Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 : แฟนป่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,488 ครั้ง
    21 มี.ค. 61


ตอนที่ 19
#พี่หินคนห่าม

 

คนที่คิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมากกลับนั่งซึมตลอดทางกลับบ้าน แม้จะกินยาเข้าไปกันอาการหนักขึ้นแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันท้วงที จนเริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว กระบอกตาปวดหนึบ

 

“ปวดหัวหรือยัง”

 

ท่าทางนิ่งเงียบเซื่องซึม นั่งกอดหมอนที่มีอยู่ติดรถพลางซบใบหน้าอยู่นิ่งๆทำให้หินเหลือบมองและหันมาถามเป็นระยะ

 

“นิดนึง”

 

คนป่วยเอ่ยตอบด้วยเสียงอู้อี้ อาการที่เกิดกับตัวเองยังไม่ถึงขั้นหนักมากนักแต่ก็ส่งผลให้เกิดความอึนในหัว ระบบความคิดและการประมวลผลช้าลงกว่าเคย

 

หินหันมองคนข้างตัวเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจการขับรถต่อ ตลอดทางสายตาที่ควรสนใจเพียงถนนกลับเหล่มองเบาะซ้ายบ่อยพอกัน กระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไปรถคันหรูจึงจอดนิ่ง ณ หน้าประตูบ้านหลังใหญ่

 

เมื่อก้าวลงจากรถก็มีสองพี่น้องวิ่งออกมาต้อนรับเช่นเคย

 

“สวัสดีครับพี่หิน”

 

“สวัสดีค่ะ”

 

เด็กทั้งสองยกมือขึ้นไหว้พลางกล่าวคำทักทาย

 

“สวัสดีครับ” หินรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม

 

“พ่อกับแม่ออกไปข้างนอกนะพี่แฟน จะกลับมาตอนเย็น”

 

“พี่ปวดหัว เดี๋ยวจะขึ้นไปนอนพักก่อน”

 

“ไม่สบายเหรอ”

 

ผู้เป็นน้องชายเอ่ยถามขึ้น ดวงตามีประกายแห่งความเป็นห่วงขึ้นมาครามครัน

 

“อืม”

 

“งั้นเดี๋ยวฟองโทรบอกพ่อกับแม่ให้”

 

“ไม่เป็นไร ให้พ่อกับแม่กลับมาค่อยบอกก็ได้”

 

ฟาร์มและฟองพยักหน้ารับก่อนแฟนจะเดินเข้าไปในบ้านแล้วขึ้นบันไดตรงไปยังห้องตัวเอง

 

“นอนซะ เดี๋ยวพ่อกับแม่มึงมากูค่อยกลับ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยบอกคนที่นอนอยู่บนเตียงขณะนั่งเคียงข้างไม่ห่าง โดยมีมือเล็กเอื้อมมาจับกันไว้ไม่ยอมปล่อย อุณหภูมิร่างกายของแฟนเริ่มสูงขึ้นอย่างที่คาดการณ์

 

“อือ” แฟนรับคำในลำคอพลางปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

พลังงานทั้งทางร่างกายและจิตใจถดถอยเพราะอาการป่วย ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นยังคงเป็นปกติแต่ตอนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

 

หินทอดมองใบหน้าของคนบนเตียงนิ่ง มือข้างที่ว่างคอยวางแนบลงบนหน้าผากเนียนเป็นระยะ จนเมื่อมั่นใจว่าแฟนหลับไปแล้วจึงค่อยๆเลื่อนมึงออกจากการเกาะกุม

 

ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ จัดแจงหาอ่างและผ้าผืนเล็กก่อนจะออกมาเช็ดตัวให้อีกคน

 

 

 

ไม่กี่ชั่วโมงจากนั้นพ่อและแม่ของแฟนก็กลับมาหลังจากที่รู้ข่าว อุณหภูมิจากกายบางยังคงทรงตัวเพราะคนเฝ้าไข้หมั่นเปลี่ยนผ้าบริเวณหน้าผากและลำคออยู่เสมอ

 

“ไข้ยังไม่สูงมากครับ แต่ก็ไม่น่าวางใจ” หินรายงาน

 

“อืม ถ้าไข้ไม่ลดเลยก็คงต้องพาไปหาหมอ”

 

เสียงทรงอำนาจพูดตอบยามสายตาจับจ้องไปยังลูกของตัวเองที่นอนซมอยู่บนเตียง เสียงนั้นพยายามเอ่ยอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนป่วย

 

“ครับ หวังว่าคงไม่ต้องไป”

 

“แล้วนี่จะอยู่เฝ้าเลยหรือเปล่า”

 

พ่อของแฟนหันมาถาม แม้คำถามนั้นจะดูราวกับเปิดโอกาสให้ แต่หินก็รู้สึกเกรงใจเกินกว่าจะค้างที่นี่

 

“เปล่าครับ ผมคิดว่าจะกลับแล้ว”

 

“จะกลับแล้วเหรอจ๊ะ”

 

“ครับ”

 

พ่อกับแม่แฟนมาถึงแล้ว ที่นี่มีคนดูแลมากมาย คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนัก

 

“งั้นก็ให้คนรถที่บ้านไปส่งแล้วกัน” เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยสั่งเสียงเรียบ หินจึงทำได้เพียงรับคำ

 

“ครับ”

 

“งั้นเดี๋ยวแม่ให้คนลงไปบอกลุงบุญให้เตรียมรถนะจ๊ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

กล่าวคำขอบคุณแต่สายตายังคงมองแฟนไม่วางตาจนผู้ใหญ่ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันแล้วอมยิ้ม จากนั้นแม่ของแฟนจึงเดินออกไปบอกแม่บ้านข้างนอกแล้วกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

 

“จะรอแฟนตื่นก่อนไหมจ๊ะ”

 

“ไม่ดีกว่าครับ น้องคงนอนยาว...งั้นผมลาเลยนะครับ สวัสดีครับ”

 

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้พร้อมทั้งกล่าวอำลา ก่อนคนถูกไหว้ทั้งสองจะรับไหว้แล้วเดินลงมาส่งแขกของบ้าน กระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไปเรียบร้อยจึงหันมาคุยกัน

 

“ลูกเราจะงอแค่ไหน ฉันไม่อยากจะคิดเลยค่ะ” น้ำเสียงของคนเป็นภรรยาทอความอ่อนใจรวมทั้งเป็นกังวล

 

เวลาป่วยความดื้อและความเอาแต่ใจของแฟนจะถูกคูณไปอีกสิบ ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอหินแบบนี้ไม่พ้นว่าต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง

 

“หึ หนักแน่นอน”

 

คนเป็นสามีเอ่ยตอบพร้อมทั้งหัวเราะในลำคอด้วยความขยาดกับภาพในจินตนาการของตัวเอง

 

--

 

“คุณแฟนขา ทานข้าวหน่อยเถอะนะคะ นี่จวนจะเลยเวลามื้อเย็นอยู่แล้ว”

 

แม่บ้านคนสนิทแทบเรียกได้ว่ากำลังอ้อนวอนคนที่นอนตะแคงไปอีกข้างให้ลุกมาทานข้าว อาหารซึ่งถูกยกขึ้นมาให้ถึงห้องถูกปล่อยทิ้งไว้จนเย็นชืด มื้อเย็นแทบจะล่วงเลยกลายเป็นมื้อดึก น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือคนป่วยไม่ยอมทานยาจนใบหน้าเริ่มแดงก่ำเพราะความร้อนของร่างกายที่สูงขึ้น

 

“ไม่หิว” น้ำเสียงก็เริ่มแหบแห้ง

 

“ไม่หิวก็ทนทานให้ป้าหน่อยนะคะ จะได้ทานยาด้วย ไม่อย่างนั้นไข้จะสูงขึ้นไปอีกนะคะ”

 

“...”

 

แล้วสัญญาณตอบรับก็หายไปบ่งบอกว่าคำร้องขอนั้นไม่เป็นผล แม่บ้านทั้งสองลอบมองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงเจ้านายน้อยมากล้น สุดท้ายคนเป็นแม่ที่กล่อมไปก่อนหน้าแล้วไม่ได้ผลจึงขยับมาพูดคุยอีกครั้ง

 

“แฟน ถ้าลูกไม่กินข้าวไม่กินยาแล้วไข้ไม่ดีขึ้นแม่ไม่ให้กลับคอนโดนะ...ไม่กลับคอนโดก็จะไม่ได้เจอพี่หิน”

 

คนนอนหันหลังหนีทุกคนกัดปากแน่นจนความชาแล่นมาที่ริมฝีปาก ความมึนงงสับสนในหัวบวกกับอาการไข้จึงยิ่งต้องใช้เวลากับกระบวนการคิด แต่ถึงอย่างนั้นคำว่าจะไม่ได้เจอพี่หินก็วิ่งแทรกเข้ามาเหนือคำพูดใด

 

ร่างเล็กค่อยๆพลิกกายกลับมา ดวงตามีแววดื้อรั้นทั้งที่แดงก่ำ ก่อนปากเล็กซีดเซียวจะขยับพูด

 

“เอาโทรศัพท์แฟนมา”

 

จะโทรหาพี่หิน...

 

“ทานข้าวก่อนแล้วแม่จะให้คุยกับหิน”

 

คนเป็นแม่ที่รู้ทันต่อรองจนคนป่วยแสนดื้อนิ่งเงียบ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจ

 

“งั้นเอาข้าวมา”

 

คำนั้นทำให้ทุกคนในห้องลอบยิ้มด้วยความโล่งอก แม่บ้านรีบกุลีกุจอไปพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง ขณะที่อีกคนก็รีบยกถาดข้าวต้มมาวางให้บนโต๊ะข้างหัวเตียง ส่วนคนเป็นแม่ได้แต่นั่งมองพร้อมทั้งส่ายหัวอ่อนใจ

 

เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่งเชียวล่ะลูกคนนี้

 

ทางด้านคนป่วยก็จับช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มด้วยความเชื่องช้า ความขมปร่าในปากทำให้รู้สึกไม่อร่อยจนอยากวางช้อนลง แต่เพราะรู้ดีว่าถ้าทำอย่างนั้นแล้วจะไม่ได้คุยกับหินจึงฝืนใจไปอีกห้าหกคำก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

 

“อิ่มแล้ว”

 

เพียงเท่านี้คนเป็นแม่ก็พึงพอใจ จากนั้นจึงยื่นโทรศัพท์ส่งให้ตามสัญญา โดยที่แฟนรีบคว้าโดยเร็ว ทว่ากลับถูกแม่ดึงมือหนี

 

“คุยกับหินเสร็จแล้วต้องทานยานะ”

 

“อื้อ”

 

ครางรับด้วยเสียงไม่พอใจแต่พอได้โทรศัพท์มาไว้ในมือก็ระบายยิ้มกว้าง ยิ่งเห็นข้อความจากไลน์ของหินยิ่งยิ้มกว้างขึ้นจนทุกคนพากันส่ายหัว

 

(ว่าไง...รู้สึกดีขึ้นหรือยัง)

 

คนที่รอโทรศัพท์อยู่ตลอดแทบจะกดรับในทันที ขณะที่เสียงทุ้มนั้นก็ทำให้แฟนรู้สึกดีจนลืมคนรอบตัว เหมือนทั้งห้องมีเพียงตัวเอง

 

“ยัง ปวดหัว เจ็บคอแล้วด้วย”

 

เอ่ยตอบเสียงอ่อยเนื่องจากอาการป่วยและอยากเรียกร้องความสนใจด้วยส่วนหนึ่ง

 

(กินข้าวกินยารึยัง)

 

ทางด้านปลายสายที่ได้ฟังอาการก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เกิดความเป็นห่วงจนแทบอยากขับรถไปหาเดี๋ยวนี้

 

“กินข้าวแล้ว แต่ยังไม่ได้กินยา”

 

(อย่าลืมกินด้วย)

 

“อือ...พี่หิน”

 

คนฟังถึงกับชะงักเนื่องจากน้ำเสียงเอ่ยเรียกแสนออดอ้อน ส่วนคนในห้องที่ได้ยินถึงกับเบิกตา หันมองหน้ากันลอกแลก

 

(ว่าไงหืม) อีกคนก็ตอบกลับด้วยเสียงอันอ่อนโยน

 

“มาหาหน่อย” คนป่วยอ้อนเอาดื้อๆ

 

(รอหายป่วยแล้วเดี๋ยวไปรับกลับ โอเคไหม)

 

แฟนเบะปากให้กับคำตอบที่ได้ยิน ความน้อยใจวิ่งวาบเข้ามาในอกอย่างไม่มีสาเหตุและไม่อาจควบคุม ดวงตามีน้ำมาคลอหน่วยทันใด

 

“...”

 

(แฟน)

 

“...” ได้ยินคำเรียกขานชัดเจนแต่ไม่ตอบ

 

(งอนกูเหรอ)

 

หินเริ่มร้อนรน เข้าใจดีว่าการป่วยจะทำให้คนอ่อนไหวง่าย และการเงียบของแฟนนั้นก็ส่งผลให้อยู่ไม่เป็นสุข

 

แค่เป็นห่วงเพราะไม่สบายก็รุนแรงต่อความรู้สึกแล้ว ยิ่งถูกงอนด้วยยิ่งแล้วใหญ่

 

“ใจร้าย”

 

นานเกือบจะต้องเดินไปหยิบกุญแจรถปลายสายจึงตอบกลับให้พอใจชื้น อีกทั้งยังเป็นคำที่เขย่าใจคนฟังให้วูบไหว

 

(สัญญาว่าจะรีบไปรับทันทีถ้าดีขึ้น)

 

“...”

 

(โอเคไหม) หินถามย้ำเมื่ออีกคนเงียบไปอีกครั้ง

 

“อือ”

 

(งั้นตอนนี้ก็ไปกินยา เช็ดตัว แล้วก็นอนซะ)

 

“ไล่กูเหรอ” ได้ยินคำนั้นด้วยเสียงเง้างอนหินก็รีบอธิบายจนลิ้นแทบพันกัน

 

(ไม่ได้ไล่ แต่อยากให้มึงหายเร็วๆจะได้ไปรับ...คิดถึง)

 

คนป่วยที่หน้างอไม่กี่วินาทีก่อนหน้ากลับมาระบายยิ้มอีกครั้งหลังจากได้ยินคำหลัง ท่าทางดูมีความสุขเหลือล้น

 

“คิดถึงเหมือนกัน”

 

หากเป็นยามปกติคำนี้อาจใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจพูดออกไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เช่นปกติ แฟนตอบกลับทันใดอย่างไม่มีปิดบังความรู้สึก

 

(ถ้าอย่างนั้นก็รีบหาย กินข้าวกินยาให้ครบ ห้ามดื้อด้วยเข้าใจไหม)

 

ประโยคนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เป็นคำร้องขอ ไม่มีสักนิดที่จะเป็นคำสั่ง และคนถูกเป็นห่วงก็ยอมรับคำโดยง่าย

 

“อือ ไม่ดื้อ”

 

คนเป็นแม่ซึ่งได้ยินตาแทบถลน ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีตัวเองและแม่บ้านพูดจนปากแทบแฉะ กล่อมจนต้องยกหินขึ้นมาอ้างถึงยอมทานข้าว ทว่าเจ้าตัวแสบกลับพูดว่าไม่ดื้อหน้าตาเฉย

 

ควรฟ้องหินซะดีไหม

 

(ดีมาก พักผ่อนซะ...ฝันดี)

 

“ฝันดีเหมือนกัน”

 

หินรอให้คนโทรมาเป็นฝ่ายตัดสายไปก่อนจึงสามารถวางโทรศัพท์ลงแล้วไปทำงานของตัวเองต่อได้ ทางด้านคนป่วยก็มองโทรศัพท์ที่หน้าจอดับไปแล้วอยู่อย่างนั้นพร้อมด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

 

“คุยแล้วก็กินยาได้แล้วนะ”

 

คนเป็นแม่เอ่ย เรียกให้สายตาของแฟนเลื่อนขึ้นมาสบ ก่อนมือบางจะแบมาขอยา พอได้รับก็เอาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามโดยไม่อิดออด

 

“เดี๋ยวแม่จะเช็ดตัวให้”

 

“ไม่เอา” คราวนี้คนป่วยปฏิเสธเสียงแข็ง “แฟนทำเอง แม่กับทุกคนไปนอนเถอะ”

 

ถึงจะไม่อยากตกลงแต่นิสัยที่รู้ดีว่าเป็นยังไงของลูกก็ทำให้ผู้ให้กำเนิดยอมตามใจ เพียงแค่แฟนยอมทานข้าวและทานยาก็ถือว่ามากพอแล้ว

 

“เดี๋ยวน้องจะมานอนด้วย เผื่อตอนกลางแฟนไข้ขึ้น”

 

“อืม”

 

“งั้นแม่ไปแล้ว หายไวๆ”

 

สัมผัสบางเบาทาบทับลงบนหน้าผากยามที่แฟนก็พยักหน้ารับพลางกล่าวคำขอบคุณ จากนั้นคนทั้งหมดจึงทยอยออกจากห้องให้คนป่วยได้พักผ่อน เมื่อเหลือเพียงตัวเองร่างบางจึงค่อยๆลุกขึ้นไปล็อกห้องไว้ชั่วคราว เรียบร้อยแล้วจึงย่องเข้าไปในห้องน้ำ จัดการกับตัวเองด้วยน้ำอุ่นโดยพยายามใช้เวลาให้เร็วที่สุด

 

--

 

วันต่อมาอาการไข้ดูเหมือนว่าจะหนักขึ้นมากกว่าลดลง ความปวดหัวและตัวร้อนแปรผันตรงกับความดื้อและความงอแง จะเช็ดตัวทีแฟนก็ขดตัวหนีจนทุกคนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

“แฟน แบบนี้ไปโรงบาลดีไหมลูก”

 

คนเป็นพ่อที่นั่งอยู่บนเตียงข้างกันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แก้มเนียนและดวงตาคู่สวยแดงก่ำบอกถึงความร้อนในร่างกายคนป่วย

 

ถ้าแฟนไม่หายสนิท ทริปซานโตรินีคงต้องถูกพับเก็บ

 

“ไม่ ไป”

 

เสียงตอบดังขาดห้วงด้วยความอ่อนแรง ร่างบางนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่พร้อมทั้งกอดหมอนข้างเอาไว้แน่น ถึงจะรู้สึกร้อนเพราะไม่ได้เปิดแอร์แต่รางกายกลับหนาวสั่นชวนสับสน

 

“แต่ตัวร้อนขนาดนี้พ่อว่าไปหาหมอหน่อยดีกว่านะ”

 

“ไม่”

 

“คุณแฟนคะ คุณหินโทรมาหลายสายแล้วค่ะ”

 

โทรศัพท์ซึ่งสั่นครืดๆอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงมีสายเรียกเข้ามาหลายนาที แต่คนบนเตียงยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ

 

ทว่าความจริงแล้วแฟนไม่ได้ไม่สนใจแต่กำลังพยายามไม่สนใจ ริมฝีปากบางถูกขบกัดด้วยฟันซี่ขาว ความร้อนตามกายพลันทำให้ทรมานจนอยากงอแงไปหมดทุกสิ่งอย่าง และที่มากที่สุดคืออยากเจอหิน

 

“แฟน จะ นอนแล้ว”

 

คนในห้องต่างพากันลอบถอนหายใจเมื่อเจ้าตัวดื้อเอ่ยออกมาแล้วก็ปิดเปลือกตาลงลงทันใด

 

“งั้นนอนนะ เดี๋ยวตอนเที่ยงแม่เอาข้าวกับยามาให้”

 

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนป่วย เจ้าตัวยืนยันว่าจะนอนจึงไม่มีใครอาจขัดข้อง กระทั่งพ่อแม่และแม่บ้านออกไปจากห้องคนที่จะนอนก็ค่อยๆขยับตัวไปหยิบโทรศัพท์ แสงจากหน้าจอยังคงสว่างวาบเมื่อสายเพิ่งตัดไปเมื่อครู่

 

ผัว

47 Missed Calls

 

ชื่อที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่วันนั้นปรากฏขึ้นเป็นสายเรียกเข้าที่พร่ำโทรหา โทรศัพท์ในมือนิ่งไปได้ไม่กี่นาทีก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอีกครั้งบ่งบอกความร้อนใจของปลายทาง แต่ถึงอย่างนั้นแฟนก็ยังไม่กดรับ ทำเพียงแค่นิ่งมองจนสายตัดไปแล้วหินก็โทรเข้ามาอีกครั้งและอีกครั้ง

 

 

 

ทางด้านคนที่วิ่งอยู่บนลู่ซึ่งวุ่นวายกับโทรศัพท์ไม่หยุดก็หยุดออกกำลังกายในที่สุดด้วยเพราะไม่มีสมาธิใดๆ เนื่องจากไม่รู้และไม่เห็น สมองจึงจินตนาการเกี่ยวกับอาการป่วยของแฟนไปไกลจนเกิดความร้อนขึ้นในอก

 

จะเป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์...

 

“อ้าว ทำไมหยุดแล้วล่ะพี่”

 

รุ่นน้องที่มักเจอกันยามออกกำลังกายเอ่ยทักเมื่อเดินผ่านมาแล้วเห็นคนบนลู่ยืนอยู่นิ่ง

 

“วันนี้คงพอแล้ว มีธุระด่วน” ตอบเสร็จก็คว้าผ้าผืนเล็กที่พาดอยู่กับเครื่องวิ่งมาไว้ในมือก่อนจะเดินเร็วๆไปทางห้องน้ำ

 

หินใช้เวลาอาบน้ำเปลี่ยนชุดเพียงไม่กี่นาที ความร้อนใจมีมากจนทำทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นมอเตอร์ไซด์คู่ใจก็เปลี่ยนทิศทางจากห้องของตัวเองเป็นบ้านของแฟนโดยไม่รีรออีกต่อไป

 

 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป

 

“คุณหินมาค่ะ”

 

คนทั้งหมดในห้องหันมองหน้ากันเมื่อแม่บ้านเดินเข้ามารายงาน ก่อนรอยยิ้มอ่อนใจจะเกิดขึ้นบนใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่พอจะเข้าใจความรู้สึกของหินเป็นอย่างดี

 

“ลูกเราคงไม่รับโทรศัพท์จนต้องมาหาถึงที่นี่”

 

“มาก็ดี จะได้ปราบเจ้าตัวแสบหน่อย ตอนไม่ป่วยก็ว่าดื้อแล้ว ตอนนี้นี่ผมยอมแพ้”

 

คนเป็นพ่อส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ ตลอดมาใช่ว่าแฟนไม่เคยป่วย แต่พอมีหินเข้ามาอีกคนก็ดูจะเป็นเงื่อนไขสำคัญของคนป่วยไปเสียทุกอย่าง

 

ไม่กี่นาทีจากนั้นร่างสูงในชุดวอร์มก็เดินเข้ามาในห้องรับแขก หินรู้ดีว่าการแต่งกายของตัวเองไม่เหมาะสมนักแต่เป็นเพราะความร้อนใจจึงไม่อาจเสียเวลากลับไปเปลี่ยน

 

“สวัสดีครับ”

 

หินยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ใบหน้าคมแสดงออกถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด

 

“มาหาเพราะแฟนไม่รับโทรศัพท์ล่ะสิ”

 

“...ครับ” คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนจะรับคำ

 

“รีบขึ้นไปเถอะ ก่อนเจ้าตัวแสบจะงอแงมากไปกว่านี้...อ้อ แล้วก็เช็ดตัวให้ด้วยล่ะ”

 

คนพูดโบกมือเป็นสัญญาณให้รีบไปพร้อมทั้งบอกแม่บ้านให้เดินนำทาง หินจึงได้แต่ค้อมหัวลงขออนุญาตผู้ใหญ่แล้วก้าวตามไป

 

“เปิดประตูเข้ามาทำไมไม่เคาะ”

 

เสียงอู้อี้ดังมาจากคนที่นอนอยู่บนเตียงโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ลุกขึ้นมามอง หินจับจ้องก้อนผ้าห่มนั้นพลางเดินเข้าไปหา เมื่อทรุดตัวนั่งลงคนนอนตะแคงไปอีกด้านก็พลิกตัวกลับมา

 

“มึง!

 

เพียงเท่านั้นร่างบางที่อ่อนแรงก็มีแรงผุดลุกขึ้นแล้วโถมตัวเข้าหาคนตรงหน้า หินเซไปเล็กน้อยขณะที่วาดแขนโอบแฟนเอาไว้ ความใกล้ชิดนี้ทำให้สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวของอีกฝ่ายจนต้องขมวดคิ้ว

 

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์” ประเด็นแรกถูกเอ่ยขึ้น

 

“ก็...นอนอยู่”

 

เอ่ยตอบพร้อมทั้งเอียงซบใบหน้าเข้ากับซอกคอแกร่ง สองแขนโอบรอบบ่ากว้าง ราวกับเด็กซึ่งกำลังออเซาะผู้ใหญ่

 

“แล้วดีขึ้นหรือยัง” คำถามนั้นได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

“ปวดหัว ตัวร้อนขึ้นด้วย”

 

“กินข้าวกินยาหรือเปล่า ดื้อไหม”

 

คนมีชนักติดหลังชะงักงัน ไม่อาจตอบได้อย่างฉะฉานด้วยเพราะคำว่าดื้อไหม เสียงที่เอ่ยออกไปจึงดังแผ่ว

 

“กิน”

 

“ดื้อไหม” หินถามซ้ำ คาดคั้นราวกับรู้ทัน

 

“นิดนึง”

 

ตอบแล้วก็ซุกหน้าเข้าหากันมากกว่าเดิมจนหินสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่รินรดบนผิวเนื้อ เสียงตอบดังอ้อมแอ้มกับท่าทางนี้ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าความจริงแล้วไม่ใช่แค่เพียงนิดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหินก็ยังไม่คิดดุตอนนี้ คนป่วยมักอารมณ์ไม่คงที่ งอแงได้ง่ายกว่าปกติ

 

“เดี๋ยวกูจะเช็ดตัวให้ เสร็จแล้วก็กินข้าวกินยา โอเคไหม” คำที่พ่อของแฟนพูดบ่งบอกว่าอีกคนคงยังไม่ได้เช็ดตัว

 

“อือ” รับคำอย่างดีแต่ลูกลิงบนตัวยังคงกอดและซบแน่นอยู่อย่างนั้นไม่ปล่อย

 

“ปล่อยก่อน เดี๋ยวกูจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้”

 

ต้องเอ่ยซ้ำอีกรอบแฟนจึงค่อยๆคลายแรงโอบรัดออกแล้วขยับไปนั่งพิงหลังกับพนักเตียง ดวงตาคู่สวยจับจ้องหินไม่วางตาไม่ว่าจะขยับตัวไปทางใด

 

ร่างสูงที่หายไปทางห้องน้ำกลับออกมาอีกครั้งพร้อมผ้าและอ่างใบเล็ก การเช็ดตัวเป็นไปอย่างง่ายดายเนื่องจากคนป่วยนั่งนิ่งไม่ขัดขืน หินพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้อีกคนหนาวสั่น เมื่อเรียบร้อยจึงรีบหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาสวมให้

 

“ถ้าไข้ไม่ลดลงต้องไปหาหมอ” ปากเล็กเม้มเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยิน

 

“ไม่อยากไป”

 

“ไปหาหมอจะได้หายเร็วๆ ป่วยแบบนี้ไม่ทรมานหรือไง”

 

หินเอ่ยตะล่อมด้วยเสียงอ่อนโยน ทว่าแฟนก็ยังไม่มีท่าทีโอนอ่อน

 

“ทรมาน แต่ไม่ไป”

 

คำตอบนั้นทำให้คนฟังถอนหายใจ คิดเอาไว้ว่าถ้าถึงขั้นนั้นคงต้องมีการบังคับเกิดขึ้น

 

“ถ้าไม่อยากไปก็กินข้าวกินยาซะ เดี๋ยวกูจะลงไปบอกให้เขาเอาข้าวมาให้”

 

“มึงกินกับกูนะ”

 

แม้แต่กินข้าวก็ต้องอ้อนกัน หินได้แต่รับคำด้วยความอ่อนใจ

 

ระหว่างรอคนเอาอาหารเข้ามาให้แฟนก็คลอเคลียอยู่กับตัวไม่ห่าง บ้างก็กอดซบ บ้างก็ทิ้งหัวลงบนตก กระทั่งแม่บ้านยกอาหารเข้ามาจึงยอมขยับไปนั่งดีๆ

 

“ป้อน”

 

คนป่วยเอ่ยเพียงสั้นๆแต่ทำให้รู้ความหมายด้วยการเหลือบมองสิ่งที่ต้องการ ขณะที่หินก็ยอมตามใจ หยิบช้อนขึ้นมาตักซุปแล้วเป่าให้เรียบร้อยก่อนจะยกขึ้นจ่อปากเล็ก

 

“ถ้ากินเยอะกูมีรางวัลให้”

 

คนที่ตั้งใจจะบอกว่าอิ่มแล้วเป็นอันต้องเงียบเสียงลงเมื่อได้ยินประโยคหลอกล่อ เพราะอยากได้รางวัลนั้นปากจึงอ้ารับเอาข้าวเข้าปากแล้วค่อยๆเคี้ยวอย่างเชื่องช้า

 

“ให้อะไร”

 

“กินข้าวก่อนเดี๋ยวบอก”

 

หินยกยิ้มจากนั้นจึงป้อนอีกคนไปเรื่อยๆกระทั่งข้าวหมดลงกว่าครึ่งแฟนจึงเอ่ยบอกว่าไม่ไหว

 

ระหว่างรอเวลาทานยา คนป้อนที่ทานของตัวเองไปได้เพียงนิดก็อาศัยจังหวะนั้นทานข้าวของตัวเอง เสร็จเรียบร้อยจึงเอายาให้คนป่วยทาน

 

“มันขม” ใบหน้าสวยเบ้บิดยามมองเม็ดยาในมือตัวเอง

 

“ขมก็ต้องทน”

 

“ป้อน”

 

เด็กดื้อต่อรองจนสุดท้ายหินต้องหยิบเม็ดยามาไว้ในมือแล้วยื่นไปจ่อให้ถึงปาก ทว่าแฟนกลับส่ายหัวแล้วหันหน้าหนี

 

“ป้อนด้วยปาก”

 

หินถึงกับเลิกคิ้ว ทุกอย่างนิ่งค้างไปด้วยความแปลกใจก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอให้กับอาการของคนไม่สบาย

 

ถ้าป่วยแล้วจะอ้อนกันขนาดนี้

 

“อยากจูบกูเหรอ” เอ่ยถามพร้อมทั้งยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมทอประกายวิบวับ

 

“อือ” แต่แล้วคำตอบรับโดยง่ายก็ทำให้หินแปลกใจยิ่งกว่า

 

คนตรงหน้าเหมือนเด็กตัวน้อยเพราะดวงตาซึ่งฉ่ำเยิ้มจากพิษไข้ ใบหน้าสวยซีดเซียวดูไร้คราบนางพญาเช่นยามปกติ

 

ตอนนี้แฟนเหมือนเด็ก ให้ทำอะไรก็ทำ ถามอะไรก็ตอบออกมาอย่างซื่อตรง และท่าทางการทอดมองกันอ่อนอ่อยนั้นพาให้ใจของหินสั่นไหว

 

ท้ายที่สุดแล้วยาเม็ดนั้นก็ถูกโยนเข้าปากตัวเอง มือหนาวางประกบกับแก้มเนียนทั้งสองข้างก่อนจะทาบทับริมฝีปากเข้าหา สอดเม็ดยาที่แผ่ความขมไปทั่วไปเข้าในปากของคนป่วย บังคับให้แฟนกลืนมันลงคอด้วยจูบอ่อนหวาน จากนั้นจึงรีบผละออกมาดื่มน้ำแล้วป้อนใส่ปากอีกคน

 

“ขม” ร่างเล็กบ่นออกมาทันทีที่หินผละออกห่าง

 

“มันเป็นยา...เสร็จแล้วก็นอนซะ จะได้หายเร็วๆ”

 

เห็นใบหน้าสวยแดงเรื่อซึ่งดูซีดเซียวกว่าเคยมือหนาจึงเลื่อนไปลูบไล้แก้มเนียนด้วยความสงสารแผ่วเบา

 

สัมผัสอ่อนโยนและสายตาแห่งความเป็นห่วงนั้นทำให้เด็กดื้ออ่อนลงทันใด

 

“อื้อ”

 

ร่างเล็กขยับตัวลงนอน ก่อนผ้าห่มที่กองอยู่บนหน้าท้องจะถูกดึงมาคลุมให้ถึงอก คนที่นั่งอยู่บนเตียงข้างกันจับจ้องไม่มาวางตา

 

“หลับตาสิ” หินสั่งเมื่อดวงตาคู่สวยยังมองตัวเองตาแป๋ว

 

“ห้ามกลับ ตื่นมาก็ต้องเจอ”

 

คนป่วยพูดเสียงแผ่ว แม้อ่อนแรงแต่ก็ยังอยากคุยกับอีกคน

 

“อืม นอนได้แล้ว”

 

ฝ่ามือหนาวางพาดทับปิดตาคนนอนทั้งสองข้าง จากนั้นจึงสัมผัสได้ว่าแฟนหลับตาลงอย่างว่าง่ายขณะที่ความร้อนลามไล้ไปตามมือจางๆ

 

หินจับจ้องใบหน้าของแฟนส่วนที่อยู่เหนือฝ่ามือตัวเองหลายนาทีก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจรินรด ต่อมาริมฝีปากได้รูปก็จรดลงทาบทับหน้าผากเนียน

 

แนบแน่น...เนิ่นนาน

 

“รางวัล” กระซิบบอกก่อนจะเลื่อนริมฝีปากลงมายังปากบางอุ่นร้อน

 

การกระทำที่ทำให้คนป่วยซึ่งยังไม่หลับใจเต้นรัว

 

สัมผัสของหินอ่อนโยนและละมุนเหมือนขนมหวาน ทว่ามากกว่านั้นหลายเท่าเพราะความรู้สึกลึกซึ้งในใจของคนทั้งสอง

 

“ส่วนอันนี้กูอยากจูบเฉยๆ”


“...”

 

“หายไวๆเด็กดื้อ...พี่เป็นห่วงจะแย่แล้ว”

 

 

TBC.


พาคนป่วยแสนดื้อมาส่งแล้วค่าาาา

ตอนนี้น้องแฟนควรได้ซีน แต่อิพี่มาแบบ พี่เป็นห่วงจะแย่แล้วคือตัยไปเล้ยยยย><

อยากป่วยให้พี่หินมาโอ๋บ้างเลยเนอะ ฮื่อ

รีบมาก่อนขุนเดชจะมา อย่าลืมอ่านแล้วเมนต์กันก่อนไปดูละครน้าาา/อ้อน

ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะะะ ไปหวีด ไปส่งฟีดแบคกันได้เน่อ~

แล้วเจอกันตอนหน้าค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.488K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5708 kookmin312537 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:33
    พี่หินดีจริงอยากได้
    #5,708
    0
  2. #5680 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 11:13
    แม่บ้านเห็นแฟนเมมว่าผัวนี่ตกใจมั้ยอะ55555555
    #5,680
    0
  3. #5679 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 08:45
    นี่เป็นแม่คือเจ็บแผลคลอดมาก อยู่ในจุดที่เอาแฟนลูกมาล่อลูกแล้ว แงงงงงงงงงงง๊
    #5,679
    0
  4. #5672 Foxgo_O (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 20:06
    น้องป่วยแล้วเอ็นดู หนูป่วยทุกตอนเลยได้ไมลู๊กกกกก
    #5,672
    0
  5. #5647 Airzaa1810 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 21:14
    พอป่วยความอ้อนคือคูณสิบจ้าาาา
    #5,647
    0
  6. #5609 dunnoxxxx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 21:24
    มันเป็นเขินๆมาก ตอนเรียกกันว่าพี่ ????
    #5,609
    0
  7. #5581 Maysa__01 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 01:41
    อุแงงงงงงงงงงงง
    #5,581
    0
  8. #5554 yuri_miko (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:07
    ดื้อมาก ๆ เลยน้า
    #5,554
    0
  9. #5512 Realmayy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 02:46
    ทำไมพี่หินต้องดีต่อใจเบอร์นี้คะ หนูจะขาดใจตายแร้ว อิสสายันแฟนได้ผัวประเสริฐมากกกกกก
    #5,512
    0
  10. #5493 pitzayaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 17:21
    ถ้าชีวิตจริงมีผู้ชายเเบบพี่หินสัก100คนคงดี
    #5,493
    0
  11. #5488 AyeHunYeheT (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:05
    คือน้องไม่อยากไปทริปรึป่าวเลยต้องป่วยนานๆ
    #5,488
    0
  12. #5464 rattanalak44 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 07:03
    แฟนอ้อนขนาดนี้ พี่หินไม่หลงได้งัย
    #5,464
    0
  13. #5444 lomamee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 16:42
    คือแบบ ป้อนด้วยปากไปอี๊กกกก
    #5,444
    0
  14. #5414 12311232123312 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:37
    น่ารักกกกกก
    #5,414
    0
  15. #5392 Kim-kibom (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:23
    ทั้งดื้อ ทั้งอ้อนเลย
    #5,392
    0
  16. #5362 Bammiiee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 12:07
    ขอได้ไหม ผชของเธอ พี่หินแบบโซผัวอะ หมั่นไส้แฟนแล้ว ดื้อมากๆ
    #5,362
    0
  17. #5331 Nuthathai Por (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:42
    ป่วยแล้วดื้อเหลือเกินนะแฟน
    #5,331
    0
  18. #5330 benz_jj29 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:11
    ฮือน่ารักมากกๆๆๆ
    #5,330
    0
  19. #5287 fffyty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 14:56
    งือออออน้องป่วยอีกนิดได้มั้ยชอบพี่หินมุมนี้จังเลย
    #5,287
    0
  20. #5266 xxviimay (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 12:24
    ง้าาาาา พี่เป็นห่วง
    #5,266
    0
  21. #5260 JymDyo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:29

    พี่เป็นห่วงงงงง ;-;
    #5,260
    0
  22. #5226 Danwtlese (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 16:36
    เอานิสัยป่วยแล้วดื้อแบบนี้มากไหนอะคุณไรท์ นี้มันนิสัยเราตอนป่วยชัดๆเลย แต่ติดตรงไม่มีใครให้งอแงใส่ ไม่มีใครม่โอ๋นี้สิ //เศร้า 55555
    #5,226
    0
  23. #5220 N_joon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:23
    ใจหนอใจจจจจ~~~
    #5,220
    0
  24. #5180 ilyyy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:41

    ไม่ไหวแล้วค่ะ พี่หินคือสุดมาก แง
    #5,180
    0
  25. #5156 krumeawnaka (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:12
    อ่านกี่รอบกี่รอบก็ยังฟินนลอด
    #5,156
    0