คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 7 : บทที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

บทที่ ๖

นางจวงนางจิกที่ถูกปลูกมาตั้งแต่เช้าตรู่กำลังมองแม่นายของมันกำลังหาวนอนเป็นรอบที่สี่ก่อนจะลอบยิ้มให้แก่กัน ที่จริงพวกบ่าวตื่นตั้งแต่แม่นายและหลวงสรศักดิ์คุยกันตั้งแต่แรกแต่แกล้งทำเป็นหลับกลัวจะไปขัดทั้งสอง จิกที่กำลังแต่งตัวให้แม่นายของมันจึงลอบถาม

“แม่นายเจ้าขานอนไม่หลับฤๅเจ้าคะ”

“อืม...”

“ไยนอนไม่หลับกันละเจ้าคะ ปกติแล้วบ่าวเห็นแม่นายนอนหลับง่ายหัวถึงหมอนก็นอนแล้วนิเจ้าคะ”

“...มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” จิกที่แต่งตัวให้เสร็จแล้วเกศสิรินจึงเดินมาที่คันฉ่องก่อนจะแต่งหน้าทาปาก ถ้านอนไม่หลับก็ไม่ต้องนอนมันแล้ว!

“เรื่องกระไรฤๅเจ้าคะ เรื่องออกหลวงท่านฤๅไม่เจ้าคะ” เกศสิรินขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินจวงถาม

“ทำไมต้องเป็นเรื่องหลวงสรศักดิ์ละ” เกศสิรินถามอย่างเค้นหาความจริง แต่จวงแค่ก้มหน้า เกศสิรินเลยถอนหายใจออกมาสงสัยคงจะได้ยินหมดแล้วมั้ง

“เอาเถอะ ไม่บอกก็ไม่บอกไม่อยากรู้แล้ว ไปตักบาตรกันเถอะ “

ปกติอยู่เรือนท่านออกญาเกศสิรินก็จะทำบุญตักบาตรกับการะเกดและคุณหญิงจำปาอยู่แล้ว แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอต้องมาทำคนเดียวเพราะฟ้ามืดแบบนี้ยังไม่มีใครตื่นดอก แม้แต่ประตูห้องกงข้ามเธอก็เหมือนกันเคยรู้จักมาทำบุญบ้างไหมนั้น

เกศสิรินที่เดินมาถึงท่าน้ำรอพระมาก็เห็นคุณหญิงกุสาวดีนั่งอยู่บนเก้าอี้ เกศสิรินหยุดเดินก่อนจะมองคุณหญิงที่นั่งรอทำไมกันนะถึงเหมือนแม่เธอขนาดนี้ บ่าวของคุณหญิงหันมาเห็นแม่หญิงเกศสิรินเลยหันไปบอกคุณหญิง

“อ้าว แม่เกศสิรินมาตักบาตรเหมือนกันฤๅเข้ามาสิจ๊ะ พระท่านมาแล้ว” คุณหญิงยิ้มให้เกศสิรินเธอจึงเดินเข้ามานั่งข้างๆ ก่อนจะช่วยคุณหญิงหยิบอาหารตักบาตร คุณหญิงให้เกศสิรินวางดอกบัวก่อนจะพนมมือรับพร เมื่อพระท่านพายเรือออกไปแล้วคุณหญิงก็จับมือเกศสิรินมาวางไว้ที่ตักก่อนจะกรวดน้ำ เกศสิรินลอบมองคุณหญิงกุสาวดีก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

คุณหญิงสั่งให้บ่าวเอาของไปเก็บก่อนจะเอ่ยปากให้เกศสิรินอยู่ก่อน เธอเลยบอกให้จวงกับจิกออกไปก่อนเมื่อเหลือกันเพียงสองคน คุณหญิงกุสาวดีจึงถามนาง

“ออเจ้าตื่นเช้าทุกวันฤๅ”

“ก็ไม่ทุกวันดอกเจ้าค่ะ แค่เมื่อคืนนอนไม่หลับ”

“จริงฤๅ เพราะออเจ้าไม่คุ้นกับหอนอนที่ข้าตระเตรียมไว้ฤๅ” คุณหญิงถามด้วยน้ำติดกังวล เกศสิรินส่ายหน้าพัลวันก่อนจะบอกปฏิเสธไป

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ หอนอนน่าอยู่มากแต่ข้าแค่คิดเรื่องอื่นเลยนอนไม่หลับ”

“เรื่องกระไรฤๅ บอกข้าได้ฤๅไม่”

เกศสิรินยิ้มแห้งๆ ก่อนจะบอกว่าไม่ต้องห่วงมันแค่เรื่องเล็กน้อย คุณหญิงกุสาวดีจึงพยักหน้ารับถ้านางว่าอย่างนั้นเธอก็ไม่เซ้าซี้ก่อนจะขอตัวไปเกียมสำรับที่โรงครัว เกศสิรินเลยตามไปช่วยเมื่อสำรับพร้อมคุณหญิงก็ให้บ่าวไปตามสามีและลูกชายก่อนที่ทั้งสองจะเดินมาที่โต๊ะ

“สำรับวันนี้เยอะแยะน่าทานยิ่งนัก ไยออเจ้าทำเยอะมากมายถึงเพียงนี้เล่าแม่กุสาวดี”

“ข้าทำต้อนรับแม่เกศสิรินเจ้าค่ะ ข้ายังมิรู้ว่านางชอบกระไรบ้างเลยทำมาเยอะๆ” คุณหญิงหันมายิ้มให้เกศสิริน

“อาหารที่คุณหญิงทำอร่อยทุกอย่าง ข้าทานได้ทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ”

“หึๆ” เสียงหัวเราะในลำคอของคนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับดังขึ้นเบาๆ เกศสิรินถลึงตาใส่พ่อเดื่อที่นั่งกงข้ามก่อนจะเลิกสนใจรอยยิ้มที่เธอไม่อยากจะมอง

เมื่อทานสำรับเรียบร้อยทั้งหมดก็แยกย้ายกัน วันนี้ท่านออกพระและหลวงสรศักดิ์มิมีราชการที่ไหนเลยอยู่เรือนกัน เกศสิรินที่เห็นสองพ่อลูกนั่งอยู่ที่โถงกลางเรือนพร้อมบ่าวไพร่ก็เดินเข้าไปนั่งตั่งว่างข้างๆ ออกพระเพทที่เห็นลูกสะใภ้ของเขาก็เอ่ยถาม

“มีกระไรฤๅแม่เกศสิริน”

เกศสิรินไม่ตอบออกมาเพราะเห็นว่ามีบ่าวไพร่อยู่ ออกพระท่านเลยต้องไล่พวกมันออกไปให้หมด เกศสิรินจึงถามเรื่องที่นางสงสัย

“คือข้าอยากถามว่า ไยต้องให้ข้ามาอยู่ที่เรือนนี้ทั้งๆ ที่ข้าและหลวงสรศักดิ์ยังไม่ตบแต่งกันเจ้าคะ”

คำถามของเกศสิรินทำให้ออกพระท่านยิ้มออกมา พ่อเดื่อที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ก็ตอบแบบขอไปที

“มิต้องอยากรู้ดอก รู้ไปออเจ้าก็ต้องอยู่ที่นี้อยู่ดี” ก่อนจะยักคิ้วให้เกศสิริน

เกศสิรินถอนหายใจในเมื่อไม่บอกก็ไม่ต้องบอก ไม่อยากรู้แล้วโว้ย! ก่อนจะเดินหนีไปทางหอนอนของนางถ้าได้งีบสักหน่อยก็คงจะดี ออกพระเพทมองไล่หลังแม่เกศสิรินก่อนจะหันไปมองพ่อเดื่อที่มองนางเช่นกัน

“ไยเอ็งไม่บอกนางไปละพ่อเดื่อ”

“ข้าว่ารอให้กระไรมันเข้าที่เข้าทางก่อนดีกว่าท่านพ่อ”

“จักทำกระไรก็ทำเถิด แต่อย่าทำให้นางเสียใจหนานางมิเหมือนแม่หญิงอื่นดอกที่จักยอมใครง่ายๆ”

พ่อเดื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขารู้ว่าแม่เกศสิรินมิเหมือนแม่หญิงใดนางมีความคิดเป็นของตนเอง ฉลาด ไม่ยอมใครง่ายๆ แต่ก็ยังมีมุมที่ดีน่ารักเหมือนแม่หญิงคนอื่นบ้าง เอาเถิด อย่างไรเสียถ้าย้อนกลับไปได้เขาก็เลือกแม่เกศสิรินเป็นเมียเอกของเขาอยู่ดี

เกศสิรินที่กำลังนอนอยู่เธอรู้สึกเหมือนมีกระไรมาสัมผัสที่แก้มของเธอจึงค่อยๆ ลืมตาก่อนจะเจอหลวงสรศักดิ์ที่นั่งจ้องเธออยู่ เกศสิรินปัดมือออกอย่างรำคาญแต่ออกหลวงผู้นี้ก็ยังจะมาเล่นผมเธออีก เธอจึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องว่าจวงกับจิกอยู่ไหน

“มิต้องมองหาบ่าวออเจ้าดอก มันไปช่วยงานอยู่โรงครัว” พ่อเดื่อตอบ

“แล้วท่านเข้ามาหอนอนข้าไยกัน ข้าจะนอน” เธอกล่าวอย่างหงุดหงิด

“ไยเมื่อคืนไม่นอนเล่า มานอนตอนกลางวันไยกันประเดี๋ยวกลางคืนก็นอนมิหลับอีกดอก”

เกศสิรินมองผู้ชายกงหน้า เธออยากตะโกนออกไปว่าก็เพราะท่านไงเล่า!’ เธอทำท่าจะลุกหนีแต่พ่อเดื่อก็รั้งนางไว้นางมองเขาอย่างเว้าวอน แต่ยิ่งทำอย่างนั้นเขาก็อยากขย้ำแม่ตัวดีเสียกงนี้เลย แต่ตอนนี้แค่คิดก่อนจะนึกถึงเหตุผลที่เขามากวนนาง

“ท่านแม่เรียกหาน่ะ”

เกศสิรินตาโตก่อนที่ความง่วงเมื่อครู่จะหายปลิดทิ้งก่อนจะเดินไปนั่งหน้าคันฉ่องสำรวจหน้าตาตัวเอง ชาดเลอะเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไรเติมใหม่ได้ พ่อเดื่อที่งุนงงกับท่าทีของนางดูท่านางจะชอบแม่ของเขามาก เห็นอย่างนั้นเขาก็ดีใจก่อนจะเดินไปนั่งข้างหลังนางเขาอยากเห็นแม่หญิงคนนี้ทำกระไร เกศสิรินเงยหน้ามองพ่อเดื่อผ่านคันฉ่องทั้งสองสบตากัน ก่อนที่เกศสิรินจะลุกขึ้น

“ไหนคุณหญิงเรียกหาข้า รีบเข้าสิ” เกศสิรินเร่งพ่อเดื่อเลยลุกขึ้นเต็มความสูงยืนประจันหน้ากับนาง ก่อนจะสบตาคู่สวยของนางที่มองเขา พ่อเดื่อค่อยๆโน้มหน้ามาใกล้เกศสิรินทีละนิดแต่เกศสิรินรู้ทันจึงเอามือดันหน้าเขาออกไป พ่อเดื่อหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะจับมือแม่ตัวดีออกจากหน้าเขาเกศสิรินยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินหนีออกนอกหอนอนไปหาคุณหญิงกุสาวดี พ่อเดื่อยิ้มเล็กน้อย เอาวะ วันนี้แค่ลองเชิงดู แต่ถึงอย่างไรเสียเขาชอบมองตอนนางหลับเสียจริง

เกศสิรินที่เดินเข้ามาหาคุณหญิงกุสาวดีที่กำลังกรองมาลัยอยู่พร้อมบ่าวก่อนที่พ่อเดื่อจะเดินตามมาติดๆ แลนั่งลงตั่งว่างข้างๆ แม่ของเขา

“ข้าขอโทษหนาที่ให้พ่อเดื่อไปปลุกออเจ้า”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” เกศสิรินยิ้มทำเอาความง่วงหายไปหมด

คุณหญิงให้บ่าวไพร่ออกไปก่อนจะเหลือผู้เป็นนายทั้งสามที่นั่งอยู่ด้วยกัน เกศสิรินหยิบพัดขึ้นมาพัดเล็กน้อยเมื่อคุณหญิงมองมาที่เธอ

“ข้ายินว่าออเจ้าเป็นลูกบุญธรรมของท่านออกญาฤๅ”

“เจ้าค่ะ”

“อืม...หากไม่รังเกียจข้าอยากรู้เรื่องของครอบครัวของออเจ้าได้ฤๅไม่”

คุณหญิงกุสาวดีถามด้วยน้ำเสียงที่ใจดีผิดกับเกศสิรินที่รู้สึกมวนท้องกับคำถามของนาง เมื่อเห็นท่าทีลำบากใจของแม่หญิงกงหน้าคุณหญิงเลยยิ้มก่อนจะกล่าว

“ถ้าออเจ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นกระไร ข้าไม่บังคับฝืนใจออเจ้าดอก”

เกศสิรินส่ายหน้าแล้วยิ้มเล็กน้อย “ไม่เลยเจ้าค่ะ ไม่ลำบากใจเลย”

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟัง

“ข้าอยู่กับพ่อแล้วก็น้องชายเจ้าค่ะ อันที่จริงข้าเกิดที่เชียงใหม่ก่อนจะมาโตที่กรุง...บางกอกน่ะเจ้าค่ะ” เกศสิรินร่ายยาว คุณหญิงกุสาวดีพยักหน้าก่อนจะถามเล็กน้อย

“พ่อของออเจ้าคงหวงออเจ้ามากสิท่า มีลูกสาวงามขนาดนี้”

เกศสิรินหัวเราะเบาๆ ทำให้พ่อเดื่ออมยิ้มไปด้วย

“เจ้าค่ะ ทั้งพ่อและน้องหวงข้าสะยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ข้าก็เลยไม่มีใครมาจนบัดนี้”

“อืม ข้าก็ว่าเยี่ยงนั้น อย่างพ่อเดื่อนี่ต้องโดนไล่ยิงเป็นแน่จริงไหมออเจ้า” คุณหญิงกล่าวติดตลก พ่อลูกชายตัวดีทำเพียงแค่ยักไหล่ เกศสิรินแค่ยิ้มออกมา

“เห็นคุณพี่บอกว่าออเจ้าวาดรูปสวย ออเจ้าชอบศิลปะงั้นฤๅ”

“เจ้าค่ะ”

“อืม ดีจริง เพราะการทำงานศิลปะทำให้เราใจเย็นลง” คำพูดของคุณหญิงที่คล้ายกับคนในความทรงจำ ทำให้เกศสิรินนึกไปถึงตอนนั้นตอนที่เธอเริ่มจะสนใจศิลปะจริงๆ

เวลาเราวาดรูปหรือทำงานศิลปะอะไรสักชิ้นเนี่ย มันทำให้เราใจเย็นลงมากนะตาล ลองดูสิลูกเริ่มจากอะไรง่ายๆ ก่อน

โถ่ แม่ ให้หนูต่อยมวย ขี่ม้ายิงธนูยังง่ายกว่า สนุกกว่าด้วย

คิดซะว่าถือเป็นการเรียนให้แม่ก็แล้วกัน ทีกับพ่อหนูยังเรียนต่อยมวย ขี่ม้ายิงธนูให้ได้เลย แม่ขอแค่นี้ไม่ได้เหรอหรือหนูไม่รักแม่ หื้อ?

เปล่านะ หนูรักแม่ที่สุดในโลกต่างหาก โอเค หนูทำก็ได้เพราะแม่ขอหรอกนะหนูถึงทำ ถ้าเป็นคนอื่นไม่มีทางหรอก

แม่รักหนูกับต้นมากนะ

แล้วแม่ไม่รักพ่อเหรอคะ?

เบื่อแล้ว! ฮ่าๆๆ ตอนนี้มีลูกน่ารักๆ ทั้งสองคนให้รักมากกว่าแล้ว

ฮ่าๆ เดี๋ยวพ่อก็งอนหรอก ว่าแต่แม่คะ แม่มาเป็นแบบให้หนูได้มั้ย หนูอยากวาดรูปแม่เป็นคนแรก

ได้สิจ๊ะลูก

 

“ริน...เกศสิริน...แม่เกศสิริน!” เมื่อเห็นแม่หญิงกงหน้านิ่งเงียบ พ่อเดื่อจึงเรียกนางเสียงดังเล็กน้อย คนกงหน้าสะดุ้งก่อนจะหันมามองพ่อเดื่อโดยไม่เห็นคุณหญิงกุสาวดีแล้ว

“เจ้าคะ”

“ข้าเรียกออเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วออเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ฤๅ”

“...เปล่าเจ้าค่ะ มิมีกระไรดอก แล้วคุณหญิงไปไหนแล้วละเจ้าคะ”

“ท่านไปเกียมของทำสำรับ” เกศสิรินพยักหน้าก่อนจะเอามือปิดปากหาว หลวงสรศักดิ์ที่เห็นลอบยิ้มเล็กน้อย แต่ก่อนจะพูดกระไรออกมา เสียงเมียบ่าวของเขาก็ดังขึ้นมาอย่างทำลายบรรยากาศกงนี้ไปซะหมด

“คุณพี่เดื่อเจ้าขา น้องทำปลาแห้งแตงโมมาให้คุณพี่ทานเจ้าค่ะ จะได้คลายร้อน” นางย้อยเมียบ่าวอีกคนของหลวงสรศักดิ์ที่เสนอหน้าขึ้นมาบนเรือน ก่อนจะแกล้งหันมาเห็นแม่เกศสิริน

“อุ๊ย! ข้าไหว้เจ้าค่ะ ข้ามิเห็นแม่หญิงนั่งอยู่”

เกศสิรินถอนหายใจออกมาเมียบ่าวของหลวงสรศักดิ์นี่มีตาไว้ทำกระไรกัน (วะ) เธอส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินกลับหอนอน แต่พ่อเดื่อก็รั้งแขนเธอไว้ เกศสิรินเลิกคิ้วก่อนจะถาม

“มีกระไรเจ้าคะ”

“ออเจ้า...มากินด้วยกันสิ” พ่อเดื่อรู้สึกอยากต่อยปากตัวเองที่พูดกระไรโง่ๆ ออกไป

“ไม่ดอกเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากกินของเหลือเดนใคร ออกหลวงท่านกินไปเถิดข้าจะไปนอน เพราะเมื่อคืน...ข้าไม่ได้นอนก็เพราะท่าน”

ก่อนทิ้งประโยคที่ทำให้คนฟังทั้งสองเกิดความรู้สึกที่ต่างกัน คนหนึ่งออกอาการยิ้มกริ่มและเป็นสุขอย่างเห็นได้ชัด แต่อีกคนเอาแต่คิดคับแค้นใจ อิจฉาริษยาอยากจะตบอีแม่หญิงนี่สักที นางย้อยกำมือแน่นเห็นอีแม่หญิงผู้นี้มันเงียบๆ เรียบร้อยมันกะจะหวังมารังควานแล้วให้อีแม่หญิงนี่ออกไปจากเรือน แต่ออกพระท่านก็ได้สั่งบ่าวทุกคนบนเรือนไว้ หากพวกมึงทำกระไรแม่หญิงเกศสิรินแม้แต่ปลายเส้นผม กูจะบั่นคอพวกมึง!’ แต่ดูท่าจะไม่ง่ายขนาดนั้นสะแล้ว

“ใครสั่งให้มึงขึ้นมาบนเรือนอีย้อย!” หลวงสรศักดิ์ตะวาดเสียงดังใส่อีย้อย นางย้อยก้มหน้าแกล้งบีบน้ำตา

“ฮึก...ข้าแค่ทำอาหารว่างมาให้คุณพี่ทานเพราะอยากให้คุณพี่อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ไยคุณพี่ต้องเสียงดังใส่น้องด้วยเจ้าคะ”

“ก็กูสั่งไว้อย่างไร ว่าไม่ให้พวกมึงขึ้นมาบนเรือนมาเสนอให้กูและแม่เกศสิรินเห็น! มึงจำมิได้ฤๅอีย้อยต้องโดนโบยก่อนใช่ฤๅไม่”

อีย้อยที่ยินว่ามันจะต้องโดนโบยก็ร้องไห้เข้ามากอดขาคุณพี่เดื่อของมัน

“ขะ...ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ อย่าโบยข้าเลยนะเจ้าคะ”

หลวงสรศักดิ์สะบัดจากเกาะกุมเขาก่อนจะลุกขึ้น แต่ไม่วายทิ้งประโยคที่อีย้อยฟังแล้วอยากคิดจะกำจัดอีเกศสิรินขึ้นมาทันที

“ถ้ามึงทำให้แม่เกศสิรินเมียกูขุ่นเคืองใจขึ้นมาแม้แต่น้อย กูจะฆ่ามึงให้ตายอย่างทรมาณ มึงจำเอาไว้!

หลวงสรศักดิ์ที่เดินออกไปนานแล้วเหลือทิ้งไว้แค่อีย้อยกำลังร้องไห้อย่างคับแค้นใจ เหตุใดคุณพี่ถึงต้องจะฆ่าแกงกันด้วยสิ่งที่มันคิดขึ้นมาได้ว่าเหตุที่คุณพี่ของมันเปลี่ยนไปก็คือ...อีเกศสิริน!

 

เกศสิรินค่อยๆ ลืมตาตื่นเพราะเริ่มหิวแถมนอนเต็มอิ่มแล้วก่อนจะพบหลวงสรศักดิ์ที่กำลังนั่งหลับตาพิงกำแพงห้องเธอ เกศสิรินมองภาพกงนั้นอยู่นานเธอเคยได้ยินเรื่องของเขามามากตอนที่เรียนประวัติศาสตร์ตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งอยู่กงหน้าเธอไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนอย่างที่เธอเคยเรียนมาหรือไม่ บางทีเธอต้องค้นหามันเองว่าความจริงแล้วเขาเป็นคนอย่างไร เธอระบายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“จะจ้องหน้าข้าอีกนานไหม”

เกศสิรินสะดุ้งก่อนที่พ่อเดื่อจะลืมตาขึ้นมายิ้มให้แม่หญิงกงหน้า เกศสิรินทำเป็นมองไปทางอื่นอย่างกลบเกลื่อน

“ท่านนั้นแหละ เหตุใดถึงมาอยู่ที่หอนอนข้าแล้วพี่จวกกับจิกหายไปไหน”

“มันสองคนออกไปทำงานที่โรงครัว”

“ท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะเจ้าคะ ว่าเข้ามาในหอนอนข้าด้วยเหตุใดกัน”

พ่อเดื่อยักไหล่ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียง เกศสิรินกำลังจะลุกขึ้นหนีแต่พ่อเดื่อก็ฉุดนางมานั่งบนตักเขา

“ปล่อยนะเจ้าคะ!” เกศสิรินดิ้นเพื่อให้หลุดจากชายหนุ่ม แต่พ่อเดื่อก็ยิ่งกอดรัดนางแน่นขึ้นพลางลอบสูดกลิ่นหอมๆ จากตัวนาง

“ออเจ้าใช้น้ำอบน้ำปรุงกระไรไยหอมนัก”

“ถามไปไยเจ้าคะ อยากใช้ด้วยฤๅเจ้าคะ” คำตอบยอกย้อนของนางทำให้พ่อเดื่อหมั่นเขี้ยวงับไปที่หัวไหล่มนของนาง เกศสิรินร้องเบาๆ ก่อนจะเอี้ยวหน้าหันมามองพ่อเดื่อ

“กุหลาบเจ้าค่ะ! รู้แล้วก็ปล่อยข้าสิเจ้าคะ”

“ไยถึงชอบดอกไม้ฝรั่ง” พ่อเดื่อกล่าวเสียงหงุดหงิด เกศสิรินส่ายหน้าก่อนจะตอบด้วยเสียงที่โอนอ่อน

“แล้วท่านไม่ชอบฤๅเจ้าคะ”

พ่อเดื่อสบตาคมของเกศสิรินก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ไยเขาจะไม่ชอบเล่าแค่ได้กลิ่นครั้งแรกเขาก็จำติดจมูกไม่ลืม พ่อเดื่อผลักแม่เกศสิรินนอนราบให้นางอยู่ภายใต้อาณัติของเขา เกศสิรินเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะยกมือผลักอกพ่อเดื่อออกแต่คนร่างสูงรวบข้อมือทั้งสองข้างกดไว้เหนือหัวเธอ พ่อเดื่อโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ เกศสิรินก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงกระซิบเบา

“ชอบสิ...ชอบมากด้วย”  พ่อเดื่อยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นแม่ตัวหอมหน้าแดง เกศสิรินหลบสายตาของคนตัวสูง

“ข้ารู้แล้ว...ปล่อยข้าสิเจ้าคะ”

พ่อเดื่อไม่ปล่อยแต่กลับโน้มหน้าไปใกล้ซอกคอของนางแทน เป่าลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ เกศสิรินขนลุกอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่อยากรู้ฤๅว่าข้าชอบมันเพราะเหตุอันใด”

“ไม่อยากแล้ว...”

“แต่ข้าอยากบอก”

เกศสิรินรู้สึกอยากให้เตียงมันดูดให้เธอหายไปจากสายตาจอมเจ้าเล่ห์ของคนร่างสูง เธอพยายามดิ้นแต่พ่อเดื่อไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่ก็ยังไม่ทันที่พ่อเดื่อจะแกล้งแม่ตัวหอมต่อ เสียงเคาะประตูและตามมาด้วยเสียงนางจวงที่เรียกแม่นายของมัน

“แม่หญิงเจ้าขา ตื่นฤๅยังเจ้าคะสำรับเรียบร้อยแล้วนะเจ้าคะ”

เกศสิรินอาศัยจังหวะที่พ่อเดื่อเผลอผลักอกคนตรงหน้าออกก่อนจะเดินไปเปิดประตูทันที ขอบคุณนะพี่จวง

“คุณหญิงให้มาตาม...” เสียงจวงเงียบหายไปเมื่อเห็นหลวงสรศักดิ์เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังแม่เกศสิริน ก่อนจะก้มหน้าลอบยิ้มจนเกศสิรินเดินหนีไป พ่อเดื่อเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่โคลงศีรษะก่อนจะเดินไปนั่งทานสำรับ

เมื่อทุกคนบนเรือนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ทั้งหมดก็เริ่มทานกันและพูดคุยกัน ออกพระเพทราชาที่กำลังคุยกับลูกชายเรื่องข้อราชการ หันมามองลูกสะใภ้ของเขาก่อนจะเห็นว่ามีรอยกระไรอยู่ที่ไหล่นางจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย

“แม่เกศสิรินออเจ้าไปโดนกระไรมาละนั่น”

เกศสิรินสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันไปมองคนที่ทำรอยนี่ไว้ก่อนจะยิ้มแหยๆ

หมากัดเจ้าค่ะ” เกศสิรินเน้นคำว่าหมาก่อนจะมองหน้าพ่อเดื่อที่ดูจะไม่สะทกสะท้านใดๆ ออกพระเพทราชาขมวดคิ้ว

“หมาฤๅ เรือนเรามีหมาด้วยฤๅนี่”

“เจ้าค่ะ พอดีข้าแค่แหย่มันเล่นมันเลยกัด คราวหลังข้าจะกัดมันคืนเจ้าค่ะ” เกศสิรินตอบยิ้มๆ ก่อนจะชำเลืองไปมองคนกงข้ามที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด มาถึงกงนี้แล้วออกพระเพทราชาก็รู้แล้วว่าลูกสะใภ้เขาไม่ได้โดนหมากัดดอก ก่อนจะลอบยิ้มให้พ่อเดื่อ มึงนี่มันร้ายจริงอ้ายเดื่อ ก่อนจะทานสำรับกันต่อ

 

หลายวันผ่านไป

เกศสิรินที่มาอยู่เรือนออกพระเพทราชาเริ่มจะคุ้นชินกับที่นี่มากแล้ว อีกทั้งยังเป็นที่เอ็นดูกับคุณหญิงกุสาวดีและออกพระเพทราชาอยู่ไม่น้อย พวกบ่าวไพร่ก็ชอบพอแม่หญิงคนนี้มากโขด้วยที่แม่นายเป็นคนไม่ค่อยถือตน แต่พวกมันก็ไม่ตีตนเสมอนายจะมีแต่อ้ายทองอ่อนนี่แหละ ที่กล้าแซวแม่หญิงเรื่องออกหลวงท่านทำให้มันโดนแม่หญิงไล่เตะประจำก่อนที่มันจะออดอ้อนนางจิกให้มาดูแล แต่คนที่ดูจะชอบพอแม่หญิงผู้นี้มากกว่าใครๆ คงไม่พ้นเป็น...

แปร๋น!

เสียงพ่อพลายขวานที่กำลังร้องอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่เกศสิรินพาไปอาบน้ำที่ท่าอาบน้ำช้าง ก่อนจะป้อนผลหมากรากไม้ให้กินอีก ทำให้พ่อเดื่อที่นั่งพักอยู่มองอย่างหมั่นไส้เสียเต็มประดา ก่อนจะมีเสียงร้องโวยวายของอ้ายทองอ่อนจากทางสวนผลไม้ด้านหลังเรือน

“เสียงใครน่ะเจ้าค่ะ” เกศสิรินเดินเข้ามาหาพ่อเดื่อที่กำลังจะเดินตามเสียงไป

“เสียงอ้ายทองอ่อน ออเจ้าจะตามไปดูด้วยฤๅ”

เกศสิรินพยักหน้า หลวงสรศักดิ์จึงเดินนำไปก่อนที่จะมาถึงสวนด้านหลังเห็นพวกบ่าวไพร่มันกระจัดกระจายราวกับกลัวกระไรสักอย่าง คนตัวสูงหันมาสั่งเกศสิรินให้อยู่ห่างๆ เขาจะเดินเข้าไปดูเธอพยักหน้าก่อนจะยืนอยู่กับพวกบ่าวไพร่

“มันคือกระไรฤๅ” เกศสิรินหันไปถามอ้ายทองอ่อนที่ยืนใกล้ๆ กับนางจิก ทองอ่อนกล่าวด้วยเสียงสั่นๆ

“ละ...ลูก...สะ...”

“ลูกกระไรนะ”

“ลูก...ลูก...ลูกเสือขอรับ!

พอทองอ่อนพูดจบเกศสิรินก็พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างเร็ว จนบ่าวไพร่ที่เห็นต่างห้ามกันไม่ทัน นางวิ่งมาถึงที่หลวงสรศักดิ์ยืนอยู่ประจันหน้ากับลูกเสือน้อยตัวเล็ก พ่อเดื่อหมายจะไล่มันไปให้ไกลเพราะถ้าเกิดแม่มันมาจะเป็นอันตรายได้ แม้เขาจะไม่รู้ว่าลูกเสือตัวนี้หลุดมาที่นี่ได้อย่างไร แต่หากปล่อยไว้คงมิดีแน่

ระหว่างที่กำลังคิดแผนว่าทำอย่างไรกับลูกเสือตัวนี้ดี พ่อเดื่อรู้สึกว่ามีกระไรวิ่งผ่านหน้าไปอย่างเร็วก่อนจะหันไปดูก็พบแม่เกศสิรินกำลังอุ้มลูกเสือนั่นอยู่!

“กรี๊ดด น่ารักจังเลย คาวาอิ! น่ารักๆๆ” นางอุ้มพร้อมกับกอดลูบหัวเจ้าลูกเสือตัวน้อยเปรียบประดุจว่ามันเป็นแมว

“คา...คากระไรฤๅออเจ้า” พ่อเดื่อถามเมื่อได้ยินคำที่ไม่คุ้นหู

“คาวาอิ เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายความว่าน่ารักเจ้าค่ะ” เกศสิรินอธิบาย

“ออเจ้ารู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยฤๅ”

“อืม...” เกศสิรินพยักหน้าแบบขอไปทีเพราะกำลังเล่นกับลูกเสือตัวน้อยนี่อยู่

“แต่กระนั้นก็เถอะ! เราจะเลี้ยงมันไม่ได้ดอก มันเป็นสัตว์ป่าถ้าเกิดแม่มันมาเอาลูกมันคืนพวกเราจักเดือดร้อน”

เกศสิรินทำหน้าหงอยลงก่อนจะลูบหัวพ่อเสือตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน มันบาดเจ็บเล็กน้อย

“แต่มันบาดเจ็บนะเจ้าคะ จะปล่อยมันไปทั้งเยี่ยงนี้ฤๅเจ้าคะ” เกศสิรินเอ่ยด้วยเสียงออดอ้อนแม้ลึกๆ แล้วพ่อเดื่อแอบหวั่นไหวไปกับคำพูดและท่าทางของนาง แต่เขาต้องใจแข็งเพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดเรื่องขึ้น

“มิได้ดอก...”

“มันน่ารักดีนิ ดูสิ” เกศสิรินอุ้มพ่อลูกเสือตัวน้อยให้หลวงสรศักดิ์ดู แต่สิ่งที่เขาเห็นคือเจ้าลูกเสือทำหน้าขู่เขาต่างจากตอนที่เกศสิรินอุ้มอยู่

“นี่อย่างไร ดูมันสิมันกำลังขู่ข้าอยู่หนาแม่เกศสิริน!”  เกศสิรินหันลูกเสือกลับมาในอ้อมแขนก็เห็นมันกำลังคลอเคลียกับเนินอกเธอ พ่อเดื่อเห็นดังนั้นได้แต่คิดอย่างหงุดหงิดในใจ อ้ายเสือเวร สงสัยมึงจะไม่อยากโตสินะ กูเป็นคู่หมายยังไม่ได้ทำเลยนะโว้ย! ออกพระเพทราชาที่เพิ่งเดินมาถึงหลังจากที่บ่าวไปตามก่อนจะมองไปยังลูกเสือที่อ้อมแขนแม่เกศสิริน

“มีกระไรกันพ่อเดื่อ แม่เกศสิริน”

“ลูกเสือตัวนี้มันหลุดมาขอรับ ข้าเห็นว่าเราควรจะเอาไปปล่อยป่าตามเดิมแต่แม่เกศสิรินกลับอยากจะเลี้ยงมัน”

“แต่มันบาดเจ็บนะเจ้าคะ จะให้ข้าปล่อยมันไปฤๅมันน่าสงสารนะเจ้าคะ” เกศสิรินอธิบายเสียงอ่อน

“แต่มันเป็นสัตว์ป่านะแม่เกศสิริน เราเลี้ยงมันมิได้ดอก”

“ข้าไม่ได้หวังจะเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงดอกเจ้าค่ะ แค่จะช่วยรักษามันจนกว่ามันจะหายดีแล้วค่อยปล่อยมันไปก็ได้นิเจ้าคะ”

ออกพระเพทราชานิ่งคิดก่อนหากช่วยมันก็ดี อย่างไรเสียหากปล่อยมันไว้ทั้งทีบาดเจ็บก็จะเป็นบาปหากเกิดกระไรกับมันขึ้นมา เขาถอนหายใจก่อนจะยิ้มให้ลูกสะใภ้ของเขา

“อย่างนั้นก็ได้...แต่หากมันหายดีแล้วออเจ้าต้องปล่อยมันไปตามทางของมันหนา”

เกศสิรินพยักหน้างึกๆ ก่อนจะหันมาเล่นกับเจ้าลูกเสือในอ้อมแขนเธอมันกำลังทำตัวน่ารัก เธอรู้สึกอยากตายให้กับความน่ารักของมัน ทุกผู้ที่อยู่ที่นี่ได้ยินแต่เสียงแม่เกศสิรินพูดอยู่คำเดียวก็คือ น่ารัก

“ออเจ้าชอบเสือฤๅแม่เกศสิริน” ออกพระเพทราชาถามเมื่อเห็นลูกสะใภ้เขาดูท่าจะชอบลูกเสือตัวนี้มาก

“เจ้าค่ะ ข้าชอบ เสือเจ้าค่ะ” เกศสิรินตอบคำถามตามตรง แต่คำตอบนั้นก็ทำให้พ่อเดื่อยิ้มร่าออกมา ออกพระเพทนึกหมั่นไส้ลูกชายจึงเอ่ยกล่าวอย่างดับฝัน

“นางชอบเสือที่เป็นสัตว์ มิได้หมายถึงมึงที่ทำตัวเป็นเสือ”

พ่อเดื่อทำหน้าอย่างบอกบุญไม่รับที่พ่อเขาเอ่ยดับฝัน ก่อนจะมองเกศสิรินที่กำลังเล่นกับเจ้าลูกเสือที่พยายามทำตัวออดอ้อนคู่หมายของเขา

“รู้แล้วว่าจะตั้งชื่ออะไรให้แกดี ต้องเป็นชื่อเท่ๆ เอาเป็น...” เกศสิรินนึกก่อน ทุกคนกำลังรอฟัง “รู้แล้ว! ชื่อว่าตัวเล็กเป็นไง เท่มาก กรี๊ดๆ”

มันเท่กงไหนวะ!

ดูเหมือนเจ้าตัวจะชอบชื่อนี้มากทำหน้าออดอ้อนแม่เกศสิรินก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะหันมามองหน้าพ่อเดื่อ ก่อนจะทำหน้าขู่ฟ่อๆ ใส่เขาแล้วหันกลับมาเล่นกับเกศสิรินต่อ

เอาละ เห็นทีจะจริงอย่างคำที่เขาว่า ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้โว้ย!


_________________________________________________________

#ใช่ค่ะ เราชอบเสือ ชอบมากด้วย -..-

#อัพทุกวันศุกร์นะคะ  

#ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งอีกทีนะ

#ฝากคอมเมนต์กดหัวใจให้ด้วยนะคะ

#รัก ♥


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #75 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:51

    ลูกเสือตัวนี้ไม่น่ารอด555

    #75
    0
  2. #66 Basa_7638 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 12:39
    สนุกค่ะ
    #66
    0
  3. #37 queenmzzzx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 18:49
    น่ารักน่าเอ็นดู เสือ2ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
    #37
    1
    • #37-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 7)
      3 พฤษภาคม 2562 / 00:06
      เห็นทีพ่อเดื่อจะตกกระป๋องก็คราวนี้แหละ 5555
      #37-1
  4. #28 เด็กหญิงอหิ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 09:40
    //ชักตายเพราะความฟิน(???)
    #28
    1
    • #28-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 7)
      19 เมษายน 2562 / 12:25
      พ่อเดื่อถูกใจสิ่งนี้ ><
      #28-1
  5. #27 Phantom aLicE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:54
    รีบมา เลยคือชอบ
    #27
    1
    • #27-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 7)
      19 เมษายน 2562 / 00:55
      เย้ ขอบคุณนะคะ ><
      #27-1
  6. #26 Paone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:29

    สม กับ การรอคอย มาก ค่ะ ไรท์ สู้ๆน่ะ
    #26
    1
    • #26-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 7)
      19 เมษายน 2562 / 00:54
      ขอบคุณที่ยังรอกันนะคะ รอติดตามด้วยนะ ^^ ได้กำลังใจดีมากๆ เลย
      #26-1