คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 10 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

บทที่ ๙

วันนี้ออกพระเพทราชามีรับสั่งเข้าเฝ้าขุนหลวงจึงออกไปละโว้ตั้งแต่เช้ามืด หลวงสรศักดิ์ที่มีว่าราชการที่ตลาดบ้านจีนก็ออกไปช่วงสายๆ กว่าจะกลับก็คงบ่าย คุณหญิงกุสาวดีที่ออกไปทำบุญที่วัดตั้งแต่เช้าและออกไปดูสินค้าที่พวกคนอินเดียเอามาขายกว่าจะกลับก็อีกนาน คราแรกเกศสิรินจะขอตามไปวัดด้วยแต่คุณหญิงก็บอกว่าที่เรือนไม่มีนายอยู่ให้เธออยู่เฝ้าเรือนส่วนตัวคุณหญิงจะซื้อของมาฝาก เกศสิรินถึงได้มานั่งอ่านหนังสือที่ศาลาใกล้ริมน้ำเป็นหนังสือพวกหมอมิชชันนารีที่เธอขอร้องพ่อเดื่อให้เอามาให้ แม้พ่อเดื่อจะขัดค้านเพราะไม่อยากยุ่งกับพวกฝรั่งแต่เจอท่าทีออดอ้อนของนางเข้าไปจากเสือเลยเปลี่ยนเป็นแมวเสียอย่างนั้น

“แม่นายอ่านออกด้วยฤๅเจ้าคะ ภาษาอ้ายพวกฝรั่งน่ะเจ้าค่ะ” จิกถามขณะที่คอยพัดให้แม่นายของมัน เกศสิรินเงยหน้าจากหนังสือก่อนจะยิ้ม

“แน่นอนสิ อีกอย่างข้าเป็นหมอนะเผื่อออเจ้าลืม”

เมื่อพูดจบก็หันมาอ่านหนังสือในมือต่อโดยมีจวงคอยนวดขาให้ แต่ยังไม่ทันจะเปิดหน้าต่อไปก็มีเสียงน่ารำคาญมาทำลายบรรยากาศกงนี้ไปสะหมด

“นึกว่าใครที่แท้ก็แม่หญิงเกศสิริน ว่าที่คู่หมายของคุณพี่เดื่อที่กล้าทำเรื่องบัดสีงามหน้าไว้ที่เรือนนี้เอง” เสียงนางย้อยว่าก่อนที่มัน นางจันและนางผ่องจะเดินเข้ามาหาเรื่องเธอ

เกศสิรินถอนหายใจนิดหน่อยก่อนจะวางหนังสือพร้อมลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าทั้งสามคน มีจวกกับจิกคอยอยู่ทำหน้าหาเรื่องที่มันบังอาจมายุ่งกับแม่นายของมัน

“เรื่องบัดสีกระไร” เกศสิรินถามอย่างไม่สบอารมณ์หลายเดือนมานี้เธอมีต่อปากต่อคำกับแม่พวกนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือ เกศสิรินไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ ถ้ามีคนมาหาเรื่องเธอก็พร้อมลุยเมื่อนั้น

“ก็ที่ยืนจูบกันไม่เกรงใจฟ้าดินอย่างไรเล่า ทำเป็นลืม” ครานี้นางจันสอดขึ้นมา ใช่ เมื่อวานหลังจากที่หลวงสรศักดิ์กับแม่เกศสิรินกลับมา พวกมันที่ดักรอจะไปหาคุณพี่เดื่อก็ต้องแอบหลบเพราะพวกมันเห็นคุณพี่เดื่อยืนจูบกับอีแม่เกศสิริน ถึงพวกมันจะเป็นเมียของออกหลวงท่านแต่ท่านไม่เคยแม้แต่จูบพวกมัน หอมแก้มพวกมัน คุณพี่เดื่อให้เหตุผลว่า ข้าจะจูบ จะหอมผู้หญิงที่ข้ารักคนเดียวเท่านั้น พวกมันได้แต่ยืนมองด้วยความริษยาอย่างคับแค้นใจ

เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย

“อ๋อ...แล้วทำไม มีปัญหากระไรฤๅ”

ท่าทีชวนน่าโมโหของอีแม่หญิงผู้ลากมากดีทำให้นางผ่องถึงกับตบะแตกไม่ยอมรักษาภาพลักษณ์เรียบร้อย กลายเป็นอีแม่หญิงปากตลาดครั้นก่อนที่ออกหลวงท่านไปเจอ

“อีหน้าด้าน! หน้าไม่อาย จูบผู้ชายกลางวันแสกๆ โถ่! นึกว่าลูกผู้ดีที่แท้ก็แค่อีแม่หญิงที่มาจากซ่อง”

นางจวงนางจิกทำท่าจะเข้ามาตบปากอีผ่อง แต่แม่เกศสิรินยกมือห้ามไว้ก่อนจะหันมามองทั้งสามคนที่ทำหน้าอย่างวอนมือวอนเท้าเธอนัก

“หว่า...เยี่ยงนั้นฤๅ ถ้าเช่นนั้นเราก็มาจากที่เดียวกันกระมังถึงได้รู้ดีนัก จริงฤๅไม่พี่จวง จิก” เกศสิรินตอกกลับก่อนจะหันไปหาลูกคู่อย่างจิกและจวง นางจิกนางจวงหัวเราะออกมา

“จริงเจ้าค่ะ ฮ่าๆๆๆ” ทั้งสองตอบก่อนหันมาหัวเราะ เกศสิรินยิ้มก่อนจะเห็นนางผ่องกำมือแน่นอย่างโมโห

และไม่ทันที่เกศสิรินจะเดินขึ้นเรือน อีผ่องก็กระชากสังวาลย์แม่เกศสิรินขาดทันที!

 “แม่นาย!/แม่นาย!” นางจวงนางจิกร้องเสียงดังอย่างตกใจ ก่อนจะเข้าไปตบอีผ่องแต่อีย้อยกับอีจันเข้ามาขวางก่อนจะตบนางจวงนางจิกกลับ ทำให้เกิดการชุลมุนย่อมๆ กงนั้น

เกศสิรินที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาปมองสร้อยสังวาลย์ที่ขาด ถ้าเป็นสังวาลเส้นอื่นเกศสิรินคงจะปล่อยผ่านไป แต่สังวาลเส้นนี้เป็นสังวาลที่คุณหญิงกุสาวดีซื้อให้ผู้ที่เหมือนแม่บังเกิดเกล้าของเธอ

นางผ่องยืนยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะที่เห็นอีเกศสิรินนิ่งงันก่อนจะเดินหันหลังกลับ แต่ยังไม่ทันจะเดินไปก็ถูกกระชากผมจากด้านหลังอย่างแรง

“อ๊าย! อีเกศสิรินมึงกล้าดีอย่างไรมาดึงผมกู!!” อีผ่องกรีดร้องเสียงดังก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับแม่เกศสิริน นางผ่องนิ่งกลัวเมื่อได้สบตาแม่เกศสิริน

สายตานั้นมันเหมือนราวกับนักฆ่าที่พร้อมฆ่ามันทุกเมื่อ แต่มันก็ทำเก่งทำเหมือนไม่กลัวก่อนที่มันจะพูดจาเยาะเย้ย มันก็ถูกแม่เกศสิรินต่อยเข้าที่ปากอย่างแรง!

ผัวะ! ตุ้บ!

“อีผ่อง!/อีผ่อง!” ทั้งอีจันและอีย้อยร้องเสียงหลงเมื่อเห็นอีผ่องถูกแม่เกศสิรินต่อยปากก่อนที่เจ้าตัวจะล้มกองอยู่ที่พื้น พวกมันผละออกจากการตบตีกับอีจิกอีจวงก่อนจะวิ่งมาประคองอีผ่องให้ลุกขึ้น

นางผ่องค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาโดยมีอีจันและอีย้อยประคอง ยกมือแตะริมฝีปากที่แตกและมีเลือดไหลกบปากก่อนจะรู้สึกมีกระไรอยู่ในปากแล้วถุยออกมา

ถุย!

“อีผ่อง! ฟันมึงหัก!” อีย้อยที่ร้องอย่างตื่นตูมเมื่อเห็นฟันอีผ่องร่วงมาซี่หนึ่งพร้อมทั้งมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“กรี๊ด!!! อีเกศสิรินมึงกล้าต่อยกูฟันหักฤๅ!” อีผ่องกรีดร้องเสียงดังด่าแม่เกศสิรินที่ยืนจ้องหน้ามันนิ่งๆ อย่างไม่รู้สึกรู้สากระไร

เกศสิรินที่มองหน้านางผ่องนิ่งๆ ทำให้นางผ่องโมโหจัดก่อนจะสลัดออกจากเกาะกุมแล้วพุ่งเข้ามาหาแม่เกศสิรินหมายจะฟาดมือที่หน้าแม่เกศสิริน

หมับ! ผัวะ!

แต่เกศสิรินไหวตัวทันรับมือนางผ่องก่อนจะสวนต่อยหน้านางผ่องทันที จนเมื่อนางผ่องล้มลงอีกรอบเกศสิรินก็ขึ้นคร่อมก่อนจะระดมต่อยหน้านางผ่องรัวๆ

ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

“อ๊าก...ช่วย...กู...” เสียงนางผ่องร้องขอความช่วยเหลืออย่างยากลำบากเมื่อมันพยายามจะสู้กลับ แต่แม่เกศสิรินไม่เปิดช่องว่างเลยยังคงระดมต่อยจนมันรู้สึกปากแตกฟันหักมากกว่าหนึ่งซี่แน่ๆ

“อีเกศสิริน! ว้าย!” อีย้อยกับอีจันที่จะเข้ามารุมแม่เกศสิรินกลับถูกนางจวงนางจิกกระชากผมและตบเข้าที่หน้าพวกมันอย่างแรง

เพียะ! เพียะ!

“มึงกล้าดีอย่างไรจะมาทำร้ายแม่นายกู!” นางจิกพูดก่อนจะลุกขึ้นคร่อมตบอีจัน นางจวงที่กำลังตบกันนัวเนียกับอีย้อย

เกศสิรินที่กำลังต่อยอีผ่องอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่อีกฝ่ายพยายามยกมือขึ้นปัดป้องแต่ก็ไม่เป็นผล

“ข้า...ขอ...” อีผ่องพยายามจะเปล่งเสียงแต่มันยากลำบากเหลือเกิน น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างเจ็บปวด หน้าคงจะบวมช้ำปากแตกเลือดไหลออกมาไม่หยุด เกศสิรินที่เลิกต่อยก่อนจะจิกหัวอีผ่องขึ้นมา

“เธอรู้ไหมว่าก่อนที่ฉันจะเรียนหมอสมัยก่อนฉันเป็นคนแบบไหน” เกศสิรินที่ตอนนี้เหมือนไม่มีสติและเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนพูดขึ้นมา โดยพูดภาษาที่เธอสมัยใหม่ไม่ได้พูดแบบสมัยก่อน

นางผ่องที่ตอนนี้อ่อนแรงไม่มีแม้แต่แรงจะพูดกระไร และฟังภาษาที่แม่เกศสิรินพูดไม่เข้าใจพยายามส่ายหน้าแม่เกศสิรินยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวมากเหมือนพวกนักฆ่าที่มุ่งหมายจะเอาชีวิตของมัน วินาทีนั้นมันรู้สึกกลัว...กลัวแม่เกศสิรินจะฆ่ามัน

“หึๆ ก็เป็นเด็กเลือดร้อนใครมาหยามมันผู้นั้นต้องได้ล้มไปนอนดมกองหญ้าแน่นอน” เกศสิรินยิ้มน่าขนลุกก่อนจะค่อยๆ ลากอีผ่องมาหยุดที่ริมน้ำ

นางผ่องพยายามจะดีดดิ้นอย่างกลัวตายเมื่อเห็นแม่เกศสิรินลากมันมาที่ริมน้ำ นางผ่องมันว่ายน้ำไม่เป็นและยิ่งตอนนี้มันไม่มีแม้แต่แรงจะพูดถ้าเกิดแม่เกศสิรินผลักมันตกน้ำมันตายแน่ๆ

“และแน่นอนว่าฉันเคยทำเรื่องที่ร้ายแรงบางอย่างลงไป เธออยากรู้ไหมว่าเรื่องอะไร” เกศสิรินก้มหน้าลงมาถามอีผ่องที่ตอนนี้น้ำหูน้ำตาไหลไม่ขาดสาย เกศสิรินเหยียดยิ้มก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูอีผ่องอย่างช้าๆ

“ฉัน-เคย-ฆ่า-คน”

“แม่เกศสิริน!” เสียงเรียกชื่อแม่เกศสิรินทำให้เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียงก่อนจะพบคุณหญิงกุสาวดียืนอยู่ก่อนจะตะโกนบอกให้บ่าวช่วยนางผ่อง

เมื่อคุณหญิงเจ้าของเรือนเดินเข้ามาพวกบ่าวที่ทะเลาะตบตีกันก็หยุดตีกันก่อนจะลุกขึ้นยืน พวกบ่าวที่ลงไปช่วยอีผ่องนำตัวนางผ่องลุกขึ้นมาได้แต่นางผ่องคงจะอ่อนแรงมากเลยสลบไป คุณหญิงกุสาวดีปรายตามองรอบๆ เห็นหน้าพวกบ่าวเละเทะแต่คนที่หนักสุดคงจะเป็นอีผ่อง โดยคนทำยืนทำหน้านิ่งเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติ เกศสิรินไม่มีแววตาของความรู้สึกผิด รู้สึกกลัวมีแต่ความรู้สึกว่างเปล่า

“ขึ้นมาที่เรือนกันทุกคนประเดี๋ยวนี้!

และนี้นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคุณหญิงกุสาวดีกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันเป็นครั้งแรก

 

พ่อเดื่อที่เพิ่งกลับถึงเรือนยินจากพวกบ่าวในเรือนว่าแม่เกศสิรินพยายามจะฆ่านางผ่อง เขารู้สึกตกใจมากอย่างที่เขารู้มาแม้สองคนนี้จะเจอกันบ้างแต่ก็ไม่เคยถึงกับลงไม้ลงมือกัน อาจจะมีคำพูดที่ถากถางแล้วเหตุใดวันนี้ถึงจะมาฆ่าแกงกัน แล้วยิ่งแม่เกศสิรินถึงเขาจะรู้มาว่านางเคยเป็นพวกอารมณ์ร้อน (นางเคยเล่าให้เขาฟังครั้งหนึ่ง) แต่กระนั้นการที่นางเป็นหมอทำให้นางกลายเป็นคนใจเย็นมีสติมากขึ้นกว่าเดิม ไม่น่าเชื่อว่านางจะทำถึงขนาดนี้

ที่โถงกลางเรือนมีคุณหญิงกุสาวดี หลวงสรศักดิ์ แม่เกศสิรินที่นั่งอยู่ที่ตั่งไม้ อีกทั้งยังมีพวกบ่าวอย่างนางจวงนางจิกที่สภาพสะบักสะบอมไม่ต่างจากนางย้อยนางจัน แต่คนที่หนักสุดคงไม่พ้นนางผ่องที่นั่งตัวสั่นงกๆ อย่างหวาดกลัวทั้งฟันหัก ปากแตก หน้าบวมช้ำจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม

“เอาละ นี่มันเกิดกระไรกันขึ้นแม่เกศสิริน อีผ่อง” เสียงคุณหญิงถามก่อนจะมองหน้าเกศสิรินสลับกับนางผ่อง เกศสิรินไม่ตอบก่อนจะหยิบพัดขึ้นมาพัด

“แม่เกศสิริน...” ครานี้เป็นหลวงสรศักดิ์ที่เรียก เกศสิรินปรายตามามองเล็กน้อย

“ว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“เหตุใดออเจ้าถึงพยายามจะฆ่านางผ่อง” พ่อเดื่อพยายามถามอย่างใจเย็น

“ไม่ได้พยายามจะฆ่าเจ้าค่ะ” เกศสิรินยิ้มก่อนจะพูดต่อ “แต่จะฆ่าเลยต่างหาก”

ทั้งพ่อเดื่อและคุณหญิงกุสาวดีเบิกตากว้างอย่างตกใจกับคำตอบ ส่วนอีผ่องที่พอได้ฟังคำตอบก็ร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวจนอีย้อยกับอีจันต้องคอยปลอบ เกศสิรินยิ้มก่อนจะหันมาถามคุณหญิงกุสาวดี

“จะลงโทษข้าอย่างไรเจ้าคะ”

“แม่เกศสิริน!” พ่อเดื่อพูดขึ้นอย่างโมโหที่นางทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขาไม่ได้โมโหที่นางจะฆ่าอีผ่องแต่โมโหที่นางทำตัวเหมือนเป็นคนไร้หัวใจไม่รู้สึกกระไร เขาไม่อยากเห็นนางเป็นแบบนี้

คุณหญิงกุสาวดีมองแม่เกศสิรินนิ่ง เขารู้ว่าใจจริงแม่เกศสิรินไม่ได้อยากฆ่าอีผ่องดอกแต่มันต้องมีเรื่องกระไรให้นางโมโหถึงขั้นลงมือลงไม้กัน นางสังเกตเห็นมือแม่เกศสิรินที่สั่นหน่อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะลงโทษออเจ้าโดยจะขังออเจ้าไว้ที่หอนอนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้ออเจ้าได้สำนึกกับสิ่งที่ทำลงไป ห้ามมีผู้ใดเข้าหอนอนออเจ้าอย่างเด็ดขาดแม้แต่บ่าวของออเจ้า”

“...” เกศสิรินไม่ตอบกระไรเธอไม่สนใจดอกว่าคุณหญิงจะลงโทษอย่างไร แต่ทางที่ดีน่าจะฆ่าเธอทิ้งซะก่อนที่เธอจะทำร้ายใครไปมากกว่านี้

พ่อเดื่อมองเกศสิรินอย่างเป็นห่วงก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นและเดินกลับเข้าไปหอนอนตามบทลงโทษ ก่อนจะหันมามองอีพวกเมียบ่าวของเขา

“พวกมึงทำกระไรแม่เกศสิริน!” พ่อเดื่อถามเสียงกร้าว อีจันอีย้อยและอีผ่องต่างสะดุ้ง

“พะ...พวกข้า...มิได้ทำกระไรเลยเจ้าคะ คุณพี่” เป็นอีจันที่กล้าตอบแม้จะโกหกแต่มันต้องทำ

“โกหก! พวกมึงมาหาเรื่องแม่นายกู” นางจิกขึ้นเสียงอย่างเหลืออดที่อีพวกนี้มันกล้าโกหก

“กระไร อีไพร่! มึงอย่ามากล่าวหากูนะ แม่นายมึงต่างหากที่มาหาเรื่องพวกกู” อีย้อยเถียงแทน

“หยุด! พวกมึงทั้งหมดหุบปากประเดี๋ยวนี้!!” เป็นพ่อเดื่อที่เริ่มรำคาญตะโกนขึ้นมาก่อนจะกระแทกไม้ตะพดลงพื้นเรือนเสียงดัง ทำให้อีพวกบ่าวมันรีบหุบปาก พ่อเดื่อมองไปที่อีผ่องที่ยังตัวสั่นงกๆ สภาพดูไม่ได้ก่อนจะถามเสียงเรียบ

“กูจะถามอีกครั้ง มันเกิดเรื่องกระไรขึ้น”

 

สามวันมาแล้วเกศสิรินที่นั่งพิงขอบหน้าต่างมองออกไปข้างนอกอย่างเลื่อนลอยไม่มีสติ เธอไม่รู้ว่าทำไมคุณหญิงถึงลงโทษเธอด้วยวิธีนี้เรื่องที่เธอทำร้ายแรงมาก ถ้าคุณหญิงไม่เข้ามาเธออาจจะฆ่าอีผ่องก็ได้ เหมือนที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง เกศสิรินไม่ได้พูดกับใครแม้แต่กับพวกบ่าวที่เอาข้าวเอาน้ำมาให้ เธอเปิดปากแค่ตอนกินข้าวกินน้ำแค่นั้น พ่อเดื่อเข้ามาดูเธอบ้างแต่เกศสิรินก็ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยแม้แต่น้อยเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง

จนมาวันนี้ที่พ่อเดื่อตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับพ่อเดชและแม่การะเกด หลังจากที่รู้เรื่องทั้งหมดจากอีจวงอีจิกและพวกบ่าวที่แอบดูสถานการณ์เมื่อตอนนั้น เขาตัดสินใจโบยอีพวกเมียบ่าวทั้งสามแม้ว่าอีผ่องจะสภาพเหมือนใกล้ตาย เขาก็ไม่ยกเว้นโทษให้เนื่องจากเขาเคยบอกพวกมันไว้แล้วว่าอย่ามายุ่งกับแม่เกศสิริน เขาให้คนตามหาสังวาลย์เส้นนั้นแต่มันกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแถมชิ้นส่วนส่วนใหญ่ตกกระจายหายไปหมด

การะเกดและพ่อเดชมาถึงเรือนออกพระเพทราชาก่อนที่การะเกดจะขอตัวไปหาแม่เกศสิรินที่หอนอน โดยนางจิกนางจวงพาไป

ก๊อกๆๆ

“พี่หญิง นี่การะเกดเองนะเปิดประตูให้หน่อยสิ” การะเกดเคาะประตูหอนอนก่อนจะได้ยินเสียงมีคนเดินในห้อง

เกศสิรินเดินมาเปิดประตูให้การะเกด การะเกดยิ้มก่อนจะขออนุญาตเข้าไปแล้วปิดประตูลง

การะเกดรู้สึกอึดอัดเป็นครั้งแรกกับการอยู่กับพี่เกศสิริน ถึงจะเป็นการดีที่พี่เกศสิรินยอมให้เธอเข้าห้องมาแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้จะพูดกระไร ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน

“พี่...”

“เกดเคยทำบาปอะไรไหม?” จู่ๆ เกศสิรินที่พูดขึ้นนับว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เธอยอมพูดหลังจากเกิดเรื่องทั้งหมด

“เคยสิ อย่างตบยุงตายด้วยมือเปล่าไง ฮ่าๆๆ” การะเกดเล่นมุกเผื่อเกศสิรินจะขำแต่เจ้าตัวยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเคย การะเกดเลยหยุดหัวเราะก่อนจะเข้าไปนั่งใกล้เกศสิริน ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยของเกศสิริน

“พี่เกศสิริน...”

“พี่น่ะ...พี่เคย...”

“ว่ามาเลย หรือถ้าพี่ไม่อยากบอก...”

เกศสิรินพยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นก่อนจะกล่าวอย่างยากลำบาก

“พี่เป็นคน...”

“...”

“พี่เป็นคนที่ฆ่าแม่ตัวเอง!

“...!


_______________________________________________________________________________________

#อยู่ๆ ก็ดราม่าซะงั้น ความจริงบทนี้เราแต่งแล้วลบๆ อยู่นานมากจึงออกมางงๆ เบลอๆ เหมือนคนแต่ง TT

#ติดตามตอนหน้านะคะว่าทำไมแม่เกศสิรินถึงทำแบบนั้น


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #78 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:40

    หน่านิ!!!

    #78
    0
  2. #47 ladiitia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 08:43
    น่าสงสารแม่เกศสิริน
    #47
    1
    • #47-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 10)
      17 พฤษภาคม 2562 / 00:10
      มันเป็นความจริงที่ยากจะรับไหว ): ฝากติดตามด้วยนะคะ
      #47-1
  3. #45 Paone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:43
    ดราม่ามาแล้ว จะรออ่านน่ะค่ะ
    สู้ๆน่ะค่ะไรท์
    #45
    1
    • #45-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 10)
      10 พฤษภาคม 2562 / 10:53
      จะตามมาเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ (:
      #45-1