คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 6 : บทที่ ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

บทที่ ๕

เมื่อขึ้นเรือนมาเกศสิรินก็แปลกใจว่าเหตุใดจึงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน อีกทั้งยังมีออกพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์ ก่อนที่เกศสิรินจะสงสัยกระไรไปมากกว่านี้ออกญาโหราธิบดีก็เอ่ยเสียงอ่อนโยน

“เอาละ ข้าเห็นสมควรแล้วว่าออเจ้าสมควรที่จะออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้วหนาแม่เกศสิริน”

“ข้าฤๅเจ้าคะ” เกศสิรินขมวดคิ้ว

“ใช่ ออเจ้านั่นแหละ จากเหตุการณ์ที่เกิดกับออเจ้าวันก่อนทำให้ข้าไม่สบายใจยิ่งนัก”

“คุณพ่อไม่ต้องห่วงดอกเจ้าค่ะ ข้าดูแลตัวเองได้” เกศสิรินยิ้มให้คุณพ่อเพื่อให้สบายใจ แต่พ่อเดชส่ายหน้า

“ให้คุณพ่อพูดให้จบเถิด” เกศสิรินจึงนั่งนิ่งฟังก่อนจะหันไปรินน้ำชามาดื่มแก้กระหาย

“พ่อเลยคิดว่าจักให้ออเจ้าหมั้นหมายกับหลวงสรศักดิ์”

พรวด! แค่กๆ!

สิ้นเสียงของออกญาโหราธิบดี เกศสิรินก็สำลักน้ำชาที่เธอดื่มจนคุณหญิงจำปาต้องดุ การะเกดเห็นจึงเอาผ้ามาเช็ดปากให้ เธอรู้ว่าพี่หญิงต้องตกใจแต่ก็ไม่คิดว่าจะตกใจมากถึงเพียงนี้ เกศสิรินที่เลิกสำลักแล้วหันไปถามพ่อของเธออีกครั้งบางทีเธออาจจะหูฝาด

“กระไรนะเจ้าคะ ผู้ใดที่ข้าต้องหมั้นหมายด้วยนะเจ้าคะ”

“หลวงสรศักดิ์ ลูกชายของออกพระเพทราชาแห่งกรมพระคชบาล” ออกญาโหราธิบดีร่ายยาวเพราะรู้ว่านางต้องถามอีก เกศสิรินที่ได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นเสียงดัง

“ฮะ!! ข้ามิอยากหมั้นหมายกับหลวงสรศักดิ์นะเจ้าคะ”

“ทำไมละ ออเจ้ารังเกียจลูกข้าฤๅแม่เกศสิริน” ครานี้ออกพระเพทราชาออกตัวแทนลูกชาย เกศสิรินรู้สึกไม่สบายใจที่ออกพระเพทราชาพูดเยี่ยงนั้น มันเหมือนเป็นการดูถูกต่อตัวเขาด้วย ก่อนที่เกศสิรินจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ข้ายินมาว่าหลวงสรศักดิ์มีเมียเต็มเรือน หากข้าหมั้นหมายกับออกหลวงท่านพวกนางอาจจะไม่พอใจก็ได้นะเจ้าคะ”

“หึ พวกนั้นก็แค่นางเล็กๆ ออเจ้ามิต้องสนพวกมันดอก หากออเจ้ามิสบายใจข้าจะไม่ให้พวกมันมายุ่งกับออเจ้า” ออกพระเพทราชาพูดเสียงอ่อนโยนให้กับว่าที่ลูกสะใภ้ของเขา เกศสิรินที่ทำท่าจะแย้งกระไรขึ้นมาหลวงสรศักดิ์จึงพูดขัด

“ออเจ้าปฏิเสธข้ามิได้ดอก เพราะออเจ้าสวมแหวนหมั้นที่ข้าให้ออเจ้าแล้ว”

!!!

มิใช่แค่เกศสิรินคนเดียวดอกที่ตกใจทั้งหมดที่นั่งอยู่ก็ตกใจเหมือนกัน เกศสิรินมองแหวนที่นิ้วชี้ของเธอ

“ถ้าเช่นนั้น ข้าคืนให้ออกหลวงท่านเลยเจ้าค่ะ” เกศสิรินพยายามถอดแหวนออก

“แต่ออเจ้ายังเหลือข้อแลกเปลี่ยนกับข้าจำได้ฤๅไม่”

“...” เกศสิรินไม่ตอบเพราะเธอจำได้

“ข้อแลกเปลี่ยนของข้าคือ...ออเจ้าต้องหมั้นหมายกับข้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับแหวนที่ออเจ้าใส่อยู่”

“แต่...”

“ออเจ้ารู้ฤๅไม่ว่าเหตุใดข้าอยากให้ออเจ้าหมั้นหมายกับพ่อเดื่อไว้” ออกญาโหราธิบดีพูดขึ้นมา เกศสิรินนิ่งเงียบรอฟังท่านเลยพูดต่อ

“เพราะข้าเห็นสมควรว่าพ่อเดื่อจักปกป้องออเจ้าได้ หากออเจ้ามีคนดูแลข้าแลคุณหญิงก็จักได้สบายใจไม่ต้องห่วงกระไร เมื่อยามที่ข้าแลคุณหญิงตายจากไป” เกศสิรินนิ่งฟังก่อนจะคิดตาม เธอรู้ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปเธอคิดแบบคนยุคเธอ แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ในยุคที่ผู้หญิงต้องออกเรือน ดูแลบ้าน ดูแลสามีพอมีลูกก็ต้องดูแลลูก เกศสิรินถอนหายใจออกมา

“แต่เรามิได้รักกันนะเจ้าคะ”

“อยู่กันไปก็รักกันเองแหละ ออเจ้าอย่าคิดกระไรให้มากเลย” คุณหญิงจำปาพูดปลอบลูกสาวอย่างเข้าใจ จะให้อยู่ๆ มารักกันมันคงทำไม่ได้ เกศสิรินกัดริมฝีปากล่างอย่างกลั้นความรู้สึก เธอไม่โกรธออกญาโหราธิบดีดอกเธอเข้าใจว่าเขารักและเป็นห่วงเธอ แต่มันก็น่าน้อยใจที่ทำไมเธอถึงเลือกคนที่เรารักไม่ได้ เมื่อเห็นเกศสิรินนิ่งเงียบไม่พูดกระไร หลวงสรศักดิ์รู้สึกผิดอันที่จริงเรื่องแหวนเรื่องข้อแลกเปลี่ยนกระไรนั่นเขาพูดไปอย่างนั้นแล แต่มาเห็นนางนิ่งเงียบแบบนี้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่า

เกศสิรินเงยหน้าขึ้นมองหลวงสรศักดิ์นิ่งทั้งสองสบตากันโดยที่ต่างฝ่ายต่างมิได้พูดกระไรออกมา เธออยากรู้ว่าเธอจะรักผู้ชายตรงหน้าได้ฤๅ แล้วผู้ชายตรงหน้าจะรักเธอคนเดียวได้จริงๆ ฤๅ

“ว่าอย่างไรแม่เกศสิริน ออเจ้ามีกระไรอีกฤๅไม่” ออกญาโหราธิบดีถามเกศสิริน

“...ข้าไม่มีกระไรดอกเจ้าค่ะ” แม้น้ำเสียงเธอจะมิได้บ่งบอกกระไร แต่มันเรียบนิ่งจนทุกผู้รู้สึกกลัว

“แต่ข้าขอคุยกับหลวงสรศักดิ์ได้ฤๅไม่เจ้าคะ” คำขอของนางทำให้พ่อเดื่อเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ว่านางอยากคุยกับเขาเรื่องกระไร

ออกญาโหราธิบดีพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เกศสิรินลงเรือนนำหน้าหลวงสรศักดิ์ที่เดินตามกันมา ออกพระเพทราชามองตามทั้งคู่ก่อนจะหันมาคุยกับท่านออกญา

“ไยข้ารู้สึกว่าแม่เกศสิรินมิอยากหมั้นกับพ่อเดื่อเลยละขอรับ”

“ออเจ้ามิต้องกังวลไปดอก ฟ้าเขากำหนดมาแล้วว่าพวกเขาต้องเจอกันสักวัน"

 

เกศสิรินนั่งจ้องแม่น้ำมานานหลายบาทแล้วหลวงสรศักดิ์ที่นั่งเงียบมองหน้าด้านข้างของนางก็มิได้พูดกระไรออกมา มีสายลมพัดผ่านเบาๆ ให้ไม่ร้อนมาก เกศสิรินเบนสายตากลับมามองหลวงสรศักดิ์ที่กำลังเอามือเท้าไม้ตะพดแลยกจอกน้ำชาขึ้นดื่ม หลวงสรศักดิ์เห็นว่าแม่เกศสิรินหันมามองหน้าเขาแล้วจึงวางจอกน้ำชาลงหลังจากดื่มไป

“ออเจ้าอยากคุยกระไรกับข้าฤๅ”

“ไยหลวงสรศักดิ์ถึงอยากหมั้นหมายกับข้านักเจ้าคะ”

การที่นางเรียกขานนามของเขาด้วยเสียงเรียบนิ่ง เขาไม่รู้เลยว่านางรู้สึกกระไรอยู่ หลวงสรศักดิ์มองแม่หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่จริงจัง ราวกับจะสื่อความหมายให้นางรับรู้

“ออเจ้างาม มารยาทดี เก่งทั้งงานบ้านงานเรือน หากข้าอยากจะหมั้นหมายกับออเจ้าก็มิเห็นแปลกกระไร อย่างไรเสียออกญาท่านก็เห็นสมควร”

“หากข้าไม่งามท่านก็ไม่สนใจใช่ฤๅไม่”

ครานี้หลวงสรศักดิ์เงียบไปหากเขาตอบว่าใช่นางก็อาจจะโกรธ หากตอบว่าไม่มันก็มุสาเขาเลยไม่ตอบกระไร เกศสิรินเมื่อเห็นคนตรงหน้าเงียบเธอก็ได้คำตอบ เธอแค่นหัวเราะเล็กน้อยเธอไม่ได้หวังให้หลวงสรศักดิ์ตอบว่าไม่หรอก คนเราเจอกันสิ่งแรกที่เราเห็นก็คือหน้าตามันก็ไม่ผิดกระไรถ้าคนเราจะชอบคนอื่นที่หน้าตา แต่ที่สำคัญอย่างต่อมาก็คือนิสัยเธอไม่คิดว่าระหว่างเธอกับออกหลวงผู้นี้จะเข้ากันได้ด้วยซ้ำ

“ข้ามิอยากหมั้นหมายกับคนที่มิได้รักข้าเจ้าค่ะ”

“แล้วออเจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าข้ามิได้รักออเจ้า”

“ถ้าเช่นนั้นท่านรักข้าฤๅเจ้าคะ”

“...”

“เห็นฤๅไม่ ท่านยังตอบมิได้เลยแล้วจักหมั้นกันไปไย ข้ามิใช่สาวรุ่นข้าเลยวัยที่จะออกเรือนมานานโขแล้ว ไยท่านมิไปหาสาวรุ่นมาเป็นเมียท่านละ”

“ที่ข้าหาคือเมียเอกมิใช่เมียเล็กๆ อย่างที่ผ่านมา เมียเล็กๆ ข้าจักหามากี่คนก็ย่อมได้แต่เมียเอกข้ามีได้แค่คนเดียวแลข้ารู้ทันทีเลยว่าคนที่จะมาเป็นเมียเอกของข้า ก็คือออเจ้าแม่เกศสิริน”

หลวงสรศักดิ์พูดไปตามสัตย์จริง เกศสิรินแอบเขินกับคำพูดนั้นแต่แกล้งทำเป็นนิ่งเฉยก่อนจะแกล้งถาม

“ท่านจะเกี้ยวข้าฤๅ”

 “ได้ฤๅไม่เล่า”

หลวงสรศักดิ์ยิ้มเจ้าเล่ห์เกศสิรินหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าหนี หลวงสรศักดิ์หัวร่อในลำคอจนเกศสิรินนึกหมั่นไส้เธออยากตะโกนใส่หน้าเขาว่า ไม่ได้โว้ย!’ แต่ก็ได้แค่คิดกลัวจะโดนไม้ตะพดฟาดหน้า

“หากออเจ้ามิตอบข้าจักถือว่าได้นะ หึๆ”

“...”

“ข้าถามกงๆ ออเจ้ารังเกียจข้านักฤๅ”

“...ข้ามิได้รังเกียจดอกเจ้าค่ะ ข้าแค่...รู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆ เราทั้งสองมิได้รักกันแต่จะมาหมั้นหมายกัน ข้ากับออกหลวงท่านเราก็มิได้รู้กันดี ข้ามิรู้ว่าออกหลวงท่านนิสัยอย่างไร ชอบกระไรไม่ชอบกระไรบ้าง อ๊ะ! แต่ถ้าความชอบข้าก็รู้เพียงอย่างเดียว”

“กระไรละ”

“แม่หญิงทั้งพระนครนี่และเจ้าค่ะ” เกศสิรินตอบอย่างมั่นใจ หลวงสรศักดิ์ส่ายหน้า

“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ครานี้มิใช่แล้วข้าชอบแม่หญิงที่นั่งกงหน้ามากกว่า”

หลวงสรศักดิ์เอ่ยทั้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำเอาแม่หญิงกงหน้าเขาหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้เขาเห็นหูแดงๆ ของนางเป็นแน่

“ท่านก็พูดเลื่อนเปื้อนไปได้” เธอพูดก่อนจะมองไปทางอื่น

“ข้าแค่อยากขอโอกาสจากออเจ้าบ้าง” เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้น

“โอกาสกระไร”

“ขอโอกาสให้ข้าได้แสดงให้ออเจ้าเห็นถึงความจริงใจของข้าที่มีต่อออเจ้า”

“...อย่างไร”

“ตอนนี้เราแค่หมั้นหมายกันไว้ยังไม่ทันได้ตบแต่งกระไรกัน หากแต่ข้าอยากจะขอออเจ้าเปิดใจให้แก่ข้าบ้างได้ฤๅไม่”

หลวงสรศักดิ์จับมือเกศสิรินเธอไม่ได้สะบัดหนี เธอแค่ปล่อยให้เขาจับมือเธอเฉยๆ เกศสิรินแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่สะบัดมือออกแค่รู้ว่าเธอชอบสัมผัสนี้ก็เท่านั้น

“...เจ้าค่ะ” หลังจากนิ่งคิดเกศสิรินก็ตอบตกลง หลวงสรศักดิ์ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“แต่ว่า...”

“แต่กระไรกันเล่าแม่เกศสิริน”

“หากท่านทำให้ข้าเสียใจ หากท่านมิได้รักข้า ข้าขอให้ยกเลิกการหมั้นหมายนะเจ้าคะ” คำพูดของเกศสิรินทำให้ออกหลวงหนุ่มนิ่งไป แต่อย่างไรสุดท้ายนางก็เปิดใจให้เขามิมีใครรู้ดอกว่ากาลข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้นางอุตส่าห์เปิดใจให้เขานางขอกระไรเขาก็ให้ได้ทั้งนั้นแลในตอนนี้

“...ก็ได้ แต่หากเราสองคนรักกันแล้วออเจ้าก็ต้องตบแต่งกับข้า ห้ามบ่ายเบี่ยงอีกหนาแม่เกศสิริน”

“มันก็ต้องอย่างนั้นล่ะเจ้าค่ะ หากเรารักกันถ้าข้าไม่แต่งกับออกหลวงท่านจะให้ข้าแต่งกับใครเล่า” คำพูดอย่างมะนาวไม่มีน้ำของนางทำให้พ่อเดื่อหัวร่อออกมา หากเป็นหญิงอื่นคงม้วนแล้วม้วนอีก เกศสิรินชักมือกลับก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ขึ้นเรือนเถิดเจ้าค่ะ”

หลวงสรศักดิ์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเกศสิรินขึ้นมาบนเรือน ทุกผู้ที่กำลังนั่งรอทั้งสองที่ไปคุยกันต่างทำสีหน้าประหลาดใจ ไยตอนลงเรือนไปทำหน้าอย่างกับจะเกิดเรื่องคอขาดบาดตาย แต่ตอนขึ้นเรือนมาไยทำหน้ามีความสุขกันเยี่ยงนั้น ลงไปทำกระไรกันแน่!

เกศสิรินและหลวงสรศักดิ์กลับมานั่งที่ตามเดิม บรรยากาศตอนนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพวกผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากแอบลอบยิ้มออกมา

“ว่าอย่างไรเล่าแม่เกศสิริน ออเจ้าจะหมั้นหมายกับหลวงสรศักดิ์ฤๅไม่” ออกญาโหราธิบดีถามลูกสาวเสียงอ่อนโยน เกศสิรินถอนหายใจเล็กน้อย

“ตามที่คุณพ่อเห็นสมควรเจ้าค่ะ”

เมื่อได้คำตอบแล้วออกพระเพทราชาก็ยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปหาลูกชายของเขาอย่างใคร่รู้ว่ามันไปพูดกระไรกับนาง

“ถ้าเช่นนั้น อีกสามวันข้าจะให้คนมารับออเจ้าไปอยู่ที่เรือนข้าหนาแม่เกศสิริน” ออกพระเพทราชากล่าวเกศสิรินรับคำ หลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับเรือนของตนเองไป

 

สามวันต่อมา

เกศสิรินที่กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่หน้าคันฉ่องโดยมีจิกกำลังทำผมให้อยู่ ส่วนจวงกำลังจัดเกียมของบ่าวทั้งสองขอตามไปรับใช้แม่นายของมันที่เรือนนู่นเกศสิรินก็ไม่ได้ว่ากระไรดีเสียอีกเธอจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง วันนี้เธอใส่สไบสีม่วงเข้มกับผ้านุ่งทอสีเดียวกันที่ขุนหลวงทรงให้มาเป็นของกำนัล ของดีเสียด้วย หลังจากที่จวงห่อหมอนใบโตกับฟูกที่นอนของแม่นายมันเรียบร้อยแล้วก็มีบ่าวมาเคาะประตูเรียก

“แม่หญิงเกศสิรินเจ้าขา คนเรือนท่านออกพระมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”

เกศสิรินพยักหน้ารับก่อนจะสำรวจเครื่องแต่งกายของเธอให้เรียบร้อยค่อยก้าวออกจากหอนอน บ่าวเรือนออกพระเพทราชามาช่วยขนของให้ว่าที่นายหญิงของมันลงเรือ คนเรือนออกญาโหราธิบดีมาส่งเธอที่ท่าน้ำการะเกดกอดเกศสิรินแน่น การะเกดให้เครื่องกรองน้ำให้เกศสิรินเอาไปใช้ที่เรือนออกพระเพทราชาก่อนจะบอกว่าเดี๋ยวจะแวะไปเยี่ยม พ่อเดชยิ้มให้พี่หญิงของเขาก่อนที่คุณหญิงจำปาจะเข้ามากอดและบอกว่าให้เธอกลับมาหาบ้าง ออกญาโหราธิบดีไม่ได้พูดกระไรมากเพียงแต่บอกว่า ขอให้มีความสุขนะแม่เกศสิริน

 

เรือนออกพระเพทราชา

เมื่อเกศสิรินก้าวลงจากเรือบ่าวไพร่ที่มารอต้อนรับแม่นายที่จะมาอยู่เรือนนี้ต่างก้มหมอบกราบ ก่อนที่ทองอ่อนจะวิ่งลงมาจากเรือนมาต้อนรับแม่หญิงคนงามของนายมัน

“แม่หญิงเกศสิริน ออกพระท่านให้บ่าวลงมารับขอรับ”

ทองอ่อนเสนอตัวช่วยถือห่อกระดาษอันใหญ่ที่แม่หญิงถือ เกศสิรินบอกปัดไปว่าเธอถือเองได้ก่อนจะเดินนำขึ้นเรือน ทองอ่อนจึงหันไปสบตาหวานกับจิกก่อนที่เจ้าตัวจะอายตัวม้วนเดินตามแม่นายไป ทองอ่อนยิ้มไล่หลังนางจิกก่อนที่นางจวงจะเขกหัวมันไปที

 

มีเสียงคนคุยกันห่างออกไปจากตัวเรือนใหญ่

“นั้นน่ะฤๅ ว่าที่เมียเอกของคุณพี่เดื่อนึกว่าจะงามกว่านี้เสียอีก”

“นั้นสิ แค่เพราะเป็นลูกคนใหญ่คนโตดอกมิเช่นนั้นก็มิต่างจากบ่าวไพร่”

“อย่าเอ็ดเสียงดังไปประเดี๋ยวจักมีคนไปฟ้องออกพระท่าน”

“เหอะ! ประเดี๋ยวจักต้องต้อนรับเสียหน่อยให้มันรู้ว่าใครมาก่อนใครมาหลัง” ก่อนที่ทั้งหมดจะหัวเราะแลเดินกลับออกไป

 

เกศสิรินก้มลงกราบออกพระเพทราชาที่นั่งตั่งตรงหน้าเธอก่อนจะหันไปไหว้หลวงสรศักดิ์ที่นั่งตั่งว่างข้างๆ พ่อเดื่อยิ้มอย่างพอใจที่จะได้เห็นหน้านางทุกวัน แค่คิดก็ทำให้ยิ้มออกมาก่อนที่เสียงของพ่อเขาจะเอ่ยถามแม่หญิงกงหน้า

“วันนี้ออเจ้างามหนาแม่เกศสิริน” เกศสิรินไหว้รับคำชมนั้นก่อนจะหันไปหาจวงให้นำพวงมาลัยมาไหว้ท่านออกพระ เธอรับพวงมาลัยนั้นมาก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆ ก้มลงไหว้ที่แทบเท้าของเจ้าของเรือน ออกพระเพทราชาลูบหัวนางอย่างเอ็นดูก่อนจะรับพวงมาลัยขึ้นมา

“ขอบน้ำใจหนาออเจ้า มาลัยนี่งามนัก”

เกศสิรินยิ้มก่อนจะมองหาเมียเอกของออกพระเพทราชาที่ไม่ได้มานั่งด้วยกัน ออกพระท่านเลยแจ้งว่า

“ประเดี๋ยวแม่กุสาวดีมา นางไปจัดหอนอนให้ออเจ้า”

“เจ้าค่ะ”

“หากขาดเหลือกระไรก็บอกหนา ข้าจักให้คนหามาให้” ออกพระเพทราชากล่าวเสียงอ่อนโยน “อ้าว นั่นแม่กุสาวดีมาพอดีเลย”

เกศสิรินมองตามทิศทางที่ท่านออกพระหันไปมองเมียรักของเขา ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งกายแบบล้านนาจักเดินเข้ามาภายในโถงรับรองก่อนจะนั่งข้างๆ ออกพระเพทราชาทั้งสองยิ้มให้แก่กัน คุณหญิงกุสาวดีหันกลับมามองว่าที่ลูกสะใภ้ของตนที่กำลังจ้องเธอด้วยความตกใจ เกศสิรินที่มองคุณหญิงกุสาวดีอยู่นั่นจู่ๆ ก็เอ่ยออกมาเสียงเบา

“...แม่”

คุณหญิงกุสาวดีทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะหันไปหาสามีของตนที่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเหตุใดแม่เกศสิรินจึงมองหน้าเมียเขาเช่นนี้ จนดูเหมือนบ่าวของนางจะสะกิดให้รู้สึกตัว เกศสิรินกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะเห็นทั้งหมดจ้องมาที่เธออย่างไม่เข้าใจเธอจึงก้มลงกราบขอโทษที่เสียมารยาท

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะที่เสียมารยาทคุณหญิงกุสาวดี”

“มิเป็นไรดอกข้ามิได้โกรธกระไรเสียหน่อย เงยหน้าขึ้นเถิด”

คุณหญิงกุสาวดียิ้มอย่างอ่อนโยนเกศสิรินจ้องรอยยิ้มนั่นอยู่นาน ยิ่งยิ้มยิ่งเหมือนกันเลยแหะ จวงจึงส่งมาลัยให้แม่นายของมันเกศสิรินคลานเข่าเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะก้มลงกราบอย่างฝากเนื้อฝากตัว คุณหญิงกุสาวดียิ้มกว้างก่อนจะเอามือมาลูบหัวเกศสิรินเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอเห็นคุณหญิงยิ้มให้เธอ ยิ่งใกล้เธอก็ได้กลิ่นน้ำอบกลิ่นมะลิของคุณหญิงกุสาวดีเกศสิรินกลั้นน้ำตาเอาไว้ อย่าร้องนะเฟ้ย ขายขี้หน้าเขา!

“เอาละนับแต่บัดนี้ไปออเจ้าก็ถือเป็นคนของเรือนนี้แล้วหนา” เสียงท่านออกพระทำให้เกศสิรินได้สติก่อนจะพยักหน้ารับ คุณหญิงกุสาวดีหันมาสนใจห่อกระดาษอันใหญ่ก่อนจะหันมาถามเธอ

“สิ่งนั้นคือกระไรฤๅแม่เกศสิริน” เกศสิรินรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ที่คุณหญิงเรียกเธอก่อนจะรีบตอบ

“หมอนกับฟูกที่นอนเจ้าค่ะ”

“หมอนกระไรไยใหญ่เยี่ยงนั้น”

เกศสิรินจึงแกะห่อกระดาษออกก่อนจะยื่นหมอนใบใหญ่ให้คุณหญิงรับไปดู คุณหญิงกุสาวดีรับมาก่อนจะจับๆ ลูบคลำมัน หมอนนี้ไม่แข็งเหมือนอย่างที่พวกเขาหนุนนอนเธอจับอย่างสนอกสนใจ

“อืม นุ่มดีหนาออเจ้าไปได้มาจากที่ใดข้าอยากได้บ้าง”

“ข้าทำเองเจ้าค่ะ หากคุณหญิงอยากได้ข้าทำให้ได้เจ้าค่ะ”

“จริงฤๅ ขอบน้ำใจออเจ้ามากหนางั้นขอข้าใบหนึ่งละกันข้าจะเอาไว้หนุนนอนที่ห้องข้า”

“ข้าว่าเอาเป็นสองดีฤๅไม่ ไว้ที่ห้องข้าด้วย” ออกพระเพทราชากล่าวขึ้นมา เกศสิรินตอบตกลง คุณหญิงกุสาวดีจึงเอ่ยบอก

“ออเจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ ออเจ้าไปพักก่อนเถิดข้าจัดเกียมหอนอนไว้ให้ออเจ้าแล้ว จะอยู่กงข้ามหอนอนพ่อเดื่อออเจ้าจะได้สนิทกันไว้”

เกศสิรินยิ้มแห้งๆ ที่รู้ว่าหอนอนอยู่กงข้ามกับพ่อเดื่อก่อนจะหันไปมองพ่อตัวดีที่ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนที่คุณหญิงกุสาวดีจะเดินออกไปจัดเตรียมข้าวของ เกศสิรินมองตามจนสุดสายตาก่อนจะคิดกระไรเรื่อยเปื่อยจนออกพระเพทพูดขึ้นกับนาง

“แม่เกศสิรินข้าขอหมอนที่ห้องแม่กุสาวดีอีกใบหนา” เกศสิรินยิ้มขำเล็กน้อยก่อนจะเสนอความคิดของเธอ

“ถ้าเช่นนั้นข้าทำหมอนให้แต่ห้องคุณหญิงดีฤๅไม่เจ้าคะ” ก่อนที่ทั้งคู่จักหัวร่อออกมาอย่างชอบความคิดของนาง

 

เกศสิรินเข้ามาในหอนอนของเธอโดยมีจวงและจิกกำลังจัดของ ส่วนตัวเธอนั้นกำลังจัดที่นอนก่อนจะเดินมาเปิดหน้าต่างมองออกไปรอบๆ เธอเห็นมีสวนมะลิอยู่ใกล้เพนียดช้าง มีต้นไม้ขึ้นร่มรื่นกว่าเรือนออกญาโหราธิบดีมีสายลมพัดทำให้ไม่ร้อนมากจนเกินไป เกศสิรินเท้าขอบหน้าต่างก่อนจะมองออกไปข้างนอกแลนึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์ชีปะขาว สรุปว่าเป็นแม่เธออย่างนั้นเหรอ

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูไม่ได้ทำให้เกศสิรินละสายตากลับไปมองแต่สั่งให้จิกไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดหลวงสรศักดิ์ก็เดินเข้ามาข้างในก่อนจะไล่นางบ่าวสองคนออกไป แม้จะมีเสียงห้ามว่ามันมิงามๆ จากปากนางบ่าวสองคนแต่พ่อเสือร้ายขู่หากยังไม่ออกไปจักเอาไม้ตะพดฟาดปาก จิกและจวงจึงต้องออกมานอกหอนอนก่อนจะหันไปหัวร่อคิกคักกันสองคนและเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ภายในหอนอนแม่เกศสิรินมิมีใครพูดจากระไรกันสักคำ พ่อเดื่อเดินเข้ามาใกล้แม่เกศสิรินที่เจ้าตัวเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่เตียงของนางที่มีฟูกนุ่มๆ และหมอนใบโตวางไว้อยู่พ่อเดื่อเอนตัวลงนอนบนหมอนก่อนจะพบว่ามันนอนสบายจริงอย่างที่นางพูด

“มีธุระกระไรหรืออยากรู้ว่าข้าพูดเกินจริงเรื่องหมอนของข้าฤๅ”

พ่อเดื่อที่นอนจ้องแผ่นหลังของนางก็ชันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ นาง

“หมอนนุ่มจริงดังคำออเจ้าว่า ทำให้ข้าได้ฤๅไม่” เกศสิรินแค่พยักหน้ารับแต่ไม่ตอบกระไรกลับไป

“แต่คิดอีกทีข้ามานอนหอนอนออเจ้าดีกว่า ออเจ้าจะได้ไม่ต้องทำให้ข้า”

พ่อเสือร้ายกล่าวก่อนจะยิ้มร้าย เกศสิรินหันกลับมามองรอยยิ้มนั้นก่อนจะแค่นหัวเราะ

“อย่าเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวบรรดาเมียเล็กๆ ของออกหลวงท่านจะไม่พอใจข้าเอา”

“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้ามิสนใจ” เกศสิรินแค่นหัวร่อก่อนจะหลับตาลง

หลวงสรศักดิ์เมื่อเห็นแม่เกศสิรินเงียบไปเขาก็มิได้พูดกระไรอีก แค่นั่งเงียบๆ จ้องใบหน้าของนางที่กำลังหลับตาพริ้มพ่อเดื่อยิ้มออกมา หากเป็นแม่หญิงอื่นอยู่ในหอนอนกันสองคนเพียงนี้มีฤๅที่มันจะจบแค่นั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายเฉยๆ เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนหนากับนางเขาก็อยากนั่นแหละ แต่หากทำขึ้นมาเขากลัวกลัวว่านางจะโกรธและไม่อยากเจอเขาอีก แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นเมียเอกของเขาแม้จะยังไม่ตบแต่งกันแต่ถ้าถึงเวลาเข้าหอเมื่อใด เขาสัญญาเลยว่าจะจัดการแม่ตัวหอมนี่ที่ทำให้เขาอดอยากปากแห้ง

“คิดจะทำกระไรข้าถึงมาจ้องข้าเยี่ยงนั้น บอกไว้ก่อนหนาหากคิดจะทำกระไรขึ้นมาข้าถีบออกหลวงท่านจริงๆ ด้วย” เกศสิรินพูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่

อุวะ! นางอ่านใจเขาออกฤๅ

“ถึงข้าจะอ่านใจใครมิได้ แต่อย่างออกหลวงท่านก็เห็นจะมีเรื่องเดียวที่คิด”

“เรื่องกระไรละ” หลวงสรศักดิ์ถามยิ้มๆ

เกศสิรินไม่ตอบหลวงสรศักดิ์จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แม่เกศสิรินที่หลับตาอยู่ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของพ่อเดื่อเธอจึงแกล้งหลับตาต่อ

“ว่าอย่างไรเล่าแม่เกศสิริน” ก่อนที่ปลายจมูกของพ่อเดื่อจะสัมผัสเข้าที่แก้มนางก็มีคนมาขัดจนได้

ก๊อกๆๆ!

“แม่นายเจ้าขา ออกพระท่านเรียกหาเจ้าค่ะ” เสียงจวงเคาะประตูเรียกเธอที่หน้าหอนอนทำให้หลวงสรศักดิ์ส่งเสียงขัดใจในลำคอ เกศสิรินรู้สึกเหมือนรอดตายออกมาได้ไม่น่าไปแหย่เล่นเลย ทั้งคู่ออกมาจากหอนอนจวงที่เห็นก้มหน้าอมยิ้มจนเกศสิรินต้องมองค้อนใส่ก่อนจะเดินไปที่โถงกลางเรือน พ่อเดื่อยักไหล่ก่อนจะเดินตามแม่เกศสิรินไป

“หอนอนออเจ้าถูกใจดีฤๅไม่” ออกพระเพทราชาถาม

“ถูกใจเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

พ่อเดื่อที่เดินตามมาเข้ามานั่งตั่งว่างอีกตัวกงข้ามกับแม่เกศสิริน ออกพระเพทราชาหันไปถามลูกชายของเขา

“เอ็งหายไปไหนมาพ่อเดื่อข้ากำลังจะให้บ่าวไปตามพอดี”

หลวงสรศักดิ์เหลือบมองแม่เกศสิรินที่นั่งกงข้ามเขาก่อนจะตอบ

“อยู่แถวนี้แลท่านพ่อ ว่าแต่ท่านพ่อมีเรื่องกระไรไยจึงให้คนไปตาม”

“พวกมึงทุกคนออกไป” ออกพระเพทราชาสั่งให้บ่าวไพร่ลงเรือนไปให้หมด เมื่อบ่าวไพร่ลงไปหมดแล้วออกพระเพทราชาก็เอ่ยเข้าเรื่องสำคัญ

“แม่เกศสิรินออเจ้าจะเล่าให้ข้าฟังได้ฤๅไม่ ว่าครั้นที่ออเจ้าเข้าเฝ้าขุนหลวงที่ละโว้มันเกิดอันใดบ้าง”

เกศสิรินสูดหายใจเข้าเดาไว้มิมีผิดว่าต้องเป็นเรื่องนี้ ก่อนที่เธอจะมาเรือนนี้เธอก็เพิ่งจะเล่าให้คนที่เรือนท่านออกญาฟัง คราแรกเธอกะจะไม่เล่าเพราะหากเล่าไปมันจะเป็นการชี้นำกระไรบางอย่าง เกศสิรินเงยหน้ามองออกพระเพทราชาแลหลวงสรศักดิ์ที่มองเธอก่อนจะเอ่ยปากเล่า

“เรื่องมีอยู่ว่า...”

 

เกศสิรินที่ถูกพาตัวมาไกลถึงละโว้เมื่อมาถึงก็มีข้าหลวงพาตัวไปที่ตำหนักรับรอง ก่อนที่จะถูกพาตัวไปขัดสีฉวีวรรณเพื่อรอการที่ขุนหลวงจะรับสั่งให้เข้าเฝ้า เมื่อแต่งกายเรียบร้อยก็มีคนของขุนหลวงมาแจ้งแก่แม่เกศสิรินว่าขุนหลวงทรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า เกศสิรินสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างเตรียมใจว่าจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง ไม่แน่วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะมีชีวิตอยู่ก็ได้...

ข้าหลวงคนเดิมพาเธอเข้ามาภายในพระราชฐานชั้นในเกศสิรินมองอย่างตื่นเต้นมันช่างเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นบุญตาจริงๆ ที่ได้มาเห็นก่อนตาย เมื่อเข้ามาภายในนางข้าหลวงก็ให้เธอมอบกราบขุนหลวงที่ทรงประทับที่พระที่นั่ง

เงยหน้าขึ้นเถิดแม่หญิงเกศสิรินขุนหลวงสั่งด้วยสุรเสียงนุ่มลึก เกศสิรินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์พระองค์ เอาละปัญหาอีกอย่างเธอจะพูดอย่างไรกับขุนหลวงหากใช้คำราชาศัพท์ผิดละ เกศสิรินที่คิดกระไรเรื่อยเปื่อยจนแสดงสีหน้ากังวลออกมา ขุนหลวงเห็นจึงกล่าวขึ้นมา

ออเจ้ามิต้องกังวลกระไรดอก ข้ามิได้จักทำกระไรออเจ้าแค่อยากเห็นหน้าผู้ที่รักษาอ้ายเหล็กสหายข้าก็เท่านั้นแลขุนหลวงจึงเอ่ยขึ้นมาอีก

ออเจ้าเป็นลูกสาวของท่านราชครูดอกฤๅ

เจ้า...เอ่อ...เพคะ

กระนั้นฤๅ น่าดีใจแทนท่านราชครูหนาที่มีบุตรธิดาที่ดีทั้งนั้นขุนหลวงเอ่ยชมท่านราชครูก่อนจะนึกถึงทั้งอ้ายศรี อ้ายเดช แลแม่หญิงกงหน้าที่ล้วนต่างเป็นลูกที่ดีของท่านราชครูช่างน่าอิจฉาเสียจริง

ถึงอย่างไรข้าก็ขอบน้ำใจออเจ้ามากที่รักษาอ้ายเหล็ก การกระทำในครั้งนี้ข้าจักตอบแทนให้อย่างงาม

หามิได้เพคะ หม่อมฉันแค่ทำตามหน้าที่มิต้องการสิ่งตอบแทนเพคะ

ออเจ้าขัดข้าฤๅ

มิ...มิได้เพคะเกศสิรินกล่าวก่อนจะก้มลงมอบกราบ ขุนหลวงท่านทรงพระสรวลเสียงดัง

ออเจ้ามีสิ่งใดอยากได้ฤๅไม่เกศสิรินนิ่งคิดเธอไม่อยากได้อะไรดอกแต่จะพูดออกไปได้ฤๅ

เอ่อ...คือ...หม่อมฉันมีเรื่องจะกล่าวทูลเพคะ

อืม ว่ามา

หม่อมฉันคิดเห็นว่าการที่เร่งสร้างป้อมปราการอาจจะมิใช่เรื่องดีนัก เนื่องจากจำนวนไพร่มีจำนวนมิพอเครื่องไม้เครื่องมือก็มิมีอาจทำให้การสร้างป้อมไม่แข็งแรง

ออเจ้าจะให้ข้ากลับคำฤๅ!’ ขุนหลวงขึ้นเสียงเล็กน้อย

มิได้เพคะ หากแต่ชะลอออกไปก่อนหากเมื่อพร้อมทุกอย่างค่อยลงมือสร้างจักดีกว่านะเพคะ

ขุนหลวงทรงพระราชดำริตามที่นางกล่าว อาจจะจริงอย่างที่แม่หญิงพูดแลอ้ายเหล็กก็เคยทูลเรื่องนี้มาแล้ว แต่ครานั้นเขามัวแต่หลงเชื่อคำพูดของหลวงสุรสาคร เกศสิรินเห็นขุนหลวงเหมือนกำลังใช้ความคิดกับเรื่องที่เธอพูด ที่เธอกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันการสึกพระออกมาสร้างป้อมปราการ อย่างที่การะเกดเคยบอกไว้แลนั้นอาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายหากอะไรยับยั้งได้ก็ควรทำเสียก่อนจะไม่ทันการ แม้จะไม่รู้ว่าการที่เธอทำเช่นนี้มันจะส่งผลอะไรในอนาคตฤๅไม่หากเธอรู้แล้วปล่อยไว้เฉยๆ เธอก็รู้สึกผิดอยู่ดี

ไว้ข้าจักคิดดูอีกทีเมื่อขุนหลวงกล่าวจบเกศสิรินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ออเจ้ามีกระไรจักกล่าวทูลกับข้าอีกฤๅไม่

มีเพคะ

ว่ามา ข้ารอฟังอยู่

การยอมรับและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นนับเป็นอีกหนึ่งลักษณะของการเป็นผู้นำที่ดี เพราะเมื่อผู้นำรับฟังความคิดของคนอื่น เขาก็จะสามารถคัดกรองเอาความคิดเห็นที่ดีที่สุดมาปฏิบัติซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งกับตัวเองและประชาชนเอาละเธอต้องตายแน่ ลาก่อน เกศสิรินที่กำลังหลับตานิ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงพูดเรื่องนี้ เฮ้อ ปลาหมอตายเพราะปากจริงๆ เออแต่เธอก็เป็นหมอนี่หว่า ฮ่าๆๆ นี่มันใช่เวลามาคิดเรื่องไร้สาระไหมเนี่ย!

...ก็จริงดังคำออเจ้าว่า

อ้าว หัวไม่ขาดแฮะ เกศสิรินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าขุนหลวงทรงประทับอยู่ที่เดิมก่อนจะมองเธอนิ่ง

ถ้าเช่นนั้นออเจ้าพักอยู่ที่นี่ก่อนเถิดอีกสองวันท่านราชครูจักมาเข้าเฝ้าที่ละโว้ จักได้เจอกันป่านนี้คงเป็นห่วงออเจ้าแย่แล้ว

เพคะเกศสิรินก้มหมอบกราบเมื่อขุนหลวงทรงเสด็จออกจากพระราชฐานชั้นใน

 

เมื่อเกศสิรินเล่าจบทั้งสองต่างก็นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด พวกเขามิคิดว่าขุนหลวงจะยอมฟังคำพูดของนางลางทีขุนหลวงอาจจะคิดเรื่องนี้มาก่อนอยู่แล้ว พอมีคนมาพูดเรื่องเดียวกันอีกครั้งท่านเลยรับฟังมิใช่เชื่อแต่อ้ายฝรั่งชาติชั่วนั่น หึ! สาแก่ใจกูยิ่งนัก

“ข้ายินจากคุณพ่อว่าขุนหลวงทรงมีรับสั่งให้ชะลอการสร้างป้อมปราการออกไปก่อนนิเจ้าคะ”

“ใช่ คงเป็นเพราะออเจ้าแลที่กล้าทูลขุนหลวงเรื่องนี้” ออกพระเพทราชาเอ่ยชมลูกสะใภ้ เกศสิรินส่ายหน้าเล็กน้อย

“มิใช่ดอกเจ้าค่ะ ข้าว่าขุนหลวงทรงคิดเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วเพราะคุณลุงขุนเหล็กก็ทูลเรื่องนี้เช่นกัน”

ออกพระเพทราชาพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยชมลูกสะใภ้เขา

“ออเจ้านี่ช่างกล้าหาญยิ่งนัก มิมีผู้ใดกล้าทูลต่อขุนหลวงเช่นนี้ดอกเขากลัวจักโดนฟันคอริบเรือนกัน” เกศสิรินยิ้มแหยๆ เธอก็กลัวตายเหมือนกันแหละ

“แต่ดีแล้วที่ออเจ้ามิเป็นกระไรมาก อ้ายเดื่อมันห่วงออเจ้ามากหนา” คำพูดของท่านออกพระทำให้เกศสิรินหันไปมองพ่อเดื่อที่ยิ้มอย่างมีเลศนัย เกศสิรินเบ้ปากอย่างหมั่นไส้

แปร๋น!

เสียงช้างที่ร้องกัมปนาทขึ้นมาทำให้ทั้งสามชะโงกหน้าไปดูที่เพนียดช้าง สงสัยว่าจะเป็นพ่อพลายขวานเป็นแน่เห็นว่าบาดเจ็บอยู่ด้วย

“ข้าจะไปดูพ่อพลายก่อนว่าหยูกยาได้ฤๅไม่”

“ข้าไปด้วยได้ฤๅไม่เจ้าคะ”

ออกพระเพทราชาหันมามองแม่เกศสิรินอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันไปหาพ่อเดื่อที่ยิ้มออกมา

“ออเจ้าอยากไปที่เพนียดช้างฤๅ” ออกพระเพทราชาถามย้ำอีกครั้ง เพราะไม่มีแม่หญิงคนใดอยากไปที่นั่นเป็นแน่

“เจ้าค่ะ” ยกเว้นแต่แม่หญิงผู้นี้เสียกระมัง ออกพระเพรชทราชาพยักหน้าก่อนจะเดินลงเรือนนำหน้าไปก่อนจะให้ไปเรียกบ่าวของแม่หญิงเกศสิรินมาด้วย พ่อเดื่อโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปที่เพนียดช้างด้วยกัน

 

เมื่อมาถึงที่เพนียดช้างมีช้างพลายที่บาดเจ็บอยู่กำลังขัดขืนไม่ยอมให้ควาญช้างรักษา ออกพระเพทราชาบอกว่านั้นคือพ่อพลายขวานเป็นช้างเชือกสำคัญของเขา แต่ติดที่ว่าพ่อพลายไม่ยอมฟังใครเลยแม้กระทั่งท่านออกพระจนทำตัวเองบาดเจ็บก็ไม่ยอมให้รักษาช่างดื้อเหมือนเด็กน้อยเสียนี่กระไร

เกศสิรินมองช้างเชือกนั้นก็นึกถึงตอนที่เธอเคยนั่งชมเมืองที่อยุธยาเลย(แต่ที่นี่ก็อยุธยานี่หว่า) เธอไม่ใช่สัตวแพทย์เลยไม่รู้จะช่วยอย่างไรดีแต่หากปล่อยไว้แบบนี้พ่อพลายได้มีแผลเพิ่มแน่ เกศสิรินคิดกระไรออกก่อนจะหันไปหาบ่าวชายของออกพระเพทราชาว่าให้เอาผลไม้มาเยอะๆ

“ออเจ้าจะทำกระไรน่ะแม่เกศสิริน” หลวงสรศักดิ์ที่ยืนข้างๆ ถาม เกศสิรินยักไหล่ก่อนจะบอกให้รอดู

หลังจากนั้นไม่นานบ่าวชายก็ขนยกผลไม้เอาให้แม่หญิงคนงาม เกศสิรินยืนเก้ๆ กังๆ ว่าจะเข้าไปหาพ่อพลายอย่างไร ก่อนที่ออกพระเพทราชาจะแนะนำ

“ออเจ้าต้องส่งเสียงให้พ่อพลายรู้ตัวก่อนแล้วเข้าด้านขวาของพ่อพลาย” เกศสิรินพยักหน้าแต่ยังไม่ทันเดินไปใกล้ ออกพระท่านจึงถามให้แน่ใจอีกที

“ออเจ้าจักทำกระไร พ่อพลายมิเคยฟังกระไรผู้ใดเลยหนาหากออเจ้าเป็นกระไรขึ้นมาละ”

“มิแน่ใจเจ้าค่ะ แต่ก็มีคนอยู่ที่นี่เยอะแยะเกิดกระไรช่วยข้าทีนะเจ้าคะ” เกศสิรินกล่าวติดตลก ออกพระเพทราชาจึงสั่งให้บ่าวไพร่อยู่ใกล้ๆ ไว้เผื่อเกิดเรื่องกระไรขึ้น

เธอเดินเข้ามาใกล้พ่อพลายก่อนหลวงสรศักดิ์ที่เป็นห่วงเดินเข้ามาใกล้ๆ

“พ่อพลายจ๊ะ ข้าชื่อเกศสิรินนะข้าจะมาอยู่ที่เรือนนี้ยินดีที่ได้รู้จักกันหนา” เกศสิรินแนะนำตัว พ่อพลายเลื่อนสายตามามองก่อนจะร้องกัมปนาทเสียงดัง

แปร๋น!!

หลวงสรศักดิ์เอาตัวเข้ามาบังแม่เกศสิรินไว้เมื่อเห็นพ่อพลายจะอาละวาดอีก เกศสิรินเอื้อมมือมาจับไหล่พ่อเดื่อเชิงบอกว่ามิเป็นกระไรก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ที่มีผลไม้เต็มไปหมดก่อนจะหยิบกล้วยน้ำหว้ามาลูกหนึ่งก่อนจะยื่นไปให้พ่อพลายขวาน

“เอ้า หิวฤๅไม่ร้องเสียงดังเยี่ยงนี้ กินกล้วยไหมเดี๋ยวข้าปอกเปลือกให้ พ่อพลายต้องลองกินแบบปอกเปลือกดูอร่อยกว่าเยอะ”

ทุกผู้กำลังมองแม่หญิงคนงามกำลังคุยกับช้างอย่างคุยกันเหมือนเพื่อน หลวงสรศักดิ์นึกขำไยนางจะปอกกล้วยให้พ่อพลายกิน พ่อพลายเริ่มสงบลงเกศสิรินจึงยื่นกล้วยไปให้พ่อพลาย หากแต่พ่อพลายยังนิ่งเกศสิรินยักไหล่ก่อนจะปอกเปลือกกล้วยแล้วกินเอง

“ไยออเจ้ามาแย่งพ่อพลายกินเล่าแม่เกศสิริน” หลวงสรศักดิ์ถามแม่หญิงข้างๆ ที่กำลังเคี้ยว เกศสิรินยักไหล่แต่ตามองไปที่พ่อพลาย

พ่อพลายที่นิ่งเฉยก่อนจะยื่นงวงมาทางเกศสิริน เธอยิ้มเล็กน้อย จะสัตว์หรือคนหากมีของกินมาล่อก็ต้องสยบ เธอยื่นกล้วยไปให้พ่อพลายใส่ปากก่อนจะยื่นงวงมาขอเธออีก เกศสิรินหันไปส่งสัญญาณให้ควาญช้างว่าให้รีบรักษาแผลพ่อพลายเสียตอนนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นหน้าที่เธอที่ป้อนอาหารให้พ่อพลาย ทุกผู้ที่อยู่ต่างทึ่งที่แม่หญิงกงหน้าสามารถทำให้พ่อพลายสงบลงได้แม้แต่ท่านออกพระ ช้ะ! มิเชื่อฟังข้าแต่พอเห็นแม่หญิงนี่ทำตัวเชื่องเสียจริง

ควาญช้างหยูกยาเสร็จพอดีกับที่ผลไม้ในตะกร้าหมด พ่อพลายดูสงบมากไม่อาละวาดสงสัยจักอิ่มแล้ว เกศสิรินยิ้มก่อนจะหันหลังกลับแต่พ่อพลายขวานกลับยื่นงวงมาทางเธอ เกศสิรินทำหน้ามิเข้าใจ

“กระไรกัน ข้ามิมีของกินให้แล้วหนา” พ่อพลายไม่ตอบ(จะตอบได้อย่างไรเล่า!) แต่ก็ยังยื่นงวงมาทางเธอ ควาญช้างที่ดูแลพ่อพลายจึงแจ้งแก่แม่หญิง

“พ่อพลายคงอยากจับมือแม่หญิงกระมัง เพื่อทำความรู้จักแต่แม่หญิงมิต้องจับก็ได้หนาขอรับ ประเดี๋ยว...” ยังไม่ทันที่ควาญช้างจะพูดจบว่าเดี๋ยวกลิ่นสาบช้างจะติดตัว เกศสิรินก็เอื้อมมือไปจับงวงพ่อพลายอย่างไม่นึกรังเกียจสร้างความแปลกใจให้ทุกผู้ ก็จักมีแม่หญิงที่ใดเล่าที่อยากมีกลิ่นสาบช้างติดตัว พ่อเดื่อหันไปกระซิบกับพ่อของเขา

“พ่อพลายกับท่านพ่อนิสัยเหมือนกันจริงหนา ข้าก็ว่าอยู่ว่าไยพ่อพลายมิเชื่อฟังใคร” ออกพระเพทราชาเอาไม้ตะพดเคาะหัวลูกชายตัวดี เกศสิรินบอกลากับพ่อพลายก่อนจะเดินมาหาท่านออกพระและท่านออกหลวง

“ที่นี่ใหญ่จังเลยนะเจ้าคะ ข้าขอเดินดูรอบๆ ได้ฤๅไม่เจ้าคะ”

“เอาสิ ข้ากับอ้ายเดื่อจะพาเดินดู แต่ก่อนอื่นข้าอยากถามกระไรออเจ้าเสียก่อน”

“กระไรฤๅเจ้าคะ”

“ออเจ้าพูดกับพ่อพลายรู้เรื่องฤๅ” เกศสิรินได้ฟังก็หัวร่อออกมา

“เปล่าเจ้าค่ะ แค่เบนความสนใจมาทางของกินน่าจะทำให้พ่อพลายสงบลงเจ้าค่ะ” คนเป็นออกพระพยักหน้าเห็นทีเขาจะได้วิธีที่ทำให้พ่อพลายยอมเชื่อฟังเขาแล้ว

ทั้งสามแลบ่าวของแม่หญิงเดินมาถึงลานฝึกซ้อมมวย บ้างฝึกซ้อมมวยบ้างฝึกดาบพอพวกมันเห็นเจ้าของเรือนมันก็หยุดซ้อมก่อนจะไหว้ พ่อเดื่อเลยแนะนำแม่หญิงที่ยืนข้างๆ เขาให้พวกมันรู้จัก

“นี่คือแม่หญิงเกศสิริน นางจะมาเป็นเมียเอกของข้าแลเป็นแม่นายของพวกมึง ต่อไปนี้พวกมึงต้องเชื่อฟังนางเข้าใจฤๅไม่!

“ขอรับ!!

เกศสิรินหันไปตีแขนพ่อเดื่อ

“ท่านพูดบ้ากระไร ข้ายังมิได้เป็นเมียของท่านเสียหน่อย”

“งั้นเข้าหอนอนข้าเลยดีฤๅไม่จักได้เป็นผัวเมียกันเลย” คำตอบพร้อมรอยยิ้มเลศนัยทำให้เกศสิรินดีดหน้าผากพ่อเดื่ออย่างแรง ก่อนจะหันไปคุยกับออกพระเพทราชาที่มองดูหนุ่มสาวเกี้ยวกันช่างเหมือนเขาสมัยหนุ่มๆ เสียนี่กระไร

“จักไปที่ใดอีกเจ้าคะ”

“ออเจ้าอยากดูลานธนูฤๅไม่”

“อยากเจ้าค่ะ!” เกศสิรินตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ออกพระเพทราชายิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินนำไปที่ลานฝึกซ้อมธนู

เมื่อมาถึงลานฝึกซ้อมธนู ทองอ่อนบ่าวของหลวงสรศักดิ์ก็วิ่งปรี่เข้ามาหาแม่หญิงคนงามที่เคยลั่นวาจาว่าจะมิมีวันเป็นเมียของนายมัน

“แม่หญิงไหนบอกว่าจักมิมีวันมาเป็นเมียของออกหลวงท่านอย่างไรละขอรับ”

โป๊ก!

“โอ๊ย! แม่หญิง เจ็บนะขอรับตีมาเสียเต็มแรงเลย” ทองอ่อนลูบหัวที่ถูกแม่หญิงตีเข้าเต็มแรง

“อยากพูดจามิเข้าหูเอง”

พ่อเดื่อเห็นดังนั้นจึงหันไปยิ้มอย่างพอใจให้อ้ายทองอ่อนที่พูดถูกใจ เขาเห็นเกศสิรินดูสนอกสนใจการยิงธนู

“ออเจ้าอยากยิงธนูฤๅ” พ่อเดื่อถามก่อนที่เกศสิรินจะตอบ ทองอ่อนก็ถามเสียงสูงแทรกขึ้นมา

“แม่หญิงน่ะฤๅขอรับจักยิงธนู”

“เออทำไม ไยข้าจักยิงมิได้”

“เปล่าขอรับ บ่าวแค่...”

เกศสิรินให้จิกไปเอาลูกแตงโมมา หลังจากจิกวิ่งหายไปได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับแตงโมลูกหนึ่ง พ่อเดื่อถามอย่างใคร่รู้

“ออเจ้าหิวฤๅไยเอามาทั้งลูกปานนี้” เกศสิรินยกยิ้ม

“คอยดูเองเจ้าค่ะ” ก่อนจะหันไปหาทองอ่อน “ออเจ้าไปยืนกงที่เป้าซ้อมธนูแล้วเอาแตงโมวางไว้บนหัว”

“แม่หญิงจักทำกระไรฤๅขอรับ”

“ก็ออเจ้าอยากรู้มิใช่ฤๅว่าข้ายิงธนูได้หรือไม่ได้” ทองอ่อนทำหน้าลังเล เกศสิรินจึงเอ่ยปากเร่ง “เร็วสิ”

ทองอ่อนพยักหน้าเร็วๆ ก่อนจะวิ่งไปอยู่หน้าเป้าธนูแล้วเอาแตงโมวางไว้บนหัว เกศสิรินหันไปรับคันธนูกับลูกธนูจากอ้ายไม้ที่หัวร่อเบาๆ เมื่อเห็นอ้ายทองอ่อนหน้าซีดราวกับมิมีเลือด ก่อนที่แม่หญิงจักเกียมตัวง้างสายธนูเล็งไปทางอ้ายทองอ่อนเธอยืนเล็งผลแตงโมบนหัวของทองอ่อนที่กำลังตัวสั่นพั่บๆ เมื่อเล็งเป้าหมายได้แล้วเธอจึงยิงออกไป บ่าวไพร่ทั้งหมดต่างหลับตาปี๋กลัวจะเห็นภาพที่อ้ายทองอ่อนหัวเป็นรู

ฉึก!

“อ๊าก หัวข้า หัวข้าเป็นรูแล้วๆ ช่วยข้าด้วยๆ ฮือๆ” ทองอ่อนที่ยังหลับตาไม่กล้าลืมตาขึ้นมาเอาแต่ร้องตะโดนโวยวาย เมื่อได้ยินเสียงลูกธนูปักกับกระไรบ้างอย่างที่มันคิดว่าเป็นหัวมัน ออกพระเพทที่ยืนดูส่ายหัวเล็กน้อยอย่างระอาอาการตื่นตูมอ้ายบ่าวคนนี้ จนพ่อเดื่อที่เป็นนายต้องตะโกนสั่งมันเสียงดัง

“อ้ายทองอ่อนเลิกแหกปากแล้วลืมตาขึ้นมาได้แล้ว”

ทองอ่อนที่ทำใจกล้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนจะพบว่า หัวเขายังไม่เป็นรู! แล้วลูกธนูมันอยู่ที่ใดแต่ยังไม่ทันคิดจบมันก็รู้สึกว่ามีน้ำแดงๆ ไหลจากบนหัวก็ตื่นตูมร้องแหกปากอีกรอบ

“เลือด เลือด! หัวข้าเลือดออก” ไม้ที่ทนเห็นอาการตื่นตูมของเพื่อนมันไม่ได้ จึงเดินเข้าไปเขกหน้าผากมันอย่างแรงก่อนจะหยิบลูกแตงโมที่อยู่บนหัวอ้ายทองอ่อนที่มีลูกธนูของแม่หญิงปักอยู่

“เลือดมึงมิได้หวานน่ากินแบบนี้ดอก อ้ายโง่” ทองอ่อนที่ได้สติหันไปมองแตงโมที่อยู่ในมือไม้ที่มีลูกธนูปักอยู่ ก่อนจะหันไปมองแม่หญิงเกศสิรินที่ยืนยักคิ้วให้ไกลๆ ระยะห่างจากที่แม่นายยิงมาถึงตรงนี้นับว่าห่างกันพอควรแต่แม่หญิงก็ยังยิงมาถูก เก่งเหลือเกินแม่หญิงและน่ากลัวยิ่งนักสมกันกับนายของมันนักแล ก่อนจะเดินมาหัวร่อแหะๆ กับแม่หญิงที่ยืนยิ้มอย่างผู้ชนะอยู่

“แม่หญิงเก่งมากเลยขอรับ แหะๆ บ่าวนี่ดูไม่ผิดจริงๆ ว่าแม่หญิงยิงแม่นถึงเพียงนี้”

“ข้าว่าไม่นะ เพราะข้าเล็งหัวเอ็งดันไปโดนแตงโม เฮ้อ แสดงว่าฝีมือข้าตกนะเนี่ย แย่จริง” เกศสิรินแกล้งทำหน้าอย่างเสียดาย ทองอ่อนถึงกับกลืนน้ำลายก่อนจะยิ้มแห้งๆ

“ไยออเจ้ายิงธนูเก่งนักแม่เกศสิริน” ออกพระเพทราชาถาม

“อ๋อ พ่อของข้าสอนมาตั้งแต่เด็กๆ น่ะเจ้าค่ะ”

“ท่านออกญาน่ะฤๅ”

เกศสิรินส่ายหน้า “มิใช่เจ้าค่ะ พ่อที่แท้จริงของข้าเจ้าค่ะที่สอน”

 ออกพระเพทราชาพยักหน้าเห็นทีแม่หญิงผู้นี้คงถูกเลี้ยงมาอย่างชายจริง เพราะมิมีพ่อแม่ที่ใดอยากให้ลูกสาวตัวเองมาฝึกกระไรแบบนี้ดอก พ่อเดื่อที่ยืนข้างๆ มองแม่หญิงกงหน้าอย่างกังวลเล็กน้อย หากนางโมโหขึ้นมาเห็นทีคงโดนยิงกลางหัวเป็นแน่

“ออเจ้านี่ทำให้ข้าตกใจหลายอย่างเลยหนา สมแล้วที่เป็นลูกสะใภ้ข้า”

เกศสิรินยิ้มแห้งๆ กับคำพูดของออกพระท่านก่อนจะหันไปมองพ่อเดื่อที่กำลังยักคิ้วให้เธอ แต่ก่อนที่พ่อเดื่อจะเอ่ยชมนางก็มีเสียงแหลมเรียกชื่อเขาก่อนจะเดินเข้ามา

“คุณพี่เดื่อเจ้าขา”

“อีจัน” พ่อเดื่อเรียกชื่อเมียบ่าว ก่อนที่นางจันจะแกล้งทำเป็นมาเห็นเกศสิรินแลเสแสร้งก้มลงกราบ

“ข้าไหว้เจ้าค่ะแม่หญิงเกศสิริน ขออภัยข้าไม่เห็นว่าแม่หญิงอยู่กงนี้ถ้าเช่นนั้นข้าจะได้ไม่เดินเข้ามา”

เกศสิรินเบ้ปากให้กับท่าทีที่ดูตอ...เอิ่ม...เสแสร้งของผู้หญิงคนนี้ไยจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการจะแสดงตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชายคู่หมายของเธอ ทำกระไรก็ทำเถิดอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเธอเป็นพอ นางจันที่เห็นแม่หญิงกงหน้าทำราวกับเธอไม่มีตัวตนก็ลอบเบ้ปากก่อนจะหันมายิ้มให้คุณพี่เดื่อของมัน

“คุณพี่เหนื่อยฤๅไม่เจ้าคะ ข้าจะได้จัดเกียมขนมแลน้ำชาไว้ให้คุณพี่” ยังไม่ทันที่พ่อเดื่อจะปฏิเสธ จู่ๆ ก็มีกระไรผ่านแทรกกลางระหว่างเขากับอีจันไปอย่างเร็วก่อนจะมีเสียงตามมา

ฟิ้ว ฉึก!

ลูกธนูที่ถูกยิงออกมาจากแม่หญิงคนงามที่กำลังเล็งมาทางพ่อเดื่อแลอีจัน ทำให้อีจันตกใจถอยหลังไปอย่างขลาดกลัวก่อนจะหันมามองแม่หญิงเกศสิรินที่ทำหน้าอย่างรู้สึกผิด

“ออเจ้าทำกระไร คิดจะฆ่าข้าฤๅแม่เกศสิริน” พ่อเดื่อถามแม่ตัวหอมของเขาที่กล้ายิงธนูใส่ เขาเห็นสีหน้าที่ทำเหมือนรู้สึกผิดของนาง ช้ะ! ประเดี๋ยวจักโดนดีแน่แม่ตัวดี

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้ายิงผลมะเดื่อที่อยู่ข้างหลังท่านต่างหาก แต่ข้ายิงไม่ถึงสงสัยข้าต้องฝึกอีกเยอะเจ้าค่ะ” เกศสิรินแกล้งทำสีหน้าอย่างรู้สึกผิดแต่เขาเห็นว่านางลอบยิ้ม อีจันที่เห็นท่าทีของแม่หญิงก็นึกหวาดกลัวขึ้นมาคราแรกมันจะมาออกตัวว่ามันถือเป็นเมียคุณพี่ แต่ครานี้ถึงแม่หญิงกงหน้าจะทำหน้ารู้สึกผิดแต่แววตาที่มองมันมันสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นน่ากลัว แต่อย่านึกนะว่ามันจะยอมอย่างไรเสียคุณพี่เดื่อก็เป็นของมันมาก่อน เธอไม่ยอมให้อ้ายอีหน้าไหนมาแย่งคุณพี่เดื่อแน่!

“เอาละๆ ขึ้นเรือนกันเถิดแม่เกศสิริน ส่วนพวกเอ็งจักทำกระไรก็เกรงใจแม่เกศสิรินเสียบ้าง อย่างไรเสียนางก็เป็นเมียของพ่อเดื่อ” ออกพระเพทหันไปบอกลูกชายและเมียบ่าวของมัน ไยเขาจะไม่รู้ว่าเมียบ่าวลูกชายเขาหวังจักขึ้นเป็นเมียเอกแต่ถึงอย่างไรพ่อลูกชายตัวดีก็ไม่คิดจะแต่งตั้งพวกมันขึ้นดอก เพราะอีพวกนี้มันหวังจักสบายกดขี่ทำให้ตนดูเหนือกว่าผู้อื่น แต่อย่างไรเสียตอนนี้ลูกเขามีเมียเอกแล้วถึงจะยังมิตบแต่งกันแต่ถ้าอีพวกนี้มันทำกระไรลูกสะใภ้เขาแม้แต่นิดเดียว มันต้องตายสถานเดียว!

เกศสิรินพยักหน้าก่อนจะเดินตามออกพระเพทราชาขึ้นเรือนไปโดยไม่แม้แต่มองหลวงสรศักดิ์ ท่าทีนั้นไม่หึงก็โมโหพ่อเดื่อคิดในใจแต่เขาหวังว่าจักเป็นอย่างแรก อีจันทำเป็นมาออดอ้อนหวังให้คุณพี่เดื่อปลอบมันแต่พ่อเดื่อสะบัดแขนออกก่อนจะชี้หน้า

“มึงเป็นแค่เมียบ่าวอย่าเสนอหน้ามาให้กูเห็นอีกเป็นอันขาด มิฉะนั้นกูจักบั่นคอมึงเสีย!” หลวงสรศักดิ์พูดเสียงดังก่อนจะเดินขึ้นเรือนไป ทิ้งอีจันที่ทำหน้าหวาดกลัวมันรู้ว่าคุณพี่เดื่อพูดจริงทำจริง มันจึงทำได้แค่ก้มหน้าอย่างคับแค้นใจก่อนจะพูดเสียงรอดไรฟัน

“อีเกศสิริน

 

นี้เป็นคืนแรกที่เกศสิรินต้องมาต่างที่เจ้าตัวที่ออกมาสีฟันข้างนอกหอนอนกำลังมองท้องฟ้ายามค่ำคืน คืนนี้มีดวงดาวอยู่เต็มท้องฟ้าหากอยู่ที่ที่เธอจากมาการจะมองหาดวงดาวไม่มีทางเป็นไปได้ดอก มีแต่ตึกสูงๆ แสงไฟเต็มไปหมดแต่ที่นี่มีต้นไม้ร่มรื่นมองไปทางไหนก็มีสีเขียวของต้นไม้ เกศสิรินถอนหายใจออกมาแต่ถึงอย่างไรเธอก็รู้สึกคิดถึงบ้านอยู่ดี

พ่อเดื่อที่เพิ่งขึ้นมาจากท่าที่อาบน้ำเห็นแม่เกศสิรินกำลังพิงขอบหน้าต่างมองท้องฟ้า เขาลอบยิ้มออกมาแม่เกศสิรินที่อยู่ในชุดผ้าพันอกสีชมพูเข้มและผ้านุ่งสีเดียวกันกับผ้าคลุมไหล่สีม่วงมันช่างเย้ายวนเขาเสียจริง พ่อเสือร้ายไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังนางตัวหอมเสียจริง เกศสิรินถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างหลัง

“เฮ้อ”

“ไยถอนหายใจเยี่ยงนั้นหื้ม” เกศสิรินสะดุ้งก่อนจะหันมาข้างหลังก็พบกับหลวงสรศักดิ์ที่ยืนอยู่ประชิดตัว เกศสิรินเอามือไปผลักแผงอกล่ำของออกหลวงหนุ่มแต่คนถูกผลักไม่ได้สะทกสะท้านอันใด ทั้งยังเดินเข้ามาจนเกศสิรินไม่มีที่ให้หนี เกศสิรินเบนหน้าหนีพ่อเดื่อที่มองเธออย่างวาบหวามบรรยากาศกงนี้มันชวนสยิวเสียเหลือเกิน พ่อเสือร้ายที่นุ่งโสร่งเปลือยท่อนบนอยู่เป็นประจำทำให้เกศสิรินหน้าร้อนอย่างช่วยไม่ได้ เธอก็พอรู้แหละว่าออกหลวงผู้นี้มีรูปร่างที่ดีแม้จะใส่เสื้อแต่พอมาถอดเสื้อแล้ว...โอ๊ย หยุดคิดบ้าบอได้แล้ว

“ไยยังไม่นอนอีก มารอข้าฤๅอย่างไร” พ่อเดื่อถามทำให้เกศสิรินได้สติจากการมอง...เอ๊ย การคิดกระไรเรื่อยเปื่อยก่อนจะพยายามตอบด้วยเสียงนิ่งๆ

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่มาดูดาว”

“กระนั้นฤๅ” พ่อเดื่อยิ้ม เกศสิรินพยักหน้าก่อนจะหันมองซ้ายมองขวาว่ามีใครอยู่กงนี้ฤๅไม่

“มิมีใครกล้าขึ้นมาแถวนี้ดอก”

จบกัน! แล้วจะหนีได้ไงเนี่ย

“เมื่อกลางวันข้ายังไม่ได้เอาคืนที่ออเจ้ายิงธนูใส่ข้าเลยหนาแม่เกศสิริน” เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้น

“ข้าไม่ได้ยิงใส่ท่านเสียหน่อย ข้ายิงใส่ต้นมะเดื่อที่อยู่ข้างหลังท่านต่างหาก”

“ออเจ้าอยากกิน มะเดื่อฤๅ” พ่อเดื่อยิ้มอย่างมีเลศนัย เกศสิรินพยักหน้าแบบขอไปทีเธอไม่ได้อยากกินดอกแค่หมั่นไส้

“เจ้าค่ะ”

เมื่อเกศสิรินว่าจบ หลวงสรศักดิ์ก็อุ้มช้อนนางขึ้นมาไว้ในวงแขนแกร่งเกศสิรินตกใจที่ถูกอุ้มกะทันหันร้องออกมาเบาๆ ก่อนจะกอดคอหลวงสรศักดิ์กลัวตก พ่อเดื่อหันมายิ้มให้แม่หญิงในอ้อมแขนของเขาที่ทำหน้าตกใจ

“ท่านทำบ้ากระไร ปล่อยข้าลงนะ!” เกศสิรินขึ้นเสียงก่อนจะตีแผงอกพ่อเดื่อแรงๆ แต่คนอย่างเขาไม่สะทกสะท้านดอก

“ก็ออเจ้าอยากกิน มะเดื่อข้าก็กำลังจะให้ออเจ้าได้กินอย่างไร”

“จักบ้าฤๅ ข้าพูดไปเยี่ยงนั้นแลข้าไม่ได้อยากกินกระไรทั้งนั้นแล ปล่อยข้าลงได้แล้ว” เกศสิรินดิ้นแต่พ่อเดื่อก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“แต่ข้าอยากกิน ข้าหิว ออเจ้าอยู่กินกับข้าก่อนก็แล้วกัน” เธอไม่รู้ว่าคำพูดนั้นมันส่อมาทางไหนแต่หน้าเธอตอนนี้คงแดงมาก

“ปล่อย ถ้าท่านไม่ปล่อยข้าจะตะโกนเรียกคนทั้งเรือน” เธอขู่ขึ้นมา

หลวงสรศักดิ์แค่ยักไหล่อย่างสบายๆ

“ถ้าออเจ้าร้อง ข้าจักจูบออเจ้า”

เกศสิรินพูดไม่ออกแลกัดริมฝีปากตัวเองพ่อเดื่อที่เห็นท่าทีนั้นมันยิ่งทำให้เขาอยากขย้ำแม่ตัวหอมนี่เสียจริง เมื่อเห็นเกศสิรินเงียบพ่อเดื่อเลยอุ้มนางไปทางหอนอน...

“หยุดๆ ท่านจะทำกระไรหะ! ปล่อยข้านะ!” เธอร้องโวยวายเมื่อเห็นหลวงสรศักดิ์อุ้มเธอเดินมาที่หอนอน...ของเธอ

“ก็มาส่งออเจ้าเข้านอนอย่างไรเล่า หรือจะนอนหอนอนข้าก็ได้หนาข้ามิขัดดอก หึๆ”

“ท่านจะบ้าฤๅ! ถ้ามาส่งก็ปล่อยข้าลงสิข้าจะได้เข้านอน”

“ออเจ้าก็เปิดประตูสิจักรีรอกระไร หรือเปลี่ยนใจจะนอนหอนอนข้า ถ้าเช่นนั้น...” เมื่อเห็นพ่อเดื่อจะหันหลังกลับไปหอนอนของเขา เกศสิรินที่ยังถูกพ่อเดื่ออุ้มอยู่ยื่นมือไปผลักประตูหอนอนของเธอ

“เปิดแล้วออกหลวงท่านวางข้า...อ๊าย ท่านเข้ามาทำไม!” พ่อเดื่อเดินอุ้มเกศสิรินเข้ามาในหอนอนเธอก่อนจะวางแม่ตัวหอมบนเตียง เกศสิรินถอยกรูดติดผนังพ่อเสือร้ายหัวเราะหึในลำคอก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เกศสิรินก่อนจะกระซิบเสียงชวนสยิว

“ฝันดีหนาแม่เกศสิริน” ก่อนจะเดินออกจากหอนอนนางไป เกศสิรินที่ตั้งสติได้รีบวิ่งไปเอาไม้ขัดประตูหอนอนก่อนจะล้มลงบนเตียงนอน เอาหน้าฝังกับหมอนใบโตเพื่อซ่อนหน้าที่เริ่มร้อนของเธอ คนบ้า! ก็ว่าทำไมเมียถึงเยอะนัก เกศสิรินพยายามข่มตาหลับกว่าจะหลับก็ตอนรุ่งเช้าเสียแล้ว...

_________________________________________________________

#คุณพี่ค่ะ น้องก็อยากกินมะเดื่อเหมือนกันค่ะ//โดนไม้ตะพดฟาด

#อย่าแหย่ให้เสือตื่น เดี๋ยวจะยาว ฮ่าๆๆ

#สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ 

#ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ

#รัก ♥

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #86 ฟ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:38

    หึหึหึ พ่อเสือตัวร้าย เกี้ยวสาวได้ไม่แคร์สถานที่เลยหนา

    อ่านไปเขินไป ต้องหาหมอนใหม่แล้วเรา ฟินนนนน

    #86
    0
  2. #74 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:35

    พ่อเสือร้าย หุหุหุ

    #74
    0
  3. #36 queenmzzzx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:37
    เขินนนนนนโดนคุณพี่ตกเข้าแล้ว
    #36
    1
    • #36-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      3 พฤษภาคม 2562 / 00:06
      เราโดนตกตั้งแต่ในละครจนตอนนี้ก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ
      #36-1
  4. #25 Paone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:05

    พรีสสสส
    #25
    2
    • #25-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      17 เมษายน 2562 / 01:48
      เจอกันทุกวันศุกร์นะ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะบอกอีกที ขอโทษที่ทำให้รอนะ T^T
      #25-1
  5. #24 Phantom aLicE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 03:14
    บ้าจริงนี้เรายิ้มอยู่คนเดียว
    #24
    1
    • #24-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      15 เมษายน 2562 / 09:27
      เราก็ยิ้มด้วยถ้าคนอ่านอ่านแล้วยิ้ม (: 5555
      #24-1
  6. #23 Paybaby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:56
    เขินจัง555
    #23
    1
    • #23-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      13 เมษายน 2562 / 15:02
      เขินด้วยยย อิอิ
      #23-1
  7. #22 Sabrina_yok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 02:16

    อ่านไปเขิลไป #แผ่นดินไหว แต่เราไม่ไหว

    #22
    1
    • #22-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      13 เมษายน 2562 / 09:51
      ชอบบบ แผ่นดินไหวแต่เราไม่ไหว 55555
      นี่แค่น้ำจิ้มค่ะ ยังมีอีกเยอะ :D
      #22-1
  8. #21 Paone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:26

    เขิน อ่ะ~~ ติดมากตอนนี้สู้ๆนะคะไรท์
    #21
    1
    • #21-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      13 เมษายน 2562 / 00:45
      แน่นอนค่า รอติดตามด้วยนะคะ <3
      #21-1
  9. #20 xjploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:03
    ต่อน่ะไรท์ ติดงมเเงมเลย 😍
    #20
    1
    • #20-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 6)
      13 เมษายน 2562 / 00:42
      วันจันทร์อาจจะมาอัพอีกนะคะ ขอแต่งต่อก่อนนะ (:
      ขอบคุณที่ติดตามค่า <3
      #20-1