คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 9 : บทที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,526
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

บทที่ ๘

เมื่องานบุญตอนเช้าเรียบร้อย แขกเหรื่อก็ทยอยกลับเรือน เหลือคนของเรือนท่านออกญาโหราธิบดี ออกญาโกษาธิบดี ออกพระวิสุทธสุนทร แลออกญาพระเสด็จ

“พ่อรามมิได้ปะหน้ากันนานโข ครานี้ไปว่าราชการที่ใดมาละ” ออกพระวิสุทธสุนทรถามขุนรามหลังจากนั่งคุยเล่นกันมาพักใหญ่

“สองแควขอรับ ครานี้ไปนานหน่อยแต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ เห็นทีครานี้จะได้อยู่กรุงศรียาว” ขุนรามตอบยิ้มๆ

“อืมๆ ดีแล้ว...เออ! เมื่อใดออเจ้าจะแต่งงงแต่งงานละ ออเจ้าก็อายุมากขึ้นทุกวันแล้วหนา”

ขุนรามยิ้มก่อนจะหันไปมองแม่เกศสิรินที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมากับแม่การะเกด แม่จันทร์วาด

“ก็คงเร็วๆ นี้แลขอรับ” ขุนรามตอบยิ้มๆ

ตึง!

พ่อเดื่อที่เห็นขุนรามมองแม่เกศสิรินก็กระแทกไม้ตะพดลงบนพื้นเรือนเสียงดัง ทำให้ทุกผู้ที่อยู่แถวนั้นตกใจกันทั่วหน้า

“เป็นกระไรพ่อเดื่อ” ออกพระเพทถามลูกชายที่กำลังกุมไม้ตะพดแน่น

“มิมีกระไรดอกขอรับ...ก็แค่แมลงข้าก็เลยบดขยี้มัน” พ่อเดื่อพูดเสียงเหี้ยมก่อนจะหันไปเลิกคิ้วกวนๆ ให้ขุนรามที่มองเขาอยู่ก่อน ขุนรามแค่นหัวเราะ

เกศสิรินที่เดินเข้ามาใหม่พ่อเดื่อก็กระชากแขนให้นางมานั่งข้างๆ ราวกับแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เกศสิรินหันมาตีแขนพ่อเดื่อเบาๆ ออกหลวงหนุ่มแค่ลูบกงที่โดนตี ก่อนจะคุยกับคู่หมายของตน

“ออเจ้าไปไหนมา”

“ลงไปส่งแขกสิเจ้าคะ”

“เยี่ยงนั้นเราลงไปนั่งเล่นข้างล่างกันเถิด ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาคุยกัน” พอพูดจบพ่อเดื่อก็จับแขนให้แม่เกศสิรินลุกขึ้น เกศสิรินพยายามจะสะบัดออกแต่ชายหนุ่มกงหน้าก็บีบแขนเธอแน่น

“ก็ดีเหมือนกัน ข้าว่าจะลงไปรับลมข้างล่างด้วย ไปด้วยกันเถิดแม่เกศสิริน” ขุนรามพูดขึ้นมาทั้งรอยยิ้ม

เกศสิรินยังไม่ทันตอบกระไร พ่อเดื่อก็พูดแทรกขึ้นมา

“มึงไม่ต้องมายุ่ง!

“ออกหลวงท่าน...” เกศสิรินหันไปหาหลวงสรศักดิ์ที่ทำท่าจะวางมวยกับขุนราม พ่อเดชพ่อเรืองที่เห็นท่าไม่ดีจึงเข้ามาห้ามปราม

“ไม่เอาน่า...ใจเย็นเถิด แม่เกศสิรินออเจ้าพาพ่อเดื่อไปข้างล่างเถิด” พ่อเดชพูดขึ้น เกศสิรินพยักหน้าก่อนจะลากแขนพ่อเดื่อให้ตามลงมาด้วยกัน ขุนรามทำท่าจะตามลงมาด้วย แต่ขุนเรืองจับไหล่เป็นเชิงห้าม

“อย่าเลยขุนราม ปล่อยให้คู่หมายเขาอยู่ด้วยกันเถิด เราคนนอกอย่าเข้าไปยุ่งกระไรเลย” ขุนเรืองพูดเน้นย้ำโดยเฉพาะคำว่าคู่หมาย ขุนรามอึกอักก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขารู้ว่านางมีคู่หมายแต่เขาไม่อยากให้นางต้องเจ็บปวด เสียใจ เพราะออกหลวงสรศักดิ์ยิ่งนิสัยใจคอของชายผู้นี้แล้ว คงทำให้นางเสียใจอยู่ไม่น้อย แต่หากเป็นเขา...

พ่อเดชเดินเข้ามาตบไหล่ขุนรามเบาๆ

“เขาสองคนมีวาสนาต่อกัน”

ขุนรามหันมามองขุนเดชแลขุนเรืองก่อนจะลอบถอนหายใจ

“...ข้าไม่ยอมแพ้ดอก” พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้พ่อเดชกับพ่อเรืองมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้า พลางเอาใจช่วยสหายของเขา

 

เกศสิรินพาพ่อเดื่อมานั่งเล่นรับลมที่ศาลาก่อนจะให้พวกบ่าวออกไป เมื่อเหลือเพียงแค่ทั้งสองคน เกศสิรินก็เลยพูดขึ้นมา

“ท่านเป็นบ้ากระไร ทำไมถึงไปหาเรื่องขุนรามเขาเยี่ยงนั้น”

“ช้ะ! นี่ออเจ้าเข้าข้างมันฤๅ!” พ่อเดื่อขึ้นเสียงอย่างโมโห ก่อนจะเงียบปากลงเมื่อเห็นสายตาของแม่เกศสิรินที่มองมา

“ข้าไม่ได้เข้าข้างเขา แต่ท่านก็ไม่น่าไปหาเรื่องเขา เขาไม่ได้ทำผิดกระไรไยจึงทำตัวนักเลงเช่นนี้”

“ก็มันคิดจะแย่งออเจ้า จะให้ข้าอยู่เฉยๆ ฤๅ!

เกศสิรินเลิกคิ้วเล็กน้อย

“แย่งข้า...แย่งทำไมข้ามิใช่สิ่งของเหตุใดต้องมาแย่งข้า”

“...แต่” พ่อเดื่อทำท่าจะแย้งขึ้นมา แต่เกศสิรินก็เอ่ยแทรกขึ้นมา

“ข้าเป็นคู่หมายท่านก็ต้องเป็นคู่หมายท่านตลอดไป หามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงท่านอย่าได้กังวลกระไรไป หากจะมีสิ่งใดที่เปลี่ยนก็ต่อเมื่อท่านไม่อยากได้ข้าเป็นคู่หมายนั้นแล”

“ไม่มีวันนั้นดอก” พ่อเดื่อตอบอย่างมั่นใจ เกศสิรินระบายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นชายกงหน้าเริ่มอารมณ์ดีแล้ว

“ข้าจักคอยดูเจ้าค่ะ”

เกศสิรินพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินขึ้นเรือน แต่หลวงสรศักดิ์ก็คว้าข้อมือบางไว้ เกศสิรินหันมามองอย่างสงสัย

“มิต้องขึ้นไปดอก อยู่กับข้านี้แล” พ่อเดื่อเอ่ยเสียงหวานออดอ้อน เกศสิรินไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ เขาตามเดิม พลางมองไปทางอื่น พ่อเดื่อยิ้มร้ายก่อนเอื้อมมือมาสัมผัสผมแม่เกศสิริน เกศสิรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้าพ่อเดื่อที่ยังเล่นผมเธออยู่

“มายุ่งกระไรกับผมข้าอีกเจ้าคะ” เกศสิรินปัดมือหลวงสรศักดิ์ออกแต่ไม่เป็นผล

“ผมออเจ้าหอมดี ข้าชอบ”

เกศสิรินเบ้ปากก่อนจะปล่อยให้พ่อเดื่อเล่นผมเธอ พ่อเดื่อที่กำลังพันผมแม่เกศสิรินเล่นที่ปลายนิ้วนึกกระไรบางอย่างได้จึงเอ่ยถาม

“ไยออเจ้าไม่เรียกข้าว่าคุณพี่”

เกศสิรินหันมามองหน้าพ่อเดื่อ

“ไยข้าต้องเรียก”

“ก็ข้าเป็นคู่หมายออเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าคุณพี่สิ” พ่อเดื่อตอบ เกศสิรินแค่นหัวเราะ

“ข้ากับออกหลวงท่านอายุเท่ากัน ไยข้าต้องเรียกข้าว่าคุณพี่”

“ช้ะ ออเจ้าจะดื้อดึงเถียงข้าไปไย ข้าบอกให้เรียกก็เรียกสิ”

“เอ้า! ก็ข้าไม่อยากเรียกจะทำไม” เกศสิรินเถียงขึ้นมา พ่อเดื่อกำไม้ตะพดแน่นก่อนจะยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ก็ได้ หากออเจ้าไม่เรียกข้าว่าคุณพี่ ข้าก็จะ...”

ฟอด!

พ่อเดื่อโน้มหน้ามาหอมแก้มแม่เกศสิริน เกศสิรินเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะยกมือลูบแก้มที่ถูกหอม

“หลวงสรศักดิ์!

พ่อเดื่อยักคิ้วให้และเอ่ยอย่างยียวน

“นี่แค่เตือน ต่อไปไม่จบที่แก้มแน่”

เกศสิรินกำมือแน่นอย่างโมโหก่อนจะเธอจะฟาดมือไปที่หลวงสรศักดิ์ ขุนรามกับออกญาพระเสด็จที่กำลังจะกลับเดินผ่านมาพอดี

“พ่อเดื่อ แม่เกศสิริน ข้ากลับก่อนหนาไว้คราหน้าข้าจักมาใหม่” ขุนรามพูดขึ้นตามองไปที่เกศสิรินอย่างหวานเยิ้ม พ่อเดื่อที่เห็นดังนั้นจึงโอบเอวแม่เกศสิรินไว้ก่อนจะหันไปยิ้มยียวนให้ขุนรามที่ทำหน้านิ่งเมื่อเห็นเขาโอบเอวแม่เกศสิรินไว้

“มิต้องมาบ่อยๆ ดอก” พ่อเดื่อตอบก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เกศสิรินที่เห็นผู้ชายสองคนที่ทำท่าจะตีกันอีกรอบ ก็เลยผละออกจากพ่อเดื่อก่อนจะเดินไปส่งออกญาพระเสด็จ พ่อเดื่อกับขุนรามที่ยังยืนจ้องกันอยู่ก่อนจะเป็นขุนรามที่หันหลังกลับไปก่อนเพราะพ่อของเขารออยู่ก่อนที่เรือของออกญาพระเสด็จจะแล่นออกไป

เกศสิรินที่กำลังเดินผ่านพ่อเดื่อกำลังจะขึ้นเรือนนั้น พ่อเดื่อก็คว้าข้อมือบางไว้ก่อนที่นางจะเดินหนีเขาไปอีก

“อย่าลืมที่ข้าบอกละ”

เกศสิรินเบ้ปาก

“ไม่เจ้าค่ะ” ก่อนจะสะบัดข้อมือแล้วรีบวิ่งขึ้นเรือนไปไม่ทันที่พ่อเดื่อตั้งตัว

พ่อเดื่อยิ้มก่อนจะนึกวิธีที่จะทำอย่างไร ไม่ให้อ้ายขุนรามมายุ่งกับแม่เกศสิรินอีก

 

ยังไม่ทันคิดแผนกระไร อ้ายตัวปัญหามันก็เสนอหน้ามาถึงเรือนอีกแล้ว!

“วันนี้ข้าเอาขนมมาฝากแม่เกศสิริน แลคุณหญิงกุสาวดีขอรับ เป็นขนมหวานเห็นแม่ค้าว่าเป็นที่ชื่นชอบของแม่หญิง”

อ้ายขุนรามที่(เสนอหน้า) หอบเอาขนมมาฝากแม่เกศสิรินแลคุณหญิงกุสาวดีกำลังนั่งกรองมาลัยอยู่ที่โถงกลางเรือน คุณหญิงกุสาวดียิ้ม

“ขอบน้ำใจออเจ้ามากหนา ที่ยังมีน้ำใจเอาขนมมาฝาก” เกศสิรินยกมือไหว้ ขุนรามรับไหว้และยิ้มหวานให้แม่เกศสิรินที่ดูจะชอบพอขนมของเขา จนพ่อเดื่อที่นั่งอยู่ใกล้แม่เกศสิรินทำหน้าบูดบึ้ง

เกศสิรินมองขนมหวานก่อนจะนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอเรียนมหาลัย ก็รู้ใช่ไหมว่าเรียนหมอมันเหนื่อยยากมากแค่ไหน ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย เวลาลงเวรมาถ้ามีของกินมามันจะเป็นอะไรที่ดีมาก เพราะฉะนั้นพวกผู้หญิงที่เป็นแฟนหรือที่กำลังจีบๆ กันเขาจะเตรียมขนม นม เนยมาให้พวกเพื่อนของเธอที่เป็นผู้ชาย แต่กลับกันถ้าเป็นผู้ชายที่เป็นแฟนหรือกำลังจีบเพื่อนผู้หญิงที่เข้าเวรด้วยกันเนี่ย มักจะส่งดอกไม้มาให้ซึ่งมันกินไม่ได้! บอกไว้เลยนะหากคิดจะจีบหมอหรือมีแฟนเป็นหมอเนี่ย สิ่งสำคัญคือเสบียงอาหาร ไม่ต้องส่งดอกไม้มาไม่ต้องการ (เพราะได้ดอกไม้ตลอด จนตอนหลังน้องชายรู้เขาก็ไปจัดการเจ้าพวกนั้น ทำให้เกศสิรินไม่มีทั้งดอกไม้และของกินมาให้อีกเลย)

“ขอบน้ำใจมากนะเจ้าคะที่เอามาให้” เกศสิรินตอบ ขุนรามยิ้มกว้างเกศสิรินเลยพูดต่อ “แต่คราวหน้าคราวหลังไม่ต้องเอามาให้อีกนะเจ้าคะ ข้าเกรงใจ”

“มิเป็นไรดอก ข้าตั้งใจ” ขุนรามตอบตามตรง เขาไม่รู้สึกลำบากดอก ที่เอามาให้ก็อยากมาเห็นแม่เกศสิรินเพียงเท่านั้น

เกศสิรินยิ้มรับก่อนจะตอบไปตามตรง

“อย่าเลยเจ้าค่ะ ใครเห็นเขาจะว่าข้า ว่าเป็นแม่หญิงสองใจมีคู่หมายแล้วยังรับขนมจากชายอื่นอีก เห็นทีจะไม่งาม”

ขุนรามนิ่งอึ้งไป พ่อเดื่อที่นั่งข้างๆ แม่เกศสิรินลอบยิ้มอย่างสะใจ สมน้ำหน้า!

“เช่นนั้นฤๅ...” ขุนรามที่พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติกล่าวอย่างเลื่อนลอย

“เจ้าค่ะ แต่ครานี้ข้าจักรับไว้ในฐานะเพื่อน นะเจ้าคะ” เกศสิรินยิ้ม ขุนรามเงยหน้ามองเกศสิรินเขาได้ยินนางเน้นย้ำคำว่าเพื่อนชัดเจน ขุนรามพยายามยิ้มก่อนจะพยักหน้า

เกศสิรินยิ้มก่อนจะหันมามองพ่อเดื่อที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว เขารู้อยู่แล้วว่าแม่เกศสิรินไม่ได้คิดกระไรกับขุนรามแต่มิมีแม่หญิงที่ใดจะกล้าปฏิเสธผู้ชายอย่างตรงไปตรงมาเยี่ยงนางทำ จนเขารู้สึกโชคดีมากที่ได้นางมาเป็นคู่หมาย

จนตะวันลาลับขอบฟ้าไปเกศสิรินที่กำลังเข้าหอนอนก็เห็นพ่อเดื่อมายืนดักรอ

“มีกระไรเจ้าคะ จะมาหาเรื่องข้าฤๅ”

พ่อเดื่อยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัว

“มิได้ ข้าแค่อยากอยู่กับออเจ้าไม่ต้องมีคนมารบกวน” เกศสิรินพยักหน้าเล็กน้อย พ่อเดื่อเลยถามต่อ “เหตุใดออเจ้าถึงปฏิเสธน้ำใจขุนรามเยี่ยงนั้น มันก็เอาขนมมาฝากออเจ้าเฉยๆ หากรับไว้ข้าก็ไม่ว่าดอก”

พ่อเดื่อโกหก ใช่ จะรับของมันทำไม อ้ายขุนเวรนั่น! เกศสิรินแค่นยิ้มก่อนจะตอบ

“งั้นไว้ข้าเอาขนมไปให้เขาแล้วบอกว่าเรื่องเมื่อกลางวันข้าพูดเล่นดีฤๅไม่เจ้าคะ”

“มิต้อง! จักเอาไปให้มันไปไย ฮะ!” พ่อเดื่อขึ้นเสียงเล็กน้อย

“หึ ข้าหยอกเล่นไยต้องโมโหเล่า”

“...ข้ามิได้โมโหเสียหน่อย” พ่อเดื่อเฉไฉ เกศสิรินหัวเราะเบาๆ นั้นทำให้พ่อเดื่อถึงกับหยุดมอง ตั้งแต่นางมาอยู่นี่เขายังไม่เคยเห็นนางหัวเราะเลย แม้จะหัวเราะเบาๆ แต่ท่าทางนั่นทำให้เขาลอบยิ้มออกมา

“ค่าๆ ข้าเชื่อ เข้านอนเถิดเจ้าค่ะ ฝันดีนะเจ้าคะ” เกศสิรินบอกก่อนจะหันหลังกลับเข้าหอนอน แต่พ่อเดื่อไวกว่าคว้าข้อมือบางไว้ก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มแม่เกศสิริน

“อย่างนี้ฝันดีกว่าเยอะ” พ่อเดื่อยิ้มก่อนจะเดินเข้าหอนอนไป ทิ้งไว้แค่สัมผัสจางๆ ที่แก้มเกศสิรินที่ร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอลูบแก้มที่ถูกหลวงสรศักดิ์สัมผัสก่อนจะยิ้มออกมา

พ่อคะ สงสัยหนูจะชอบผู้ชายแบดบอยอย่างที่พ่อเคยกังวลแล้วล่ะค่ะ

 

ผ่านมาหลายเดือนก็เป็นฤกษ์จัดงานแต่งแม่การะเกดและขุนศรีวิสารวาจา โดยที่แม่การะเกดต้องมาอยู่ที่เรือนออกพระวิสุทธสุนทร แม่จันทร์วาดและแม่เกศสิรินก็ขอมาอยู่ด้วยเป็นเพื่อนแม่การะเกดไม่ให้เหงา ตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้วพรุ่งนี้ก็เป็นงานแต่งการะเกดนอนไม่หลับเลยมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูพระจันทร์กลมโต เกศสิรินที่กำลังคุยกับแม่จันทร์วาดอยู่หันมาเห็นน้องสาวของเธอที่กำลังมองพระจันทร์พลางยิ้มเล็กยิ้มน้อยเลยพูดแซวอย่างหมั่นไส้ไม่ได้

“แหม มองพระจันทร์แล้วคิดถึงใครละจ๊ะ ถึงยิ้มเล็กยิ้มน้อยแบบนั้น”

 การะเกดหันมายิ้มเขินๆ แม่จันทร์วาดหัวเราะเบาๆ

“เปล่าเสียหน่อย...ข้าแค่...ตื่นเต้น”

“ตื่นเต้นที่จะได้เข้าหองั้นฤๅ” แม่จันทร์วาดแกล้งแหย่ การะเกดเลยหน้าแดงเล็กน้อยทำให้เกศสิรินหัวเราะเบาๆ เล็กน้อย

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่ฤๅ ตอนออเจ้าเข้าหอออเจ้าตื่นเต้นฤๅไม่” การะเกดถามแม่จันทร์วาดผู้มีประสบการณ์อาบน้ำร้อนมาก่อน

อ่อ เมื่อเดือนที่แล้วแม่จันทร์วาดแลขุนเรืองอภัยภักดีทั้งสองได้ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ต่อมาก็ถึงคราวของแม่การะเกดแลขุนศรีวิสารวาจาที่ได้ฤกษ์ยามงามดีแต่งเสียทีหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคหลายๆ อย่าง

แม่จันทร์วาดยิ้มหวาน

“ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ถึงตอนนั้นออเจ้าก็ไม่ได้คิดกระไรมากดอก”

การะเกดพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมาถามเกศสิรินที่กำลังนอนเล่นอยู่

“แล้วเมื่อใดพี่หญิงกับหลวงสรศักดิ์จะแต่งงานกันเล่า พี่หญิงก็ดูชอบพอเขาแล้วไยเล่นตัวนัก”

เกศสิรินขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ไม่ได้ชอบเสียหน่อย อย่ามากล่าวหาข้านะ” เกศสิรินโกหก การะเกดมองหน้าแม่จันทร์วาดที่กำลังยิ้มอย่างล้อเลียน ไม่ต้องให้ใครมาบอก แค่เห็นอาการของทั้งคู่พวกเธอก็รู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปมากกว่าตอนแรก

เกศสิรินที่เฝ้าบอกว่าหลวงสรศักดิ์ผู้นี้ก็คือผู้ชายที่เจ้าชู้ มีเมียมากเป็นโขยงอย่างไรเสียเธอก็ไม่รักเขาแน่นอน แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงจะแค่ไม่นานเขาแสดงให้เธอเห็นว่าเขา (น่าจะ) รักและจริงใจกับเธอมาก แต่เธอไม่อยากให้ใจเขามากเพราะบรรดาเมียของออกหลวงท่านยังคงมาราวีเธออยู่ไม่เลิกรา แต่กระนั้นเธอก็ยังทำเฉยไว้ก่อน แต่ถ้ามันมากเข้าเธอคิดว่าสักวันเธอต้องทำกระไรสักอย่างเพื่อหยุดแม่พวกนั้น

“ทำเป็นปากแข็งไปเถอะ มองจากดาวอังคารลงมาก็รู้แล้วว่าพี่หญิงกับหลวงสรศักดิ์รักกัน จริงฤๅไม่แม่หญิงจันทร์วาด” การะเกดหันไปถามแม่จันทร์วาด นางพยักหน้ายิ้มๆ แม้จะไม่เข้าใจที่แม่การะเกดพูดเท่าไรแต่ก็ชินเสียแล้ว เกศสิรินเอามือปิดปากแสร้งหาวก่อนจะขอตัวไปนอนก่อน การะเกดและแม่หญิงจันทร์วาดมองหน้ากันก่อนจะหันมายิ้มขำในท่าทีกลบเกลื่อนของพี่หญิง เอาเถิด หลอกคนอื่นน่ะหลอกได้แต่หลอกหัวใจตัวเองไม่ได้ดอกหนา พี่หญิงเกศสิริน

 

มาถึงวันงานแต่งของขุนศรีวิสารวาจากับแม่การะเกด งานแต่งช่วงเช้าผ่านไปตามพิธี ก่อนจะเริ่มทำการซัดน้ำกันพวกเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวต่างก็พากันเบียดเจ้าบ่าว เจ้าสาวให้อยู่ใกล้ๆ มีทั้งรอยยิ้ม ทั้งเสียงหัวเราะของแขกในงาน แม้วันนี้แม่มะลิจะมาไม่ได้แต่นางก็เอาขนมมาช่วยในงาน ขุนรามที่วันนี้แต่งตัวมาหล่อเหลาทำให้สาวๆ ในงานที่ยังไม่ออกเรือนต่างพากันส่งสายตาหวานให้เขา แต่แม่หญิงคนเดียวที่เขาสนใจคือ แม่หญิงเกศสิรินที่วันนี้แต่งตัวงาม น่ามองแต่ก็มองนานมิได้ เพราะคู่หมายนางยืนถือไม้ตะพดชี้หน้าขู่อาฆาตเขาอยู่

“ขอให้มีความสุขมากๆ นะ มีอะไรก็คุยกันดีๆ เข้าใจไหม” เกศสิรินจับมือการะเกดพร้อมทั้งอวยพรขอให้ชีวิตคู่ของพวกเขามีแต่ความสุข

ตอนนี้เป็นพิธีส่งตัวเข้าหอ ผู้หลักผู้ใหญ่ต่างอวยพรให้คู่บ่าวสาวให้มีความสุข การะเกดน้ำตาคลอก่อนจะกอดเกศสิรินเธอลูบหัวการะเกดเบาๆ พ่อเดชเข้ามาโอบกอดแม่การะเกดแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาแม่การะเกด ก่อนที่จะส่งคู่บ่าวสาวเข้าหอ เกศสิรินและหลวงสรศักดิ์ที่กำลังเดินทางกลับเรือนนั่งอยู่บนเรือเงียบๆ จนพ่อเดื่อเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง

“เมื่อใดออเจ้าจะแต่งกับข้า”

เกศสิรินที่คิดกระไรเรื่อยเปื่อยหันมามองหน้าหลวงสรศักดิ์ก่อนจะตอบ

“เมื่อใดก็เมื่อนั้นแหละเจ้าค่ะ อย่าเร่งข้านัก”

“ออเจ้าไม่ไว้ใจข้าฤๅ”

เกศสิรินเงียบไปเล็กน้อย “...ก็เปล่าเจ้าค่ะ”

พ่อเดื่อมองหน้าเกศสิรินก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ก็ได้ ข้าจะไม่เร่งรัดเจ้าแล้วกัน” พูดจบเขาก็หันหน้าหนี เกศสิรินมองแผ่นหลังของหลวงสรศักดิ์ก่อนจะระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งเอื้อมมือไปจับมือหลวงสรศักดิ์ พ่อเดื่อที่ถูกจับมือสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้าแม่เกศสิรินที่ยิ้มให้เขาอยู่ พ่อเดื่อยิ้มก่อนจะพลิกมือกุมมือแม่เกศสิรินไปจนถึงเรือนอย่างเงียบๆ ไม่มีทั้งคำพูดใดๆ ออกมามีแต่สัมผัสของเขาและเธอที่ก่อตัวขึ้น

 

“ออกหลวงท่านมิมีไปราชการที่ใดฤๅเจ้าคะ” เกศสิรินถามเมื่อเห็นว่าชายคู่หมายของเธอนุ่งโสร่งอยู่บ้านอีกแล้ว เธอมาอยู่ก็หลายเดือนแล้วแต่นานๆ ทีจะเห็นเขาออกไปราชการที จนเธอนึกสงสัยว่าเหตุใดตอนที่เธอยังอยู่ที่เรือนออกญาโหราธิบดีเขาถึงมาราชการบ่อยนัก

“ข้าอยากอยู่กับออเจ้า มิได้ฤๅ” พ่อเดื่อเงยหน้าจากหนังสือแล้วตอบคู่หมายของเขาหวังให้นางอายม้วนบ้าง แต่ก็คงได้แค่ฝันแหละเพราะนางตอบรับกลับมาด้วยการขมวดคิ้วยุ่งใส่ ก่อนที่เขาจะนึกกระไรบางอย่างได้

“เอาละ วันนี้ข้าว่างข้าจะพาออเจ้าไปที่ที่หนึ่ง ไปเตรียมตัวสะ”

“ที่ใด”

“เอาหน่า ประเดี๋ยวข้าพาไปข้าไปแต่งตัวก่อน ออเจ้าก็เตรียมตัวไว้ละ”

พูดจบหลวงสรศักดิ์ก็เดินไปทางหอนอนเขา เกศสิรินเอียงคอสงสัยก่อนจะเดินไปรอเขาที่โถงกลางเรือน เมื่อพ่อเดื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาแม่เกศสิรินไปที่คอกม้าเพื่อจะขี่ม้าไป

“มา ประเดี๋ยวข้าอุ้ม...” ยังไม่ทันที่พ่อเดื่อพูดจบเกศสิรินก็กระโดดขึ้นม้าโดยที่พ่อเดื่อทำหน้าเหวอ

“อ้าว ออกหลวงท่านว่ากระไรนะเจ้าคะ” เกศสิรินมองลงมาถามพ่อเดื่อที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมม้า เกศสิรินร้องเบาๆ อย่างตกใจก่อนที่พ่อเดื่อจะบังคับม้าให้เดินไป

“ออเจ้าขี่ม้าได้ฤๅ” พ่อเดื่อถามแม่เกศสิรินที่นั่งข้างหน้าเขา เกศสิรินเอี้ยวหน้าหันมามองเล็กน้อยก่อนจะตอบ

“ใช่เจ้าค่ะ”

“หึ มีกระไรที่ออเจ้าทำไม่ได้บ้าง”

“อืม...ไม่รู้สิเจ้าคะ” เกศสิรินตอบอย่างไม่ใส่ใจ พ่อเดื่อที่บังคับม้าลอบสูดกลิ่นหอมจากเส้นผมของแม่เกศสิรินก่อนจะเอาคางวางเท้าไหล่ลาดแม่เกศสิริน นางแค่หันมามองเล็กน้อยก่อนจะหันมองทางข้างหน้าเธอไม่ได้ผลักไสเขา

จนเมื่อมาถึงจุดหมายที่พ่อเดื่อพามา มันเป็นทุ่งกว้างมีต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นสุดลูกหูลูกตา พ่อเดื่ออุ้มแม่เกศสิรินลงจากหลังม้าก่อนจะพาเดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะนั่งลงและฉุดให้นางนั่งลงด้วย

“นี่นะฤๅที่ท่านอยากพาข้ามา” เกศสิรินถามก่อนจะมองภาพบรรยากาศกงหน้า สีเขียวของต้นไม้ทำให้มองแล้วรู้สึกสบายตา ลมเย็นๆ พัดผ่านทำให้ไม่รู้สึกร้อนเลย หากเอากระดาษกับดินสอมาคงจะดีไม่น้อยเพราะภาพกงหน้ามันน่าวาดเก็บไว้จริงๆ

“ใช่ เวลาที่ข้าไม่สบายใจข้ามักจะมานั่งที่นี้ มานั่งกงนี้มันสบายใจดี” พ่อเดื่อตอบก่อนจะเอนหลังนอนราบ เกศสิรินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“แล้วท่านมากับใครละ เมียท่านฤๅ”

พ่อเดื่อมองเกศสิรินก่อนจะลุกขึ้นและขยับเข้าใกล้แม่เกศสิริน เอื้อมมือสัมผัสเส้นผมนางอย่างแผ่วเบา

“ก็ออเจ้าไง” คำตอบของพ่อเดื่อทำให้เกศสิรินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะจับมือพ่อเดื่อที่เล่นผมเธออยู่พลางแนบแก้มตัวเองกับมือพ่อเดื่อ

ท่าทีออดอ้อนของนางทำให้พ่อเดื่อโน้มหน้าเข้าใกล้แม่เกศสิริน เจ้าตัวก็ไม่ได้ถอยหนีก่อนจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่ริมฝีปาก พ่อเดื่อประทับริมฝีปากตัวเองที่ริมฝีปากแม่เกศสิรินอย่างแผ่วเบาจนเมื่อมีท่าทีแน่ใจแล้วว่านางไม่ได้ผละออก ก็ค่อยๆ เริ่มจูบอย่างนุ่มนวลและค่อยๆ ผลักร่างบางให้นอนราบก่อนที่เจ้าตัวจะขึ้นคร่อมร่างบางไว้ เกศสิรินยกมือขึ้นคล้องคอพ่อเดื่อก่อนจะเปิดรับจูบที่แสนอ่อนหวานอย่างเต็มใจ มันเป็นจูบแรกของเธอทำให้รู้สึกปั่นป่วนที่ช่วงท้องแต่ก็มีความสุขดี ทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานจนเกศสิรินรู้สึกแหมือนหายใจไม่ออกเลยยกมือขึ้นผละอกพ่อเดื่อ พ่อเดื่อถอนจูบช้าๆ อย่างเสียดายก่อนจะขบเม้มริมฝีปากล่างแม่เกศสิรินอย่างหยอกล้อ เกศสิรินหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะสบตาคนร่างสูงที่มองเธอ

“หากออเจ้าไม่ห้าม ข้าก็จะไม่หยุดแล้วหนา” พ่อเดื่อกระซิบคลอเคลียอยู่ข้างหูเกศสิริน

“...ข้าก็ไม่อยากห้ามนิเจ้าคะ” เกศสิรินยิ้มก่อนจะยกมือคล้องคอร่างสูงกงหน้าที่ส่งยิ้มร้ายให้เธอ

ก่อนที่พ่อเดื่อจะโน้มหน้าลงมาและทาบริมฝีปากกับริมฝีปากบางของแม่เกศสิรินที่แสนเย้ายวน ทั้งคู่เริ่มช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้อนแรงจนเกศสิรินเผลอขยุ้มเส้นผมของพ่อเดื่อ มือหนาปัดป่ายไปทั่วร่างบางอย่างเร่าร้อน พ่อเดื่อถอนจูบช้าๆ ก่อนจะสบตาคู่สวยของแม่เกศสิรินที่มองเขาอย่างเว้าวอน พ่อเสือร้ายยิ้มก่อนจะกดจูบที่ข้างแก้มของเธอก่อนจะไล้ริมฝีปากลงมาที่ซอกคอ ก่อนจะใช้ลิ้นเลียที่ซอกคอขาวร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะจิกหัวไหล่ร่างสูงไว้ พ่อเดื่อขบเม้มที่ซอกคอขาวของแม่เกศสิรินเจ้าตัวส่งเสียงเล็กน้อย เกศสิรินสบตากับพ่อเดื่อที่ละความสนใจจากซอกคอของเธอก่อนที่พ่อเดื่อจะจูบแม่เกศสิรินอย่างร้อนแรงทันที ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพลงปากเกี่ยวตวัดกัน มือเล็กๆ ที่จิกหัวไหล่ของร่างสูงอย่างต้องระบายความรู้สึก มือหนาปัดป่ายไปทั่วร่างก่อนจะเคล้นคลึงที่สะโพกสวยของร่างบาง ทั้งคู่ไม่รู้ว่าจูบกันมานานเท่าใดแล้วรู้แค่เพียงว่าพวกเขาไม่อยากหยุดมันเลย...

 

หลังจากที่เห็นว่าน่าจะเย็นมากแล้วสมควรแก่การได้เวลากลับ พ่อเดื่อก็พาแม่เกศสิรินขี่ม้ากลับมาที่เรือนก่อนจะกลับเรือนทั้งคู่ต่างลอบยิ้มให้กัน พ่อเดื่อที่นั่งช้อนหลังแม่เกศสิรินอยู่เอาคางวางเกยไหล่มนก่อนจะหอมซอกคอแม่ตัวดี เกศสิรินหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเอี้ยวตัวหลบ

“ถ้าไม่เห็นว่าใกล้จะมืดค่ำแล้ว ข้าไม่มีทางกลับดอกหนา” พ่อเดื่อพูดขึ้น เกศสิรินหัวเราะเบาๆ

“ท่านจะนอนกลางป่าฤๅ”

“หากได้นอนกับออเจ้านอนที่ใดก็เหมือนกันแหละ” พูดจบก็หอมแก้มร่างบาง

ฟอด!

“พอแล้วเจ้าค่ะ...แก้มข้าช้ำหมดแล้ว” เกศสิรินเกาแก้มตัวเองเขินๆ พ่อเดื่อหัวเราะในลำคอ เกศสิรินเลยถาม “ไหนว่าท่านเกลียดพวกฝรั่งมันนัก ไยรู้วิธีจูบแบบพวกฝรั่ง”

พ่อเดื่อเลิกคิ้วก่อนจะไหวไหล่

“มีเรื่องเดียวที่ข้าชอบเกี่ยวกับพวกมันก็คือเรื่องนี้แหละ”

“ท่านนี่มัน...” เกศสิรินถึงกับไปไม่ถูกเลยไม่ได้ตอบกระไรไป ก่อนที่พ่อเดื่อจะพูดขึ้นมาอีกว่า

“ข้าจูบออเจ้าเป็นคนแรก” เกศสิรินเอี้ยวหน้ามามองพ่อเดื่อ

“อย่ามาโกหกข้านะเจ้าคะ ท่านมีเมียเยอะแยะขนาดนั้นจะมาจูบข้าเป็นคนแรกได้อย่างไร”

“ข้าไม่ได้โกหก ข้าพูดเรื่องจริง”

เกศสิรินเบือนหน้าหนี เชอะ เชื่อก็โง่แล้ว พ่อเดื่อที่รู้ว่าแม่เกศสิรินไม่เชื่อเขาก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งนางโดยขบเม้มที่หูของนางเบาๆ เกศสิรินสะดุ้งก่อนจะหันมาทำหน้าดุชายคู่หมาย

“ท่านทำบ้ากระไร ประเดี๋ยวข้าตกม้าคอหักตายจะทำอย่างไร” เกศสิรินโมโหกลบเกลื่อน พ่อเดื่อยิ้มเล็กน้อยก่อนจะวางคางเกยไหล่บางของนาง

“ข้าไม่ยอมให้ออเจ้าเป็นกระไรไปดอก” ก่อนจะจูบที่ริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบาและนึกกระไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ว่าแต่เหตุใดออเจ้าถึงรู้วิธีจูบแบบฝรั่งละ”

เกศสิรินกลืนน้ำลายลงคอ จะตอบว่าอย่างไรละให้ตอบว่าดูจากหนังฝรั่งเหรอ เชื่อสิเขาต้องถามต่อแน่ๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้พ่อเดื่อ

“...ข้า...รู้มาจาก...แม่การะเกด! ใช่ แม่การะเกด ท่านก็รู้นิว่านางฉลาดปราดเปรื่องและยังรอบรู้เรื่องวัฒนธรรมพวกฝรั่งดีอีกด้วย ฮ่าๆๆ” ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนมาถามเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงได้อย่างไรเนี่ย!

พ่อเดื่อพยักหน้าอย่างเข้าใจที่นางอาจจะรู้มาจากแม่การะเกดก่อนจะเลิกสนใจใตร่ถามเมื่อเห็นเรือนของตนอยู่กงหน้า พ่อเดื่ออุ้มแม่เกศสิรินลงมาจากหลังม้าก่อนจะเอาม้าไปไว้ในคอกก่อนจะจูงมือแม่เกศสิรินเดิน

ก่อนที่พ่อเดื่อจะหยุดเดิน เกศสิรินหันมาเลิกคิ้วถาม

“มีกระไรเจ้าคะ”

พ่อเดื่อสบตาเกศสิริน

“ขออีกรอบได้ฤๅไม่”

เกศสิรินรู้ทันทีว่าพ่อเดื่อจะขอกระไรเลยตีแขนของพ่อเดื่อเบาๆ

“ท่านจะบ้าฤๅ เราอยู่ที่เรือนแล้วหนาประเดี๋ยวมีคน...” ยังไม่ทันเกศสิรินพูดจบพ่อเดื่อจะจูบปิดปากร่างบาง เกศสิรินค่อยๆ หลับตาลงก่อนจะขยุ้มเสื้อเนื้อดีของหลวงสรศักดิ์ ลิ้นร้อนๆ เกี่ยวตวัดลิ้นของร่างบางก่อนที่เกศสิรินจะทุบอกเบาๆ เพื่อให้หยุดพ่อเดื่อถอนจูบออกช้าๆ ก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองและส่งยิ้มร้ายให้สาวกงหน้าที่มองเขาตาเขียว

“นิดๆ หน่อยๆ ให้ข้าได้ชื่นใจบ้าง” เกศสิรินได้ฟังแล้วอยากจะทุบเขาแรงๆ สักทีแต่ก็ทำได้แค่มองเขาอย่างขัดใจแล้วตัดสินใจเดินหนีขึ้นเรือนไป พ่อเดื่อมองตามแผ่นหลังนางที่หายขึ้นเรือนไปก็เผยยิ้มออกมาก่อนจะเดินขึ้นเรือนตามนางไป

เมื่อขึ้นมาบนเรือนหลวงสรศักดิ์เห็นพ่อเขานั่งจิบสุราอยู่กลางเรือน เขาจึงเดินเข้าไปนั่งที่ตั่งว่างข้างๆ ออกพระเพทราชาที่เห็นลูกชายกลับมาจึงถามขึ้น

“ออเจ้าพาแม่เกศสิรินไปข้างนอกฤๅ วันนี้ทั้งวันเลยไม่เห็นเลย”

พ่อเดื่อที่กำลังรินสุราอยู่หันมาตอบผู้เป็นพ่อ “ขอรับ ข้าพานางไปเปิดหูเปิดตา”

ออกพระเพทราชาพยักหน้ารับก่อนจะสังเกตเห็นกระไรบางอย่าง

“อ้ายเดื่อ”

“ขอรับ”

“กระไรติดรอบๆ ปากเองวะ” ทันทีที่พ่อเขาถามจบพ่อเดื่อก็ใช้นิ้วมือเช็ดรอบปากก่อนจะพบว่าเป็น...

“รอยมันคล้ายกับ...”

“ข้าว่าข้าไปอาบน้ำดีกว่า ข้าขอตัวนะขอรับท่านพ่อ” ยังใม่ทันที่พ่อเขาจะตอบกระไรเจ้าตัวก็เดินหนีทิ้งให้พ่อเขาลอบยิ้มกับบ่าวของเขา

“รอยมันเหมือนสีชาดทาปากเลยนะขอรับ” อ้ายทองอ่อนพูดขึ้นทำให้พวกบ่าวไพร่ต่างลอบยิ้มเล็กน้อย ออกพระเพทราชาก็เลยพลอยยิ้มออกมา

“ฮ่าๆ สมกับเป็นลูกข้าจริงเว้ย”

“แหม ตอนออกพระท่านหนุ่มๆ นี่ก็ไม่เบานะขอรับ” อ้ายทองอ่อนเสริมทับก่อนจะโดนลูกถีบของเจ้าของเรือนกลิ้งหงายท้องทำให้บ่าวไพร่ที่เหลือต่างหัวเราะออกมาอย่างสมน้ำหน้ามัน

ออกพระเพทหัวเราะก่อนจะคิดในใจ ท่าทางข้าคงตอบรีบหาฤกษ์หายามให้พวกมันเข้าห้องหอไวๆ เสียแล้ว


________________________________________________________________________________________________

#แอบแวบมาหยอดเล็กน้อย ช่วงนี้ต้องการอะไรเยียวยาหัวใจหลังจากดู ENDGAME มา

#ยังสอบไม่เสร็จหรอกค่ะ แต่คิดถึงทุกคนเลยมาส่งการบ้าน ฮ่าๆ

#ฝากคอมเมนต์ติดตามให้กำลังใจด้วยนะคะ

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #77 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:32

    ทองอ่อนนายไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย555

    #77
    0
  2. #44 queenmzzzx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:57
    หนูเขินนนนคุณพี่เดื่อผู้อ่อนโยน แม่เกศสิรินนี่ก็แซ่บไม่เบาเลยนะคะ
    #44
    1
    • #44-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 9)
      4 พฤษภาคม 2562 / 00:16
      อ่อนโยนกับคนคนเดียวแหละพ่อเดื่อ คนอื่นเหรอ ไม่มีทางได้โดนไม้ตะพดฟาดแน่ ฮ่าๆ
      #44-1
  3. #41 Paone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 01:01

    อู้หู้วววๆๆแม่หญิงเกศริน
    คิดถึงไรท์มาก สู้ๆน่ะค่ะ
    #41
    1
    • #41-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2562 / 01:04
      นางแซ่บ ลืมภาพนางเอกที่แสนดีไปเลย ฮ่าๆๆ
      คิดถึงเหมือนกันนะคะ <3
      #41-1
  4. #40 xjploy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:44
    อุ้ย!!!!!!!!!!! ร้ายทั้งคู่555+
    ติดตามอยู่น่ะค่ะ
    #40
    1
    • #40-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2562 / 01:05
      พ่อเดื่อก็ร้าย แต่แม่เกศสิรินร้ายกว่า อิอิ
      ขอบคุณนะคะสำหรับการติดตาม :D
      #40-1