Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 : ห่างไกลแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,109 ครั้ง
    4 เม.ย. 61


ตอนที่ 21
#พี่หินคนห่าม

 

“กูโทรมาต้องรับตลอด ห้ามมองใคร ห้ามอ่อยใคร ห้ามให้เบอร์ให้ไลน์ใคร จะไปไหนต้องรายงาน ห้ามกลับห้องเกินเที่ยงคืน...”

 

“พอแล้ว” เสียงห้ามฟังดูอ่อนใจทว่ามุมปากของคนพูดกลับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ

 

ต่างกับใบหน้าของคนถูกขัดจังหวะที่ทอความกระเง้ากระงอด ยิ่งเห็นคนตรงหน้าอารมณ์ดีความวูบโหวงพะวักพะวันยิ่งถาโถมจนนึกอยากล่มทริปครั้งนี้ หรือไม่ก็ลากหินขึ้นเครื่องไปด้วยกัน

 

ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มเศษ ทั้งสองและครอบครัวของแฟนกำลังนั่งรอเวลาขึ้นเครื่องหลังจากเช็กอินแล้วเรียบร้อย โดยเก้าอี้ถูกเว้นไปสองสามที่ให้ทั้งคู่ได้เป็นส่วนตัวอย่างรู้ใจ

 

“มึงย้ำมาสามวันแล้ว”

 

หินเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ คำพูดในประโยควกไปวนมาอยู่เพียงเท่านี้จนแทบจำได้ทั้งหมด

 

“กูจะย้ำจนกว่ามึงจะจำได้ขึ้นใจ”                                            

 

“จำได้แล้ว รู้แล้ว อย่ากังวลเรื่องกูเลยน่า ไปเที่ยวให้สนุก”

 

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างพยายามข่มกลั้นความวูบโหวงในอก คำพูดของหินราวกับลมที่ปัดเป่าความไม่สบายใจให้ปลิดปลิว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจพัดพาออกไปได้จนหมด

 

ระยะเวลาห้าวัน กับระยะทางอันห่างไกล ถือว่าเป็นการห่างที่มากที่สุดตั้งแต่คบกันมา

 

เพิ่งรู้ว่าเสพติดอีกฝ่ายมากมายขนาดไหนก็วันนี้

 

“ห้ามเมามาก อันนี้กูขอจริงๆ”

 

ความเมาทำให้มนุษย์ลืมเลือนความเป็นตัวเอง ไร้การควบคุมทั้งสติ การนึกคิด และความผิดชอบชั่วดี นอกจากความฮึกเหิมในตอนนั้นแล้วก็จะไม่มีอะไรหลงเหลือ

 

กลัวที่สุดจริงๆ...

 

“กูสัญญา” คนที่เข้าใจความรู้สึกนั้นดีกล่าวคำพูดที่ทำให้แฟนยิ้มออก

 

ถ้าบอกว่าสัญญานั่นหมายถึงหินจะทำ ไม่มีผิดคำพูด

 

“ถ้ากูรู้ว่าเมาจนเละเทะกลับมาจะข่วนหน้ามึงให้เป็นรอย”

 

“นี่เมียหรือหมา” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อเห็นท่าทางขู่ฟ่อจากคนข้างตัว

 

“เมีย”

 

เอ่ยตอบเสียงดังทว่าปากเล็กกลับโน้มลงมาแถวต้นแขนแล้วอ้างับจนหินสะดุ้ง ท่าทางคล้ายกับลูกหมากำลังคันเหงือก แม้แรงกัดจะไม่เบานักแต่คนถูกกัดยังคงนิ่งเฉย ไม่ขยับหนี ไม่เอ่ยห้าม กระทั่งการกัดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการไล้เลียด้วยปลายลิ้นจึงรั้งใบหน้าของแฟนให้ออกห่าง

 

“อย่ายั่ว”

 

“ไม่ได้ยั่ว”

 

ลิ้นเล็กเลียไปตามริมฝีปากเชื่องช้า สวนทางกับคำพูด ยามเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของหินก็แอบยิ้มกับตัวเองในใจ

 

“เดี๋ยวจะโดน”

 

“ใครกลัว”

 

ใบหน้าสวยเชิดขึ้นตอบจนคนมองนึกอยากลากอีกฝ่ายไปห้องน้ำแล้วจัดการเด็กช่างยั่วให้หลาบจำ แต่เพราะไม่อาจทำอย่างนั้นจึงได้แต่ข่มอารมณ์ ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดกับการไม่ก้าวไปตามเกมของแฟน

 

“กลับมาจะเล่นให้เปื่อย”

 

ดวงตาคมทอความลุ่มลึก ดูดดึงให้คนมองคิดตามคำพูดนั้นขณะที่ข้อนิ้วแกร่งเลื่อนขึ้นมาไล้แผ่วไปตามลำคอเล็กสื่อความหมาย ขนอ่อนในกายบางลุกเกรียวราวกับตอบรับสัมผัส

 

ใครว่าแฟนขี้ยั่วเป็นคนเดียว

 

“อยากเปื่อยจะแย่”

 

ถึงจะสั่นไหวเพียงใดแต่แฟนย่อมไม่มีทางแสดงออก สองสายตายังคงต่อสู้ฟาดฟัน และหากไม่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของมารดา เกมนี้คงดำเนินต่อไปอีกยาวนาน

 

“แฟน ได้เวลาเข้าข้างในแล้วจ้ะ”

 

ดวงตาคู่สวยผละออกไปมองคนเป็นแม่ก่อนจะพยักหน้ารับ พลันทุกอย่างเมื่อครู่จึงถูกยุติลง หลงเหลือเพียงความวูบโหวงเข้ามาแทนที่

 

หินลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือไปให้มือเล็กวางลงทับแล้วรั้งอีกคนให้ลุกตาม แม้จะไร้เสียงพูดคุยหากแต่แรงกระชับบนฝ่ามือที่แนบแน่นต่างย้ำเตือนความรู้สึกของกันและกัน

 

ร่างสูงบอกลาครอบครัวของแฟนเสร็จเรียบร้อยกระทั่งมาถึงการพูดคุยกับเด็กดื้อซึ่งเป็นช่วงเวลาสุดท้ายและท้ายสุด

 

“เดินทางปลอดภัย”

 

“อืม”

 

ดวงตาสองคู่สอดประสานกันนิ่งก่อนร่างเล็กจะเดินเข้าสู่อ้อมกอดของคนตัวโต ซุกซบบดเบียดร่างกายเข้าหา กักเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

 

“สี่วันเอง” หินเอ่ยปลอบประโลมทั้งที่ความรู้สึกของตัวเองวูบโหวงไม่แตกต่าง

 

“กลับมาก็ใช่ว่าจะได้อยู่ด้วยกัน”

 

หินต้องกลับบ้าน กว่าจะกลับมาอีกครั้งก็วันที่สิบเจ็ด นั่นหมายความว่าระยะเวลาที่ต้องห่างไม่ใช่เพียงแค่สี่วัน

 

“นิดเดียวน่า...ได้เวลาแล้ว”

 

เมื่อได้ยินเสียงประกาศหินจึงจับไหล่เล็กแล้วรั้งแฟนให้ขยับออกห่าง แม้อยากกอดอยากจูบคนตรงหน้ามากกว่านี้แต่ด้วยสถานที่แล้วจึงได้แต่สะกดกลั้นทุกความต้องการเอาไว้

 

“ต้องรับโทรศัพท์กูทุกครั้ง”

 

“อืม”

 

“ต้องกลับห้องก่อนเที่ยงคืน”

 

“อืม”

 

“ห้ามเมามาก”

 

“อืม”

 

เมื่อหมดเรื่องจะย้ำเตือนแฟนจึงกวาดสายตามองหินอย่างเก็บรายละเอียดอีกครั้ง

 

“กูไปแล้วนะ”

 

คำเพียงไม่กี่คำแต่ช่างเปล่งออกมาได้ยากลำบากเหลือเกิน

 

“เดินทางปลอดภัยแล้วก็เที่ยวให้สนุก”

 

ใบหน้าเล็กกดลงรับจากนั้นจึงก้าวถอยหลังไปรวมกับครอบครัว หินค้อมหัวลงบอกลาทุกคนอีกครั้งก่อนพ่อแม่และน้องของแฟนจะทยอยเดินเข้าไปข้างใน โดยมีร่างเล็กรั้งท้ายและคอยหันกลับมามองเป็นระยะ จวบจนกระทั่งไม่อาจมองเห็นกันได้อีก

 

วินาทีนั้นเองที่ลมหายใจหนักอึ้งถูกพรูออกมาแผ่วเบา

 

--

 

“มีเรื่อง แฮก หนักใจเหรอวะ”

 

เสียงที่เอ่ยถามหอบกระเส่า ร่างสูงมันเลื่อมไปด้วยเหงื่อ เส้นผมเปียกชื้น

 

ผลพวงจากการปีนผาจำลองทำให้ขาและแขนยังสั่นไม่หาย ทว่าคนข้างตัวกลับมีเพียงอาการเหงื่อออก ไม่ดูหอบหนักอย่างที่เขาเป็น

 

“เปล่า” หินตอบเสียงเรียบ

 

“มึงเล่น ยะ อย่างกับจะปีนขึ้นไป ต่อยใคร”

 

ระดับการปีนที่หินเลือกคือระดับยากที่สุด ไร้เชือกและตัวช่วยใดๆ แต่แขนขาแข็งแกร่งก็ยังเคลื่อนไหวรวดเร็วจนทุกคนนึกทึ่ง ราวกับอีกฝ่ายมีเรื่องอยู่ในหัวจึงต้องใช้กำลังอย่างหนักเพื่อระบายความไม่สบายใจนั้นทิ้งไป

 

“มึงจะพักใช่ไหม”

 

“เออสิวะ กูจะตายห่าอยู่แล้ว”

 

หินพยักหน้ารับ ไม่สนทนากับเพื่อนต่อ ทำเพียงหยัดกายลุกขึ้นเดินไปยังหน้าผาจำลองอีกครั้ง ขณะที่คนมาด้วยนั่งหอบหายใจอ้าปากค้าง

 

มันเหนื่อยไม่เป็นหรือไงวะ!

 

 

 

บ่ายโมง

 

นาฬิกาข้อมือถูกพลิกดูเป็นรอบที่เกือบร้อย หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดในยิมเสร็จหินก็ไม่รู้จะไปไหนต่อ โทรศัพท์ถูกกดเช็กบ่อยพอๆกับการดูเวลา

 

สาเหตุของการมายิมแต่เช้าเนื่องจากอาการนอนไม่หลับ ได้แต่พลิกตัวไปมาบนเตียงตลอดค่ำคืนกระทั่งเช้าจึงโทรชวนเพื่อนที่คิดว่าว่างให้ออกมาด้วยกัน

 

ไร้ร่างเล็กมานอนซบคลอเคลียอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกที่ว่าเตียงมันกว้างเกินไปจึงเกิดขึ้นในอก

 

และจนตอนนี้แฟนก็ยังไม่ติดต่อมา...

 

เพราะระยะทางอันยาวไกลจึงใช้เวลาเดินทางมากกว่าครึ่งวัน ต้องลงเครื่องที่เอเธนส์ก่อน จากนั้นจึงต่อเครื่องไปยังซานโตรีนีจึงยิ่งเสียเวลาในการเดินทางมากขึ้น

 

แม้จะรู้ทุกอย่างดีแต่ใจกลับร้อนรนอย่างไม่อาจห้าม

 

“เป็นอะไรวะ นั่งหน้าเครียดเชียว” คนที่อาบน้ำเสร็จทีหลังเดินมาทรุดตัวลงข้างๆพลางเอ่ยถาม

 

“เปล่า”

 

“ไอ้ห่า มึงเลิกพูดคำนี้สักที หน้าเน่อนี่อาการเหมือนเมียทิ้ง”

 

“เออ เมียทิ้ง”

 

คำตอบรับนั้นง่ายดายจนคนฟังนิ่งอึ้ง รีบถามออกมาด้วยความแปลกใจ

 

“ห๊ะ น้องแฟนอ่ะนะทิ้งมึง”

 

ถึงจะไม่เคยเจอกันแบบตัวเป็นๆแต่เรื่องของแฟนก็เป็นที่รับรู้กันในหมู่เพื่อนของหิน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนวงดนตรีหรือเพื่อนสนิท

 

“ทิ้งไปเที่ยว”

 

“ถุย กูก็นึกว่าทิ้งจริงๆ จะได้ฉลอง”

 

สายตาคมกริบนิ่งเรียบตวัดมองมาดั่งใบมีดที่กรีดไปตามร่างกายจนคนพูดหลุดหัวเราะ ก่อนจะรีบเอ่ยต่อเพื่อให้เพื่อนคลายความดุทางสีหน้าลง

 

“ฮ่ะๆ ล้อเล่นน่า แค่ไปเที่ยว มึงจะเครียดอะไรวะ...หรือว่าคิดถึงมาก ชีวิตนี้ขาดเมียไม่ได้เลย”

 

“เออ คิดถึง”

 

“บร๊ะ กูควรอัดไว้ให้น้องแฟนดูดีไหม อาการหนักนะมึงเนี้ย”

 

คนที่ไม่เคยเห็นหินเป็นอย่างนี้ได้แต่ส่ายหัว มองเพื่อนของตัวเองด้วยความอ่อนใจ

 

เสียชื่อหมดแล้วเพื่อนกู

 

“ถ้ามึงไม่เลิกกวน กูจะอัดมึง”

 

“โว๊ะๆๆ กลัวแล้วครับพี่หินครับ เอางี้ ถ้าเหงาก็ไปหาสาวนอนข้างๆแก้ขัดไปก่อน เอาไหม เดี๋ยวกูพาไป”

 

คนพูดยักคิ้วหลิ่วตา กระแทกไหล่กระเซ้าเพื่อนเบาๆ ทว่าหินกลับหยัดกายลุกขึ้นอย่างไม่บอกไม่กล่าวจนเกือบวืดตกเก้าอี้

 

“กูจะไปกินข้าว”

 

--

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนแรง หลังจากทานข้าวเสร็จก็เพิ่งกลับมาถึงห้อง บ่ายวันอังคารที่ว่างง่านกลับไม่ได้สนุกอย่างเคย ทุกสิ่งอย่างดูน่าเบื่อจนดวงตาคมทำเพียงเหม่อมองเพดาน แขนก่ายหน้าผากอย่างหมดอาลัยตายอยาก

 

วันเดียวก็เป็นหนักขนาดนี้แล้ว

 

หินได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง

 

และวินาทีที่กำลังจะหลับลงเพราะไม่มีอะไรทำโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดคราดให้เจ้าของสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบหยิบมันออกมา

 

อาจเพราะกำลังรอคอย สติเลยหลอน ร่างกายเป็นไปโดยอัตโนมัติ  ยิ่งเห็นว่าเป็นใครที่วิดีโอคอลไลน์มายิ่งไม่อาจห้ามริมฝีปากที่ฉีกออกยิ้ม

 

“อืม” รับสายด้วยคำสั้นๆทั้งที่ความจริงแล้วความรู้สึกทุกอย่างถาโถมเข้าหาอย่างรุนแรงเมื่อใบหน้าของคนที่คิดถึงปรากฏอยู่บนหน้าจอ

 

(อยู่ไหน ทำอะไร)

 

แฟนถามขึ้น แม้จะอ่อนแรงกับการเดินทางมากแค่ไหนแต่เมื่อถึงที่พักมือก็หยิบโทรศัพท์ออกมาคอลหาอีกคนทันที

 

ห่างไม่ถึงวันก็จะแย่แล้ว

 

“ห้อง เพิ่งกลับมาจากข้างนอก”

 

(ไปไหน ทำอะไร กับใคร) สีหน้านั้นดูอ่อนแรงหากแต่น้ำเสียงกลับเข้มขึ้น ดวงตาฉายแววคาดคั้น

 

“ไปออกกำลังกายกับเพื่อน หลังจากนั้นก็ไปกินข้าว...มึงล่ะ เพิ่งถึงใช่ไหม เหนื่อยหรือเปล่า”

 

หินถามไปถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นห่วงและอยากรู้ มองข้ามท่าทางเคลือบแคลงสงสัยนั้นไปเพราะตัวเองไม่ได้ทำอะไรที่ไม่น่าไว้ใจ

 

(อือ รอเครื่องจากเอเธนส์นานเลยถึงช้าหน่อย เพิ่งถึงเมื่อกี้เลย)

 

“เหนื่อยก็นอนพัก ไว้ตื่นแล้วค่อยคุยกัน” เห็นสีหน้าเหนื่อยล้านั้นแล้วจึงเอ่ยบอกปลายสายเสียงอ่อนโยน

 

(ไม่เอา อยากคุย)

 

ปากบอกว่าอยากคุยแต่เปลือกตากลับหนักอึ้งเหมือนถูกหินหลายสิบกิโลถ่วงเอาไว้จนเริ่มปรือลง

 

“ก็นอนก่อนแล้วค่อยคุย”

 

(อือ)

 

หินยกยิ้มเมื่อภาพบนจอพลิกกลับด้านพร้อมกับที่แฟนถูกความง่วงและความล้าจากการเดินทางดึงวูบให้หลุดเข้าสู่ห้วงนิทรา จากใบหน้าสวยจึงเห็นเพียงเพดานสีฟ้า ถึงอย่างนั้นหินกลับไม่คิดวาง ดวงตาจับจ้องบนหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะทำ

 

ริมฝีปากได้รูปทาบทับลงบนจอราวกับนั่นคือหน้าผากเนียนของคนหลับใหลซึ่งอยู่อีกซีกโลก

 

Good night my FAN

 

--

 

AMOREYOR
sent a photo.

                                                                                                                        

Fan : คราวหลังต้องมาด้วยกัน

 

เพียงแค่เห็นประโยคที่แจ้งเตือนมือหนาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจับ ปลายนิ้วแตะสัมผัสหน้าจอไปมาเพียงไม่กี่ครั้งหน้าของการสนทนาก็ปรากฏ ภาพซึ่งถูกส่งมาจากอีกฝั่งมีมากมายหลายสิบรูป ทว่าสิ่งที่ทำให้คนมองยกยิ้มไม่ใช่ความสวยงามของทัศนียภาพ...แต่เป็นคนในรูป

 

Hin : ไปเที่ยวก็เที่ยวไป มัวแต่ส่งรูปหากูทำไม

 

ถึงจะไม่ได้ไปแต่หินก็ได้เห็นและรับรู้ทุกอย่างผ่านรูปภาพราวกับร่วมเดินทางไปด้วยกัน ขณะเกิดความสงสัยว่าคนไปเที่ยวโฟกัสกับการเที่ยวหรือโฟกัสกับการส่งข้อความหาเขามากกว่า

 

Fan : ก็กูคิดถึง

 

ประโยคเดียวที่มีเพียงสี่คำส่งผลต่อคนอ่านจนริมฝีปากได้รูปฉีกออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ในหัวพลางคิดไปถึงใบหน้าเจ้าของข้อความ จินตนาการกับตัวเองว่าแฟนพูดด้วยสีหน้าแบบไหน ท่าทางอย่างไร เพียงเท่านี้ก็รู้สึกมีความสุขจนอิ่มเอิบ

 

Hin : กลับที่พักแล้วค่อยคุยกัน

 

อยากให้อีกคนสนุกกับการเที่ยวให้เต็มที่ ไม่อยากให้มาพะวงกับการส่งข้อความหากัน

 

Fan : ไม่คิดถึงกูเลยเหรอ

 

สิ่งที่มาพร้อมข้อความคือท่าทาง น้ำเสียง และสีหน้าของแฟน เป็นภาพที่ฉายชัดขึ้นมาเหมือนแฟนพูดเอ่ยอยู่ตรงหน้า หินโคลงหัวให้กับประโยคออดอ้อนติดจะงอนนั้น สุดท้ายก็เป็นตัวเองที่พ่ายแพ้เมื่อปลายนิ้วกดพิมพ์ถ้อยคำเอาใจอีกฝ่ายส่งกลับไป

 

Hin : คิดถึง แต่อยากให้มึงเที่ยวให้สนุก

 

Fan : คิดถึงแค่ไหน

 

แฟนไม่สนใจคำว่าเที่ยวสนุกในท้ายประโยค สายตาและความคิดจดจ่อกับเพียงคำข้างหน้า

 

Hin : คิดถึงเท่าฟ้า

 

เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นจากคนที่ตอบกลับ ในหัวนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาเมื่อตอนเป็นเด็ก


รักพ่อกับแม่ไหม

 

รัก

 

เท่าไหน

 

เท่าฟ้า

 

เด็กชายศิลาในวัยเด็กเอ่ยตอบอย่างใสซื่อก่อนจะได้รับรางวัลเป็นการถูกหอมหนักๆไปทั่วใบหน้า ครั้นยามแฟนถามว่าคิดถึงแค่ไหนก็จึงอดไม่ได้ที่จะตอบกลับแบบนั้น พลางคิดว่าหากได้รับรางวัลดั่งตอนเด็กด้วยคงดี

 

คิดถึงจะแย่

 

Fan : นี่ใช่หินหรือเปล่า ขโมยโทรศัพท์มันมาใช่ไหม

 

คราวนี้หินหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนวินาทีต่อมาจะยืนยันตัวตนด้วยการอัดเสียงแล้วกดส่งไปหา

 

Hin : เที่ยวให้สนุก อย่ามัวกดแต่โทรศัพท์ คืนนี้กลับถึงที่พักแล้วคอลมา...จะรอ

 

Fan : Yep~

 

รับคำสั้นๆทว่าสติกเกอร์หัวใจถูกส่งเข้ามารัวจนโทรศัพท์ในมือสั่นครืดคราดไม่หยุด หินได้แต่ส่ายหัวให้กับเด็กดื้อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ปฏิเสธว่าการคุยกันผ่านข้อความช่วยเยียวยาความโหยหาลงไปได้กว่าครึ่ง รอบตัวที่เงียบเหงาว่างเปล่าได้รับการเติมเต็ม

 

--

 

“วันนี้ไปล่องเรือดูพระอาทิตย์ตกแล้วก็ดินเนอร์บนเรือ อากาศเย็นสบายมาก อาหารก็อร่อยดีแต่กูเริ่มคิดถึงอาหารไทยแล้ว”

 

ปลายสายเอ่ยเล่ากิจกรรมของการไปเที่ยววันที่สองด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว สีหน้าคนเล่าเปลี่ยนไปอย่างหลากหลายแล้วแต่อารมณ์ในบางช่วงจนคนมองนึกขำ ระหว่างทำงานตอนกลางดึกไปด้วยก็มีเสียงของแฟนเล่านู้นเล่านี่จากอีกซีกโลกให้ฟังไม่หยุด

 

โลกสมัยนี้รวดเร็ว แม้อยู่ห่างกันแต่ก็ใกล้กันได้ด้วยเทคโนโลยี

 

“อย่าลืมดูแลสุขภาพ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ มึงเพิ่งหายป่วย”

 

สายตาจับจ้องอยู่บนหนังสือเกี่ยวกับการเรียนการสอนทว่าปากก็ขยับพูดไปเองโดยอัตโนมัติ

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง...ที่ไทยตีสองกว่าแล้ว มึงไม่นอนเหรอ”

 

แฟนมองคนซึ่งนั่งหน้าเครียดอ่านหนังสือ ขณะที่ความคิดถึงไหลวนไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ตอนออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอื่น ถึงจะรู้สึกสนุกแต่ใบหน้าของอีกคนก็มักฉายวาบขึ้นมาอยู่ตลอด 

 

ยังดีอย่างน้อยยังได้เห็น ได้คุยกันแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคงขาดใจตายไปจริงๆ

 

“กูว่าจะทำงานต่ออีกนิดหน่อย เคลียร์งานก่อนกลับบ้านพรุ่งนี้”

 

“แต่วันนี้มึงไปสอนมา ไม่เหนื่อยเหรอ”

 

“นิดหน่อย”

 

หินเงยหน้าขึ้นตอบเพียงครู่เดียว ก่อนเสียงพลิกหน้ากระดาษจะดังขึ้นเมื่อหน้าที่เปิดค้างถูกอ่านจนจบ

 

การที่อีกคนสนใจหนังสือมากกว่าไม่ได้ทำให้แฟนรู้สึกน้อยใจเลยแม้แต่น้อยเพราะเข้าใจดี

 

“งั้นกูไม่กวนแล้ว มึงทำงานเถอะ”

 

แน่นอนว่าลึกๆแล้วความรู้สึกไม่ได้เป็นไปตามคำพูด แต่เพราะไม่อยากรบกวนการทำงานของหินจึงตัดสินใจจะวางสายเพื่อให้เจ้าตัวทำงานได้อย่างเต็มที่

 

ทว่าคนฟังกลับเข้าใจไปอีกเรื่อง ดวงตาซึ่งจับจ้องอยู่บนหน้าของหนังสือละขึ้นมองคนในจอ คิ้วเข้มขมวดมุ่น

 

“งอน?”

 

“ไม่ได้งอน ก็มึงทำงาน”

 

หินจับสังเกตอาการคนพูด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติทั้งสีหน้าและน้ำเสียง คิ้วที่ขมวดเข้าหากันจึงคลายออก

 

“คุยได้ งานไม่ได้เร่งอะไร แค่อ่านทบทวนไว้เฉยๆ”

 

“อยากคุยกับกูเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

 

เห็นท่าทางยักคิ้วหลิ่วตาใส่แบบนี้หินจึงมั่นใจว่าแฟนคงไม่ได้งอนจริงๆ

 

“ทำไม กูอยากคุยกับแฟนตัวเองนี่มันแปลกหรือไง?”

 

ร่างสูงทิ้งตัวพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ยกท่อนแขนขึ้นมากอดอก สีหน้าไม่มีแววขัดเขินหรือสั่นไหวใดๆ

 

“เป็นแค่แฟนเองเหรอ” อีกคนเย้าต่อด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

“กูอยากคุยกับเมียกูนี่แปลกหรือไง”

 

คำพูดถูกเปลี่ยนไปเป็นคำที่เหมาะสมยิ่งกว่าโดยใบหน้าของคนพูดไม่มีสิ่งใดแปรเปลี่ยน

 

“ไม่แปลก เพราะกูก็อยากคุยกับหลัวกูเหมือนกัน” เสียงหัวเราะแผ่วดังขึ้นก่อนแฟนจะยิ้มกว้างเต็มหน้า

 

เมื่อก่อนยามได้ยินคำว่าเมียอาจรู้สึกแปลก แต่เมื่อมันเป็นความจริงแล้วจึงคุ้นชินกับการได้ยินมากขึ้น

 

“หลัวอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง” หินแสร้งพูด ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างน่าหมั่นไส้

 

“กูก็อยากคุยกับผัวกูเหมือนกัน”

 

ประโยคเดิมแต่เปลี่ยนสรรพนามดังขึ้นยิ่งกว่าเก่า พลันวินาทีนั้นเหมือนแฟนได้เห็นความพึงพอใจในดวงตาคม มุมปากได้รูปก็ดูเหมือนจะยกขึ้นนิดๆ

 

“งั้นเราก็ควรจะคุยแบบที่ผัวเมียเขาคุยกัน”

 

ประกายในตาของคนพูดพราวระยับกว่าครั้งไหน เสียงทุ้มทอความกรุ้มกริ่มตามกันมา หนังสือบนโต๊ะดูท่าว่าจะไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป

 

คำพูดและท่าทางของหินทำให้แฟนหวาดระแวง ความสงสัยบนใบหน้าฉายชัด เริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

“คุยอะไร”

 

ความสั่นไหวข้างในถูกแสดงออกผ่านทางน้ำเสียง ยังดีที่ว่ามันไม่มากถึงขั้นผิดสังเกตจึงไม่โดนหินแซว กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอแกร่งดังตามมา

 

“หึ คิดถึงสัมผัสของกูไหม คิดถึงตอนอยู่บนเตียงกับกูบ้างหรือเปล่า”

 

ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้หน้าจอโทรศัพท์ที่ตั้งอิงไว้กับกองหนังสืออีกเล็กน้อย พลางส่งสายตาซึ่งมีเลศนัยให้ผ่านกล้อง และต้องโทษความคิดของตัวเองที่เพียงได้ยินคำพูดนั้น ในหัวก็คิดภาพตามทันใด

 

“มะ ไม่”

 

ท่าทางเกินการควบคุมนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตา ไม่เพียงแต่เสียงที่สั่นไหวแต่แววตาของแฟนยังไม่มั่นคงจนจับสังเกตได้

 

พลาดแล้วเด็กน้อย

 

“จริงเหรอ...ไม่คิดถึงตอนที่ปากกูกดจูบไปทั่วตัวมึงสักนิดเลย?”

 

“ไม่”

 

คราวนี้คำปฏิเสธฟังดูมั่นคงขึ้นแต่ลูกกระเดือกที่เคลื่อนไหวขึ้นลงบ่งบอกว่าแฟนกำลังตกหลุมพรางลึกลงเรื่อยๆ

 

“แต่กูคิดถึง คิดถึงตอนตัวมึงบิดเร่าอยู่ใต้ร่าง ตอนได้ยินเสียงมึงเว้าวอนร้องขอ ตอนเห็นมึงน้ำตาคลอด้วยความเสียว”

 

หินแกล้งเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า การนิ่งเงียบแล้วหลบสายตายิ่งตอกย้ำว่าแฟนกำลังอยู่ภายใต้การควบคุม ยามปกติเจ้าตัวคงหยุดยั้งคำพูดด้วยเสียงตวาด ทว่าตอนนี้กลับไม่ได้ทำอย่างนั้นเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่ท่าทีจะห้ามทั้งที่ปากเอ่ยคำปฏิเสธ

 

“เลื่อนมือไปตามตัวเองดูสิ เหมือนที่กูทำกับมึง จินตนาการว่านั่นคือมือกูที่ค่อยๆลูบจากหน้าท้องมึงขึ้นไป”

 


[เจอกันที่บล็อกค่าาาา]


 

“แฮกๆ”

 

เสียงหอบหายใจดังขึ้นก่อนสะโพกที่โก่งโค้งจะทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อเอียงซบอยู่กับหมอนใบใหญ่

 

“เสียวดีไหม”

 

หินถามขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะจนลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ บางส่วนที่เปรอะเปื้อนถูกทิ้งเอาไว้อย่างนั้น รอการอาบน้ำชำระร่างกายทีเดียว

 

“มะ มึง!

 

คนเพิ่งตั้งสติได้ตะโกนเรียกเสียงดังด้วยความกระดากอายในการกระทำที่เพิ่งผ่านพ้น เมื่อความต้องการถูกปลดปล่อย สติสัมปชัญญะเข้ามาแทนที่จึงได้พบว่าการกระทำเมื่อครู่นี้น่าอายเพียงใด

 

เซ็กส์โฟนเนี้ยนะ!

 

“แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบมึงว่าไหม”

 

คนหน้าด้านไม่มีแววขัดเขินหรือรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำลงไปเลยสักนิด นอกจากนั้นหินยังทิ้งตัวพิงหลังกับเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ยามได้ปลดปล่อย

 

“มึงมันโรคจิต”

 

“หึ คิดดีๆว่ามีแค่กูเหรอที่โรคจิต” ปากเล็กกัดฉับเมื่อรู้คำตอบข้อนี้ดี

 

แค่มันพูดก็ยอมโอนอ่อนโดยง่ายไปหมดทุกอย่าง ใจง่ายอะไรแบบนี้

 

“กูไม่คุยกับมึงแล้ว ไอ้คนบ้ากาม!

 

ตะโกนใส่เพียงเท่านั้นปลายสายก็ตัดไปให้ภาพจากอีกฝั่งหายวับกลายเป็นภาพจากหน้าจอของตัวเอง หินเลิกคิ้วด้วยความงุนงงและไม่ทันตั้งตัว ก่อนวินาทีต่อมาเสียงหัวเราะร่วนจะดังขึ้นโดยไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยสักนิด

 

ใครๆก็ทำ และเพียงเท่านี้มันไม่อาจปลดปล่อยตัวตนเขาได้จนหมด

 

Hin : ต่ออีกรอบไหม

 

นิ้วมือแกร่งกดส่งข้อความไปหาแฟน แม้จะรู้ว่าคราวนี้คงต้องทำด้วยตัวเองแต่ก็ยังอยากแกล้งแฟนเล่น

 

Fan : ต่อกับมือมึงไปคนเดียวเถอะ!

 

คนอ่านหลุดหัวเราะกับตัวเองทว่านาทีต่อมาโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง

 

Fan : หื่นเสร็จก็รีบนอนด้วย...ฝันดี

 

หึ ก็น่ารักแบบนี้จะไม่ให้หลงยังไงไหว

 


TBC.


หายไปอาทิตย์นึงเลยยยย

ช่วงนี้เหนื่อยๆค่ะ แล้วก็ติดนิยายด้วย><

ยังไงก็มาเสิร์ฟความหื่นแล้ว ฮื่ออออ

ชาวเด็กดีเจอกันที่บล็อกเช่นเคยน้า

แต่งไปเขินไป ถ้าติดขัดตรงไหนก็แจ้งได้เลยนะคะ -////-

ชอบไม่ชอบยังไงก็ฝากคอมเมนต์และส่งฟีดแบคที่ #พี่หินคนห่าม ด้วยน้าาา

ปล. AMOREYORเป็นชื่อน้องแฟนที่พี่หินเซฟไว้ในมือถือนะคะ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.109K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5688 Nathaya127939 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:27
    อยากอ่านที่บล็อกทำไงคะ
    #5,688
    0
  2. #5649 Airzaa1810 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 21:48
    ยอมใจพี่หินแล้ว น้องแฟนไหวมั้ยลูก
    #5,649
    0
  3. #5597 supaporn2233 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 15:42
    โอ้ย พี่หิน 55555
    #5,597
    0
  4. #5556 yuri_miko (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:45
    อะไรขนาดน้านนนนน
    #5,556
    0
  5. #5465 rattanalak44 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:17
    หื่นข้ามน้ำข้ามทะเลเลยนะพี่หิน5555
    #5,465
    0
  6. #5417 12311232123312 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:14
    แงงงงงงงง่
    #5,417
    0
  7. #5333 Nuthathai Por (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 10:36

    แฟนติดกับหินเข้าซะแล้วนะเราอ่ะ

    #5,333
    0
  8. #5306 JJjiwirin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:15
    ต๊านแหล่วววววว
    #5,306
    0
  9. #5207 stjinx_singto (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 15:31
    แบบนี้ก็ฟินไปอีกแบบเนอะพี่หินเนอะ อิ อิ อิ
    #5,207
    0
  10. #5182 ilyyy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 02:09
    555555555 โอ้ยพี่หินว้อยไม่ว่ายังไงก้ไม่มีน้อยลงเลย ยอมแล้วพ่อ
    #5,182
    0
  11. #5166 Minyy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 15:45
    ระยะทางไม่สามารถทำให้พี่หินหื่นน้อยลงได้จริงๆ
    #5,166
    0
  12. #5115 IMeMoRyU (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 15:47
    sexphone...พี่หิน!!!!!!!!!
    #5,115
    0
  13. #5061 hannna (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 02:05
    พี่หินนนคนบ้าาาาา
    #5,061
    0
  14. #4824 ojay2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 17:53
    อื้อหือออออ
    #4,824
    0
  15. #4823 pim pimmi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 16:05
    งื้อออออ
    #4,823
    0
  16. #4732 jaisai09 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:57
    แก้ขัดไปก่อนเน้อ 555
    #4,732
    0
  17. #4692 areenachesani (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 10:14
    อัยย้าเอ้ยยย เขิงง~
    #4,692
    0
  18. #4677 Aomm8 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 16:02
    5555 พอๆกัน
    #4,677
    0
  19. #4671 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:53
    ทั้งคู่เลยยยย​
    #4,671
    0
  20. #4574 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 22:48
    โอ๊ยยย หื่นข้ามทวีปซะด้วย 55
    #4,574
    0
  21. #4524 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:19
    พอกันทั้งคู่อะค่ะ55555555555555
    #4,524
    0
  22. #4457 koy_incle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 08:10
    ความหื่นนี่มันติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์หรอน้องแฟนหื่นไม่ต่างจากพี่หินเลย
    #4,457
    0
  23. #4331 emie2001 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:16
    ไกลกันก็แซ่บได้
    #4,331
    0
  24. #4202 Beam9404 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 18:39
    ชอบบบบบมากกกกกเลยยยยยค่าาาาาา!!!
    #4,202
    0
  25. #4138 NayunT (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 14:34
    มันเป็รอะไรที่อ่อนโยนนะเราว่า//กรี๊ดดดดดดดดดด
    #4,138
    0