Killing camp ลับ ลวง ล่า [yaoi B.A.P]

ตอนที่ 13 : Nine shot [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 56







 

Nine shot

 




 

 

 

กลิ่นเหม็นสาปติดปลายจมูก กลิ่นของเหลวสีแดงสด คราบโลหิตกระจัดกระจายทั่วทุกมุมห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ไม่เว้นแม้แต่บนเรือนร่างของเด็กน้อยผิวขาวที่นั่งขดตัวด้วยลมหายใจรวยรินอยู่ ร่างชายหญิงสองคนตรงหน้าเด็กน้อยชะโลมไปด้วยโลหิตเหนียวหนืด ไม่ต่างกัน

 

 

จะต่างก็เพียงแค่เด็กน้อยยังมีลมหายใจ...

 

 

ดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างขึ้น ยามที่จับจ้องไปยังร่างสองร่างนั้น เสียงแหบแห้งพึมพำออกมาไม่ได้ศัพท์ แม่แต่เสียงสะอื้นไห้ยังไม่สามารถจะเปร่งออกมาได้

 

 

เบื้องหน้า ยังมีอีกร่างที่ยืนเด่นสง่า ผิวขาวราวน้ำนม กับ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอันแสนเวทนาที่มุมปาก

 

 

ตัวเขานั้นไม่ใช่เด็กน้อย...

 

 

อายุเขามากพอที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า

 

 

ร่างสองร่างคือบิดา มารดา

 

 

และอีกร่างที่ยืนเด่นสง่า คือ... น้องชาย...

 

 

 

 

เฮือก!

 

 

“...”

 

 

ใบหน้าติดหวานซีดหม่นลงพร้อมกับลมหายใจหอบถี่หนักๆอีกทั้งเหงื่อกาฬที่ไหลชื้นตามขมัยขาว ยูยองแจ ลืมตาตื่นขึ้นจากภาพฝันร้ายที่น่าขยะแขยง เมื่อนึกถึงภาพนั้น ความสะอิดสะเอียนก็เริ่มเล่นงานอีกครา ใบหน้านั้นเหยเกอย่างไม่อยากจะนึกถึง ก่อนจะสะดุดกับความคิดบางอย่าง

 

 

นอกจาก ร่างของ พ่อ แม่...

 

 

ยังมีอีกคนนึง...

 

 

เขามีน้องชาย?

 

 

“ไม่จริงหน่า...”

 

 

หากเป็นอย่างนั้นจริง ยูยองแจกลับนึกอะไรไม่ออกซักอย่าง ยิ่มนึกก็ยิ่งปวดหัว ได้แต่สะบัดหัวแรงๆหวังจะสลัดความคิดแปลกๆออกไป มือขาวสั่นเทาล้วงไปในกระเป๋นกางเกงตัวเองก่อนจะหยิบบางสิ่งขึ้นมาดู

 

 

บางสิ่งที่เขาเอาออกมาพร้อมกับอิสระภาพแห่งการหลบหนี...

 

 

รูปถ่ายของเด็กน้อยสองคนที่ยืนกอดคอกัน

 

 

นีไม่ใช่เวลาที่เขาจะมามัวอ่อนแอ จริงที่ยองแจต้องการทำตอนนี้คือติดต่อกับบังยงกุกให้เร็วที่สุด

 

 

ท่อนขาอ่อนแรงพาเจ้าของร่างไปหยุดที่ตู้โทรศัพท์สีแดงสด มือบางกดหมายเลขปลายทางด้วยความเคยชิน ทั้งยังภาวนาในใจให้อีกคนรับสายไวๆ

 

 

ติ๊ด

 

 

แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความว่างเปล่าเมื่อเขาไม่สามารถจะติดต่อปลายสายได้

 

 

ไม่รู้ว่าปานนี้จะเป็นยังไงบ้าง...

 

 

หลายวันแล้วที่ยูยองแจพยายามติดบังยงกุกแต่ก็ไม่สามารถ หากเป็นแบบนี้ต่อไป...

 

 

เขาคงต้องวกกลับไปที่นั่นด้วยตัวเอง

 

 

กลับไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ...

 







 

 

“กี่วันแล้ว ที่แดฮยอนฮยองเป็นแบบนี้?

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัด ทิ้งตัวลงนอนเอกขเนกกับโซฟาสีดำสนิทที่ตั้งอยู่กลางห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง สายตาวิตกกังวลทอดมองไปยังร่างของพี่ชายผิวแทนที่ในมือข้างหนึ่งกำกระป๋องเบียร์แน่น กับอีกข้างที่คีบติดมาโบโล่กลิ่นมิ้นต์อ่อนๆไว้ ข้างกายนั้นระเกะระกะไปด้วยกระป๋องเครื่องดื่นแอลกอฮอล์ที่ไม่สามารถนับจำนวนได้ ควันขาวอัดเข้าปอดแน่นๆก่อนจะถูกปลดปล่อยออกมา เรียกเสียงถอนหายใจยาวๆจากคนที่นั่งมองอากัปกิริยาเหล่านั้น

 

 

“ตั้งแต่ ยูยองแจ หายตัวไป”

 

 

เสียงเบาหวิวตอบออกมาจากคนด้านหลังคอมพิวเตอร์จอยักษ์ โดยจงใจเน้นหนักที่ชื่อของใครบางคน จนทำให้คนที่กำลังขาดสติเลื่อนรอยอยู่ถึงกับชะงักข้าง ดวงตาคล้ำช้ำ เหลือมองคนพูดก่อนจะสูดควัรขาวเข้าไปหนักๆอีกครั้ง ก้านนิโคตินถูกทิ้งลงกับพื้นห้องตามด้วยแรงขยี้จากรองเท้าหนังดำขลับของผู้เป็นเจ้าของ ร่างนั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าจอคอมยักษ์

 

 

“หาข้อมูลของกรมตำรวจ...”

 

 

เสียงทุ้มติดแหบพร่าเอ่ยออกมาช้าๆ เรียกให้คนที่นั่งอยู่ต้องเงยน้าขึ้นมามองด้วยความมึนงง

 

 

หาข้อมูลกรมตำรวจ?

 

 

ใช่ว่ามุนจงออบไม่เคยทำ เขากลับทำมันจนชินด้วยซ้ำ ไปการแฮคข้อมูลต่างๆของกรมตำรวจมาเป็นของตัวเองหนะ มันง่ายซะยิ่งกว่าให้เขาขยับตัวเสียอีก หากแต่คำพูดกำกวมที่ไม่แน่ใจว่าต้องการให้หาข้อมูลเรื่องอะไรมันทำให้เขา งง เสียมากกว่าว่าคนพูดต้องการอะไร

 

 

“หมายถึง?

 

 

“ข้อมูลคดีของพวกเรา รวมทั้งตำรวจและสายสืบที่สืบคดีของเรา...”

 

 

เพียงเท่านั้นก็แทบจะเข้าใจ มุนจงออบพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลงมือทำอะไรบางอย่าง ใช่ว่าไม่เคยหา เรื่องราวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีของพวกเขา แต่เท่าทีเคยลองเสาะหาดู ตำรวจหน้าโง่ ที่มีแต่ข้อมูลไม่ได้เรื่อง มันทำให้หงุดหงิดจนไม่อยากจะค้นหาต่อ

 

 

แต่ในเมื่อจองแดฮยอนถึงกับออกปากเอง คงมีอะไรบางอย่างที่คิดไว้ในใจ

 

 

“แดฮยอนฮยองจะเอาข้อมูลไปทำอะไรหรอ”

 

 

เด็กหนุ่มเจ้าของความสูงที่ดูจะล้ำหน้าอายุ เดินมาหยุดลงตรงหน้าคอมเช่นกัน สายตเด็กหนุ่มพราวระยับเมื่อจับจ้องบนจอคอมที่เต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆมากมาย

 

 

เพียงแค่จงออบใช้เวลากดคีย์อะไรมากมายก็ไม่รู้อยู่ไม่กี่ชั่วโมงข้อมูลต่างๆก็พาเด้งกันขึ้นมาให้พรึบ เยอะขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

รายงานเอกสารคดีอาชญากรลึกลับมากมาย

 

 

รายชื่อของ คิมฮิมชาน และ จองแดฮยอน พร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา ปรากฏเด่นชัดกว่าสิ่งอื่นใด

 

 

ในที่นี้มีทั้งที่มีมูลจริงและบิดเบือนตามการคาดเดาของผู้ที่เรียกตัวเองว่าความถูกต้อง หากแต่ความถูกต้องนั้นช่างแต่งเต็มไปด้วยความโง่เขลาไม่ทันเกมส์ของผู้ที่เรียกตัวเองว่าความผิดบาป หึ...

 

 

“ฮยองจะเอาอะไรก่อนหละ”

 

 

“รายชื่อของผู้ที่รับผิดชอบ ทั้งที่เปิดเผย และ ปิดเป็นความลับ”

 

 

ดวงตาคมที่แม้จะดูเลื่อนลอยไปบ้างหากกลับจับจ้องบนหน้าจอกว้างเขม็ง เส้นเลือดที่ขึ้นตรงขมับ เรียวคิ้วเค้มขมวดแทบจะติดกัน เพราะกำลังใช้ความคิด

 

 

“ผู้รับผิดชอบที่เปิดเผย มี  7 คน ปิดเป็นความลับ 4 คน ซึ่งหนึ่งคนที่ถูกปิดฮยองน่าจะรู้ดีว่าใคร...”

 

 

ไล่สายตาดูตามรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ทั้งภาพ ชื่อเจ้าของภาพ ตำแหน่ง หน้าที่ ล้วนปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด สมุดเล่มเล็กในกระเป๋าเสื้อถูกหยิบออกมาก่อนจะไล่จดชื่อทั้งหมดเรียงไปเรื่อย เรื่อยๆชื่อละหน้า จนถึงชื่อของใครบางคน... ยูยองแจ

 

 

ชื่อนี้ถูกละไว้ก่อนจะเขียนในลำดับหน้าท้ายสุดจากคนทั้งหมด 11 คน 11 หน้ากระดาษ

 

 

 

รอยยิ้มเล็กปรากฏบนใบหน้ารูปสลัก จองแดฮยอนไล่มองชื่อที่ถูกขีดเขียนด้วยลายมือหวัดๆของตัวเอง

 

 

“ฮยองจะเอารายชื่อไปทำอะไรหรอ”

 

 

เด็กหนุ่มอายุน้อยที่ยังคงมีความสงสัยมากมาย ยื่นหน้ามองมองสมุดเล็กๆที่จด 11 ชื่อของผู้รับผิดชอบไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายผิวแทน ที่อยู่ๆก็ยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมา ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นยังราวกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต

 

 

เดาอารมณ์ไม่ถูกเลยแหะ... พวกคนในความผิดบาปเนี่ย

 

 

“เราไปหาอะไรทำกันเถอะ จุนฮง...”

 

 

รอยยิ้มบางๆจากคนเป็นพี่ส่งให้กับเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าท่ามกลางความมึน งง ก่อนที่ใบหน้าอ่อนวัยจะแย้มยิ้มเล็กๆขึ้นมาเมื่อคิดอะไรบางอย่างจากการกระทำของคนตรงหน้าตนได้

 

 

“ฮยองหมายความว่า...”

 

 

มุนจงออบลุกขึ้นยืนเพื่อมองหน้าอีกสองคนที่แต้มด้วยรอยยิ้มชัดๆ เรียวคิ้วขมวดเล็กน้อย คล้ายว่าจะเข้าใจอะไรบางอย่างแต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก

 

 

“ก็แค่เล่นเกม ไล่จับ หนะ แต่เล่นกันสองคนมันคงไม่สนุกเท่าไหร่ ว่ามั้ย”

 

 

เสื้อเชิ้ตสีขาวสกปกถูกถอดออกร่างเรือนกายโปร่ง ก่อนจะสวมเชิ้ตดำตัวใหม่เข้าไปแทน เสื้อหนังคำมันถูกหยิบออกมาสวมทับ ยืมจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักหยิบวัตถุมีคมสีเงินวาว กับปืนพกขนาดเล็กใส่กระเป๋าเสื้อด้านใน

 

 

เสยผมที่จัดทรงไว้แล้วลวกๆ ก่อนจะเดินไปหาร่างสูงของเด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดที่แตกต่างจากตัวเองไปไกลโข เด็กหนุ่มอายุน้อย กับเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวสะอาดสกรีนลายสีทองเดนชัด ‘mercy’ ให้ตายเถอะ มันไม่เข้ากันกับคนใส่ในตอนนี้เอาซะเลย

 

 

แดฮยอนเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้น ก่อนจะเปิดสมุดเล่มเล็กในมือตัวเอง ฉีกหน้ากระดาษแผ่นที่สอง ที่มีอักษรชื่อหวัดๆเขียนไว้ ขยำมันใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของเด็กหนุ่ม ก่อนจะพาร่างของตัวเองเดินหายไปจากห้องกว้างที่ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ กับเสียงหัวเราะเบาหวิวในลำคอขาว

 

 

“...ระวังตัวบ้างก็ดีนะ”

 

 

จงออบพูดกับจุนฮงที่ยืนนิ่งๆอยู่หน้าบานประตู ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปนั่งลงตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม เด็กหนุ่มผิวปากอย่างอารมณ์ดี ยิ้มให้คนเป็นพี่ที่อายุไม่ได้ห่างจากตัวเองมากนัก

 

 

“อาริงาโตะ ~

 

 

สำเนียงภาษาญี่ปุ่นเปร่งเปรยออกมาจากริมฝีปากคนตัวสูง รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่มจนคนมองต้องลอบถอนหายใจเบาๆ มือขาวซีดหยิบอาวุธมีคมขนาดไม่สั้นไม่ยาวนักมาไว้ในมือ แกว่งๆดูตามความถนัด ก่อนจะได้อันที่ถูกใจ แล้วจึงเดินไปหาคนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าจอ

 

 

“ผมไปนะ”

 

 

เลิกคิ้วมองคนพูดด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีไม่ยักจะพูดอะไรที่ดูมีมารยาทแบบนี้ เพียงแค่ชั่วความคิด ริมฝีปากเย็นเฉียบก็กดทับลงมาเบาๆกับริมฝีปากตัวเอง มุนจงออบเบิกตาเล็กๆของตัวเองจนกว้าง แต่กว่าจะได้ต่อว่าอะไร เจ้าของรอยจูบก็กระโดดหายออกไปทางหน้าต่างกว้างเสียแล้ว

 

 

ไม่แปลกถ้าจะเรียกว่าเป็นสัมผัสเย็นเฉียบ...

 

 

เพราะมันเป็นสัมผัสที่วูบโหวงในช่วงท้อง รู้สึกอ้างว้าง เดียวดาย เจ็บปวด ผสมปนเปกันไป จนหน้าความอุ่นร้อนไม่ได้เลย

 

...

 

 

เหอะ

 

 

 

.
.
.
 

สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาที่แห่งนี้ทั้งที่ไม่อยากกับมาเท่าไหร่ แต่เขาว่ากันว่า ที่ๆอันตรายที่สุดคือที่ๆปลอดภัยที่สุด

ตึกที่เคยมีความทรงจำมากมายตกค้างอยู่... ตึกที่เคยเป็นสถานที่พักของเขา

 

 

“สวัสดีฮะ”

 

 

เอ่ย ทักทายคุณป้าเจ้าของหอที่ไม่ได้เจอกันนานซึ่งคาดว่าคงจะจำกันไม่ได้ไปแล้ว กำลังจะตัดสินใจเดินขึ้นยังชั้นบน แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้  รีบพาตัวเองวิ่งกลับไปที่สำนักงานหอพักอีกครั้ง มองส่องดูคุณป้าเจ้าของหอที่หัวเราะคิกคักเล่นกับเจ้าแมวตัวอ้วนสีขาว ก่อนจะตัดสินใจ เคาะประตู

 

 

“ขอโทษฮะ คุณป้า...”

 

 

“อ้าว!!ยองแจไม่ใช่หรอ ไม่ได้เจอกันนานเลย ป้านึกว่าจะไม่กลับมาแล้ว เกือบจะขายห้องทิ้งแล้วนะเนี่ยย”

 

 

เสียงแหบๆตามอายุเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อพิจารณาดูแล้วว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าตนคือใคร ที่แก็เป็นพ่อหนุ่มชื่อยองแจ ที่หายตัวไปนานจนนึกว่าจะไม่กลับมา นี่เอง

 

 

“แหะ ขอโทษครับ ผมมีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย เลยรีบกลับไปไม่ได้บอกนะฮะ คือ ผม...”

 

 

“อ๋อ ไม่เป็นไร กลับมาก็ดีแล้ว ที่บ้านโอเคแล้วซินะ พ่อหนุ่ม”

 

 

“ฮะ... คือผม ขอยืมโทรศัพท์ห้องคุณป้าหน่อยได้รึเปล่า?

 

 

คุณป้าผู้ใจดี วางแมวน้อยตัวอ้วนกลมสีขาวลงก่อนจะเปิดประตูให้ยองแจได้เข้ามาภายในห้องเป็นเชิงอนุญาต แมวตัวอ้วนเดินไปคลอเคลียแขกของห้องก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผละกับเท้ายองแจ เงยหน้ามองด้วยหน้าตาออดอ้อนจนคนถูกอ้อนอดทนไม่ไหวต้องอุ้มเจ้าตัวขนปุยสีขาวสะอาดมาอุ้มด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของคุณป้าเจ้าของหอ

 

 

ยองแจเดินไปยังโทรศัพท์ที่วางอยู่ริมในห้อง โดยที่ยังคงอุ้มแมวน้อยไว้ในอ้อมแขน หนีบหูโทรศัพท์ไว้ด้วยไหล่ซ้ายเพราะมือที่สารวนอยู่กับการลูบขนนิ่มๆ เบอร์ปลายทางถูกกดออกด้วยความไม่ลังเล

 

 

เพียงไม่นานปลายสายก็มีสัญญาณตอบครับ น้ำเสียงแหบพร่างกรอกมาตามปลายสายเรียกให้ยองแจระบายยิ้มออกมาอ่อนๆ

 

 

“ครับ ผมยูยองแจ...”

 

 

“ครับ ผู้บัญชาการคิม ผมจะเข้าไปเร็วๆนี้ อาจจะเป็นช่วงเย็น...”

 

 

“...”

 

 

“ขอโทษครับ ผมไม่ทราบจริงๆ เกี่ยวกับ บังยงกุก ขออภัยด้วย ครับ...”

 

 

ปลายสายถูกตัดไปแล้ว ยองแจถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะยิ้มให้กับเจ้าแมวน้อยในอ้อมกอด

 

 

แมวงั้นหรอ...

 

 

“โอ้ย!

 

 

สะดุ้งแทบจะทันทีเมื่อความเจ็บเบาๆแล่นแปล็บที่ปลายนิ้วโป้ง เมื่อเขี้ยวเล็กๆฝังลงเบาๆ ถึงจะรู้สึกเจ็บจนต้องาะดุ้งเฮือกเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ แต่ก็ไม่ได้ถูกกัดแรงมากจนเกิดเป็นแผล...

 

 

ไม่เหมือนแมวบางตัว ที่กัดเขาจนเป็นแผลสาหัญไปทั่วทั้งกายทั้งใจ...

 

 

“อะไรกัน ฉันแค่นึกถึงแวตัวอื่นก็ไม่พอใจรึไง ขอบคุณมากนะฮะคุณป้า”

 

 

ยองแจอุ้มเขย่าเจ้าแมวอ้วนสีขาวมาวางลงบนหน้าตักคุณป้าที่หัวเราะคิดคักกับหน้าจอทีวีที่ฉายซีรี่ย์วัยรุ่น ให้ตายเถอะ คุณป้าเจ้าของหอนี่ ถึงจะอายุมากแค่ไหนก็ยังมีความสุขกับการใช้ชีวิตจริงๆเลยนะ...

 

 

“อื้ม กุญแจห้องยังไม่หายใช่มั้ย หืมม”

 

 

คุณป้าละสายตามามอง ยองแจที่ยังยืนนิ่ง ด้วยสายตาที่หม่นหมองลง

 

 

“อะ อ๋อ ฮะ ไม่ฮะ ยังอยู่... ผมไปก่อนนะฮะ”

 

 

พูดจบก็รีบโค้งขอบคุณคุณป้ายกใหญ่ ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเองไป แม้ว่าห้องนี้จะเคยอันตรายแค่ไหน หากแต่ตอนนี้คงเป็นที่ที่เรียกได้ว่าปลอดภัยที่สุด

 

 

 

ประตูไม้เปิดออกอย่างเบามือ กลิ่มอับเพราะห้องถูกทิ้งไว้นานลอยมาปตะจมูกจนยองแจต้องเหยเกหน้าด้วยความขัดใจ

 

 

ภายในห้องกว้าง เฟอร์นิเจอร์ทุดอย่างถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวเช่นเดิมกับตอนที่เขาเดินจากออกมา เช่นเดียวกับเตียงนอนสีดำสนิท ก็ยังคงเป็นจุดหม่นหมองมืดหม่นจุดเดียวภาพในห้องที่ถูกคลุมด้วยสีขาว

 

 

มือเรียวจับผ้าคลุมขาวเปิดออกอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ลงมือจัดนู่นนี่ไปเรื่อยเท่าที่วันนี้พอจะจัดได้

 

 

ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวไม่ใหญ่มากนัก มือขาวค้นหาบางอย่างในกระเป๋า กล่องโทรศัพท์ใหม่ถูกหยิบออกมาก่อนจะบรรจงค่อยๆแกะอย่างเบามือ รอยยิ้มเล็กๆจุดขึ้น ราวกับนี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เหมือนว่าไม่ต้อวมีอะไรให้คิดมาก หากแต่เมื่อคิดได้

 

 

ภายในใจนั้นเต็มไปดวยความหนักอึ้ง ภาระหน้าที่มากมาย ทำห้ไม่สามารถใช้ชีวิตในอุดมคติได้ ชีวิตที่สวยงามอย่างที่วาดฝันไว้อยากจะให้เป็น มันพังทลายลงตั้งแต่คืนที่เขาสูญเสียสิ่งสำคัญ และ วันที่เขาได้เลือกก้าวมาอยู่ในจุดนี้...

 

 

“เฮ้ออ”

 

 

เขาว่ายิ่งถอนหายใจอายุจะยิ่งสั้นขึ้น หากเป็นแบบนั้นจริงยูยองแจคนนี้จะเหลืออายุขัยเท่าไหร่กันแล้วนะ... คงจะถอนไปจนใกล้หมดแล้วหละซิเนี่ย...

 

 

จัดการอะไรเหมือนจะเริ่มเรียบร้อย เงยหน้ามองนาฬิกาสีขาวสะอาดที่เพิ่งเช็ดทำความสะอาด เปลี่ยนถ่านและยกขึ้นไปติดใหม่ ก็ใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว เขามีนัดกับสถานที่แห่งหนึ่ง ทำให้ต้องรีบรุดตัวเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อย

 

 

วิ่งก้าวลงบันไดด้วยเร่งรีบนิดหน่อย เพราะกลัวจะเสียเวลาเกินไป ปากชมพูอิ่มคาบแซนวิชแฮมที่คุณป้าเจ้าของหอแสนจะใจดีให้มาลองชิม เพราะเจ้า ฮานะ แมวสาวตัวขวุยของคุณป้าไม่ยอมกิน นี่เขาต้องมากินของเหลือจากแมวหรอเนี่ย

 

 

นึกไปก็ขำ แต่ก็รับมาด้วยน้ำใจของคุณป้า

 

 

ก้าวข้าขึ้นรถเมล์ปรับอากาศที่ผู้คนค่อนจะแออัดเล็กน้อยเพราะนี่ก็เป็นเวลาเลิกงาน รอยยิ้มเล็กๆปรับดับบนใบหน้าที่ติดหวานหน่อยๆ เหมือนว่าชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความธรรมดา หากแต่ไม่ใช่ เมื่อปลายทางที่ยองแจกำลังจะไป

 

 

คือ กรมตำรวจ... ที่เขาทำงานอย่างลับๆให้อยู่

 

 

 

“ขอโทษครับ”

 

 

เคาะประตูอย่างแสดงความมีมารยาท ก่อนจะค่อยๆผลักเข้าไปเมื่อได้ยินคำอนุญาตภายใน บุรุษในเครื่องแบบมากมายนั่ง

 

อยู่ที่โต๊ะรูปตัวยู บ้างก็ยืนอยู่ที่ข้างๆด้วยตำแหน่งที่ไม่ควรจะนังลงบนเก้าอี้ประชุม หัวโต๊ะ เป็นคนที่ได้ชื่อว่าใหญ่สุดในกรมตำรวจแห่งนี้ ผู้บัญชาการคิม คนที่เขาทำงานให้อย่างลับๆมาโดยตลอด

 

 

เอาง่ายๆ เขาก็คงคล้ายกับสุนัขรับใช้ของคนคนนี้

 

 

สุนัขรับใช้ที่ทำดีตอบแทนบุญคุญของผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชุบชีวิตที่กำลังจะพังทลายไปของเขา

 

 

“ไง ยูยองแจ หายไปนานเลยนะ ขาดการติดต่อ จนคิดว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วซะอีก”

 

 

เสียงทุ้มแหบพร่าของคนมีอายุเอ่ยขึ้น ยูยองแจเพียงแค่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาท่านผู้บัญชาการสูงสุดที่กวักมือเรียกให้เขาเข้าไปใกบ้ ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา

 

 

“ขอโทษครับ ที่ไม่ๆด้ติดต่อท่านเลย...”

 

 

“บังยงกุกหละ?

 

 

ลมหายใจสะดุดกึกแทบจะทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ พี่ชายร่วมหน้าที่ของเขา ซึ้งแม้แต่เขาเองยังไม่รู้เลยว่าหายไปไหน...

 

 

“ผมไม่ทราบ...”

 

 

“อะไรกัน ก็ทำงานด้วยกันทำไมไม่รู้หละ ? เพราะงี้ซิหน่า เด็กใหม่ๆทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง”

 

 

ไม่ใช่เสียงของผู้บัญชาการใหญ่ หากเป็นเสียงจากนายตำรวจที่คงมียศสูงพอตัวที่จะตำหนิติเขากลางที่ประชุมแห่งนี้ได้ใบหน้าชราวัยนั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจบางอย่าง ที่ได้ยินคำตอบว่า ไม่ทราบ ออกมาจาปากของเด็กรุ่นลูก อย่างยูยองแจ

 

 

“คุณปาร์ค ช่วยเงียบด้วย”

 

 

เสียงทรงอำนาจเอ่ยออกมาขัด เมื่อเห็นว่าชายอีกคนกำลังจะติติงอะไรคนของตัวเองอีกครั้ง กระแอมไอบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืนขยับใกล้เด็กหนุ่มที่ทำเพียงก้มหน้ายืนนิ่ง

 

 

“ไม่เป็นไร...”

 

 

สัมผัสบางเบา ลูบลงบนเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ยองแจเงยหน้าที่รู้สึกขอบตาร้อนพราวมา กระพริบถี่มองรอยยิ้มอบอุ่นตรงหน้า...

 

 

คิดถึง

 

 

พ่อ กับ แม่ เหลือเกิน...

 

 

“ผม... ผมยังดูแลคดีนี้ได้ใช่มั้ยครับ”

 

 

คำถามที่ดูไม่มั่นใจนักเอ่ยออกมา ใบหน้ายองแจติดประหม่าเล็กน้อยกลัวว่าการหายไปยาวนานนี้จะทำให้เขาหลุดจากการรับผิดชอบงานนี้ไป

 

 

“เดิมที่ก็อยู่ในชื่อที่ถูกปิดเป็นความลับอยู่แล้ว...”

 

 

“...”

 

 

“ก็ยังต้องทำต่อไปนะ ยูยองแจ”

 

 

สิ้นคำพูดของผู้มีอำนาจ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนหน้าชายหนุ่มทันที เอ่ยขอบคุณผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งหัวหน้า ผู้มีพระคุณ และ เจ้าของชีวิต ก่อนจะหันหลังไปเพื่อจะได้เตรียมการบางอย่าง

 

 

พลันสายตาเหลือบไปเจอผู้อาวุสโสคนเดิมที่กล่าวตำหนิเขาอย่างแรงจับจ้องมาด้วยสีหน้าดูถูกดูแคลน คนมีอายุมักไม่ไว้ใจในฝีมือของเด็กรุ่นใหม่ เขาว่ามันคงจะจริง

 

 

หากแต่คคนมีอายุจะมารู้เท่าทันอะไรคนที่อ่อนวัยกว่า รอยยิ้มเหยียดถูกส่งให้ชายชราเบื้องหน้า โดยไม่มีใครรับรู้นอกจากคนสองคน ชายอายุมากลุกขึ้นยืนแทบจะทันที ปลายนิ้วชี้ชี้ยังเด็กหนุ่มหน้าอ่อนด้วยอารมณ์โทสะ

 

 

“นาย!

 

 

“คุณปาร์ค!!  นั่งลงเถอะ”

 

 

เสียงประกาศิตทำให้ คุณปาร์คผู้เต็มไปดวยอารมณ์โทสะต้องนั่งลงกับที่ดังเดิม ยองแจทำเพียงแค่หันไปมอง ผู้บัญชาการใหญ่ด้วยสายตาละห้อยเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มบางๆให้ชายแก่ที่ยังคงอารมณ์คุกกรุ่น โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งในที่ที่ถูกจัดไว้ให้

 

 

จะว่าไปเขาก็คงไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก

 

 

จิตใจมนุษย์ยังเต็มไปด้วยความยโสโอหัง

 

 

กับคนที่เข้ามาไม่ดีด้วยหนะ ไม่มีใครอยากจะก้มหน้าอ่อนแอยอมให้โดนรังแกหรอก

 

 

ยิ่งกับเขา เขาที่เคยผ่านการถูกกระทำอย่างรุนแรงจากโลกภายนอกมามากมาย มีหรือ จะยอมก้มหน้ารับคำดูถูกง่ายๆโดยไม่คิดจะหาทางเอาคืนคำดูถูกนั้นเลย...

 

 

“หายไปได้อะไรมาบ้างหละ หืม”

 

 

เสียงทุ้มจากหัวโต๊ะ เอ่ยออกมา ยูยองแจ มองคนโดยรอบห้องก่อนจะเริ่มพูดอะไรบางอย่าง

 

 

“ได้มาหลายอย่างเลยครับ ข้อมูลบางอย่างที่แม้แต่ทางเรายังไม่ได้ หรือ ได้มาแต่ยังไม่แน่ชัด ส่วนเรื่องหลักฐาน หรือ ที่กลบดานของอีกฝ่าย...”

 

 

หยุดเพียงแค่นั้น ก่อนจะนึกไปถึงภาพห้องสีขาวกลิ่นฉุนยาที่เขาเคยนอน คอมพิวเตอร์ตัวยักษ์ที่มีเด็กหนุ่มคนนึงนั่ง

ประจำการตลอด โซฟาขนาดใหญ่กลางห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ห้องนอนอบอุ่นที่ดูแฝงด้วยความทรงจำ...

 

 

“ที่อยู่ผมยังไม่ทราบ หากแต่ รายชื่อ คนสำคัญของแก๊งค์อาชญากร ผมได้มาหมดแล้ว”

 

 

บางทีเขาควรเลือกพูดบางอย่างและเลือกจะไม่พูดบางอย่างเหมือนกัน...

 

 

“คิมฮิมชาน จองแดฮยอน มุนจงออบ ชเวจุนฮง”

 

 

รายชื่อนั้นถูกจดไว้โดยเลขาชายหน้าติดหวานที่นั่งติดกับท่านผู้บัญชาการคิม สองชื่อแรกยังพอเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนที่รับคดีนี้ หากแต่ สองชื่อหลังคงจะไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่ ราวกับสองชื่อหลังคือบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในการคาดเดาว่าจะเป็นตัวการสำคัญด้วย...

 

 

“อืมม... คุณปาร์ค ลูกชายคุณหนะ ทำไปถึงไหนแล้ว”

 

 

“เอ่ออ”

 

 

ชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ย สะดุ้งทันทีที่ได้ยินคำถามที่ส่งมา ลูกชายของ คุณปาร์คคือหนึ่งในตำรวจที่รับหน้าที่งานนี้และเป็น ตำรวจที่ได้รับการเปิดเผยชื่อว่ารับคดีนี้

 

 

“ผมคิดว่า...”

 

 

“เราน่าจะให้เขามาพูดเองงั้นหรือ?

 

 

“ครับ ผมคิดว่าแบบนั้น”

 

 

คุณปาร์คเอ่ย ขึ้นเรียกเสียงถอนหายใจจากผู้บัญชาการคิม พรืดยาว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มลงให้ ยูยองแจ ที่นั่งนิ่งอยู่ทางฝั่งตรงข้ามของชายชรามากเรื่องอย่างคุณปาร์ค

 

 

 

ผลัก!!

 

 

“ขออนุญาตครับ!!

 

 

นายตำรวจผู้น้อยที่ดูจะไม่รู้กาลเทศะผลักประตูห้องประชุมเข้ามาอย่างแรง เหงื่อชื้นซับไปทั่วใบหน้าอ่อนวัยนั่น เด็กหนุ่มหอบหายใจหนักๆ โก้งโค้งตัวด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการที่น่าจะวิ่งมาจากระยะไกล ด้วยเรื่องเร่งด่วนขนาดที่หน้ามือตามัวผลักประตูห้องประชุมที่เต็มไปด้วย ผู้อาวุโสเข้ามาโจ้งๆไร้มารยาทแบบนี้

 

 

“อะไร มีอะไรผู้หมวด ทาคาชิ”

 

 

ตำรวจหนุ่มไฟแรง แต่ออกอาการจะเกร็งๆในหน้าที่ บินตรงมาจากแดนอาทิตย์อุทัย เป็นหนึ่งในผู้ช่วยสืบคดีอาชญากรลึกลับ หากแต่ไม่ใช่ตัวหลักอะไรในหน้าที่ ชายหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นเดินมาหยุดตรงหน้าผู้บัญชาการคิม ด้วยอาการป้ำๆเป๋อๆ  ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั่วทั้งห้องประชุมแทบหยุดหายใจ โดยเฉพาะกับ คุณปาร์ค ที่ผลุนผลันลุกยืนทันทีที่เด็กหนุ่มต่างชาติเอ่ยจบ

 

 

“เราพบศพ ปาร์คแทจุน กับ คิมมีอา... ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี อาชญากรลึกลับ... ครับ”




 

 

----------------------------

เอ๊ะโย่วววววววววววววววว สนทนากับคนเขียนด้วยฟีลลิ่งคนละโลกกับฟิคค 55555

มาต่อแย้ว 100
%

อยากจะครายยยย คนอ่านหายหมดแล้ว ฮ่อล TT[]TT

5555555555555

มาอัพเพราะเจอเอ็มวีวันช้อตเวอเจแปนสาดโซ่ใส่อย่างจัง

อุทร๊ะ อะไรจะเอสเอ็มปานชะนี้

ทนไม่ไหว ขออัพนิสส ถึงจะขี้เกียจพิมพ์ 5555555555555555

ความซาดิสในตัวมันพุ่งพวยหลังจากดู นี่คึกมาก

55555555555555555555

ฟังดูแอบโรคจิตเบาๆ -_______-

นี่ได้แนวคิดมาจาก หนังแอล เบาๆ เมื่อวานเค้าไปย้อนดูมา

ฮ่อลลล -…….-

อารมณ์คล้ายกัน แต่ไม่ได้บ้าเลือดฆ่าตายทั้ง11 คนทีเดียวแบบไลท์เนาะ 55555555

คือ มาพิมพ์ทีก็รีไรท์ไปในตัว ไม่ค่อยจะได้ความแบบต้นฉบับที่เขียนไว้ในสมุด

ถามว่าทำไมดูมีฟิลลิ่งความเป็นญี่ปุ่นอยู่มาก เพราะ คนเขียน ชื่นชอบ ญี่ปุ่น

555555555555555555555555555555555555

โอเค เนาะ ส่วน นายทาคาชิ ปาร์คแทจุน คิมมีอา คุณปาร์ค ผู้บัญชาการ หรือ เลขาหน้าหวาน ตัวละคร ต่างๆนอกเหนือ บีเอพี ก็ จินตนาภาพเอาตามสะดวกได้เลย 55555555555555555555555

 

คนเขียนป๊อปขอตัวไปก่อนนะฮะ นะฮะ จะมาต่อเร็วๆนี้ (มั้ง) #โดนเสย  ชิบิ <3

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #216 MicKy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 17:30
    ที่แด้หายไปนี่ไปฆ่าสองคนนี้ใช่ป่ะ ฮือๆๆ พี่แด้เลิกทำแบบนี้เถอะ
    น้องโล่นับวันยิ่งดูน่ากลัวนะ เหมือนไม่มีอะไรแต่ลึกๆ แล้วสุดๆ เลย
    #216
    0
  2. #211 CHANNii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 08:55
    โล่โหดสุดอ่ะ =_=
    #211
    0
  3. #209 Tuang_Zzaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 14:40
    ปาร์คแทจุน นี่ ลูกชายคุณปาร์คป่าวอ่ะ??
    #209
    0
  4. #184 เบบี้มด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 01:41
    คิดถึงไรต์จุงงงงงง  
    #184
    0
  5. #183 เซโล่ดั้งแหมบ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 04:38
    แหมบเจื๋อนแน่เลย

    แอบเอารางวัลก่อนไปทำงานด้วยนะนั่น-0-
    #183
    0
  6. #182 CHANNii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 18:54
    โดนจัดไปแล้วสอง!!!
    #182
    0
  7. #181 nutt hottest (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 17:19
    อิแด้ฆ่าใช่ไหมนั่น!!
    #181
    0