Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 18 : แฟนนักดนตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,131 ครั้ง
    15 มี.ค. 61


ตอนที่ 18
#พี่หินคนห่าม

 

แล้วการคาดเดาของแฟนก็ไม่มีผิดพลาด เพียงสามวันหลังจากที่เพลงถูกปล่อยยอดวิวและยอดแชร์ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนติดชาร์ทในแทบทุกรายการ

 

“พะ พอแล้ว ถ้ามึงจะดีใจแบบนี้...”

 

เสียงพูดเงียบหายลงไปในลำคอดื้อๆเมื่อแฟนอ่อนแรงกับการจะเปล่งเสียง ขณะที่ตัวต้นเหตุยังคงเคลื่อนไหวส่วนล่างเข้าหาอย่างลึกซึ้งเชื่องช้า

 

ถ้าเป็นผู้หญิงและไม่ได้ป้องกันคงออกลูกเป็นคอก

 

“รางวัลของกู”

 

แม้ปากของคนใต้ร่างจะบอกว่าพอแต่ความนุ่มอุ่นร้อนยังคงโอบรอบไม่คลาย สวนทางกับความต้องการของจิตใจจนหินยกยิ้ม

 

“มึงเอารางวัลมาจนจะ อึก เช้าแล้ว”

 

ท้องฟ้าที่เคยย้อมไปด้วยสีเข้มสนิท ตอนนี้กลับกลายเป็นสีครึ้มบ่งบอกเวลาใกล้เช้า

 

“เอารางวัลที่ไหน เอามึง” แม้อยากจะยกมือขึ้นฟาดคนเล่นมุกหื่นสักทีแต่ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะทำอย่างนั้น

 

หินทอดมองใบหน้าของคนใต้ร่างซึ่งเบ้บิดด้วยความเสียวซ่าน ตามกรอบหน้าเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อจนผมบางส่วนเปียกชุ่ม ปากบางอ้าเผยอเปล่งเสียงครางอย่างอ่อนแรง

 

ภาพนี้ที่ชอบแสนชอบ

 

“ขอบคุณ”

 

ถ้อยคำลอยๆดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางต่ำ แฟนที่จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ปรือตาขึ้นมามองคนด้านบน ชั่ววินาทีหนึ่งระหว่างการตื่นหรือการหลับเหมือนเห็นว่าหินเอ่ยอะไร แต่ห้วงความเหนื่อยล้าก็พรากสติที่มีอยู่น้อยนิดไปจนจับใจความไม่ได้

 

“อือ...”

 

มีเพียงเสียงรับคำแสนแผ่วเบาในลำคอที่หลุดรอด ส่วนคำที่อีกคนเอ่ยออกมาพร้อมความอบอุ่นทางสายตาและรอยยิ้ม แฟนไม่อาจรับรู้

 

--

 

“ไม่ลองคุยสักหน่อยเลยเหรอวะ”

 

เสียงเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจดังขึ้น ขณะที่สายตาของคนถูกถามจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายรายการเกี่ยวกับเพลง

 

ท่าทางนิ่งเงียบนั้นทำให้ทุกคนในห้องสบสายตามองกันพลางส่ายหน้าน้อยๆ นานหลายทีจนเกือบถอดใจว่าหินคงไม่ตอบคำถามเสียงทุ้มก็ดังขึ้น

 

“ลองคุยก่อน แต่ไม่รับปากว่าจะตกลง”

 

คนในห้องทั้งหมดเกือบลุกขึ้นกระโดดดีใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น แต่เพราะรู้ดีว่าหากไม่เก็บอาการ คำตอบเมื่อครู่อาจเปลี่ยนเป็นปฏิเสธ แล้วความพยายามของทุกคนที่พูดกล่อมมาก็จะกลายเป็นศูนย์

 

เมื่อเพลงถูกปล่อยแล้วติดหูคนไปทั้งประเทศ คนทำเพลงย่อมต้องถูกพูดถึงและถูกตามหา ตอนนี้หินคือคนที่หลายคนอยากรู้จักรองลงมาจากนักร้องเบื้องหน้า

 

“แค่มึงลองคุยก็โอเคแล้ว งั้นกูนัดเขาให้เลยนะ” น้ำเสียงนั้นกระตือรือร้นอย่างไม่อาจเก็บอาการ

 

“อืม”

 

หินรับคำในลำคอ ความคิดมากมายวิ่งวนในหัวมาหลายชั่วโมงหยุดอยู่นิ่งเหมือนตะกอนที่ค่อยๆตกสู่ก้นบ่อ เปลือกตาหนาปิดลงราวกับการตัดสินใจนี้ได้สิ้นสุด

 

เรื่องอื่นฉันจะไม่ยุ่ง แต่ถ้าจะจริงจังไปไกลกว่านี้ก็ต้องทำอีกมาก...

 

ถ้าจะคิดถึงแต่ตัวเองแบบที่ผ่านมา แม้แต่การพูดคุยก็คงไม่เกิดขึ้น แต่วันนี้ไม่ใช่ตัวคนเดียว ไม่สามารถใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้ดั่งที่ผ่านมา

 

ยังมีใครอีกคนที่ต้องนึกถึง

 

--

 

“ผูกเนคไทให้หน่อย”

 

ร่างสูงในชุดทำงานเดินตรงเข้ามาซ้อนทางด้านหลังด้วยใบหน้ายุ่งยาก ภาพสะท้อนจากกระจกบานใหญ่คือหินซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็ค ถือเนคไทที่จำได้ว่าเพิ่งซื้อมาเมื่อวานอยู่ในมือ

 

“ออกไปไหน ทำไมวันนี้ใส่เนคไทด้วย”

 

ร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหมุนตัวกลับไปหา ใบหน้าเนียนฉ่ำไปด้วยครีมบำรุงที่ทาไปเมื่อครู่เล็กน้อย

 

“คุยงาน”

 

“สำคัญเหรอ”

 

เอ่ยถามทั้งยังเอื้อมไปหยิบของในมือหิน ก่อนจะพาดมันรอบลำคอแกร่งแล้วจัดการผูกเนคไทให้อย่างคล่องแคล่ว

 

“อืม”

 

“เออ นี่เพื่อนกูฟังแต่เพลงที่มึงแต่งทั้งวัน เมื่อวานไปห้างก็ได้ยิน ไปที่ไหนก็ได้ยิน ถ้าพวกมันรู้ว่ามึงมีส่วนร่วมคงกรี๊ดกันหูแตก”

 

แฟนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ถึงจะว่าเพื่อนติดเพลงนี้อย่างหนักแต่ความจริงแล้วตัวเองก็อาการหนักไม่แพ้กัน ยามขึ้นรถเป็นอันต้องเปิดฟัง ซ้ำยังเปิดอยู่แค่เพลงเดียววนไปมา

 

ขณะที่คนฟังก็ยกยิ้ม ภูมิใจกับกระแสตอบรับจนแทบลืมเลือนความเหนื่อยในช่วงเวลาก่อนหน้าไปหมดสิ้น

 

“ไม่คิดเหมือนกันว่าจะขนาดนี้”

 

ไม่ปฏิเสธว่าคาดหวังแต่ก็ไม่เคยคาดหวังไกลขนาดนั้น และถึงแม้ว่าเพลงนี้จะประสบความสำเร็จมากก็ไม่คิดหลงระเริง อีกอย่างแค่ตัวเองไม่อาจนำพางานให้สำเร็จลุล่วงได้ถ้าไม่มีทีมงานทุกคน

 

“มึงเก่ง กูบอกแล้วไง”

 

มือเล็กขยับเนคไทที่ผูกแล้วอีกเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดด้วยรอยยิ้มบางที่มาจากความภูมิใจ“คนอื่นก็เก่ง ไม่ใช่แค่กู” ท่อนแขนใหญ่รั้งเอวบางเข้าหาพลางตอบกลับ

 

“อืม...แต่มึงเสียอยู่อย่างเดียว”

 

“อะไร?”

 

“หื่นเกินคนไปหน่อย”

 

คนถูกว่าหัวเราะรับอย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะบดเบียดปลายจมูกลงไปสูดดมความหอมจากแก้มเนียนราวกับให้รางวัลสำหรับการผูกเนคไท

 

“พูดถึงเรื่องนี้แล้วนึกขึ้นได้ วันก่อนก่อนกูจะหลับไป มึงจะพูดอะไร”

 

คำถามนั้นทำให้หินยกยิ้ม ดวงตาคมเป็นประกายขึ้นมาชั่ววินาที

 

“ไม่มีอะไร” คิ้วได้รูปขมวดมุ่นเมื่อคำตอบกับสีหน้าอีกคนดูเหมือนจะสวนทางกัน

 

“แต่แววตามึงมันบอกว่ามีอะไร”

 

“ไม่มีอะไรน่า มึงไปแต่งตัวต่อไป”

 

ร่างเล็กถูกจับให้หมุนกลับไปทางหน้ากระจกก่อนคนที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วจะก้าวยาวๆออกไปจากห้อง ทิ้งความสงสัยของแฟนไว้ด้านหลังโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ถามอะไร

 

--

 

(วันนี้กูกลับดึก คงจะค้างที่ห้องตัวเอง) ถ้อยคำจากปลายสายส่งผลให้คนฟังใจแป๊ว เกิดความวูบโหวงตามมา

 

“ทำไมล่ะ”

 

(คุยงานยาว ว่าจะกลับไปซ้อมดนตรีด้วย)

 

“กูไปค้างที่ห้องมึงด้วยไม่ได้เหรอ”

 

เป็นประโยคคำถามแต่คล้ายกับว่าเจือความออดอ้อนอยู่มากโดยไม่รู้ตัวจนคนฟังยกยิ้ม ใบหน้าคมที่เรียบตึงมาทั้งวันผ่อนคลายลงทันใด

 

 (พรุ่งนี้วันเสาร์ มึงต้องกลับบ้านหนิ)

 

“ก็ออกจากห้องมึงแล้วก็กลับบ้านเลยไง”

 

(งั้นก็ตามใจ) ได้ยินคำอนุญาตนั้นพลันใบหน้าสวยก็เกิดรอยยิ้ม

 

“กูไปรอที่ห้องมึงเลยนะ”

 

(อืม กูจะพยายามรีบกลับ)

 

“โอเค”

 

(แล้วเจอกัน)

 

สัญญาณถูกตัดไปจากนั้นแฟนจึงทำงานบนโต๊ะต่ออีกเล็กน้อย ก่อนจะตรงไปยังห้องของหินโดยไม่วกกลับไปที่คอนโดตัวเองให้เสียเวลา

 

นิ้วมือเล็กเคาะกับพวงมาลัยตามจังหวะเพลงที่เปิดคลอเมื่อการจราจรติดขัดจนขยับรถได้ทีละนิด ระหว่างนั้นดวงตาคู่สวยก็กวาดมองไปรอบตัวแก้เบื่อ มองรถคันข้างๆ มองรถอีกเลนที่ติดขนัดไม่ต่างกัน พลางมองเลยไปยังริมทาง

 

กึก

 

ซุปเปอร์มาเก็ตที่มีสีประจำเป็นสีเขียวปรากฏอยู่ด้านขวามือ คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเมื่อเจ้าตัวกำลังใช้ความคิด

 

ไหนๆก็ต้องไปรอหินอยู่ห้องคนเดียวแล้ว แวะซุปเปอร์ฆ่าเวลาหน่อยดีกว่า

 

เมื่อคิดได้แฟนก็ตัดสินใจว่าจะแวะห้างแถวอพาร์ตเมนต์ของหิน รอการจราจรตรงหน้าคลายตัวจนรถสามารถแล่นได้เรื่อยๆจึงรีบตรงไปยังที่หมาย

 

 

 

20.39 น.

 

กว่าจะเดินซื้อของและซื้ออาหารเย็นกลับมาครบก็เพลิดเพลินไปกับการเดินจนท้องฟ้ามืดมิด ข้าวของต่างๆถูกวางไว้บนโต๊ะในห้องครัวก่อนแฟนจะรีบอาบน้ำก่อนเป็นอันดับแรก ต่อด้วยการกินข้าวเนื่องจากความหิว เมื่อเรียบร้อยจึงเปิดโทรทัศน์ดูซีรีส์ต่างประเทศรออีกคน

 

แกร๊ก

 

เสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามาราวสองชั่วโมงผ่านไป ร่างสูงที่ออกจากห้องไปด้วยชุดทำงานเต็มยศเมื่อเช้ากลับมาในสภาพชายเสื้อถูกดึงออกด้านนอก แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอก อีกทั้งยังปลดกระดุมลงมาหลายเม็ดให้เห็นแผงอกรำไร


ร้อนหรืออยากโชว์กันแน่

 

“มารอตั้งแต่กี่โมง” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่ผุดลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้ามาหา

 

“กูแวะห้าง มาถึงตอนสองทุ่มกว่าได้”

 

“กินอะไรรึยัง”

 

“กินแล้ว มึงล่ะ กูซื้อกับข้าวมาเผื่อด้วย”

 

“ยัง หิวจะแย่”

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำก่อนไป จะได้ออกมากินข้าวแบบสบายตัว”

 

หินพยักหน้ารับพลางกดริมฝีปากแนบลงมาบนหน้าผากเนียนก่อนจะหมุนตัวไปทางห้องนอน ทิ้งสัมผัสอุ่นวาบไว้ให้คนถูกจูบนิ่งงันจนต้องตั้งสติอยู่เกือบนาทีจึงจะเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารไว้รออีกคนได้

 

“เห็นมึงซื้ออะไรเข้าห้องกูเยอะแยะ”

 

เอ่ยถามหลังจากข้าวในจานหมดลงเรียบร้อย อาหารบนโต๊ะหมดแทบทุกอย่างเพราะความหิวโหย

 

“ก็ของใช้ที่กูพอจำได้ว่ามันไม่มี แล้วบางอันก็ซื้อมาเผื่อไว้”

 

“ถ้าง่วงก็เข้านอนก่อนได้เลย กูจะไปซ้อมดนตรีในห้อง”

 

ร่างสูงลุกขึ้นเก็บจานที่เหลือเพียงเศษอาหารให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมาหาคนที่นั่งรออยู่

 

“กูเข้าไปดูด้วยได้ไหม” แฟนเบี่ยงตัวไปด้านข้าง แหงนหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจนรู้สึกเมื่อยคอ

 

“คิดยังไง” คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจกับคำร้องขอ

 

“ก็ไม่คิดไง ยังไม่ง่วง”

 

“เสียงดังนะ”

 

“อือ...ขี่หลังหน่อย ขี้เกียจเดิน”

 

ไม่รู้ว่าเป็นความขี้เกียจหรือความอยากอ้อนเนื่องจากต้องกลับบ้านพรุ่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าสวยก็ยังแสดงออกเช่นปกติ ขณะที่หินทำเพียงแค่หันหลังแล้วทรุดตัวนั่งลง ต่อจากนั้นท่อนแขนเล็กจึงสอดรัดรอบลำคอ กายเล็กถ่ายน้ำหนักลงมาจนหมด

 

“แล้วทำไมวันนี้มึงซ้อม มีงานเหรอ” ปลายคางวางลงบนไหล่กว้างยามเอียงหน้าถาม

 

“ซ้อมเฉยๆ กูไม่ได้เล่นที่ผับแล้วเลยไม่ได้ซ้อมบ่อยเท่าเมื่อก่อน”

 

“เห็นมึงเล่นแต่ดนตรีสากลซะส่วนใหญ่ แล้วเล่นดนตรีไทยได้ไหม” ปากบางเอ่ยเจื้อยแจ้วถามไประหว่างทางอย่างไม่มีอะไรทำ

 

“ก็พอได้”

 

มือหนาเอื้อมไปหมุนลูกบิดก่อนจะเปิดประตูเข้าไป จากนั้นจึงเดินหาสวิตช์แล้วกดเปิดให้ทั้งห้องตกอยู่ในความสว่าง พลันคนบนหลังก็ขยับลงไปยืนบนพื้นเรียบร้อย

 

“กูขอเปิดคอมได้ไหม”

 

เอ่ยขอเมื่อระหว่างอีกคนซ้อมดนตรีก็คงต้องหาอะไรทำแก้เบื้อ และไอแมคที่ตั้งเด่นหราอยู่บนมุมซ้ายของโต๊ะทำงานนั้นก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

 

“ตามสบาย”

 

อนุญาตเสร็จร่างสูงก็เดินไปยังมุมของเครื่องดนตรี หินทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเปียโนเป็นอันดับแรก เริ่มต้นทำสมาธิด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดทุกสิ่งรอบตัวออกไปจากหัวแล้ววางนิ้วลงบนแป้น

 

เสียงเครื่องดนตรีแสนหวานดังขึ้นในความเงียบ ผู้บรรเลงปิดเปลือกตาขณะนิ้วมือยังทำหน้าที่อย่างพลิ้วไหว ราวกับทุกประสาทสัมผัสคุ้นชินจนไม่ต้องใช้สายตา จิตวิญญาณของนักดนตรีที่แสดงออกมาทำให้แฟนนิ่งมองไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความคิดที่ว่าจะหาอะไรทำปลิวหาย

 

ตอนอีกคนตีกลองก็ให้ความรู้สึกอีกแบบ...แต่ไม่ว่าจะแบบไหน เวลาหินอยู่กับเครื่องดนตรีก็ล้วนแต่น่ามอง

 

ไม่เพียงแต่เจ้าตัวที่ตกอยู่ในห้วงของดนตรี ทว่าคนที่มองก็ถูกดึงให้หลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์นั้นเช่นกัน

 

 

 

2 ชั่วโมงผ่านไป

 

“อะ” ขวดน้ำเย็นเฉียบถูกยื่นมาตรงหน้ายามหินกำลังนั่งอยู่หลังกลองด้วยสภาพเหงื่อโซมกาย

 

เสื้อกล้ามที่สวมใส่ถูกถอดออกจนส่วนบนเหลือเพียงความเปลือยเปล่ามันเลื่อม ไม่ว่าจะเวียนไปซ้อมเครื่องดนตรีชนิดใด สุดท้ายก็ต้องจบลงที่เครื่องดนตรีคู่ใจไปทุกครั้ง

 

เพราะกลองได้ใช้แรง เลยชอบเป็นพิเศษ

 

“เบื่อไหม” เอ่ยถามพลางเอื้อมมือที่ออกแรงจนเป็นรอยไปหยิบน้ำมาดื่ม

 

“ดูมึงไปก็เพลินดี”

 

“กูลืมไปเลยว่ามึงอยู่ในห้อง”

 

“ก็เล่นจริงจังซะขนาดนั้น...ไม้กลองมึงสวยดี มีสลักชื่อด้วยเหรอ”

 

แฟนเอ่ยไปอีกเรื่องเมื่อมายืนอยู่ใกล้ๆแล้วสังเกตเห็นว่าไม้กล้องที่ถูกวางเอาไว้มีชื่อของหินสลักอยู่ด้วยตัวเขียนเล็กๆตรงส่วนปลาย

 

“อืม เป็นไม้กลองสั่งทำ” หินวางขวดน้ำลงแล้วหยิบไม้กลองขึ้นมาควงเล่นด้วยความเคยชิน

 

“ถึงขั้นต้องสั่งเลยเหรอ” น้ำเสียงนั้นสูงขึ้นเนื่องด้วยความแปลกใจ

 

“ก็แล้วแต่ความพอใจ มึงจะใช้ที่เขามีขายอยู่ทั่วไปก็ได้ หรืออยากได้อันพิเศษที่เป็นแค่ของตัวเองก็ได้”

 

อธิบายพร้อมทั้งจับจ้องไม้กลองคู่ใจในมือตัวไปเงียบๆ ในหัวมีความคิดบางอย่างวิ่งวน

 

“แล้วเวลาสั่งทำนี่ต้องบอกอะไรบ้าง”

 

“นึกยังไงถึงถามเป็นเจ้าหนูจำไม”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญ ซ้ำยังยินดีที่จะตอบคำถาม

 

“ก็อยากรู้เฉยๆ กูไม่เคยรู้เรื่องอะไรพวกนี้มาก่อน” แฟนเอ่ยตอบ

 

“หลักๆจะบอกเรื่องขนาดความเล็กใหญ่ของไม้และรูปทรงของหัวไม้กลอง แต่ละขนาดและรูปทรงก็แล้วแต่ว่านักดนตรีอยากใช้เล่นกับเพลงสไตล์ไหน นอกจากขนาดก็มีวัสดุที่ใช้ทำ ปกติทั่วไปที่มึงรู้อยู่แล้วก็คือไม้กลองทำจากไม้ แต่มันยังมีแบบอื่นอีกโดยสามารถเปลี่ยนตรงส่วนหัวที่ทำจากไม้เป็นอย่างอื่น เช่นหัวไม้กลองที่ทำจากไนลอน วัสดุตรงนี้ก็จะส่งผลต่อเสียงเวลาตีเช่นกัน ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของเนื้อไม้ อะไรประมาณนั้น”

 

คำอธิบายยืดยาวผ่านเข้าหูของคนฟังพร้อมทั้งใช้เวลาประมวลผลชั่วครู่จึงได้เข้าใจแบบแจ่มแจ้ง

 

“อันนี้สวยตรงที่มีชื่อมึง”

 

Sila

 

ตัวอักษรสี่ตัวที่มาจากชื่อจริงของหินถูกสลักเรียงอย่างสวยงาม อาจเพราะแฟนชอบชื่อของอีกคนจึงรู้สึกว่าคำนี้มันสวยเวลาที่ถูกเขียนลงบนอะไรสักอย่าง

 

“อยากได้ไหม”

 

“หืม”

 

เสียงร้องในลำคอดังขึ้นเมื่อหินเอ่ยประโยคที่ไม่คาดคิด มุมปากได้รูปโค้งคิดเล็กน้อยยามเบี่ยงตัวมาด้านข้างแล้วรั้งอีกคนมายืนตรงหว่างขา

 

ใจจริงอยากจะดึงเข้ามาแนบชิดกว่านี้แต่เพราะร่างกายตัวเองชื้นไปด้วยเหงื่อจึงต้องเว้นระยะห่าง

 

“คู่นี้กูให้มึงเก็บไว้” ไม้กลองในมือหนาถูกยกขึ้นมาตรงหน้า

 

“ให้เก็บทำไม” แฟนเอ่ยถามเสียงฉงน

 

“จะได้สมกับที่เป็นเมียนักดนตรี”

 

“...”

 

“กลองเป็นเครื่องดนตรีที่กูชอบและรักที่สุด เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่หัดเล่นตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ” เสียงทุ้มพูดเรียบเรื่อยยามสองสายตามองสบกันนิ่ง

 

“กูกลัวทำหาย” แฟนยังคงไม่รับมาพลางบอกเหตุผลที่ตัวเองลังเล

 

“ไม่หายหรอกน่า...รับไป”

 

“ถ้ากูทำหายมึงจะโกรธไหม”

 

ดวงตาสวยวูบไหวไปชั่วครู่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 

“มึงไม่ได้ตั้งใจก็ไม่โกรธ ขอแค่ถ้าวันไหนงอนกูมากก็อย่าหักมันทิ้งหรือโยนลงถังขยะก็เป็นพอ เพราะอันนั้นคงโกรธแน่”

 

“ใครจะทำแบบนั้นกัน”

 

ปากเล็กยื่นออกมายามเอ่ยพูดพลางตัดสินใจรับไม้กลองของหินมาไว้ในมือ

 

สภาพซึ่งผ่านมาใช้งานมาอย่างยาวนานไม่ได้ทำให้มันดูเก่าแต่กลับดูดีในความรู้สึก ร่องรอยการถลอกของเนื้อไม้คือสิ่งที่บ่งบอกว่ามันผ่านช่วงเวลาหนึ่งมาพร้อมกับหิน

 

“ถ้าให้กูแล้วมึงจะใช้อะไร”

 

“นักดนตรีที่ไหนมีไม้กลองคู่เดียว”

 

แฟนพยักหน้ารับเชื่องช้าขณะพินิจดูของในมือโดยละเอียด กระทั่งพอใจจึงเบือนสายตามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

 

“จะรักษาอย่างดี” คำสัญญามาพร้อมกับรอยยิ้มบางพาให้คนมองยกยิ้มตาม

 

“ถ้าวันไหนอยากลองเล่นกลองกูจะสอนให้”

 

“จริงเหรอ” น้ำเสียงนั้นเจือความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายวาววับ

 

“อยู่ที่ว่ามึงสนใจไหม”

 

“สนสิ เอาไว้หลังกลับมาจาก...เออ กูบอกมึงหรือยังว่าก่อนสงกรานต์ครอบครัวกูจะไปซานโตรินีกันประมาณสามสี่วัน”

 

ใบหน้าของคนพูดเปลี่ยนไปก่อนจะเล่าเรื่องที่นึกขึ้นมาได้ ส่วนคนฟังนั้นส่ายหน้าตอบ

 

“ยัง”

 

“อือ นั่นแหละ ไปอาทิตย์หน้า กลับมาเล่นสงกรานต์วันที่14

 

เพราะเป็นแผนการที่เพิ่งได้ข้อสรุปจึงยังไม่ได้บอกอีกคนให้แน่ชัด กระทั่งคิดเรื่องของช่วงเวลาขึ้นมาจึงนึกขึ้นได้

 

“อืม กูคงกลับขอนแก่น” หินรับคำพลางบอกแพลนของตัวเองในช่วงเวลาดังกล่าว

 

“กูอยากไปเล่นน้ำที่ขอนแก่นบ้าง”

 

ได้เห็นเพียงจากข่าวในโทรทัศน์แต่ยังไม่เคยได้ไปถึงที่เลยสักครั้ง เมื่อได้ยินหินบอกจะกลับขอนแก่นเลยเกิดความอยากไปด้วยขึ้นมา

 

อีกอย่างจะได้ไปเรียนรู้วิถีของหิน สถานที่เติบโต ความเป็นอยู่...คงสนุกน่าดู

 

“หึ เอาไว้ปีหน้าก็เปลี่ยนจากไปต่างประเทศเป็นต่างจังหวัด”

 

“ก็น่าสน ไปกันทั้งครอบครัว” เมื่อลองคิดภาพตามแล้วก็ยิ้มออกมากับตัวเอง

 

ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางแถมยังเป็นวันหยุดยาวที่จะได้อยู่กับหินและครอบครัว...ดีที่สุดเลยล่ะ

 

“เอาสิ มาพักบ้านกู ถ้าครอบครัวมึงอยู่ได้นะ”

 

ประโยคนั้นทำให้แฟนกะพริบตามองคนตรงหน้า คำเอ่ยชวนส่งผลต่อใจจนเกิดความรู้สึกสั่นไหว

 

“กลัวแต่บ้านมึงสิจะลำบาก ครอบครัวกูมีตั้งหลายคน”

 

เสียงที่เอ่ยตอบไม่เต็มเสียงนัก เพียงแค่คิดถึงการรวมตัวของทั้งสองครอบครัวซึ่งบ่งบอกความสัมพันธ์แล้วริมฝีปากก็พลันจะฉีกยิ้ม รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“หึ เอาไว้จะไปจริงแล้วค่อยว่ากัน”

 

แผนการในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงในเร็ววันถูกพักเอาไว้เพราะเวลาอีกยาวไกล แฟนพยักหน้ารับยามคิดถึงเรื่องครอบครัวอยู่ในหัว ส่วนทางด้านหินกลับกำลังคิดถึงเรื่องอาทิตย์หน้าที่แฟนจะไม่อยู่

 

บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง การต้องอยู่ห่างกันและยาวนานขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรก

 

“มึงจะไปอาบน้ำรึยัง เดี๋ยวกูจะเอานี่ไปเก็บก่อน”

 

เรื่องในหัวถูกพับเก็บก่อนจะถามหินขึ้น กายใหญ่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจนเส้นผมตามกรอบหน้าเปียกชื้น พอไม่มีเรื่องอะไรให้คิดแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าภาพตรงหน้านี้ชวนมองแค่ไหน

 

อึก

 

เหมือนจะได้ยินเสียงกลืนน้ำลายตัวเอง

 

ตอนหินตีกลองอยู่ก็ว่าฮ็อตแล้ว พอได้มายืนอยู่ใกล้ๆจนได้กลิ่นเหงื่อจางๆแบบนี้ความคิดยิ่งถลำไปไกล

 

“อืม มึงไปนอนเถอะ ตื่นมาต้องกลับบ้านอีก”

 

“อะ อือ”

 

รับคำเสียงสั่นจากนั้นร่างเล็กจึงรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องเพื่อเอาไม้กลองนี้ไปเก็บ ก่อนที่ตัวเองจะเผลอแสดงออกให้อีกคนรู้ตัว

 

ใช่ว่าจะมีแค่หินที่คิดแต่จะลากเขาขึ้นเตียงเสียเมื่อไหร่...

 

--

 

“ยู๊ได่ฮอดวันที่สิบห่า วันที่สิบหกต่องกลับมาสอน...ครับ...จั้งได่สิบอกอีกเทือ...สวัสดีครับ” (อยู่ได้ถึงวันที่สิบห้า วันที่สิบหกต้องกลับมาสอน...ครับ...ยังไงจะบอกอีกที...สวัสดีครับ)

 

เสียงบทสนทนาด้วยภาษาไม่คุ้นชินทำให้คนนอนค่อยๆรู้สึกตัวตื่น แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามพูดคุยด้วยเสียงอันแผ่วเบาทว่าเมื่อแขนเล็กควานไปข้างตัวแล้วไม่พบกับร่างที่อยากซุกซบเปลือกตาจึงขยับเปิด

 

หินที่เห็นการขยับตัวนั้นจึงยื่นมือไปจับมือเล็กเอาไว้ เอี้ยวตัวไปเก็บโทรศัพท์เสร็จจึงเอนกายนอนลงแล้วรั้งร่างของแฟนเข้ามากอด

 

“กูทำมึงตื่นเหรอ”

 

ตอนนี้ยังคงเป็นเวลาเช้าตรู่สำหรับการจะตื่น กว่าแฟนจะกลับบ้านก็คงเป็นตอนบ่าย ถือว่ายังมีเวลาอีกมาก

 

“อือ”

 

คนเพิ่งลืมตาหลับลงอีกครั้งเมื่อความอบอุ่นโอบกระชับรอบตัว สัมผัสที่แนบชิดทำให้รู้สึกสบายจนต้องเบียดกายเข้าหา ใบหน้าซุกซบอยู่กับอกกว้าง เส้นผมที่ระอยู่กับผิวเนื้อส่งผลให้หินรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย

 

“นอนต่อซะ”

 

เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่เหนือหัวดังห่างไกลออกไปทุกที กระทั่งแฟนหลุดเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง

 

 

 

“ตัวมึงอุ่นๆ จะไม่สบายหรือเปล่า”

 

หินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากถอนปากออกจากการจูบลา ลมหายใจที่หลอมรวมกันร้อนกว่าปกติจนสัมผัสได้ ยิ่งยามฝ่ามือหนาวางทาบลงบนหน้าผากเล็กเพื่อวัดไข้ ความสงสัยยิ่งชัดเจน

 

“ไม่รู้สิ” เจ้าตัวตอบ แม้จะรู้สึกอึนๆอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่มากพอจะรู้สึกว่าตัวเองป่วย

 

“ยังไงก็กินยาไว้หน่อยแล้วกัน จะขับรถไหวรึเปล่า”

 

“ไหว แค่นี้เอง”

 

คนเป็นห่วงไม่วางใจ ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าเนียนที่ยังคงดูปกตินิ่ง ถึงภายนอกแฟนจะยังดูไม่เป็นไรแต่หินยังอดเป็นกังวลไม่ได้

 

“กูไปส่งมึงดีกว่า”

 

“ฮื่อ ส่งทำไม เดี๋ยวมึงก็ต้องกลับไปกลับมา”

 

แฟนส่ายหน้าปฏิเสธ บ้านกับคอนโดไกลกันไม่น้อย การจราจรในกรุงเทพยิ่งทำให้เสียเวลาไปกันใหญ่

 

“กลับไปกลับมาก็กลับไปกลับมา” ยิ่งมือหนาสัมผัสซอกคอบางคิ้วเข้มยิ่งขมวดมุ่น

 

“กูไหวน่า”

 

“อย่าดื้อ”

 

เสียงที่เอ่ยเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนแฟนได้แต่กะพริบตา แค่ตัวอุ่นนิดเดียวอีกคนกลับทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ถึงอย่างนั้นคนถูกเป็นห่วงก็ย่อมเกิดความรู้สึกดี บวกกับอาการของตัวเองแล้วจึงยิ่งอยากอ้อนเข้าไปใหญ่

 

“มึงก็อย่าดุนักสิ”

 

หัวเล็กโน้มลงซบกับอก องศาและที่ประจำยามแนบชิด เพียงแต่ครั้งนี้เป็นการยืน ไม่ใช่การนอนแบบหลายครั้ง

 

ส่วนคนที่ถูกอีกคนออดอ้อนด้วยทั้งคำพูดและการกระทำก็ถอนหายใจ สุดท้ายจึงทนไม่ไหวที่จะยกมือขึ้นโอบร่างบางเข้าหา ลมหายใจแห่งความเป็นห่วงถูกพรูออก

 

ถึงจะสบายใจที่อย่างน้อยแฟนก็จะได้อยู่ในการดูแลของคนในครอบครัว แต่ใจนั้นกลับอยากเป็นคนดูแลคนป่วยเสียเอง

หน้าที่นี้ หินรับมันมาจากพ่อและแม่ของแฟนแล้ว

 

“เป็นอย่างนี้จะไม่ให้ดุยังไง” คำพูดช่างสวนทางกับการกระทำอันอ่อนโยนจนแฟนระบายยิ้ม

 

“จะไปส่งก็แล้วแต่มึง แต่ต้องให้คนที่บ้านกูมาส่งเหมือนกัน โอเคไหม”

 

“อืม เดี๋ยวกูไปเอายามาให้กิน เสร็จแล้วจะได้รีบไป”

 

มือหนาดันคนในอ้อมกอดออกก่อนจะรีบหมุนตัวก้าวไปหายามาให้ ขณะที่แฟนนั้นได้แต่มองตามร่างสูงไปพร้อมรอยยิ้ม

 

การถูกเป็นห่วงนี่มันดีต่อใจจริงๆนะ

 

 

TBC.

มาแล้วค่า ฮือ ตอนนี้เรื่อยๆกว่าตอนที่แล้วอีกค่ะ><

แต่ความจริงแล้วมันมีความหมายมากๆในทุกฉากเลยน้า

เอามาลงให้ก่อนเพราะวันพรุ่งนี้กับมะรืนโซแอลไปคอนค่ะ อิอิ

อ่านแล้วเป็นยังไงคอมเมนต์มาติชมได้น้า ตอนหน้ามาดูคนน้องป่วยกันค่ะ จุ๊บ

ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะ อ่านทุกคอมเมนต์ ทุกแท็ก ทุกข้อความเลยจริงๆ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.131K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5726 Spices_smile (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 20:43
    น่ารักกกกก
    #5,726
    0
  2. #5646 Airzaa1810 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:58
    ดีต่อใจน้องแฟนก็พี่หินนี้แหละ
    #5,646
    0
  3. #5553 yuri_miko (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:34
    อยากถูกเป็นห่วงบ้างจัง
    #5,553
    0
  4. #5413 12311232123312 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:26
    น่ารักกกก
    #5,413
    0
  5. #5391 Kim-kibom (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:15
    น่ารักมากจริงๆ
    #5,391
    0
  6. #5328 Nuthathai Por (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 18:08
    หล่อแล้วยังเอา...ใจใส่เก่งอีกนะพี่หิน
    #5,328
    0
  7. #5148 Minyy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:39
    เป็นผู้ชายที่ตีกล้องแล้วหล่อที่สุดในโลกจริงๆ ฮ็อตอะไรเบอร์นั้น ยิ่งชื่ที่สลักบนไม้การบรรยายชวนให้นึกภาพได้ชัดเจน ฮื่อ ชอบ
    #5,148
    0
  8. #5058 hannna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:23
    แงงงงเขินพี่หิน อิจเมจตีกลองนี้มันพี่ชานยอลชัดๆๆ ฮรืออออ
    #5,058
    1
    • #5058-1 IMeMoRyU(จากตอนที่ 19)
      27 ธันวาคม 2561 / 12:06
      ตอนอ่านอิจเมจของน้องแฟนคือแบคฮยอน พี่หินคือชานยอล มาแต่ไกล
      #5058-1
  9. #4992 nannapas331 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:33
    พี่หิน น้องแฟน ชอบมากคะ
    #4,992
    0
  10. #4835 Hunbears (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 01:02
    อยากโดนเปนห่วงบ้างจังค่ะะะ/meโดนน้องแฟนตบ55555555555
    #4,835
    0
  11. #4818 ojay2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 12:31
    อบอุ่น ละมุนนนนนมากกค่ะ พี่หินนนน
    #4,818
    0
  12. #4814 pim pimmi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:36
    โอ๊ยยยยย ><
    #4,814
    0
  13. #4668 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:01
    พี่หินนนนน​ น่ารักโว้ย
    #4,668
    0
  14. #4571 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    ละมุนเว้ย โคตรละมุนเลย งื้อออ
    #4,571
    0
  15. #4521 pcy921 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:40
    อยากได้พี่หินค่ะ
    #4,521
    0
  16. #4398 koy_incle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 12:40
    รักและดูแลน้องอย่างดี
    #4,398
    0
  17. #4343 Choticha (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:54
    อยากได้ ไ ม้ พี่หินจังเลย 😁
    #4,343
    0
  18. #4249 summerbb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 22:09
    ไม่ค่อยเห็นพระเอกเป็นคนอีสานเท่าไหร่ รู้สึกแปลกใจและประทับใจค่ะ555555 แต่พี่หินนี่ครบเครื่องจริงๆอะต้องยอม คือเพอร์เฟคไปหมดดดด
    #4,249
    0
  19. #4179 nun__nutty (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:57
    อิจฉาแฟนจังเลยยยยย
    #4,179
    0
  20. #4111 Mistyblack (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 20:22
    หวานนน
    #4,111
    0
  21. #4051 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 17:30
    ฮือดีจัง
    #4,051
    0
  22. #3492 echize (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 23:39
    เค้ามีคิดแผนปีหน้าด้วยกันแล้ว คือมันแสดงออกหลายอย่างมาก ๆ เลย มันหมายถึงว่าจนถึงวันนั้นจะยังคบกันอยู่ มันหมายถึงอยากอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ แงงงงงงง ในอนาคตของทั้งสองคนเริ่มมีอีกคนในนั้นแล้ว ฮือออออ ดีใจจจจ
    #3,492
    0
  23. #3126 mejeje (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 02:04
    พี่หินพูดภาษาอีสานด้วยย ก๊าวใจมากก
    #3,126
    0
  24. #2933 Beztherday (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 09:27
    หลงรักความเอาใจใส่พี่หิน พี่หินเป็นคนไม่พูดเยอะ แต่ทำมากกว่า อ๊ากกก หยักได้เขาาาาา~
    #2,933
    0
  25. #2072 gnawkezi~* (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:31
    พี่หินแลเป็นผู้ชายอบอุ่น ดีต่อหัวใจน้องแฟน
    #2,072
    0