Killing camp ลับ ลวง ล่า [yaoi B.A.P]

ตอนที่ 12 : Eight shot [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ส.ค. 56







Eight Shot




 

มีหลายครั้งที่เราไม่สามารถหาเหตุผลได้ว่าทำไม ทั้งที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดแท้ๆ แต่กลับยังคิดเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเพราะศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ หรือ เพราะความเย่อหยิ่ง ทะนงตน ทั้งที่เจ็บจนคิดว่าตายไปซะดีกว่า แต่ก็ยังเลือกที่จะขืนตัวเองต่อไป



 

ขืนตัวเองอยู่กับความทรมานซ้ำๆ



 

อั่ก!’


 

เรือนกายโปร่งกึ่งเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าผืนบางห่อคลุมร่างไว้กระแทกเข้าอย่างแรงกับผืนผนังสีหม่น ผิวที่เดิมเคยขาวสะอาดสวยงามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ และ แผลทั้งทางยาวและรอยขีดข่วนเล็กน้อย หรือแม้แต่รอยจ้ำแดงที่ขึ้นประปลายตั้งแต่ลำคอขาวๆลามไปถึงต้นขาเนียน


 

แม้จะเจ็บแค่ไหน ใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของก็ยังตระหวัดกลับมองผู้ที่กระทำตนด้วยสายตาที่หยิ่งทะนง ไม่มีแม้รื้อน้ำใสๆให้เห็น มีเพียงใบหน้าติดสวยที่จับจ้องผู้กระทำตนด้วยความรู้สึกเสมือนตนเป็นผู้กุมอำนาจแต่กลับกันตัวเขานั้นพ่ายแพ้บุคคลในสายตาอย่างหาทางคิดหนียังแทบไม่ได้



 

ร่างกายที่ไม่ด้สูงใหญ่ไปกว่ากันมากนัก ขายาวก้าวเข้าใกล้คนที่ยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองช้าๆ รอยยิ้มเหยียดยามที่ได้มองร่างโปร่งที่ไม่แม้แต่จะมีการสั่นไหวของความกลัวทั้งยังแสดงท่าทางนิ่งเฉยต่อการเข้าหาของเขา



 

เรียวตาสวยนั้นมองตรงอย่างไม่คิดจะหลบสายตา เรียวตาที่เคยคิดว่าสวยงามน่าถนุถนอมทุกครั้งที่ได้สบกัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเกลียดชังและเครียดแขนเมื่อได้มองดู



 

“เจ็บรึเปล่า?



 

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนที่เรือนผมสีน้ำตาลเข้มนิ่มมือ รอยยิ้มเล็กๆประดับอยู่ที่มุมริมฝีปาก แม้คำถามนั้นกับการกระทำจะดูแสดงถึงความอ่อนโยนและห่วงใยแค่ไหน แต่ใบหน้าของคนถามนั้นไม่ได้เป็นไปด้วย นิ่งแต่ไม่เรียบเพราะการเหยียดรอยยิ้ม



 

ถุย


 

นี่อาจจะเป็นคำตอบเพียงหนึ่งเดียวของคำถามที่เขาสามารถคิดได้ ยงกุกเสหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นปาดคราบน้ำเหนียวบนผิวแก้มของตนที่เพิ่งจะได้มาเป็นคำตอบจากคำถามเมื่อครู่


 

“โอ้ย!



 

แรงโถมเข้าหาอย่างหนักเรียกให้ฮิมชานต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มือแข็มแรงข้างหนึ่งดันอยู่กับหน้าท้องเนียนที่มีแผลเก่าขนาดใหญ่อยู่ ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บจนน้ำตาแทบจะไหลแต่ก็เก็บกั้นมันเอาไว้ แขนสองข้างของคนเจ็บถูกตรึงด้วยมือเดียวของคนแข็งแรงกว่า



 

บังยงกุกไม่ได้ทำอะไรต่อจากนั้นน้องจากยึดร่างของคิมฮิชานไว้ด้วยอารมณ์โทสะที่กำลังประทุ ใบหน้าที่เดิมดุดันนั้นกลับยิ่งดุมากขึ้น ก่อนที่จะค่อยเปลี่ยนไป รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นก่อนแรงยึดจะค่อยๆคลาย



 

แทบจะทันทีที่ร่างของคิมฮิมชานทรุดไหลลงไปกองลงไปกับพื้นเมื่อไม่มีที่ยึดเหนี่ยวอีก ลมหายใจหนักถูกพ่นออกมาซ้ำๆคล้ายว่าต้องการอากาศหายใจแต่มันดันลงไปไม่ทั่วท้อง มือขาวซีดกุมท้องส่วนที่โดนกดทับแผลเก่าอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองคนกระทำด้วยความแค้นเคือง



 

“เจ็บรึไง หึ”



 

น้ำเสียงแข็งเอ่ยถามโดยที่ไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะในคำพูดนั้นมันแฝงด้วยความรู้สึกสมเพช ก่อนที่ยงกุกจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งยองๆให้อยู่ในระดับเดียวกันกับฮิมชาน



 

“เรามาเล่นเกมกัน...”



 

เรียวคิ้วบางเลิ่กขึ้นแทบจะทันทีที่ได้ยิน สิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา ประโยคเชิญชวนแต่ไม่ได้ขอความเห็นว่าจะเล่นหรือไม่ หากกลับบังคับกลายๆว่ายังไงก็ต้องร่วมเล่น เพราะไม่มีทางที่จะปฏิเสธใดๆได้แน่แล้ว



 

“...ยังไง”



 

เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปพร้อมกลับจับจ้องมองร่างของคนหน้าดุที่มองเขาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่คิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดี



 

“ยูยองแจ กับ จองแดฮยอน...”



 

ยงกุกพูดพร้อมกับลุกพาตัวเองเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆเพียงหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่กลางห้องกว้าง ทิ้งให้ร่างของฮิมชานที่ดูเจ็บทรมานยังคงไหลตัวพิงกับผนังสกปรกอย่างน่าสมเพช



 

ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าติดสวยที่ซีดเผือดทันทีเมื่อได้ยินสองชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของยงกุก ก่อนที่ใบหน้าติดดุนั้นจะเผยยิ้มกว้างออกมา



 

“ใครจะ dead end ก่อนกัน...”



 

เหมือนลมหายใจกระตุกไปเพียงวูบหนึ่ง ฮิมชานมองหน้าของยงกุกด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างที่ปะปน คิ้วเรียวขมวดมุ่นคล้ายว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่ก็เข้าใจ... ไม่ มันเรียกว่าเขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่ไม่เข้าใจเจตนาที่อีกคนต้องการสื่อต่างหาก



 

“...แล้วยังไง”


 

เอ่ยถามออกไปด้วยเสียงแผ่วๆ นั่นยิ่งทำให้รอยยิ้มของบังยงกุกขยับกว้างขึ้น



 

“พวกเขาจะเป็นตัวแทนของเราสองคน... เห็นกระบอกปืนบนโต๊ะนั่นมั้ย?



 

เรียวนิ้วยาวชี้ไปยังวัตถุสีดำขลับที่วางงแน่นิ้งดูบนโต๊ะไม้มุมห้อง ให้อีกคนได้มองตาม



 

“...”


 

 

“ถ้าหากยูยองแจ dead end ก่อน เชิญนาย...”



 

นิ้วชี้และนิ้วกลางถูกจับมาติดกันคล้ายรูปกระบอกปืนก่อนจะเลื่อนมันมาจ่อที่หัวของตัวเอง ริมฝีปากได้รูปขยับเพียงเบาๆให้พอสื่อออกว่าต้องการจะพูดอะไร ‘bang’ มีเพียงเสียงลมเท่านั้นที่รอดออกมา



 

“และถ้าหากจองแดฮยอน dead end ก่อน...”



 

นิ้วยาวที่ถูกสร้างเป็นกระบอกปืนไว้เลื่อนออกจากขมับของตน ก่อนจะเล็งไปยังร่างที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น การกระทำคล้ายกัน เสียงทุ้มเบาหวิวเอ่ยออกไปหากแต่นั่นทำให้ใบหน้าติดสวยวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด



 

‘bang’



 

สรุปง่ายๆ ก็แค่ หาก ยูยองแจตายบังยงกุกตาย และหาก จองแดฮยอนตายคิมฮิมชานก็ต้องตาย ตาม...



 

เกมง่ายๆที่ถูกคิดขึ้นมา นำมาเล่นราวกับเป็นวิ่งสนุกสนานหากแต่กลับผูกไว้กับชีวิตคน4คน...

 










 

กริ๊งง กริ๊งง


 

“ฮัลโหลครับ”


 

“...”



 

“อ้าว นี่ฮยองออกไปตอนไหนเนี่ย”



 

“...”



 

“อืมมม... ได้เลยฮยอง แต่ฮยองต้องซื้อมะเชือเทศเชอรรี่มาให้เซโล่ด้วยนะ บาย~



 

แกร๊ก



 

แม้เสียงคุยโทรศัพท์ภายนอกห้องจะไม่ได้ดังมากนักแต่เพียงแค่ผนังกั้นผนังเดียวก็สามารถทำให้ยูยองแจตื่นขุ้นจากห้วงนิทราได้ขาที่แม้ว่าจะดูเหมือนไม่ค่อยมีแรงนักค่อยๆก้าวเดินช้าๆ มือขาวออกแรงผลักบานประตูให้ค่อยๆเปิดออกช้าๆก่อนจะพบว่าน้องโถงใหญ่นั้นมืดสนิทไปหมด มีเพียงแสงไฟเล็กๆจากหน้าจอคอมขนาดยักษ์และร่างของคนที่นั่งหลับสนิทอยู่


 

มุน จงออบ... อัจฉริยะด้านเทคโนโลยี...



 

ไม่ใกล้ไม่ไกลนักจากตรงที่เขายืนอยู่ยังมีอีกห้องหนึ่งที่ถูกเปิดแง้มเอาไว้ ด้านหน้าติดป้ายตัวใหญ่ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาตพร้อมลงชื่อ คิมฮิมชาน...


 

มองไปรอบห้องมืดเห็นเพียงแค่ร่างของมุนจงออบที่หลับสนิท ส่วนจองแดฮยอนกับ เด็กตัวโตที่ชื่อเซโล่อะไรซักอย่างนั่นก็ไม่รู้หายไปไหน มันทำให้ความอยากรู้บางอย่างค่อยๆก่อตัวขึ้นช้าๆ



 

และราวกับมีอะรบางอย่างที่เรียกให้ร่างกายของยูยองแจค่อยๆขยับเข้าหาบานประตูที่แง้มไว้นั่น ลิ้นชื้นไล้เลียริมฝีปากแห้งผาดของตัวเองราวกับว่ากำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งบางอย่าง จังหวะหัวใจที่เต้นถี่ขึ้นเหมือนเด็กที่กำลังคิดกระทำการผิด มืออุ่นจับเข้ากับลูกบิดเย็นเฉียบจากอุณหภูมิแอร์ก่อนจะดันเปิดออกเบาๆ



 

“ทำอะไรหนะ...”



 

เสียงที่เอ่ยขึ้นชิดริมใบหูไม่ดังมากนักแต่ เรียกให้ร่างทั้งร่างของยองแจสะดุ้งโหยงก่อนจะ รีบละมือออกจากลูกที่เดิมกำไว้แน่น หันหลังกลับไปด้วยอารมณ์ตกใจก็พบกับร่างสูงของเด็กผิวขาวเผือกที่ยืนส่งยิ้มมาให้



 

“เปล่า... แค่กๆ เห็นประตูมันเปิดไว้เลยจะมาปิดให้...”



 

เสียงหวานแห้งผาดเอ่ยออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั่น ทั้งยังส่งยิ้มกลับไปให้เด็กหนุ่มร่างสูง



 

“ฮยอง... โอเคขึ้นรึยัง?



 

รอยยิ้มจากเด็กหนุ่มตัวสูงยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอ่อนนั่น  และก่อนที่จะได้เอ่ยปากตอบคำถามอะไรออกไปก็ต้องกลืนทุกคำพูดเหมือนเดิมเพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดต่อมา



 

“...แดฮยอนฮยองถามมาหนะ”



 

เพียงแค่ได้ยินชื่อก็ราวกับทุกคำพูดไม่สามารถจะหลุดออกมาได้ อาการจุกอกเข้าเล่นงานอย่างจังจนแสดงออกมาชัดเจนทางสีหน้า ดวงตาใสหลุบลงต่ำ มืออุ่นกำแน่น



 

เป็นครั้งแรกที่ไม่อยากได้ยินชื่อนี้ แดฮยอน...



 

“ก็ดี... ดีกว่าเดิม ขอบคุณนะ”



 

ตอบเสร็จก็พาร่างของตัวเองไปนั่งลงบนโซฟากลางห้อง เด็กหนุ่มยิ้มเยาะออกมาราวกับพอใจในอะไรบางอย่างก่อนที่ร่างสูงโปร่งนั่นจะเดินไปยังหน้าจอคอมขนาดยักษ์ที่มีร่างของใครบางคนฟรุบหน้าหลับอยู่ และดูเหมือนจะหลับสนิทเอามากเสียด้วย



 

เพราะแม้ว่ามือใหญ่ของเด็กหนุ่มตัวสูงจะวางลงและค่อยๆลูบเบาๆบนเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนั่น หรือแม้แต่ผ้าห่มผืนบางที่ค่อยๆถูกจับไปคลุมร่างกายที่จมสู่ห้วงนิทรา นั่นก็ไม่ได้ทำให้ปฏิกิริยาของจงออบรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอแถมดูจะสบายตัวกว่าเดิมด้วยซ้ำ


 

แววตาอ่อนโยนจาเด็กหนุ่มส่งให้คนที่ไม่รู้สึกตัวอย่างอ่อนโยนเหมือนต้องการเพียงเท่านี้ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ ต้องการเพียงแค่ได้อยู่ด้วยกัน... มันทำให้นึกถึง...



 

นึกถึงใครบางคนที่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ทั้งที่เป็นคนพาเขามาที่แห่งนี้ เป็นคนทำให้เขาเจ็บเอง แล้วก็ยังมามองความรู้สึกที่เหมือนกับเป็นห่วงเป็นใยให้ ไม่รู้ว่าต้องการอะไร ทั้งทำร้ายทั้งทำดี ด้วย...



 

“ฮยองว่าความรักมันดีรึเปล่า?



 

ไม่รู้ว่าเผลอเหม่อไปถึงขนาดไหน รู้ตัวอีกทีเด็กหนุ่มตัวสูงที่ชื่อเซโร่ก็มานั่งลงบนโซฟาที่ข้างๆเขาแล้ว หันมองดูใบหน้าอ่อนวัยนั่น แม้จะปรากฏรอยยิ้มอ่อนที่มุมริมฝีปาก หากแต่สายตาที่มองไปยังร่างของคนที่ฟุบหลับนั้นมันดูเศร้าโศก



 

“อะไร อายุก็น้อย จะมีความรักแล้วรึไง หึ”



 

“เซโล่ไม่เด็กนะ...”


 

เสียงนั้นเอ่ยออกมาอ่อนๆก่อนจะยิ้มกว้างส่งมาให้



 

ความรักไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่ามันดีหรือไม่ดี มันต้องเจอแล้วเราถึงจะตัดสินใจได้ เพราะความรักของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน...



 

“แล้วความรักของฮยองหนะ ดีรึเปล่า?



 

ใบหน้าติดหวานหันไปมองคนถามแทบจะทันทีที่ฟังจบ เรียวคิ้วขมวดติดกันมุ่น หากแต่ใบหน้าคนถามก็ยังคงเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มกว้างที่เหมือนกับใครบางคน รอยยิ้มที่แม้ว่ากำลังจะพูดเรื่องอะไรอยู่ แม้จะเป็นเรื่องซีเรียส ก็ยังจะปั้นรอยยิ้มขึ้นมาประดับไว้... ประดับไว้เพื่อซ่อนความนึกคิดอีกฝั่งนึงของตัวเอง



 

“เหอะ... สงสัยจะไม่ดี”



 

ตอบออกไปก่อนจะทิ้งหัวหนักๆลงบนผนักโซฟานุ่ม นึกถึงหน้าใครบางคนก็ทำให้ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆหากแต่ก็ยังเก็บอาการไว้ได้



 

“ฮ่าๆ อย่าซีไปเลยฮยอง ผมก็ถามไปอย่างนั้นแหละหน่า”



 

“...”



 

ริมฝีปากบางเม้มติดกันแน่นก่อนจะค่อยๆเผยยิ้มเล็กๆให้เด็กหนุ่มข้างตัว มือสั่นเทายกขึ้นลูบหัวเด็กตัวไม่น้อยนักเบาๆ ดวงตารื้อแดงจ้องสบตากับเด็กหนุ่มผิวขาวจัด ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ แต่เพียงชั่ววินาทีนึงทีเขาเห็นแววตาของเด็กหนุ่มที่วูบไหวลงยามเมื่อหันไปมองร่างๆหนึ่งที่หน้าจอมคอมพิวเตอร์



 

ในดวงตานั้นมันเต็มไปด้วยความน่าสงสาร ราวกับเด็กน้อยที่ต้องการความรักจากอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันจะได้...



 

“นายต่างหากหละที่อย่าซีเรียส เซโล่...”



 

“...”



 

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องมืดทั้งห้อง เสียงเค่นหัวเราะเบาในลำคอขาวซีด ก่อนใบหน้าอ่อนนั่นจะยิ้มกว้างออกมา



 

“ฮยอง... ฮยองว่าเราเคยเจอกันรึเปล่า?



 

เรียวคิ้วที่เพิ่งคลายไปค่อยๆขมวดกันอีกครั้งกับคำถามเชิงเล่นเชิงจริงของเซโล่ เด็กหนุ่มลุกขึ้นมายืนตรงหน้ายองแจก่อนจะก้มลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน



 

“...ไม่”



 

“เอ้อ! เดี๋ยวเซโล่ออกไปข้างนอกก่อนนะ ถ้าจงออบฮยองตื่นฝากบอกด้วยว่าอยากกินข้าวผัดกิมจิ”



 

เด็กหนุ่มพูดแรกขึ้นโดยไม่รอให้อีกคนได้ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น ยิ้มเล็กๆประดับขึ้นมุมปากก่อนร่างนั่นจะเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่ยังตั้งตัวไม่ถูกนั่งหน้างง อยู่บนโซฟาตัวโตเพียงลำพัง



 

ถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะนึกถึงคำถามที่ถูกถามไว้ ศรีษะหนักส่ายช้าๆ คล้ายเป็นการตอบคำถามให้ตัวเองหรือเป็นการคิดว่าเป็นคำถามไร้สาระก็ไม่รู้



 

เมื่อความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมอีกครั้งมันทำให้ยูยองแจรู้สึกหงุดหงิดราวกับว่าเขากลายเป็นเด็กขี้เหงาที่อยากจะได้ใครซักคนมาคุยด้วย สายตาหันไปพบร่างที่ยังหลับไหลอยู่ไอครั้นจะปลุกขึ้นมาก็คงไม่ดี หนำซ้ำจะเสี่ยงต่อการโดนฆ่าตายเอาเสียเปล่าๆ ยิ่งดูมุนจงออบจะไม่ค่อยชอบตัวเขาเท่าไหร่ด้วยแล้ว...



 

คิดอะไรไปเพลินมองไปยังรอบห้อง ประตูบานเดิมยังคงถูกแง้มเอาไว้ความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่าความรู้สึกปชผิดชอบชั่วดีเรียกให้ค่อยๆเดินเข้าไปหามันอีกครั้ง



 

ตอนนี้เด็กหนุ่มตัวสูงก็ไม่อยู่แล้ว มุนจงออบก็ดูเหมือนจะเป็นคนหลับสนิทตื่นยาก ทั้งที่เขาคุยกันเสียงดังกับเซโล่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้สึก ส่วน จองแดฮยอนก็ไม่อยู่ไม่รู้จะมาตอนไหนแต่คาดว่าคงจะดึกดื่นเหมือนวันอื่นๆ



 

ดึกๆ ที่แดฮยอนกลับมาแล้วต้องรีบเปิดเข้ามาในห้องที่กลิ่นฉุนไปด้วยยาที่มีเขาแกล้งนอนหลับอยู่... ยองแจรู้ตัวทุกครั้งที่แดฮยอนกลับห้องมาแล้วต้องรีบเดินเข้ามาดูอาการตัวเองภายในห้อง หึ... น่าขำชะมัด



 

“...”



 

มือสั่นเทาผลักบานประตูอย่างเบามือที่สุดก่อนจะค่อยๆแทรกตัวเข้าไปภายในห้อง ห้องขนาดกว้างตกแต่งด้วยโทนทีสบายต่แตกต่างจากห้องอื่นๆในที่แห่งนี้มากนั่น หน้าต่างกว้างที่ถูกเปิดรับลมเอาไว้ แสงแดดลอดผ่านมาทำให้ภายในห้องสว่างมองเห็นสิ่งต่างๆโดยไม่ต้องเปิดไฟ สายลมอ่อนพัดผ่านขนผ้าม่านผืนบางวูบไหวไปตามลม



 

มันให้ความรู้สึกอบอุนแตกต่างไปจากทุกส่วนของอาคารหลังนี้



 

มือขาวขอลยองแจลูบไล้ไปตามชั้นไม้ที่ถูกวางด้วยหนังสือมากมายไปเรื่อย แม้ว่าจะมีฝุ่นบ้างแต่ก็ไม่หนามากนัก อาจเพราะเจ้าของห้องไม่ได้กลับมาหลายวันแล้ว... คิมฮิมชาน



 

มองไปรอบก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับสั้นไม้ที่ถูกเรียงรายด้วยรูปต่างๆมากมาย และแน่นอคนทุกคนมีความอยากรู้อยากเห็น ยองแจก้าวเดินออกไปยังที่ตรงนั้น สายตาเรียวหรี่มองไปตามรูปที่ตั้งอยู่มากมายในกรอบรูปขนาดต่างๆ บางอันก็มีเพียงฝุ่นบางเบา บางอันก็หน้าเตอะจนแทบจะปิดทับภาพถ่าย



 

รูปส่วนใหญ่เป็นรูปของฮิมชานในวัยต่างๆตั้งแต่เล็กจนโตมองไปเรื่อยจนเห็นกรอยรูปอันหนึ่งที่ถูกคว่ำเอาไว้ ถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาช้าๆก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อคนในรูปคือคิมฮิมชานและบังยงกุกที่ถ่ายรูปด้วยกันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทั้งคู่ ทั้งที่ดูเป็นความรักที่น่าจะมีความสุขอย่างไม่น่าจะมีอะไรมาขัดขวางแต่มันก็เป็นไปไม่ได้... เหมือนกับตัวเขา



 

เป็นอีกครั้งที่สายตาของยองแจสะดุดเข้ากับภาพบางอย่าง ภาพที่ไม่ได้ใส่ไว้ในกรอบหากแต่มันถูกวางไว้แล้วทับด้วยตุ๊กตาปูนปั้นรูปแมวตัวสีดำยิ้มแย้ม ค่อยๆหยิบขึ้นมาอย่างเบามือก็พบกับฝุ่นที่เกาะหนาแทบมองหน้าคนในภาพไม่ออก



 

ยกเสื้อตัวเองขึ้นมาเช็ดคราบฝุ่นนั่น ก่อนจะต้องชะงักค้างไป



 

ในรูปคือเด็กน้อยสองคนยืนกอดคอกันยิ้มกว้างให้กับกล้อง คนนึงติดอวบเล็กน้อยผิวขาวจัด ส่วนอีกคนตัวผอมบางใส่แว่นผิวแทนเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ยองแจตกใจอะไรได้เท่ากับข้อความที่ถูกเขียนไว้ เด็กน้อยร่างอวบผิวขาวมีปากกาแต้มไว้ว่าคิมฮิมชาน ส่วนเด็กอีกคน...



 

ไอน้องรัก จองแดฮยอน


 

ลมหายใจขาดช่วงไปเมื่อยองแจได้รับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างแม้ว่าเขาจะเคยรู้มาว่าจองแดฮยอนเป็นน้องชายต่างมารดาของคิมฮิมชาน หากแต่ยูยองแจเคยหลอกตัวเอง...



 

เคยคิดจะหาหนทางเผื่อหักล้างข้อมูลที่ได้รับมา หักล้างว่าจองแดฮยอนไม่ใช่น้องชายต่างมารดาของคิมฮิมชาน หักล้างให้จองแดฮยอนไม่ใช่คนผิด...


 

แต่แล้วทุกอย่างในวันนี้ชัดเจนพอ พอที่จะทำให้เขารู้ว่าต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าเหมือนเดิมอีกแล้ว...


 

รูปถ่ายใบเล็กถูกพับก่อนจะจับยัดในในกระเป๋ากางเกง ริมฝีปากบางเม้มแน่น น้ำตารื้นใหญ่ไหลออกมาโดยไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ ยองแจค่อยๆพาตัวเองออกมาจากห้องกว้างช้าๆ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟากลางห้องอีกครั้ง



 

สายตาหันไปเห็นเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์ยังคงหลับไหลอยู่ สายตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมองไปยังประตูที่กั้นเพียงอิสระกับการถูกกักขัง





 

มันคงถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว...



 




 

“กลับมาแล้วครับ ~~



 

ภายในห้องเงียบเชียบไม่มีแม้เสียงใดตอบกลับมา ร่างหน้าคอมยังคงหลับไหลเช่นเดิม หากแต่อีกคนหนึ่งหละหายไปไหน?


 

“อื้อ... สงสัยกลับเข้าห้องประจำไปแล้ว”



 

มองดูประตูบานขาวสะอาดก่อนเด็กหนุ่มจะเดินไปยังระเบียงหลังห้อง ม้วนบุหรี่สีขาวถูกหยิบขึ้นมาจุดไฟก่อนจะอัดควันเข้าไปเต็มปอดแล้วค่อยๆพ่นออกมา รอยยิ้มเล็กประดับเข้ากับใบหน้าขาวซีดราวกับพึงพอใจในกลิ่มเมนทอสอ่อนๆที่ผสมออกมากับกลุ่มควันขาว



 

เด็กหนุ่มพิงหลังกับกำแพง ใบหน้าประดับดวงตาเหม่อลอยเล็กน้อยราวกับกำลังนึกคิดอะไรอยู่ในหัว เด็กหนุ่มเค่นหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงหน้าพี่ชายหน้าหวานสารถีที่ถูกจับมากักขังไว้ในที่แห่งนี้ นึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายผิวแทนที่อีกเดี๋ยวคงใกล้จะได้เวลากลับมาแล้วต้องรีบจรลีเข้าไปดูอาการคนในห้องพยาบาล...



 

ความรักมันก็เหมือนหนังตลก


 

วนเวียนอยู่แค่สองคำ


 

รัก


 

และ ทำร้าย ...



 

“นี่ บอกแล้วไงว่าเป็นเด็กห้ามสูบบุหรี่!



 

มวนบุหรี่สีขาวสะอาดที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่งถูกกะชากออกอย่างแรง ใบหน้าขมวดมุ่นของคนเพิงตื่นทำให้เด็กหนุ่มเผยยิ้มกว้างออกมา



 

“เป็นห่วงหรอ”



 

คำถามที่เล่นให้คนถูกถามชะงักไปชั่วคราว ก่อนจะโยนบุหรี่ในมือตนทิ้งลงระเบียงไป ลมหายใจหนักผ่อนออกมาก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องไป



 

“นี่ หิว อยากกินข้าวผัดกิมจิ”



 

“อือ”



 

ตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปในส่วนที่เป็นครัว เด็กหนุ่มยิ้มให้กับคนที่แม้จะไม่หันมามองตน ดวงตากลมมองออกไปบนท้องฟ้าที่เป็นสีดำสนิทของรัติกาล ดวงจันทร์ที่ถูกเมฆสีดำบางบดทับไว้เห็นเพียงแสงรำไรอ่อนๆ เหมือนมนุษย์ที่อยู่บนโลกนี้ซะไม่มี...



 

ทั้งที่มีความสว่างอยู่บ้าง แต่ก็เลือกจะเอาความมืดมิดมาบดทับ



 

มือขาวซีดล้วงหยิบกล่องเหล็กขึ้นมาก่อนจะยิ้มเยาะให้กับมัน เด็กหนุ่มจัดการปามันลงทิ้งไปยังพื้นเบื้องล่างของอาคาร 5 ชั้น กอนจะพาตัวเองเดินเข้าไปนั่งบนโซฟานุ่ม



 

ผลัก!!


 

“ยูยองแจหายไปไหน!?



 

เด็กหนุ่มสะดุ้งตัวเล้กน้อยเมื่อพบพี่ชายผิวแทนที่เดินสีหน้าตื่นตะหนกออกมาจากห้องพยาบาลที่ไม่รู้ว่ากลับมาและเข้าไปตอนไหน ร่างนั้นเดินอย่างรวดเร็วเข้ามาหาเด็กหนุ่มด้วยอารมณ์ที่จัดอยู่ว่ากำลังร้อนรน



 

“ห่ะ ก็อยู่ในห้องไม่ใ...”


 

“ไม่มี! ไม่มียูยองแจ!


 

“ห่ะ?!


 

เด็กหนุ่มตีสีหน้ามึนงงเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นและพยายามเดินเข้าไปดูภาพในห้องที่พี่ชานผิวแทนเพิ่งเดินออกมาอย่างร้อนรน หากไม่ติดว่าถูกมือแข็งแรงกระชากรั้งคอเสื้อเอาไว้ก่อน



 

“ชเวจุนฮง ยองแจหายไปไหน...?



 

เสียงกดต่ำเค้นถามอย่างต้องการคำตอบ เด็กหนุ่มตีสีหน้าวิตกกังวนอย่างไม่สามารถจะหาคำตอบมาตอบแดฮยอนได้



 

ยูยองแจหายไปไหน...



 

นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะรู้


 

“ผมไม่รู้”


 

“ไม่รู้ได้ยังไง!! ในเมื่อฉันบอกให้เฝ้าไว้!


 

เสียงตะคิดหนักพร้อมแรงผลักจนเด็กหนุ่มเซลงไปกระแทกกับพื้นล่าง ตามด้วยร่างของคนที่กำลังอารมณ์ขึ้นิย่างสูงสุดที่ลงไปนั่งคร่อมทับไว้ มือสแทนขยุ้มปกเสื้อคนใต้ร่างกระชากให้เงยหน้ามองตนอย่างไม่มีความปราณี


 

“เกิดอะไรขึ้นหนะ!?


 

มุนจงออบที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายซักพักรีบวิ่งออกมาดึงร่างของแดฮยอนให้ออกจากเซโร่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง


 

“ยูยองแจหายไป...”



 

“ห๊ะ?


 

น้ำเสียงที่เริ่มแผ่วลง แดฮยอนสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของจงออบก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้กลางห้อง ฟันคมขบกัดริมฝีปากตนอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง


 

“ผมขอโทษ...”



 

เสี้ยวเวลาหนึ่งที่แดฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองคนขอโทษด้วยอารมณ์โทสะ แต่เมื่อเห็นใบหน้าอ่อนนั่นรู้สึกผิดมากแค่ไหนก็ไม่สามารถจะรู้สึกโกรธได้ต่อ



 

“ช่างมันเถอะ...”



 

คิดได้เพียงแค่นั้น เพราะจริงนี่มันอาจจะไม่ใช่ความผิดของเซโล่ เขาฝากยองแจไว้กับเซโล่ก็จริงเพียงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าที่ยูยองแจหายไปจะเป็นความผิดของเซโล่เสียหน่อย...



 

“...ทำไมประตูห้องฮิมชานฮยองเปิดอยู่?



 

แฮยอนเอ่ยถามออกมาเสียงเบาเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นความผิดปกติบางอย่าง ประตูที่เคยปิดสนิทไม่มีใครเข้าไปอีกเลยตั้งแต่เจ้าของห้องหายตัวไปกลับถูกแง้มเอาไว้นิดๆ



 

“...”



 

“มันปิดอยู่ตลอดเวลานะฮยอง...” เด็กหนุ่มตัวสูงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งห้อง



 

“งั้นทำไม?



 

นั่นทำให้เขานึกไปถึงใบหน้าติดหวานของคนที่หายตัวไป...



 

“ยูยองแจ...”



-----------------------------------------------------------------

 

 

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 100% แล้วจ้าาาาา
งะงะงะงะงะงะงะงะงะงะงะงะงะงะงะ
ประตูแห่งศึกกำลังจะเปิดขึ้นอย่างจริงจังแล้วนะจ๊ะ ~~
5555555555555555555555555555

 

 

นี่คนเขียนเพิ่งสอบเสร็จหมาดๆเลยยยยยยยยยยยยยย

สอบเสร็จก็มานั่งพิมพ์ๆปั่นๆ แต๊กๆ T…T

ตอนแรกก็จะพิมพ์อีกตอนด้วยแต่ มันเพลีย 55555555555555

เอาไว้มาอัพวันหลังเนอะ

 

นี่หายไปนานไม่ได้เวิ่นเลยยยยยยยยยยยยย

โอ้ยยย ย ย BADMAN แด้หะยอน ทำไมหล่อววววววววววว

นี่คนเขียนอยากจะลงไปดิ้น ให้ตาย ฮรื่อออ ว่าคอฟฟี่ช้อปแด้หล่อละมุนแล้ว

เจอแบดแมนไป หล่อร้ายตายกว่า ฮ่อลลลลลลล

รอไม่ไหวแล้ว อยากดูววววว T....T
โอ้ยยยยย แจ้น้อยกร่อยใจของคนเขียนก็สุดจะหล่อพัง
แต่ทำไมทีเอสถึงทำกับพี่บังแบบนี้ ทำไมมม/? 5555555555555555555

 

 

หวังว่าคนอ่านจะยังอยู่กับคนเขียนเนอะ 55555555555555

หายไปนานแต่เราก็ไม่ได้ทิ้งนะเอออ <33

 

ตอนหน้าเจอกันให้นะ บรั่ยยยย

 

ปล.นี่เปลี่ยนรูปหน้าแนะนำฟิคใหม่

ไม่ได้อยากทำร้ายพี่บังนะ แต่พี่บังทำตัวเอง จริงๆ...

คือชอบบบ แบดแมนนนนน มันดาร์กกก ก กกกกก

ดาร์กเข้ากับฟิคเหลือออ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  -.................-

คนเขียนจะมีพี่บังเป็นไอดอลลลล จะแต่งฟิคอารมณ์เหมือนที่พี่บังแต่งเพลงงงง~~

55555555555555555555555555555555555


เจอกันใหม่เมื่อโลกต้องการนะคนอ่านที่รักทั้งหลายยยยยยยยยย

บายยยยยยยยยยยยยยยย  555555555555555

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #208 Tuang_Zzaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 14:16
    เลิกเล่นเกม ทิ้งศักศรีดิ์แล้วสารภาพความจริง หนีไปด้วยกันเลยครัช !!!!!
    #208
    0
  2. #195 Som O Usanee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 03:37
    นี่จะไฟท์กันแล้วช้ะ? แล้วจุนฮงคือน้องชายของแจป่ะ น่าสงสัยๆ
    #195
    0
  3. #175 nutt hottest (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 15:41
    เฮียพนันอะไรแบบนี้ แล้วใครจะตายก่อนกันล้ะเนี่ย หน่วงแท้ จะเปิดศึกจริงจังแล้วสินะ อย่าฆ่ากันเลยแก~ มาต่อนะไรต์ ติดตามจ้าา
    #175
    0
  4. #173 tianmimi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 21:09
    ท่าทางคู่มักเน่จะไปไม่สวยแหะ

    พี่ๆต้องปล่อยมักเน่อยู่กันสองคนแล้วล่ะม้างงง



    อันที่จริงที่พี่บังจับพี่ฮิมไปเพราะแบบนี้ล่ะม้าง

    55555555555
    #173
    0
  5. #172 palmmyjang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 13:37
    นี่ล่ะ เจ็บมาก.. แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้นี่เนอะ แต่ว่าแดฮยอนไม่รู้สถานะตัวเองตอนนี้หรอ ทำแบบนี้มีแต่จะเจ็บไปเปล่าๆ ไรเตอร์สู้ๆนะคะ
    #172
    0
  6. #171 MicKy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 13:45
    ตอนนี้ยองแจก้อได้ล่วงรู้ความลับของฮิมกับแด้แล้วสินะ แถมยังหนีออกไปได้อีก
    แล้วแบบนี้แจ้จะทำยังงัยต่อไป จะตามล่าแด้แล้วก้อต่อสู้กันอย่างงี้เหรอ
    ความรักของโล่เนี้ยดูท่าจะอีกยาวไกลว่าที่จงออบจะหันมามอง
    เห็นแล้วเจ็บปวดแทน ขอแค่อยู่ใกล้ๆ ไม่มากกว่านี้ก้อพอ
    หลังจากนี้คงจะสู้กันเต็มที่แล้วสินะ 
    #171
    0
  7. #170 CHANNii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 11:02
    ตัวประกันระหว่างแจ้กับฮิมต่างกันลิบลับเลย แด้มันสั่งให้น้องดูแลแจ้อย่างดี ส่วนอิบังกับฮิมแทบจะฆ่ากันตาย
    #170
    0
  8. #168 Demolish. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 23:38
    ไรท์รีบมาอัพนะะะะะะะะะ
    รื่งกำลังเข้มข้นนนน T____T


    รีบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ปล.เค้ากำลังเพ้อแบดแมนเหมือนกัน กรี๊ดดดด
    #168
    0
  9. #167 ZooS666 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 09:35
    สู้ๆค่าาา สอบให้ได้นะคะ ตั้งใจสอบแล้วอย่าลืมมาอัพให้ครบ100น้าาา
    #167
    0
  10. #166 Eiine (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 00:58
    สู้ๆน้า ไปตั้งอ่านหนังสือทำข้อสอบให้เรียบร้อยก่อน
    แล้วอย่าลืมมาต่อให้ด้วยน้า
    #166
    0
  11. #163 kokmild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:31
    ไรเตอร์เค้ายังอย่นะมาอัพเถอะ
    #163
    0
  12. #162 kokmild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:31
    ไรเตอร์เค้ายังอย่นะมาอัพเถอะ
    #162
    0
  13. #161 baby of b.a.p (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:14
    มาอัพไวๆนะคะ สนุกมากกก ^^
    #161
    0
  14. #158 555 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 17:01
    ในที่สุดก้มาต่อ มาดามน่าสงสารจุง
    #158
    0
  15. #157 b.a.b.y (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 12:45
    นึกว่าจะไม่อัพต่อซะแล้ว T^T ขอบคุณนะคะ ติดตามอยู่ตลอดเลยค่า
    #157
    0
  16. #156 MicKy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 10:04
    ในที่สุดก้อมาต่อแล้ว ทำไมเฮียถึงได้คิดเกมแบบนี้นะเหมือนพวกคนไม่มีหัวใจเลย คิดถึงมักเน่ไลน์.... อย่าลืมเอามักเน่ไลน์มาด้วยจิ
    #156
    0
  17. #155 ZooS666 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 00:43
    เฮ้ยยยยย อะไรเนี่ยยงกุก เอายองแจกับแดฮยอนของเค้ามาเอี่ยวด้วยทำม้ายยยย นายจะจัดการกับฮิมชานยังไงก็ทำไปเซ่~ จะฝืนกฏแบบหนีตามกันไปก้ได้นะ แต่อย่าไปยุ่งกับแดแจเลย 2คนนี้เค้าเจ็บปวดกันมากมาย //โดนตบ//ไรต์:แกคิดว่าคู่บังชานไม่เจ็บกว่าเรอะ! //ข้าน้อยขอโต้ดดดด ........ ปล.อัพต่ออีก60%เร็วๆนะ รออ่านอยู่ค่าาา
    #155
    0
  18. #154 Tianmimi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 19:54
    รอมานานนนนนนนน

    เอามักเน่ไลน์เราคืนมาน้าาาาาาาาา



    พี่บังอยากให้เกมมันจบง่ายๆก็ไม่บอก-0-

    วิธีนี้ก็จบง่ายดีนะพี่บังนะ

    แต่มัน....
    #154
    0
  19. #151 son (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 21:00
    TwT กลับมาอัพต่อได้ม๊าาาา กำลังค้างเลยอ่ะ สนุกมาก //อยากรู้ตอนต่ออ่า น่าติดตามมาก ~~~~~~~
    #151
    0