  2. #5684 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 00:11
    แม่รวยขนาดนี้ อยากเป็นลูกสะใภ้เลยค่ะ5555555
    #5,684
    0
  3. #5666 Unchali (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 21:44
    จะหาแม่สามีแบบนี้ได้ที่ไหนคะ
    #5,666
    0
  4. #5654 Airzaa1810 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:50
    ขอบแม่พี่หินมากกกกกกก แม่เปย์น้องแฟนมากอ่ะ
    #5,654
    0
  5. #5626 Liyanju (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 21:01
    ชอบแม่หินมาก
    #5,626
    0
  6. #5614 mirumarumira (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:48
    แกไม่รวย​ แต่​ฉันรวย.. มาก​

    กรี๊ดดดด
    #5,614
    0
  7. #5598 supaporn2233 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 17:08
    กราบความรวยของแม่ค่ะ
    #5,598
    0
  8. #5562 yuri_miko (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:18
    น่าอิจฉาจริง ๆ
    #5,562
    0
  9. #5497 Amporn-Melon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 09:27
    เจอแม่หลัวสายเปย์ ช้านรวยมากกก
    #5,497
    0
  10. #5480 EaVantana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 18:45
    อยากมีหลัวอย่างพี่หิน5555
    #5,480
    0
  11. #5473 Yongyie HH520 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 13:58

    บ้านพี่หินสวยมากกกกกกกกกกก ขุนแม่ก็สายเปย์มากกกกกก รู้สึกอยากเป็นน้องแฟน..
    #5,473
    0
  12. #5470 rattanalak44 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 21:25
    บ้านหินน่าอยุ่จริงๆด้วย
    แม่ผัวก็ใจดี
    น้องเหมือนถูกลอตเตอรี่เลย5555
    #5,470
    0
  13. #5449 lomamee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 07:29
    แม่หลัวแบบนี้ไม่ควรมีคนเดียวบนโลก
    #5,449
    0
  14. #5421 12311232123312 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:13
    55555555555
    #5,421
    0
  15. #5345 Yooika (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 21:40
    สิวๆจ้า 55555
    #5,345
    0
  16. #5338 Nuthathai Por (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 14:42

    คุณแม่นี่แม่พี่หินหรือแม่น้องแฟนค่ะเนี่ย

    #5,338
    0
  17. #5255 YuyNittaya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:49
    อยากไปเดินต้นตาลอีกโว้ยยยยยย ><
    #5,255
    0
  18. #5253 Mi Bee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 23:38

    คือเราเป็นคนของแก่น แล้วอยากถามว่า ไรท์เป็นคนขอนแก่นป่ะเนี่ย ถ้าใช่นี่คนบ้านเดียวกันนะ5555
    นิยายสนุกมาจัา
    #5,253
    0
  19. #5240 คุมะมงของมินยุนกิ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 04:29
    ห้องนอนใต้หลังคาแบบนี้ หน้าร้อนก็คือร้อนมาก ร้อนจนตาย
    #5,240
    0
  20. #5199 teeluck (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 13:42
    คุณแม่ค่ะะะะ555555555
    #5,199
    0
  21. #5188 ilyyy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:20
    ยอมแล้วแม่ รวยจริงไม่ติงนังเลย /ไหว้
    #5,188
    0
  22. #5159 Khunmedsai (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:58
    แม่ยายสายเปย์ สบายแล้วน้องแฟนลูก
    #5,159
    0
  23. #5149 oiljack29 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:53
    แม่ย่าสายเปย์ที่แท้ทรู
    #5,149
    0
  24. #5102 Salapao (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:04

    น่าร้ากกกก คุณแม่สายเปย์มาก 5555

    #5,102
    0
  25. #5096 pk2087 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:52

    คุณแม่สุดยอด ทุ่มสุดเพื่อลูกสะใภ้

    #5,096
    0