Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 23 : ตอนพิเศษ(mpreg only this ch.) : แฟนงอแง(ครบ200%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,846 ครั้ง
    24 เม.ย. 61


Special 
ตอนพิเศษ mpeg (only this ch.)


จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ

 

เสียงสัมผัสดังขึ้นติดกันก่อนใบหน้าสวยจะผละออกมาซบอยู่ตรงไหล่ สองแขนกอดรอบลำคอแกร่งแน่น ขณะที่ท่อนแขนใหญ่โอบรอบเอวเล็กไม่ห่าง ความใกล้ชิดนี้ส่งผลให้กลิ่นกายของกันและกันกรุ่นอยู่ตรงปลายจมูก ยิ่งได้กลิ่นของหินแฟนยิ่งขยับซุกซบเข้าหา

 

“เหนื่อยหรือไง”

 

เสียงทุ้มถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่ออีกคนกลับจากทำงานแล้วเอาแต่เข้ามาคลอเคลียไม่ห่าง

 

แน่นอนว่าเขาชอบเป็นที่สุด ทว่าความผิดปกติเล็กๆนี้ก็นำพาความกังวลมาสู่ใจ

 

“อืม”

 

“ไปนอนพักก่อนไหม แล้วค่อยลุกมากินข้าว”

 

เอ่ยถามพร้อมทั้งไล้มือไปตามหลังเอวของคนในอ้อมแขน ออกแรงโยกตัวแฟนไปมาเบาๆราวกับกำลังกล่อมเด็ก

 

“ไม่เอา”

 

แฟนส่ายหัวตอบ ก่อนจะทาบทับริมฝีปากลงบนบริเวณผิวคอจนความร้อนแล่นวูบตามตำแหน่งที่ถูกสัมผัส ร่างกายของคนถูกจูบเกร็งรับโดยอัตโนมัติ ความนุ่มหยุ่นที่แตะแต้มไปทั่วสามารถเล่นงานกันได้มากกว่าที่คนทำคิด

 

แต่ถึงอย่างนั้นท่าทางเหนื่อยอ่อนก็ทำให้ไม่อาจเอาแต่ใจตัวเองได้

 

“นอนสักหน่อยเถอะ จะนอนเล่นก็ได้”

 

อีกคนไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แฟนยังคงคลอเคลียแนบชิดอยู่อย่างนั้น สุดท้ายแล้วท่อนแขนใหญ่จึงช้อนร่างเล็กขึ้นแล้วเดินตรงไปทางโซฟากว้างตามใจตัวเอง

 

คราแรกคนถูกอุ้มตกใจเล็กน้อยก่อนแขนที่กอดรอบคอจะกระชับแน่นขึ้น เอียงซบใบหน้าอยู่นิ่งๆ ยอมให้หินอุ้มไปโดยไม่ขัดขืน

 

เหนื่อยไปหมดจนไม่อยากทำอะไร

 

“ทำไมวันนี้ถึงเหนื่อย งานเยอะกว่าทุกวันหรือไง”

 

หินถามขึ้นเมื่อขยับท่าทางให้ได้ที่ โดยมีร่างเล็กนอนซ้อนอยู่ด้านบน ไม่ยอมนอนลงเคียงข้าง

 

“อืม มีประชุม กว่าจะหาข้อสรุปได้”

 

“งั้นวันนี้ก็รีบนอน พรุ่งนี้หยุด ไม่ต้องรีบตื่นไปไหน”

 

สัมผัสจากมือหนาไล้ไปตามกายบางเรื่อยๆ หวังให้สัมผัสอ่อนโยนนี้ทำให้อีกคนรู้สึกผ่อนคลายทั้งทางกายและใจ

 

เห็นแฟนเซื่องซึม ดูเนือยๆแล้วรู้สึกไม่สบายใจ

 

“หิน”

 

“หืม”

 

ใบหน้าสวยตั้งขึ้นเงยมองกัน ก่อนคนเรียกจะสื่อสารสิ่งที่ต้องการด้วยการยื่นปากออกมาน้อยๆให้คนมองหลุดยิ้ม จากนั้นจึงไม่รอช้าสนองสิ่งที่แฟนร้องขอ

 

จุ๊บ

 

สิ่งที่เดียวที่สร้างความพึงพอใจให้เมื่อยามแฟนเหนื่อยคือเจ้าตัวจะขี้อ้อนมากกว่าปกติ

 

จุ๊บ

 

พอผละออกคนขี้อ้อนก็ตามมาจูบอีกซ้ำๆ

 

“อยากกินสเต๊ก”

 

อยู่ดีๆแฟนก็เอ่ยขึ้น นิ้วมือเรียวเขี่ยไปมาบนอกหนั่นแน่นภายใต้เสื้อยืดตัวโปรด เขียนอะไรสักอย่างซึ่งจับใจความไม่ได้

 

“จะกินวันนี้?” คนถูกถามส่ายหน้า

 

“พรุ่งนี้”

 

“โอเค เดี๋ยวพาไปกินที่ร้าน” แฟนรับคำด้วยความพอใจก่อนจะเอียงหน้าซบลงมาเช่นเดิม

 

ต่อจากนั้นไม่มีบทสนทนาใดๆดังขึ้น มีเพียงสัมผัสที่สลับแตะแต้มกันไปมา กระทั่งคนที่บอกว่าจะไม่นอนนิ่งไปเนื่องจาดความเหนื่อยล้าฉุดรั้งให้ไม่อาจทนฝืนร่างกาย

 

หินนอนนิ่งเป็นเบาะรองนอนให้คนด้านบน แม้จะรู้ชาหนึบจนเหมือนคนเป็นอัมพาตไปครึ่งร่างแต่ก็ยอมอดทนอยู่อย่างนั้น

 

--

 

อาการเหนื่อยอ่อนที่คิดว่าจะดีขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น แฟนลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ไม่อาจอธิบายได้ ข้างกายซึ่งไร้ร่างของหินทำให้คนเพิ่งตื่นมีใบหน้ายุ่งเหยิงกว่าเดิม

 

แกร๊ก

 

เสียงดังมาจากทางประตูห้องน้ำเรียกให้ดวงตาที่ยังคงปิด ลืมขึ้นมอง หินเลิกคิ้วยามเห็นอีกคนลุกขึ้นมานั่งจมปุกอยู่บนเตียง เสื้อนอนตัวใหญ่คอกว้างจนตกไหล่ข้างหนึ่ง เผยให้เห็นความขาวเนียนล่อตา

 

“ตื่นแล้วเหรอ” หินเอ่ยถามยามทรุดตัวนั่งลงบนเตียง

 

“อือ” แฟนทำเพียงครางรับ ก่อนจะทิ้งหัวลงบนตักของหินคล้ายจะออดอ้อนกันแต่เช้า “ง่วง”

 

การนอนมากมายเมื่อคืนดูเหมือนจะไม่มีผลกับร่างกาย ไม่แม้แต่จะเพิ่มพลังงานขึ้นเลยแม้แต่น้อย อาการซึ่งบอกไม่ถูกว่าจะไม่สบายหรือยังสบายดีพานให้รู้สึกหงุดหงิดใจ

 

“ง่วงก็นอน”

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่นกับท่าทางนั้นพลางยกมือขึ้นลูบไล้ผมนิ่มไปมาแผ่วเบา พยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพราะการทำงานที่ทำให้แฟนเป็นอย่างนี้ ขณะที่ข้างในกำลังครุ่นคิดถึงอาการของคนตรงหน้า

 

จะไม่สบายหรือยังไง

 

“อือ” มีเพียงเสียงในลำคอกับการขยับถูไถใบหน้าอยู่กับตัก กระทั่งแฟนน่าจะหลับไปอีกครั้งหินจึงค่อยๆประคองอีกคนให้นอนลงในท่าทางที่ดีกว่า

 

ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหน้าผากเนียน ถึงจะไม่ได้สัมผัสได้ถึงความร้อนใดๆแต่ในใจยังคงไม่คลายความกังวล

 

ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องพาไปหาหมอ

 

 

 

แฟนตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเกือบเที่ยง ความอ่อนล้าลดลงแต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด หลังจากอาบน้ำและทานข้าวเสร็จเรียบร้อยร่างเล็กก็เข้ามาคลอเคลียหินไม่ห่างเช่นเดิม

 

อยู่ดีๆก็อยากกอด อยากอยู่ใกล้อีกคนตลอดเวลา

 

“มึงดูซึมๆ รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า”

 

อดถามออกมาไม่ได้เมื่อระหว่างนั่งย่อยอาหารแฟนก็ขยับเข้ามาแทรกตรงกลางหว่างขาแล้วเอนหัวพิงซบกับไหล่ท่าทางคล้ายคนอ่อนแรง

 

“เปล่า” ไม่ได้ไม่สบายแต่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นอะไร

 

“แน่นะ”

 

“อือ”

 

คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้คนเป็นห่วงวางใจ แต่กระนั้นหินก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ทำเพียงแค่คอยสังเกตอาการของแฟนเป็นระยะ พยายามสัมผัสมือไปตามเนื้อตัวอีกฝ่ายบ่อยๆเพื่อเช็กอุณหภูมิของร่างกายว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่

 

“พี่หิน” อยู่ดีๆคนที่เงียบไปก็เรียกขึ้น

 

“หืม”

 

“หิว”

 

“หืม??”

 

ความแปลกใจที่ไม่อาจปกปิดได้หลุดออกมาทางน้ำเสียง มือหนาวางลงบนไหล่เล็กแล้วออกแรงรั้งให้แฟนขยับห่าง ดวงตาคมจับจ้องคนตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

 

เพิ่งกินข้าวไปไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ

 

“หิว” แฟนเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เริ่มบูดบึ้ง

 

“หิวอะไร” หินถามเสียงหลง เดาใจไม่ถูกว่าคำว่าหิวนั้นหมายถึงข้าว ขนม หรือว่าสิ่งใด

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็น่าแปลกใจทั้งนั้น

 

“ขนม”

 

“ขนมอะไร”

 

“เค้ก ไอติม ช็อกโกแลต...”

 

“แน่ใจนะว่ามึงไม่ได้เป็นอะไร” อาการแบบนี้ไม่ใช่สิ่งปกติ ไม่มีทางปกติอย่างแน่นอน

 

จริงอยู่ที่การกินขนมหลังทานข้าวไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่แฟนไม่ใช่คนที่กินจุมากมายนัก เทียบกับสิ่งที่ร่ายมาทั้งหมดแล้วหินสรุปได้ทันทีเลยว่าอีกคนกำลังมีอาการแปลกๆ

 

และนั่นทำให้คนเป็นห่วงรู้สึกวูบโหวงในอก

 

“ไม่ได้เป็นอะไร แค่หิว” เจ้าตัวยังคงตอบคำถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“จะกินทั้งหมดที่พูดมา?”

 

“เปล่า” คนฟังโล่งใจขึ้นมากับคำตอบที่ได้ยิน

 

“กินบิงซูด้วย”

 

“ห๊ะ”

 

คนฟังอุทานจนร่างเล็กสะดุ้ง กลายเป็นแฟนที่กำลังขมวดคิ้วเพราะแปลกใจกับท่าทางตกใจนั้น

 

“ทำไม กูกินไม่ได้เหรอ”

 

ไม่ได้ก็จะกิน!

 

“ก็ได้ แต่แค่แปลกใจเฉยๆ”

 

“น่าแปลกตรงไหน”

 

ยังจะถาม

 

หินอยากพูดอย่างนั้นทว่าประกายความขุ่นเคืองในดวงตาคู่สวยบ่งบอกว่าควรเก็บคำพูดไว้เพียงในใจ ดังนั้นจึงทำได้เพียงส่ายหน้าตอบ

 

“ไม่แปลกก็ไม่แปลก สรุปคือจะออกไปกินขนมข้างนอก?”

 

“อือ” เจ้าตัวพยักหน้ารับ ท่าทางอ่อนแรงหายไปกลายเป็นขยันขันแข็งกับการจะออกไปกินขนม พร้อมทั้งขยับถอยลงไปยืนข้างโซฟา

 

“ไปแต่งตัว”

 

ไม่เพียงแค่พูดแต่มือเล็กยังเอื้อมมาดึงให้ลุกตาม หินได้แต่หยัดกายขึ้นแล้วเดินเข้าห้องตามอีกคนไปอย่างงงๆ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อตอนถึงห้างสรรพสินค้า ซ้ำยังนั่งอยู่ในร้านขนมที่ไม่เคยคิดจะเดินเข้าด้วยตัวเอง

 

“เมื่อไหร่จะมา”

 

คนพูดท่าทางหงุดหงิด มือเล็กเคาะลงกับโต๊ะอย่างเฝ้ารอคอยบิงซูที่สั่งไป จดจ้องกับเครื่องส่งสัญญาณตรงหน้าไม่วางตา

 

หินมองท่าทางของแฟนแล้วขมวดคิ้วจนแทบพันกัน

 

“หิวขนาดนั้นเลย?”

 

“อื้อ! หิว”

 

อีกคนตอบเสียงดังฟังชัด พอเครื่องกลมๆนั้นสั่นก็ลุกพรวดพราดเดินไปหน้าเคาน์เตอร์ด้วยความรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่อยู่โต๊ะมองตามด้วยความแปลกใจเป็นรอบที่ร้อย

 

“มาแล้วๆ”

 

เหมือนเห็นร่างเด็กน้อยไม่กี่ขวบวิ่งถือขนมมาวางบนโต๊ะ ตาดวงโตเบิกขึ้นราวกับไม่เคยเห็น เพียงแค่บิงซูถูกวางลงแฟนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบช้อนขึ้นมาตักเข้าปากด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

“อร่อย”

 

“มึงสบายดีนะ?” หินถามย้ำอีกครั้ง

 

“สบายสิ ตอนนี้ยิ่งสบาย”

 

เอ่ยตอบพลางตักเกล็ดน้ำแข็งรสสตอเบอร์รีส่งให้ถึงปากแม้จะมีช้อนสองอัน หินเบือนหน้าหนีเป็นการปฏิเสธ ทว่าเมื่อเสียงครางในลำคอบ่งบอกว่าไม่พอใจดังขึ้นก็จำต้องหันกลับมาแล้วอ้าปากรับ

 

คนไม่ชอบกินของหวานทำหน้าปุเลี่ยน ขณะที่คนชอบหนักหนาตักเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ

 

หินได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ ถึงจะยังคลางแคลงใจทว่าก็รู้สึกดีกว่าเมื่ออีกคนเอาแต่นอนด้วยท่าทางไม่มีแรง

อายุสามสิบแล้วแต่แฟนยังคงเหมือนเด็กเสมอเวลาอยู่กับเขา เบื้องหน้าเป็นผู้ใหญ่ขึ้น สุขุมขึ้น แต่ยามอยู่ด้วยกันสองต่อสองกลับเป็นเด็กขี้อ้อนไม่เคยเปลี่ยน

 

“เปื้อนแล้วนั่น”

 

คนที่มีความสุขกับการกินชะงักไปเมื่อหินเอื้อมมือมาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบเลอะตรงมุมปาก ด้วยอยู่ด้วยกันมานานเกินกว่าจะรู้สึกขัดเขิน คนได้รับการดูแลจึงทำเพียงแค่ยิ้มแล้วกินต่ออย่างไม่สนใจ

 

ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าบิงซูข้างหน้าทั้งนั้น

 

--

 

ตลอดทั้งอาทิตย์แฟนกลายเป็นคนกินเยอะนอนเยอะ ทุกเช้าร่างเล็กมีอาการงอแงเหมือนเด็กไม่อยากตื่นไปโรงเรียน กลับมาถึงห้องหลังจากกินข้าวและขนมเรียบร้อยก็เข้านอน เห็นแบบนั้นหินจึงไม่กล้ากวนเรื่องบนเตียงให้อีกคนต้องเหนื่อยกว่าเดิม ทั้งยังคิดว่าคงต้องหาเวลาคุยเรื่องการไปหาหมออย่างจริงจัง

 

“วันเสาร์ก่อนกลับบ้านเราไปเช็กร่างกายกันหน่อยดีไหม”

 

หินเอ่ยขึ้นในเช้าวันพุธของสัปดาห์ถัดมา คนฟังซึ่งกำลังนั่งกินมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อยชะงักมือ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมอง ดวงตาฉายความหวาดระแวงอยู่ชั่ววินาที

 

“ไม่ไป กูสบายดี” แฟนตอบง่ายๆแล้วก้มลงกินอาหารของตัวเองต่อ

 

“กูไม่ได้ว่ามึงไม่สบาย แต่ไปเถอะ แค่ไปเช็กให้แน่ใจ”

 

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ทำไมต้องไปเช็ก”

 

เพราะความแปรปรวนทางอารมณ์ทำให้คำพูดฟังดูห้วนกว่าเคย ทว่าหินพยายามไม่เก็บมาใส่ใจ ระยะเวลาที่ผ่านมามันมากพอกับการเรียนรู้ว่าไม่ควรถือโทษกันในเรื่องเล็กน้อย

 

“ข้างในคือสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไปสักหน่อยนะ”

 

น้ำเสียงคนพูดอ่อนลงจนแฟนละความสนใจจากอาหารขึ้นมามองหน้ากันอีกครั้ง หัวใจคนมองอ่อนยวบยาบให้กับความเป็นห่วงที่ฉายชัดอยู่ในตาคู่นั้น หากแต่ภาพหมอในชุดกาวน์ โรงพยาบาล และกลิ่นของแอลกอฮอล์ก็ฉุดรั้งคำตอบตกลงให้เปลี่ยนเป็นปฏิเสธ

 

“กูไม่อยากไป”

 

“ไม่อยากก็ไปหน่อยเถอะ ตรวจนิดเดียว”

 

“ไม่ไป...”

 

“ทำไมถึงได้ดื้อนัก” หินหลุดพูดขณะขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

ความจริงที่ว่าแฟนไม่ชอบโรงพยาบาลนักเขารู้ดี แต่ตลอดมาอีกคนก็ไม่เคยรั้นถึงขนาดที่ว่าร้องขอแล้วไม่ยอมไป

 

ประโยคที่ทำให้คนฟังวางช้อนลงกระแทกจานข้าวเสียงดัง สีหน้าและคำพูดของหินที่เหมือนรำคาญส่งผลให้ความน้อยใจและเสียใจแล่นวูบเข้ามาในอก ดวงตาและปลายจมูกร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม

ไม่ทันจะได้คิดว่าอารมณ์ตัวเองผิดปกติ ปากก็ขยับโต้ตอบไปทันใด

 

“ทำไม ดื้อแล้วมึงไม่รักไม่อยากทนแล้วใช่ไหม เบื่อกูแล้วใช่ไหม”

 

เสียงพูดนั้นสั่นเครือ ใบหน้าสวยแดงก่ำจากการพยายามกลั้นความเสียใจ อีกทั้งยังไม่พอใจกับเรื่องที่หินโน้มน้าวให้ไปโรงพยาบาล หลายความรู้สึกตีวนจนไม่อาจระบายได้เป็นคำพูดแต่ออกมาในรูปของน้ำตา

 

คนที่เห็นท่าทางไม่คาดคิดนั้นตั้งตัวและตั้งสติไม่ทันอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถามหาสาเหตุของความรุนแรงทางอารมณ์นี้ร่างกายก็ลุกพรวดไปหาแฟนแล้วรั้งร่างเล็กเข้าหาก่อนสิ่งอื่นใด

 

ปฏิกิริยานั้นเป็นไปโดยอัตโนมัติ น้ำตาของแฟนมีผลกับเขาอย่างมากมายเสมอ

 

“กูไม่ได้คิดแบบนั้น ไม่เคยเบื่อมึงเลย”

 

หินเอ่ยปลอบเสียงร้อนรน ทั้งงงงวย เป็นห่วง และสงสัย ทว่าตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการปลอบประโลมคนตรงหน้า

 

หากคุกเข่าลงอ้อนวอนแล้วแฟนหยุดร้องก็จะทำ

 

“ไม่จริง มึงบอกว่ากูดื้อ”

 

เสียงตอบดังอู้อี้เมื่อแฟนซุกใบหน้าเข้ากับหน้าท้องแกร่งของคนที่ยืนอยู่โดยไม่สนใจว่าเสื้ออีกคนจะยับหรือเลอะอย่างไร เสียงสูดลมหายใจสั่นสะอื้นเสียดแทงใจคนฟังดั่งมีดคมกริบ

 

ยอมแพ้แล้วจริงๆ ไม่ชอบการที่แฟนร้องไห้พอๆกับเรื่องป่วยไข้เลย

 

“แต่กูไม่เคยเบื่อกับความดื้อของมึง”

 

“มึงบังคับให้กูไปหาหมอ” แฟนยังคงพูดต่อ เรียบเรียงเรื่องราวที่ไม่พอใจออกมาเรื่อยๆ

 

“กูไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ไปเพราะเป็นห่วงก็เท่านั้น”

 

“แต่กูไม่อยากไป”

 

“โอเคๆ ไม่ไปก็ไม่ไป กูจะไม่คุยเรื่องนี้แล้วโอเคไหม”

 

สุดท้ายก็เป็นหินที่ต้องยอมล่าถอย ค่อยคิดหาวิธีกล่อมใหม่เนื่องจากวินาทีนี้ต้องโฟกัสกับการทำให้แฟนสงบลง

 

“ไม่คุยแล้วนะ”

 

“อืม...แต่จะคุยเรื่องอื่น”

 

“เรื่องอะไร”

 

หินจับร่างเล็กให้ผละออกมาคุยกัน ดวงตาคู่สวยยังคงวาววับเคลือบด้วยหยดน้ำและแดงเรื่อ ประเด็นเรื่องท่าทางเหนื่อยอ่อนจบไป เรื่องใหม่ที่น่าเป็นห่วงกว่ากลับเข้ามาแทนที่

 

“เป็นอะไร ทำไมถึงได้นอยด์ง่ายแบบนี้”

 

เมื่อถูกทักคนอารมณ์ไม่ปกติจึงชะงักกึก ในหัวกระหวัดคิดทบทวนถึงอาการต่างๆของตัวเองอย่างเชื่องช้า

 

ไม่เพียงแต่เช้านี้ มีวันหนึ่งที่เปิดเพลงในรถแล้วรู้สึกอินจนเผลอร้องไห้ตาม ไหนจะตอนดูหนัง ตอนฟังข่าว...

ทำไมถึงได้อารมณ์แปรปรวนง่ายนัก...หรือว่าจะเป็นไบโพลาร์

 

“ปะ เปล่า กูแค่เครียดเรื่องงาน”

 

“งานมึงเครียดเหรอช่วงนี้”

 

ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่าสถานการณ์เรื่องงานของแฟนไม่เหมือนปกติ

 

“อืม” อีกคนรับคำเพียงสั้นๆ ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องอาการตัวเองไม่หยุด

 

“อย่าคิดมาก ค่อยๆคิดค่อยๆทำไป เป็นแบบนี้มึงอาจจะไม่สบายได้” แม้จะเป็นเหตุผลที่ไม่อาจทำให้เชื่อได้ทั้งหมดแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วน

 

“อืม กูจะพยายามไม่เครียด ขอโทษที่งอแงใส่มึง”

 

รับคำแล้วก็ออดอ้อนกันด้วยประโยคสุดท้าย พร้อมด้วยมือเล็กที่วางลงบนเอวสอบแล้วรั้งให้ขยับเข้าหา ดวงตากะพริบปริบนั้นพลันทำให้หินแทบลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่าง

 

ไม่เคยเอาชนะท่าทางแบบนี้ได้เลยสิน่า

 

“กูไม่ได้โกรธอะไร”

 

คนฟังยิ้มกว้างออกมาจนคนมองตาพร่า ใจสั่นเหมือนกินกาแฟเข้าไปหลายสิบแก้ว

 

รอยยิ้มนี้ที่ตรึงใจมาถึงเจ็ดปี รอยยิ้มที่เปลี่ยนเสือแสนเอาแต่ใจเป็นแมวขี้อ้อน

 

“สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี”

 

พัฒนาการของแฟนตลอดหลายปีมานี้คือรู้วิธีการพูดเอาตัวรอด เสียงพูดเบาลงกลายเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างตั้งใจให้คนฟังพ่ายแพ้

 

และแน่นอนว่ามันได้ผล

 

“หึ งั้นเด็กดีก็รีบกินข้าวแล้วไปทำงานได้แล้ว สายกันทั้งคู่แล้ว”

 

ร่างสูงขยับถอยห่างจากคนที่นั่งอยู่จากนั้นจึงทาบทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนก่อนจะเดินกลับมานั่งยังฝั่งของตัวเอง ทิ้งให้คนถูกจูบนิ่งงันอยู่อย่างนั้นเป็นการเอาคืน

 

ใครว่าแฟนเล่นงานเขาเป็นอยู่ฝ่ายเดียว

 

หินลอบยิ้ม ขณะในใจยังคงคิดไม่ตกเรื่องอาการของแฟน ความกังวลไม่อาจหายไปจากหัวได้เลยสักวินาที

 

ขอร้องว่าอย่าป่วยเลย

 

--

 

“เดี๋ยวนะ เรื่องที่มึงมาหาหมอนี่พี่หินไม่รู้?” เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นเมื่อแฟนเอ่ยปากบอกว่าการมาโรงพยาบาลครั้งนี้อีกคนยังไม่รู้

 

วันต่อมาหลังจากเลิกงานและนัดหมอได้ คนที่รับรู้ถึงอาการผิดปกติของตัวเองดีก็รีบมาตรวจโดยไม่ได้บอกหิน

 

“อืม”

 

“ทำไมวะ” เสียงนัทถามขึ้นด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน

 

“แฟนมึงมาหาจิตแพทย์นี่มันไม่แปลกเหรอ!

 

ริมฝีปากบางถูกขบกัดด้วยฟันซี่ขาวเนื่องจากความหนักอึ้งในอก ขณะดวงตาจับจ้องมองป้ายหน้าห้องของหมอซึ่งระบุสายทางการแพทย์อย่างชัดเจนว่าเป็นจิตแพทย์

 

อาการอารมณ์สวิงขึ้นลงรุนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย...จะเป็นอะไรไปได้นอกจากไบโพลาร์

 

เขาไม่อยากให้หินรู้ว่าแฟนตัวเองกำลังมีอาการป่วยทางจิต

 

“มึง สมัยนี้คนเราสามารถมาพบจิตแพทย์ได้เป็นเรื่องปกติ มันไม่ได้หมายความว่ามึงเป็นบ้า บางทีอาจเพราะเรามีเรื่องเครียดแล้วไม่รู้จะจัดการยังไง หมอเฉพาะด้านเขาจะช่วยมึงได้ดีกว่า”

 

บีอธิบายให้เพื่อนฟังโดยไม่ได้รู้สึกแปลกหรือผิดปกติกับการพาเพื่อนมาพบจิตแพทย์เลยแม้แต่น้อย

 

น่าแปลกตรงไหน เขายังเคยมา

 

“กูก็ยังไม่อยากให้มันรู้อยู่ดี...”

 

“เอ่า อะๆ ไม่อยากให้รู้ก็ไม่รู้ เอาไว้ไปพบหมอแล้วเขาว่าไงมึงก็ค่อยบอกแล้วกัน พี่หินคงเป็นห่วง”

 

“อืม”

 

แฟนรับคำเสียงแผ่ว ความรู้สึกว้าวุ่นไหลวนไปทั่วร่าง สมองจินตนาการถึงคำที่หมอจะบอกว่าตัวเองป่วยทางจิตหรือไม่ กระทั่งเสียงเรียกชื่อจากพยาบาลดังขึ้นทุกความคิดจึงถูกหยุดเอาไว้เพียงเท่านั้น ลมหายใจหนักอึ้งถูกสูดเข้าปอดลึก

 

“พวกกูจะรออยู่ตรงนี้”

 

“ทำใจให้สบาย”

 

แฟนยิ้มรับกำลังใจจากเพื่อนทั้งสองที่ไม่เคยทิ้งให้เผชิญปัญหาเพียงลำพังก่อนจะเดินตามพยาบาลเข้าห้องไปด้วยหัวใจที่เต้นถี่..

 

 

 

 

30 นาทีผ่านไป

 

ประตูที่ถูกเลื่อนออกเรียกให้คนที่เฝ้ารออยู่ด้านนอกกุลีกุจอลุกขึ้นไปหา ร่างเล็กของแฟนที่ค่อยๆเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่อาจอธิบายได้ทำให้บีและนัทเริ่มใจเสีย ทั้งสองเหลือบมองหน้ากันพลางมองเลยไปยัง พยาบาลที่มีสีหน้ายิ้มๆ

 

สรุปมันเป็นยังไง อาการของแฟนดีหรือแย่แค่ไหนกัน

 

“หมอว่าไงบ้าง” มือเล็กถูกเพื่อนดึงไปจับไว้คนละข้าง

 

ดวงตาของแฟนเหม่อลอย ดูเหมือนคนไม่มีสติอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้านัทและบี ในหัวมีเพียงคำพูดของหมอที่ดังไปมาซ้ำๆ

 

คุณธารัญได้คุมกำเนิดอยู่ไหมคะ ดวงตาดวงโตเบิกกว้าง สมองประมวลผลรัวเร็วนึกคิดถึงการฉีดยาคุมครั้งล่าสุด

 

ไปฉีดมาเดือนไหนนะ เมื่อสามเดือนก่อน...

 

ไม่สิ ไม่...คิดว่าตัวเองไปฉีดมาแล้วแต่ความจริงคือยังไม่ได้ไป

 

เลยมาจนจะครบรอบสามเดือนอีกรอบ

 

คำตอบของแฟนจึงทำได้เพียงส่ายหน้า การไม่ได้ฉีดหนึ่งรอบก็เท่ากับไม่ป้องกันแล้ว

 

งั้นหมอขออนุญาตถามว่าตอนมีเพศสัมพันธ์กับคนรักได้ป้องกันทุกครั้งหรือเปล่าคะ?

 

...ขณะนั้นสมองของแฟนว่างเปล่า มากกว่าเรื่องที่กังวลว่าตัวเองจะป่วยเป็นไบโพลาร์คือคำถามแปลกๆที่บ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ยามที่สมองค่อยๆเรียบเรียงคำถามของหมอให้แน่ชัด

 

สุดท้ายใบหน้าสวยก็ส่ายไปมาอย่างเชื่องช้าเป็นการตอบคำถามอีกครั้ง และคำตอบนั้นทำให้คุณหมอวัยกลางคนระบายยิ้ม

 

จากการทำแบบสอบถามและอาการที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่อาการป่วยทางจิตหรือเป็นไบโพลาร์หรอกค่ะ...แต่น่าจะเป็นภาวะการตั้งครรภ์มากกว่า

 

...คำว่าตั้งครรภ์เหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางหัว เหมือนนั่งอยู่แล้วฟ้าถล่มลงตรงหน้า เหมือนสติถูกพรากออกไปไม่ให้รับรู้อะไรอีกทั้งนั้น

 

มือบางเย็นเฉียบจนถึงปลายเท้า คล้ายคนถูกแช่อยู่ในทะเลน้ำแข็งอย่างไรอย่างนั้น

 

ยังไงเพื่อความมั่นใจหมอจะส่งไปตรวจที่แผนกสูติฯอีกทีนะคะ

 

จากนั้นแฟนก็ไม่รับรู้ว่าหมอพูดหรือบอกอะไรอีก แม้แต่กระทั่งตอนนี้ที่เดินออกมาหยุดอยู่หน้าเพื่อนทั้งสองสติยังแทบไม่มีความรับรู้

 

“แฟน หมอว่ายังไง” บีถามย้ำอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง เห็นท่าทีของเพื่อนแล้วในใจเกิดความร้อนรนจนอยากฟังคำวินิจฉัยให้เร็วที่สุด

 

“หมะ หมอ...”

 

“...”

 

“...”

 

“หมอบอก แผนกสูติฯ”

 

“ห๊ะ?” บีและนัทร้องออกมาพร้อมกันเนื่องจากจับใจความไม่ได้

 

“อาจจะ จะ...ท้อง”

 

แฟนพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนจะเกิดความเงียบปกคลุมไปทั่ว จากนั้นราวหนึ่งนาทีต่อมาเสียงกรี๊ดยาวก็ดังขึ้นจนพยาบาลต้องเข้ามาตักเตือน ทว่าวินาทีนี้ไม่มีใครมีสติพอจะระงับอาการตื่นเต้นของตัวเอง

 

ไม่รู้ทำไม...ถึงจะยังไม่ตรวจแต่หน้าท้องก็อุ่นวาบขึ้นมาจนความตื้นตันเต็มตื้น

 

ลูกเหรอ ลูกของเขากับพี่หิน

 

--


**รบกวนกลับไปอ่านตอนน้องแฟนไปหาหมอและ
รบกวนอ่านทอล์กตอนท้ายด้วยนะคะ...


(ต่อ)


แฟนใช้เวลาตั้งสติกับเรื่องที่ได้รับรู้อยู่หลายชั่วโมงกว่าจะกลับคอนโด บานประตูที่กั้นตัวเองและอีกคนเอาไว้ดูเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นราวกับไม่เคยเห็นประตูมาก่อนในชีวิต

 

หากเปิดมันเข้าไปแล้ว หินจะได้รู้เรื่องสำคัญเช่นกัน...แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

 

เหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาทำให้รู้สึกว้าวุ่นใจ เหมือนปมเชือกพันกันยุ่งเหยิงเป็นก้อนซึ่งหาหัวและท้ายไม่เจอ แต่ทั้งหมดกลับสงบลงได้เมื่อมือบางวางแนบลงบนหน้าท้องของตัวเอง

 

แค่รู้ว่ามีอยู่ก็อุ่นใจ...ความมหัศจรรย์นี้

 

ลมหายใจถูกสูดเข้าลึก นิ้วเรียววางแนบลงบนเครื่องสแกนก่อนจะนาบคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูเข้าไป

 

“รถติดเหรอ ทำไมกลับช้า”

 

คำทักทายจากคนที่เดินตรงมาหาทำให้แฟนเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับคำอย่างเชื่องช้าด้วยไม่รู้จะหาข้ออ้างอื่นใด ขณะในหัวคิดถึงแต่เรื่องสำคัญที่ตัวเองต้องบอก

 

ปฏิกิริยาจากหินจะเป็นยังไง...

 

น่าตื่นเต้นพอๆกับตอนฟังผลตรวจจากหมอเลย

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเมื่อท่าทางของแฟนดูเลื่อนลอยเหมือนมีเรื่องอะไรในหัว หินก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้า ท่อนแขนใหญ่รั้งเอวเล็กให้ร่างบางขยับเข้ามาแนบชิด

 

“ปะ เปล่า”

 

หน้าท้องที่แนบกันอยู่ส่งผลให้เกิดความอุ่นวาบแล่นไปทั่วร่าง เพียงเท่านี้ก็รู้สึกเหมือนปลายจมูกร้อนผ่าวจนต้องพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

 

หมอบอกว่าความแปรปรวนของอารมณ์และความรู้สึกมาจากเจ้าตัวน้อยในท้อง จึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอีกต่อไป

 

“แน่ใจ?”

 

“อืม มึงอาบน้ำแล้วเหรอ” แฟนเปลี่ยนเรื่องเมื่อได้กลิ่นแป้งที่หินใช้ประจำลอยออกมาจางๆ

 

“อาบแล้ว มึงจะอาบเลยรึเปล่า”

 

คนถูกถามพยักหน้ารับ ยืดเวลาให้นานขึ้นเพื่อทำใจและเรียบเรียงคำพูดทั้งหมด ขณะที่หินก็คลายอ้อมแขนออก ปล่อยคนร่างเล็กไปอาบน้ำให้สบายตัว

 

 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป

 

“ทำไมนาน”

 

หินเอ่ยขึ้นยามละสายตาจากโทรทัศน์มามองคนที่ทรุดตัวนั่งลง อีกคนอาบน้ำนานจนต้องคอยแวะเวียนเข้าไปถามเป็นระยะ

 

ช่วงนี้แฟนไม่ค่อยปกติจึงต้องระวังไปหมดทุกสิ่งอย่าง

 

“กู...ขัดตัว”

 

หินเลิกคิ้ว เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าสิ่งที่ทำให้สงสัยมากกว่าคือสีหน้าแปลกๆของเจ้าตัว

 

“เป็นอะไร มึงทำหน้าแปลกๆตั้งแต่กลับมาแล้ว”

 

ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ในใจเต้นตุบราวกับมีใครมาตีกลองอยู่ในนั้น แม้จะใช้เวลาทำใจมาเกือบชั่วโมงแต่ยามกำลังจะพูดออกไปกลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้จนทำได้เพียงนิ่งเงียบ

 

กระดาษในมือที่ซ่อนเอาไว้ข้างหลังถูกกำแน่นจนยับย่น

 

“แฟน?” หินเอ่ยเรียกพลางขมวดคิ้ว มือหนาวางแนบลงบนหน้าผากเนียนเพื่อเช็กความผิดปกติ “ตัวก็ไม่ร้อนหนิ”

 

“กูสบายดี”

 

แฟนตอบเสียงสั่น ดวงตาที่จับจ้องอยู่บนใบหน้าคร้ามคมซึ่งเจือไปด้วยความเป็นห่วงสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบ

 

ตรงหน้านี้คือพ่อของเจ้าตัวน้อยในท้อง

 

“กูว่ามึงไม่สบาย ไปโรงบาลดีกว่า”

 

“กูไปมาแล้ว”

 

มือเล็กเอื้อมไปรั้งแขนของคนที่กำลังจะลุกขึ้นยืนให้นั่งลงเช่นเดิมพร้อมทั้งรีบเอ่ยบอกก่อนหินจะเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด

 

“ไปมาแล้ว?”

 

เสียงทุ้มเจือความฉงน ขยับนั่งลงที่เดิมขณะใบหน้าทอความเป็นห่วงและมีคำถาม

 

“อือ”

 

“มึงรู้สึกไม่ดีตรงไหน เป็นอะไร ทำไมไม่บอกกู”

 

น้ำเสียงนั้นเข้มขึ้น มากกว่าความไม่พอใจเรื่องที่ไม่บอกกันคือความเป็นห่วงอันมากล้น

 

แฟนยอมไปหาหมอ นั่นหมายความว่ารู้สึกไม่ดีจนต้องไป

 

“กูแค่ไปตรวจเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไร”

 

“ตอนกูบอก มึงยืนกรานนักหนาว่าไม่อยากไปทำไมคราวนี้ถึงยอมไป แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”

 

หินถามย้ำ การพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถามเรื่องอาการยิ่งทำให้คนเป็นห่วงคิดไปไกล

 

“คือ...”

 

“บอกกูมาว่ามึงเป็นอะไร”

 

ยังไม่ทันพูดจนจบหินก็ถามขึ้นอีกครั้งจนคนที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงหมดความอดทน กระดาษผลตรวจในมือถูกยัดใส่มือหนาเร็วๆ

 

“อ่านสิว่ากูเป็นอะไร”

 

แผ่นอกบางสะท้อนไหวขึ้นลงเมื่อผลตรวจอยู่ในมือหิน รอบตัวปกคลุมด้วยความเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจและเสียงกลืนน้ำลายของตัวเอง ความตื่นเต้น สั่นไหว วูบโหวงถาโถมเข้าหา พลันมือเล็กจึงเอื้อมมาวางลงบนหน้าท้องของตัวเองโดยอัตโนมัติ

 

หินมองท่าทางนั้นความแปลกใจ หากแต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าอาการของแฟน

 

กระดาษในมือถูกคลี่ออกพลางเหลือบสายตาขึ้นมองแฟนเป็นระยะ กระทั่งกระดาษถูกเปิดออกในสภาพสมบูรณ์ ดวงตาคมจึงถูกดึงกลับให้จับจ้องอ่านทุกตัวอักษรในนั้นอย่างละเอียด

 

แฟนนั่งมองอีกคนด้วยความลุ้นระทึกไม่ต่าง ฟันซี่คมกัดปากจนความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นความชา แล้ว ณ วินาทีหนึ่งหินก็นิ่งงันไป

 

นิ่งเหมือนคนถูกแช่แข็ง

 

“หะ หิน”

 

นานเกินไปจนแฟนต้องลองเอ่ยเรียก แต่อีกคนเหมือนไม่รับรู้ ร่างสูงยังคงค้างอยู่ในท่าเดิม ยามมือเล็กกำลังจะเอื้อมไปสัมผัสตัวหินก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน

 

ท้าวแกร่งก้าวออกไปจากโซฟาช้าๆ ใบหน้าคมก้มลงมองเพียงกระดาษในมือ

 

“มึงจะไปไหน” แฟนเอ่ยถามเสียงฉงน มึนงงกับท่าทางนั้นจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

หินไม่ดีใจเหรอ เพราะไม่ได้คาดคิดถึงการมีลูกใช่ไหม

 

ฮวบ

 

“พี่หิน!

 

เสียงร้องด้วยความตกใจดังขึ้นเมื่อคนที่ตั้งท่าจะเดินออกไปทรุดฮวบลงตรงหน้า แฟนรีบเดินเข้าไปหา คุกเข่านั่งลง แล้วถามอีกคนด้วยเสียงร้อนรน

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

พยายามก้มลงมองใบหน้าคมเพื่อดูว่าหินเป็นอะไรแต่เจ้าตัวกลับเบี่ยงตัวหนีพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาปิดหน้า

 

“หิน...” ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อ ท่าทางนั้นคล้ายกับรังเกียจกัน

 

หินไม่ตั้งใจจะมีลูก...

 

“กะ กู”

 

เสียงที่เล็ดลอดผ่านฝ่ามือดังอู้อี้แต่ยังพอจับใจความได้ แฟนกลืนก้อนเหนียวๆลงคอพลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองขณะพยายามตั้งใจฟัง

 

“...”

 

“ขอเวลาหน่อย”

 

ได้ยินเพียงเสียงแต่ไม่เห็นหน้า กระดาษในมือใหญ่อีกข้างถูกกำจนยับ ร่างบางเม้มเริมฝีปากกลั้นน้ำตา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไหลรินรดแก้มอย่างเงียบงัน

 

คนหนึ่งเบี่ยงตัวไปด้านข้างยกมือขึ้นปิดหน้า ส่วนอีกคนหนึ่งนั่งทับขาอยู่ตรงหน้ารอเวลา

 

แฟนเกือบจะร้องไห้พรั่งพรูถ้าหากไม่สังเกตเห็นหยดน้ำตรงปลายคางแกร่ง

 

มันไหลลงมาจากส่วนที่มือของหินปิดเอาไว้ ค่อยๆไหลลงอย่างเชื่องช้า กระทั่งหยดลงบนผิวเสื้อ กายใหญ่สั่นระริก

 

หินร้องไห้ ?!

 

“หิน”

 

เสียงเอ่ยเรียกสั่นไหวไม่แพ้จิตใจ แฟนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ไม่รู้ว่าคนรักเป็นอะไร แต่อ้อมแขนกลับขยับเข้าไปรั้งคนตัวโตกว่าเข้ามากอด การกระทำเป็นไปโดยอัตโนมัติ

 

ตอนนี้คนที่เป็นผู้นำทิ้งตัวอยู่ในอ้อมกอดราวกับต้องการที่พึ่งพิง ไม่เหลือเค้าหินที่แสนเข้มแข็งเลยแม้แต่น้อย

 

ทั้งสองต่างมีน้ำตา แต่หินกลับดูรุนแรงมากกว่า

 

นานหลายนาที หลายนาทีมากทีเดียวกว่าว่าที่คุณพ่อจะสงบลง เมื่ออีกคนผละออกแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เปรอะเลอะบนหน้า แฟนจึงได้เห็นว่าดวงตาคมคู่แดงก่ำและสั่นไหว

 

“เป็น ความจริง ใช่ไหม” ประโยคติดขัดดังขึ้นถาม แฟนจึงพยักหน้ารับ

 

“กูขอโทษ...เป็นความผิดของกูเองที่ลืมไปฉีดยาคุมรอบที่แล้ว” เสียงเอ่ยนั้นอ่อนอ่อยและรู้สึกผิด

 

“มะ ไม่ต้องขอโทษ”

 

หินเลื่อนสายตาลงมองตรงหน้าท้อง จับจ้องอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดไม่จา ก่อนจะยื่นมือซึ่งเปียกชื้นสั่นไหวมาสัมผัสด้วยปลายนิ้ว

 

สัมผัสนั้นแผ่วเบา แตะลงเพียงเล็กน้อยราวกับกลัวคนข้างในจะเจ็บ

 

“ลูก...”

 

แม้จะยังไม่เข้าใจในความรู้สึกของหิน ทว่าท่าทางซึ่งบ่งบอกว่าไม่ได้รู้สึกแย่กับเรื่องนี้ก็ส่งผลให้คนกังวลในความผิดของตัวเองใจชื้น

 

“อืม อยู่ในนี้ สองเดือนแล้ว”

 

เอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มบาง หากแต่วินาทีต่อมากลับต้องตกใจอีกครั้งเนื่องจากน้ำตาที่หยดลงจากหางตาของอีกคน

 

“หิน เป็นอะไร”

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาน้อยครั้งจนแทบนับได้ที่จะได้เห็นหินหลั่งน้ำตา และครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งไหนในตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา

 

“กู...ดีใจ”

 

มือสั่นๆขยับเลื่อนลูบไล้ไปมาหากแต่สัมผัสนั้นบางเบาจนแทบไม่รู้สึก คำตอบที่ทำให้คนฟังอิ่มเอมจนล้นอก ความกังวลก่อนหน้าปลิวหายเหลือเพียงความยินดี

 

ที่หินร้องไห้ขนาดนี้เพราะดีใจงั้นเหรอ

 

“มึงอยากมีลูกเหรอ”

 

ด้วยคุยกันว่ายังไม่พร้อมจึงคุมกำเนิดตลอดมา กระทั่งเลอะเลือนคิดไปเองว่าไปฉีดยามาแล้วจึงมีสิ่งที่ตามมาโดยไม่รู้เลยว่าหินพร้อมหรืออยากมีลูกมากน้อยแค่ไหน

 

“เด็ก...ตัวเล็กๆ...ลูก...น่ารัก” หินตอบคล้ายคนเพ้อละเมอ ดวงตาคมเป็นประกายพรั่งพราว

 

ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายจะอยากมีลูกขนาดนี้

 

“อยู่ในนี้แล้ว”

 

มือเล็กกุมมือใหญ่ให้วางแนบลงมาเต็มๆพลางเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังตามมา ขณะบริเวณที่ถูกสัมผัสอุ่นวาบ

 

หินพูดไม่ออก มีหลายสิ่งอย่างมากมายอยากพูด อยากถาม แต่ทั้งหมดนั้นกลับไม่อาจเปล่งออกมาเป็นคำได้เมื่อสิ่งที่แสนมหัศจรรย์อยู่ภายใต้ฝ่ามือของตัวเอง

 

อยู่ในนี้แล้วเหรอ?

 

เป็นยังไงบ้างนะ อุ่นดีไหม สบายตัวหรือเปล่า...

 

มีคำพูดมากมายที่สื่อสารกับคนในนั้นผ่านทางฝ่ามือ เกิดรอยยิ้มบางอยู่บนใบหน้าเสมอแม้ดวงตาจะแดงก่ำ

 

ไม่อยากเอามือออกจากตรงนี้เลย

 

--

 

“สรุปตอนลุกจากโซฟามึงจะเดินไปไหน” แฟนถามขึ้นเมื่อสถานการณ์ตรงหน้ากลับมาเป็นปกติ

 

บนเตียงนอนกว้างซึ่งมีว่าที่คุณแม่นั่งพิงหลังอยู่กับหัวเตียงและว่าที่คุณพ่อขี้เห่อซึ่งนอนคว่ำพลางจ้องมองหน้าท้องที่ยังแบนราบไม่วางตาเต็มไปด้วยบทสนทนา

 

หินซักถามเกี่ยวกับเรื่องไปโรงพยาบาลจนขี้เกียจตอบจึงเลี่ยงไปถามเรื่องอื่น

 

“...” ทว่าคนถูกถามทำเพียงแค่เหลือบสายตาขึ้นมองก่อนจะกลับไปมองหน้าท้องของแฟนเช่นเดิมแล้วนิ่งเงียบ

 

“ว่าไง” คนอยากรู้ถามย้ำ คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน

 

“ไปเอายาดม”

 

“ห๊ะ?” เกือบจะถามซ้ำรอบที่สามคำตอบนั้นก็ดังขึ้นให้แฟนอุทานรับด้วยความแปลกใจ

 

“กูรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง ตาก็ลายไปหมด เลยว่าจะลุกไปเอายาดม...แต่ขาดันอ่อนเสียก่อน”

 

คำอธิบายดังแผ่วและแผ่วลงเรื่อยๆจนเกือบฟังไม่รู้เรื่องในท้ายประโยค ทว่าคำที่พอจับใจความได้ก็ทำให้แฟนระบายยิ้ม หากไม่กลั้นเอาไว้เสียงหัวเราะคงดังเล็ดรอดให้อีกฝ่ายเขินอายยิ่งกว่าเดิม

 

หินกำลังเขิน ข้างแก้มสากเหมือนจะเข้มขึ้นอย่างน่าเอ็นดู

 

ผู้ชายวัยสามสิบเศษๆจะเป็นลมเพราะผลตรวจครรภ์ของเมีย...

 

อย่างนั้นเวลาคลอดจะหนักแค่ไหนกันล่ะ

 

“แล้วตอนนี้ยังจะเอาอยู่ไหม”

 

“ดีขึ้นแล้ว”

 

“ตกใจหรือเปล่าที่กูท้อง ตรงนี้กูผิดพลาดเองจริงๆ” แฟนยังคงรู้สึกผิด

 

“ลูกไม่ใช่ความผิดพลาด...กูอยากมีเขามาตลอด”

 

ความจริงแล้วหินแอบหวังว่ายาคุมพวกนั้นจะเกิดความผิดพลาดกับแฟนบ้าง พยายามแม้กระทั่งขยันกับเรื่องบนเตียงอย่างสม่ำเสมอเพราะอ่านมาว่าโอกาสหลุดจะมีมากขึ้น หรือแม้แต่การไปหาหมอทุกๆสามเดือนก็หวังว่าแฟนจะลืมบ้างสักครั้ง

 

แล้วมันก็เกิดขึ้นอย่างที่หวัง ไม่มีความตกใจหรือแปลกใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความยินดีอย่างเหลือล้น

 

สำเร็จแล้ว

 

“มึงอยากมีแล้วทำไมถึงไม่บอก” ดวงตาคมเลื่อนขึ้นมาสบอีกครั้งเมื่อได้ยิน

 

อาการทั้งหมดของหินบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวดีใจมากขนาดไหน

 

“กูรู้ว่ามึงจะเหนื่อยแค่ไหน มึงเหนื่อยกว่ากูหลายเท่าแน่นอนเลยอยากให้มึงใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่”

 

ถึงจะบอกอย่างนั้นแต่ก็แอบหวังและแอบพยายามเพื่อให้ความพลาดพลั้งนั้นลดความรู้สึกผิดของตัวเอง

 

ถ้ามีลูก นั่นหมายความว่าอิสระและชีวิตส่วนตัวของแฟนจะหมดลง และเป็นเขาเองที่เห็นแก่ตัวเพียงเพราะอยากมีเจ้าตัวน้อยน่ารักๆมาเลี้ยง

 

สำหรับคนเป็นแม่แล้วมันยากกว่าคนเป็นพ่อหลายเท่า ฉะนั้นจึงไม่อาจคิดถึงเพียงความต้องการของตัวเอง

 

“คำว่าไม่พร้อมของกูไม่ได้หมายความว่าไม่พร้อมจะสละชีวิตส่วนตัวของตัวเอง แค่หมายถึงความไม่มั่นใจกับการจะเลี้ยงเด็กคนนึงให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีที่สุด...แต่สุดท้ายแล้วกูก็รู้ดีว่าการมีมึงเป็นพ่อของลูกจะทำให้ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

 

หินหลับตาลงซึมซับกับทุกคำพูดของแฟนหลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบ ความรู้สึกเต็มตื้นในอกไม่แพ้ตอนรู้ว่ามีลูกเมื่อใครบางคนเชื่อมั่นในตัวเราถึงเพียงนี้

 

“มาช่วยกันนะ ให้เขาเกิดมาเป็นคนที่ดีเหมือนมึง”

 

ใบหน้าสวยโน้มลงมากระซิบพูด ก่อนริมฝีปากบางจะทาบทับลงบนหน้าผากของคนรักแผ่วเบาหากแต่แนบแน่น ยามผละออกห่างหินก็ลืมตาขึ้นมองสบกัน ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความตื้นตัน

 

เขาไม่ได้เป็นคนดีเลิศเลอ แต่จะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อใครบางคนที่กำลังจะเกิดมา

 

ลูก...

 

“ให้เขาน่ารักเหมือนมึงด้วย...ไม่สิ ให้เขาน่ารักเหมือนแฟน ลูกอยู่ในนี้แล้ว เขาได้ยินเพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่พูดแทนกันเหมือนที่เคยชิน”

 

คนฟังเลิกคิ้วขึ้น หลุดยิ้มออกมาอีกครั้งกับความเห่อของว่าที่คุณพ่อ

 

ลูกยังเป็นวุ้นอยู่เลยจะมาได้ยินได้ยังไง

 

“แต่ก่อนไหนบอกว่าชินกับแบบนี้ พอพูดเพราะๆก็บอกจั๊กจี้”

 

“ก็มีลูกแล้ว ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี”

 

“รู้งี้มีลูกตั้งแต่ปีแรกที่คบกันแล้ว จะได้พูดเพราะๆบ้าง”

 

“ไม่ดีหรอก ตอนนั้นเรามีหลายอย่างที่ต้องทำ จริงๆตอนนี้ก็เหมาะสมดีแล้ว หน้าที่การงานทุกอย่างมั่นคงอยู่ตัว มีเขาได้แบบสบายใจ” คนจริงจังอธิบายเป็นฉากๆทั้งที่แฟนเพียงแค่พูดเล่น

 

คนฟังจึงได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยความอ่อนใจ

 

ขี้เห่อจริงๆ

 

“แต่พี่หินแพลนไว้ว่าจะมีลูกตอนสามสิบห้านี่ ผิดแผนไปแบบนี้โอเคหรือเปล่า”

 

แฟนเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกแทนอีกฝ่ายโดยไม่เคอะเขิน ขณะที่คนถูกเรียกสะดุดลมหายใจไปเล็กน้อย

 

ข้ออ้างที่บอกว่าไม่ชิน ความจริงแล้วเป็นเพราะแพ้ให้กับคำนี้ต่างหาก

 

ไอ้คำว่าพี่หินกับการที่แฟนแทนตัวเองว่าน้องหรือชื่อตัวเอง บอกเลยว่ากี่ปีก็ไม่ชินกับใจ

 

แต่ต่อไปคงต้องทำใจให้ชินแล้ว

 

“ยิ่งกว่าโอเค จะผิดกว่านี้อีกหลายปีก็โอเค”

 

มุมปากได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ถึงจะบอกว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมดีแล้วแต่ต่อให้พลั้งมีลูกตั้งแต่วันแรกที่คบกันก็ยังยินดี

 

เมื่อเขาเกิดมา มันคือเรื่องที่ดีที่สุดเสมอ

 

“หึ พอไม่ได้ฉีดยาคุมแล้วครั้งเดียวก็มาเลย ความเก่งในเรื่องแบบนี้นี่ได้พ่อมาเต็มๆจริงๆ”

 

แฟนส่ายหัวน้อยๆขณะที่คนมีความพยายามขยับกายขึ้นมานั่งเคียงข้าง

 

“แน่นอน ลูกพี่ก็เลยเก่งเหมือนพี่”

 

คนฟังเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยความวูบไหว ทว่าไม่ใช่จากเพราะคำพูดภูมิใจในตัวเองนั้นแต่เป็นเพราะสรรพนามที่แทนตัว

 

ก็ไม่ชินทั้งสองฝ่าย...แพ้ให้กันและกัน

 

“แพลนเรื่องบ้านคงต้องขยับเข้ามาเร็วขึ้น ถ้าไม่ทันคลอดก็อยู่บ้านพ่อกับแม่ต่อไปก่อน พี่ไม่อยากให้อยู่คอนโดแล้ว ขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์สูงๆมันลำบากแล้วก็อันตราย ไม่ดีต่อทั้งแฟนและลูกด้วย” หิ

 

นพูดต่ออย่างยาวเหยียดเมื่อแฟนนิ่งเงียบแล้วในหัวพลันคิดถึงเรื่องที่อยากพูดขึ้นมาได้

 

“...”

 

“อยู่บ้านแบบถาวรก็ดีเหมือนกัน จะได้มีคนช่วยดูแล เสียเวลาในการเดินทางมาทำงานมากขึ้นนิดหน่อยคงไม่เป็นไร...อืม เรายังไม่ได้บอกใครเรื่องมีเจ้าตัวน้อยเลย เอาไว้ไปพรุ่งนี้ไปหาหมอกันอีกรอบแล้วค่อยบอกก็แล้วกัน ทุกคนคงดีใจน่าดู” พูดมาถึงส่วนท้ายหินก็ยิ้มกว้างจนเต็มหน้า

 

“...”

 

“อาทิตย์หน้าก็กลับไปอยู่บ้านกันเลย เดี๋ยวของที่จำเป็นค่อยทยอยขนไป”

 

“...”

 

“เอาตามนั้น วันนี้ก็นอนได้แล้ว ต่อไปต้องพักผ่อนให้มาก เรื่องอาหารพี่จะคอยดูให้เอง”

 

ที่ไม่พูดเพราะไม่มีโอกาสได้อ้าปากเลยแม้แต่น้อย

 

แฟนทำปากพะงาบๆแต่อีกคนไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ หินพูดเองเออเองเรียบร้อยเสร็จสรรพ จากนั้นก็ขยับผ้าห่มมาคลุมให้ถึงเอวพร้อมทั้งส่งสายตาให้ขยับตัวลงนอนจนคนที่ได้แต่ฟังส่งเสียงร้องฮึดฮัดในลำคอ

 

“อื้อ! พูดอะไรยาวเหยียด ไม่คิดจะถามกันเลยเหรอ”

 

ใครว่าหินไม่ค่อยพูด ตอนนี้พูดไม่หยุดเลยเชียวล่ะ พูดเยอะและยาวที่สุดตั้งแต่ที่รู้จักกันมาเลยด้วย อีกทั้งคำเรียกแทนตัวเองยังพูดเสียคล่องปาก

 

“ที่พี่พูดไปแฟนไม่โอเคเหรอ มีอะไรไม่ดีตรงไหน”

 

“ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดี แค่คิดว่าจะไม่ถามกันหน่อยเหรอ”

 

“งั้นถาม...แฟนโอเคกับแพลนคร่าวๆนี้หรือเปล่าครับ” หินหยิบยกไม้ตายขึ้นมาใช้ให้แฟนไม่อาจมีคำคัดค้านหรือคำปฏิเสธใดได้

 

“...”

 

“ว่าไง” ว่าที่คุณพ่อกระตุ้นเอาคำตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“อะ โอเค”

 

สุดท้ายแฟนก็พ่ายแพ้ยอมรับคำโดยง่ายตามความตั้งใจของคนเจ้าแผนการ

 

“ดีมาก งั้นตอนนี้ก็นอนได้แล้ว ลูกจะได้พักผ่อนด้วย...เสียดายที่ไม่ได้เล่นดนตรีให้ลูกฟังก่อนนอนเพราะรู้กระชั้นชิดไปหน่อย”

 

ประโยคท้ายหินพึมพำกับตัวเอง ขณะที่แฟนไม่สนใจอะไรนอกจากเลื่อนตัวลงนอนตามคำบอกของคนขี้เห่ออย่างขี้เกียจจะคัดค้านคำใด

 

จุ๊บ จุ๊บ

 

“ฝันดีทั้งคนแม่และคนลูก”

 

หินตามมาจูบหน้าผากและหน้าท้องที่ยังแบนราบเร็วๆก่อนจะบอกฝันดีพลางขยับผ้าห่มขึ้นมาให้ถึงอก จากนั้นจึงหันไปปิดโคมไฟให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดแล้วกลับมานอนเคียงข้าง

 

“ฝันดีคนพ่อด้วย”

 

“จะเป็นคืนที่ฝันดีที่สุดเลย”

 

 

END.

 

 

ครบแล้วน้า ตั้งใจจะเขียนแค่เท่านี้จริงๆค่ะ

เพราะกลัวว่าคืนนี้จะไม่มีเวลาเลยมาลงให้ตอนนี้นะคะะะ

สำหรับตอนอีก100% มีเรื่องอยากทำความเข้าใจมากมายเลย><


-โซแอลมีการแก้ตอนน้องแฟนไปหาหมอ มีการพูดถึงการคุมกำเนิดเพื่อให้ทุกอย่างสอดคล้องกับเนื้อหามากขึ้น

-แก้เวลาที่ผ่านไปในเรื่อง จากสิบปีเป็นเจ็ดปีผ่านไป เพราะถ้าตอนนั้นพ่อหินจะแก่เกินมีลูกแล้วค่ะ55555

สองข้อนี้โซแอลต้องขอภัยสำหรับการแก้ไขตรงนี้ด้วยนะคะ แต่เพราะอยากให้ทุกอย่างมันดูโอเคสมเหตุสมผลมากขึ้นค่ะ(เพราะงั้นถ้าอ่านใหม่ทั้งตอนจะดีมาก)


เพราะเป็นตอนพิเศษที่ท้องได้ ย้ำว่าเป็นแค่ตอนพิเศษเท่านั้นเพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้เนอะ เรื่องท้องและเรื่องการคุมกำเนิดในผู้ชาย ขอให้ทุกคนจินตนาการว่าเป็นเรื่องปกติในโลกของตอนพิเศษนี้นะคะะะ


โซแอลหวังว่าตอนพิเศษนี้จะทำให้หลายคนที่ชอบมีความสุขไปด้วย 

ส่วนเรื่องที่ว่าจะมาต่อไหม เขียนยาวได้หรือเปล่า...อันนี้คงต้องขอดูก่อนนะคะ ถ้าเขียนก็อาจจะทำเป็นเล่มเล็กขายแยกไปเลย 

ใครชอบก็อ่าน ใครไม่ชอบก็ไม่อ่านได้ค่ะ(ถ้าทำจริงก็จะมาลงเว็ปให้อ่านอีกพอสมควรเลยค่ะ คงจะได้เจอเจ้าเหมียวด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอโฟกัสที่ตอนปกติก่อนนะคะ)


สุดท้ายก็ฝากส่งกดกำลังใจ คอมเมนต์ และส่งฟีดแบคได้ที่ #พี่หินคนห่าม น้าาาาา


ขอบคุณมากค่ะ : )

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.846K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5682 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:03
    พอเห็นแบบนี้แล้สก็อยากให้มีลูกเลย แงงงง
    #5,682
    0
  2. #5665 Unchali (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 12:30
    อยากเห็นตอนคลอดน้องเลย
    พ่อหินคงทำอะไรไม่ถูก 555
    อยากรู้ชื่อเจ้าตัวเล็กด้วย
    #5,665
    0
  3. #5650 Airzaa1810 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:25
    พี่หินขี้เห่อมากกกกก ดีใจกับว่าที่คุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ด้วยนะ น้องแฟนดูแลตัวเองเยอะนะ
    #5,650
    0
  4. #5557 yuri_miko (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 07:46
    ขี้เห่อจริง ๆ 555
    #5,557
    0
  5. #5394 Kim-kibom (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:54
    มีความเห่อลูกอย่างแรงๆๆๆ
    #5,394
    0
  6. #5367 JIRISA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 10:04

    เห่อมากกกกกก 55555555555555 ปีนผาำลองระดับยากสุดก็ทำมาแล้ว แต่พอรู้ว่าจะมีลูกคือลุกไปหยิบยาดมยังไม่ไหวเลยอิพ่อออ
    #5,367
    0
  7. #5334 Nuthathai Por (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 11:28

    ว่าที่คุณพ่อน่ารักมากเลยอ่ะ ดูไม่ค่อยจะเห่อเท่าไหร่เลยเนอะ

    #5,334
    0
  8. #5261 อบนน. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:03
    น่ารักจริงๆ5555555
    #5,261
    0
  9. #5250 Jhoooope (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:10
    ความคูมพ่อของพี่หินเค้า55555
    #5,250
    0
  10. #5234 Baekkiie_614 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 13:58

    พี่หินน่ารักมากกกก แงงว่าที่คุมพ่อ ขี้เห่อ มากกว่าขี้หื่นแว้ววว

    #5,234
    0
  11. #5227 Danwtlese (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:05
    ครึ่งหลังนี้ทำเอาอมยิ้มแก้มแตกไปเลย แงงงงง น่ารักอะไรแบบนั้น อยากได้หินเป็นของตัวเองจัง งือออออ
    #5,227
    0
  12. #5165 prth_song3 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 11:30
    ขี้เว่อร์มากค่ะคุณพ่อ เอ็นดู 5555555555
    #5,165
    0
  13. #5083 พิมพ์ลภัส ขัติสดายุ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:07
    โอ้ยยย พี่หินอร่าาาา พี่หินนนนนนนนน
    #5,083
    0
  14. #5067 jimim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 21:01
    เออออออตกลงเรื่องนี่ไม่ไช่วายหรอคะอ่านไปอ่านมาเเล้วคงบ่สงครั้งก้อเหมือนชายชายบ่างคนั้งก้อเหมือนชายญิง
    #5,067
    0
  15. #5006 chaichana01 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 13:13
    สนุกค่ะ
    #5,006
    0
  16. #4872 Sarawini Kos (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:13
    อ่านแล้วอยากเจอคุณลูกเลยย มีตอนต่อไปมั้ยอ่าาา ชอบมากค่ะะะ
    #4,872
    0
  17. #4724 MaiNatkamon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 20:30
    ขำพี่หินไม่ไหวแล้ว ความที่รู้ว่าแฟนท้องแล้วจะลุกไปเอายาดมแต่ดันขาอ่อนสะก่อนเลยทรุดลงกับพื้น ละดันร้องไห้หนักมากอีก ขำไม่ไหวเอ็นดูพี่หิน55555
    #4,724
    0
  18. #4693 areenachesani (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 10:49
    แงง น่าร้ากกก
    #4,693
    0
  19. #4672 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 16:20
    เข่าอ่อนเลยคุณพ่อ
    #4,672
    0
  20. #4625 M.D. MayDay (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 12:15
    ชอบบบบ คุณพ่อถึงกับเข่าอ่อนน น่ารักมากกกก
    #4,625
    0
  21. #4615 rithai99 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:19
    ชอบมาก พี่หินน่ารัก จะเป็นลมด้วย
    #4,615
    0
  22. #4575 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 23:19
    ปายาดมให้พี่หิน 555
    #4,575
    0
  23. #4548 Ppillow_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:29
    โคตรคิ้วววววท์
    #4,548
    0
  24. #4539 PHYG (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 17:09
    ทำยังไงจะได้พี่หินเป็นของตัวเองบ้างอยากได้ๆๆๆๆๆๆ
    #4,539
    0
  25. #4535 JM131095 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 18:41
    พี่หินนน แงง คนดีของน้อง
    #4,535
    0