Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 : แฟนอ้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,277 ครั้ง
    28 มี.ค. 61


ตอนที่ 20
#พี่หินคนห่าม

 

ร่างสูงจับจ้องมองคนป่วยที่หลับไปแล้วโดยไม่ละสายตา ไล่ตั้งแต่หน้าผากเนียน จมูกโด่งเล็กรับกับริมฝีปากบาง ดวงตาคู่สวยที่ปิดลงเผยให้เห็นแพขนตายาวราวกับผู้หญิง

 

หินคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วอมยิ้ม หลังจากประโยคนั้นหลุดออกจากปากไปคนได้ยินก็ตัวแข็งทื่อ สักพักก็ขยับตัวดุ๊กดิ๊กอยู่ไม่สุข กระทั่งต้องบอกให้นอนด้วยเสียงราบเรียบจึงยอมอยู่นิ่ง และคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้เจ้าตัวหลับไปในที่สุด

 

การเป็นห่วงใครสักคนอย่างมากมายนอกเหนือจากคนในครอบครัว หินเพิ่งสัมผัสได้ในวันนี้ จริงอยู่ที่การป่วยแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันกลับส่งผลต่อความรู้สึกรุนแรงเหมือนอีกฝ่ายป่วยหนัก พะวักพะวนไปหมดทุกสิ่ง

 

พอป่วยแล้วแฟนสิ้นฤทธิ์ แปลงร่างเป็นเด็กดื้อคูณสิบขี้อ้อน แต่เขากลับชอบแฟนในแบบเดิมมากกว่า

 

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเห็นคนที่เรารักแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย

 

อยากให้หายแล้ว ไม่อยากให้ป่วยเลยสักนิดเดียว

 

--

 

“ไม่ให้กลับ”

 

“รู้แล้ว”

 

“ห้ามกลับ”

 

ลมหายใจแห่งความอ่อนใจถูกพรูออกมาแผ่วเบา คนบนตักพร่ำพูดแต่เพียงคำว่าไม่ให้กลับตั้งแต่ตื่นขึ้น สองแขนโอบกอดร่างใหญ่แน่น ไม่ยอมออกห่างแม้แต่เซ็นเดียว

 

หินได้แต่ส่งสายตาขอลุแก่โทษไปยังพ่อและแม่ของแฟนซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงเนื่องจากภาพที่ไม่เรียบร้อย จะจับให้แฟนนั่งดีๆเจ้าตัวก็งอแงจนต้องปล่อยเลยตามเลย

 

“แฟน พรุ่งนี้พี่หินต้องทำงานนะลูก”

 

คนเป็นแม่พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่คนถูกกล่อมส่ายหัวปฏิเสธ ยังคงยืนยันว่าไม่ให้กลับอยู่อย่างนั้น

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมสอนบ่าย สายๆค่อยเข้าไปมหาลัยก็ได้”

 

หินเอ่ยขึ้นเมื่อดูท่าแล้วคงไม่มีทางออกใดที่ดีไปกว่านี้ ความเกรงใจทั้งหมดถูกกดเก็บเอาไว้ส่วนลึกเพราะความเป็นห่วงที่มีมากกว่า

 

“แต่ว่า...”

 

“เอาแบบนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นลูกคงงอแงไม่หยุด”

 

เสียงทรงอำนาจแทรกขึ้นเป็นอันว่าสิ้นสุดการตัดสินใจ ดวงตาซึ่งหันไปมองสบกับสามีเจือความลังเล กระทั่งสุดท้ายแม่ของแฟนจึงได้แต่หันกลับไปมองคนรักของลูกด้วยความอ่อนใจ

 

“งั้นคงต้องรบกวนหินหน่อยนะ เหนื่อยไปบ้างก็ทนหน่อยนะจ๊ะ”

 

“แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วงั้นหรือ”

 

คนเป็นภรรยาหันขวับมามองจนสามีต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะความแข็งของสายตาคู่นั้น

 

“ไหวครับ เป็นผมต่างหากที่ต้องรบกวน น้องคงไม่ปล่อยให้นอนห้องอื่น”

 

หินซึ่งไม่ถือสากับคำถามนั้นเพราะเข้าใจคนเป็นพ่อดีเอ่ยตอบด้วยท่าทีปกติแฝงไปด้วยความเกรงใจ

 

การนอนค้างที่นี่และต้องนอนห้องเดียวกับแฟนเป็นเรื่องไม่เหมาะสมนัก อีกคนมีพ่อมีแม่ และพ่อแม่ก็ยืนอยู่ตรงหน้า นอนในห้องถัดกันไปเพียงไม่กี่ห้อง

 

“หินคอยดูแลแฟนก็ดีแล้วล่ะจ้ะ เผื่อไข้ขึ้นกลางดึก ตื่นมาไม่เจอหินแล้วเดี๋ยวฟองกับฟาร์มจะเอาไม่อยู่”

 

คนพูดเอ่ยด้วยเสียงและรอยยิ้มแสนอ่อนโยน ไม่คิดมากกับเรื่องอื่นใดที่หินเป็นกังวล แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรักษาท่าทีและคำพูดในความเป็นผู้ใหญ่

 

เดี๋ยวหินจะตื่นกลัวกับการพร้อมจะยกเจ้าตัวแสบให้เสียเหลือเกิน

 

“ครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นแม่กับพ่อฝากด้วยนะจ๊ะ”

 

คนถูกฝากฝังรับคำด้วยความเต็มใจ ขณะมือหนาลูบไล้ปลอบประโลมคนในอ้อมกอดไม่หยุด การกระทำที่ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเห็นอยู่ตลอดเวลา

 

เมื่อไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พ่อและแม่ของแฟนจึงโน้มตัวลงคุยกับลูกตัวเองอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปให้หินได้ดูแลเด็กดื้ออย่างเต็มที่

 

“แฟน” เสียงเรียกชื่อคนป่วยดังขึ้นด้วยความอ่อนโยน

 

“ไม่ให้กลับ” คนถูกเรียกตอบกลับด้วยคำที่เจ้าตัวพร่ำพูด

 

“ไม่ได้จะกลับ วันนี้จะนอนด้วย ไม่ไปไหน โอเคไหม”

 

เสียงทุ้มทอดอ่อนพร้อมด้วยสัมผัสบางเบาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังทำให้คนป่วยเริ่มได้สติ ใบหน้าที่ซุกซบอยู่กับอกกว้างค่อยๆผละออกห่างแล้วเงยขึ้นมอง

 

“ไม่ไปนะ?”

 

“ไม่ไป”

 

หินตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนคนฟังจะยิ้มกว้างยิ่งกว่าแล้วกลับมาซบในท่าเดิม

 

“อยู่กับน้องนะ”

 

ใจคนที่ได้ยินคำออดอ้อนเอียงวูบเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน คนไม่สบายอ้อนกันจนหินแทบทนไม่ไหว อยากจับเด็กดื้อมาฟัด มาขยำด้วยมือและปากของตัวเองตามใจอยาก

 

ไม่ว่าจะตอนปกติหรือตอนป่วยแฟนก็ทำให้เขาพ่ายแพ้

 

“แต่น้องต้องเป็นเด็กดีแล้วก็ห้ามดื้อ” หินถือโอกาสต่อรอง

 

“ไม่ดื้อ”

 

เจ้าตัวพยักหน้ารับหงึกหงักก่อนเอ่ยทวนคำว่าไม่ดื้อนั้นไปมาเพราะระบบประมวลผลช้าลงกว่าเคย ท่าทางคล้ายกับเด็กตอนต้องจำคำพูดของผู้ใหญ่

 

“พี่หิน”

 

เงียบและนิ่งไปหลายนาทีจนนึกว่าหลับแต่อยู่ดีๆแฟนก็เอ่ยเรียกจนต้องรีบขานรับในลำคอ

 

“หืม”

 

“จุ๊บๆหน่อย”

 

คนอ้อนขอผละใบหน้าออกห่างแล้วเงยขึ้นแบบเมื่อครู่ แต่คราวนี้คำพูดกลับแตกต่างจากเรื่องเดิมคนละขั้ว

 

หินเลิกคิ้วด้วยความไม่ตั้งตัว นิ่งงันเพราะกำลังคิดกับตัวเองว่าคงเพราะอาการป่วยอีกคนจึงเป็นแบบนี้ ทว่าคนอยากได้จุ๊บๆกลับขัดใจกับการยังไม่ได้สิ่งที่ร้องขอในทันที แฟนจึงเป็นฝ่ายขยับริมฝีปากขึ้นทาบทับพลางย้ำคำไปมา

 

“จุ๊บๆ จุ๊บ จุ๊บ”

 

เสียงจุ๊บที่แฟนพูดและเสียงจากสัมผัสดังผสมปนเป กว่าหินจะได้สติรั้งร่างเล็กให้อยู่นิ่งได้ปากก็เลอะไปด้วยน้ำลายแล้วบางส่วน

 

“พอก่อน”

 

“ฮื่อ!” ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นเสียงร้องในลำคออย่างขัดใจ

 

“เดี๋ยวจะเจ็บปาก”

 

การกระแทกริมฝีปากเข้าหาซ้ำๆอาจทำให้ผิดจังหวะจนเกิดความเจ็บขึ้นกับปากบาง แต่คนถูกเป็นห่วงคงยังไม่เข้าใจ ใบหน้าจึงมีเค้าความไม่พอใจเจืออยู่ กระทั่งหินแนบริมฝีปากเข้าหา หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นจึงคลายออก

 

สัมผัสนี้ต่างจากเมื่อครู่ตรงที่ไม่ได้ผละออกห่างแล้วย้ำลงมาซ้ำๆ ปากอุ่นร้อนจากพิษไข้ถูกดูดคลึงขบเม้มแผ่วเบา ส่งความหวานซ่านไปถึงข้างในโดยไม่ได้รุกล้ำ

 

ทำอย่างนั้นหลายนาทีก่อนผละออก

 

“จุ๊บอีก” ทว่าแฟนเอ่ยเรียกร้องอีกครั้งพลางระบายยิ้มราวกับเด็กที่ได้กินของหวาน

 

การไม่สบายส่งผลให้แฟนมีอาการผิดปกติอีกหนึ่งอย่าง

 

ชอบจูบเป็นพิเศษ

 

หินยกยิ้มอ่อนใจยามมองเด็กดื้อตรงหน้า จากนั้นจึงแนบริมฝีปากเข้าหาอีกครั้งแล้วขยับใบหน้าถอยห่าง

 

“ติดไว้ก่อน ตอนนี้ต้องเช็ดตัวแล้ว”

 

“เช็ดตัวแล้วได้จุ๊บๆนะ”

 

รูปประโยคคล้ายกับเป็นคำถามแต่ความจริงแล้วเป็นคำสั่งที่ว่าถ้ายอมเช็ดตัวแล้วต้องได้จุ๊บๆ

 

“โอเค”

 

ใบหน้าสวยกดลงรับเชื่องช้า ก่อนฝ่ามือหนาจะวางแนบกับเอวเล็กทั้งสองข้าง ใช้แรงเพียงนิดยกอีกคนไปวางลงทางด้านข้าง

 

“ไปไหน” ยังไม่ทันจะยันกายลุกขึ้นเด็กแสนดื้อก็เอ่ยถามทันที

 

“ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้มึง”

 

“อือ”

 

พอรู้จุดประสงค์แฟนก็ครางรับเข้าใจ ก่อนจะเอนตัวพิงหลังกับพนักเตียงระหว่างรอคนตัวโตไปหาผ้าและอ่างมาเช็ดตัวให้ สิบห้านาทีผ่านไปร่างเล็กก็อยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อย ตามตัวมีกลิ่นแป้งกระจายออกมาจางๆ

 

“คุยกันก่อน”

 

หินเอ่ยขัดคนป่วยที่ตั้งท่าจะขยับเข้ามาคลอเคลีย ทางด้านคนถูกขัดนั้นขมวดคิ้วเข้าหากัน กระแสความไม่พอใจฉายวาบขึ้นมาในดวงตา

 

“คุยอะไร”

 

อยากกอด อยากจุ๊บๆแล้ว!

 

“ชอบจุ๊บๆไหม”

 

“ชอบ” ตอบคำถามทันทีโดยไม่ต้องคิดใดๆ

 

“แล้วเคยจุ๊บๆกับใครตอนป่วยแบบนี้หรือเปล่า” น้ำเสียงนั้นเข้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

ท่าทางออดอ้อน ออเซาะ เว้าวอนขอแบบนี้ หินอยากให้เป็นตัวเองคนเดียวที่ได้เห็น ได้สัมผัส

 

เขาเป็นคนขี้หวง...ยอมรับ

 

“ไม่เคย”

 

คนถูกถามส่ายหัวรัวๆไปด้วยจนคนมองโล่งใจ ความหวงที่เกิดขึ้นในอกเมื่อครู่จางลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสิ่งที่อยากถามต่อ

 

“แล้วทำไมกับกูถึงจุ๊บๆบ่อย”

 

“ชอบ”

 

“ชอบอะไร?”

 

“จุ๊บแล้วมีความสุข...ตรงนี้มีความสุข” ตรงนี้ที่ว่าคือตรงที่นิ้วชี้จิ้มลงบนตำแหน่งอกซ้ายของตัวเอง

 

แฟนตอบด้วยท่าทีเรียบเรื่อยทว่าซื่อตรงกับความรู้สึกเพราะอาการป่วยที่ส่งผลต่อการแสดงออก ดวงตาคู่สวยใสแป๋วจับจ้องมองมา คนพูดไร้ซึ่งความขัดเขินแต่กลับเป็นคนฟังที่เกิดความร้อนขึ้นบริเวณข้างแก้ม รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็น

 

“กูทำให้มีความสุขมากกว่าคนอื่นใช่ไหม”

 

มือหนาวางแนบลงบนแก้มเนียนพลางเกลี่ยปลายนิ้วไปตามความนิ่มของผิวเนื้อแผ่วเบา ดวงตาคมอ่อนแสงลงโดยที่ไม่รู้ตัว ยามคนถูกถามนั้นเอียงหน้าซบเข้าหาฝ่ามือก่อนจะตอบรับในลำคอ

 

“อื้อ” คำยืนยันสั้นๆส่งผลให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าคร้ามคม

 

เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะให้รางวัลเด็กดื้อด้วยจุ๊บๆแสนหวานแบบที่เจ้าตัวชอบ

 

หมดแล้ว...ให้แฟนไปหมดแล้วกับความรู้สึกที่มี

 

--

 

วันต่อมา

 

“จะไปแล้วเหรอ”

 

พ่อของแฟนถามขึ้นยามหินเข้ามาขอตัวกลับในเวลาสายของอีกวัน ขอบตาดำคล้ำและร่องรอยความทรุดโทรมบนใบหน้าซึ่งมากกว่าตอนมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหินคอยดูแลคนป่วยตลอดทั้งคืน

 

“ครับ ผมต้องกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน”

 

ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดเดิมของเมื่อวานโดยที่แม่บ้านเอาไปจัดการซักให้ ส่วนชุดนอนของเมื่อคืนนั้นเป็นเสื้อผ้าตัวที่ใหญ่ที่สุดในตู้ของแฟน

 

“ได้นอนบ้างหรือเปล่าจ๊ะ”

 

“น้องดีขึ้นจนไม่น่าเป็นห่วงนักเมื่อช่วงเกือบเช้าเลยได้นอนนิดหน่อยครับ อาการดีขึ้นมากแล้ว คาดว่าไม่เกินวันสองวันคงหาย”

 

อาการป่วยของแฟนดีขึ้นเป็นลำดับเนื่องจากการทานข้าวทานยาตรงตามเวลา พร้อมทั้งถูกเช็ดตัวอยู่เป็นระยะ โดยมีหินคอยดูแล กระทั่งความร้อนบนกายเล็กเหลือเพียงอุ่นๆจึงสามารถหลับลงได้โดยไม่กังวลนัก

 

“ขอบใจมากนะจ๊ะที่ดูแลแฟน” คนเป็นแม่เอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ...ยังไงผมกลับก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวเลิกงานจะกลับมาหาน้องอีกที”

 

เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนป่วยจึงต้องกลับมารบกวนบ้านของแฟนอีกครั้ง

 

“ได้จ้ะ ขับรถดีๆนะ”

 

“กลับดีๆล่ะ” คำอวยพรราบเรียบดังขึ้นให้คนถูกอวยพรลอบยิ้มเพียงในใจ

 

รู้ดีว่าพ่อของแฟนเพียงแค่แกล้งวางท่าไปอย่างนั้น

 

“ครับ สวัสดีครับ”

 

หินยกมือไหว้และกล่าวลาผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องรับแขกไป โดยมีสายตาของพ่อแม่แฟนมองตามจนลับสายตา

 

กับคนนี้ วางใจแล้วที่จะให้ดูแลลูกตัวเอง

 

--

 

19.28 น.

 

ร่างสูงในชุดทำงานหลุดลุ่ยเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ด้วยความรีบร้อนเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นครืดคราดเนื่องจากสติกเกอร์โกรธที่ส่งรัวๆเข้ามาหา เท้าแกร่งยังไม่ทันเหยียบย่างถึงหน้าประตูดี ร่างของใครบางคนก็เดินมาดักหน้าราวกับรออยู่ก่อน

 

“กูกลับไปเอาเสื้อผ้าที่ห้องเลยมาช้า” คำอธิบายดังขึ้นทันทีโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายเอ่ยปากถาม

 

คล้ายกับสามีตอนหนีเที่ยวแล้วกลับมาเจอภรรยารออยู่

 

“...” คนป่วยที่อาการเริ่มดีขึ้นจนมีแรงเดินไปไหนมาไหนทำเพียงแค่นิ่งเงียบ ดวงตาคู่สวยจับจ้องกวาดมองคนตรงหน้าเหมือนกำลังสแกนอะไรสักอย่าง

 

หินค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้แฟนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงวาดแขนคล้องเอวเล็ก รอดูปฏิกิริยาตอบกลับหลายวินาที และเมื่ออีกคนไม่มีท่าทีอะไรจึงรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิด

 

“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

 

“ไม่ได้หนีไปไหนก่อนมาหากูใช่ไหม” คนถูกถามไม่ตอบแต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

อาการมึนหัวยังคงมีอยู่แต่ดีขึ้นมากจนความงอแงออดอ้อนลดน้อยลง

 

“กูจะหนีไปไหน ระแวงอะไร” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินคำถาม

 

“ก็แค่ถาม”

 

น้ำเสียงและแววตานั้นอ่อนลง ความรู้สึกอยากเจอหินรุนแรง ความคิดในหัวจึงเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย

 

“สรุปดีขึ้นหรือยัง ยังปวดหัวมากไหม”

 

คนอายุมากกว่าไม่ถือสาก่อนจะถามไปถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นห่วง ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งละจากการโอบเอวเล็กขึ้นมาวางทาบลงบนหน้าผากเนียน ความร้อนที่สัมผัสได้ไม่สูงเช่นเมื่อวานจึงเบาใจ

 

“ดีขึ้นแล้ว ปวดหัวนิดหน่อย”

 

“ยังไงก็ต้องกินยาจนกว่าจะหายสนิท”

 

“รู้แล้ว” ท่าทางรับคำเง้างอดตามแบบฉบับของแฟนคนเดิมทำให้หินส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ

 

ความออดอ้อนลดน้อยลงทว่าความดื้อรั้นกลับยังคงอยู่เช่นเดิม

 

“เข้าบ้านเถอะ ตากลมนานเดี๋ยวไข้กลับ”

 

“อืม”

 

--

 

“อาบน้ำแล้วก็รีบนอน” หินเอ่ยบอกพร้อมทั้งสวมเสื้อนอนลงให้ร่างเล็กเป็นอย่างสุดท้าย

 

คนที่ทำได้เพียงเช็ดตัวมาตลอดสองวันได้รับอนุญาตให้อาบน้ำอุ่นโดยมีหินคอยดูแลทุกอย่างแม้กระทั่งตอนแต่งตัว ร่างสูงหมุนกายเอาผ้าเช็ดตัวและชุดคลุมไปเก็บให้เรียบร้อยอีกทาง โดยมีสายตาของแฟนจับจ้องมองตาม ก่อนภาพการถูกดูแลต่างๆจะไหลวนเข้ามาในหัว

 

“มึง”

 

“หืม?” คนถูกเรียกขานรับพร้อมทั้งเดินกลับมาหา ทว่าคนเอ่ยเรียกกลับไม่พูดอะไรต่อจากนั้น

 

แฟนทำเพียงแค่โน้มหัวลงพิงกับหน้าท้องแกร่งของคนตรงหน้า ขณะที่หินยังคงไม่เข้าใจกับการกระทำนี้นัก กระทั่งเวลาผ่านไปราวสิบวินาที คำพูดจึงดังขึ้นแทรกผ่านความเงียบ

 

“ขอบคุณ”

 

“ขอบคุณอะไร”

 

เหมือนจะรู้จุดประสงค์ของคำขอบคุณแต่ก็ยังอยากได้ยินชัดๆ โดยที่มือหนาก็ขยับขึ้นลูบไล้กลุ่มผมนิ่มตรงหน้าท้องแผ่วเบา

 

“ขอบคุณที่ดูแลกัน”

 

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดว่าจะทำหรือไม่ทำ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเรื่อยต่างจากคำพูดและสัมผัสอันแสนอ่อนโยน

 

คนฟังระบายยิ้มให้กับประโยคทื่อๆที่แฝงไปด้วยความหมายอย่างมากมายนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบาย

 

เพราะหินคือหินจริงๆ

 

“เหนื่อยกับเด็กงอแงคนนี้ไหม”

 

แฟนถามด้วยเสียงไม่มั่นคง ภาพทุกอย่างฉายชัด ทุกการงอแง ทุกการเอาแต่ใจ เป็นหินคนเดียวที่สามารถจัดการได้ทั้งหมด

 

คนที่ได้รับรู้และสัมผัสทุกมุมของเด็กคนนี้มาหมดสิ้น

 

“หึ งอแงไม่หนักเท่าดื้อหรอก...กูเคยพูดไปแล้ว จะดื้อจะไม่น่ารักกับกูแค่ไหนก็ได้ แต่กับครอบครัวกับคนอื่นที่รักมึง ต้องใส่ใจเขาให้มาก”

 

หินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อไม่ให้คนฟังคิดว่าเป็นคำสั่งสอนหากแต่เป็นคำบอกกล่าว ตักเตือนด้วยความหวังดีให้อีกฝ่ายปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น

 

เขารู้ ตัวเองไม่ได้ดีเด่อะไรมากไปกว่าแฟน แต่อะไรที่รู้ว่าดีหรือไม่ดี บอกกันได้ก็ควรบอก

 

“...” แฟนไม่ตอบรับเป็นคำพูดแต่ตอบรับด้วยการพยักหน้า

 

“ทำตัวไม่น่ารักไป อย่าลืมไปขอโทษพวกเขาด้วย”

 

“อื้อ”

 

ความนิสัยไม่ดีของตัวเองในเมื่อวานและวันก่อนแฟนรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี แม้จะไม่มีใครเคยบอกว่าต้องทำอะไรแต่เมื่อหินพูดก็ไม่คิดปฏิเสธ

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงปล่อยผ่านไปเพราะทุกคนคงไม่ได้โกรธ

 

“เข้านอนได้แล้ว เดี๋ยวกูจะดูงานอีกนิดหน่อย”

 

จบเรื่องนี้แล้วสัมผัสบนหัวจึงหยุดนิ่งก่อนมือใหญ่จะเลื่อนลงมาจับไหล่เล็กแล้วรั้งให้ผละออกห่าง

 

“อืม” เพราะไม่อยากงอแงนอนพร้อมกันให้อีกคนเหนื่อยมากไปกว่านี้ แฟนจึงยอมรับคำโดยง่าย “อุ้มหน่อย”

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ขออ้อนต่ออีกสักหน่อย

 

มุมปากของหินยกขึ้นยามได้ยินคำนั้น ก่อนจะช้อนตัวคนที่นั่งอยู่ขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วตรงกลับเข้าไปยังห้องนอน ทำตามคำขอของคนขี้อ้อนอย่างไม่อิดออดเช่นเคย

 

จะปฏิเสธลงได้ยังไง

 

“นอนซะ”

 

ผ้าห่มผืนหนาถูกขยับขึ้นมาคลี่คลุมให้ถึงอกหลังจากอุ้มอีกคนมาวางบนเตียงแล้วจัดแจงท่าให้นอนเรียบร้อย พลันเปลือกตาของแฟนก็ปิดลงอย่างเชื่อฟัง จากนั้นจึงเกิดสัมผัสบนหน้าผากตามมา

 

“ฝันดี”

 

 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป

 

เสียงขยับพลิกตัวดังขึ้นในความมืดสลัวเมื่อคนบนเตียงไม่อาจหลับลงได้ทั้งที่เวลาผ่านพ้นไปเป็นชั่วโมง แขนขากอดกระหวัดหมอนข้างแน่น ใบหน้าซุกซบเข้าหาแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกง่วงงุน อาการมึนหัวซึ่งเบาบางลงเริ่มตีวนกลับมาเล่นงาน

 

สุดท้ายแล้วร่างเล็กจึงลุกขึ้นนั่ง ยิ่งไม่มีอีกคนให้อิงแอบแบบนี้ยิ่งข่มตาลงได้ยาก

 

อยากกอดหินนอน...อกแข็งๆที่ให้ได้พิงซบ ท่อนแขนแกร่งโอบรอบตัว กลิ่นกายแสนหลงใหล ทุกอย่างของหินล้วนเป็นยากล่อมนอนชั้นดี

 

และมีบางอย่างที่กล่อมนอนได้ดีกว่านั้น

 

ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับเมื่อนึกขึ้นได้ วินาทีต่อมาขาเรียวจึงตวัดลงข้างเตียง สอดเท้าเข้าไปในรองเท้าสลิปเปอร์ก่อนจะผุดลุกขึ้นตรงไปยังส่วนของห้องทำงาน

 

หินที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเงยหน้าขึ้น เมื่อสายตาปะทะเข้ากับคนที่ควรนอนหลับไปแล้วคิ้วก็พลันขมวดคิ้วมุ่น 

 

“ลุกขึ้นมาทำไม ปวดหัวเหรอ” ร่างสูงละมือจากงานแล้วเดินตรงเข้าไปหา

 

“นอนไม่หลับ”

 

อาจเป็นเพราะนอนพักมาทั้งวันจึงส่งผลถึงตอนกลางคืน

 

“หลับตาลงเดี๋ยวก็หลับไปเอง”

 

“ทำแล้ว ไม่หลับ”

 

“หรือจะให้กูกล่อม”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าวินาทีต่อมากลับต้องเป็นฝ่ายนิ่งงันเมื่ออีกคนขยับตัวเข้ามาใกล้  จากนั้นก็ยกแขนขึ้นคล้องลำคอ บดเบียดร่างกายเข้าหาแนบชิด

 

“กล่อมสิ” แฟนกระซิบบอก

 

“...”

 

“ไม่ได้กล่อมมาหลายวันแล้ว”

 

“หายป่วยไม่ทันไรต่อมยั่วก็กำเริบแล้ว?”

 

หินส่ายหัวคล้ายอ่อนใจแต่มือกลับไล้ไปมาตามเอวบางทางด้านหลัง ตอบสนองคำพูดนั้นทันใด

 

“ก็คนป่วยต้องฉีดยา”

 

ถึงจะมึนหัวอยู่ไม่น้อยแต่ความยั่วในตัวก็ไม่ได้ลดลงไม่ต่างจากความดื้อ

 

ไม่เพียงแค่พูดแต่แฟนยังใช้สายตาและสัมผัสจากปลายนิ้วไล้วนบนอกแกร่งอย่างเย้ายวน ลมหายใจของหินเริ่มติดขัดเมื่อห่างหายจากเรื่องนี้มาหลายวัน ตั้งแต่ก่อนวันแฟนป่วยจนถึงวันนี้รวมแล้วเกือบอาทิตย์

 

ถือว่านานมากสำหรับคนอย่างหิน

 

“อยากมากหรือไงถึงได้มายั่ว”

 

แม้แต่เสียงพูดยังไม่หนักแน่นเช่นเคย กลิ่นกายหอมอ่อนและความใกล้ชิดนี้เป็นอันตรายต่อหินเป็นที่สุด

 

“นอนไม่หลับ”

 

ใบหน้าสวยทอความหงุดหงิดเล็กๆ การนอนไม่หลับนั้นก่อความทรมานให้ไม่น้อย

 

“แต่คนป่วยต้องพักผ่อน มึงยังไม่หายดี”

 

แน่นอนว่าตัวเองมีความต้องการแต่ความเป็นห่วงก็มีมากไม่แพ้กัน ทว่าเด็กแสนเอาแต่ใจไม่คิดฟัง ไม่สนใจอาการของตัวเอง ดื้อรั้นด้วยการเขย่งปลายเท้าขึ้น ทาบทับริมฝีปากเข้าหา ปิดกั้นความหวังดีทั้งหมดของหินให้หมดสิ้น

 

อีกไม่กี่วันต้องห่างกันหลายวัน...

 

นาทีแรกหินพยายามจะเลี่ยงสัมผัสนั้น แต่เมื่อถูกรุกล้ำมากขึ้นคนที่มีความอดทนแสนน้อยนิดก็ไม่อาจต้านทาน ท่อนแขนใหญ่รั้งแฟนเข้ามาแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิม ตอบโต้กลับด้วยปลายลิ้นจนคนป่วยมึนไปด้วยทั้งจากอาการของตัวเองและสัมผัสร้อนแรง

 

“ตัวมึงยังอุ่น”

 

เอ่ยพูดเหมือนเป็นห่วงแต่ริมฝีปากร้ายกาจกลับผละออกเลื่อนลงมาจูบซับตามลำคอ มือหนาทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อนอนไวยิ่งกว่าอะไร

 

กว่าจะรู้ตัว ความเย็นของอากาศภายในห้องก็กระทบผิวบริเวณที่สาบเสื้อแยกออกจากกันจนตัวสั่น และคนที่แนบชิดอยู่ใกล้ก็สัมผัสได้ในทันที

 

“กลับไปที่เตียงกัน”

 

ส่วนของห้องนอนไม่ได้เปิดแอร์ มีเพียงพัดลมบนเพดานที่ถูกเปิดเอาไว้เอื่อยๆเพื่อไม่ให้คนป่วยร้อนเกินไป

 

“ไหนบอกว่ากูยังไม่หาย” แฟนเอ่ยเย้าทั้งที่ตัวเองกำลังเดินตามการจูงของร่างสูงต้อยๆ

 

“ลองยาเข็มใหญ่ของกูแล้วมึงอาจจะหาย”

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากทั้งคนฟังและคนพูด ยามร่างเล็กกว่าทรุดนั่งลงบนเตียงอีกคนก็ผละออกไปหยิบของที่จำเป็นก่อนจะตามลงมาทาบทับ งานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยถูกทิ้งค้างไว้ทั้งอย่างนั้นโดยไม่สนใจ

 

“เตรียมพร้อมใช้กับกู หรือเตรียมพร้อมใช้กับใคร” เสียงที่เอ่ยถามห้วนขึ้น ดวงตาคู่สวยหรี่ลงจับผิด

 

“กับมึงสิ ขี้ยั่วแบบนี้เผื่อเกิดอยู่ในที่หาซื้อไม่ได้จะลำบาก”

 

ตอนไปเก็บของไม่ได้คิดสักนิดว่าจะได้ใช้ แต่ด้วยนิสัยของตัวเองและแฟนแล้วจึงหยิบติดมาด้วยเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน


แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ

 

“แน่ใจ?”

 

“งั้นก็ใช้ให้หมด จะได้มั่นใจว่าเอามาใช้แค่กับมึง”

 

“อะ ไอ้พี่หิน อื้อ เดี๋ยว...”

 

มือและปากของหินทำงานได้เร็วยิ่งกว่าสิ่งใด ยังไม่ทันจะเอ่ยห้ามจนจบประโยคทั้งเสื้อและกางเกง ทั้งชั้นนอกและชั้นในก็หลุดออกจนกายบางเหลือเพียงความเปลือยเปล่า

 

ทั้งหมดมีสามกล่อง กล่องละสามชิ้น

 

เก้ายก...

 

ถ้าหมดนั่นไข้กลับแน่นอน

 

--

 

เมื่อได้ยาดีจากเข็มอันใหญ่ของคุณหมอจำเป็นร่างกายของคนป่วยก็มีแรงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อาการปวดหัวดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ

 

หินไม่ได้ใช้ของจนหมดนั่นอย่างที่ลั่นวาจา สุดท้ายที่คนคิดถึงแฟนมากกว่าสิ่งอื่นใดก็ทำเพียงรอบเดียว บทรักเป็นไปอย่างอ่อนโยนและค่อยเป็นค่อยไปจนไม่มีความเมื่อยล้าใดๆเกิดขึ้นในยามตื่น

 

ขณะที่คนอ่อนแรงกลับเป็นคนที่ตัวโตกว่า ความเหนื่อยสะสมมาหลายคืนจนเมื่อได้พักร่างกายก็ปิดสวิตซ์ตัวเองกระทั่งตะวันชี้โด่งตรงกลางหัวหินก็ยังไม่ตื่น

 

หลังจากลงไปทานข้าวทานยาเรียบร้อยแฟนที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินเข้าไปในส่วนของห้องทำงาน จัดเก็บงานที่หินทำไว้เมื่อคืนให้เป็นระเบียบ แล้วคิดว่าหลังจากนั้นจะเอางานตัวเองออกมาทำเนื่องจากถูกผู้เป็นพ่อสั่งห้ามไม่ให้ไปบริษัทจนกว่าจะหายสนิท

 

กึก

 

มือที่กำลังเก็บเอกสารต่างๆชะงักงันเมื่อหัวข้อบนหน้ากระดาษซึ่งกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะคือสัญญาเรื่องลิขสิทธิ์ด้านดนตรี รายละเอียดทุกอย่างหลายสิบหน้าล้วนเป็นภาษาอังกฤษ และที่สะดุดตาที่สุดคือชื่อของบริษัทเพลงที่ต้องการทำสัญญาด้วย

 

แม้จะไม่รู้จัก แม้ไม่ใช่ค่ายเพลงโด่งดังที่เห็นแล้วร้องอ๋อ แต่ก็เป็นค่ายเพลงต่างชาติ บ่งบอกว่าหินก้าวไปอีกขั้น

 

แฟนกวาดสายตาอ่านตัวหนังสือทุกหน้าคร่าวๆ หินยังไม่ได้เซ็นหรือเขียนอะไรลงไปคล้ายกับว่าเป็นช่วงเวลาของการตัดสินใจ

 

เมื่อทำความเข้าใจแล้วมือบางจึงเก็บทุกอย่างให้เข้าที่ แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เห็นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวก่ายกับการทำงานของอีกคน

 

ความสุขของหิน งานของหิน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหินเท่านั้น

 

แต่ถ้าถามว่าตื่นเต้นไหม...แฟนตอบได้เลยว่าอาจจะมากกว่าเจ้าตัวด้วยซ้ำ

 

 

 

“ตื่นแล้วเหรอ”

 

แฟนที่เดินกลับมาในส่วนของห้องนอนถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงซึ่งไร้สิ่งใดปกปิดส่วนบนลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าไม่เป็นทรง ดวงตาคมยังคงปรือปิดเหมือนยังไม่ตื่นดีนัก

 

“กี่โมงแล้ว” เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้ง

 

“เที่ยงครึ่ง”

 

“กูตื่นช้า” แฟนหลุดยิ้มเมื่อได้ยิน สองขาก้าวตรงไปยังเตียงกว้างก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างตัวอีกฝ่าย

 

“เมื่อคืนมึงใช้พลังงานไปเยอะ”

 

“แค่รอบเดียวยังไม่ทันเหงื่อออกด้วยซ้ำ คงเพราะกูไม่ค่อยได้นอนมาหลายวันเพราะคิดแต่เรื่องเด็กโคตรดื้อที่ป่วย”

 

ประโยคตอบกลับยาวเหยียดแม้เสียงจะยังกลับมาไม่เต็มที่ ดวงตาก็ปรือเปิดขึ้นได้เพียงหนึ่งข้าง

 

“เป็นห่วงกูล่ะสิ”

 

ใบหน้าสวยเชิดขึ้นถามไม่สะทกสะท้าน ไม่รู้สึกผิดทั้งยังรู้สึกดีที่ถูกเป็นห่วง ทว่าคนถูกถามกลับทำหน้าระอา เลี่ยงการตอบคำถามนั้นด้วยการทิ้งตัวนอนพร้อมทั้งรั้งแฟนลงไปนอนด้วย

 

“จะนอนต่อหรือไง” ร่างเล็กขยับตัวให้ได้ที่พลางเอ่ยถาม

 

“นอนเล่น ยังไม่อยากลุก มึงดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

 

“ถามอะไรทุกวัน ดีขึ้นแล้ว หายแล้ว” แฟนเงยหน้าขึ้นตอบคนที่กำลังกอดตัวเองอยู่

 

“ดีแล้ว อย่าป่วยอีกเลย”

 

ดวงตาคมวูบไหวไปชั่ววินาทีก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่เพราะความใกล้ชิดจึงทำให้แฟนมองเห็นความรู้สึกนั้นได้ในทันที

 

“พูดอีกสิ”

 

“หืม?” หินครางรับอย่างไม่เข้าใจนัก

 

“คำว่าพี่เป็นห่วงจะแย่...กูอยากได้ยินอีก”

 

คนฟังนิ่งไปกับคำร้องขอ รู้สึกแปลกๆเล็กน้อยเมื่อต้องพูดโดยมีสายตาของแฟนจับจ้องแบบนี้

 

ความรู้สึกแปลกก็คือความเขินนั่นแหละ

 

แต่ถึงอย่างนั้นความเว้าวอนจากดวงตาคู่สวยที่มองสบกันก็ส่งผลให้หินใจอ่อน ยอมพูดออกมาเสียงเบา

 

“ได้โปรดอย่าป่วยอีกเลย พี่เป็นห่วงจะแย่”

 

มากกว่าคำว่าพี่เป็นห่วงคือคำว่าได้โปรดที่ดูเว้าวอนเสียจนแฟนใจเต้น หินไม่ใช่คนหวานแต่ทุกการกระทำและคำพูดกลับตรงออกมาจากข้างใน ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกรุนแรงกว่าคำหวานหลายเท่า

 

“แต่น้องชอบที่พี่เป็นห่วง”

 

เอ่ยจบก็ซุกตัวเข้าหาอีกคนซ่อนความเขินอาย ทิ้งให้คนฟังนิ่งค้าง ใจเต้นกับคำแทนตัวนั้นอยู่หลายนาที

 

นิสัยขี้อ้อนที่อยู่ส่วนลึกหลุดออกมาบ่อยครั้งเมื่ออยู่กับหิน ถึงจะควรชินแต่ทุกครั้งก็อดเขินอายไม่ได้

 

“จะขี้ยั่วหรือจะขี้อ้อน เลือกสักอย่าง”

 

“เป็นทั้งสองอย่างไม่ได้หรือไง”

 

“ไม่ได้”

 

“...”

 

“หัวใจกูจะวายเอา”

 

แล้วเสียงหัวเราะแผ่วด้วยความถูกใจก็ดังขึ้น แม้ต่อจากนั้นจะไร้ซึ่งบทสนทนา มีเพียงความใกล้ชิดและสัมผัสของกันและกัน ทว่าแต่ละวินาทีที่ผ่านพ้นไปก็ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด

 

TBC.

กลับมาแล้วค่าาาา(หลังจากหายไปเที่ยวมา><)

มีคนอ่านมากขึ้นพอสมควรเลยยยย ตอนแรกเหนื่อยๆนอยด์ๆนี่หายเล้ย^^

ช่วงท้ายอาจไม่ลื่นหน่อยเพราะล้าดวงตามาก ถ้าอ่านแล้วติดขัดแจ้งกันมาได้นะคะ

ไม่มีอะไรจะพูดแล้วนอกจากให้ทุกคนระวังเป็นเบาหวาน

และ...อยากโดนฉีดยาบ้างค่าพี่หินนนนนน555555555555555

แล้วเจอกันตอนหน้านะคะะะ

ปล.อย่าหลงขุนเดชจนลืมพี่หินคนห่ามน้า อย่าลืมแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะะะ/อ้อน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.277K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5648 Airzaa1810 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 21:33
    แพ้ทั้งพี่ทั้งน้อง งื้ออออออ
    #5,648
    0
  2. #5603 pick-17 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 07:59

    อยากได้ 'น้องแฟน' เป็นของตัวเอง
    #5,603
    0
  3. #5555 yuri_miko (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:28
    น่ารักมากเลยอ่ะ
    #5,555
    0
  4. #5495 Amporn-Melon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 19:21
    น่ารักอ่ะไรเบอร์นี้
    #5,495
    0
  5. #5445 lomamee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 17:11
    ยิ่งอ่านยิ่งเขินอะ
    #5,445
    0
  6. #5415 12311232123312 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:57
    น่าร้ากกกก
    #5,415
    0
  7. #5393 Kim-kibom (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 13:08
    มุ้งมิ้งน่ารักที่สุด
    #5,393
    0
  8. #5366 Bammiiee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:05
    แบบเป็นเหลินขูนมากเลยค่ะ มาแทนตัวพี่ แทนตัวน้อง ไม่เกรงใจกันเล้ย
    #5,366
    0
  9. #5332 Nuthathai Por (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 09:52

    โอ๊ยน่ารักกันอะไรขนาดนี้

    #5,332
    0
  10. #5219 wrnyp2543 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
    ฮือฟินนนน
    #5,219
    0
  11. #5181 ilyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:25

    หัวใจเราก็จะวายเหมือนกันค่ะ ทั้งพี่ทั้งน้องเลยอหหห
    #5,181
    0
  12. #5153 Minyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:07
    จะอ่านไปเขินไปแบบนี้ทุกตอนไม่ได้!!! เบาหวานอาจจะขึ้นตาและหัวใจจะวายได้
    #5,153
    0
  13. #5095 pk2087 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 17:16

    น้องแฟนคนน่ารักขี้ยั่วขี้อ้อน พี่หินละลายแล้ว

    #5,095
    0
  14. #5060 hannna (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 01:44
    แงงงงพี่หินนน พี่คงติดหวานแล้วสินะ เล่นหยอดเป้นก้อนแบบนี้ หัวใจจะวายแล้วนะ
    #5,060
    0
  15. #4994 nannapas331 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:59
    เขินหนักอะไรจะหวานเบอร์นี้....พี่หินมีเพื่อนไหม...อินจัด
    #4,994
    0
  16. #4871 lolypop (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:16

    บู้มมม ตัวแตกตายไปเล้ยย


    #4,871
    0
  17. #4822 ojay2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:06
    เขินได้อีกกกก หวานนนนน
    #4,822
    0
  18. #4821 pim pimmi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:15
    งื้ออออออออ น่ารักกก
    #4,821
    0
  19. #4731 jaisai09 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:30

    อย่าหวานกันเยอะ คนอ่านจะหัวใจวายยิ่งกว่า
    #4,731
    0
  20. #4723 MaiNatkamon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 19:53
    ไม่ใช่แค่หินจะตาย อิชั้นก็จะตายแล้วววว แพ้อ่ะะะะะ
    #4,723
    0
  21. #4691 areenachesani (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 09:56
    พี่หินเขินนน~
    #4,691
    0
  22. #4670 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:39
    ชอบความแทนตัวว่าพี่กับน้อง
    #4,670
    0
  23. #4640 Jutharat Junklub (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 16:03
    น้อง พี่ ดีต่อใจ
    #4,640
    0
  24. #4573 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 22:31
    โอ๊ยยยยยย รำคาญคนรักกัน 555
    #4,573
    0
  25. #4523 pcy921 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:09
    หวายยยยย หัวใจจะวายนะคร้าาาาา
    #4,523
    0