Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 24 : แฟนเซอร์ไพร์ส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,337 ครั้ง
    5 พ.ค. 61


ตอนที่ 24
#พี่หินคนห่าม

 

“โทษทีว่ะพี่ที่ต้องรบกวน ผมมองไม่ออกเลยว่านอกจากพี่แล้วใครจะช่วยได้”

 

น้ำเสียงและสีหน้าเกรงอกเกรงใจนั้นทำให้คนถูกรบกวนลอบถอนหายใจ ปกปิดอารมณ์หงุดหงิดในอกของตัวเองให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้รุ่นน้องใจเสียยิ่งกว่าเดิม

 

ที่หงุดหงิดไม่ใช่เพราะต้องมาช่วย แต่เป็นเพราะจะไม่ได้กินเมียในวันที่ตั้งใจ!

 

ระหว่างสอนแทบมีเพียงเรื่องเดียวที่อยู่ในหัว วาดฝันเอาไว้ว่าหลังจากผ่านพ้นเที่ยงคืนไปแล้วจะจัดการกับคนขี้ยั่วแสนเจ้าเล่ห์ยังไง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องจบลงเนื่องจากสายที่โทรเข้ามาอย่างร้อนรน

 

อยากจะบ้าตาย

 

“เอาเถอะ หนักเลยสิมึงถึงได้โทรตามกู”

 

“ก็พอควรเลย ไอ้ซานเข้าโรงบาลกะทันหัน ผมไม่รู้จะหาใครมาช่วยให้งานได้ส่งทันเวลาแล้วนอกจากพี่จริงๆ”

 

“เออ ถ้าใช้งานกูหนัก จบงานก็ต้องเลี้ยงหนัก เข้าใจ?”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้น ไม่มีความล้อเล่นหรือท่าทางที่บ่งบอกว่าเพียงเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่อยู่ในทั้งแววตาและน้ำเสียง

 

แลกกับการไม่ได้กินแฟน ต้องเลี้ยงหนักแน่นอน...

 

“แค่พี่ยอมช่วยผมก็พร้อมปิดประเทศเลี้ยงแล้ว”

 

หินส่ายหัว พ่นลมหายใจแห่งความหนักอึ้งออกมาอีกครั้งก่อนจะเดินตามรุ่นน้องขึ้นไป พร้อมความรู้สึกเหนื่อยหน่ายในอก

 

--

 

ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีคนที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายไม่แพ้กัน...

 

ดวงตาคู่สวยจับจ้องโทรศัพท์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ขาเรียวถูกยกขึ้นมากอดด้วยแขน โทรทัศน์ถูกเปิดเอาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา

 

หลังจากหินโทรมาบอกว่าต้องไปช่วยงานรุ่นน้อง คืนนี้อาจไม่ได้กลับ อีกคนก็ไม่ได้ติดต่อมาอีก

 

ความคิดถึงกำลังกัดกร่อนฟอร์มที่ตั้งไว้เนื่องจากยังไม่ครบสองวันดี เพราะอย่างน้อยก็เหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงถึงจะล่วงพ้นวันใหม่ ทว่าสุดท้ายแล้วความรู้สึกในอกก็ถูกพรูระบายออกทางจมูก มือบางเอื้อมหยิบเครื่องมือสื่อสารนั้นขึ้นมาแล้วกดโทรออกด้วยความอดรนทนไม่ไหว

 

แค่ต้องนอนคนเดียวก็แย่แล้ว...

 

เสียงสัญญาณดังไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นด้วยจังหวะแห่งการรอคอย นานจนเกือบถอดใจว่าปลายสายคงยุ่งจนไม่มีเวลาจับโทรศัพท์หินจึงกดรับ

 

(ฮัลโหล)

 

“...” เพราะสายถูกกดรับโดยไม่ทันตั้งตัว คนที่โทรไปจึงลืมเสียงตัวเองในลำคอกะทันหัน ได้แต่เงียบตอบรับการทักทาย เนื่องจากไม่ได้คิดเอาไว้ว่าตัวเองจะพูดอะไร

 

(แฟน?)

 

“อะ อืม...มึงยุ่งหรือเปล่า” ต้องกระแอมไอเรียกเสียงและสติของตัวเองก่อนเอ่ยคำถามออกไป

 

(ก็พอสมควร แต่คุยได้ ว่าไง)

 

คำตอบของหินดูไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็นจริงนักเมื่อความวุ่นวายของการทำงานปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดสนใจเมื่อวินาทีนี้คนในสายสำคัญกว่าสิ่งอื่น

 

“เปล่า โทรมาถามเฉยๆ”

 

(คิดถึงกูหรือไง?)

 

น้ำเสียงคนพูดเจือความหยอกเย้า ใบหน้าเครียดเคร่งก่อนหน้าผ่อนคลายลงไม่ต่างจากความปวดหนึบที่บีบอัดอยู่ตรงขมับ

 

“ใครคิดถึง แค่โทรถามเฉยๆไง” แฟนปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมรับโดยง่ายให้อีกฝ่ายได้ใจ

 

แค่โกรธไม่ถึงสองวันก็ได้ใจมากแล้ว

 

(ไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึง แล้วทำอะไรอยู่) หินยอมเออออเปลี่ยนเรื่องเนื่องจากไม่อยากเสียเวลาในการคุยกันมากไปกว่านี้

 

“ไม่ได้ทำอะไร ดูทีวี”

 

ตอบออกไปอย่างนั้นหากแต่ความเป็นจริงแล้วสายตากลับเพิ่งเลื่อนขึ้นมองหน้าจอโทรทัศน์เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปิดบอลเอาไว้ทั้งที่ดูไม่เป็น

 

(กินข้าวรึยัง)

 

“กินแล้ว มึงล่ะ”

 

(ยัง คงอีกสักพัก)

 

“อย่าลืมกินด้วย”

 

(เป็นห่วงกูใช่ไหม) อีกครั้งกับคำหยอกเย้า

 

“ก็พูดไปงั้น ตามมารยาท” และเป็นอีกครั้งกับความปากแข็งของแฟน

 

(หึ แต่กูเป็นห่วงมึง...กินข้าวแล้วก็รีบอาบน้ำเข้านอน) เสียงหัวเราะดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความจริงจังซึ่งเจือมากับความเป็นห่วงเปี่ยมล้น

 

รู้ดีว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ระบบความปลอดภัยของคอนโดเป็นเลิศ แต่สำหรับคนที่เรารักแล้ว การอยู่ห่างกันเท่านี้ก็เพียงพอแล้วกับการจะเป็นห่วง

 

“อืม...มึงก็เหมือนกัน ถ้าดึกมากก็ไม่ต้องกลับห้อง นอนที่นั่นเลย”

 

ความเป็นห่วงที่ไม่แพ้กันถูกแสดงออกผ่านทางคำพูดและน้ำเสียง โดยไม่อาจปกปิดความห่วงใยได้อีก

 

เป็นห่วงเรื่องนี้ที่สุด ไม่อยากให้ขับรถตอนเหนื่อยเลย

 

(น่าจะนอนนี่แหละ เดี๋ยวกูต้องวางแล้ว ไว้พรุ่งนี้จะโทรหา)

 

“อืม...สู้ๆ”

 

(ครับ ฝันดีล่วงหน้า)

 

อีกคนรอเสียงตอบรับ เมื่อแฟนรับคำและตอบกลับสายจึงถูกตัดไป ทิ้งความอิ่มเอมใจและโหยหาไว้ในคราเดียวกัน

 

คำว่าครับจากหิน กี่ครั้งก็ไม่เคยชิน แค่ได้ยินก็เหมือนรู้สึกจะร้อนๆที่แก้มแล้ว

 

ครืด

 

Farm : ดูซิ ใครไม่รู้เปิดฟังได้ทั้งวัน

 

ขณะกำลังเหม่อลอย โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดคราดเนื่องจากผู้เป็นน้องที่ส่งคลิปและข้อความมาให้

 

นิ้วเล็กสไลด์หน้าจอเปิดดูก่อนเสียงดนตรีแว่วหวานจะดังขึ้นให้ได้ยิน ยามภาพคือพ่อของตัวเองซึ่งกำลังนั่งฟังเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องอย่างเคลิบเคลิ้ม

 

Farm : ชมพี่หินใหญ่ว่าเก่งอย่างงู้นอย่างงี้

 

Farm : แต่ก็เก่งจริงๆนั่นแหละ พี่เขยผมสุดยอด!

 

เห้อ~ โดนหินซื้อไปทั้งบ้านแล้วจริงๆ

 

--

 

วันต่อมา

 

“สภาพนี้ผมว่าอย่าขับรถกลับเลยพี่ เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า”

 

ใบหน้าของคนพูดเต็มไปด้วยความเป็นห่วง สภาพอิดโรยจากการโหมงานมาตลอดทั้งคืนจนถึงค่ำของอีกวันทำให้ไม่อาจวางใจปล่อยให้อีกฝ่ายขับรถกลับเองได้

 

หินนอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นก็เร่งทำงานยาวกระทั่งทุกอย่างเสร็จเร็วกว่าที่คิด

 

“สภาพมึงต่างจากกูมากมั้ง...งั้นเดี๋ยวกูฝากรถไว้ที่นี่แล้วนั่งแท็กกลับแล้วกัน”

 

มือหนาหยิบกระเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อผ้าและของจำเป็นขึ้นมาสะพาย เตรียมตัวพร้อมกลับ

 

“แบบนั้นก็ยังดี ขอบคุณพี่มากจริงๆ ถ้าพี่ไม่ช่วยนี่ผมตายแน่”

 

“เก็บคำขอบคุณของมึงไว้เลี้ยงกูเถอะ ไปแล้ว กูจะไปหาเมีย”

 

เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงถูกเสยขึ้นไปลวกๆอย่างไม่ใส่ใจ เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบหลับลงตรงนี้ ทว่าหัวใจกลับเรียกร้องจะกลับห้องตัวเองให้เร็วที่สุดเนื่องจากมีใครบางคนรออยู่

 

แฟนมารอเพราะไม่อยากให้คนทำงานเหนื่อยเดินทางกลับไปคอนโดนซึ่งระยะไกลกว่า

 

“คร้าบๆ ไว้ไงผมจะโทรหาอีกที กินเด็กให้อิ่มนะพี่ ขอบคุณอีกครั้งครับ”

 

รุ่นน้องยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนคนอื่นๆจะทำตามกันให้คนถูกไหว้ทำเพียงรับคำในลำคอก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความเร่งรีบ

 

 

 

เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมาร่างสูงก็พาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าห้อง คีย์การ์ดถูกยกขึ้นแนบกับแท่นเซนเซอร์เร็วๆ จากนั้นประตูจึงถูกเปิดเข้าไปพร้อมกับที่คนข้างในซึ่งได้ยินเสียงเดินตรงมาหา

 

“ได้นอนบ้างรึเปล่า” ประโยคเอ่ยทักดังขึ้นทันทีเมื่อแฟนเห็นสภาพของหินเต็มตา

 

ความอิดโรยส่งผลให้ใบหน้าคมคายดูโทรมกว่าเคย ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกความล้าของร่างกาย อีกทั้งผมด้านหน้ายังถูกเสยขึ้นไปแบบขอไปที

 

หายไปสองวัน เหมือนหายไปสองอาทิตย์

 

“นิดหน่อย”

 

หินเอ่ยตอบคนที่เดินมาหยุดยอยู่ตรงหน้า ร่างเล็กพาความหอมอ่อนแสนชื่นใจเข้ามาใกล้ ก่อนท่อนแขนแกร่งจะรั้งต้นกำเนิดของกลิ่นนั้นเข้ามาในอ้อมกอด ปลายจมูกโด่งซุกซบเข้าหาซอกคอบางพลางปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยล้า

 

เหมือนเดินทางในทะเลทรายแล้วได้กลับมาบ้าน...บ้านซึ่งคือคน ไม่ใช่สถานที่

 

“กินข้าวมารึยัง ถ้าจะนอนก็กินข้าวก่อนสักหน่อย”

 

คนเหนื่อยถูกปลอบประโลมด้วยคำพูดเอาใจและสัมผัสบางเบาจากมือเล็กที่ไล้ไปตามแผ่นหลังกว้าง

 

ท่าทางราวกับไม่มีเรื่องใดๆเกิดขึ้นเมื่อไม่ไม่กี่วันก่อน ทุกอย่างจางหายไปโดยรวดเร็ว

 

“ยังไม่ได้กิน แต่เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อน”

 

ความเหนียวเหนอะหนะจากการทำงานและการเดินทางก่อเกิดความรู้สึกไม่สบายตัวจนอยากชำระร่างกายก่อนเป็นอันดับแรก

 

“งั้นเอาเป้มา เดี๋ยวกูเอาไปเก็บให้”

 

แฟนผละออกห่างพลางเลื่อนสายสะพายออกจากไหล่ของคนตัวสูงแล้วถือกระเป๋าไว้ในมือ

 

หินมองคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง อิ่มเอมกับการถูกดูแลแม้เรื่องเล็กๆน้อยๆก่อนแฟนจะได้รับจูบบนแก้มเป็นรางวัล

 

“เมียใครทำไมน่ารัก” คำเอ่ยชมกลับได้รับแรงซัดบนหน้าอกจากฝ่ามือของแฟนเป็นรางวัล

 

“รีบไปอาบน้ำเลย”

 

เสียงหัวเราะทุ้มดังอยู่ในลำคอ ยุติการหยอกล้ออีกคนไว้เพียงเท่านี้เพราะสติใกล้ถูกความง่วงพรากให้ปลิวหาย

 

แฟนได้แต่มองตามแผ่นหลังของหินไปด้วยความอ่อนใจ แต่ถึงอย่างนั้นบนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มประดับอยู่

 

การได้อยู่ด้วยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ

 

 

 

หลังจากอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อยก็เป็นเวลาเข้านอน ความจริงแล้วแฟนยังไม่ง่วงนักเพราะเพิ่งเป็นเวลาสามทุ่มกว่า แต่ด้วยรู้ดีว่าหินเหนื่อยแค่ไหนจึงเข้านอนพร้อมกัน

 

ร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง กดเช็กโทรศัพท์เล็กน้อยก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะแล้วเอนตัวลงนอน

 

พรึบ

 

“หมดโควตาโกรธกูแล้ว”

 

คนที่พลิกตัวมาคร่อมด้านบนเอ่ยพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย ท่าทางเริงร่าขัดกับร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าจนแฟนถอนหายใจแผ่ว

 

“ตกใจหมด”

 

“ครบสองวันแล้ว” อีกคนเอ่ยย้ำ ดูเหมือนในหัวจะมีเพียงเรื่องเดียว

 

“แล้วทำไม?” แฟนแกล้งทำไขสือ

 

“หมดเวลาโกรธแล้วนั่นหมายความว่ากูกินมึงได้”

 

“เหนื่อยขนาดนี้ยังจะหื่น”

 

คำตอบที่ไม่ได้แตกต่างจากที่คิดเอาไว้ทำให้คนฟังกลอกสายตามองบน

 

“เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย”

 

หินตอบกลับหน้าตาเฉย แม้ร่างกายจะประท้วงจนดวงตาแทบปรือปิดทว่าความต้องการของร่างกายและหัวใจกลับชนะสิ่งอื่นใด

 

นานมากกับการไม่ได้ทำอะไรแฟน

 

“เหนื่อยก็นอน ค่อยตื่นมากินกูก็ยังไม่สาย พรุ่งนี้ไม่ได้เข้าบริษัท”

 

ได้ยินดังนั้นดวงตาของคนตรงหน้ายิ่งเป็นประกายวาววับอย่างน่าหมั่นไส้ คล้ายกับหมาตัวใหญ่ตอนเห็นเจ้าของวางเนื้อชิ้นโตลงบนถาดอาหาร

 

“ทำไมถึงไม่ต้องเข้า”

 

“ก็ไม่ได้มีงานอะไรสำคัญ มีแค่เอกสารที่ต้องเซ็น”

 

คราวนี้ไม่เพียงแค่ดวงตาที่ทอประกาย หากแต่ความระรื่นยังถูกแสดงออกผ่านทางรอยยิ้มมุมปาก

 

“เป็นเรื่องที่ดี”

 

“งั้นตอนนี้ก็นอนซะ ตามึงจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว”

 

นิ้วเรียวๆไล้ไปมาแผ่วเบาตามใต้ตาดำคล้ำ ก่อนมือหนาจะเอื้อมมารั้งให้หยุดเอาไว้แล้วจรดริมฝีปากลงบนหลังมือ กดจูบซ้ำๆไปทั่วพลางพยักหน้าตกลง

 

“จะตื่นสักตีสี่”

 

“เกินไป”

 

แฟนดึงนิ้วออกจากการเกาะกุมมาเคาะลงบนปลายจมูกโด่งหลายครั้งเพราะประโยคที่บ่งบอกความหื่นอันแรงกล้า ขณะที่หินหลุดหัวเราะ ดึงนิ้วของคนใต้ร่างออกจากจมูกตัวเอง จากนั้นจึงโน้มใบหน้าลงไปใกล้แล้วทาบทับริมฝีปากเข้าหาส่วนเดียวกัน

 

แฟนตอบสนองสัมผัสนี้โดยไร้ซึ่งเงื่อนไข ปลายลิ้นสัมผัสหยอกเย้าจนเกิดเสียงดังคลอกับลมหายใจอุ่นร้อน ยามที่มือบางไล้ไปตามหลังคอของคนด้านบนแผ่วเบา

 

“กูเปลี่ยนใจแล้ว...จะตื่นตีสาม”

 

หินกระซิบชิดริมฝีปาก หยุดสัมผัสวาบหวามอ่อนหวานเอาไว้ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิดไปถึงจุดที่ไม่อาจหักห้ามใจ

 

“ไอ้หื่น นอนสักทีเถอะ”

 

คนถูกว่ายิ้มรับไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังกดจูบลงมาแรงๆทิ้งท้ายก่อนจะยอมผละออกไปนอนฝั่งตัวเองให้เรียบร้อย

 

“ฝันดีตีสามเจอกัน”

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างจงใจให้เจ้าตัวได้ยิน แฟนทำเป็นหูทวนลมกับคำว่าตีสามในประโยคจากนั้นจึงตอบกลับเพียงสั้นๆ

 

“ฝันดี”

 

--

 

07.03 น.

 

คนตื่นก่อนทอดสายตามองคนที่ลั่นวาจาว่าจะตื่นตีสามซึ่งกำลังหลับลึกไม่แม้แต่จะรู้สึกตัว ใบหน้าสวยส่ายไปมาน้อยๆพร้อมทั้งหลุดเสียงหัวเราะ เมื่อปลายนิ้วซุกซนเขี่ยเล่นตรงรูจมูกของอีกฝ่ายแล้วเจ้าตัวทำเสียงฮึดฮัดเบี่ยงหน้าหนี ทว่าการแกล้งเป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงนาฬิกาที่ตั้งปลุกเอาไว้ทุกวันดังขึ้นให้ต้องรีบขยับตัวไปข้างเตียง

 

แปลกที่เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกวันนี้กลับไม่รู้สึกรำคาญ ซ้ำยังอยากฟังอีกซ้ำๆไม่อยากกดปิด

 

เสียงเตือนที่ตั้งไว้เป็นเสียงเพลงที่หินแต่งให้ เมื่อวานก็ฟังไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

 

เพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง...ชอบจนตั้งทุกอย่างเป็นเพลงนี้ เปิดฟังในรถระหว่างไปทำงานอยู่เพลงเดียวซ้ำๆ

 

กริ๊ง~

 

มือที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ชะงักกึกเมื่อเสียงกริ่งซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีคนมาดังขึ้นให้ได้ยิน คราแรกแฟนยังไม่แน่ใจกระทั่งมันดังขึ้นอีกครั้งจึงวางโทรศัพท์ลงที่เดิม

 

หันไปเหลือบมองคนที่ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นอย่างใช้ความคิด จากนั้นจึงตัดสินใจเดินออกไปยังหน้าประตูด้านนอก แนบดวงตาเข้ากับตาแมวเพื่อส่องดูคนที่มาหาเจ้าของห้องแต่เช้า และเมื่อได้เห็นว่าเป็นใคร คิ้วได้รูปก็ขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม

 

เจ้าของอพาร์ตเมนต์งั้นเหรอ...ตีกระบังลม ใส่สร้อยทองทั้งคอ มือ และแขน ชุดไหมสวยงาม พร้อมทั้งกระเป๋าถือเสร็จสรรพ

 

หรือว่าหินจะลืมจ่ายค่าห้อง

 

แกร๊ก

 

“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”

 

คนในห้องเปิดประตูไปถาม ขณะที่ผู้มาใหม่ขมวดคิ้วหนักกว่ายามกวาดสายตามองคนตรงหน้าขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“นี่ห้องของหินหรือเปล่า”

 

“ครับ”

 

แฟนตอบกลับ เพียงเท่านั้นสีหน้าอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป ประตูที่เพียงเปิดแง้มเอาไว้ถูกดันมาจนต้องขยับถอยหลัง ก่อนมันจะถูกปิดลงหลังจากผู้มาเยือนเข้ามาในห้องแล้วเรียบร้อย

 

“คุณเข้ามาทำไม!

 

“หน้าตาผิวพรรณ...ไม่น่ามาเอาคนอย่างหินเลย มันหลอกอะไรหนูหรือเปล่าลูก”

 

คนฟังชะงักไปกับประโยคที่ได้ยิน สมองทำการประมวลผลซ้ำอีกกรอบ ค่อยๆคิดตามคำพูดของคนตรงหน้า

 

ลูก? เรียกเขาว่าลูกงั้นเหรอ

 

“มีเมียแล้วแต่ยังคงอยู่ห้องเล็กๆเท่ารูหนู ฉันล่ะจะเป็นลม พาเมียมาลำบากด้วยกันได้ยังไง”

 

“...”

 

“ดูซิ โอ๊ย ทำไมสวยจังเลย เป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่ทำงานอะไรหืม”

 

แฟนขยับถอยหลังเพราะอีกฝ่ายจู่โจมเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจพ้นมือที่วาดมาจับหน้าแล้วพลิกสำรวจไปมา ดวงตาเป็นประกายปลื้มปริ่ม

 

เดี๋ยวนะ หรือว่าจะเป็น...

 

“แม่ทำอะไรแฟนผม”

 

เสียงทุ้มงัวเงียดังมาจากอีกทางรั้งให้คนทั้งสองหันพรึบไปมอง แขกของเช้านี้จึงผละออกห่างก่อนจะเดินตรงไปหาเป้าหมายใหม่เดินอาดๆตรงมา

 

“เหอะ มีแฟนแล้วแต่ก็ยังพาเขามาลำบาก ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ซื้อบ้าน”

 

คนถูกว่าตั้งแต่ประโยคแรกกลอกสายตามองบน เสยเส้นผมไปทางด้านหลัง พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ

 

ยังไม่ทันหายงงกับการที่แม่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าก็ต้องมึนงงกับสิ่งที่ได้ยินยิ่งกว่า

 

“แล้วนี่ไปหลอกน้องมาอีท่าไหนเขาถึงได้ตกลงปลงใจกับแก ถ้าเป็นฉันสภาพแบบนี้ฉันไม่เอาหรอกนะ”

 

“พ่อนี่ดูดีกว่าผมมากเลยใช่ไหม”

 

หินตอบกลับด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย ท่าทางเหมือนสองแม่ลูกกำลังจะตีกัน แต่ทั้งสองรู้ดีว่าเป็นเพียงการพูดคุยปกติ

 

“ก็ดีกว่าแกตอนนี้ล่ะ...เอาล่ะๆ ฉันมีเวลาไม่มาก ต้องไปธุระต่อ ตั้งใจว่าจะแวะมาดูแกสักหน่อยก็เท่านั้น”

 

“แล้วแม่มาทำอะไร ไม่เห็นบอก”

 

“ฉันมาไหว้พระทำบุญกับเพื่อนๆ อ้อ แล้วก็อีกเรื่อง ไอ้รถเส็งเคร็งนั่นแกยังไม่เปลี่ยนใช่ไหม”

 

“...” คนถูกถามนิ่งเงียบ ทำเป็นเบือนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างไม่ตอบคำถาม

 

ขี้เกียจฟังคำบ่น

 

“เสาร์อาทิตย์นี้บินกลับบ้านไปเคลียร์เรื่องนี้ด้วย...มีแฟนแล้วจะมาปล่อยให้แฟนนั่งอะไรเสี่ยงๆแบบนั้นด้วยได้ยังไง”

 

“ก็เห็นมันนั่งได้” พึมพำตอบเสียงเบา

 

“ยังจะเถียง ฉันตีสักทีดีไหม! ถ้าแกมีลูกแล้วแฟนลูกขับมอไซด์เข้ามาหาคงอยากจะยกลูกให้เขาหรอกมั้ง แค่ความปลอดภัยในชีวิตยังไม่มีเลย”

 

“ครับๆ รู้แล้วครับ” คนเป็นลูกทำได้เพียงถอนหายใจเนื่องจากไม่อาจเถียงคำใดได้

 

ความจริงก็คิดถึงเรื่องนี้มาสักพักเพียงแต่ยังไม่มีเวลาจัดการให้เป็นกิจจะลักษณะก็เท่านั้น

 

“กลับบ้านเลยนะอาทิตย์นี้ พาน้องแฟนกลับไปด้วย”

 

สรรพนามซึ่งแบ่งชนชั้นชัดเจนทำให้หินถอนหายใจใส่คนเป็นแม่อีกครั้ง ก่อนสุดท้ายต้องยอมรับคำอย่างจำยอม

 

ทางด้านน้องแฟนนั้นได้แต่ยืนนิ่งงัน มองคนที่คิดว่าเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์สลับกับหินไปมาพร้อมทั้งเรียบเรียงสิ่งที่ทั้งสองคุยกันอยู่เงียบๆ

 

คนตรงหน้านี้คือแม่ของหิน...

 

“น้องแฟนจ๊ะ แม่ต้องไปแล้ว ยินดีที่ได้เจอหนู แล้วเจอกันที่ขอนแก่นนะลูก”

 

คนที่ยังคงยืนนิ่งถูกจู่โจมด้วยคำพูดและอ้อมกอดอันรวดเร็ว ได้ยินอีกฝ่ายพูดกับหินต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปโดยที่คนมึนงงได้แต่เดินตามหินไปส่งด้วยความเลื่อนลอย ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งตอนยกมือไหว้ลา

 

“กูนึกขึ้นได้แล้วว่ามีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้บอกมึง...”

 

หินเอ่ยพูดเมื่อหันกลับมาแล้วเห็นใบหน้ามีคำถามมากมายจากแฟน

 

--

 

“หึ เอาเบาะรองนั่งไหม”

 

คนถามเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อคนข้างตัวขยับยุกยิกไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นเครื่องมา

 

อย่าว่าแต่นั่ง เดินยังไม่สะดวก!

 

แฟนส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้ตัวต้นเหตุที่ทำหน้าระรื่นถามพลางขยับให้ได้จังหวะที่ทรมานตัวน้อยที่สุด

 

“ที่กูเป็นแบบนี้ก็เพราะใครล่ะ”

 

หลังจากแม่ของหินกลับไป เจ้าตัวก็เล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังคร่าวๆจากนั้นจึงสานต่อความตั้งใจที่มายหมาด ตั้งหน้าตั้งตากินกันตลอดทั้งวันชนิดที่แทบไม่ให้พัก หนักหน่วงจนสะโพกล้า เสียงแหบแห้ง ปวดเนื้อปวดตัวไปทั้งร่าง ก่อนเช้าวันต่อมาจะพาขึ้นเครื่องกลับขอนแก่นด้วยสภาพเปื่อยๆ

 

“เอาน่า”

 

“ไม่ต้องมาเอาน่า เรื่องที่บ้านมึงกูก็ยังไม่ได้หายเคืองนะ”

 

เรื่องที่ได้เห็นและรับรู้บ่งบอกว่าบ้านของหินไม่ธรรมดา ทั้งฐานะและอะไรหลายอย่าง แต่เจ้าตัวไม่ได้บอกว่าไม่ธรรมดาแค่ไหน บอกเพียงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจึงพาไปให้เห็นเอง

 

“กูไม่ได้โกหกมึง กูไม่ได้รวย อันนั้นคือเรื่องจริง แต่พ่อกับแม่ก็...ไม่รู้เหมือนกัน” หินทำหน้ายุ่งยากอย่างอธิบายไม่ถูก

 

สำหรับแฟนแล้ว รวยคือระดับไหนเขาไม่แน่ใจ อีกอย่างสมบัติพ่อแม่ถือว่าไม่เกี่ยวกัน ฉะนั้นเรื่องที่ว่าตัวเองไม่ได้รวยจึงเป็นเรื่องไม่ได้โกหก

 

“อะไรคือการไม่รู้เหมือนกัน”

 

“เอาเป็นว่าก็พอมีพอกินแต่ไม่รวยเท่ามึงหรอก”

 

คนรวยกว่าเบ้ปาก ไม่สานต่อบทสนทนาเรื่องนี้เนื่องจากความเจ็บแปลบตรงสะโพกยามขยับตัว

 

“ไหวไหม”

 

คราวนี้น้ำเสียงที่เอ่ยถามเจือความเป็นห่วงจริงจัง ไม่มีแววเย้าหยอกเช่นก่อนหน้าเนื่องจากความทรมานที่ได้เห็นผ่านทางสีหน้าของแฟน

 

“แค่เจ็บตอนขยับตัวนิดหน่อย”

 

“บินไม่นานหรอก ค่อยไปพักที่บ้านกู”

 

มือหนาเอื้อมมากุมมือปลอบประโลม ดวงตาคมทอความรู้สึกผิด ขณะที่แฟนพยักหน้ารับแล้วเอนหัวพิงกับไหล่กว้าง ไม่นึกโกรธเคืองอีกฝ่ายเนื่องจากตัวเองก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ

 

ระหว่างบนเครื่องแฟนทำเพียงแค่หลับตาอยู่นิ่งๆ ไม่ทันจะหลับดีเครื่องก็แลนดิ้งถึงที่หมาย แรงกระแทกสำหรับคนร่างกายไม่ปกติทำให้สะดุ้งเล็กน้อย รอกระทั่งผู้โดยสารคนอื่นลงไปเกือบหมดจึงค่อยลุกขึ้น

 

ป้ายชื่อท่าอากาศยานขอนแก่นเด่นหรานำพาความรู้สึกแปลกใหม่มายังผู้ที่ไม่เคยมา

 

แฟนเริ่มรู้สึกถึงความตื่นเต้น ภาษาถิ่นดังอยู่รอบตัว บรรยากาศทุกอย่างแปลกไปจากกรุงเทพอย่างชัดเจน

 

“ใครจะมารับเรา” เอ่ยถามคนข้างตัว

 

“พี่สาวกู”

 

เนื่องจากเอาของมาเพียงสำหรับสองวันจึงมีเพียงเป้สะพายข้างคนละใบ เมื่อเข้าสู่ตัวอาคารและเดินออกมากระทั่งถึงบริเวณซึ่งมีคนยืนรอเรียงรายผู้หญิงคนหนึ่งก็โบกไม้โบกมือส่งให้และมองตรงมา

 

โดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือพี่สาวของหินเนื่องจากใบหน้าที่คล้ายคลึงกับคนเป็นแม่

 

ดูต่างจากคนเป็นน้อง เหมือนว่าหินจะคล้ายพ่อมากกว่า

 

“เป็นไง โดนตามตัวด่วนเลยสิเรา” หินยกมือไหว้พี่ของตัวเองพร้อมทั้งถอนหายใจเป็นคำตอบ

 

“ไม่รู้ไปโผล่ที่นั่นได้ยังไง แถมยังไปถูกวันด้วย”

 

“เซอร์ไพร์สชุดใหญ่เลยไหมล่ะ แล้วนั่น...”

 

หางเสียงลากยาวพลางปรายตามองสิ่งที่หมายถึง ได้โอกาสให้แฟนยกมือขึ้นไหว้แล้วกล่าวสวัสดีอย่างมีมารยาท

 

“สวัสดีครับ แฟนครับ”

 

วารินส่งสายตาหาคนเป็นน้องวิบวับขณะยิ้มรับและรับไหว้คนตัวเล็กตรงหน้า

 

แฟนมีรูปร่างผอมเพรียวแม้แต่ผู้หญิงยังอาย ไหนจะใบหน้าซึ่งทุกส่วนประกอบกันอย่างลงตัว ผิวพรรณแบบลูกคุณหนู

ทุกอย่างล้วนทำให้เจ้าตัวดูน่ามองจนไม่อยากละสายตา

 

ใช้คำว่าสวยทั้งที่เป็นผู้ชาย...สวยเหมือนที่แม่เล่าไว้จริงๆ

 

“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อน้ำนะ เป็นพี่สาวของหิน”

 

แฟนยิ้มรับเมื่อเห็นท่าทางอ่อนโยนใจดีของอีกฝ่าย ความอบอุ่นทางน้ำเสียงส่งผลให้อาการตื่นกลัวเล็กๆปลิวหาย

 

“ยังไงก็รีบกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ จะได้ไปพักให้หายเหนื่อยกัน”

 

หินหันมองคนข้างตัว พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วกุมมือแฟนให้เดินตามพี่สาวไปด้วยกัน

 

ระหว่างทางคนไม่เคยมาตื่นตากับทุกอย่างที่ได้เห็นแต่ยังคงพยายามระงับอาการ รถเก๋งญี่ปุ่นคันเล็กเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมืองภายในเวลาไม่นานนัก เนื่องจากระยะทางจากสนามบินมาไม่ถึงสิบกิโล ยามเห็นความครึกครื้นและการจราจรคล้ายกรุงเทพดวงตาโตก็เบิกขึ้นน้อยๆ

 

คนเยอะเหมือนกันนะ

 

“ไปส่งที่บ้านหินนะ”

 

“ฮื่อ แบบนั้นแม่ได้โวยวายตาย” คนเป็นพี่ส่งเสียงในลำคอเมื่อจินตนาการถึงภาพของผู้เป็นแม่

 

“บอกว่าแฟนไม่ค่อยสบาย ขอเวลาพักก่อน”

 

“อ้าว น้องแฟนไม่สบายเหรอ”

 

วารินเหลือบตามองกระจกหลัง ส่งสายตาถามน้องสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง

 

“ก็...นิดหน่อยครับ”

 

คนไม่สบายเอ่ยตอบเสียงอ้อมแอ้ม แม้ไม่เข้าใจว่าบ้านของหินคือที่ไหนแต่ต้องตามน้ำไปก่อน

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวบอกแม่ให้”

 

หินพยักหน้ารับยามหันกลับไปมองคนที่กำลังสนใจอย่างอื่นอยู่ด้านหลัง พลันใบหน้าคมจึงประดับด้วยรอยยิ้มบาง

 

บ้านของเขา...พื้นที่ส่วนตัวที่จะได้เปิดรับแฟนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ให้ทุกอณูไม่ได้มีเพียงกลิ่นอายแบบดิบๆแต่จะมีความอ่อนหวานของแฟนมาเติมเต็มสิ่งที่บ้านไม้ขาดหาย

 

 

TBC.

 

มาแล้ววววว หายไปนานเลยเพราะชีวิตยุ่งกับการเรียนมากจริงๆค่ะ><

อ๊ะๆ ใครที่หวังรออ่านตอนพี่กินน้องต้องเสียใจด้วยน้าเพราะเราวาร์ปข้าม

เนื่องจากมีเรื่องที่สำคัญกว่า อิอิ

แม่พี่หินเจอน้องแฟนแล้ว แค่นี้ก็รู้แล้วเนอะว่าคุณแม่ทีมใคร

พูดกับลูกเสียงหนึ่ง พูดกับน้องแฟนเสียงสิบเลย55555555555

แต่ละบ้านต่างโดนซื้อไปอีกฝั่ง^^

ตอนหน้ามาดูน้องแฟนอินขอนแก่นกันนนนน

จะเป็นประเด็นสุดท้ายที่พี่หินไม่ได้เล่าให้น้องฟังแล้วค่ะ

หายไปนานหวังว่ากำลังใจจะไม่หาย~

อ่านแล้วคอมเมนต์หรือมาพูดคุยในแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยน้า/อ้อน

ปล.เรื่องนี้ดำเนินมาเกินครึ่งเรื่องแล้วนะคะะะ 

บวกลบไม่เกินประมาณสามสิบตอนจบค่ะ(จะจบลงตรงนี้ไหม หรือจะออกทะเล5555555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.337K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5653 Airzaa1810 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:31
    พี่หินพาน้องแฟนมาเปิดตัวววววววว
    #5,653
    0
  2. #5592 yu-na (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 08:23
    พี่หินคนอบอุ่น
    #5,592
    0
  3. #5561 yuri_miko (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 19:41
    ตื่นเต้นแทนน้องแฟน
    #5,561
    0
  4. #5469 rattanalak44 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 20:56
    แม่สามีใจดีมากกกก
    #5,469
    0
  5. #5420 12311232123312 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:57
    แงงงงงงงง้
    #5,420
    0
  6. #5337 Nuthathai Por (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 14:10

    ลูกสะใภ้ถูกใจแบบนี้ ต่อไปพี่หินนี่หัวเน่ากว่าเดิมแน่ ๆ

    #5,337
    0
  7. #5208 stjinx_singto (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 16:56
    ขำคุณแม่ 555555
    #5,208
    0
  8. #4838 ojay2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 09:53
    พาไปบ้านแล้วววว
    #4,838
    0
  9. #4828 pim pimmi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:57
    ืแม่~~~~~
    #4,828
    0
  10. #4757 jaisai09 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 10:56
    เห่อลูกสะไภ้กันแน่
    #4,757
    0
  11. #4696 areenachesani (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 12:09
    555 ชอบแม่
    #4,696
    0
  12. #4579 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 00:45
    นึกภาพนายแม่ออกเลยจ้าาาา 55
    #4,579
    0
  13. #4527 pcy921 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:53
    คุณนายแม่พี่หินทำไมน่ารัก ตีกระบังลมมาด้วย55555
    #4,527
    0
  14. #4463 koy_incle (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 14:27
    ได้เวลาพาน้องแฟนไปเปิดตัวกับครอบครัวบ้างนะพี่หิน
    #4,463
    0
  15. #4451 emie2001 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 16:44
    แม่สามีดูถูกใจลูกสะใภ้มากนะ
    #4,451
    0
  16. #4127 conan_tkd (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 11:13
    พาน้องแฟนเข้าบ้าน
    #4,127
    0
  17. #3500 echize (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 10:37
    ฮือ น่าร๊ากกกกกกกกกกก มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยยยย
    #3,500
    0
  18. #2942 Beztherday (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 14:58
    นึกอารมณ์แฟนออกเลย เหมือนเจ๊ทวงค่าเช่า นั่นแม่สัมมีหนูนะลูก 5555555 พี่หินนิความลับเยอะจังเนอะ
    #2,942
    0
  19. #2881 praaewaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 12:00
    ขำกระบังลมที่แฟนบอก 55555555 แล้วก็จริงอย่างที่คิดจริงๆด้วย พี่หินไม่ธรรมดาจริงๆ
    #2,881
    0
  20. #2480 Kim-kibom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 21:42
    คุณแม่น่ารัก
    #2,480
    0
  21. #2430 itseyejk (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 06:49
    ชอบคุณแม่พี่หิน 5555 // รอนานก็ยังรอค่ะ
    #2,430
    0
  22. #2413 KanjanaKomdee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 19:19
    รอนานจะเลิกติดตามแล้วนะ แต่คิดถึงพี่หินคนหื่น ^///^ จะรอติดตามต่อไปค่ะ
    #2,413
    0
  23. #2224 + SaiChil + (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 09:56
    เข้ากับแม่ได้ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว ดูๆก็รู้ว่าใครใหญ่สุดในบ้าน 555555
    #2,224
    0
  24. #2217 Mr-mztxx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 00:50
    คุณแม่มีความทีมลูกสะใภ้5555 สู้ๆนะคะไรท์
    #2,217
    0
  25. #2216 น้องคยอม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 00:23
    ความเห็นน้องแฟนปุ๊บ คุณแม่ก็หลงปั๊บเลย งืออออออออ
    #2,216
    0