Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 : คนเก่งของแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,071
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,047 ครั้ง
    11 มี.ค. 61


ตอนที่ 17
#พี่หินคนห่าม

 

“รีบไปไหนฮึเรา”

 

คนเป็นพ่อเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของลูกตัวเอง เอกสารการประชุมกระจัดกระจายถูกจับรวบเข้าหากัน มือบางสาละวนกับการเก็บของต่างๆจนผิดวิสัย

 

“พี่หินมารอที่ห้อง” คิ้วของคนถามขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินคำตอบ

 

“แล้วทำไมมารอ”

 

“แฟนอ้อนให้มาเอง” ใบหน้าสวยหันมาตอบด้วยรอยยิ้มพรายขณะเดินตรงมาหา

 

“เรานะเรา ลำบากพี่เขา”

 

ได้ยินดังนั้นแฟนก็ลอบถอนหายใจ ยามอยู่ต่อหน้าหิน คนเป็นพ่อจะทำขรึม แต่เมื่อพูดถึงอีกคนก็มักเข้าข้าง แสดงความเอ็นดูผ่านทางคำพูดอย่างไม่ปิดบัง

 

“ก็ช่วงนี้พี่หินว่าง”

 

“เอาเถอะ จะกลับก็รีบกลับ”

 

“งั้นแฟนไปแล้วนะ”

 

ดวงตาซึ่งถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ประกายวาววับจนคนมองถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับ

 

“พาพี่หินของเราไปทานข้าวที่บ้านบ่อยๆล่ะ”

 

“ครับ~

 

แม้อยากจะล้อเลียนอีกฝ่ายมากกว่านั้นแต่ด้วยความรีบจึงทำได้เพียงลากปลายหางเสียงรับคำ แฟนยกมือขึ้นไหว้บิดาพลางอวยพรสำหรับการเดินทางกลับบ้านเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบสาวเท้าไปทางห้องทำงานของตัวเองด้วยกลัวว่าคนมารอรับจะคอยนาน

 

“ทำอะไร”

 

ร่างบางชะโงกหน้าไปดูหน้าจอไอแพดในมือหนาเมื่อเปิดประตูเข้าห้องไปแล้วเห็นหินง่วนอยู่กับสิ่งนั้น

 

“งานนิดหน่อย”

 

บนหน้าที่ถูกเปิดเอาไว้เต็มไปด้วยโน้ตเพลงซึ่งเป็นภาษาทางดนตรีที่แฟนไม่เข้าใจ

 

“มึงยุ่งเหรอ”

 

“เปล่า” เอ่ยตอบพร้อมทั้งกดออกจากโปรแกรมก่อนสิ่งของในมือจะถูกวางลงบนโต๊ะ ยามสายตาคมจับจ้องอยู่บนร่างบางที่กำลังเดินอ้อมมาหา

 

“หิวไหม”

 

คนถามเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทรุดตัวนั่งลงบนตักโดยไม่ต้องให้บอกหรือส่งสัญญาณ คนทำหน้าที่เป็นเก้าอี้จำเป็นก็ให้ความร่วมมือด้วยการขยับเปิดทาง วางมือลงบนเอวเล็กเป็นลำดับต่อมาตามความคุ้นชิน

 

“หิว”

 

“งั้นไปกินข้าวกัน”

 

“หิวมึง”

 

ไม่เพียงแค่พูดด้วยสายตากรุ้มกริ่ม แต่มือหนายังเขี่ยวนอยู่บนหลังเอวอย่างสื่อความหมาย

 

ด้านคนฟังเกือบจะเกิดความรู้สึกขัดเขินหากภายใต้ความกรุ้มกริ่มนั้นไม่มีประกายความขบขันให้ได้เห็น

 

“เสี่ยวมาก”

 

ได้ยินดังนั้นคนเล่นมุกเสี่ยวเก่าแสนเก่าก็หลุดหัวเราะ สายตาและสัมผัสวาบหวามหยุดลงแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างเวลาปกติ

 

“ไม่หิวมึง แล้วก็ไม่หิวข้าวด้วย เพิ่งสี่โมงครึ่งเอง”

 

“ไปเดินเล่นห้างกันไหม” คนมีแผนการเสนอ

 

“เดินเล่นงั้นก็ห้ามซื้ออะไร” เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบจนคนถูกรู้ทันหน้ามุ่ย

 

“ถ้ามีของถูกใจจะไม่ให้ซื้อเลยหรือไง” ปากเล็กที่ขยับพูดยื่นออกน้อยๆตามความเคยชินยามไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว

 

“ถ้าแค่ถูกใจก็ไม่ต้อง อย่าแค่อยากได้ ต้องคิดด้วยว่ามันจำเป็นไหม”

 

หินเอ่ยเตือนให้อีกคนได้ฉุกคิด แม้จะไม่อยากก้าวก่ายชีวิตของเจ้าตัวแต่ทั้งหมดนั้นก็ล้วนมาจากความหวังดี

 

แฟนมีเงินมากมายเขารู้ แต่บางครั้งหรือบางอย่างเราควรใช้ความคิดมากกว่าความรู้สึก

 

“ก็ของมันต้องมี” อีกคนโต้กลับ

 

“ถ้าอย่างนั้นของไม่จำเป็นหนึ่งอย่างแลกกับการแยกกันอยู่หนึ่งวัน โอเคไหม”

 

“ไม่”

 

คำปฏิเสธดังขึ้นทันควัน น้ำเสียงที่ใช้พูดแข็งกระด้าง แววตาไม่อ่อนหวานเหมือนก่อนหน้า ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หินคาดการณ์เอาไว้ว่าจะต้องเกิดขึ้น เมื่อเห็นท่าทางนี้ท่อนแขนแกร่งจึงเลื่อนกระชับโอบรอบเอวบางก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยความใจเย็น

 

ตั้งแต่คบกับแฟน นิสัยใจร้อนก็เย็นลงในหลายเรื่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

“กูทำแบบนี้เพราะอะไร” เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเพื่อให้คนบนตักได้นึกคิด

 

ข้อเสนอนี้เขาตั้งขึ้นเพื่อความสนุกงั้นหรือ?

 

“...” บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานอยู่ในความเงียบ เมื่ออีกคนกำลังใช้ความคิดและอีกคนให้เวลาได้คิด

 

สองสายตามองสบกันนิ่ง ริมฝีปากบางถูกขบกัดด้วยฟันซี่ขาว

 

“ว่าไง” หินถามย้ำ

 

“เพราะหวังดี” แฟนค่อยๆเอ่ยตอบ

 

“รู้แล้วจะทำยังไง”

 

“จะเป็นเด็กดีก็ได้”

 

คำตอบรับเสียงแผ่วนั้นทำให้หินหลุดยิ้ม ถึงสีหน้าและแววตาของคนพูดจะเจือไปด้วยความไม่พอใจอยู่จางๆ แต่เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการริเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง

 

“แค่ไม่ฟุ่มเฟือยยังไม่ถึงกับเป็นเด็กดี ดื้อให้น้อยลง เอาแต่ใจให้น้อยลง คิดถึงคนรอบข้างให้มากขึ้น นั่นล่ะถึงจะเป็นเด็กดี”

 

ได้ยินคุณสมบัติเด็กดีแสนยืดยาวนั้นแล้วปากบางยิ่งยื่นออกเชิดขึ้น

 

“ทำไม ถ้ากูไม่เป็นเด็กดีแล้วจะไม่ชอบเหรอ”

 

ก็ชอบทั้งที่เป็นเด็กไม่ดีนี่แหละ แต่อยากให้ดีกว่านี้”

 

คนที่เตรียมตัวจะโต้ตอบเป็นอันต้องเงียบเสียง คำพูดสูญหายไปในลำคอ ความไม่พอใจคุกรุ่นเล็กๆน้อยๆก่อนหน้านี้ปลิวหายไปกับสายลม อีกทั้งดวงตาคมที่ทอความอ่อนแสงก็ส่งผลต่อใจจนไม่อาจทนสบ

 

ไม่ยุติธรรม แค่นี้ก็แพ้แล้ว

 

“อย่ามาเสี่ยว”

 

แม้แต่เสียงที่เอ่ยออกไปยังไร้ซึ่งความมั่นคง แฟนนึกอยากจะตีตัวเองแรงๆสักทีเนื่องจากความสั่นไหวอันง่ายดายนี้

 

“หึ สรุปข้อตกลงของกู มึงโอเคไหม”

 

หินยอมเอ่ยไปอีกเรื่องเมื่อสัมผัสได้ถึงความเขินอายจากคนตรงหน้า พร้อมทั้งไม่คิดจะล้อเลียนใดๆให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม

 

“...โอเคก็ได้ แต่ว่าก็ต้องมีอนุโลมให้บ้างสิ”

 

“งั้นให้ซื้อได้อาทิตย์ละชิ้น”

 

อาจยังเป็นเงื่อนไขที่มากอยู่สำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับแฟนแล้วถือได้ว่าเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสม

 

“สองชิ้น” ขนาดนี้อีกคนยังเอ่ยต่อรอง

 

ลองคิดดูว่าปกติแล้วจะซื้อของฟุ่มเฟือยแค่ไหน

 

“ชิ้นเดียวเท่านั้น”

 

ความเด็ดขาดถูกส่งผ่านทั้งทางน้ำเสียงแล้วแววตา จนคนมีข้อต่อรองจำต้องยอมตกลงในที่สุด

 

“ก็ได้”

 

“ดีล?”

 

“ดีล”

 

แล้วรางวัลของคนที่กำลังหัดเป็นเด็กดีก็คือจูบอ่อนโยนที่เจ้าตัวแสนเต็มใจ

 

--

 

เมื่อไม่สามารถซื้อของไม่จำเป็นได้ โปรแกรมการเดินช็อปปิ้งที่แอบวางแผนเอาไว้ในหัวจึงถูกตัดออกแล้วเปลี่ยนเป็นเพียงการทานข้าวและดูหนังกัน

 

“มึงเอาป็อปคอร์นรสอะไร” คนตัวเล็กกว่าหันมาถามระหว่างรอคิวซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติ

 

“แล้วแต่มึง กูไม่กิน”

 

“น้ำล่ะ”

 

“เปล่า”

 

“เฮลตี้ซะไม่มี”

 

ทิ้งท้ายไว้ด้วยคำแซะเล็กน้อยแล้วก้าวเร็วๆไปอีกทางจนคนถูกว่าได้แต่ส่ายหัวอ่อนใจ ก่อนหินจะดึงสายตากลับมาเมื่อคนก่อนหน้าจัดกับตั๋วเสร็จเรียบร้อย

 

“โรงไหนนะ”

 

แฟนหันมาถามยามเดินผ่านพนักงานตรวจบัตรเข้ามากระทั้งถึงทางแยกซ้ายขวา โดยบนผนังซึ่งบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำมีตัวเลขบอกตำแหน่งลำดับที่ของโรงหนังติดอยู่

 

“สิบสอง”

 

“ไกลอะไรขนาดนั้น”

 

อีกคนบ่นกับตัวเองก่อนจะเลี้ยวไปทางขวามือ รอบตัวตกอยู่ในความสลัวเนื่องจากแสงไฟสีเหลืองอ่อนนวลตา โซฟาสีแดงเนื้อกำมะหยี่ตัดกับสีของผนังตั้งไว้ตลอดทางเป็นจุดประปรายกระทั่งถึงหน้าโรง ทว่ายังไม่ทันจะก้าวเท้าผ่านประตู แรงรั้งจากฝ่ามือก็หยุดสองขาที่กำลังจะก้าวไปให้ชะงัก

 

“อะไร?” แฟนหันไปถามเจ้าของมือที่เอื้อมมาจับมือของตัวเอง

 

“มึงกลัวเสียงในเทรลเลอร์หนัง”

 

คำตอบนั้นส่งผลให้คนที่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใส่ใจกันขนาดนี้นิ่งงัน ดวงตาคู่สวยจับจ้องอยู่บนใบหน้าที่แสดงออกดั่งเช่นยามปกติ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมพลางกระชับมือที่จับกันด้วยความรู้สึกอุ่นวาบ

 

“รีบเดินหน่อยก็ไม่เป็นไร”

 

“ไม่ต้องรีบ กูจับมือไว้แล้ว”

 

“งั้นก็ห้ามปล่อยนะ”

 

มุมปากสีสดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อย รูปประโยคคล้ายคำสั่งแต่กลายเป็นคำร้องขอในความรู้สึก

 

“ก็สัญญาไปแล้ว”

 

ทว่าประโยคจากอีกคนที่สื่อไปถึงอีกเรื่องกลับทำให้รอยยิ้มน้อยอยากขยับกว้างขึ้นเป็นยิ้มเต็มหน้า ก่อนความรู้สึกข้างในจะแสดงออกมาทางสีหน้าจนหมด แฟนจึงรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง

 

“เข้าโรงเถอะ”

 

พูดจบก็ก้าวเท้าตรงไปข้างในพลางออกแรงรั้งให้คนที่จับมือกันไว้ก้าวตาม สายตาของหินที่จับจ้องอยู่บนแผ่นหลังเล็กตรงหน้าทอดอ่อนในความมืด และเมื่อเสียงคนพูดจากในเทรลเลอร์หนังซึ่งกำลังฉายอยู่บนจอดังขึ้นคนด้านหน้าก็สะดุ้ง พร้อมๆกับที่เกิดแรงกระชับขึ้นบนฝ่ามือ

 

สองสายตามองสบกันระหว่างหยุดเดิน ก่อนมือหนาที่จับมือกันเอาไว้แน่นจะปล่อยออกให้ความวูบโหวงวิ่งแทรกเข้ามาชั่วครู่ จากนั้นแรงกระชับจึงเปลี่ยนมาเป็นโอบรอบเอวโดยไม่ทันตั้งตัว

 

หินหันหน้ากลับไปดูบันไดซึ่งนำไปสู่แถวที่นั่งพลางเป็นฝ่ายก้าวนำให้แฟนก้าวตาม กระทั่งเจอแถวแล้วจึงปล่อยร่างเล็กออกจากท่อนแขน ก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ระบุหมายเลขของตัวเอง

 

จุ๊บ

 

สัมผัสซุกซนยั่วเย้าเกิดขึ้นบนข้างแก้มสากเมื่อแฟนลอบมองแล้วพบว่าแถวที่ตัวเองนั่งยังไม่มีใคร ขณะที่คนถูกทาบทับสัมผัสลงมาบนแก้มก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

 

“ยั่วอะไรอีก” หินกระซิบถาม

 

“เปล่า”

 

“อย่าทำให้กูต้องมีความคิดจะออกจากโรงตั้งแต่หนังยังไม่ฉาย”

 

แสงจากบนจอกว้างสะท้อนมาให้เห็นประกายวาววับในดวงตาคม ความจริงจังที่เจืออยู่ในนั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้แค่แกล้งพูด

 

เรื่องแบบนี้จริงจังตลอด

 

“แค่จุ๊บเอง”

 

“กูพร้อมจะลากมึงขึ้นเตียงตลอดเวลา”

 

มากกว่าคำพูดคือสายตาลุ่มลึกที่สบประสาน ถ้อยคำทะลึ่งโผงผางนั้นเรียกให้ความร้อนวิ่งมาเล่นงานสองข้างแก้ม ถึงช่วงนี้ความอ่อนโยนของหินจะมีมากขึ้นแต่ความห่ามกับเรื่องแบบนี้ไม่เคยลดน้อยลง

 

“ไอ้หื่น”

 

“หึ” มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอแกร่งที่ดังเล็ดรอดรับคำกล่าวว่า ก่อนใบหน้าคมจะหันกลับไปทางหน้าจอ

 

ระหว่างที่ตัวอย่างหนังและโฆษณาต่างๆกำลังฉาย คนเริ่มเบื่อกับการรอก็เอนหัวไปพิงไหล่ของหิน สัมผัสหนักๆนั้นทำให้คนโดนพิงขยับตัวลงให้อีกคนพิงได้สะดวก เมื่อโฆษณาฉายไปอย่างไม่มีทีท่าจะว่าจบโดยง่าย มือหนาที่วางอยู่บนหน้าขาของตัวเองจึงถูกมือเล็กเอื้อมมาจับ บ้างก็ถูกเขี่ยเล่นโดยนิ้วเล็กไปมา

 

“อย่าซน”

 

สัมผัสนั้นก่อเกิดความจั๊กจี้เล็กๆพร้อมทั้งความวาบหวามจนต้องเอ่ยเตือน

 

ขณะที่คนซนไม่คิดฟัง นิ้วเรียวยังคงเกลี่ยไปมาทั้งบนหน้ามือและหลังมือของหิน กระทั่งต้องลุกขึ้นยืนจึงเปลี่ยนมาเป็นกอบกุมเอาไว้

 

สุดท้ายจึงกลายเป็นจับกันอยู่อย่างนั้นตลอดระยะเวลาสองชั่วโมง แม้ว่าจะต้องลำบากกับการใช้มือเดียวกินป็อปคอร์นก็ตาม

 

--

 

“อยากได้มาส์กหน้า แวะไปซื้อหน่อยได้ไหม”

 

แฟนเอ่ยบอกคนข้างตัวระหว่างกำลังเดินย่อยมื้อเย็นที่เพิ่งทานเข้าไปหลังจากดูหนังเสร็จ

 

ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองชื่อดังที่เคยเดินเข้าออกและจับจ่ายแทบทุกร้านวันนี้แฟนทำได้เพียงแค่มอง ดวงตาสวยกะพริบปริบเมื่อเจอของถูกใจ หากแต่เมื่อลองเลียบเคียงขอ ข้อเสนอก็ถูกหยิบยกขึ้นมาจนต้องยอมตัดใจ

 

“อยู่ตรงไหน”

 

“ไม่ได้อยู่ในห้าง อยู่อีกฝั่งตรงชั้นล่างสุด แถวบีทีเอส”

 

“ไปสิ” คนร้องขอระบายยิ้มบางอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินคำอนุญาต

 

ไม่รู้ว่ามาถึงจุดที่ต้องขอหินแม้กระทั่งการซื้อมาส์กหน้าได้ยังไง

 

ระหว่างทางที่เดินไร้ซึ่งบทสนทนาเนื่องจากผู้คนเดินสวนไปมาขวักไขว่ เสียงจอแจดังรอบตัว ราวกับต่างฝ่ายต่างรีบร้อน ต่างที่มาที่ไปจนแฟนเกือบคิดว่าตัวเองมาคนเดียวเช่นในหลายครั้ง แต่สัมผัสที่เสียดสีกันอยู่บริเวณต้นแขนทำให้รับรู้ว่าข้างกายนี้มีคนเคียงข้าง มีคนที่มาด้วยกัน

 

ไม่ใช่ตัวคนเดียวแบบเมื่อก่อน

 

คิดได้แล้วก็เกิดรอยยิ้มยามเหลือบมองคนข้างกายของตัวเอง

 

ระยะทางการเดินสิ้นสุดลงเมื่อเห็นใบไม้ถูกตัดแต่งประดับด้วยชื่อร้านเด่นหราปรากฏอยู่ตรงหน้า คนมากมายที่มองเห็นผ่านกระจกใสรอบร้านทำให้หินลอบถอนหายใจ

 

“กูรอด้านนอกนะ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยบอก ก่อนแฟนจะพยักหน้ารับอย่างไม่เกี่ยงงอน ด้วยเพราะรู้ดีว่าหินไม่ชอบสถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันอยู่เยอะเช่นนี้

 

“เดี๋ยวกูรีบซื้อแล้วจะรีบออกมา”

 

“อืม” เมื่อได้ยินเสียงรับคำร่างเล็กจึงรีบก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ขณะที่หินหมุนตัวไปอีกทาง

 

ของที่ต้องการถูกหยิบลงตะกร้าด้วยความรวดเร็ว แต่ถึงจะพยายามทำเวลาแค่ไหนก็ยังมีอย่างอื่นเรียกร้องให้ต้องแวะเวียนไปดูจนเสียเวลาไปกว่าที่ตั้งใจ

 

“ทางนี้เลยค่ะ”

 

พนักงานผายมือเชื้อเชิญก่อนจะเดินนำไปยังของที่แฟนหาไม่เจอแล้วผละไปต้อนรับลูกค้าคนอื่น ยามมาหยุดตรงหน้า ดวงตาสวยก็กวาดมองรอบตัว ทว่าสายตาที่มองเลยไปจนถึงนอกร้านเป็นอันต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นด้านหลังที่แสนคุ้นตาของใครบางคนกำลังนั่งคุยกับสองพ่อลูกซึ่งขายน้ำส้มคั้นอยู่ตรงข้างบันไดขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้า

 

แม้ไม่รู้และไม่ได้ยินบทสนทนาแต่รอยยิ้มของคนเป็นพ่อที่หันหน้ามาทางนี้ก็ทำให้รู้ว่าเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งเด็กน้อยหน้าตามอมแมมยังยืนอยู่ในอ้อมกอดของหิน ข้างกายคนตัวโตมีถุงขวดน้ำส้มวางเรียงราย

 

ภาพนั้นสะดุดตาคนที่เดินผ่านไปมาจนมีหลายคนเมียงมอง แม้แต่แฟนที่ยืนอยู่ในร้านยังไม่อาจละสายตา พลันตะกร้าในมือซึ่งเต็มไปด้วยของมากมายจะถูกวางลง จากนั้นร่างบางจึงก้าวออกจากร้าน กระทั่งเดินไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังของหินอย่างเงียบเชียบ

 

“ยังไงเดี๋ยวผมมารับน้ำส้มเป็นอาทิตย์ละครั้งนะครับ” บทสนนาบางส่วนดังขึ้นให้ได้ยิน

 

“ขอบใจมากนะ...กีตาร์ ขอบคุณพี่เขาหรือยัง วันนี้เราได้กลับบ้านเร็วแล้ว”

 

เด็กน้อยได้ยินดังนั้นจึงยกมือขึ้นประกบกันสะเปะสะปะพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี จากนั้นจึงคล้องแขนเล็กๆโอบรอบลำคอแกร่ง ท่าทางนั้นแสนคุ้นตาเพราะเป็นการกระทำที่แฟนชอบทำ

 

หากแต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นเด็กที่แสนบริสุทธิ์มันจึงดูอบอุ่นเสียจนคนมองต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพ

 

“แกชอบกอดคนที่มาซื้อ กอดไปหมดล่ะ อย่าถือสาเลยนะ” คนเป็นพ่อเกรงใจจนต้องรั้งลูกตัวเองออกมากอดเอาไว้

 

“ไม่เป็นครับ...เป็นคนดีนะ”

 

มือหนาวางลงบนหัวเล็กพลางลูบไล้ไปมาด้วยความอ่อนโยน ถึงคนฟังที่มีอายุเพียงไม่กี่ขวบจะรู้เรื่องไม่ทั้งหมดแต่เจ้าตัวก็พยักหน้ารับหงึกหงัก ก่อนหินจะกล่าวลาสองพ่อลูกแล้วผุดลุกขึ้นยืนพร้อมถุงน้ำส้มเต็มสองมือ

 

“มึง?” ร่างสูงที่หันมาเห็นหยุดชะงักเนื่องจากไม่รู้ตัวว่าแฟนมาหยุดอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“ซื้อของเสร็จแล้วเหรอ” หินถามต่อ

 

“กู...ไม่อยากได้แล้ว”

 

ขณะที่ตัวเองจับจ่ายใช้สอยด้วยความฟุ่มเฟือย อีกคนกลับเอาเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น

 

หินทำให้คิดได้ด้วยการกระทำ โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพร่ำสอนด้วยคำพูด

 

“ทำไมไม่อยากได้แล้ว” คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

 

“ไม่มีอะไร แค่ไม่อยากได้แล้ว”

 

เอ่ยตอบพร้อมทั้งมองเลยผ่านหินไปยังด้านหลัง รอยยิ้มบางถูกส่งไปให้สองพ่อลูกที่กำลังเริ่มเก็บของกลับบ้าน ยิ่งยามได้เห็นรอยยิ้มแสนใสซื่อตอบกลับมาแฟนยิ่งเข้าใจถึงสิ่งที่คนตรงหน้าทำ

 

“เป็นงั้นไป” เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกให้แฟนดึงสายตากลับ

 

“กลับกันเลยไหม”

 

ใบหน้าคมกดลงรับเมื่อเจ้าตัวเอ่ยไปอีกเรื่องซึ่งบ่งบอกว่าไม่สนใจของที่ตั้งใจจะมาซื้อ หินหันกลับไปย้ำคำพร้อมทั้งกล่าวลาคนด้านหลังอีกครั้ง ก่อนจะก้าวตรงมาหาแฟนแล้วเดินกลับไปทางห้างที่จอดรถเอาไว้ด้วยกัน

 

“หนักไหม”

 

เอ่ยถามขึ้นเมื่อคาดเดาจำนวนขวดน้ำส้มในถุงรวมกันแล้วคิดว่ามันมีประมาณหนึ่งร้อยขวด

 

“นิดหน่อย” คนที่ออกกำลังกายด้วยการยกเหล็กหนักกว่านี้หลายกิโลเอ่ยตอบ

 

ใช่ว่าเบา แต่แค่นี้ยังถือว่าสบาย

 

“กูหิวน้ำ ขอสักขวดสิ”

 

ร่างสูงหยุดเดินแล้วยกถุงขึ้นให้แฟนเป็นฝ่ายหยิบเองเนื่องจากมืออีกข้างนั้นมีถุงน้ำส้มอยู่เช่นกัน

 

“อร่อยดี เลยเหมามาหมด”

 

“อืม คราวหลังกูจะมาซื้อบ้าง”

 

รสชาติของน้ำส้มที่ลิ้มลองแผ่ซ่านไปทั่วปาก มันไม่ได้เลิศหรูกว่าน้ำส้มที่อื่นๆแต่ก็ไม่ได้แย่แม้แต่น้อย

 

“อะไรช่วยได้ก็ช่วย”

 

คนที่รู้ความหมายของการหิวน้ำครั้งนี้เอ่ยขึ้น ดวงตาคมที่มองสบกันดูอบอุ่นขึ้นมาทั้งที่เป็นเพียงสายตาในยามปกติของหิน

 

แฟนกดหน้ารับ รสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำส้มติดอยู่ตรงปลายลิ้น...หากแต่ความอบอุ่นจากความดีของอีกคนนั้นตรึงอยู่ในใจ

 

เพราะหินเป็นแบบนี้...

 

ของขวัญชิ้นใหญ่ที่จับฉลากได้ชิ้นนี้ จะรักษาเป็นอย่างดี

 

--

 

‘good man with a good boy.’

 

ดวงตาสวยมองข้อความใต้รูปภาพที่ตัวเองเป็นคนอัพโหลดลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวไปมาหลายรอบ รูปนี้มีเพียงใบหน้าของเด็กกับแผ่นหลังกว้างที่ปรากฏให้เห็น ทว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นกลับทอดมองสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์ด้วยความอบอุ่น

 

“ทำอะไร”

 

เสียงเอ่ยถามของคนที่เดินตรงเข้ามาหาทำให้แฟนหันไปมองเจ้าตัว คนถูกถามส่ายหน้าตอบแล้วกดล็อกโทรศัพท์ จากนั้นจึงวางลงไว้บนโต๊ะ

 

“เปล่า”

 

“กูมีอะไรให้ฟัง” คิ้วคู่สวยเลิกขึ้นพลางเหลือบมองไอแพดและหูฟังในมือของหิน

 

“อะไร”

 

เอ่ยถามคนที่ทรุดนั่งลงข้างตัว ร่างสูงซึ่งสวมเพียงกางเกงวอร์มยื่นหูฟังส่งให้ เมื่อแฟนรับมาอุปกรณ์ในมือจึงถูกปลดล็อก หินเลื่อนหาอะไรอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนเสียงเพลงจะดังขึ้นให้คนได้ยินนิ่งฟัง

 

แฟนไม่รู้ว่าทำไมหินถึงให้ฟัง ไม่รู้ว่าคือเพลงอะไร ไม่รู้เลยสักอย่าง แต่เสียงร้อง ทำนอง และดนตรีที่ตรึงใจกลับดึงให้ดำดิ่งไปกับสิ่งที่ได้ยินจนแทบลืมเลือนคนข้างตัว

 

ทุกคำร้องนั้นผ่านเข้ามาในหูจนกระทั่งซึมลึกไปถึงข้างใน แม้ไม่ใช่เพลงเศร้าแต่ก็ทำให้อินตามได้จนกระทั่งเพลงจบลง เป็นหลายวินาทีกว่าหูฟังจะถูกดึงออกอย่างเชื่องช้า

 

“เพราะไหม” หินถามขึ้น

 

“เพลงของใคร”

 

แฟนไม่ตอบคำถามแต่เป็นฝ่ายถามกลับ สีหน้าและแววตาของคนข้างตัวมันบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างจนเริ่มเอะใจ

 

“ตอบมาก่อนว่าเพราะหรือเปล่า”

 

“เพราะสิ เพราะมาก” มุมปากของหินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ดวงตาคมทอประกายวาววับ

 

“กูเป็น music director ของเพลงนี้ แล้วก็แต่งเนื้อร้องด้วย”

 

เรื่องราวอีกหนึ่งอย่างถูกบอกเล่าสู่อีกคน ดวงตาของแฟนเบิกขึ้นนิดเมื่อได้ยินดังนั้น เพลงเมื่อครู่นี้ยังคงติดอยู่ในหัว ทุกคำร้องยังคงซึมลึก

 

ทั้งหมดนั้นมันมาจากหินงั้นเหรอ

 

“นี่มึงเป็นซุปเปอร์แมนเหรอ” คำถามนั้นทำให้หินหลุดหัวเราะ

 

“กูเป็นคนปกติ”

 

“มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง อีกหน่อยมึงคงกู้ชาติได้แล้ว”

 

“เวอร์เกิน”

 

พูดไปทั้งยังหัวเราะไม่หยุด หินไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ทุกอย่างต้องใช้ความพยายาม ต้องศึกษาอย่างหนัก ทำได้มากกว่าคนอื่นนั่นก็เพราะศึกษามันมากกว่าคนอื่นๆ

 

“งี้มึงก็เล่นทั้งดนตรีแล้วก็ทำดนตรีทำเพลงด้วยเหรอ”

 

“อืม”

 

“ที่ยุ่งๆก็เพราะอะไรพวกนี้สินะ” แฟนเอ่ยถามเมื่อคิดถึงบางช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

“อืม”

 

“แต่มึงเคยบอกว่าไม่อยากก้าวไปจุดนั้น”

 

“กูเลือกในสิ่งที่กูมีความสุข ค่ายนี้เป็นค่ายเล็กๆของเพื่อนกู เราไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ที่ทำก็เพราะอยากทำแค่นั้น”

 

ที่ไหนมีความสบายใจ ที่นั่นคือที่ของเรา

 

“เพลงนี้ปล่อยออกมาหรือยัง”

 

“ยัง...น่าจะปล่อยพรุ่งนี้เย็น”

 

“ต้องดังแน่ๆ”

 

แฟนไม่ได้กล่าวเกินความจริงหรือเยินยอหินให้เจ้าตัวได้ใจ แต่สิ่งที่เพิ่งได้ฟังไปเมื่อครู่มันดีจนสามารถคาดเดากระแสตอบรับได้ตั้งแต่ต้น

 

มากกว่านั้นคือความภูมิใจในตัวของผู้ชายคนนี้ ทุกสิ่งอย่างมันไม่ง่ายและหินทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนต้องชื่นชม

ขณะที่คนได้รับคำชมนั้นทำเพียงยิ้มบาง การที่ใครสักคนบอกว่าสิ่งที่เราทำมันดี เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะมีความสุข

 

จุ๊บ

 

“คนเก่งของกู”

 

สัมผัสบางเบาเกิดขึ้นบนปลายคางแกร่งยามที่แฟนช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวโตด้วยความภูมิใจ ค่อยๆจับจ้องทุกสัดส่วนบนใบหน้าหินยามในหัวเกิดคำถามที่ว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงทำอะไรได้มากมายขนาดนี้

 

ทว่าคนเก่งของแฟนกลับทำได้เพียงนิ่งงัน คำชมนั้นส่งผลต่อหัวใจจนรู้สึกร้อนที่แก้ม ก่อนหินจะรีบกระแอมไอเพื่อสลัดความรู้สึกนั้นออกจากตัว

 

เขินงั้นเหรอ เขินเนี้ยนะ

 

“มีรางวัลให้คนเก่งไหม”

 

ดวงตาคมปรับเป็นวิบวับยามเปลี่ยนไปเอ่ยถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ขณะที่คนฟังนั้นถอนหายใจ ความภูมิใจปลิวหายไปในทันที

 

เก่งมากแค่ไหน ความหื่นมากเกินกว่านั้น

 

“ไม่มีแล้วก็ไม่ให้”

 

“นิดนึงก็ไม่ได้?”

 

ใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้จนต้องเอนตัวหนี ทว่าหนีจนหลังชิดกับพนักโซฟาแล้วอีกคนก็ยังโน้มตามมา

 

“ถอยไป พรุ่งนี้กูมีงาน”

 

“คิดว่ากูจะทำอะไร?”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นยั่วเย้า ระยะห่างที่น้อยลงจนลมหายใจรินรดทำให้แฟนเริ่มหายใจติดขัด

 

“คนหื่นอย่างมึงจะทำอะไรได้”

 

เสียงหัวเราะทุ้มดังขึ้นก่อนจะเลิกยืดเยื้อเสียเวลาด้วยการทาบทับริมฝีปากเข้าหา

 

คนที่ทำท่าหนีเมื่อครู่กลับตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ ความวาบหวามอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั้งอก ก่อนท่อนแขนเล็กจะยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งพลางรั้งให้คนด้านบนแนบชิดกันมากกว่าเดิม

 

จุ๊บ

 

เสียงยามริมฝีปากทั้งสองผละออกจากกันดังขึ้นแผ่วเบา

 

“ไหนบอกไม่ให้ไง”

 

หินเอ่ยถามพลางจูบซับไปตามมุมปากบางที่เปื้อนด้วยน้ำสีใสบางจุด

 

“อื้อ ถ้าแค่นี้ให้ได้”

 

“แล้วถ้ามากกว่านี้ล่ะ”

 

“ค่อยเอาวันหลัง”

 

ในเมื่อวันนี้ได้เพียงรางวัลเล็ก หินจึงกอบโกยจนริมฝีปากเล็กบวมเจ่อแสบร้อน ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองเสพติดการจูบแฟนมากเกินไปแต่ก็ยังไม่อาจลดอะไรลงได้

 

ก็อีกคนตอบสนองกันแบบนี้จะให้ห้ามใจยังไงไหว...

 

TBC.


มาแล้วววว หายไปนานเพราะกลับบ้านไปพักผ่อนมาค่ะ

ตอนนี้เรื่อยมากเพราะอยากให้เห็นพี่หินคนดีในอีกมุมบ้าง ><

เก่งจนเป็นซุปเปอร์แมนของน้องแฟนไปแล้ววว

อ่านแล้วเป็นยังไง คอมเมนต์ติชมเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า

แล้วก็ส่งฟีดแบคได้อีกช่องทางที่แท็ก #พี่หินคนห่าม นะคะ~

แล้วเจอกันตอนหน้าค่าาาาา จู๊บ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.047K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5645 Airzaa1810 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:01
    พี่หินคือแบบอย่างที่ดีของแฟน
    #5,645
    0
  2. #5623 Taweesabbj (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 07:33
    เอ่มมม ชั้นรักคู่นี้
    อยากเห็นครอบครัวของพี่หิน
    #5,623
    0
  3. #5611 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 19:59
    หวานมากกกกกกกกกก หนูอยากได้ผู้ชายแบบนี้
    #5,611
    0
  4. #5552 yuri_miko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:22
    เก่งมากเลยเนอะ น่าทึ่งมาก ๆ
    #5,552
    0
  5. #5551 yuri_miko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:16
    ซื้อน้ำส้มร้อยขวดก็เกินไปหน่อย
    #5,551
    0
  6. #5443 lomamee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 11:49
    จะเอาพี่หิน
    #5,443
    0
  7. #5429 jiyg (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 13:24
    ใจพี่หล่อมากอ่ะ ค่ดอบอุ่นเลย ไม่แปลกที่ทำให้แฟนรู้สึกไม่อยากใช้เงินตามใจชอบได้แบบนี้ แค่การกระทำเล็กๆน้อยๆของพี่ก็ชวนให้อยากทำบ้างแล้วจริงๆ
    #5,429
    0
  8. #5412 12311232123312 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:08
    น่ารักกกก
    #5,412
    0
  9. #5327 Nuthathai Por (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 16:15

    พี่หินนี่หน้าตาหล่อไม่พอนะ ใจยังโครตหล่อเลย

    #5,327
    0
  10. #5298 ` peachypeach (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 23:24

    อยากมีพี่หินเป็นของตัวเองค่ะ!!!

    #5,298
    0
  11. #5244 Jhoooope (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:29
    เป็นความโชคดีของกันและกันมากจีงๆ
    #5,244
    0
  12. #5233 Jernna Gift (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 05:28
    ชอบน้องเเฟนจัง น่ารัก พี่หินนี่ซื้อได้ตามเซเว่นไหมคะ อยากได้มากคะ????
    #5,233
    0
  13. #5206 stjinx_singto (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 13:51
    อิจฉาน้องแฟนมาก ณ จุด ๆ นี้ ที่มีพี่หินคนหื่นเป็นแฟน
    #5,206
    0
  14. #5147 Minyy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:20
    พี่หินนี่เป็นผู้ชายที่ครบมากค่ะนอกเหนือจากความหื่นพี่เขายังเป็นคนดีศรีสังคมอีกต่างหาก พ่อคุณ พ่อคนดี ถ้าจะขนาดนี้อยากจะยกรางวัลหัวหน้าครอบครัวดีให้พี่เขาเลยค่ะ
    #5,147
    0
  15. #5024 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:55
    ใจบาง ไรท์แต่งดีมากอ่ะ มันสอดแทรกความรู้สึกนึกคิดจิตสำนึกไว้ตลอดเวลาที่ได้อ่าน มีสาระเนื้อหา อานแล้วรู้สึกถึงการใช้ชีวิตคู่จริงๆ
    #5,024
    0
  16. #4870 lolypop (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:26

    พี่หิน ยืนหนึ่ง

    คนอะไร เก่งไปซะหมด น่าร้ากกก

    #4,870
    0
  17. #4817 ojay2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 12:20
    ดีมากกกกกเลยยย
    #4,817
    0
  18. #4806 Hunbears (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 01:08
    พิหินคนดีที่หนึ่งฮื้อออ
    #4,806
    0
  19. #4722 MaiNatkamon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 18:47
    หินเขินอ่า กรี้ดดดดดด เขินอีกๆๆๆ
    #4,722
    0
  20. #4688 areenachesani (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 15:58
    แงงง พี่หินเขินน
    #4,688
    0
  21. #4667 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 14:45
    คนแบบพี่หินหาได้จากที่ไหนบ้าง
    #4,667
    0
  22. #4570 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:25
    พี่หินคือดีงาม คืออยากได้พี่หินมาก ณ จุดนี้ ^____^
    #4,570
    0
  23. #4520 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:30
    พี่หินคือดีงามมากเลยค่ะ สามีแห่งชาติ
    #4,520
    0
  24. #4408 maybee23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 18:10
    อยากพี่หินเป็นแฟน แต่คงไม่ได้เพราะแฟนยอม555555555
    #4,408
    0
  25. #4384 koy_incle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 21:00
    พี่หินเป็นแฟนที่ดีคอยสอนและเตือนน้องแฟนให้ได้ปรับความคิดใหม่ในการใช้ชีวิต เป็นเด็กดีของพี่หินนะน้องแฟน
    #4,384
    0