คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 5 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

บทที่ ๔

ละโว้

วันนี้ขุนหลวงทรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า แม้ว่าสถานการณ์ของเรือนท่านออกญาโหราธิบดีและขุนศรีวิสารวาจาจะยังไม่ดี เพราะไม่ได้ข่าวคราวของลูกสาว คุณหญิงจำปาก็แทบจะไม่ได้กินข้าวกินปลาแม่การะเกดเลยต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งแต่เธอก็ยังกังวลอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าจะเกิดกระไรขึ้นกับพี่สาวของเธอ ขอให้พระคุ้มครองพี่เกศสิรินด้วยนะคะ

“ที่ข้าเรียกพวกเอ็งมาในวันนี้ ข้าจักคุยเรื่องการสร้างป้อมปราการ” ขุนหลวงเอ่ยเสียงดังลั่นท้องพระโรง ออกพระเพทราชาทำหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ หลวงสรศักดิ์ก็ไม่ต่างยิ่งไม่ได้ข่าวคราวของแม่เกศสิรินอีก

“ข้าคิดว่าจักชะลอการสร้างป้อมปราการออกไปก่อน เพราะเพลานี้จำนวนไพร่ที่มาทำงานยังไม่พอต่อการสร้างป้อมอีกทั้งเรื่องนี้อ้ายเหล็กก็เคยคัดค้านข้ามาแล้ว ข้าจึงเห็นควรว่าควรจักชะลอออกไปก่อน” เกิดเสียงอื้ออึงไปทั่วท้องพระโรง หลวงสุรสาครจึงกล่าวทักท้วงขึ้น

“เรื่องนั้นเห็นทีจะมิใช่เรื่องใหญ่ หากให้พวกไพร่ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ...” แต่ยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค ขุนหลวงขึ้นสุรเสียงดังก่อนจักชี้หน้าออกหลวงสุรสาครที่กล้าขัด

“นี่เอ็งกล้าขัดข้าฤๅ หลวงสุรสาคร!” ท้องพระโรงเกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ทุกผู้ต่างรู้ว่าหลวงสุรสาครต่างเป็นคนโปรดของขุนหลวง จะทำกระไรก็เกรงจะโดนตัดหัวด้วยที่มันทั้งขี้ประจบสอพลอ ข้าราชการไทยต่างชังน้ำหน้ามันยิ่งนัก แต่หากครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ขุนหลวงทรงไม่เห็นดีเห็นงามไปกับมัน

ออกพระเพทราชายิ้มเย้ยหยันหลวงสุรสาคร สมน้ำหน้ามึง

“หามิได้ พระพุทธเจ้าค่ะ...” หลวงสุรสาครเอ่ยแม้จักรู้สึกเหมือนโดนหักหน้า ท่ามกลางข้าราชการไทยที่ชังน้ำหน้าเขาอยู่แล้ว แต่หากขัดพระประสงค์อีกเขาอาจจะโดนโทษเหมือนท่านโกษาธิบดีก็เป็นได้

“พวกมึงทุกคนออกไป...ท่านราชครูอยู่ก่อน” เมื่อสิ้นคำรับสั่งทั้งหมดถวายบังคมลาก่อนจะคลานเข่าออกจากท้องพระโรง เมื่อท้องพระโรงเหลือเพียงขุนหลวงแลออกญาโหราธิบดี  ขุนหลวงจึงเอ่ยเข้าประเด็น

 

เมื่อออกญาโหราธิบดีออกมานอกท้องพระโรง ขุนศรีวิสารวาจาจึงเดินปรี่เข้าไปถามไถ่

“ขุนหลวงทรงมีรับสั่งว่ากระไรฤๅท่านพ่อ”

“รับสั่งว่าให้ไปรอที่ศาลาแถวสวนดอกไม้ใกล้วัง”

“เท่านั้นฤๅขอรับ” ขุนเรืองอภัยภักดีถาม ออกญาโหราบธิบดีพยักหน้าก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ที่เหลือจึงเดินตามไป

 

เมื่อแต่งกายเรียบร้อยแล้ว ออกญาโหราธิบดี ออกพระเพทราชา ออกพระวิสุทธสุนทร ขุนศรีวิสารวาจา ขุนเรืองอภัยภักดี แลหลวงสรศักดิ์ก็เดินมาถึงที่ศาลา ก่อนจะเห็นว่ามีแม่หญิงกำลังนั่งอยู่ที่ศาลา ข้าหลวงที่คอยตามดูแลแม่หญิงคนนี้จึงเรียกให้แม่หญิงผู้นั้นหันไปมอง

“แม่เกศสิริน!” ทุกผู้ต่างร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นแม่เกศสิริน เกศสิรินเมื่อเห็นผู้ใหญ่ที่เธอรู้จักดีก็รีบเดินมาหา แต่หลวงสรศักดิ์ไวกว่าเขาวิ่งเข้าไปกอดแม่หญิงตรงหน้าอย่างแนบแน่น เกศสิรินตกใจที่ถูกกอดกะทันหันตัวแข็งทื่อก่อนจะดึงสติกลับมาพยายามผละออกจากอ้อมกอดของชายตรงหน้า

“หลวงสรศักดิ์ปล่อยข้านะเจ้าคะ มากอดข้าไว้ไยกัน!

หลวงสรศักดิ์ยอมปล่อยแม่ตัวหอมออก เขาเห็นคนอื่นกำลังทำเป็นมองนกมองไม้ก่อนจะกระแอมไอเล็กน้อย ทุกคนเลยหันมาสนใจแม่หญิงเพียงหนึ่งเดียว

“ออเจ้าเป็นอย่างไรบ้างแม่เกศสิริน มิได้รับบาดเจ็บกระไรใช่ฤๅไม่”ออกพระวิสุทธสุนทรถามเสียงอ่อนโยน

“ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าสบายดีเจ้าค่ะ” เกศสิรินยิ้ม

“แล้วเรื่องมันเป็นไงมาไง ออเจ้าเล่าให้พวกข้าฟังได้ฤๅไม่” ขุนเรืองถามทำให้ทุกผู้พยักหน้าอย่างใคร่รู้ เกศสิรินถอนหายใจ

“มันไม่มีกระไรน่าเป็นห่วงเลยเจ้าค่ะ ขุนหลวงทราบมาว่าข้ารักษาท่านลุงขุนเหล็กก็เลยอยากให้ข้าเข้าเฝ้าเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

“มีเพียงเท่านี้ฤๅ” ขุนเรืองถามย้ำอีกรอบ เกศสิรินพยักหน้าคนอื่นจึงไม่ถามกระไรอีก หลวงสรศักดิ์ที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเกศสิรินจนเจ้าตัวถาม

“มีกระไรเจ้าคะ ไยมองหน้าข้าเยี่ยงนั้นจะพูดกระไรก็พูดมานั่งจ้องหน้าข้าอยู่ได้”

“ออเจ้าอยากให้ข้าพูดจริงฤๅ” เกศสิรินพยักหน้า หลวงสรศักดิ์ยิ้ม “ข้าคิดถึงออเจ้า”

เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นแม้จะพยายามทำหน้านิ่งเฉยแต่หัวใจกลับเต้นแรง บ้าชะมัด

“อะแฮ่ม ข้าเกรงว่าพวกข้ายังนั่งอยู่มิได้ไปไหนหนา” ออกพระเพทราชากระแอมไอเล็กน้อย ทุกผู้ต่างอมยิ้มและคิดว่าอีกไม่นานดอกพ่อเดื่อจะสิ้นลายเสียแล้ว เกศสิรินทำเป็นไม่สนใจก่อนจะหันไปบอกออกญาโหราธิบดีว่าจะไปบ้านของออกหลวงสุรสาครเพื่อเอาของขวัญไปให้นางตองกีมาร์

“คุณพ่อขอรับ แล้วพี่หญิงรู้ทางไปบ้านออกหลวงสุรสาครฤๅขอรับ” ขุนศรีวิสารวาจาหันไปคุยกับพ่อของเขา

...

“ประเดี๋ยวก่อนแม่เกศสิริน!” ก่อนจะตะโกนเรียกนาง

 

แม้หลวงสรศักดิ์จะเป็นห่วงแม่เกศสิรินแต่เขาชังน้ำหน้าอ้ายฝรั่งไพร่เลยให้อ้ายไม้และอ้ายทองอ่อน บ่าวของเขาไปดูแลเพราะอย่างไรแม่หญิงก็ไปไหนมาไหนโดยไม่มีบ่าวไพร่ด้วยมิได้ พร้อมทั้งสั่งเสียงเฉียบขาดว่า หากแม่หญิงเป็นกระไรแม้แต่น้อย กูจะตัดหัวพวกมึงสองคนซะ!’ จ้า กลัวแล้วจ้า

“มาหามาดามจ๊ะ” เสียงแม่หญิงเกศสิรินทำให้อ้ายทองอ่อนเลิกคิดกระไรไร้สาระก่อนจะรู้สึกตัวว่ามาถึงเรือนตึกใหญ่ของออกหลวงฝรั่งที่นายของเขาชังหนักหนา

“ยืนเหม่อกระไรทองอ่อน รีบเข้ามาสิ”

“ขอรับๆ” อ้ายไม้หัวร่อที่อ้ายทองอ่อนเอาแต่ยืนเหม่อ ทองอ่อนเลยศอกใส่สีข้างมัน

ทั้งสามเข้ามาในตึกใหญ่โตไม้และทองอ่อนมองอย่างตกตะลึงว่าภายในมันใหญ่โตถึงเพียงนี้ แถมมีของแปลกๆ ที่ชาวสยามไม่มี

“พี่หญิง!” แม่ตองกีมาร์เรียกเกศสิรินก่อนจะวิ่งเข้ามากอดแน่น

“พี่มาเที่ยวที่ละโว้ฤๅ จักอยู่นานเท่าใด”

“ข้าแค่แวะมาทำธุระกระไรนิดหน่อย ประเดี๋ยวก็กลับแล้วพอดีข้ามีของจะให้ออเจ้าเลยแวะมาหา” เกศสิรินตอบเลี่ยงความจริง ก่อนไม้จะส่งม้วนกระดาษมาให้ เกศสิรินยื่นให้แม่ตองกีมาร์แม้จะเสียดายที่พี่หญิงจะต้องรีบกลับแต่นางก็ดีใจที่พี่หญิงอุตส่าห์มาเยี่ยม นางรับกระดาษก่อนจะเปิดดู

“นี่มันรูปข้านิเจ้าคะ”

“ใช่ รูปตอนที่ออเจ้าแต่งงาน ข้าวาดมาให้เป็นของขวัญ ออเจ้าสวยมากข้าเลยอยากวาดมาให้ออเจ้าเก็บไว้ดู” ยิ่งน้ำเสียงแม่เกศสิรินอ่อนโยน แม่ตองกีมาร์ที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้สบตาเกศสิริน

“ขอบพระคุณพี่หญิงนะเจ้าคะ ขอบพระคุณมากจริงๆ” ใช่ นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไม่ว่าฐานะนางจะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่เธอก็ยังมีเพื่อน มีพี่หญิงที่ดีต่อเธอเสมอมา เกศสิรินกอดแม่ตองกีมาร์ราวกับจะปลอบเธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะต้องเจอกระไรอีกเยอะ เธอแค่อยากให้วันนี้นางมีความสุขเท่านั้นเอง

ออกหลวงสุรสาครที่เพิ่งกลับจากการไปเข้าเฝ้าขุนหลวง เห็นเมียของเขากำลังกอดแม่หญิงเกศสิริน ลูกสาวท่านออกญาโหราธิบดีที่พวกข้าราชการลือกันว่าเป็นคนรักษาท่านโกษาธิบดีจนหายดี เกศสิรินหันมาไหว้ก่อนจะขอตัวกลับก่อน

“ไว้ข้าจักมาเยี่ยมใหม่ จะพาแม่การะเกดมาด้วย” เกศสิรินกำลังจะเดินออกไปแต่หลวงสุรสาครกลับทักนางขึ้นมา

“ข้ายินมาว่าออเจ้าเป็นคนรักษาท่านโกษาธิบดีจริงฤๅ” แม้น้ำเสียงจะเรียบนิ่งแต่เกศสิรินก็รับรู้ทันทีว่าออกหลวงผู้นี้ไม่ได้ดีใจนักหรอกที่เธอรักษาคุณลุงขุนเหล็ก

“เจ้าค่ะ”

“อือ...ขอบน้ำใจออเจ้ามากข้าไม่นึกเลยว่าท่านโกษาธิบดีจะหายดีได้” เกศสิรินขมวดคิ้วกับประโยคนั้น

“ท่านพูดราวกับ...ไม่อยากให้คุณลุงขุนเหล็กหายดีเยี่ยงนั้นแล” คำตอบที่กงทะลุทำให้ออกหลวงฝรั่งแสดงอาการทางสีหน้า

“ข้าไม่ได้หมายความเยี่ยงนั้นดอก อาจเป็นเพราะข้าเห็นว่าแผลที่โดนโบยมันน่ากลัวข้าเลยคิดว่ามันรักษาให้หายยาก”

เกศสิรินเค่นหัวร่อหึ “ข้าเก่ง ออกหลวงท่านอย่าได้ห่วงกระไรเลย” เธอประชด ไม้และทองอ่อนต่างแอบทำหน้าดีใจที่อ้ายฝรั่งมิสามารถต่อปากกับแม่หญิงเกศสิรินได้ หลวงสุรสาครแอบกำมือเกร็งแน่นก่อนจะปั้นหน้ายิ้มราวกับไม่มีกระไรเกิดขึ้น แม่ตองกีมาร์ที่เห็นท่าไม่ดีเลยบอกลาแม่เกศสิรินก่อนจะเดินไปส่ง

 

“แม่หญิงขอรับ ไปพูดเยี่ยงนั้นจะดีฤๅขอรับ หากอ้ายฝรั่งนั่นมันโมโหขึ้นมาละขอรับ” ทองอ่อนพูดขึ้นเมื่อทั้งสามเดินออกมาไกลจากตึกใหญ่ของหลวงสุรสาคร ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าน้ำกลับอยุธยา

“ก็กลัวนะ แต่ถ้ามันทำกระไรขึ้นมา เราก็รู้ทันทีว่าต้องเป็นออกหลวงผู้นี้แน่” เกศสิรินยักไหล่อย่างสบาย

“เอ่อ บ่าวขอถามกระไรได้ฤๅไม่ขอรับ” ไม้ถาม เกศสิรินพยักหน้า

“แม่หญิงจะมาเป็นเมียเอกของออกหลวงท่านฤๅขอรับ” เกศสิรินหยุดเดินกะทันหัน ก่อนจะหันขวับไปมองไม้

“พูดบ้ากระไร ข้าจะไม่มีวันเป็นเมียของออกหลวงสรศักดิ์เด็ดขาด!” ไม้จึงก้มกราบแทบไม่ทัน เกศสิรินถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “เจ้านายของออเจ้าเป็นอย่างไร พวกออเจ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”

ไม้และทองอ่อนมองหน้ากัน เขารู้ว่านายของเขาเจ้าชู้ขนาดไหน แต่ลางทีนายของมันอาจจะเปลี่ยนไปหากได้แม่หญิงตรงหน้ามาเป็นเมียเอกก็ได้

“รีบเดินกันเถอะ คนอื่นรออยู่”

 

“เดินทางกลับดีๆ หนาออเจ้า” ข้าหลวงที่คอยดูแลแม่เกศสิรินพูดขึ้น หลังจากนำของกำนัลทั้งหลายที่ขุนหลวงประทานให้ แม้เจ้าตัวบอกว่าไม่เอาแต่ท่านก็ยังจะให้พร้อมขู่ว่าหากไม่รับจักตัดหัวเธอ สุดท้ายก็เลยต้องรับมา

“เจ้าค่ะ ดูแลตัวเองหนา” เกศสิรินลงเรือก่อนเรือจักออกจากท่า เธอย้ำกับไม้และทองอ่อนว่าเรื่องที่เธอคุยกับหลวงสุรสาครห้ามไปบอกใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเธอจะตัดหัวมันซะ! ดูเอาเถิด ขนาดขู่ยังเหมือนกันเสียขนาดนี้ หัวคนไม่ได้งอกใหม่ได้หนา

 

เมื่อเกศสิรินกลับมาถึงเรือนสร้างความดีใจให้กับคนที่เรือนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณหญิงจำปาที่กอดพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยความดีใจ การะเกดก็เข้ามากอดด้วย เกศสิรินลูบหัวอย่างปลอบโยนและหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นป้าปริก จิก จวง เข้ามากอดขาแล้วร้องไห้

“พอแล้วไม่ต้องร้องแล้ว ข้ากลับมาจะร้องไห้ทำไม”

“ฮือๆ แม่นายๆ ฮือๆๆ” เกศสิรินกรอกตาไปมา ออกญาโหราธิบดีมองภาพนี้แล้วยิ้มออกมา

“เอาละ ให้แม่เกศสิรินไปพักผ่อนก่อนเถิด ออเจ้าคงจักเหนื่อยมากไปนอนพักก่อนเถิด”

“เจ้าค่ะคุณพ่อ” เกศสิรินเดินเข้าหอนอนไป

 

วันต่อมา

เกศสิรินต้องมาเล่าให้การะเกดและคุณหญิงจำปาฟังว่าเกิดกระไรขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เล่าว่าทูลกระไรกับขุนหลวง ซึ่งทั้งสองก็โล่งใจมากที่เกศสิรินไม่ได้เป็นกระไรมากแม้ว่าการะเกดจะอิจฉาที่เธอมีโอกาสได้เข้าเฝ้าขุนหลวง ตอนนี้ทั้งคู่มานั่งเล่นที่ศาลาท่าน้ำ เกศสิรินมีท่าทางกังวลบ้างอย่างอย่างเห็นได้ชัด

“พี่หญิงกังวลอะไรเหรอ ทำไมทำหน้าซีเรียสจัง”

เกศสิรินถอนหายใจ

“ก็เรื่องท่านโกษาเหล็กอะแหละ เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนี้” การะเกดเข้าใจว่าพี่เกศสิรินหมายความว่าอะไร แต่ดูเหมือนว่าพี่สาวเธอจะไม่หายเครียดเลยแม้แต่น้อย เธอเลยเสนอ

“งั้นไปหาท่านอาจารย์ชีปะขาวดีไหม เผื่อท่านจะตอบเรื่องนี้ได้”

“ท่านอาจารย์ชีปะขาว? อ๋อ ที่เกดเล่าว่ามีญานมองเห็นอนาคตอะไรแบบนี้อะเหรอ”

“ใช่ๆ ท่านต้องรู้อะไรแน่ๆ ไปกันวันนี้เลยจะได้ไม่ต้องมานอยด์แบบนี้ไง ยังไงวันนี้คุณพี่ก็อยู่”

เมื่อขึ้นมาบนเรือนการะเกดขอร้องคู่หมายให้พาเธอกับแม่เกศสิรินไปหาท่านอาจารย์ชีปะขาวที่กระท่อมหลังวัดพุทไธสวรรค์ พ่อเดชจึงบอกให้จ้อยไปเกียมเรือพาไปวัดพุทไธสวรรค์

 

หลังวัดพุทไธสวรรค์

ที่นี่เป็นอาณาเขตหลังวัดที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาเนื่องจากมีอาคมกั้นอาณาเขตไว้ แต่ทันทีที่เกศสิรินผลักบานประตู ประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ขุนศรีวิสารวาจาที่เห็นดังนั้นก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะนึกไปถึงตอนที่แม่การะเกดก็เคยผ่านม่านอาคมนี้มาได้ พ่อเดชสั่งให้อ้ายจ้อยรอข้างนอกก่อนจะเดินนำแม่หญิงทั้งสองเข้าไปข้างใน ก่อนที่ประตูจะปิดลง

เมื่อเข้ามาด้านในเกศสิรินเห็นมีเหล่าชายฉกรรจ์กำลังฝึกซ้อมการต่อสู้ บ้างฝึกดาบ ฝึกมวย แต่ที่เกศสิรินสนใจคือการฝึกธนู แอบอยากฝึกบ้างจัง

“อ้าว พ่อเดช แม่การะเกด แม่เกศสิรินมากันพร้อมหน้าเลย มาหาท่านอาจารย์ฤๅ” เสียงของขุนเรืองทักขึ้น ทั้งสามหันไปไหว้ขุนนางหนุ่มที่ตอนนี้นุ่งถกพม่าเหงื่อเต็มตัวจากการฝึกซ้อมดาบ

“ใช่ ท่านอาจารย์อยู่ฤๅไม่” พ่อเดชถาม

“อยู่ พวกออเจ้ามีธุระกระไรกัน” แต่คนตอบกลับไม่ใช่ขุนเรือง แต่กลับเป็นหลวงสรศักดิ์ที่เพิ่งเดินมาจากการซ้อมมวยก่อนจะยิ้มเจ้าชู้ให้แม่เกศสิรินที่ทำหน้าเหม็นเบื่อเขาเต็มทน

“พี่หญิงมีเรื่องจักปรึกษาท่านอาจารย์น่ะเจ้าค่ะ ออกหลวงท่าน” การะเกดตอบแทนเมื่อเห็นว่าเกศสิรินไม่สนใจจะตอบคำถามของหลวงสรศักดิ์

“ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามาข้างในตำหนักสินังหนู” เสียงของชายที่มีอายุเอ่ยจากด้านหลัง ทั้งหมดไหว้ท่านอาจารย์ก่อนที่พ่อเดชจะอธิบาย อาจารย์ก็ยกมือห้ามไว้ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่ามีเรื่องกระไร เกศสิรินมองชายที่มีอายุนุ่งขาวห่มขาวกงหน้าอย่างสงสัยว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีเรื่องจะปรึกษา แถมไม่ประหลาดใจที่เธอเข้ามาได้ด้วย อาจารย์ชีปะขาวยิ้มให้แม่หญิงเกศสิรินเขาได้ยินว่านางคิดกระไรแต่ไม่อาจพูดได้ จึงเชิญทั้งหมดไปที่ตำหนัก

เมื่อเข้ามาภายในตำหนักเกศสิรินมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ มันคลายกับพวกเล่นของที่เห็นในหนังที่เธอดู คนที่เชื่อแต่เรื่องวิทยาศาสตร์มองไปรอบๆ อย่างสนใจ อย่างกับจอมขมังเวทย์

“ข้ามิเหมือนจอมขมังเวทย์ดอก แม่เกศสิริน” เกศสิรินที่ถูกทักขึ้นสะดุ้งอย่างตกใจ ก็เธอคิดในใจหนิท่านอาจารย์รู้ได้ไงอะ!

การะเกดที่นั่งที่พื้นข้างๆ เกศสิรินหันมากระซิบ “ท่านอาจารย์ได้ยินสิ่งที่เราคิดน่ะ ฮิๆ”

เกศสิรินทำหน้าราวไม่เชื่อ มันมีจริงเหรอวะคนที่อ่านใจเราได้อะ

“มีสิ ก็ข้านี่ไง” คราวนี้ท่านอาจารย์ก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พ่อเดช พ่อเดื่อทำหน้าไม่เข้าใจแต่ก็คิดว่าท่านอาจารย์อาจจะกำลังคุยกับแม่เกศสิริน

เกศสิรินยกมือยอมแพ้ราวกับว่าเธอเชื่อก็ได้ก่อนจะถามให้แน่ใจ “ท่านไม่ได้เหมือนพวกจอมขมังเวทย์จริงๆ ฤๅเจ้าคะ”

“แล้วแต่ออเจ้าจะคิดเถิด ข้ารู้ว่าพูดไปออเจ้าก็คงจะไม่เชื่อข้า” ก็จริง เกศสิรินกำลังจะเข้าเรื่องที่เธอจะมาปรึกษา

“ออเจ้ามาถามข้าเรื่องท่านโกษาธิบดีล่ะสิ”

“เจ้าค่ะ”

“ออเจ้าอยากถามกระไรข้าละ” ท่านอาจารย์ถาม

“คือ...ข้าอยากรู้ว่า สิ่งที่ข้าทำมันถูกหรือผิดเจ้าคะ” เกศสิรินถามสีหน้าไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วออเจ้าคิดเห็นเป็นประการใดละ แม่เกศสิริน”

“ข้าไม่แน่ใจเจ้าค่ะ...เพราะว่า...” เกศสิรินทำท่าจะพูดกระไรออกมาแต่เธอนึกขึ้นได้ว่าที่นี่มีคนไม่รู้ว่าเธอมาจากกาลข้างหน้า เธอเลยไม่ได้พูดต่อ

“แล้วตอนที่ออเจ้ารักษาท่านโกษาธิบดี ออเจ้าคิดกระไรอยู่”

เกศสิรินนิ่งคิดก่อนจะตอบ “คิดว่าท่านจะต้องได้รับการรักษา หากข้ารักษาท่านอาจจะหายเป็นปกติ”

อาจารย์ชีปะขาวที่ได้ฟังคำตอบก็ยิ้ม “แล้วออเจ้าจักคิดให้มากความไปไย ในเมื่อท่านโกษาธิบดีก็หายดีแล้ว”

“ข้ากังวลเรื่อง...”

“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไปดอก” คราวนี้ท่านอาจารย์สื่อสารกับเกศสิรินผ่านทางจิต

“แต่ในยุคของข้า ทุกคนรู้ว่าท่านโกษาเหล็กตายเพราะถูกโบยแต่ตอนนี้ท่านไม่ตาย ข้ากลัวว่ามันจะส่งผลกระไรในอนาคตข้างหน้าน่ะเจ้าค่ะ” เกศสิรินตอบท่านอาจารย์ผ่านทางจิต ท่านอาจารย์ยิ้มอย่างเอ็นดู

“มิมีกระไรน่าเป็นห่วงดอก ออเจ้าทำใจให้สงบเถิดมันไม่ได้ส่งผลกระไรในภายหน้าดอก”

เกศสิรินเงียบก่อนจะคิดตาม นั้นสิ มันผ่านมาสามร้อยกว่าปีแล้วจะคิดมากไปทำไม เกศสิรินยิ้มอย่างสบายใจขึ้นมาบ้าง การะเกดเห็นดังนั้นก็ดีใจที่เห็นพี่หญิงยิ้มออกมาบ้าง เกศสิรินนึกกระไรบางอย่างออกจึงถามอาจารย์ผ่านทางจิต

“คือข้าสงสัยว่า ข้ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรเจ้าคะท่านอาจารย์ แล้วข้าจะได้กลับไปที่บ้านเดิมของข้าได้ไหมเจ้าคะ”

อาจารย์ชีปะขาวนั่งนิ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาตอบโดยออกมาทางคำพูด “เพราะคนที่ออเจ้าคิดถึง เขาอยากเจอออเจ้าอีกอย่างไรละ”

“คนที่ข้าคิดถึง?” คราวนี้ไม่แม้แต่เกศสิรินที่ไม่เข้าใจ การะเกด พ่อเดช และพ่อเดื่อที่นั่งฟังอยู่ต่างทำหน้าไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่คำว่าคนที่แม่เกศสิรินคิดถึงทำให้พ่อเดื่อแอบไม่พึงใจ เหอะ!

“ใช่ เป็นคนที่ออเจ้าคิดถึง และเขาก็คิดถึงออเจ้าเขาอยากเจอออเจ้าอีก ในภพภูมินี้เขาเกิดมาหน้าตาคล้ายเดิมแต่ไม่มีความทรงจำในยุคที่ออเจ้าจากมา เขาเลยจำออเจ้ามิได้” ท่านอาจารย์ตอบเกศสิรินโดยสื่อทางจิตแทน “เขาอยากให้ออเจ้ามาเจอบุพเพสันนิวาสของออเจ้าที่ภพภูมินี้”

“อ๋อ เพราะบุพเพสันนิวาสของข้าในที่ที่ข้าจากมา โดนพ่อกับเจ้าน้องตัวแสบไล่ตะเพิดไปแล้วใช่ไหมเจ้าคะ” เกศสิรินคิด ใช่! ต้องเป็นเพราะสองคนนั้นนั่นแหละ!

“ฮ่าๆๆๆๆ เห็นทีคงจะจริงอย่างออเจ้าว่ามากระมัง” ท่านอาจารย์หัวเราะออกมา การะเกด พ่อเดช พ่อเดื่อทำหน้าไม่เข้าใจอีกครั้ง ท่านอาจารย์เลยสื่อทางจิตอีกครั้ง

  “มิใช่แบบนั้นดอกนังหนู ถ้าเป็นบุพเพสันนิวาสกันจะกี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นบุพเพสันนิวาสกันอยู่ดี แต่เขาผู้นั้นที่อยากเจอออเจ้าหมดบุญในชาติของออเจ้าแต่เขามีบุญกลับมาเกิดในชาตินี้ เขาอยากเห็นออเจ้ามีความสุขเขาเลยเลือกให้ออเจ้ามาที่นี้อย่างไร”

เกศสิรินยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ ใครวะ ที่อยากให้เธอมาอยู่ที่นี่นักหนา แล้วทำไมต้องที่นี่ด้วย เฮ้อ หญิงสาวคิดก่อนจะถอนหายใจออกมา ท่านอาจารย์นั่งนิ่งๆ ก่อนจะพูดขึ้นมา

“อีกไม่นานออเจ้าก็จะเจอเขาผู้นั้นเอง” เมื่ออาจารย์ว่าจบก็นั่งหลับตาทำสมาธิ ทั้งหมดเลยพากันกราบลาออกจากตำหนัก

 

เมื่อเดินมาถึงท่าน้ำวัดพุทไธสวรรค์ เกศสิรินที่กำลังคิดถึงเรื่องที่ท่านอาจารย์พูดเลยไม่ได้ฟังที่การะเกดพูด จนการะเกดต้องแตะไหล่บางเกศสิรินถึงรู้สึกตัว

“มีอะไรเหรอเกด”

“โห่ พี่หญิงเกดเรียกพี่หญิงตั้งนานแล้ว เรียกจนคนแถวนี้จำได้ละว่าพี่ชื่ออะไรเนี่ย” การะเกดบ่น เกศสิรินจึงยิ้มแห้งกลบเกลื่อน

“แล้วมีอะไรเหรอ แล้วพ่อเดชหายไปไหน” เกศสิรินมองซ้ายมองขวาก่อนจะรู้สึกตัวว่าพ่อเดชไม่ได้อยู่ตรงนี้

“คุณพี่คุยราชการอยู่ค่ะ เลยให้เรามารอที่เรือก่อนจะตามมา” เกศสิรินพยักหน้า การะเกดเลยถามต่อ “สรุปเขาผู้นั้นเป็นใครเหรอ?”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน...” หรือว่า เกศสิรินนิ่งคิดก่อนจะส่ายหัว ไม่น่าใช่มั้ง...

ขณะที่เกศสิรินเหม่อเป็นจังหวะที่มีผู้ชายที่คลุมหน้าตากำลังจะหยิบมีดมาแทงเกศสิริน การะเกดที่หันมาพอดีตะโกนขึ้นเสียงดัง

“พี่หญิงระวังค่ะ!

เกศสิรินหันไปตามเสียง ชายที่คลุมหน้าตาก็เอามีดวิ่งเข้ามาจะแทงเกศสิริน แต่เกศสิรินขัดมามันล้มกระแทกพื้น ผู้คนเริ่มแตกตื่นโวยวายเมื่อเห็นว่ามีคนพกมีดหมายจะฆ่ากันที่วัด อ้ายจ้อย อ้ายยอดเอาตัวมาบังแม่หญิงทั้งสองไว้ ก่อนชายคนนั้นจะลุกขึ้นมาเกศสิรินหยิบเอาไม้พายขึ้นมาก่อนจะ

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

ฟาดมันอย่างแรงที่ท้ายทอยสามทีแรงๆ ก่อนที่มันจะสลบไป เกศสิรินโยนไม้พายให้ยอดและจ้อยที่ตะลึงต่อสิ่งที่ตรงหน้าแม้แต่การะเกดก็ด้วยเช่นกัน

“จ้อย ไปหาเชือกมามัดมือมัดเท้ามันก่อนไป เผื่อมันหนีแล้วก็ไปตามพ่อเดชมาด้วย” อ้ายจ้อยพยักหน้ารัวๆ ราวกับกลัวแม่หญิงกงหน้าก่อนจะวิ่งไปหาเชือกจากชาวบ้านที่มุงดูอยู่ การะเกดจึงพูดอย่างตื่นเต้น

“พี่หญิงเท่มาก เจ๋งสุดๆ ไปเลย” การะเกดยกนิ้วให้ เกศสิรินยักไหล่อย่างสบายๆ ก่อนจะหันมาสนใจคนที่นอนสลบเพราะฝีมือเธอ

“มันเป็นใครกัน มันดูจงใจมาฆ่าพี่หญิงเลยนะ”

“หึๆ ที่นึกออกก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละ” การะเกดมองหน้าเกศสิรินที่กำลังยิ้มอย่างเย็นชา

ไม่นานเธอก็เห็นพ่อเดช ขุนเรือง หลวงสรศักดิ์ หลวงศรียศ และอ้ายจ้อยที่มาพร้อมกับเชือกกำลังวิ่งมาทางนี้ด้วยหน้าตาตื่นตะหนก หลังจากที่ยินจากอ้ายจ้อยว่าแม่หญิงทั้งสองถูกปองร้าย

“แม่การะเกด แม่เกศสิรินออเจ้าไม่ได้บาดเจ็บใช่ฤๅไม่” พ่อเดชถามพลางสำรวจว่าคู่หมายกับพี่หญิงของเขามีแผลกงไหนบ้าง

“ข้ามิเป็นกระไรดอกเจ้าค่ะคุณพี่ มันไม่ได้จะมาทำร้ายข้าด้วย มันตั้งใจจะทำร้ายพี่หญิงต่างหาก” ทุกคนพร้อมหันมามองหน้าเกศสิรินที่ยืนสั่งอ้ายจ้อยให้มัดอ้ายคนที่สลบอยู่ หลวงสรศักดิ์เดินมาจับแขนทั้งสองข้างของแม่เกศสิรินก่อนจะถามน้ำเสียงเป็นห่วง

“ออเจ้าเป็นกระไรฤๅไม่ บาดเจ็บกงไหน ออเจ้าตกใจมากฤๅไม่ ใครมันกล้าปองร้ายออเจ้ากัน บอกข้ามาแม่เกศสิริน” พ่อเดื่อถามราวกับนางจะตอบหมด

“ข้าไม่เป็นกระไร ไม่ได้บาดเจ็บ ก็ตกใจอยู่ ส่วนใครที่ปองร้ายข้า ข้ายังไม่แน่ใจนักรอถามเอาความจากมันอยู่” เกศสิรินตอบคำถามพ่อเดื่อทุกคำถาม

หลวงสรศักดิ์พยักหน้าให้นาง ก่อนจะสั่งบ่าวของเขาเสียงเข้ม

“ลากมันมา ข้าจักสอบปากคำมันเอง!

 

ไม้และทองอ่อนช่วยกันลากอ้ายโจรมาที่ที่ไม่มีคนพลุ่งพล่าน หลวงสรศักดิ์สั่งให้อ้ายทองอ่อนเอาน้ำในคลองสาดใส่หน้ามันให้ตื่น

“แค่กๆ” เสียงมันไอเล็กน้อยที่สำลักน้ำที่สาดหน้าก่อนจะลืมตามองไปรอบๆ เห็นข้าราชการไทยทั้งสี่คน และแม่หญิงทั้งสองที่อยู่ด้วยกันและยังมีบ่าวไพร่ของคนพวกนี้กำลังจ้องหน้าเขาอย่างหาเอาความจริง

“มึงเป็นใคร ไยจะมาทำร้ายแม่หญิง” หลวงสรศักดิ์ที่กุมไม้ตะพดแน่นเพื่อให้ใจเย็นไม่ลงไม่ลงมือกับมันที่บังอาจมาทำร้ายแม่เกศสิริน

อ้ายโจรไม่ตอบก่อนจะเสมองไปทางอื่น ราวกับคนตรงหน้าไม่มีตัวตน หลวงสรศักดิ์ทนไม่ไหวจึงเอาไม้ตะพดฟาดที่หน้ามัน

“อั่ก!” อ้ายโจรนั่นกระอักเลือดออกมา พ่อเดชหันมากระซิบกับคู่หมายและแม่เกศสิริน

“พวกออเจ้าออกไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวภาพจะติดตา” เกศสิรินส่ายหน้าปฏิเสธ

“ข้าอยากดู ให้ข้าดูเถิด” การะเกดพยักหน้าเห็นด้วย เธออยากเห็นแบดบอยอยุธยาจะจัดการยังไงกับโจรผู้นี้ พ่อเดชเห็นดังนั้นจึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะย้ำว่าห้ามเข้ามาขัดขวางไม่ว่าจะเกิดกระไรขึ้น ทั้งสองพยักหน้าก่อนจะหันมาสนใจอ้ายโจรนั่นต่อ

“ใครส่งมึงมา” คราวนี้เป็นหลวงศรียศที่ถามขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ยังไม่ยอมตอบ หลวงสรศักดิ์จึงใช้ไม้ตะพดฟาดอีกที

“อั่ก! กูไม่บอกมึงหรอกเว้ย ต่อให้พวกมึงฆ่ากูให้ตายกูก็ไม่บอกหรอกเว้ย” อ้ายโจรมันท้าทายเพราะยังไงเขาก็รู้ว่าอ้ายพวกข้าราชการพวกนี้ยังไงก็ไม่ฆ่าเขาดอก เพราะมิเช่นนั้นมันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมันมา หลวงสรศักดิ์ขบฟันกรามแน่นอย่างคับแค้นใจ จริงของมันถ้ามันตายเขาก็ไม่รู้ว่าใครส่งมันมา น่าโมโหเสียจริง!

“งั้นก็ฆ่ามันเลยสิ ถ้าทำอย่างไรมันก็ไม่บอกมิใช่ฤๅ” เสียงหวานของเกศสิรินทำให้ทุกผู้มองหน้านางอย่างประหลาดใจ เว้นเสียแต่อ้ายโจรนั่นที่มองนางอย่างตื่นกลัวก่อนจะแกล้งทำราวกับไม่มีกระไรเกิดขึ้น แต่ท่าทางนั้นไม่มีทางรอดพ้นสายตาเกศสิรินไปได้

“ออเจ้าว่ากระไรหนา แม่เกศสิริน” พ่อเดชถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คิดว่าได้ยินกระไรผิดไป เกศสิรินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ข้าบอกว่า ก็ฆ่ามันเลยเพราะทำอย่างไรมันก็ไม่บอกเราอยู่ดี มันอยู่ไปใช่เราจะรู้กระไรจากมัน”

ทุกคนสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงเฉียบขาดของแม่หญิงเกศสิริน พวกเขารู้ว่านางพูดจริง หลวงสรศักดิ์เดินเข้ามาหาแม่หญิงตรงหน้าก่อนจะกระซิบ

“ออเจ้าพูดจริงฤๅ ที่จักให้ข้าฆ่ามัน” เขาถามเพื่อความแน่ใจ เกศสิรินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อ้ายโจรนั่นที่กลัวเธอจนไม่อาจปิดมันไว้

“ถึงออเจ้าไม่บอกข้าก็รู้อยู่ดีว่าใครส่งออเจ้ามา ถึงออเจ้าจะตายไปข้าก็ไม่สนใจ” เกศสิรินกล่าวเสียงเย็นชา อ้ายโจรกงหน้าเริ่มเหงื่อแตกพลั่กมันสัมผัสได้ว่าแม่หญิงตรงหน้าฆ่ามันจริงแน่

“คราแรกข้าคุยกับหลวงสรศักดิ์ว่าหากออเจ้ายอมบอก จะไว้ชีวิตแต่เห็นทีออเจ้าคงต้องจบชีวิตลงเสียแล้ว น่าเสียดายยิ่งนัก อีกทั้งไม่ใช่แค่ออเจ้าที่ต้องตายเผลอๆ อาจจะเป็นทั้งครอบครัวของออเจ้าทั้งหมดเลยกระมังที่ต้องตาย น่าเสียดายจริงๆ” เกศสิรินแกล้งว่ากล่าวน้ำเสียงราวกับเสียดาย แต่คนฟังอย่างอ้ายโจรถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างขอชีวิต

“ข้าผิดไปแล้ว...ข้าขอโทษ ลูกเมียข้ามิได้ผิดกระไร...ยะ...อย่า ทำกระไรพวกเขาเลย” อ้ายโจรกล่าวขอร้องแม่หญิงตรงหน้า หากมันไม่โดนมัดมือมัดแขนไว้มันคงก้มกราบแม่หญิงตรงหน้าไปแล้ว เกศสิรินมองท่าทีนั้นก่อนจะยิ้มเล็กน้อย อีกนิดเดียว ซึ่งใครมองก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้นน่ากลัวแค่ไหน

“คงมิได้หรอก แต่ข้าสัญญาว่าลูกเมียออเจ้าจะไม่รู้ว่า สาเหตุที่พวกเขาต้องตายก็คือออเจ้า” เกศสิรินหันไปมองหลวงสรศักดิ์ที่เอาดาบมาจากหลวงศรียศก่อนจะเดินไปหาอ้ายโจรนั้นที่ร้องไห้ออกมาเสียงดัง ทุกผู้ไม่มีใครกล้าพูดกระไรออกมา จนเมื่อหลวงสรศักดิ์ง้างดาบจะฟันคออ้ายโจรนั่น มันก็ร้องบอกออกมา

“ข้ายอมแล้วๆ อย่าทำลูกเมียข้าเลย ข้ายอมแล้ว ได้โปรดอย่าทำลูกเมียข้าเลย ข้าบอกแล้วๆ ฮึกๆ”

“ถ้าเช่นนั้นใครส่งออเจ้ามา” ขุนศรีวิสารวาจาถาม

“ข้าไม่รู้ดอกว่าเขาชื่อกระไร เพราะเขาคลุมหน้าตามามิได้บอกชื่อกระไรแต่น่าจะเป็นแม่หญิงตาคมสวย แต่ข้าคิดว่าคงจักเป็นพวกบ่าว”

“ไยจึงคิดเช่นนั้น” ขุนเรืองถาม

“เพราะมันหลุดว่านายท่านออกมาแต่กระนั้นข้าไม่ได้สงสัยกระไรเพราะเห็นมันให้เงินข้ามาเยอะ” ทุกผู้นิ่งฟังก่อนจะคิดตาม

“มันสั่งให้ฆ่า หรือขู่” เกศสิรินถามอ้ายโจรหลบตาก่อนจะตอบ

“ให้ขู่” เกศสิรินมองอ้ายโจรอีกครั้งราวกับจะหาความจริง อ้ายโจรจึงยืนยันอีกครั้ง “เรื่องจริงนะ ข้าสาบาน!

เกศสิรินพยักหน้า “มันให้ค่าจ้างออเจ้าทั้งหมดใช่ไหม” อ้ายโจรพยักหน้า เขาได้รับค่าจ้างมาทั้งหมดซึ่งน่าแปลกใจมากแต่ก็ไม่ได้ถามกระไร

“ถ้าเช่นนั้นออเจ้ารีบพาลูกเมียหนีไปให้ไกลที่สุด อย่าให้พวกมันตามมาได้” คำพูดของเกศสิรินทำให้ทุกผู้ตกใจ

“ทะ...ทำไมละขอรับ...ทำไมต้องหนีด้วย”

“ก็เพราะมันจะมาฆ่าออเจ้าแล้วเอาเงินคืนอย่างไรเล่า” พ่อเดชที่คิดตามเอ่ยในสิ่งที่คิดออกมาก่อนจะหันไปหาเกศสิรินที่คิดเหมือนกันกับเขา หลวงสรศักดิ์สั่งให้ไม้และทองอ่อนปล่อยตัวมันไป ตามที่แม่หญิงเกศสิรินขอ อ้ายโจรนั่นก้มลงกราบเท้าแม่หญิงเกศสิรินที่ไว้ชีวิตมัน

“ข้าขอบน้ำใจแม่หญิงมากที่เมตตาข้า ข้าขอประทานอภัยที่คิดจะทำร้ายแม่หญิง ข้าขอโทษด้วยจริงๆ”

“อืม ออเจ้าไปได้แล้ว ประเดี๋ยวพวกมันจะมาก่อนที่ออเจ้าจะหนี”

เมื่อเกศสิรินว่าจบอ้ายโจรนั่นก็กลับไปทันที การะเกดถอนหายใจอย่างโล่งอกคิดว่าจะต้องมาเห็นคนถูกฆ่าตายจริงๆ ก่อนที่การะเกดจะถามเอาความจากเกศสิริน

“พี่หญิงคิดจะฆ่าเขาจริงๆ ฤๅเจ้าค่ะ” เกศสิรินโคลงศีรษะเล็กน้อย

“เปล่าดอก แค่ใช้จิตวิทยาเล็กน้อย”

หลวงสรศักดิ์ที่ได้ฟังคำมิคุ้นเคยก็ขมวดคิ้ว

“จิต จิตกระไรหนา”

“จิตวิทยา ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ตอนที่สอบเอาความจากคนร้าย ข้าก็ทำเช่นนั้นแลแต่ใช้ความกดดันเข้าช่วย” ทุกผู้พยักหน้าอย่างเข้าใจ การะเกดจึงเอ่ยชม

“สุดยอด พี่หญิงเจ๋งที่สุด นอกจากจะเป็นหมอยังเป็นนักสืบอีกด้วย เจ๋งจริงๆ”  เกศสิรินหัวเราะก่อนจะโค้งน้อมรับคำชม

“จริงอย่างที่แม่การะเกดพูด หากออเจ้าเป็นชายออเจ้าคงได้รับราชการอยู่กรมการเมืองเช่นเดียวกับข้า พ่อเดื่อ และพ่อเรืองเป็นแน่” หลวงศรียศกล่าวอย่างชื่นชม

“ข้าก็เห็นเยี่ยงหลวงศรียศว่ามา แต่เสียดายที่ออเจ้าเป็นแม่หญิงเลยเข้ารับราชการมิได้” ขุนเรืองยืนยันด้วยอีกคน

“ข้าว่านางเป็นหญิงนี่แลดียิ่งนัก” หลวงสรศักดิ์ขัดขึ้นมา เกศสิรินจึงประชดไป

“กลัวว่าข้าจักเก่งเกินหน้าท่านฤๅเยี่ยงไร หลวงสรศักดิ์”

“หากออเจ้าเป็นชายข้าก็ไม่ห่วงกระไรออเจ้าดอก แต่ออเจ้าเป็นหญิงข้าเลยเป็นห่วงออเจ้า กลัวว่าออเจ้าจักเป็นกระไรไป” เกศสิรินเบือนหน้าหนีเมื่อหลวงสรศักดิ์พูดจบ การะเกดที่เห็นจึงแกล้งไอขัดจังหวะ

“แค่กๆๆ เอ่อ ข้าว่าเรากลับเรือนดีกว่านะเจ้าคะ คุณลุง คุณป้าคงจักรออยู่”

ทั้งหมดพยักหน้าก่อนจะรีบเดินไปที่ท่าน้ำนำหน้าหลวงสรศักดิ์และแม่เกศสิรินที่รั้งท้าย หลวงสรศักดิ์ที่เดินตามหลังแม่เกศสิรินมองแผ่นหลังของแม่เกศสิรินก่อนจะนึกเจ็บใจ ที่เขาไม่สามารถปกป้องนางได้แม้นางจะไม่ได้เป็นกระไรแต่เขาก็เจ็บใจอยู่ดี เกศสิรินเหลือบมองไปทางข้างหลังเธอเห็นว่าหลวงสรศักดิ์เอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเผลอยิ้มอย่างลืมตัวการะเกดที่หันมามองสะกิดแขนให้พ่อเดชดู พ่อเดชอมยิ้มก่อนจะพยักเพยิดให้คู่หมายรีบเดิน

 

เมื่อกลับมาถึงเรือนพ่อเดชบอกเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พ่อของเขารู้ ออกญาโหราธิบดีตกใจมากว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หลวงสรศักดิ์ ขุนเรือง แลหลวงศรียศที่ตามมาด้วยนั่งนิ่งก่อนจะนึกถึงคำพูดของอ้ายโจรนั่น

“มันว่ามีแม่หญิงสั่งให้ทำขอรับ” ขุนเรืองกล่าว

“เห็นว่าเป็นบ่าวหญิงตาคม” หลวงศรียศกล่าวเสริมก่อนจะคิดตามว่ามีบ่าวหญิงที่ใดตาคม หลวงสรศักดิ์ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกุมไม้ตะพดในมือแน่น ราวกับจะทำให้มันแหลกคามือ ถ้าหากแม่เกศสิรินเป็นกระไรไป...

“พ่อเดื่อ” ออกญาฯ เรียกออกหลวงหนุ่ม เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะขานรับ

“ขอรับ ออกญาท่าน”

“ข้าว่าการที่ออเจ้าเคยคุยไว้กับข้า เห็นทีคงรอช้ามิได้แล้ว”

หลวงสรศักดิ์เบิกตากว้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความกังวล

“แล้วนางจะมิว่ากระไรฤๅขอรับ อย่างไรนางต้องปฏิเสธแน่ขอรับ”

ออกญาโหราธิบดียิ้มเล็กน้อย “แล้วพ่อเดื่อจะทำตามที่ข้าขอร้องได้ฤๅไม่”

หลวงสรศักดิ์นิ่งคิดก่อนจะตอบ “ขอรับ ข้าจะทำตามที่ท่านขอร้อง”

“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีกระไรน่าห่วง ที่นี่มีคนช่วยออเจ้าเยอะโข”

“ถ้าเช่นนั้น อีกสามวันข้าจักมาใหม่ขอรับ เพราะท่านพ่อไปราชการที่สองแคว”

ออกญาโหราธิบดีพยักหน้า ทุกผู้ที่คราแรกกังวลเรื่องที่แม่เกศสิรินถูกปองร้ายมาครานี้กลับยิ้มออก พวกเขาคิดว่าเรื่องที่คุยต้องเกี่ยวกับพ่อเดื่อกับแม่เกศสิรินเป็นแน่ แต่เขาคาดเดาได้เลยงานนี้เกียมสนุกแน่

 

หลายวันต่อมา

วันนี้เกศสิรินกับการะเกดมานั่งเล่นแถวหลังเรือน ที่มีดอกไม้ที่คุณหญิงจำปานำมาปลูก อย่างมะลิ จำปี จำปา ดอกแก้วและอื่นๆ การะเกดที่เดินเก็บดอกมะลิอยู่หันมาถามเกศสิรินที่นั่งเล่นใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้ๆ

“เกดยังไม่รู้เลยว่าพี่หญิงชอบดอกไม้อะไร” เกศสิรินละสายตาจากท้องฟ้าหันมามองการะเกดก่อนจะตอบ

“มะลิกับกุหลาบจ้ะ”

“หื้ม พี่ชอบกุหลาบเกดไม่สงสัยหรอกเพราะกลิ่นน้ำอบของพี่ก็เป็นกลิ่นกุหลาบ แต่มะลิเนี่ยสิ ว้าว! คาดไม่ถึงเลยแฮะ” การะเกดพยักหน้า เกศสิรินยิ้มก่อนจะคิดตามที่การะเกดบอก

“เพราะมีคนชอบ พี่ก็เลยชอบด้วย”

การะเกดมองรอยยิ้มนั้นเธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกระไรบางอย่าง บอกไม่ถูกเหมือนกันมันไม่สุขแต่ก็ไม่เศร้า การะเกดส่ายหัวเลิกคิดกระไรไร้สาระ เธอคิดว่าตรงนี้บรรยากาศดี เงียบสงบ ถ้าได้ฟังเพลงเพราะๆ มันจะลงตัวมากเลย

“พี่หญิง เรามาร้องเพลงดีไหม?”

“ฮ่าๆ จะดีเหรอ พี่ร้องเพลงของคนยุคนี้ไม่เป็นหรอกนะบอกไว้ก่อน”

“แหม เกดก็ร้องไม่เป็นหรอกค่ะ เอาเพลงบ้านเราเนี่ยแหละเกดอยากฟังเสียงพี่หญิงร้องเพลง”

“พี่ไม่ได้เสียงดีขนาดนั้นสักหน่อยจะพาเสียบรรยากาศหมด”

การะเกดส่ายหน้า “ตรงนี้มีแค่เรานี่นา ไม่เป็นอะไรหรอก”

เมื่อถูกการะเกดคะยั้นคะยอมากเข้าเกศสิรินก็เลยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะนึกถึงเพลงที่เธอฟังบ่อยๆ ระหว่างขับรถไปทำงานเอาเป็นว่ามันเป็นเพลงโปรดของเธอระหว่างรอรถติดไฟแดงอะนะ

“รู้ดีว่ามันก็จบไปนานแล้ว

แต่ใจยังคงคิดถึง ใจยังคงต้องการ

รู้ดีว่ามันต้องใช้เวลา

แต่ใจยังคำนึงถึงใจยังคงต้องการ”  

 

เสียงหวานที่กำลังร้องเพลงอยู่ท่ามกลางดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอม ทำให้พ่อเดื่อที่ขออาสาเดินมาตามแม่หญิงทั้งสองของเรือนต้องหยุดเดิน ก่อนจะหลบหลังต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อฟังเสียงหวานๆ เขาไม่เคยได้ยินเพลงแบบนี้มาก่อนแต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาเดินเข้าไปฟังแม่เกศสิรินต้องหยุดร้องแน่ เขาเลยเลือกที่จะแอบฟังอยู่หลังต้นไม้

“นานเท่าไร แต่ดูเหมือนว่ามันยังไกล

และดูเหมือนเวลาไม่เคยทำมันให้จาง

บอกหน่อยเถิดรัก บอกว่าเป็นเช่นไร

ฉันไม่เคยรู้ว่าทำไม ฉันไม่เคยเข้าใจอะไร

ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ

หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม ให้ฉันไม่รักใครอีกเลย” *

 

เมื่อร้องจบเกศสิรินก็ยิ้มเล็กน้อยที่เห็นท่าทีของการะเกด การะเกดปรบมือให้รัวๆ ก่อนจะยื่นดอกมะลิมาให้เป็นรางวัล เกศสิรินถอนสายบัวก่อนจะรับมะลิดอกนั้นมาพลางหัวร่ออย่างขำขัน

“ไหนบอกว่าเสียงไม่เพราะไง เนี่ยเพราะมากเลยนะ ถ้าพี่ไม่ได้เป็นหมอก็เป็นนักร้องได้เลยนะเนี่ย ทั้งสวย ทั้งเสียงดี เกดให้สามผ่านค่า” เกศสิรินหัวร่อก่อนจะดีดหน้าผากการะเกดเบาๆ อย่างหมั่นไส้

“เว่อร์ไปแหละๆ”

“จริงๆ นะ ว่าแต่พี่หญิงชอบเพลงนี้เหรอ”

“อืม เพลงเพราะ ความหมายก็ดีอีก เอาไว้ฟังตอนรอไฟแดงจะได้ใจเย็นลงบ้าง” การะเกดพยักหน้าเข้าใจก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“พี่หญิงอะนะใจร้อน? เกดไม่อยากจะเชื่อ” เกศสิรินหัวร่อ

“จริงสิ เอาจริงๆ นะเวลาพี่โมโหพี่ก็เลือดขึ้นหน้าจนบางทีก็อาจจะทำร้ายใครไปไม่รู้ตัว”

“...”

“แต่นั่นมันเหมือนก่อนอะนะ หลังๆ พอโตขึ้นมาก็ไม่ค่อยเป็นแบบนั้นแล้ว เพราะเราเป็นหมอจะมาใจร้อนเหมือนแต่ก่อนได้ไงละ ไม่อย่างนั้นนะพี่โดนไล่ออกจากโรงพยาบาลนานละ”

“ก็จริงแหละ เกดแค่นึกภาพไม่ออกเฉยๆ ว่าพี่หญิงจะใจร้อนเป็นกับเขาด้วย”

เกศสิรินยักไหล่ การะเกดหันมาเห็นหลวงสรศักดิ์ที่แอบหลังต้นไม้เธอเลยนึกอะไรดีๆ ออกก่อนจะถามเกศสิริน

“พี่หญิง พี่หญิงยังไม่เคยบอกเลยว่าชอบผู้ชายแบบไหน”

เกศสิรินหันมามองก่อนจะเลิกคิ้ว

“ถามทำไมอะ”

“ก็เกดอยากรู้อะ เห็นพี่บอกว่าพ่อกับน้องชายพี่หวงขนาดนั้น ถ้าจะฝ่าด่านคุณพ่อตาขาโหดกับน้องชายสุดโฉด จะต้องเป็นคนแบบไหนกันน่า” การะเกดแกล้งพูดเสียงดังขึ้นเพื่อให้คนที่แอบฟังอยู่ได้ยิน เกศสิรินนิ่งคิดสักพักก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“พ่ออยากให้มีคนที่ดูแลพี่ได้มั้ง ท่านจะได้ไม่เป็นห่วงรักพี่จริง รักครอบครัว ที่สำคัญนะต้องไม่เจ้าชู้!” เกศสิรินเน้นเสียงหนักแน่นตรงคำว่าเจ้าชู้ หลวงสรศักดิ์ที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะดุ้งเบาๆ กับคำว่าเจ้าชู้ ข้าไม่ได้เจ้าชู้เสียหน่อย...

การะเกดยิ้มแห้งๆ ข้าช่วยได้เท่านี้แหละค่ะหลวงสรศักดิ์

“แม่หญิงเกศสิริน แม่หญิงการะเกด หลวงสรศักดิ์ขอรับ ออกญาท่านให้มาตามขอรับ” อ้ายจ้อยวิ่งมาตามทั้งสาม เมื่อเห็นว่าหลวงสรศักดิ์ที่ไปตามแม่หญิงทั้งสองยังไม่มาเสียที ออกญาโหราธิบดีเลยให้จ้อยมาตามก่อนจะเห็นทั้งสามอยู่ด้วยกัน...จะเรียกด้วยกันก็มิถูกเพราะหลวงสรศักดิ์ยืนหลบอยู่

เกศสิรินหันไปทางจ้อยก่อนที่หลวงสรศักดิ์จะเดินออกมาให้เธอเห็น เกศสิรินทำหน้านิ่งก่อนจะยกมือไหว้

“มาแอบฟังฤๅ”

หลวงสรศักดิ์ทำราวกับไม่รู้เรื่องที่ถูกจับได้ เกศสิรินเลยไม่สนใจก่อนจะเดินนำขึ้นไปบนเรือน การะเกดที่เดินมาข้างๆ หลวงสรศักดิ์พูดเสียงเบาว่า

“พยายามเข้านะเจ้าคะ ข้าเอาใจช่วย” ก่อนจะเดินขึ้นเรือนตามเกศสิรินไป หลวงสรศักดิ์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงบทเพลงกระไรมิรู้ที่นางร้องเมื่อครู่ ถ้าหากอยากรู้ว่ารักเป็นเช่นไร ออเจ้าให้โอกาสนั้นให้ข้าได้ฤๅไม่ แม่เกศสิริน


________________________________________________________________________________________________

B
E
R
L
I
N

#เพลงที่แม่เกศสิรินร้องนะคะ☺
#ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกจ้ะพ่อเดื่อ ด้านได้อายอด
#ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ♥
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #73 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:05

    เขินจุงเบย

    #73
    0
  2. #35 queenmzzzx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 00:43
    ฮั่นแน่~คุณพี่ก็
    #35
    1
    • #35-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      3 พฤษภาคม 2562 / 00:07
      ฮิ้ววววว คุณพี่ร้ายนะขอบอก
      #35-1
  3. #19 Paone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:53

    คิดถึงไรท์แย้ว
    #19
    1
    • #19-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      12 เมษายน 2562 / 09:33
      เจอกัน 6ทุ่มนะคะ (:
      #19-1
  4. #18 Phantom aLicE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 01:53
    ฉันเขิน
    #18
    1
    • #18-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      10 เมษายน 2562 / 18:28
      เดี๋ยวมียิ่งกว่านี้อีกค่ะ อิอิ
      #18-1
  5. #17 Paybaby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 14:52
    สมุกมากค่ะ...อยากให้มาต่อเร็วๆจังค้างอ่ะ
    #17
    1
    • #17-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      8 เมษายน 2562 / 16:23
      ขอบคุณนะคะ รอติดตามได้เลยค่ะ คนแต่งกำลังเร่งปั่นอยู่ค่ะ 5555
      #17-1
  6. #14 xer220262 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 09:57

    ชอบมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องสนุกมาก

    เป็นกำลังใจให้นะคะ.https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-09.png

    #14
    1
    • #14-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      8 เมษายน 2562 / 11:08
      ขอบคุณนะคะ ฝากติดตามด้วยนะ ^^
      #14-1
  7. #13 Sabrina_yok (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:50

    สนุกมากค่ะ ภาษาก็อ่านง่ายด้วย โดยรวมแล้วคือ ดีhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #13
    1
    • #13-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      8 เมษายน 2562 / 00:54
      ว้าว ขอบคุณมากค่ะ ตอนแรกกลัวเรื่องภาษามาก T^T
      ขอบคุณนะคะ รอติดตามได้เลยค่ะ (:
      #13-1
  8. #12 Paone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:31

    แต่งได้น่าติดตามมากจะติดตามต่อไปนะคะ
    #12
    2
    • #12-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 5)
      8 เมษายน 2562 / 00:47
      ขอบคุณค่า ขอสารภาพบาปว่าแต่งไม่ทันแต่จะพยายามทำต่อไปค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ (:
      #12-1
    • #12-2 Paone(จากตอนที่ 5)
      8 เมษายน 2562 / 01:39
      มันออกมาดีมากคะ สู้ๆนะคะไรท์
      #12-2