Killing camp ลับ ลวง ล่า [yaoi B.A.P]

ตอนที่ 11 : [SF] Stop it #BangChan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 57





คนอ่านหายหมดแล้ว สะเทือนใจแปปนึง #โดนคนอ่านเตะปลิวโทษฐานสะดิ้งนัก

5555555555555555555555555555555555555555555

อันนี้เอาช้อตที่แต่งไว้มาซักพักแล้ว มาลงให้อ่านรอ คิลลิ่ง เล่นๆ เนาะ -...-

กลัวหายไปนานๆ คนอ่านหายหมดจริงๆ กร๊ากกกกกก~

ใครอยากอ่านฉากหวานๆ(?) ของบังชาน เชิญจ้าาาาาาาาาา
5555555555555555555555555555555555555555555555

 






 

 

Stop it



 

อยากหยุดเวลา

Couple; BangChan

status ; drama

ไม่มีอะไรแค่คนเขียนอยากแต่งดราม่าซ้ำซ้อน 55555555




 

 

 

อยากจะร้องไห้ อยากให้เวลาเดินช้าๆ

ขอเวลาซักหน่อย อยากมองหน้ากัน

อยากหยุดเวลานี้ไว้ นานเท่านาน

ก่อนจะ...






 

ผมคิดถึงคุณ คิดถึงเหลือเกิน อยากกอด อยากสัมผัส ผมต้องการความอบอุ่น ความหนาวเย็นนี่คืออะไรกัน...


 

ความว่างเปล่า... ผมไม่ต้องการ ผมต้องการเพียงคุณ แค่คุณ






 

เฮือก!


 

ร่างสูงบนเตียงกว้างสะดุ้งลืมตาขึ้นแทบจะทันที ภายในอก... หัวใจยังคงเต้นถี่รัว มือหนาควานออกไปสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างข้างกายตน เขากำมันไว้แน่น อบอุ่น... สัมผัสนี้ที่เขาต้องการ สัมผัสนี้ที่เขาอยากจะให้อยู่ติดตัวเขาตลอดไป



 

ภายในห้องโทนสีอุ่น ร่างสูงของบังยงกุกกำลังมุ่นอยู่กับการแต่งตัว โดยปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่พิถีพิถันอะไรกับการแต่งตัวมากนัก แต่เพราะวันนี้คือวันพิเศษ... ปฏิธินแบบเรียบง่ายหากแต่ตัวเลขที่แสดงถึงวันวันนี้กลับถูกวงไว้อย่างชัดเจน



 

ครบรอบ 4 ปี บังยงกุก รัก คิมฮิมชาน...



 

นี่ วันนี้อยากกินอะไร หึ~ ?’



 

ใบหน้าสวยหันมามองผู้มาใหม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้าง ริมฝีปากสีแดงสดขยัยพูด ในขณะที่อีกคนได้แต่มองหน้าตนเองนิ่งๆ



 

รอยยิ้มเล็กๆแต้มประดับกับใบหน้าคมของบังยงกุก ริมฝีปากได้รูปเม้มติดกันสนิท สัมผัสอบอุ่นในอุ้งมือตน เขากระชับมันไว้แน่นก่อนจะเผยยิ้มกว้างๆ



 

“วันนี้เราไปเที่ยวกันนะ ฮิมชาน”



 

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาชัดเจนก่อนจะกระชับมือตนเองแน่นขึ้น รอยยิ้มสวยวาดกลับมาทำให้บังยงกุกยิ้มกว้างอย่างไม่สามารถจะหุบได้เลย



 

“เอาไงดีหละ ไปไหนกันดี?



 

ไปไหนก็ได้ ว่าแต่... นี่ นายจะจับมือฉันแน่นไปแล้วนะ...!’




 

ยังคงเป็นรอยยิ้มแบบเดิมๆที่ส่งกลับมา เสียงหวานที่ตะโกนเหวอย่างขัดเขิน แม้มือนั้นจะออกแรงขืนเล็กน้อยแต่บังยงกุกก็เลือกที่จะจับกระชับมือแน่นแล้วพาร่างของตัวเองเดินออกไป



 

แสงแดดจ้า หากไม่ได้ทำให้บังยงกุกรู้สึกหงุดหงิดเลยทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ชอบอากาศร้อน  ก็บอกแล้วว่านี่เป็นวันพิเศษ วันพิเศษของเขากับคนรัก ต่อให้ต้องลำบากแค่ไหน แค่ได้มีกันและกันอยู่ข้างๆ ทุกอย่างมันก็ดูจะลงตัวไปหมด



 

ชายหนุ่มก้าวขาพาตัวเองไป เริ่มจากสถานที่ใกล้ๆ สวนสาธารณะข้างๆคอนโดของเขากับคนรัก ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้แถวยาวโดยเลื่อนตัวไปนั่งตอนปลายของเก้าอี้เพื่อให้อีกร่างของอีกคนหนึ่งนั่งเคียงข้าง  ใบหน้าคมหันไปยิ้มละมุนก่อนจะย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อในอดีต



 

ที่แห่งนี้คือสถานที่แรกที่เขาเจอกับฮิมชาน... ในวันที่ฝนตก



 

แฮ่ก ๆ ๆ



 

เสียงหอบหายใจถี่ๆของร่างตรงหน้า ร่างกายนั้นเปียกปอนด้วยหยาดฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่รู้ว่าบ้าคลั่งมาจากไหน ดวงใจของบังยงกุกเต้นถี่รัวขึ้นทันทีด้วยเพราะผู้มาอาศัยหลบฝนคนใหม่นั้นหันมาทางเขารอยยิ้มสวยเปื้อนบนใบหน้าที่สวยไม่แพ้รอยยิ้ม เสื้อนักศึกษาขาวบางเปียกลู่กับฝน และดูเหมือนว่าการยืนหมิ่นๆขอบที่กำบังจะทำห้ฝนยังสาดถึง คนคนนั้นถึงได้เขยิบตัวมาเบียดกับเขานิดหน่อย



 

“แหะ ขอโทษนะฝนมันสาด...”



 

รอยยิ้มเจื้อนนั่นเหมือนเป็นการขอโทษที่เข้ามายืนเบียดทั้งที่ที่ก็ไม่ได้แคบอะไร แต่เพราะเห็นว่าร่างโปร่งนั้นสั่นเทาเล็กน้อยจึงไม่ได้ถือสาอะไร แถมไม่รู้นึกยังไงถึงได้ยืนผ้าในมือตนให้อีกคนอีกต่างหาก



 

“ถ้าไม่รังเกียจนะ ผ้าเช็ดหน้าตอนเล่นบอลหนะ... แต่ซักแล้วนะ!



 

ยงกุกยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเป็นการแก้เขิน รอยยิ้มเล็กๆบวกกับเสียงหัวเราะเบาๆของคนตรงหน้าทำให้หันไปมองร่างโปร่งนั้นเต็มๆตา หัวเราะอะไรนักหนาเนี่ย?!


 

“หึหึ ขอบคุณนะ”



 

ไม่รังเกียจแถมยังรับไปเช็ดหน้าเช็ดตาเช็ดผมตัวเองอีกต่างหาก จริงๆก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะเหม็นเหงื่อเขารึเปล่าเพราะเมื่อตอนเย็นเพิ่งใช้เช็ดตัวไปหนังจากเล่นบอลเสร็จ แต่ก็ซักแล้วนะ คงไม่...



 

“เหม็นเหงื่อชะมัดเลย...”



 

ใบหน้านั้นมุ่ยเล็กน้อยก่อนจะคืนผ้านั่นมาคล้องคอผมเอาไว้ ห่ะ เหม็นงั้นหรอ ? พอได้ยินแบบนั้นก็รีบยกผ้าตัวปัญหามาดมทันที ทำไมถึงไม่เห็นได้กลิ่นเห็นหละ... มันกลับหอม หอมอย่างไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน หอมหวานเหมือนขนมเค้ก...



 

“นี่ ดมไปมันก็คงมีแต่กลิ่นฉันแล้วหละ”



 

อีกคนพูดขึ้นก่อนจะหัวเราะร่วน เรียกให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด เห้ย! นั่นซิ  งั้นกลิ่นเหล่านี้ก็...



 

“อ่ะ ฝนซาแล้ว ไปก่อนนะ ขอบคุณสำหรับผ้า นาย...?



 

“บังยงกุก”


 

“อ้อ ฉัน คิมฮิมชาน”


 

อีกคนพูดขึ้นด้วยเสียงสดใสก่อนจะออกวิ่งหายไปจะเรียกเอาไว้ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะเจ้าตัวดันออกวิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว


 

ถ้าได้เจอกันอีกก็คงจะดี...





 

ร่างกายสูงลุกขึ้นจากม้านั่งในสวนเมื่อเห็นว่าได้ระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆจนพึงพอใจแล้ว หันไปยิ้มกับคนข้างๆตน กระชับมือแน่นขึ้น ก่อนจะออกเดินไปยังสถานที่ต่อไป ร้านดอกไม้...



 

เป็นที่ที่สองที่เขาเจอฮิมชาน



 

ใบหน้าสวยยืนอยู่หลังแคชเชียร์เรียกให้ชายหนุ่มต้องรีบเดินตรงดิ่งไปยังสถานที่แห่งนั้นทันที นี่ไม่ใช่ที่ๆเหมาะสำหรับยงกุกแม้แต่น้อย ดอกไม้กับยงกุกงั้นหรอ... หึ แค่คิดก็อยากจะขำออกมาดังๆ



 

เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อบานประตูถูกเปิดออก ใบหน้าสวยหนังแคชเชียร์เงยหน้าขึ้นก่อนจะเผยยิ้มกว้างออกมาให้ จำได้ซินะ คิมฮิมชานจำบังยงกุกได้...


 

“เฮ้ นาย บังยงกุกนี่ มาซื้อดอกไม้ให้แฟนหรอไง~



 

เสียงร้องทักออกแนวแซวๆทำให้ร่างสูงยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเอง จะให้บอกออกไปได้ไงว่ามาซื้อดอกไม้ให้แฟนในเมื่อเขาไม่มีแฟน แถม ประเด็นคือที่เขาเข้ามาหนะ เพราะเห็นคนหน้าสวยตรงหน้ายืนทำหน้าง่วงอยู่หลังแคชเชียร์ต่างหาก



 

“นี่ อยากได้แบบไหนหละ ฉันลดให้ได้นะ นี่ร้านพี่ฉันเอง ถือว่าขอบคุณเรื่องผ้า...”


 

คนตรงหน้ายังเอาแต่พูดคล่องปร๋อ ยังกับว่าจะให้เขาซื้อดอกไม้ไปให้แฟนให้ได้ เขาไม่มีแฟนนะจะให้ทำยังไงหละ... งั้น..


 

“ฉันไม่มีแฟน แต่ถ้าจะซื้อดอกไม้ให้พนักงานในร้านที่ยืนอยู่ที่แคชเชียร์แทนได้รึเปล่า”


 

รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นหลังจากเจ้าตัวพูดจบ คิมฮิมชานมองคนพูดนิ่งด้วยดวงตาเล็กที่เบิกกว้าง ริมฝีปากบางเม้มสนิทแต่หากสังเกตดีๆจะเห็นริ้วแดงๆที่แต้มพาดบนแก้มขาวซีดนั่น...



 

“เฮ้ เราไม่มีนโยบายให้จีบพนักงานในหน้าที่นะ”



 

เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังทำให้ยงกุกสะดุ้งตัวเล็กน้อย เป็นชายร่างสูงพอๆกับเขาหน้าตาหล่อเหลาเอาการ กำลังเดินยิ้มมาทางพวกเขาสองคน ฮิมชานที่ตอนแรกยืนนิ่งอยู่ดีๆ ก็ปาก้านดอกไมที่ตัวเองเด็ดแต่งอยู่ใส่หัวชายคนนั้นซะเฉย


 

“จีบบ้าอะไรหละ พี่...”


 

อ้อ คนคนนี้คงจะเป็นพี่ของฮิมชาน เจ้าของร้านซินะ... อืมมม



 

“ฮะๆ”


 

ได้แต่หัวเราะแห้งๆส่งไป ซึ่งพี่ชายคนนั้นก็ขยิบตาให้ผมพร้อมตบไหล่เบาๆแล้วเดินเลี่ยงออกไป ท่ามกลางน้ำเสียงโวยวายของฮิมชานที่พยายามจะแก้ตัวว่าไม่ได้กำลังโดนจีบ


 

“ว่าไง ถ้าสั่งแบบนั้นได้รึเปล่า?



 

เป็นอีกครั้งที่สนใจคนตรงหน้าอย่างจริงจัง สายตาแน่วแน่จับจ้องมองคนหน้าสวยที่ยืนเม้มปากตีหน้ามุ่ยอยู่ น่ารักชะมัด...


 

“ก... ก็ตามใจดิ”



 

หลังจากวันนั้นสองสามเดือนที่ผมวนเวียนไปร้านแห่งนั้น ผมกับฮิมชานเราก็คบกัน...






 

กรุ๊ง กริ๊ง ๆ


 

“สวัส.. อ้าว ยงกุก...”



 

เป็นเสียงทุ้มของพี่ชายหน้าหล่อที่ร้องทักผมอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มที่ส่งให้มาเป็นรอยยิ้มบางเบา สายตานั้นเหลือบมองข้างๆผมก่อนจะส่งยิ้มที่บางเบายิ่งกว่ามาให้



 

“วันนี้เอาอะไรหละ?



 

“ผมพาฮิมชานมาระลึกความหลังหนะพี่ วันนี้ครบรอบ4ปี”


 

แทบจะทันทีที่ร่างสูงหลังแคชเชียร์เงยหน้าขึ้นมา... เขาจ้องมองมาที่ผมก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม



 

“งั้นหรอ งั้นฉันให้นี่”



 

ช่อดอกอะโดนิสสีเหลืองสวย... หึหึ



 

“ขอบคุณนะพี่ ไม่เสียตังใช่มั้ย”


 

รอยยิ้มกวนๆส่งไปให้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเจือจาง ร่างสูงหลังแคชเชียร์หัวเราะร่า ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไป


 

“เออ ให้ฟรี สำหรับคนมีความรักมั่นคงแบบแก ฮ่าๆ”



 

ยงกุกยิ้มให้กับร่างสูงนั้นก่อนจะค้อมตัวเล็กน้อยเป็นการขออนุญาตกลับ



 

“ดูแลน้องฉันดีๆหละ หึ”



 

คำพูดทิ้งท้ายนั้นทำให้ยงกุกยิ้มกว้างออกมาทันที แน่นอนอยู่แล้ว คิมฮิมชานหนะ...



 

เขาจะดูแลไปตลอดชีวิตเลยหละ



 

“สีเหลืองสวยเนอะ ฮิมชาน”


 

อื้ม สวยเนอะ


 

เสียงหวานเบาหวิวเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ยงกุกยิ้มกว้างๆให้กับคนข้างๆก่อนจะออกเดินไปยังสถานที่ถัดไป ร้านกาแฟเล็กๆ... ฮิมชานชอบกินกาแฟที่สุด วันๆนึงเขากินมัน3-4 แล้วได้หละมั้ง



 

ทั้งที่ก็เตือนบ่อยๆว่ามันไม่ดี แต่เจ้าตัวก็ยังชอบที่จะกิน



 

“นี่ ยงกุกกก ฉันอยากกินกาแฟอ่ะ”



 

“นายเพิ่งจะกินไปเมื่อกี้นะ”



 

ใบหน้าสวยพองลมทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ฮิมชานเสหน้ามองออกไปทางนอกกระจกคล้ายว่ากำลัง งอนอยู่มากๆที่อีกคนไม่ตามใจตัวเอง เรียกเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของยงกุกได้เป็นอย่างดี ลมหายใจหนักๆพ่นออกมาจากจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางแดงเชิดขึ้นอย่างขัดใจเข้าไปใหญ่


 

“น้อง ขอแบบเดิมอีกแก้ว”


 

เสียงทุ้มตะโกรบอกพนักงานที่เดินผ่านมา ทำให้ใบหน้าของคนขี้งอนหันควับมาโชว์ยิ้มกว้างสดใจแทบจะทันที


 

“ก็แค่เนี้ย! ฮึฮึ”


 

เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ๆส่งมาให้ร่างสูงที่ยิ้มกว้างไม่หุบ ฮิมชายฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างจะปวดหัวบ่อยทำให้ชอบกินกาแฟ ต่างจากบังยงกุกที่มักจะเข้ามานั่งเป็นเพื่อนเพื่อมองหน้าเขากินกาแฟ2-3 แก้วต่อวัน...



 

แอ๊ดด



 

“สวัสดีครับ love life café ยิน... อ้าว ยงกุกฮยอง!



 

เสียงหวานๆของพนักงานต้อนรับเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนแทบจะลั่นร้านเมื่อเงยหน้ามามองลูกค้าผู้มาใหม่ ใบหน้าหวานนั้นยิ้มกว้างอย่างที่ใครๆต่างก็พากันคิดว่ามันดูน่ารักน่าชัง ถ้าเขาไม่มีฮิมชาน เขาก็คงจะคิดแบบนั้นเหมือนกันนั้นแหละ หึหึ



 

นี่! จ้องน้องมันจนจะกินได้แล้วหนะ!’



 

เสียงติดแหบเหวี่ยงเข้าให้อย่างจัง เมื่อยงกุกเผลอเคลิ้มไปกับหน้าตาน่ารักๆของพนักงานตัวไม่น้อยตรงหน้า คนตัวสูงแต่อายุน้อย ผิวขาวราวหิมะวิ่งเข้ามาหายงกุกที่ยืนหัวเราะอยู่หน้าร้าน



 

“ไม่เจอตั้งนานแหนะ ฮยอง วันนี้เอาอะไรหละ?



 

“อืม ไม่เจอกันนานนะจุนฮง เอาแบบเดิม... ของฮิมชานหนะ อื้มแล้วนี่ไอแดฮยอนไปไหน?



 

พนักงานเด็กตัวเขื่องยิ้มรับเบาๆกับออเดอร์ของคุณลูกค้าที่แสนจะคุ้นเคย แต่พอถึงประโยคหลังไปหน้าน่ารักนั้นก็ยู่ลงแทบจะทันที


 

“หึ ไปจีบสาวอยู่โน่น!



 

นิ้วเรียวชี้ไปที่คนที่เขาถามหาที่ยืนยิ้มหัวเราะคิกคักอยู่กับหญิงสาวโต๊ะด้านในสุดของร้าน แก้มใสๆนั้นอมลมจนพองโตก่อนจะเดินกระแทกปึงปังไปทางหลังเค้าเตอร์คาดว่าคงจะไปทำออเดอร์ให้เขา



 

ก็รู้ว่าน้องมันขี้หึง ก็ยังจะหน้าม่อไปเรื่อยไอเพื่อนดำเอ้ย!



 

“นี่ แฟนมึงงอนตุ้บป่องไปแล้วนู่น”



 

แสร้งพูดขึ้นมาเสียงดังจนไอคนที่เอาแต่หัวเราะคิกคักสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวที่นั่งอยู่เงยขึ้นมายิ้มหวานให้ผม แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรหรอกนะ ก็ผมมีฮิมชานอยู่ข้างๆทั้งคนนี่



 

“เห้ย ไอกุกกี้!



 

เหอะ เป็นชื่อที่อยากจะถวายบาทาให้จริงๆ...



 

“นึกไงมาเนี่ย? เห็นไม่ค่อยมาเลยตั้งแต่...”



 

“พาฮิมชานมากินกาแฟ รายนี้งอแงอยากจะกินให้ได้”


 

พูดแทรกไปก่อนที่มันจะพูดจบประโยค ริมฝีปากนั้นอ้าหวอดค้างไว้ซักพัก ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองอย่างคนใช้ความคิด



 

“อ๋อ งั้นเอาเหมือนเดิมซินะ งั้นน...”



 

“ไม่ต้อง จุนฮงไปทำให้แล้ว”



 

ทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะข้างๆก่อนจะส่งยิ้มกวนๆไปให้ แดฮยอนหัวเราะร่าก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเช่นกัน



 

“เห้ย มึงนั่งนี่แล้วฮิมชานจะนั่งไหนวะ”



 

เฮ้ มาสั่งกลับบ้านไม่ใช่รึไง ฉันไม่นั่งก้ได้หน่า


 

“...เออๆ กูผิดดด เชิญ คุณฮิมชานนั่งเถอะครับบบ~



 

ไอเพื่อนตัวดำลุกขึ้นยืนก่อนจะผายมือให้ร่างโปร่งนั่ง มันหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะขอตัวออกเดินไปทางเคาเตอร์ และ ดูเหมือนว่าสิ่งที่สั่งไว้คงจะได้แล้ว เพราะใบหน้ายิ้มแย้มของจุนฮงเดินเอากาแฟแก้วโตมาให้ แต่พอเดินผ่านไอเพื่อนแดฮยอนก็แสร้งทำว่ามองไม่เห็นตีหน้าโหดใส่ หึหึ โดนแล้วไง



 

“นี่ฮะ ฮยอง กาแฟสำหรับฮิชานฮยอง ไม่คิดตังนะฮะ คึคึ”



 

เด็กน้อยพูดก่อนจะเดินหลบไปเพราะเห็นว่าจองแดฮยอนพยายามจะเดินมาตามตน หึ วันนี้มีแต่ได้ฟรีแหะ ไปแวะร้านอาหารซักหน่อยแล้วกลับบ้านดีกว่า


 

“นี่ จะกินอะไรดีหละ ไปซื้อแล้วเราไปกินกันที่ห้องนะ”



 

ยิ้มให้คนฝั่งตรงข้ามๆ แล้วก็ได้รอยยิ้มแบบเดิมกลับมา ยงกุกกระชับมือตัวเองที่กุมสิ่งสำคัญเอาไว้แน่น



 

...อืม อะไรก็ได้


 

ก่อนจะกลับถึงห้องเขาแวะซื้ออาหารอะไรอีกพอสมควรเพื่อเตรียมตัวจะจัดปาร์ตี้ขนาดย่อม ปาร์ตี้ครบรอบ4ปีของ เขากับฮิมชาน เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของเขาที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งนับวัน ยงกุกก็รักฮิมชาน รักมาก มากที่สุด...



 

“นี่ดูซิ มีแต่ของที่นายชอบทั้งนั้นเลย”



 

บนโต๊ะขนาดพอดีๆ ใจกลางห้องกว้าง อาหารไม่มากแต่ก็ไม่น้อยถูกจัดวางไว้อย่างสวยงามเชิงเทียนแสนสวยถูกจุดไฟสร้างบรรยากาศให้ยิ่งดูโรแมนติก คนหน้าสวยยิ้มกว้างกับบรรยากาศรอบกายตน พร้อมทั้งทอดสายตามองยงกุกที่ยังค่อยๆจัดจานไปเรื่อย



 

บังยงกุก ฉันรักนายจัง...



 

เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างเบาๆหวิว แขนสีขาวซีดยื่นออกไปตรงหน้าก่อนจะสัมผัสแผ่วเบาๆกับใบหน้าของคนตรงหน้าตน นิ้วเรียวไล้ไปตามผิวหน้าที่หล่อเหลาตามแบบผู้ชายถึงจะติดโหดไปบ้าง หยดน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาคมเข้มสร้างความแปลกใจให้ฮิมชานมากนัก



 

เฮ้ บังยงกุก นายร้องไห้ทำไมกันหนะ!’


 

ฮิมชานตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจ นิ้วเรียวพยายามเกลี่ยเอาหยดน้ำเหล่านั้นให้ออกไปจากใบหน้าของยงกุก เกลี่ยซ้ำๆ พยายามจะปัดป่ายออกไป ปัดผ่านใบหน้าหล่อนั้น อยากจะปาดน้ำตาเหล่านั้นที่ไหลออกมาราวเขื่อนแตก แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ หยาดน้ำเหล่านั้นก็ไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่หยดเดียว



 

“ฮิมชาน... นายอยู่ที่ไหน”



 

‘…’



 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยเจือสะอื้นเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มเงยมองที่นั่งฝั่งตรงข้าม มือหนากุมกระชับสิ่งสำคัญไว้ในมือ สัมผัสนั้นมันอบอุ่นแต่ก็เย็นเฉียบๆ เย็นเพราะมันเป็นสิ่งไม่มีชีวิต...



 

สร้องคอจี้ล๊อคเก็ตที่มีรูปของ บังยงกุกและฮิมชาน อยู่ข้างใน...



 

“ฮิมชาน วันนี้ครบรอบ4ปีของเราหละ นายอยู่ที่ไหนกัน...”



 

ยงกุก...



 

มือหนายื่นออกไปสัมผัสแผ่วเบากับของแข็งสี่เหลี่ยมตรงหน้าตน นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเบาๆบนพิ้นผิวเรียบ หยดน้ำใสจากตัวเองหล่นร่วงเปลอะเปื้อนสิ่งที่ตัวตัวถือไว้


 

กรอบรูปภาพขาวดำ...



 

“นายก็กำลังร้องไห้อยู่รึไง ฮิมชาน...”



 

แววตาแสดงถึงความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ายังคงไหลไปหยดแหมะลงกับรูปภาพสีขาวดำ รูปภาพที่คนในภาพนั้นยิ้มกว้างมากแค่ไหนหากแต่กลับมีหลดน้ำเปลอะเปื้อนอยู่ไม่ขาดสาย... เหมือนกันเขา



 

“วันนี้ฉันไปสวยสาธารณะมาหละ ที่ๆเราเจอกันครั้งแรกไง นายเคยบอกใช่มั้ย ว่าถ้าเราคบกันเกิน3ปีหละก็ ครบรอบปีถัดไปนายะไปกับฉัน ไงหละฮิมชานฉันพานายไปแล้วนะ...”



 

มือหนากระชับสร้อยคอในมือตนแน่นก่อนจะบรรจงจูบเบาๆจนตัวจี้ น้ำตาของลูกผู้ชายยังคงไหลออกมาอย่างไม่มีที่ท่าว่ามันจะหมด ริมฝีปากเม้มแน่นพยายามจะสะกดกั้นก้อนสะอึกของตน...



 

ฉันตามนายไป ฉันอยู่ตรงนี้ไงยงกุก ฉันอยู่ข้างๆนาย...



 

พยายามจะสัมผัสแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่มีตัวตน... ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกแห่งนี้แล้ว


 

“นอกจากนี้ฉันยังไปร้านดอกไม้พี่นายมาด้วยนะ...”


 

มือหนาหยิบเอาดอกอะโดนิสสีเหลืองสวยออกมาหนึ่งดอกจากช่อเล็กๆ...


 

“พี่ชายนายเป็นนักตอกย้ำรึไง หืมม~


 

ดอกอะโดนิส... สัญลักษณ์แห่งความทรงจำอันเศร้าสร้อย ผมยังเก็บคุณไว้ในใจด้วยความหมองเศร้ามิเสื่อมคลาย..


 

พี่เขาบอกให้ฉันดูแลนายให้ดีหละ ฮิมชาน....”


 

รอยยิ้มบางเบาปรากฏที่ริมฝีปากได้รูป นิ้วเรียวยังคงไกลเกลี่ยแก้มเนียนใสของนในรูปภาพด้วยดวงตาที่อ่อนล้าและเหม่อลอยราวกับคนไม่มีสติ...



 

“หืม แล้วก็นี่ กาแฟแบบที่นายชอบ... จุนฮงทำให้ฟรีเลยนะ หึหึ”


 

เสียงหัวเราะที่ราวกับเค่นออกทาจากความเจ็บปวดในส่วนลึกของจิตใจ ยงกุกเงยหน้าขึ้นจนสุด น้ำตาลูกผู้ชายยังคงไหนออกมาราวเขื่อนแตก...



 

“ฉันคิดตลอดเลยนะ ทุกทีที่ไปวันนี้ มีนายอยู่ นายอยู่ข้างๆฉัน ใช่มั้ย ฮิมชาน...”



 

ทำอะไรไม่ได้เลยหรือ ได้แต่มอง มองแบบนี้ มองดูคนรักมีใบหน้าที่เศร้าหมองและเปลอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย...


 

ยงกุกอา... นายเลิกร้องไห้ได้แล้วนะ ฉันอยู่นี่ไง คิมฮิมชานอยู่นี่ไง...



 

มือเล็กยื่นออกไปสัมผัสกับใบหน้าหล่อคมที่ปิดตาแน่นราวกับกำลังสะกดอารมณ์ของตัวเองอยู่...



 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันพัดผ่านไป เหมือนเขาเป็นเพียงแค่ลมที่ปัดผ่านร่างสูงนี้นั้น พระเจ้าต้องการอะไรกันทำไม... ทำไมท่านถึงต้องเล่นตลกกับความรักของเราสองคนแบบบนี้กันนะ...






 

โครมมม!!


 

“ฮิมชาน!!

 

เสียงทุ้มตะโกนลั่นเมื่อเห็นความผิดปกติจากอีกฝากฝั่งถนน ร่างเล็กที่บอกเขาว่าขอตัวไปซื้อกาแฟดื่มอีกซักแก้วด้วยใบหน้ายิ้มหวานที่สดใส บัดนี้กลับเปลอะเปื้อนด้วยของเหลวสีแดงสด ร่างโปร่งนอนนิ่งอยู่ภายใต้ท่อนเหล็กมากมายที่โถมทับร่างกายนั้น ใบหน้าขาวซีดที่แน่นิ่งนั้น... มันคืออะไร


 

ไม่รอช้า ไม่รอสัญญาณไฟ ขายาวก้าววิ่งออกไปยังอีกฟากถนนท่ามกลางเสียงแตรและเสียงเหยียบเบรคกลางถนน เสียงก่นด่าต่างๆไม่ได้ทำให้สติของยงกุกกลับมาแม้แต่น้อย เสียงกรีดร้องของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์มันกระแทกทุกความรู้สึก


 

“ฮิมชาน...”


 

เหมือนกับแรงที่ขามันหายไปหมด ร่างของยงกุกทรุดลงนั่งนิ่งตรงหน้าร่างที่ไร้การขยับเขยือน ดวงตาคมเหม่อลอยจับจ้องใบหน้าสวยที่เปลือกตาปิดสนิท


 

“ช่วย...”


 

“ฮึกก ช่วยด้วย เรียกรถพยาบาลให้หน่อย!!


 

และแม้ว่ารถพยาบาลจะมาก็จริง หากแต่ก็ไม่ทันการ ด้วยเพราะแท่งเหล็กอย่างหนักนั้นหล่นลงมาจากที่สูงกระแทกเข้าทั้งที่ร่างกายและศีรษะ คาดว่า ดวงวิญญาณของฮิมชานนั้นถูกพรากในทันที ถูกพรากไปโดยไม่มีการได้ตั้งตัว...


 

“ฮิมชาน!!!!


 

 

“ฮึกก ฮิมชาน...”


 

“ฉันอยากเจอนาย อยากกอด ฉันหนาวฮิมชาน ฉันอยู่ไม่ได้... ฉันอยู่ไม่ได้หรอกนะถ้าไม่มีนาย ฮิมชาน...”


 

เสียงทุ้มสั่นครือไปหมด เขาเจ็บ เจ็บที่กลางใจทุกครั้งที่นึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ภาพของร่างโปร่งที่นอนจบกองเลือดโดยมีแท่งเหล็กนั้บสิบทาบทับอยู่...


 

เขาอยู่ไม่ได้ เหงาเหลือเกิน เขากักเก็บตัวอยู่ในห้องแห่งนี้มานานเท่าไหร่ จะออกไปข้างนอกก็เพียงเพื่อจะหาอะไรกินเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ... เขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป เมื่อไม่มีฮิมชานอยู่ข้างๆกาย


 

“นี่ยงกุก ถ้าฉันตายไปนายจะทำอะไรเป็นมั้ยหึ!


 

เพราะร่างสูงที่เอาแต่ออดอ้อนให้ฮิชานทำนูนทำนี่ให้ตลอดเวลา จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าฮิมชานคนนี้จากยงกุกไป เจ้ายงกุกจะเป็นง่อยแดกตายไปรึเปล่านะ ทำอะไรเองไม่ยอมซักอย่าง...


 

“ไม่เอาหรอก.. ฮิมชานไม่ตายหรอก ถ้ายแล้วยงกุกจะอยู่ยังไง หืม~


 

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาก่อนจะดึงตัวฮิมชานมากอดไว้แน่น





 

กลับมาได้ไหม... ขาดฮิมชานไป เขากลายเป็นคนที่เหมือนมีชีวิตไปวันๆ มีชีวิตแต่ไม่มีเป้าหมาย...


 

ยงกุกอา... นาย


 

เคร้ง...



 

เสียงแก้วบนโต๊ะถูกปัดตก  ศีรษะหนักทิ้งลงกับพื้นโต๊ะอย่างแรง ทุกอย่างในห้องแน่นิ่งไป...



 

นิ่งเงียบราวกับเป็นห้องที่ไร้สิ่งมีชีวิต




 

 

แก้วน้ำสีสวย...  กับของเหลวสีใสสะอาด... ห่อยาสีขาวบริสุทธิ์

ถ้าบนโลกนี้ไม่มีนาย มันก็ต้องไม่มีฉันเหมือนกัน






------------------------------------------------------------------------

 

แฮปปี้เอนดิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง


 

#โดนกระทืบแหลก

ไหยบอกหวานๆไปกับบังชาน 5555555555555555555555555555555

แอร้กกกกกกกกกกกกก ตามนั้นแหละ ก็หวานนะ หวานๆดีออก...

กรั่กกกก ก ก ก

โอเคคค ค อันนี้เอามาโปรยให้อ่านกันเล่นๆเฉยๆเนาะ

รอเรื่องหลักกำลังปั่น แต่แหมะ -3-

เน็ตมันไม่ค่อยดีมาหลายวัน + อารมณ์ที่ไม่อยู่สุขของคนเขียน

555555555555555

ช่วงนี้ชีวิตโดนทำร้ายมากเกินไป ฮ่าๆๆ ๆ ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ

เรื่องหลักคงจะคัมมิ่งซูนเร็วๆนี้ มั้งนะ มั้งงงงงงงง ม้างงงงงงงงงงงงงงงง  -  -

ฮิ อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปไหนนะ เค้ารักทุกคนนนน <3 5555555555

ติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ คนเขียนจะมาเมื่อโลกต้องการ <3 55555555555555


 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #207 Tuang_Zzaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 08:06
    มาดาม เฮียตามมาดามไปแล้วนะ ต่อจากนี้ก็ได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ว TTwTT เศร้า
    #207
    0
  2. #194 Som O Usanee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 03:22
    โล่คือมีความลับอะไรอะ เหมือนรู้จักยองแจป่ะ
    #194
    0
  3. #174 nutt hottest (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 15:28
    หวานมดขึ้นเลยไรต์ / โถ่ววว ตายหมดซะงั้น เศร้าอ้ะ สงสารเฮีย พี่ฮิมมารับเฮียไป~
    #174
    0
  4. #143 ha_ana (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 19:35
    สงสาร ยงกุก มากอ่ะ แบบ ฮือ TToTT น้ำตาไหลเลยอ่ะ แงงง
    #143
    0
  5. #142 MicKy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 10:54
    ร้องไห้เลยอ่ะ นี่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งใช่มั๊ยอ่ะ ตอนแรกว่าแล้วทำไมมันแปลกๆ

    แต่ไม่คิดว่าฮิมจะตายอ่า สงสารยงกุกอ่ะ ไม่คิดเลยว่าจะจบแบบนี้

    ฮือออออ
    #142
    0