คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

บทที่

เช้าวันต่อมา

วันนี้จักมีงานบุญที่วัดเดิมอโยธยาเนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ ทุกเรือนจึงพากันมาทำบุญกันที่วัด

เกศสิรินตื่นตั้งแต่เช้ามาอาบน้ำขัดตัว แต่งตัวด้วยเสื้อสีฟ้าทับสไบสีเดียวกันแต่เข้มกว่าเพื่อให้ไม่ดูจืดจนเกินไปและนุ่งผ้านุ่งสีน้ำตาลลายทอสวย ก่อนที่นางจิกนางจวงจักใส่เครื่องเพชรให้แม่นายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่งมี นางจวงกำลังแต่งหน้าทำผม เกศสิรินจึงหยิบชาดสีแดงมากดที่ปากแล้วคลายออก ปากไม่แดงไม่มีแรงเดิน

แม่นายงามยิ่งนักนะเจ้าคะจิกเอ่ยชมที่วันนี้แม่นายของมันงามขนาดนี้

แล้วทุกวันไม่งามฤๅ

งามสิเจ้าค่ะ งามทุกวันแล

เกศสิรินยิ้มเล็กน้อยกับคำชมก่อนจักสำรวจหน้าตา การแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่โถงกลางเรือน

เมื่อมาถึงโถงกลางเรือน ออกญาโหราธิบดี คุณหญิงจำปา ขุนศรีวิสารวาจาก็อยู่กับพร้อมหน้าขาดแต่แม่การะเกดที่ยังเกียมตัวไม่เสร็จ

วันนี้ลูกสาวข้างามยิ่งนักออกญาโหราธิบดีเอ่ยเสียงอ่อนโยน คุณหญิงจำปาพยักหน้ายิ้มเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย

ออเจ้าใส่เครื่องเพชรแล้วงามยิ่งนัก หากมีงานอีกออเจ้าก็เอามาใส่บ้างหนา ข้าซื้อให้ออเจ้าเยอะแยะแต่มิค่อยเห็นออเจ้าใส่เลย

ข้ากะจะเอาไว้ใส่ออกงานเจ้าค่ะ กลัวหาย

เกศสิรินชอบเพชรมาก แต่ด้วยอาชีพของเธอทำให้ไม่ค่อยได้ใส่ พ่อของเธอก็เคยซื้อให้แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่อยู่ดี

จริงอย่างที่คุณแม่พูดขอรับ วันนี้พี่สาวข้างดงามมากขุนศรีวิสารวาจาเอ่ยขึ้นบ้าง เกศสิรินหัวเราะกับคำชมของน้องชาย

ข้างามไม่เท่าคู่หมายพ่อเดชดอก เอาไว้ชมน้องเถิด นั่นไงมาพอดีเกศสิรินที่เห็นแม่การะเกดกำลังเดินมาทางนี้ ก่อนจะขอโทษที่ให้ผู้ใหญ่รอ

อ้อ! ขุนศรีฯ ให้เกศสิรินเป็นพี่ก็เพราะว่าเขามีพี่ชายอยู่คน แต่พี่ชายมิได้อยู่ที่กรุงศรี จึงให้เกศสิรินเป็นพี่สาว เพราะนางก็บอกว่านางก็มีแต่น้องชายเหมือนกัน และยังได้น้องสาวเพิ่มอีกสองคนทั้งแม่การะเกดและแม่หญิงจันทร์วาด

สรุปฉันแก่กว่าทุกคน จบ! เศร้าใจจริง

 

ทั้งหมดลงเรือไปสองลำ ลำแรกมีพ่อเดชแลออกญาฯ และอีกลำมีคุณหญิง แม่เกศสิริน แม่การะเกด พายตามกันไป อีกทั้งยังมีเรือบ่าวอีกสามลำ ก่อนจักพายมาถึงท่าเรือวัดเดิมอโยธยา

เมื่อคนที่เรือนของออกญาโหราธิบดีมาถึง ทุกผู้อยู่ในวัดก็หันมาสนใจกันเป็นตาเดียว เนื่องด้วยมีแม่การะเกดที่มีชื่อเสียงร่ำลือ แลยังมีลูกสาวของท่านออกญาที่นานๆ ทีจักออกมานอกเรือน ถ้าพูดถึงความงามนางผู้นี้ก็งามไม่แพ้ผู้ใดเหมือนกัน ก่อนจะไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่เรือนท่านโกษาธิบดี ออกพระวิสุทธสุนทรที่มาอยู่ก่อน วันนี้มีคุณหญิงนิ่มเมียเอกของท่านโกษาธิบดี และคุณหญิงรื่นเมียเอกของท่านออกพระวิสุทธสุนทรมาด้วย

งามสมคำร่ำรือจริงหนา แม่เกศสิรินคุณหญิงนิ่มเอ่ยปากชมสาวรุ่นตรงหน้า เกศสิรินยกมือไหว้รับคำชม

จริงเจ้าค่ะ คุณพี่นิ่ม น้องเห็นทีอยากได้มาเป็นสะใภ้เสียแต่ลูกชายข้ามีเมียเอกเสียแล้วคุณหญิงรื่นเอ่ยชมอีก

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ แต่ข้ากลายเป็นสาวเทื้อแล้วด้วยวัยข้าที่เลยการออกเรือนมานานเกศสิรินบอกแก่คุณหญิงทั้งสอง คุณหญิงนิ่มส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

ข้าไม่เห็นด้วยหนา ออเจ้างาม มารยาทก็ดี ฉลาด ข้ายินจากคุณพี่แลแม่จันทร์วาดว่าออเจ้าวาดรูปสวยอีกด้วย ยิ่งออเจ้ามาวัดวันนี้อาจจะมีพวกข้าราชการหนุ่มหมายตาออเจ้าเป็นแน่ ทีนี้แลเรือนท่านออกญาโหราธิบดีได้หัวกระไดไม่แห้งเป็นแน่คุณหญิงว่าจบก็หันไปยิ้มกับคุณหญิงจำปาแลคุณหญิงรื่นที่พยักหน้าเห็นด้วย เกศสิรินยิ้มแหยๆ ก่อนจะขอตัวไปนั่งกับแม่การะเกดแลแม่หญิงจันทร์วาด  

เฮ้อเกศสิรินที่นั่งลงตรงกลางระหว่างการะเกดแลแม่หญิงจันทร์วาดถอนหายใจออกมา สองสาวมองก่อนที่การะเกดจะถาม

มีเรื่องกระไรเจ้าคะ ยถอนหายใจเยี่ยงนั้นพี่หญิง

ยทุกคนต้องกรอกหูข้าว่าต้องออกเรือนๆๆๆๆๆ ข้ามิเข้าใจเกศสิรินบ่น แม่หญิงจันทร์วาดเอื้อมมือมาจับมือพี่หญิงราวกับให้นางใจเย็น

ก็พี่หญิงสะสวย กิริยาก็ดี ทำกับข้าวกับปลาก็อร่อย อีกทั้งยังคอยดูแลทุกคนที่เรือน ทุกคนก็เลยหวังอยากให้พี่หญิงออกเรือนจักได้มีคนดูแลพี่หญิงเยี่ยงไรละเจ้าคะแม่หญิงจันทร์วาดพูดให้พี่หญิงของเธอให้ใจเย็น การะเกดตบมือเบาๆ ให้กับคำพูดของแม่หญิงจันทร์วาด เพราะเธอก็เห็นด้วยแต่ก็อย่างว่ายุคที่ทั้งสองจากมา คนแต่งงานกันช้าเพราะต้องทำงานกันทุกบ้าน บางคนสี่สิบยังไม่แต่งงานก็มีถมเถไป ต่างจากยุคนี้แค่สิบสี่สิบห้าก็ต้องออกเรือนแล้ว ตอนนั้นพวกเธอยังเรียนมัธยมต้นเองมั้ง

เกศสิรินถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ชายใดจักมาออกเรือนกับข้าเล่า เขาก็ต้องหาสาวแรกรุ่นแบบพวกออเจ้าไปเป็นเมียทั้งนั้นแล

เกศสิรินเคยคิดว่าจะแต่งงานตอนอายุสามสิบห้าด้วยซ้ำไป ถ้าพ่อกับน้องชายยอมไฟเขียวให้ผ่านนะ แต่พอมาโดนพูดกรอกหูทุกวันจากเฉยๆ เลยกลายเป็นความหน่ายแทน

ขณะนั้นออกพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ แลคุณหญิงกุสาวดีเมียเอกของออกพระเพทราชาก็เข้ามาภายในวัด ทั้งหมดหันไปไหว้ผู้มาใหม่ก่อนที่หลวงสรศักดิ์จะมองหาแม่เกศสิริน จนแม่ของเขาถาม

มองหากระไรฤๅ พ่อเดื่อ

ออกพระเพทราชาตอบเมียรักของเขาแทน

จักมองหาใครได้ ก็มองหาว่าที่ลูกสะใภ้ข้าและออเจ้าอย่างไรเล่า

คุณหญิงกุสาวดียินดังนั้นจึงหันไปถามเอาความจากลูกชาย พ่อเดื่อเลยยักไหล่ก่อนจะมองไปที่เกศสิรินที่นั่งอีกฝากไม่ไกลจากที่เขานั่งนัก วันนี้แม่เกศสิรินแต่งกายงามจนน่ามอง อีกด้วยความตาดีของพ่อเสือร้ายมองไปยังมือขวาของนาง นางยังใส่แหวนไว้อยู่

 

คุณหญิงกุสาวดีที่ว่าเคยเป็นสนมของขุนหลวงใช่ฤๅไม่ แม่หญิงจันทร์วาดการะเกดที่แทบจะรู้เรื่องของที่นี้ดีหันไปถามแม่หญิงจันทร์วาด เพราะกงที่นั่งการะเกดมองไปเห็นคุณหญิงกุสาวดีพอดี งามราวกับเทพธิดาเสียจริง

ใช่ คุณหญิงท่านเป็นคนเชียงใหม่งามมากทีเดียว ข้ายินมาว่าหลังจากที่คุณหญิงกุสาวดีมาอยู่เรือนออกพระเพทราชา ออกพระท่านก็มิลงไปยุ่งกับบรรดาเมียเล็กเมียน้อยของท่านอีกเลย

อ๋อ ออกพระท่านเกรงใจคุณหญิงกระนั้นฤๅ

มิใช่ดอก... แต่เป็นเรื่อง...เอ่อ...” แม่หญิงจันทร์วาดอ้ำอึ้งไม่พูดพลางหน้าแดง เกศสิรินก็รู้ทันทีว่าเรื่องอะไรก่อนจะแกล้งถามต่อ

แล้วออเจ้ารู้ได้เยี่ยงไรหื้ม

แม่หญิงจันทร์วาดอึกอัก ก่อนจะพูดไม่ให้เกิดความเข้าใจไปมากกว่านี้

ก็เวลาที่มีการหารือข้อราชการกันที่เรือนข้า หลวงสรศักดิ์จะมาก่อนออกพระท่าน พอถามหลวงสรศักดิ์ก็เลยเล่าให้ฟังก็เท่านั้นเอง

เกศสิรินหัวร่อกับการะเกดที่เห็นแม่หญิงจันทร์วาดที่เรียบร้อยกำลังพยายามอธิบายเรื่องนี้ให้ฟัง เกศสิรินพยายามชะเง้อมองคุณหญิงกุสาวดีแต่มองไม่เห็น จังหวะนั้นหลวงสรศักดิ์หันมามองนางพอดี ทั้งสองสบตากันก่อนที่เกศสิรินจะเบือนหน้าไปมองทางอื่น หลวงสรศักดิ์ยิ้มขำกับท่าทีของนาง ก่อนจะหันกลับมาเมื่อพระท่านมาถึง

 

หลังจากงานทำบุญเสร็จสิ้นบรรดาเมียเอกก็ขอตัวกลับเรือนไปก่อน เหลือเพียงข้าราชการหนุ่มและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งปรึกษาหารือกัน การะเกดเห็นว่าข้างนอกมีตลาดเลยมาขออนุญาตจากคุณลุงและคุณพี่ของเธอ

ข้า พี่หญิง และแม่หญิงจันทร์วาดขอไปเดินตลาดนะเจ้าคะ คุณลุงออกญาโหราธิบดีพยักหน้าเชิงอนุญาต

ข้าฝากดูแลแม่จันทร์วาดด้วยนะออเจ้าท่านโกษาธิบดีเอ่ยขึ้น

มิต้องห่วงเจ้าค่ะ ไปกับข้าและพี่หญิงไม่มีกระไรทำอันตรายแม่หญิงจันทร์วาดได้แน่นอนเจ้าค่ะการะเกดรับคำ ขุนเหล็กหัวร่อกับท่าทีนั้น

การะเกดที่กำลังเดินไปหาเกศสิรินและแม่หญิงจันทร์วาดที่รออยู่หน้าวัด ขุนศรีวิสารวาจารั้งแม่การะเกดไว้ก่อน

มีกระไรเจ้าคะ คุณพี่ขุนศรีวิสารวาจายื่นถุงเงินให้การะเกด การะเกดรับไว้

ถ้าออเจ้าอยากได้สิ่งใดก็ใช้เงินข้าซื้อการะเกดและเกศสิรินได้ยินดังนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดพร้อมกันว่า

ป๋ามาก/ป๋ามาก

ขุนศรีวิสารวาจาทำหน้าไม่เข้าใจ แต่การะเกดและเกศสิรินเดินไปแล้วจึงมิได้ถามเอาความ

 

หญิงสาวงามทั้งสามเดินชมของมากมายในตลาด ที่มีทั้งของกินและของใช้วางขายเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งสามเลือกซื้อของไปพลางพูดคุยไปพลาง ก่อนที่เกศสิรินจะสะดุดตากับชุดสังวาลย์จึงเดินเข้าไปเลือกดู เกศสิรินหยิบสร้อยสังวาลย์ที่ประดับด้วยเพชรที่เจียระไนสวย เพชรแทบจะไม่มีตำหนิเลย สมกับเป็นงานปราณีต เกศสิรินยืนมองอยู่นานจนการะเกดแลแม่หญิงจันทร์วาดเดินมาสมทบทีหลัง

สวยจัง เหมาะกับพี่หญิงดีนะการะเกดมองสังวาลย์ในมือเกศสิรินสลับกับพี่หญิงของเธอ แม่หญิงจันทร์วาดพยักหน้าเห็นด้วย

จริงเจ้าค่ะ ข้าว่าพี่หญิงใส่เครื่องเพชรแล้วดูสวยมากเลยนะเจ้าคะแม่หญิงจันทร์วาดกล่าวชมอย่างจริงใจ

เกศสิรินถึงคนอื่นจะไม่บอก เธอก็ตัดสินใจจะซื้ออยู่แล้วก่อนจะหันไปถามราคาแม่ค้า

เท่าไรจ๊ะ

หนึ่งชั่งเจ้าค่ะ

เมื่อแม่ค้าบอกราคาทั้งสามก็ทำตาโตอย่างตกใจ ไยแพงเยี่ยงนี้!

ไยแพงนักละจ๊ะการะเกดถาม

มันเป็นสังวาลย์ที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามเจ้าค่ะ มันเลยแพงดูดีๆ แทบจะมิมีตำหนิเลยการะเกดมองสังวาลย์ในมือพี่หญิงก่อนจะเห็นด้วยกับแม่ค้า แต่มันแพงไปนะ! เกศสิรินหันไปหาจิก นางจิกส่ายหน้าก่อนจะบอกว่าเอาเงินมาไม่พอ เกศสิรินถอนหายใจก่อนจะวางสังวาลย์เส้นนั้นลง

พี่หญิงยืมเงินข้าก่อนก็ได้นะเจ้าคะ เงินที่คุณพี่ให้น่าจักพอถ้ารวมกับเงินที่พี่หญิงเอามาการะเกดเสนอขึ้นแต่เกศสิรินส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

ไม่ได้ๆ พ่อเดชให้ออเจ้ามาซื้อของ จะเอามาให้ข้ายืมทำไม

แต่...มันสวยจริงๆ นะเหมาะกับพี่หญิงด้วย พี่หญิงจะไม่ซื้อจริงๆ เหรอ” 

ใครว่าข้าจะตัดใจละเกศสิรินยักคิ้วข้างหนึ่งให้การะเกด พรุ่งนี้ข้าจะไปเอาเงินมาซื้อต่างหาก! สังวาลย์นี้สวยจะตายต่อให้ทำยังไง ข้าก็เอามาให้ได้

สวยจะตาย? ใครจะตายฤๅพี่หญิงแม่หญิงจันทร์วาดถามอย่างสงสัย

ข้านี้แหละ ถ้าข้าไม่ได้สังวาลย์เส้นนี้ข้าจะตายแน่ๆก่อนจะหันไปบอกแม่ค้าเสียงหนักแน่น แม่ค้าจ๊ะ พรุ่งนี้ข้าจะเอาเงินมาซื้อนะ เก็บไว้ให้ด้วยละ!”

เมื่อแม่ค้าตกปากรับคำทั้งสามจึงเดินไปดูอย่างอื่นต่อ ทั้งสามได้ผ้านุ่งและสไบผ้าแพรหลายผืน จนเมื่อเห็นบ่ายคล้อยแล้วจึงกำลังจะเดินไปที่ท่าน้ำ เมื่อเดินผ่านร้านสังวาลย์ร้านเดิมเกศสิรินจึงพุ่งตัวเข้าไปดูสังวาลย์ของเธอก่อนจะพบว่ามันหายไป!

นี่แม่ค้า สังวาลย์เพชรละ?” เกศสิรินถามอย่างร้อนใจ

ขออภัยนะจ๊ะแม่หญิง แต่เมื่อครู่เพิ่งมีผู้ชายรูปงามมาซื้อไปเห็นว่าจะซื้อไปฝากเมีย ตอนแรกข้าจะไม่ขายดอก แต่เขาเสนอจะจ่ายให้สองชั่งข้าก็เลย...แม่ค้าบอกเสียงอ่อน เกศสิรินแทบจะล้มทั้งยืนดีที่การะเกดและแม่หญิงจันทร์วาดเข้ามาประคอง

ขอโทษนะเจ้าคะแม่หญิงแม่ค้าเอ่ยอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นอาการของแม่หญิงคนสวยตรงหน้า เกศสิรินส่ายหน้า

มิต้องขอโทษข้าดอก ข้ารู้ว่าออเจ้าเป็นแม่ค้าก็ต้องขายของให้กับลูกค้าสิ อีกอย่างผู้ชายคนนั้นเขาจะซื้อไปให้เมีย เมียเขาต้องดีใจมากแน่ๆ เลยที่ได้สังวาลย์สวยๆ จากร้านของออเจ้าพูดจบก็ยิ้มให้แม่ค้าที่ทำหน้าเสียใจอยู่ ก่อนที่เกศสิรินจะเดินออกมาเพื่อไปยังท่าน้ำ การะเกดแลแม่หญิงจันทร์วาดที่เดินตามหลังถึงกับเอ่ยชมเกศสิริน

พี่หญิงเท่สุดๆ ไปเลย คิดว่าพี่หญิงจะเสียใจมากนะเนี่ยที่...” การะเกดหยุดพูดเมื่อหันไปเห็นเกศสิรินทำหน้าเบ้จะร้องไห้ แม่หญิงจันทร์วาดก็ตกใจไม่แพ้กัน

แง้ ข้าอยากได้ ฮือ ข้าก็พูดไปงั้นแหละ จะให้ตัดใจจากของที่อยากได้เหรอ ข้าทำไม่ได้ ข้าอยากได้ ฮือๆๆดีที่ตรงนี้คนเริ่มบางตา จึงไม่มีใครมาเห็นคนงามกำลังจะร้องไห้เป็นเด็กๆ การะเกดหัวร่อกับท่าทีอยากได้ของที่ถูกใจแต่ไม่ได้ของเกศสิริน แม่หญิงจันทร์วาดจึงเข้ามาช่วยปลอบไปเดินไปยังท่าน้ำ

เมื่อหญิงสาวรุ่นทั้งสามมาถึงท่าน้ำ ผู้ที่รออยู่ทั้งออกญาโหราธิบดี ขุนศรีวิสารวาจา ขุนเรืองอภัยภักดี ท่านโกษาธิบดี ออกพระวิสุทธสุนทร ออกพระเพทราชา และหลวงสรศักดิ์ต่างตกใจที่แม่เกศสิรินเอามือปิดหน้าปิดตา โดยมีแม่หญิงจันทร์วาดแม่การะเกดคอยปลอบ

เกิดกระไรขึ้น ใครรังแกออเจ้า แม่เกศสิรินบอกพ่อมาออกญาโหราธิบดีถามเสียงตื่น เมื่อทั้งสามมาถึงเกศสิรินจึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าพ่อของเธอ แต่ไม่ได้ร้องไห้งอแงแบบเด็กๆ แต่ตาเธอคงแดงออกญาโหราธิบดีเลยถามเช่นนั้น

มิมีผู้ใดรังแกข้าดอกเจ้าค่ะ ข้าแค่...เฮ้อ...ชั่งมันเถิดเจ้าค่ะ แค่นึกถึงข้าก็จะร้องไห้ละ กลับเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ ขืนอยู่นานข้าต้องร้องอีกแน่เกศสิรินว่าจบก็หันไปไหว้ลาทุกคนก่อนจะลงเรือไปนั่งรอ

หลวงสรศักดิ์จึงหันไปถามแม่การะเกด

แม่การะเกดเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับแม่เกศสิริน บอกมาข้าเถิด

การะเกดยิ้มที่หลวงสรศักดิ์ผู้นี้เป็นห่วงพี่หญิงเสียเหลือเกิน ก่อนจะบอกไปตามความจริงเพราะถ้าไม่บอกเธอเชื่อเลยว่าเขาต้องคะยั้นคะยอเธอจนได้

พี่หญิงอยากได้สังวาลย์ประดับเพชรเจ้าค่ะ แต่พี่หญิงเงินไม่พอเลยกะจะมาซื้อวันพรุ่งนี้ แต่แม่ค้าก็ขายให้เจ้าอื่นไปในราคาสองชั่งการะเกดพูดต่อ เห็นแม่ค้าบอกว่าเป็นผู้ชายรูปงามมาซื้อไปฝากเมียเขา พี่หญิงก็เลยบ่นตลอดทาง

บ่นกระไรฤๅ

บ่นว่า 'เออ ใช่สิ ข้าไม่มีผัวซื้อให้ข้านิ ข้าก็ต้องซื้อเอง ไม่มีผัวบ้างให้มันรู้ไป' ประมาณนี้เจ้าค่ะ ข้าแลแม่หญิงจันทร์วาดก็ทำกระไรไม่ได้บอกจะให้ยืมเงินก็ไม่เอา เฮ้อการะเกดถอนหายใจออกมาก่อนที่ขุนศรีฯ จะเรียกให้คู่หมายลงเรือ การะเกดไหว้หลวงสรศักดิ์ก่อนจะลงเรือไป

หลวงสรศักดิ์ยิ้มออกมาก่อนจะลงเรือกลับเรือน

 

หลายวันต่อมาเกศสิรินที่ทำใจลืมเรื่องสังวาลย์แสนสวยของเธอ ขุนศรีวิสารวาจาก็มาบอกว่าวันนี้แม่มะลิ สหายแม่การะเกดและแม่เกศสิรินกำลังจะแต่งงานกับออกหลวงสุรสาคร ทั้งสามเลยกำลังเดินมาที่โบสถ์ที่จัดงานแต่งงาน วันนี้เกศสิรินใส่เสื้อสีม่วงอ่อนทับสไบสีม่วงเข้มนุ่งผ้านุ่งสีน้ำตาลเข้มลายทอสวย ทั้งยังใส่เครื่องเพชรสวย ส่วนการะเกดนุ่งห่มสไบทองใส่สังวาลย์ที่พ่อเดชซื้อให้ เกศสิรินเห็นจึงพูดอย่างเซ็งๆ ไม่มีผู้ชายซื้อให้บ้างให้มันรู้ไปการะเกดส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า แหวนที่นิ้วนี้ก็ได้มาจากผู้ชายไม่ใช่เหรอเกศสิรินจึงแค่แยกเขี้ยวแล้วเดินเข้าไปในโบสถ์ตามพ่อเดช

การะเกดและเกศสิรินมาหาแม่มะลิที่กำลังแต่งตัวในห้องแต่งตัว แม่มะลิที่ได้เห็นสหายทั้งสองของเธอก็โผกอดอย่างดีใจ

แม่การะเกด พี่หญิง ข้าคิดว่าจะไม่มางานข้าซะแล้วแม่มะลิกล่าวอย่างดีใจ เกศสิรินลูบไหล่ทั้งสองข้างของแม่มะลิแล้วนั่งลงข้างแม่มะลิ แม่มะลิสั่งให้คนที่มาแต่งตัวให้เธอออกไปก่อนเหลือทั้งสามคนในห้องแต่งตัว

ทำไมจะไม่มาละ งานแต่งออเจ้าทั้งทีนะการะเกดพูดขึ้นและแสดงความยินดีด้วย เกศสิรินที่รู้จักแม่มะลิไม่นานเพราะนางเคยมาหาการะเกดที่เรือนการะเกดเลยแนะนำให้รู้จักหลังจากนั้นทั้งสามก็ถือเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน

ข้าคิดว่าออเจ้าจะโกรธที่ข้าแต่งกับออกหลวงสุรสาครซะอีก

ก็โกรธนะ แต่ออเจ้าเลือกแล้วข้าไม่อยากขัด แต่จะขอให้ออเจ้ามีแต่ความสุขในชีวิตคู่นะแม่มะลิการะเกดกอดแม่มะลิก่อนจะมีคนมาบอกว่าพิธีใกล้เริ่มแล้ว การะเกดและเกศสิรินจึงเดินกลับไปนั่งที่

เมื่องานแต่งจบลงขุนศรีวิสารวาจา การะเกด และเกศสิรินที่กำลังจะเดินไปที่ท่าน้ำกลับเรือน หลวงศรียศที่มางานนี้ด้วยเดินมาคุยกับการะเกดอย่างสนิทสนมเป็นเหตุให้ทั้งสองโกรธกัน

จนเมื่อมาถึงเรือนทั้งสองก็ยิ่งจะทะเลาะหนักขึ้น เกศสิรินพยายามช่วยไม่ให้เรื่องมันลามไปใหญ่โต แต่พ่อเดชก็ดันพูดไม่เข้าหูเป็นเหตุให้แม่การะเกดผลักขุนศรีวิสารวาจาอย่างแรงก่อนจะเดินขึ้นเรือนไป

ขุนศรีวิสารวาจาที่กำลังนั่งจมกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น เกศสิรินถือโอกาสไปนั่งข้างๆ

พ่อเดช รู้ไหมว่าเรื่องนี้ใครผิด

ข้าสินะขุนศรีวิสารวาจายอมรับผิด

ไม่ใช่แค่ออเจ้า แต่แม่การะเกดก็ผิดขุนศรีวิสารวาจาหันมองเกศสิรินอย่างไม่เข้าใจ ใช่ เขารู้ว่าเรื่องนี้เขาผิด แต่แม่การะเกดผิดกระไร  เมื่อเห็นพ่อเดชทำหน้าไม่เข้าใจเกศสิรินเลยพูดต่อ

ออเจ้าผิดที่พูดทำร้ายจิตใจนาง ดูถูกดูแคลนนางหาว่านางเป็นแม่หญิงที่ตนจำใจจะแต่งงานด้วย เป็นใครได้ยินก็ต้องโมโหบ้างแล หากข้าเป็นแม่การะเกดนะข้าต่อยออเจ้าไปแล้วเกศสิรินหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีหวาดหวั่นของขุนศรีวิสารวาจา

แล้วแม่การะเกดผิดกระไร

นางผิดที่ไม่คุยดีๆ ใช้อารมณ์กันทั้งคู่เรื่องมันเลยบานปลาย

ขุนศรีวิสารวาจาคิดตามที่พี่หญิงเขาบอกซึ่งถูกทุกอย่างที่นางพูดมา เกศสิรินลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปตรงหน้าพ่อเดชให้ลุกขึ้น ขุนศรีวิสารวาจาจับมือนั่นแล้วลุกขึ้นยืน

เอาละ ไปง้อน้องได้ละ ปล่อยให้งอนนานเดี๋ยวจะเตลิดไปไกลกลายเป็นเรื่องใหญ่ขุนศรีวิสารวาจาทำท่าอึกอัก เกศสิรินจึงส่งสายตาเยือกเย็นไปให้จึงพากันเดินขึ้นเรือน แต่พอมาถึงเรือนขุนศรีวิสารวาจาก็ยังไม่ยอมไปหาแม่การะเกดที่กำลังนั่งคุยกับออกญาโหราธิบดีและหลวงสรศักดิ์อีกแล้วเหรอ? เกศสิรินขมวดคิ้วเมื่อเห็นหลวงสรศักดิ์ที่กำลังมองมาทางเธอ

อ้าว พ่อเดชแม่เกศสิรินไปยืนคุยกระไรกันตรงนั้น มานั่งสิออกญาโหราธิบดีเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าทั้งสองมัวแต่ส่งสายตากันไปมา เกศสิรินจึงดันหลังให้ขุนศรีวิสารวาจานั่งข้างๆ แม่การะเกดส่วนตัวเองมานั่งข้างๆ หลวงสรศักดิ์ที่ยกยิ้มมุมปาก

เป็นอย่างไรบ้าง งานแต่งของออกหลวงสุรสาครออกญาโหราธิบดีถามทั้งสามคนที่ไปงานมา ขุนศรีวิสารวาจากำลังจะตอบแต่การะเกดชิงตอบเสียก่อน

ดีเจ้าค่ะ แม่ตองกีมาร์สวยมากแถมนางยังได้แต่งกับผู้ชายที่เขาเต็มใจจะแต่งด้วย ไม่ใช่ยอมเสียสละตัวเองมาแต่งกับนางเจ้าค่ะการะเกดประชดเสียงดังหวังจะให้ใครบางคนรู้สึกตัว ออกญาโหราธิบดีรู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ทะเลาะกันก็อดขำไม่ได้ เกศสิรินที่นั่งตรงข้ามขุนศรีวิสารวาจาส่งสายตาที่แปลได้ว่า ขอโทษนางเดี๋ยวนี้!’

การะเกดขอตัวกลับหอนอนก่อนจะลุกออกไป เกศสิรินจึงพยักเพยิดให้ขุนศรีวิสารวาจาตามนางไป เมื่อทั้งสองคนลุกออกไปแล้วเหลือเพียงออกญาโหราธิบดี หลวงสรศักดิ์ และเกศสิรินที่นั่งอยู่

เช่นนั้นข้าข้าขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะเกศสิรินลุกขึ้นและกำลังเดินไปทางหอนอน แต่ออกญาโหราธิบดีบอกให้นางไปส่งหลวงสรศักดิ์

เมื่อถึงท่าน้ำหลวงสรศักดิ์รั้งให้นางคุยกับเขาสักประเดี๋ยว

ออเจ้าไปงานแต่งงานของแม่มะลิมาเป็นอย่างไรบ้าง

ก็ดีเจ้าค่ะ นางงามมากข้ามิแปลกใจหากออกหลวงผู้นั้นจะแต่งตั้งให้นางเป็นเมียเอก ข้ายินว่าออกหลวงท่านก็ชอบนางด้วยนิเจ้าคะ

ข้าเป็นบุรุษก็ต้องชอบสตรีงาม เป็นเรื่องธรรมดาหนิหรือว่าออเจ้าหึง

ข้าจะหึงท่านไปไยข้ามิได้เป็นกระไรกับท่านเกศสิรินขมวดคิ้ว

อีกมินานดอกหลวงสรศักดิ์พึมพำอยู่คนเดียว เกศสิรินจึงไม่ได้สนใจกระไรมาก ก่อนที่หลวงสรศักดิ์จะลงเรือกลับเรือนเขาหันมาพูดกับแม่เกศสิรินที่มองเขาอยู่เช่นกัน

ข้าดีใจนะที่ออเจ้าใส่แหวนของข้าตลอดพูดจบก็สั่งให้ไม้และทองอ่อนพายเรือไป

ที่ใส่ก็เพราะมันสวยหรอกน่ะ! เกศสิรินคิดก่อนจะรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนๆ จึงรีบเดินขึ้นเรือนเพราะคิดว่าตัวเองเป็นไข้

 

หลวงสรศักดิ์ที่เดินขึ้นเรือนมาอย่างอารมณ์ดี จนผู้เป็นพ่อที่นั่งจิบสุราอยู่ต้องเอ่ยถามเมื่อเจ้าตัวมานั่งตั่งว่างอีกตัวข้างๆ เขา

อารมณ์ดีเรื่องไยกันพ่อเดื่อ ตัดใจเรื่องแม่มะลิได้แล้วฤๅ

ข้ามิได้ชอบนางมากดอกท่านพ่อ แต่ข้าอารมณ์ดีเรื่องอื่นหลวงสรศักดิ์ยิ้ม นับเป็นภาพหายากสำหรับออกพระเพทราชาแลบ่าวไพร่ที่นั่งอยู่ เสือยิ้มยากคงหมายถึงลูกเขานี่แล ก่อนเขาจะนึกออกว่าลูกชายเขาไปคุยกับออกญาโหราธิบดี

ออกญาท่านว่าอย่างไรเล่าพ่อเดื่อ ท่านยอมรับฤๅไม่

หลวงสรศักดิ์ยิ้ม

ท่านเห็นดีเห็นงามด้วยขอรับ

ออกพระเพทราชาได้ฟังก็พลอยดีใจไปด้วย หลวงสรศักดิ์จิบสุราไปพลางแล้วชวนพ่อของเขาเรื่องของออกหลวงสุรสาคร

 

หลายเดือนต่อมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อท่านโกษาธิบดีถูกโบยยกครึ่งข้อหารับสินบนจากพวกที่ไม่อยากสร้างป้อมปราการ สร้างความเดือดดาลให้แก่ออกพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์อย่างมาก เพราะเขารู้ดีว่าจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากอ้ายฝรั่งฟอลคอนที่ทูลขุนหลวง

วันนี้ทุกผู้มาเยี่ยมอาการท่านโกษาเหล็กที่เรือน ท่านโกษาเหล็กนอนคว่ำหน้าแผ่นหลังตอนนี้มีแต่รอยแผลน่ากลัว เสียงคุณหญิงนิ่มที่กำลังสะอื้นโดยมีคุณหญิงจำปาคอยปลอบ แม่หญิงจันทร์วาดที่น้ำตาไหลไม่หยุดกำลังกอดการะเกดและเกศสิริน เกศสิรินไม่ได้เห็นภาพนี้นานแล้วตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี้ ภาพที่มีคนป่วยรอการรักษา ภาพญาติพี่น้องที่กำลังเศร้าโศกเสียใจ แม้เธอจะรู้ว่าประวัติศาสตร์มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แต่เธอก็อดรู้สึกเสียใจกับภาพที่เห็นไม่ได้อยู่ดี

แขกเรื่อที่มาเยี่ยมมีออกพระวิสุทธสุนทร ออกญาโหราธิบดี คุณหญิงจำปา ขุนศรีวิสารวาจา แม่เกศสิริน แม่การะเกด ขุนเรืองอภัยภักดี ออกพระเพทราชา และหลวงสรศักดิ์ที่เพิ่งจะเดินขึ้นเรือนมา

ทั้งหมดกำลังนั่งที่เรือนรับรองของเรือนท่านโกษาธิบดี โดยคุณหญิงจำปากำลังปลอบคุณหญิงนิ่ม แม่การะเกดกำลังปลอบแม่หญิงจันทร์วาด พวกผู้ชายกำลังนั่งปรึกษากันกับเรื่องนี้

อ้ายฝรั่งมันเป็นตัวการแน่ๆ เลยขอรับ ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็นผู้ใดหลวงสรศักดิ์กระแทกไม้ตะพดกับพื้นเรือนอย่างหงุดหงิดใจ

แต่เราไม่มีหลักฐานกระไรจะเอาผิดมันได้เลย ข้าชังมันยิ่งกว่ามูลสุนัขออกพระเพทราชากล่าวด้วยวาจาโกรธแค้นที่มันบังอาจมาทำผู้ที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเขา

มันอยากได้ตำแหน่งท่านลุงขุนเหล็ก มันก็เลยต้องหาวิธีที่กำจัดท่านลุงเป็นแน่ขอรับขุนเรืองอภัยภักดีพูดขึ้น ทุกผู้ที่นั่งอยู่เห็นด้วยเพราะอ้ายฝรั่งนี้มันคิดจักเป็นใหญ่ในกรุงศรีฯ มันต้องทำทุกทางแม้จะต้องกำจัดผู้ที่มีพระคุณต่อมันก็ตาม

เกศสิรินที่นั่งเงียบๆ จึงขออนุญาตถามอะไรบางอย่างที่เธอสงสัย

เอ่อ...ข้าขอโทษนะเจ้าคะ ที่พูดแทรกแต่ข้ามีเรื่องสงสัยเจ้าค่ะ

ออกญาโหราบธิบดีพยักหน้าให้เธอพูดต่อ เกศสิรินจึงถามขึ้นมาว่า

ทำไมไม่หาหมอมารักษาคุณลุงละเจ้าคะ จากที่ข้าดูคร่าวๆ บาดแผลไม่ได้ลึกมาก ถ้ารักษาดีๆ ทานยาทายาก็น่าจะหายแล้วนะเจ้าคะเมื่อสิ้นเสียงเกศสิริน คุณหญิงนิ่มจึงพูดขึ้นพร้อมน้ำตา

มิมีผู้ใดอยากรักษาผู้ที่ต้องโทษดอกแม่เกศสิริน เพราะกลัวจะโดนอาญาไปด้วย

ขุนหลวงท่านห้ามฤๅเจ้าคะคำถามอย่างกงไปกงมา ทำให้ออกญาโหราธิบดีต้องแก้ต่างแทนไม่ให้ลูกเขาเข้าใจผิด

มิได้หรอก ขุนหลวงมิได้ห้ามกระไรแต่แค่ไม่มีหมอคนไหนกล้ามารักษาก็เท่านั้นเอง ออเจ้าอย่าพูดเยี่ยงนั้น ยังไงซะขุนหลวงกับท่านโกษาเหล็กก็เป็นสหายร่วมรบกันมา กินนมเต้าเดียวกัน แต่ที่ต้องลงโทษก็เพื่อจะได้ไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

เกศสิรินที่ได้ฟังรู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เป็นหมอทำไมไม่รักษาคนไข้ คนไข้มีที่พึ่งสุดท้ายก็คือหมอ หากหมอละทิ้งคนไข้แล้วจะเป็นหมอกันไปทำไม!

เกศสิรินกำผ้านุ่งไว้แน่นจนเกร็งมือ ขุนศรีวิสารวาจาที่นั่งข้างๆ เข้าใจนางดีกำลังจะเอื้อมมือมาจับเพื่อให้นางใจเย็นลงบ้าง แต่เกศสิรินก็ลุกพรวดขึ้นท่ามกลางความตกใจของทุกผู้ที่นั่งด้วยกัน นางมองไปยังห้องที่คุณลุงขุนเหล็กนอนอยู่ ก่อนจะประกาศกร้าวเสียงหนักแน่นว่า

ข้าจะรักษาท่านลุงขุนเหล็กเองเจ้าค่ะ!”

คำประกาศอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้ออกพระวิสุทธสุนทรที่ตั้งสติได้ ถามย้ำนางอีกครั้ง

ออเจ้าว่ากระไรนะ ใครจะรักษาคุณพี่เหล็กนะ

เกศสิรินหันไปมองคุณอาขุนปาน ก่อนจะตอบเสียงหนักแน่นอีกครั้ง

ข้าเองเจ้าค่ะ ข้าจะรักษาท่านโกษาธิบดีเองเจ้าค่ะ

แต่ออเจ้าเป็นหญิง มิมีหมอหญิงในอยุธยาดอกหนา

ข้านี่แลเจ้าค่ะ หมอหญิงในอยุธยาเกศสิรินกล่าวเสียงหนักแน่นพร้อมแววตาที่จริงจัง จนออกพระวิสุทธสุนทรหันไปขอความช่วยเหลือจากออกญาโหราธิบดี แต่อีกฝ่ายทำได้แค่ยิ้มอย่างพอใจเขารู้ว่าลูกสาวเขาเป็นหมอที่มาจากกาลข้างหน้า คนที่เรือนรู้กันหมดยกเว้นบ่าวไพร่ หากนางจะรักษาเขาไม่ขัดข้องดอก เพราะขัดไปนางคงไม่ฟังอยู่ดี

เมื่อเห็นทุกคนนิ่งเงียบยกเว้นออกญาโหราบธิบดีและขุนศรีวิสารวาจาพยักหน้าเชิงอนุญาต เกศสิรินจึงไปนั่งข้างหน้าคุณหญิงนิ่มที่กำลังมองเธออย่างกังวลบางอย่าง

คุณหญิงนิ่มเจ้าคะ ข้ามาขออนุญาตรักษาท่านลุงขุนเหล็กเจ้าค่ะ เพราะคุณหญิงนิ่มเป็นเมียของคุณลุงเป็นคนใกล้ชิดคุณลุง ข้าจึงมาขออนุญาตจากคุณหญิงนิ่มเจ้าค่ะ ถ้าคุณหญิงจะปฏิเสธข้าก็จะไม่เซ้าซี้อีกคุณหญิงนิ่มมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า มันมีแววตาของความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าแม้นางจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีหมอหญิงในอยุธยา แต่เธอเชื่อว่าหญิงสาวที่กำลังกุมมือเธอราวกับกำลังขอร้องเธออยู่ไม่มีเจตนาโกหกเธออย่างแน่นอน

คุณหญิงนิ่มพยักหน้าข้าอนุญาตจ๊ะ ไม่สิ ข้าต้องขอร้องออเจ้าต่างหาก ขอให้ช่วยคุณพี่เหล็กด้วยเมื่อคุณหญิงนิ่มอนุญาตเกศสิรินจึงหันไปหาแม่หญิงจันทร์วาด แม่หญิงจันทร์วาดยิ้มและพยักหน้า

เกศสิรินจึงคลานเข่ามาหาออกญาโหราธิบดีที่ยิ้มในความเด็ดเดี่ยวของลูกสาวเขา

คุณพ่อเจ้าขา ถ้าเช่นนั้น...” ออกญาโหราธิบดียกมือห้ามไม่ให้เกศสิรินพูดต่อ

ออเจ้าขออนุญาตคุณหญิงนิ่มแล้ว พ่อก็ไม่ขัดดอก ทำตามที่ออเจ้าต้องการเถิดออกญาโหราธิบดีลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู เกศสิรินหันไปมองทุกคนที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้ายิ้มไม่ได้ขัดอะไร เกศสิรินจึงหันไปขอร้องคุณหญิงนิ่ม

คุณหญิงนิ่มเจ้าคะ ข้าจะขออยู่ที่นี่ทำการรักษาคุณลุงขุนเหล็ก คุณหญิงสะดวกฤๅไม่เจ้าคะ

ย่อมได้ ข้าจะให้คนไปจัดหอนอนให้ออเจ้านะ ข้าขอฝากคุณพี่เหล็กด้วยนะแม่เกศสิรินคุณหญิงนิ่มเดินเข้ามากุมมือเรียวบางของเธอไว้ เกศสิรินยิ้มราวกับจะทำให้คุณหญิงนิ่มสบายใจขึ้นมาบ้าง

ถ้าเช่นนั้น ข้าจักให้บ่าวเอาของมาให้คุณหญิงจำปาพูดขึ้นเกศสิรินยกมือไหว้ ก่อนที่การะเกดจะอาสามาช่วยด้วยอีกคน

เกศสิรินและการะเกดลงมาส่งคุณพ่อ คุณแม่และพ่อเดชที่ท่าน้ำ

ออเจ้าแน่ใจนะว่าจะรักษาท่านโกษาธิบดีให้หายขาดได้คุณหญิงจำปาถามเกศสิรินด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจลูกสาวเธอหรอกแต่เธอกลัวว่าอาการท่านโกษาธิบดีจะหนักเกินกว่าจะรักษา

ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ แต่ข้าสัญญาว่าจะรักษาคุณลุงขุนเหล็กอย่างเต็มที่

คุณหญิงจำปากอดเกศสิรินราวกับให้กำลังใจ พ่อเดชคุยกระไรกับการะเกดนิดหน่อย อย่าสร้างปัญหาละ! ก่อนทั้งหมดจะลงเรือกลับเรือน

พี่เกศสิริน พี่จะรักษายังไงอะ บาดแผลของคุณลุงน่ากลัวมากเลยนะเกดเห็นแล้วใจไม่ดีเลย

คงใช้วิธีแบบแผนไทยและฝรั่งแหละ พี่ก็ไม่เคยรักษาเคสแบบนี้เหมือนกันแต่ก็มีตัวยาที่ทั้งทานได้ และนำมาทาเพื่อสมานแผลอยู่เหมือนกัน เกศสิรินนึกย้อนไปตอนที่มีหมอยาสมุนไพรมาสอนให้ความรู้เธอ ความรู้ที่ได้มาจากอาจารย์หมอในวันนั้นเธอจะเอามาใช้

เมื่อขึ้นเรือนมาออกพระวิสุทธสุนทรกำลังจะกลับโดยบอกว่าไม่ต้องไปส่งเขา เกศสิรินขอตัวเข้ามาดูอาการคุณลุงขุนเหล็กก่อนจะเห็นออกพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์อยู่ในห้อง เธอเลยขออนุญาตเพื่อจะดูอาการของคุณลุงขุนเหล็กทั้งสองพพยักหน้าทั้งอยากรู้ว่าแม่หญิงตรงหน้าจะรักษาท่านโกษาธิบดีอย่างไร

คุณลุงเจ้าขา คุณลุงขุนเหล็กได้ยินข้าฤๅไม่เจ้าคะ

ท่านโกษาธิบดีค่อยขยับตัวจะลุกขึ้นแต่เกศสิรินประคองให้ท่านนอนลงตามเดิม

แม่...เกศสิรินดอกฤๅ ข้านึกว่า...ออเจ้ากลับเรือนไป...แล้วซะอีกท่านโกษาธิบดีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

ยังเจ้าค่ะ ข้าจะอยู่ที่นี่คอยรักษาคุณลุงเองเจ้าค่ะแต่ข้ามีเรื่องจะขอคุณลุงได้ฤๅไม่เจ้าคะ

ได้สิ...ออเจ้า...อยากได้กระไร

ข้าอยากจะขอให้คุณลุงอดทน อย่าเพิ่งถอดใจนะเจ้าคะ ข้าจะพยายามทำอย่างเต็มที่ คุณลุงทำให้ได้ฤๅไม่เจ้าคะท่านโกษาธิบดีทำเพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนแรงก่อนจะพยักหน้า 

เกศสิรินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้ท่านโกษาธิบดีพักผ่อน ออกพระเพทราชาเมื่อเห็นท่านโกษาธิบดีหลับไปจึงชวนพ่อเดื่อออกมารอข้างนอก หลังจากเกศสิรินออกมาจากห้องหลวงสรศักดิ์จึงเอ่ยให้นางมานั่งด้วยกัน

แม่เกศสิริน ออเจ้าจะรักษาท่านลุงขุนเหล็กเยี่ยงไรบอกข้าได้ฤๅไม่

ข้าจะใช้ความรู้ทางหมอยาแลหมอฝรั่งรักษาเจ้าค่ะ ถ้าได้ผลไม่เกินเดือนสองเดือนคุณลุงก็น่าจะหาย

จริงฤๅ! แม่เกศสิริน ออกพระเพทราชาเอ่ยขึ้นอย่างมีความหวัง เกศสิรินพยักหน้า ออกพระเพทราชายิ้มอย่างโล่งใจก่อนจะขอตัวกลับเรือนก่อน หลวงสรศักดิ์มีเรื่องมากมายอยากจะคุยกับแม่เกศสิริน แต่เวลานี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมเขาจึงขอตัวกลับเรือนแล้วจะมาเยี่ยมใหม่

 

หลายวันมาแล้วที่เกศสิรินและการะเกดมาอยู่ที่เรือนโกษาธิบดี การะเกดคอยเป็นลูกมือช่วยเกศสิริน ยาที่เกศสิรินนำมารักษามีทั้งยาทานที่ต้องนำไปต้ม และยาทาที่ทาก่อนลงไพร ขณะที่เกศสิรินกำลังบันทึกการรักษาอยู่นั้น บ่าวที่เรือนมาแจ้งว่าท่านออกพระวิสุทธสุนทร ออกพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ แลขุนศรีวิสารวาจามาเยี่ยมท่านโกษาธิบดี การะเกดและแม่หญิงจันทร์วาดออกมาต้อนรับ

ข้าไหว้เจ้าค่ะ การะเกดและแม่หญิงจันทร์วาดไหว้

ไหว้พระเถิด แล้วนี่แม่เกศสิรินไปไหนไยมิออกมา ออกพระเพทราชาถามอย่างสงสัยที่ไม่เห็นแม่เกศสิริน

พี่หญิงกำลังบันทึกการรักษาอยู่เจ้าค่ะ อ๊ะ! มาพอดีเลยเจ้าค่ะ การะเกดหันไปเจอเกศสิรินที่ออกมาจากห้องของคุณลุงขุนเหล็กก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาไหว้ทุกผู้

ข้าไหว้เจ้าค่ะ มาเยี่ยมคุณลุงฤๅเจ้าคะ เกศสิรินบอกด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน หลายวันมานี้เธอนอนน้อยมากเหมือนตอนที่ยังเป็นหมอที่โรงพยาบาลในชาติปัจจุบันของนางเลย

ข้ามาเยี่ยมออเจ้านี่แลแม่เกศสิริน ออเจ้าได้กินได้นอนบ้างฤๅไม่ ไยดูเหมือนคนอดหลับอดนอนเยี่ยงนี้ ออกพระเพทราชากล่าวเสียงอ่อนอย่างห่วงใยแม่หญิงตรงหน้าจะเป็นลมเป็นแร้งไปซะก่อน

เกศสิรินยิ้ม ข้ากินอิ่มดีเจ้าค่ะ แต่ต้องคอยดูแลคุณลุงเลยมิค่อยได้นอนดอกเจ้าค่ะ

ออเจ้าดูแลตัวเองบ้าง หากออเจ้าเป็นกระไรไปคราวนี้จักเกิดเรื่องยุ่งไปใหญ่ หลวงสรศักดิ์พูดขึ้นมาอย่างเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้าว่าจะล้มป่วยไปอีกคน เกศสิรินไม่ได้พูดอะไรต่อแต่พาทุกคนมาเยี่ยมคุณลุงขุนเหล็ก ท่านโกษาธิบดีที่ตอนนี้แม้จะยังมีรอยแผลอยู่แต่ท่านไม่ได้ดูแย่เหมือนตอนแรกๆ อาการแทรกซ้อนก็ไม่มี เริ่มทานข้าวทานปลาได้ตามปกติแต่ก็ต้องทานของอ่อนๆ ไปก่อน

คุณพี่เหล็กดูอาการดีขึ้นโขเลย ออเจ้าทำได้เยี่ยงไรแม่เกศสิริน ออกพระวิสุทธสุนทรถามอย่างสงสัย

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณลุงไม่ยอมแพ้เจ้าค่ะ คุณลุงมีกำลังใจที่ดีมากยาของข้าแค่รักษาทางกายแต่หากใจย่อท้อแล้วต่อให้หมอรักษาเยี่ยงไรก็มิมีทางดีขึ้นหรอกเจ้าค่ะ

เป็นเช่นนั้นฤๅ แผลก็หายไปเยอะเหมือนกันหนา ออเจ้าเก่งมากเลย แม่เกศสิริน ออกพระวิสุทธสุนทรพูดกล่าวอย่างจริงใจ เขาชื่นชมในตัวของแม่เกศสิรินอย่างแท้จริง แม้คราแรกเขาไม่มั่นใจว่าแม่เกศสิรินจะทำได้ แต่นางแสดงให้เห็นว่านางสามารถทำได้อย่างที่พูด

หลวงสรศักดิ์ยิ้มอย่างพอใจในตัวแม่เกศสิรินก่อนจะสังเกตว่านางไม่ได้ใส่แหวนที่เขาให้นาง เกศสิรินเลยพูดดักคอไว้

ข้าไม่ใส่เครื่องประดับมารักษาคนไข้ดอกเจ้าค่ะ

หลวงสรศักดิ์คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบ

ข้าก็ไม่ได้ว่ากระไร ออเจ้าร้อนตัวหาว่าข้าจับผิดฤๅ

เจ้าค่ะ

ช้ะ! ข้าไม่ได้เป็นคนเยี่ยงนั้นเสียหน่อย พ่อเดื่อแก้ตัว จนผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องอยากจะเดินหนีออกจากห้องนี้ประเดี๋ยวนี้เลย ไยมันมาเกี้ยวกันที่ตรงนี้ มิอายฟ้าอายดินก็อายพวกข้าบ้างโว้ย!  

การะเกดที่เดินไปเอายาเข้ามาประคองให้ท่านโกษาธิบดีทานพ่อเดชจึงเข้าไปช่วย ก่อนจะให้แม่หญิงจันทร์วาดทายาที่หลังแลตามด้วยไพร

คงมิมีกระไรดอกเจ้าค่ะ ข้าว่าพี่หญิงไปนอนเถิดพี่หญิงนอนน้อยมาหลายวัน ประเดี๋ยวจักล้มป่วยไปอีกคน แม่หญิงจันทร์วาดพูดด้วยความเป็นห่วง

จริงเจ้าค่ะ ข้าว่าพี่หญิงควรจักไปพักผ่อนนะเจ้าคะ ตอนนี้อาการคุณลุงก็ไม่มีกระไรต้องห่วงแล้ว ไปนอนพักเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าแลแม่หญิงจันทร์วาดจะดูแลคุณลุงให้เอง เมื่อพูดถึงขนาดนั้นจะให้ขัดก็ไม่ได้ สุดท้ายเกศสิรินจึงตอบตกลงก่อนจะหันมาลาทุกคนก่อนจะเดินไปทางหอนอนที่คุณหญิงนิ่มจัดเตรียมไว้ให้

ประเดี๋ยวก่อนแม่เกศสิริน หลวงสรศักดิ์เรียกก่อนที่เกศสิรินจะหันกลับมามองโดยไม่พูดกระไร หลวงสรศักดิ์เอ่ยยิ้มๆ ฝันดีหนาออเจ้า

เกศสิรินยิ้มแต่ไม่ได้พูดกระไรก่อนจะเดินรีบเดินออกไป สงสัยจะเป็นไข้จริงๆ

 

จนเวลาล่วงเลยผ่านมาเดือนกว่า ท่านโกษาธิบดีที่คราแรกที่มาถึงเรือนสภาพดูมิน่ารอด แต่บัดนี้หายจนเกือบจักดีแล้ว ยังมีรอยแผลบ้างแต่ไม่มีรอยแตกที่น่ากลัวเยี่ยงตอนแรก เกศสิรินรู้สึกโล่งใจมากเธอเห็นคุณหญิงนิ่มเข้ากอดคุณลุงขุนเหล็ก เห็นแม่จันทร์วาดเข้าไปกอดคุณพ่อกับคุณแม่ของนางพร้อมร้องไห้ มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจแต่มันเป็นน้ำตาของความตื้นตันใจ บ้านท่านออกญาฯ ที่รู้ข่าวก็อดชื่นชมทั้งลูกสาวแลหลานสาวไม่ได้เลย ออกพระวิสุทธสุนทร ออกพระเพทราชาที่เห็นพี่ชายหายดีแล้วก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลวงสรศักดิ์แลขุนเรืองอภัยภักดีต่างก็ยิ้มอย่างยินดีและกล่าวชื่นชมแม่เกศสิรินและแม่การะเกดเสียยกใหญ่

“ข้าขอบน้ำใจออเจ้ามากแม่เกศสิริน แม่การะเกดที่ช่วยรักษาคุณพี่เหล็ก ข้าสัญญาว่าข้าจักตอบแทนออเจ้าอย่างงาม”  คุณหญิงนิ่มกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ ที่เธอไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรให้สมกับการที่คุณพี่เหล็กหายดี

“คุณพ่อเจ้าขา...ฮึกๆ” แม่หญิงจันทร์วาดที่กอดพ่อและแม่ของเธอแล้วร้องไห้ด้วยความยินดี แอบทำให้การะเกดหลั่งน้ำตาเบาๆ

เกศสิรินยิ้มออกมา การเห็นรอยยิ้มของคนไข้หรือญาติของคนไข้มันทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ เพราะแบบนี้ไงเธอถึงอยากมาเป็นหมอ

“แต่ยังไงก็ระวังนะเจ้าคะ ห้ามให้แผลโดนน้ำต้องทานยาสามเวลา ต้องทายาเป็นประจำแผลจะได้หายสนิทนะเจ้าคะ”

“ขอบน้ำใจออเจ้ามาก ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนออเจ้าอย่างไรจริงๆ ให้สมกับสิ่งที่ออเจ้าทำ” ท่านโกษาธิบดีกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง ถ้าไม่ได้แม่นางตรงหน้าเขาเชื่อเลยว่าเขาคงไม่รอดแน่

“ถ้าจักตอบแทนก็หายเร็วๆ นะเจ้าคะ แค่นั้นก็ถือเป็นการตอบแทนข้าแล้วเจ้าค่ะ” เกศสิรินยิ้มอย่างจริงใจอีกครั้ง

“ถ้าเช่นนั้นข้าขอกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ อย่าลืมเรื่องที่ข้าและแม่การะเกดบอกนะเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงคุณลุงจริงๆ” ท่านโกษาธิบดีพยักหน้ารับ

แม่การะเกดเคยเตือนเขาเรื่องความอิจฉาริษยา เขารู้ว่ามีคนจ้องจะทำลายเขาตอนนั้นเขาไม่เชื่อแต่เห็นทีเขาต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าเขาจะรู้ว่าครั้งนี้เขาทำผิดจริง แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เขาได้บทเรียนเขาต้องมาเห็นลูกเมียเขาเดือดร้อน ทำให้สหายต้องเสียใจ เรื่องนี้เขาผิดเองเขาไม่โทษผู้ใดดอก อีกอย่างเขาต้องรักษาสัญญากับแม่เกศสิรินว่าจะไม่ทำอีก

 

หลายอาทิตย์ผ่านไป

เรือนออกญาโหราธิบดี

ท่ามกลางวันที่เงียบสงบ จ้อยก็วิ่งหน้าตาตื่นราวกับเห็นผีขึ้นมาบนเรือน จนออกญาโหราธิบดีและขุนศรีวิสารวาจาที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นั้นต้องหันไปดุเสียงดัง

“อ้ายจ้อย! เอ็งอยากหลังขาดใช่ฤๅไม่ ไยวิ่งเสียงดังอึกทึกเยี่ยงนี้!

“แย่แล้วขอรับ ออกขุนท่าน ออกญาท่าน เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!

“เกิดเรื่องกระไรเล่า รีบว่ามาหรือจะรอหวายลงหลังก่อนถึงจะพูดได้”

ยังไม่ทันจ้อยจะพูดกระไร เรื่องใหญ่ ของจ้อยก็เดินขึ้นมาบนเรือนเสียแล้ว

“แม่หญิงเกศสิรินอยู่ที่นี่ใช่ฤๅไม่ขอรับ” เสียงดุดันจากชายรูปร่างกำยำแข็งแรง ทำให้ทุกผู้ไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่บนเรือนหันไปมองตามเสียง ก่อนจะตกใจ นั่นมัน...

“หื้ม มีธุระกระไรกับข้าฤๅ” เกศสิรินที่ทำขนมเสร็จได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็เลยเดินออกมาดู ก่อนจะทำหน้าไม่เข้าใจทำไมคนที่แต่งตัวเหมือนทหารมาถามหาเธอ

“ขุนหลวงมีรับสั่งให้มารับตัวออเจ้าไปละโว้บัดเดี๋ยวนี้” ทหารอีกคนพูดขึ้น สิ้นเสียงนั้นคุณหญิงจำปาก็ปล่อยเข็มกรองมาลัยอยู่หล่นลงบนหน้าตัก พร้อมทั้งบ่าวไพร่ที่ต่างตกใจและหวาดกลัว ยิ่งนางจวงนางจิกแทบจะกอดขาแม่นายของมันและร้องไห้ออกมา ออกญาโหราธิบดีสบตากับลูกชายก่อนจะเดินไปหานายทหารสองคนนั้น

“ขุนหลวงทรงมีรับสั่งกระไรไยต้องมารับตัวลูกสาวข้าไปละโว้” ออกญาโหราธิบดีถามเสียงเรียบนิ่ง เกศสิรินที่เดินตามมาสมทบแต่ถูกพ่อเดชและแม่การะเกดเอาตัวขวางไว้

“เป็นรับสั่งของขุนหลวง” เมื่อทหารคนแรกพูดเหมือนเดิม ออกญาโหราธิบดียิ่งกังวลอีกเขาอยากรู้เหตุผลของขุนหลวงไยต้องมาพาแม่เกศสิรินไป

“ถ้าเช่นนั้นก็รีบไปเถิดเจ้าค่ะ” เสียงของเกศสิรินทำให้ทุกผู้มองนางเป็นตาเดียว ออกญาโหราธิบดีที่แสดงสีหน้ากังวลอย่างปิดไม่มิด

“ไยออเจ้าพูดเช่นนั้น เรายังมิรู้เลยว่าขุนหลวงทรงส่งทหารมารับตัวลูกด้วยเหตุอันใด” น้ำเสียงที่เอ่ยอย่างเป็นห่วงของพ่อบุญธรรมทำให้เกศสิรินอบอุ่นหัวใจ

“ถ้ามันเป็นพระประสงค์ของขุนหลวง มีฤๅที่ลูกจักปฏิเสธได้” ออกญาโหราธิบดีไม่ตอบ เพราะคำตอบมันก็แน่ชัดอยู่แล้วว่ามิอาจขัดพระประสงค์ของขุนหลวงได้

ถ้าหากอยู่นานกว่านี้เกศสิรินไม่มั่นใจเลยว่าเธอจะสามารถทำตัวปกติได้ เธอเลยหันไปสั่งจิกให้เอาม้วนกระดาษที่มัดไว้อย่างดีที่หน้าคันฉ่องมา เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วจึงหันไปลากับทุกผู้บนเรือน

“ข้าไปเที่ยว ประเดี๋ยวจะซื้อของมาฝากนะ” เกศสิรินยิ้มเล็กน้อย แต่คนที่เห็นกลับรู้สึกราวกับว่านั่นคือรอยยิ้มครั้งสุดท้ายของนาง...

 

เมื่อเรือจากละโว้ออกไปจากท่าน้ำของเรือนออกญาโหราธิบดี คุณหญิงจำปาก็เป็นลมไป การะเกดที่ทรุดตัวลงไปกอดพี่ผินพี่แย้มแล้วร้องไห้ออกมา นางจิกนางจวงที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่แม่นายของมันเดินลงเรือนไป แม้กระทั่งปริกที่ร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ ยิ่งทำให้ออกญาโหราธิบดีแลขุนศรีวิสารวาจาเป็นกังวล

ขุนศรีวิสารวาจาสั่งให้ให้จ้อยไปเรียนท่านออกพระวิสุทธสุนทร ขุนเรือง ออกพระเพทราชาแลหลวงสรศักดิ์มาหารือกันที่เรือน เมื่อทั้งหมดมากันครบแล้ว ออกญาโหราธิบดีก็เข้าเรื่องทันที

“เมื่อเช้ามีทหารจากละโว้มาพาตัวแม่เกศสิรินไป เห็นว่าเป็นรับสั่งของขุนหลวง”

“กระไรนะ!” ทุกผู้พูดพร้อมกัน ขุนศรีวิสารวาจาพยักหน้าว่ามันคือเรื่องจริง ก่อนที่พวกเขาจะสังเกตรอบๆ บนเรือน บ่าวไพร่กำลังก้มหน้าทำหน้าราวกับมีเรื่องร้ายแรง พวกเขาเลยไม่คิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น

“แล้วเรื่องมันเป็นอย่างไร ไยนางจะต้องถูกพาตัวไปเข้าเฝ้าด้วย” พ่อเดื่อถามอย่างร้อนใจมือกำไม้ตะพดแน่น

ออกญาโหราธิบดีส่ายหน้าราวกับเขาไม่รู้ว่าจะตอบว่ากระไร เขายังจำคำพูดที่นางทิ้งท้ายไว้

“ข้ายังจำคำพูดของนางได้เลยตอนนางจะเดินลงเรือนไป” ใช่ ทั้งรอยยิ้มและแววตาที่มองมานั้น ขุนศรีวิสารวาจาพยายามคิดในแง่ดีแต่ไม่ว่าทางไหนเขาก็ไม่สามารถทำได้เลย ยิ่งเมื่อเห็นคู่หมายของเขาที่ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ คุณแม่ของเขาที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ได้สติ แค่นี้ก็เจ็บปวดหัวใจมากโข

“ข้าว่าอย่าด่วนตัดสินใจเองเลย อย่างไรเสียอีกสองวันขุนหลวงทรงมีรับสั่งให้พวกเราเข้าเฝ้า ดีไม่ดีเราอาจจะเจอนางที่ละโว้ก็ได้” ออกพระวิสุทธสุนทรเอ่ยอย่างใจเย็นเพื่อให้ทุกคนสบายใจ เขารู้ว่ามันอาจจะช่วยไม่ได้มาก แต่ก็ดีกว่ามานั่งคิดไปเองถึงเรื่องที่ยังไม่ได้เกิด

“ถ้าหาก...ถ้าหากเรา...” ขุนเรืองทำท่าจะพูดกระไรออกมา แต่เมื่อสบตากับออกหลวงหนุ่มเขาก็กลืนคำพูดลงคอไป

“ใช่ ข้าเห็นด้วยกับท่านออกพระวิสุทธสุนทรหนา อย่าเพิ่งคิดกระไรไปให้มาก” ออกพระเพทราชาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับตบบ่าลูกชายของเขา

“แม่เกศสิริน...” หลวงสรศักดิ์เรียกชื่อเสียงเบา


_____________________________________________________________________________________

#แม่เกศสิรินจะโดนลงโทษเหรอ ฮือ พ่อเดื่อจะทำอย่างไรดี

#ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ

#รัก ♥

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #72 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:42

    เเป็นห่วงแม่หญิงจัง

    #72
    0
  2. #34 queenmzzzx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 00:20
    อย่าเป็นอะไรนะเจ้าคะ
    #34
    1
    • #34-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 4)
      3 พฤษภาคม 2562 / 00:05
      มาลุ้นไปด้วยกันค่ะ
      #34-1
  3. #10 Phantom aLicE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:36
    คนอ่านก็ใจจะขาดเจ้าค่ะ
    #10
    1
    • #10-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 4)
      7 เมษายน 2562 / 01:45
      คนแต่งก็ใจจะขาดเหมือนกันเจ้าค่ะ TT
      #10-1
  4. #9 Paone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 05:52

    งื้อๆๆๆชอบมากเลยจะติดตามต่อไปนะคะ สู้ๆนะคะไรท์
    #9
    1
    • #9-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 4)
      5 เมษายน 2562 / 10:04
      ขอบคุณค่ะ เราจะตั้งใจทำให้เต็มที่เลยค่ะ ฝากติดตามด้วยนะ
      #9-1