คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 3 : บทที่ ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

บทที่

หนึ่งเดือนผ่านไป

หลังจากที่เกศสิรินย้อนเวลา มาอยู่ที่เรือนออกญาโหราธิบดี ในฐานะลูกสาวอีกคน ก็กินเวลาหนึ่งเดือน เกศสิรินเริ่มปรับตัวให้เข้ากับคนที่นี่ แลยังเป็นที่รักของบ่าวไพร่ทุกคนในเรือน

เกศสิรินที่เมื่อก่อนไม่เคยกรองมาลัย เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนฝีมือก็ได้พัฒนาขึ้นมาก จนคุณหญิงจำปาอดชมไม่ได้ รวมไปถึงการพับดอกบัว เธอก็ยังทำได้ดี ถึงแม้จะขัดกับภาพลักษณ์ของเธอ ที่เวลาว่างพ่อและน้องชายมักจะพาไปยิงปืน ยิงธนู ต่อยมวย โดยให้เหตุผลว่า 'เอาไว้ป้องกันตัว'

แต่เกศสิรินก็ไม่ได้ปริปากบ่น พร้อมทั้งตั้งใจทำ นี่คงเป็นเหตุผลที่คนเรือนนี้รักเธอ

บ่ายวันนี้เป็นอีกวันที่เรือนออกญาโหราธิบดีจักมีแขกมาเยือน การะเกดแลเกศสิรินจึงมาต้อนรับ ส่วนคุณหญิงจำปาจักจัดเตรียมสำรับเอง

ก่อนที่แขกของออกญาท่านจักทยอยขึ้นเรือนมา ทั้งเกศสิรินแลการะเกดยกมือไหว้

"ข้าไหว้เจ้าค่ะ คุณลุงขุนเหล็ก คุณอาขุนปาน และแม่หญิงจันทร์วาดการะเกดพูดขึ้น เกศสิรินถึงจักอยู่มาหนึ่งเดือน แต่ก็มิได้รู้จักคนอื่นนักหรอก เพราะวันๆ เธออยู่ที่เรือนแลออกไปตลาดบ้าง

อืม ไหว้พระเถิดขุนเหล็กตอบ ก่อนจะหันมามองเกศสิรินที่ยืนยิ้มอยู่ แล้วออเจ้าเป็นใครฤๅ

ไว้แขกท่านมากันครบแล้ว ข้าจักแนะนำให้รู้จักนะเจ้าคะการะเกดตอบลุงขุนเหล็ก ก่อนที่ทั้งสามจักมีบ่าวไพร่เชิญไปนั่งที่ตั่งกลางเรือนรับรอง

แขกกลุ่มสุดท้ายที่เดินขึ้นเรือนมาถึง ออกพระเพทราชา ขุนเรืองอภัยภักดี แลหลวงสรศักดิ์ ตามลำดับ

ข้าไหว้เจ้าค่ะ ออกพระท่าน ขุนเรือง แลหลวงสรศักดิ์การะเกดกล่าวทักทาย ผู้มีชื่อทั้งสามรับไหว้แม่หญิงการะเกดที่คุ้นหน้า แต่แม่หญิงหน้าสะสวยที่ยืนข้างๆ พวกเขาทั้งสามต่างไม่เคยเห็นค่าตามาก่อน

เชิญที่เรือนรับรองเถิดเจ้าค่ะ จักได้แนะนำให้รู้จักทีเดียวการะเกดผายมือไปที่เรือนรับรอง ทั้งสามพยักหน้าก่อนจักเดินตามแม่การะเกดไป เว้นเสียแต่หลวงสรศักดิ์ที่จ้องมองเกศสิรินอยู่ก่อนตั้งแต่เดินขึ้นเรือนมา ก่อนที่สาวเจ้าจะรู้สึกตัวว่ามีคนมอง เกศสิรินจึงหันมาสบตาหลวงสรศักดิ์ ขณะนั้น ได้เกิดสายลมเย็นๆ วูบหนึ่งพัดผ่านตัวทั้งคู่

เกศสิรินรู้สึกมีลมวูบพัดผ่านตัวเธอ จึงลูบแขนตัวเองเบาๆ แต่เธอมิได้สนใจกระไร จึงหันไปเอ่ยกับผู้ชายอีกคนที่มองเธออยู่ก่อนหน้า

หรือมีอะไรติดหน้าหว่า

เชิญเจ้าค่ะเกศสิรินยิ้ม ก่อนจักเดินนำแขกคนสุดท้ายมายังเรือนรับรอง หลวงสรศักดิ์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจักเดินตามไปนั่งตั่งไม้ข้างๆ พ่อของเขา

เอาละ มากันครบแล้วซินะออกญาโหราธิบดีพูดขึ้นเมื่อเห็นแขกเรื่อมากันครบแล้ว ก่อนจักหันมามองแม่เกศสิรินที่นั่งอยู่ตั่งตรงข้ามขุนปาน แลขุนเหล็ก

ข้าขอแนะนำให้รู้จัก แม่เกศสิริน นางเป็นลูกบุญธรรมของข้าแลคุณหญิงจำปาเกศสิรินไหว้ทุกคนอีกครั้ง ก่อนจักยิ้ม ขุนปานที่ได้ยินดังนั้นเลยเอ่ยชม

อืม หน้าตาสะสวยจริงเชียว มารยาทก็งามเห็นทีเรือนออกญาท่านคงจักหัวกระไดไม่แห้งก็ครานี้แลเกศสิรินยิ้มเขินกับคำชม เมื่อครู่การะเกดได้แนะนำทุกคนให้เธอรู้จัก ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่างเป็นคนในประวัติศาสตร์ที่เธอเคยเรียนมาแล้วทั้งนั้น รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แม้กระทั่งคุณพ่อบุญธรรมของเธอก็ยังมียศ มีศักดิ์เป็นราชครูของขุนหลวง!

ออเจ้าอายุเท่าใดเล่า แม่เกศสิรินขุนปานถามต่อ

ยี่สิบเจ็ดเจ้าค่ะ คุณอาขุนปาน

ขุนปานที่ได้ยินดังนั้น จึงเบิกตากว้างอย่างตกใจ แลมิใช่เขาคนเดียวดอกที่ตกใจ ทุกผู้ที่นั่งอยู่โถงกลางเรือน ต่างตกใจอายุของแม่หญิงนางนี้ ยกเว้นครอบครัวของออกญาโหราธิบดี  

มิได้หมายความในทางที่ไม่ดีหนา อย่าเข้าใจผิดไป...

เยี่ยงนั้น ออเจ้าก็อายุเท่าพ่อเดช พ่อเรือง แลพ่อเดื่อเลยกระนั้นซิ

เกศสิรินยิ้มรับ ก่อนที่ขุนปานจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เช่นนั้น ออเจ้าออกเรือนแล้วฤๅ แม่เกศสิรินขุนเหล็กถาม

คำถามของคุณลุงขุนเหล็ก ทำให้พ่อเดื่อตั้งใจฟังคำตอบของนาง จนออกพระเพทราชานึกขำ

เกศสิรินยิ้มก่อนจักตอบ ยังเจ้าค่ะ คุณลุงขุนเหล็ก ข้ากะจักอยู่ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ แลคอยเลี้ยงลูกๆ ของพ่อเดชเจ้าค่ะ  ประโยคท้ายเธอหันไปพูดล้อเลียนแม่การะเกดที่นั่งข้างๆ ก่อนจักยิ้มขำให้กับพ่อเดชที่ชอบใจ

พ่อเดื่อที่ได้ยินคำตอบของแม่หญิงเกศสิริน ก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ออกญาโหราธิบดีที่เห็นรอยยิ้มของพ่อเดื่อที่ส่งมาให้ลูกสาวของเขา ได้ลอบยิ้มเล็กๆ พลางคิดในใจ 'สงสัยข้าจักได้เจอพ่อเดื่อที่เรือนทุกวันเป็นแน่แท้กระมัง'

แม่เกศสิริน ออเจ้าพาแม่การะเกดแลแม่หญิงจันทร์วาดไปนั่งเล่นรับลมด้านล่างเถิด พ่อจักหารือข้อราชการเสียหน่อยออกญาโหราธิบดีเอ่ยขึ้น เกศสิรินรับคำก่อนจักเดินนำหน้าสองสาวลงบันไดเรือนไป

พ่อเดื่อ จักชะเง้อคอยาวมองใครกัน หื้อ?” เจ้าของเรือนผู้มีอายุมากแล้วหันไปพูดกับพ่อเดื่อ ที่แม้นแม่เกศสิรินจะลงเรือนไปนานแล้ว แต่ก็มองไปทางบันไดเรือน

พอโดนเจ้าของเรือนทัก หลวงสรศักดิ์จึงแกล้งกระแอมก่อนจักตอบ

ข้ามองไปเรื่อยเปื่อยขอรับ มิได้มองสิ่งใดเป็นพิเศษดอกขอรับหลวงสรศักดิ์ตอบ ออกญาโหราธิบดีสบตากับออกพระเพทราชา ที่แฝงความนัยบางอย่าง ก่อนทั้งสองจักยิ้มแลเริ่มสนทนาข้อราชการ

 

แม่หญิงทั้งสามคนที่นั่งรับลมอยู่ศาลาท่าน้ำกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่แม่หญิงจันทร์วาดจักหันไปถามแม่เกศสิริน

พี่หญิง อายุยี่สิบเจ็ดจริงฤๅเจ้าค่ะ

เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นก่อนจักตอบจริงซิ หรือว่าออเจ้าคิดว่าข้าอายุมากกว่านั้นฤๅ

มิได้เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าพี่หญิงอายุจักเท่าข้าแลแม่การะเกดเสียอีกแม่หญิงจันทร์วาดปฏิเสธก่อนจักอธิบาย เกศสิรินหัวเราะที่เห็นท่าทีของแม่หญิงจันทร์วาด

อยู่ๆ การะเกดก็พูดขึ้นมาเสียงดัง

อยากกินมะม่วงน้ำปลาหวาน!”

เมื่อวานก็เพิ่งกิน วันนี้จักกินอีกฤๅเกศสิรินบ่น

นั้นสิ...แต่อยากกินอยู่ดีอ่า พี่หญิงมิอยากกินฤๅ

งั้นเอาเป็นยำมะม่วงดีฤๅไม่เกศสิรินเสนอ ก่อนที่การะเกดจักเห็นด้วย แม่หญิงจันทร์วาดเมื่อได้ยินชื่ออาหารที่ไม่คุ้นจึงทำหน้าสงสัย การะเกดจึงควงแขนแม่หญิงจันทร์วาดไปที่ครัวด้วยกัน โดยมีผินแย้มคอยปรามมิให้แม่นายของมันแสดงกิริยาเยี่ยงนี้ เกศสิรินส่ายหัวกับน้องสาวที่นับวันเริ่มเหมือนน้องชายของเธอเข้าไปทุกที

 

การะเกดให้นางบุ้งเก็บมะม่วงมาให้หลายกระบุง ก่อนจักเลือกลูกสวยๆ มาปลอกเปลือกก่อนซอยเป็นเส้นๆ เกศสิรินเป็นคนทำน้ำยำโดยใส่น้ำตาลปึก น้ำปลา มะนาว พริก ก่อนจักเอามะม่วงที่การะเกดซอยเป็นเส้นมาคลุกให้เข้ากันก่อนจักเป็นอันเสร็จ ทำเอาทั้งนายแลบ่าวต่างน้ำลายสอกันหมด

ต้องแซ่บแน่นอนเลย กินกันเลยเถอะการะเกดพูดหลังจากที่ช่วยแม่หญิงจันทร์วาดจัดจาน ก่อนจักแบ่งให้บ่าวทาน

แสบ? เหมือนมะม่วงน้ำปลาหวานที่ออเจ้าเคยทำฤๅแม่หญิงจันทร์วาดถามแม่การะเกด

ใช่ๆ แซ่บแน่นอน กินเลยแม่หญิงจันทร์วาด พี่หญิง

เกศสิรินตักยำมะม่วงเข้าปาก ก่อนจักหันไปหาแม่การะเกดแซ่บ ฮ่าๆๆ

แม่หญิงจันทร์วาดเมื่อเห็นพี่หญิง แลพวกบ่าวกินกันไม่หยุดจึงลองกินบ้าง ก่อนจะหันไปหาแม่หญิงเรือนนี้ทั้งสองแสบ คิกๆทั้งสามหัวเราะออกมาก่อนจักลงมือกินกันต่อ โดยเกศสิรินได้เตือนไว้ว่า อย่ากินเยอะ เดี๋ยวจะเสาะท้อง ทั้งหมดรับรู้แต่ห้ามมือแลปากไม่ได้

เมื่อทานกันเรียบร้อยแล้วแม่นายทั้งสามจึงให้บ่าวยกไปให้คนบนเรือนได้ลองชิม ก่อนที่ทั้งสามจักไปนั่งบนตั่งตามเดิมเพื่อรอฟังว่าผู้ใหญ่ถูกปากหรือไม่

อืม นี่แม่การะเกดทำเองดอกฤๅ อร่อยจริงออกญาฯ ถามหลานสาวของเขา เพราะเขาเชื่อว่าแม่การะเกดชอบทำอะไรที่แปลกๆ ที่คนในยุคเขาไม่เคยเห็น

มิใช่หลานดอกเจ้าค่ะคุณลุง พี่หญิงเป็นคนทำเจ้าค่ะ ถ้าจักชมต้องชมคนนี้เจ้าค่ะการะเกดตอบ ทุกผู้ที่ยินดังนั้นจึงเอ่ยปากชมเกศสิรินว่ารสถูกปาก จะยกเว้นแต่...

ข้าว่ามิได้อร่อยขนาดนั้นดอกขอรับหลวงสรศักดิ์แย้งขึ้นมาหลังจากทานไปเกือบหมด เกศสิรินจึงหันไปมองก่อนจักถาม

จริงฤๅเจ้าคะ แต่ออกหลวงท่านก็ทานจนเกือบหมดแล้วหนาเจ้าค่ะ

หลวงสรศักดิ์ยิ้มแลโคลงศีรษะไปมา ก่อนจักตอบข้ากลัวออเจ้าจักเสียน้ำใจ อุตส่าห์ทำมาให้

เกศสิรินเลิกคิ้วก่อนจักตอบไปกงๆ

หากไม่อร่อยออกหลวงท่านก็บอกข้ากงๆ ก็ได้นิเจ้าค่ะ ข้ามิโกรธ

หึ ข้าหยอกออเจ้าเล่น ข้าว่ามันอร่อยดีหากข้าอยากให้ออเจ้าทำให้ข้าบ่อยๆ ได้ฤๅไม่หลวงสรศักดิ์ถามแฝงความนัยบางอย่าง จนคนทุกผู้ที่อยู่ลอบยิ้มกับพ่อเสือตัวร้าย คนที่ออกอาการมากเป็นพิเศษคงไม่พ้น...แม่การะเกด ที่ออกอาการเขินจนตัวม้วน แหม จีบกันซึ่งๆหน้าไม่เกรงใจใครเลยนะคะ หลวงสรศักดิ์

เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นก่อนจักตอบตรงๆ

ทานบ่อยๆ จะเสาะท้องเอาหนา นานๆ ทานดีกว่านะเจ้าคะ มันเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยมิต้องทานบ่อยๆ ดอกเจ้าค่ะ

คำตอบของนางทำให้ทุกคนลอบขำเล็กน้อย ปนสงสารหลวงสรศักดิ์ที่ทำหน้าเสียที่นางหาได้เข้าใจความนัยที่เขาจักสื่อ นี่นางแกล้งข้าหรือมิเข้าใจในเรื่องที่เขาจักสื่อ แต่เขามิยอมถอดใจดอก

ออกพระเพทราชามองลูกชายของเขาสลับกับแม่เกศสิรินพลางอมยิ้ม เขาอยากได้ลูกสะใภ้ให้ลูกชาย แต่พ่อตัวดีก็ดันมีแต่เมียเล็กเมียน้อยจนเขาเบื่อ ถ้าหากพ่อเดื่อถูกใจแม่เกศสิรินจริง ข้าจักได้เกียมสินสอดทองหมั้นไว้

เกศสิรินเห็นหลวงสรศักดิ์มิได้พูดกระไรออกมาจึงละลายตาไปมองคุณอาขุนปานที่กำลังถามเธอ

แม่เกศสิริน ท่านออกญาฯ บอกแก่ข้าว่าออเจ้าวาดรูปสวย จริงฤๅ

จริงเจ้าค่ะ ข้าชอบวาดรูปแต่อาจจักมิสวยดังคำที่คุณพ่อบอกดอกเจ้าค่ะเกศสิรินตอบ ก่อนที่การะเกดจักยืนยันอีก

พี่หญิงชอบวาดรูปคนเจ้าค่ะ คุณอาขุนปาน เนี่ยคนเรือนนี้เป็นแบบให้พี่หญิงวาดมาหมดเลยนะเจ้าคะ เมื่อครู่ที่ลงไปนั่งเล่นข้างล่าง ก็วาดรูปแม่หญิงจันทร์วาดด้วยนะเจ้าคะ

จริงเจ้าค่ะ คุณอาแม่หญิงจันทร์วาดพูดพร้อมยื่นกระดาษที่แม่หญิงเกศสิรินวาดรูปให้คุณอาของนางดู

ขุนปานรับมาดู ขุนเหล็กที่นั่งข้างกันจึงขอดูด้วย ก่อนจักพยักหน้ายอมรับในฝีมือของแม่หญิงผู้นี้ ว่าวาดออกมาได้งดงามแลเหมือนตัวจริงมาก ขุนเรืองจึงขอดูบ้างก่อนจักเอ่ยชมแม่หญิงจันทร์วาด จนแม่หญิงยิ้มเอียงอาย ขุนเหล็กจึงกระแอมไอเป็นการเตือน ก่อนที่ขุนเรืองจักยิ้มแห้งๆ ให้พ่อของนาง ออกพระเพทราชายิ่งชอบใจลูกสะใภ้ของเขา(?) มากขึ้นไปอีกที่นางมีความสามารถหลายอย่าง

ถ้าเช่นนั้นออเจ้าวาดข้าได้ฤๅไม่ขุนปานถาม เกศสิรินพยักหน้ารัวๆ อย่างตื่นเต้น เป็นบุญจริงๆ เลยที่จะได้วาดท่านโกษาปานเนี่ย!

เกศสิรินให้นางจวงแลนางจิกบ่าวที่คุณแม่ให้มารับใช้ ไปเอากระดาษกับดินสอมาเยอะๆ ใช้เวลาไม่นานบ่าวทั้งสองก็นำของที่แม่นายต้องใช้มาให้

คุณอานั่งนิ่งๆ นะเจ้าคะ มองกงมาด้านหน้า

ขุนปานยิ้มก่อนจักทำตามที่นางบอก เกศสิรินจึงเริ่มลงมือวาด ทุกคนต่างเงียบเพื่อให้นางไม่เสียสมาธิ แลตั้งใจรอดูผลงาน

ผ่านไปไม่นานเกศสิรินวางดินสอลงก่อนจะยิ้มให้คุณอาขุนปาน ที่ตอนนี้เกร็งไปหมด นางจึงบอกว่าวาดเสร็จเรียบร้อยดี ขุนปานจึงทำตัวตามสบายก่อนจะรับกระดาษมาดู

หื้ม ใยข้าคิดว่าแม่เกศสิรินวาดออเจ้าออกมาดีเกินตัวจริงเล่า พ่อปานขุนเหล็กที่เห็นรูปของน้องเขาเอ่ยเย้าหยอก ขุนปานจึงหัวเราะพร้อมๆ กับทุกคน จนกลายเป็นทุกคนขอให้แม่เกศสิรินวาดรูปให้ จักว่าทุกคนก็ไม่ถูกเพราะหลวงสรศักดิ์มิได้เป็นหนึ่งในนั้น เขาชอบอย่างยิ่งเวลาเห็นนางตั้งใจทำจนยิ้มออกมา

เมื่อช่วงเวลาวาดรูปจบลง ออกญาโหราธิบดีจึงเอ่ยชวนให้ละเล่นต่อโคลงกลอนด้วยกันในยามค่ำ เกศสิรินผู้ที่เคยเกือบตกวิชาภาษาไทยสมัยมัธยมต้นเพราะเรื่องแต่งกลอนของนาง จะเรียกว่าแย่ก็คงจักเป็นเยี่ยงนั้น แต่นางอยากฟังแลชมบรรยากาศจึงนั่งอยู่ต่อ ก่อนจักฟังการต่อโคลงกลอนของแม่การะเกดแลพ่อเดชที่เกี้ยวกันผ่านโคลงกลอน แลยังมีขุนเรืองแลแม่หญิงจันทร์วาด

แน่นอน ภาษาไทยที่ต้องแปลเป็นไทยอีก นางมิได้รู้ความหมายของมันหรอก การะเกดจึงอธิบายความหมายของมันให้ฟัง ก่อนจักพบว่ามันมีความหมายที่ดีแลใช้คำสละสลวย แลหมั่นไส้ทั้งสี่คนที่มาเกี้ยวกันข้ามหน้าข้ามตาเธอ เป็นคนโสดที่ล้อมรอบไปด้วยคนมีคู่นี่ ช่างน่าอนาถใจจริง

หลวงสรศักดิ์เห็นแม่เกศสิรินลอบถอนหายใจจึงนึกอยากแกล้งนาง

ใยออเจ้า มิลองประชันโคลงกลอนดูบ้างละ แม่เกศสิริน

เกศสิรินหน้าเหวออย่างตกใจ ก่อนจักบอกไปตามความจริง

ข้าไม่สันทัดเรื่องนี้ดอกเจ้าค่ะ ขอเป็นผู้ฟังดีกว่า

หรือออเจ้าไม่กล้าหลวงสรศักดิ์ยิ้มมุมปาก แลเชื่อว่าแม่หญิงต้องตกปากรับคำท้าแน่ แต่เขากลับคิดผิด

เจ้าค่ะเกศสิรินตอบ ยิ่งทำให้หลวงสรศักดิ์อดนึกมิได้ว่านางจงใจกวนเขา แต่นางมิได้คิดเยี่ยงนั้นนางแค่ตอบไปกงๆ ตามความรู้สึก

ลองดูหน่อยเถิด มิเสียหายดอกออกญาฯ พูดขึ้น เกศสิรินทำท่าจักแย้ง แต่ออกญาฯ ก็พูดดักไว้อีกมิมีผู้ใดว่าคนที่ตั้งใจทำบางอย่างอย่างตั้งใจดอก

คำพูดของคุณพ่อทำให้เกศสิรินนึกถึงตอนที่เรียน ใช่ นางไม่ชอบก็เพราะว่านางอาจจะไม่เคยตั้งใจทำ แต่จักให้จู่ๆ มาให้ทำก็ออกจะ...

แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของเกศสิรินก็คือความจำดี แน่นอนว่าถึงแม้จักไม่ชอบแต่ก็มีกลอนหนึ่งที่นางชื่นชอบมาก เกศสิรินหลับตาพร้อมขออนุญาตท่านกวีเอกของไทยที่นางจักนำมาเขียน ก่อนจักลืมตาพร้อมใช้ดินสอหินเขียนลงบนกระดานชนวน การะเกดที่นั่งข้างๆ กำลังเอาใจช่วย แลหลวงสรศักดิ์ที่เอาใจช่วยนางอีกคน

เกศสิรินวางดินสอหินเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก่อนจักสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วอ่าน

"เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก  แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน   

ครั้นจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน   แต่น้ำตาลก็ว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล”*

เมื่อเกศสิรินอ่านจบทุกผู้ที่ฟังอยู่ก็นิ่ง จนเกศสิรินทำตัวมิถูกหันไปกระซิบกับแม่การะเกดที่ยิ้มชอบใจ เพราะนางก็ชอบกลอนบทนี้เหมือนกัน

ทำไมเขาเงียบแบบนี้ละ หรือเขารู้ว่าพี่ไม่ได้แต่งเองการะเกดยิ้ม ออกญาฯ ที่ได้ฟังบทกลอนของลูกสาวจึงกล่าวชม

ไหนว่าออเจ้าไม่สันทัด ใยจึงแต่งได้คมคายยิ่งนัก หื้อแม่เกศสิริน

เอ่อ แน่ละซิคะว่าลอกเขามา ฮือ

เกศสิรินยิ้มแห้งๆ ก่อนที่พ่อเดชจักถามพ่อเดื่อ

ว่าอย่างไรเล่า ออกหลวงท่าน พี่สาวข้าแต่งกลอนได้ถูกใจท่านฤๅไม่เมื่อได้ยินคำถามดังนั้น พ่อเดื่อก็ยิ้มก่อนจักหันไปมองแม่เกศสิรินที่รอคำตอบจากเขา

ก็ใช้ได้ได้ยินอย่างนั้น เกศสิรินยิ้มอย่างโล่งอก พ่อเดื่อเลยพูดต่อ

หากออเจ้าอยากรู้ว่าความรักเป็นเยี่ยงไร ให้ข้าสอนให้ดีฤๅไม่ แม่เกศสิริน” คำพูดกงๆ ของหลวงสรศักดิ์ทำให้ทุกผู้ที่นั่งอยู่เก็บอาการกันไว้มิมิดแล้ว แม้นผู้เป็นพ่อของแม่นางจักนั่งอยู่ก็ตาม แต่มิได้ทำให้ออกหลวงหนุ่มผู้นี้เกรงกลัวเลยว่า พ่อของนางจักไล่ตะเพิดเขาก็เป็นได้ จนออกพระเพทราชาต้องเอ่ยปรามลูกชายของเขา

เกรงใจออกญาท่านหน่อยเถิดพ่อเดื่อ ท่านยังนั่งอยู่กงนี้มิได้ไปไหนออกญาโหราธิบดีโคลงศีรษะไปมาในความปากหวานของพ่อเดื่อ ที่เกี้ยวลูกสาวเขาต่อหน้าต่อตา สงสัยข้าควรตรวจดวงชะตาของพวกออเจ้าทั้งสองเสียแล้ว

 

ก่อนจักค่ำมืดไปมากกว่านี้แขกเรื่อที่มาจึงพาขอตัวกลับเรือน ด้วยเหตุที่ว่าอาจจักเป็นอันตราย คนเรือนท่านออกญาจึงมาส่งที่บันไดเรือน

ข้าไหว้เจ้าค่ะ คุณลุง คุณอา แลแม่หญิงจันทร์วาด เดินทางปลอดภัยหนาการะเกดแลเกศสิรินกล่าวลา ก่อนที่จักหันไปพูดกับแม่หญิงจันทร์วาด

แม่หญิงจันทร์วาด ไว้มาเป็นแบบวาดรูปให้ข้าอีกนะ

เจ้าค่ะ พี่หญิง ข้าขอตัวลานะเจ้าคะเกศสิรินรับไหว้ก่อนที่แม่หญิงจันทร์วาดจักค่อยๆ ลงเรือนตามคุณพ่อแลคุณอาของนางไป พ่อเดชที่ลงไปส่งขุนเรืองที่ท่าน้ำเดินขึ้นมาบนเรือน ก่อนจักหันไปยิ้มให้แม่การะเกดอย่างหวานเยิ้มจนเกศสิรินต้องยกมือมาบังไว้

ข้ายังยืนอยู่กงนี้หนา

พี่หญิงมิต้องพูดเลย ตัวเองก็ใช่ย่อยนะการะเกดแซวเมื่อเห็นออกหลวงสรศักดิ์กำลังเดินมาทางนี้ก่อนจักมายืนคุยกับพ่อเดชที่ยืนข้างๆ แม่เกศสิริน

ข้ากลับก่อนหนา พ่อเดช ไว้จักมาใหม่

ขุนศรีวิสารวาจาพยักหน้ารับก่อนจักถาม มาหาข้า หรือมาหาใครกันแน่ขอรับ

หลวงสรศักดิ์หัวเราะเป็นลมก่อนจักหันไปยิ้มให้แม่เกศสิรินที่มองเขา เขาส่งสายตาเจ้าชู้ให้นาง

ข้าชอบกลอนของออเจ้าหนา ไพเราะมากเกศสิรินไหว้รับคำชม

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ หลวงสรศักดิ์ เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ

ออเจ้าเป็นห่วงข้าฤๅ

ข้าเห็นว่ามืดค่ำแล้วจักเดินทางก็ลำบาก

หลวงสรศักดิ์ยกยิ้มมุมปากก่อนจักยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูพลางลอบสูดกลิ่นหอมจากตัวนาง ตัวหอมจริงหนา

ขอบน้ำใจออเจ้าหนาที่เป็นห่วงข้าเกศสิรินผงะออกเล็กน้อยกับท่าทีจู่โจมของเขา หลวงสรศักดิ์เมื่อเห็นท่าทีของแม่หญิงตรงหน้าก็นึกอยากแกล้ง แต่เขาเห็นพ่อของเขาเดินออกมาพร้อมออกญาโหราธิบดีเขาจึงหยุดความคิดนั้นไว้ ก่อนจักหันไปลาเจ้าของเรือนที่เดินมาพูดคุยกับเขาเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองจักลงเรือนไป หลวงสรศักดิ์ยังมิวายหันมายิ้มให้แม่เกศสิรินก่อนจักลงเรือนตามพ่อเขาไป

 

หลังจากอาบน้ำสีฟันก่อนเข้านอน เกศสิรินกำลังนั่งเขียนหนังสือเพื่อบันทึกเรื่องราวตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูหอนอนเธอดังขึ้น ก่อนที่จักพยักหน้าให้จิกไปเปิดประตู ก่อนจักยิ้มให้แม่การะเกดเข้ามา และให้บ่าวทั้งสองออกไป

มีอะไรหื้ม ทำไมยังไม่นอนอีกถึงปากจักถามแต่ก็มิได้ละสายตาจากหนังสือ

มาดูคนมีความรัก อิอิการะเกดแซว เกศสิรินที่เขียนเสร็จแล้วหันมามองการะเกดที่นั่งอยู่บนเตียง

ใคร ก็เธอไม่ใช่หรอที่มองคุณพี่เดชซะหยาดเยิ้ม เหม็นความรักจริงๆ

แหมๆ ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะจ๊ะ แม่คนปากแข็งการะเกดพูดต่อ ก็เห็นๆ อยู่ว่าหลวงสรศักดิ์เขาจีบพี่ตรงๆ ซะขนาดนี้ อิอิ

เกศสิรินขมวดคิ้วและตอบแบบขอไปที อ่อ...อย่างนั้นหรอ

อะไรกัน อย่าบอกนะว่าพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยอะการะเกดถามเสียงดัง เกศสิรินยักไหล่ก่อนจะหันไปสางผม

เธอก็คงได้ยินกิตติศัพท์ของเขาแล้วใช่มั้ยละ จะให้พี่รู้สึกอะไรละเกศสิรินสางผมเสร็จก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ การะเกดที่ยิ้มแหยๆ เพราะเข้าใจที่พี่สาวบอก หลวงสรศักดิ์เป็นชายหนุ่มรูปงาม มียศฐาบรรดาศักดิ์และยังร่ำรวยทั้งเงินทองและมีเมียเล็กเมียน้อยเต็มเรือน! ไม่แปลกที่พี่เกศสิรินจะตอบแบบนั้น

แหม แต่ก็ดูแบดบอยดีออก พี่ไม่ลองเปิดใจดูหรอ

ไม่อะ ไม่ชอบคนเจ้าชู้หลายเมียการะเกดทำท่าจะแย้งต่อ แต่เกศสิรินก็ล้มตัวนอนทันที การะเกดจึงไม่อยากกวนพร้อมทั้งดับเทียนให้แล้วเดินออกจากหอนอนไป เกศสิรินลืมตาขึ้นในความมืดและสัมผัสที่หน้าอกข้างซ้ายที่มันเต้นแรงผิดปกติ ทำไมถึงใจเต้นแรงแบบนี้เนี่ย ก่อนจะหลับตาลง

 

วันต่อมา

เรือนออกญาโหราธิบดี

หลวงสรศักดิ์ก้าวลงจากเรือก่อนจักหันมองซ้ายขวาหาไอ้จ้อย ก่อนจักถามบ่าวชายแถวนั้น

ไอ้จ้อยมันไปไหนของมัน

แม่หญิงใช้มันไปงมกุ้งขอรับ

แม่หญิงคนไหนละ

ทั้งแม่หญิงการะเกดแลแม่หญิงเกศสิรินขอรับ

หลวงสรศักดิ์พยักหน้าก่อนจะถามทางไปตรงที่งมกุ้ง เมื่อมาถึงเขาเห็นแม่หญิงทั้งสองนั่งอยู่บนฝั่ง แลเห็นไอ้จ้อยกับเด็กอีกสองคนกำลังงมกุ้งกันอยู่ จึงเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังแม่เกศสิรินที่ตอนนี้กำลังวาดรูปอยู่

เกศสิรินรู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ข้างหลังแต่เธอคิดว่าอาจจักเป็นพ่อเดชมาตามแม่การะเกด

ออเจ้ามาตามแม่การะเกดฤๅพ่อเดช

ข้ามิใช่พ่อเดชดอก

เมื่อได้ยินเสียงมิคุ้นเกศสิรินจึงหันหน้ากลับมามองจนจมูกสัมผัสโดนแก้มหลวงสรศักดิ์เล็กน้อย เกศสิรินผงะตัวออกมาก่อนจักลุกขึ้นยืน การะเกดที่หันมาเห็นภาพเมื่อครู่แอบลอบยิ้มกับพวกบ่าวพร้อมทำนิ้ว โอเค

ข้าไหว้เจ้าค่ะ หลวงสรศักดิ์ มาคุยเรื่องราชการฤๅเจ้าคะการะเกดถาม หลวงสรศักดิ์รับไหว้ก่อนจักลุกขึ้นยืน

ใช่ ข้าแลขุนเรืองมีธุระข้อราชการจักต้องปรึกษากันก่อนจักหันไปหาแม่เกศสิริน เกศสิรินยกมือไหว้และกลับมาวาดรูปต่อ หลวงสรศักดิ์หัวเราะกับท่าทีของนาง การะเกดจึงบอกให้พวกบ่าวทั้งหมดออกมาเพื่อให้ทั้งสองคนอยู่ตามลำพัง

หลวงสรศักดิ์นั่งลงข้างๆ แม่เกศสิรินมองไปยังเบื้องหน้า ที่มีสายน้ำไหลผ่าน ร่มรื่น มีลมเย็นๆ พัดผ่านทำให้ได้กลิ่นหอมจากแม่หญิงข้างกาย บรรยากาศช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน เกศสิรินวางดินสอลงเมื่อเก็บรายละเอียดทุกอย่างเสร็จก่อนจักหันไปมองหลวงสรศักดิ์ที่นั่งเงียบๆ

ข้านึกว่าออกหลวงท่านมีข้อราชการจักต้องหารือเสียอีก

จักรีบไล่ข้าไปใย รังเกียจข้าฤๅ

มิได้เจ้าค่ะ แต่ข้อราชการงานเมืองสำคัญกว่าการมานั่งจ้องหน้าข้านะเจ้าคะ

หลวงสรศักดิ์หัวเราะเบาๆ

ข้าว่าข้าสามารถนั่งจ้องหน้าออเจ้าได้ทั้งวันแลทั้งคืนหลวงสรศักดิ์ส่งสายตาหวานให้นาง เกศสิรินแค่นยิ้ม

ข้ามิแปลกใจใยออกหลวงท่านถึงมีเมียเต็มเรือน

หลวงสรศักดิ์หัวเราะ

ก็ข้ามันชายรูปงาม จักมีเล็กน้อยก็เป็นเรื่องธรรมดาหลวงสรศักดิ์พูดพร้อมมองแม่เกศสิริน หากข้ามีเมียเอกข้าก็จักมิมีเล็กน้อยอีก

หากทำได้อย่างที่พูดเมียเอกของออกหลวงท่านคงจักมีความสุขเจ้าค่ะ

หลวงสรศักดิ์มิได้พูดกระไรก่อนจักนึกธุระที่เขามาหาแม่เกศสิริน

แม่เกศสิริน ยื่นมือออกมาซิข้ามีอะไรจักให้เกศสิรินขมวดคิ้วงงๆ หลวงสรศักดิ์จึงถือวิสาสะจับมือนาง เกศสิรินพยายามสะบัดมือแต่หลวงสรศักดิ์ก็ยังมิยอมปล่อยนางจึงเลิกคิ้วขึ้นเชิงถามว่า จะเอายังไง

หลวงสรศักดิ์หยิบแหวนทองประดับด้วยเม็ดทับทิมสีแดงสวยยื่นให้แม่เกศสิริน เกศสิรินทำหน้าไม่เข้าใจ

ข้าให้เป็นรางวัลที่ออเจ้าแต่งกลอนได้ไพเราะเกศสิรินส่ายหน้า

ข้ารับไว้มิได้ดอก เอาไว้ให้ผู้อื่นเถิด

แต่ข้าตั้งใจให้ออเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ใยข้าต้องให้ผู้อื่นด้วย

แต่...”

หลวงสรศักดิ์สวมแหวนที่นิ้วชี้ข้างขวาของแม่เกศสิริน เกศสิรินมองแหวนทับทิมที่ประดับอยู่ที่นิ้วของเธอแลถอนหายใจออกมา

ออกหลวงท่านเอาแหวนของเมียเล็กเมียน้อยมาให้ข้าฤๅ

หลวงสรศักดิ์ได้ยินเยี่ยงนั้นจึงขึ้นเสียงอย่างโมโหเล็กน้อย

ช้ะ! ออเจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นไรใยดูถูกข้าเยี่ยงนี้!”

ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้ามิได้มีเจตนาจักดูถูกออกหลวงท่านนะเจ้าคะเกศสิรินขอโทษขอโพยพัลวัน หลวงสรศักดิ์เห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมาก่อนจักรีบหุบยิ้มตีหน้าเข้ม

ข้าจักหายโกรธออเจ้าก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน

กระไรฤๅเจ้าคะ?”

หากข้าขอกระไรออเจ้า ออเจ้าจักมิปฏิเสธ

เกศสิรินเริ่มกลัวกับคำขอนั้น หลวงสรศักดิ์จึงบอกเพื่อคลายกังวล

ข้ามิขอให้ออเจ้าทำกระไรเสียหายดอก

เกศสิรินชั่งใจอยู่นานก่อนจักตอบตกลง หลวงสรศักดิ์ยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่จักมีบ่าวมาตามหลวงสรศักดิ์เพราะขุนเรืองอภัยภักดีมาถึงเรือนแล้ว ทั้งคู่จึงเดินขึ้นเรือนมาพร้อมกัน

แม่เกศสิรินหลวงสรศักดิ์เรียกก่อนที่แม่เกศสิรินจักเดินขึ้นเรือน เกศสิรินหันมามองหลวงสรศักดิ์ที่เดินมาประชิดตัว

ข้ายังมิได้ถามเลยว่าออเจ้าชอบข้าฤๅไม่

ฮะ!?”

ข้าหมายถึงแหวน ออเจ้าชอบฤๅไม่

“...ก็สวยเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะเกศสิรินไหว้

หลวงสรศักดิ์ยิ้มมุมปาก

ถ้าเยี่ยงนั้นใส่มันไว้ตลอดอย่าถอดมันเด็ดขาด หากข้าเห็นว่าออเจ้ามิใส่มันข้าจักลงโทษออเจ้าหลวงสรศักดิ์หัวเราะหึๆ ก่อนจักเดินขึ้นเรือนไป เกศสิรินมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาเรียบนิ่งแลมองแหวนทับทิมที่นิ้วชี้ข้างขวาก่อนจักเดินขึ้นเรือนไปกรองมาลัยกับแม่การะเกดแลคุณแม่

 

หลวงสรศักดิ์เดินมาคุยข้อราชการกับขุนเดชแลขุนเรือง ขุนเดชขุนเรืองไหว้ออกหลวงหนุ่มก่อนที่พ่อเดชจักเอ่ยถาม

ข้ายินมาจากไอ้จ้อยว่าออกหลวงท่านมาถึงเรือนนานแล้ว ใยมิขึ้นมารอบนเรือนเล่าขอรับ

ข้าเห็นว่าขุนเรืองยังมามิถึง ข้าเลยไปเดินเล่นรอ

พ่อเดชหันไปยิ้มกับพ่อเรืองอย่างล้อเลียนออกหลวงหนุ่ม

มิใช่ว่าท่านไปหาแม่เกศสิรินดอกฤๅ หลวงสรศักดิ์พ่อเรืองแซว เล่นเกี้ยวนางต่อหน้าธารกำนัลเยี่ยงนั้นสมกับเป็น พ่อเสือร้ายแห่งกรุงศรีเสียจริง

หลวงสรศักดิ์ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจักเปลี่ยนเป็นสนทนาข้อราชการงานเมือง

 

แม่หญิงเรือนนี้ทั้งสามคนกำลังกรองมาลัยกับบ่าวบนเรือน เกศสิรินแม้มือจักกรองมาลัยแต่ในหัวกลับคิดถึงเรื่องอื่น จนแม่การะเกดต้องทักขึ้น

พี่หญิง ใยทำหน้าเยี่ยงนั้นคิดเห็นสิ่งใดฤๅเจ้าคะ หรือว่า...” การะเกดเว้นที่จักเอ่ยชื่อ บ่าวไพร่ที่นั่งอยู่จึงอมยิ้มเล็กๆ ไม่เว้นคุณหญิงจำปาที่การะเกดเพิ่งจักมาบอกว่า หลวงสรศักดิ์กำลังอยู่คุยกับลูกสาวของเธออยู่นานสองนาน

เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นก่อนจักตอบปัดไป

เปล่า ข้ามิได้คิดกระไรดอกก่อนจักกรองมาลัยต่อจนเกือบเสร็จ

การะเกดสังเกตแหวนทับทิมที่นิ้วชี้ข้างขวา นางเลยแกล้งทำเป็นถามเสียงดัง

พี่หญิงไปได้แหวนทับทิมจากไหนกันน้า เมื่อเช้ามิเห็นมีเลย

พอพูดจบทุกคนบริเวณนั้นจึงหันมาสนใจนิ้วของนาง คุณหญิงจำปาหันมายิ้มกับแม่การะเกดแลบ่าวไพร่ทั้งหมด เมื่อเห็นหูของลูกสาวตัวเองกำลังแดง เกศสิรินรู้สึกกระดากปากที่จักบอกออกไปกงๆ เลยเลี่ยงที่จักตอบความจริง

ข้ากรองมาลัยเสร็จแล้วเดี๋ยวจักไปเตรียมสำรับ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะเกศสิรินลุกขึ้นกำลังจักเดินหนี แต่คุณหญิงจำปาเรียกก่อนที่นางจักเดินหนี

ประเดี๋ยวก่อนแม่เกศสิริน ข้าวานออเจ้าช่วยยกขนมแลน้ำชาไปให้พวกพ่อเดชหน่อยเถิด

เจ้าค่ะ ไปกันเถิดจิก จวง

นางจิกนางจวงรับพยักหน้ารับ ก่อนจักเดินตามแม่นายของมันไปครัว การะเกดเมื่อเห็นแม่เกศสิรินเดินหายไป การะเกดจึงหันมาคุยกับคุณหญิงจำปา

คุณป้าคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้างเจ้าค่ะ

เรื่องอันใด

ก็เรื่องพี่หญิงกับหลวงสรศักดิ์ไงละเจ้าค่ะ

ข้าเห็นว่าเป็นเรื่องดีถ้าหากพ่อเดื่อจักมาขอแม่เกศสิริน แต่ข้ามิเคยเห็นพ่อเดื่อจักคิดอยากมีเมียเอก ออกพระท่านก็กังวลเรื่องนี้อยู่ แต่ออเจ้าอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เลยปล่อยให้เป็นเรื่องของทั้งสองเถิด

ปริกแย้งขึ้นมา

แต่คุณหญิงเจ้าขา หากหลวงสรศักดิ์มาขอแม่หญิงเกศสิรินไปเป็นเมียเอกก็ดีนะเจ้าคะ ออกหลวงท่านมียศฐาบรรดาศักดิ์อีกทั้งยังร่ำรวยแม่หญิงเกศสิรินจักได้สบายไปทั้งชาติเลยนะเจ้าคะการะเกดทำนิ้วโอเคให้แม่ปริกที่พูดถูกใจ

สาระแนจริงนังปริก!”

แต่ก็จริงอย่างที่ป้าปริกพูดนะเจ้าคะคุณป้า พี่หญิงจักได้มีคนดูแลไงเจ้าค่ะ

เรื่องนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับพ่อเดื่อแล้วละว่าจักคิดจริงจังกับลูกสาวข้าฤๅไม่คุณหญิงจำปามองเกศสิรินที่กำลังเดินเอาขนมแลน้ำชาไปให้พวกพ่อเดช แลหันกลับมาตั้งใจกรองมาลัยต่อ การะเกดจึงกลับมาสนใจกรองมาลัยต่อให้เสร็จเผื่อจักไปฟังว่าเขาคุยเรื่องกระไรกัน

 

เกศสิรินยกขนมแลน้ำชามาให้ข้าราชการหนุ่มทั้งสาม แลกำลังจักเดินกลับแต่พ่อเรืองพูดรั้งไว้ก่อน

แม่เกศสิริน ข้ามีเรื่องจักถามออเจ้าเสียหน่อย

เกศสิรินจึงเดินไปนั่งตั่งว่างข้างๆ พ่อเดชซึ่งตรงข้ามกับพ่อเดื่อ

มีกระไรฤๅขุนเรือง

ข้ายินจากพ่อเดชว่าออเจ้ามีความรู้เรื่องหมอฝรั่งเช่นนั้นฤๅ?”

เกศสิรินพยักหน้า ใช่เจ้าค่ะ

ใยออเจ้าถึงมีความรู้เรื่องนี้ได้ ส่วนใหญ่คนเป็นหมอจักเป็นผู้ชาย

ที่ที่ข้าจากมามีทั้งหญิงและชายเป็นหมอ ก็เลยมิใช่เรื่องแปลกกระไร

ขุนเรืองทำหน้าอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พ่อเดชเลยพูดแทรกขึ้นมา

แม่เกศสิรินออเจ้าไปงมกุ้งมา วันนี้จักทำต้มยำกุ้งอีกฤๅ

ใช่ แลมีกุ้งเผาด้วยหนา วันนี้ไอ้จ้อยกับบุญมีบุญมางมมาได้เยอะเลย ขุนเรืองก็อยู่ทานด้วยกันก่อนนะเจ้าคะ

ดีเลย ข้าอยากลองกินฝีมือของออเจ้าอยู่เหมือนกัน

หลวงสรศักดิ์รู้สึกไม่พอใจที่นางไม่ได้ชวนเขา กำลังจักพูดขึ้นแต่แม่เกศสิรินก็ขัดขึ้นมาก่อน

งั้นข้าขอตัวไปทำสำรับก่อน แล้วจักให้บ่าวมาตามเกศสิรินขอตัวก่อนจักเตรียมทำสำรับ หลวงสรศักดิ์ได้แต่กำไม้ตะพดในมือแน่น

ช้ะ ประเดี๋ยวข้าจักเอาคืนออเจ้าให้สาสมเลย

พ่อเดชจึงเอ่ยชวนให้หลวงสรศักดิ์อยู่ทานสำรับด้วยกันก่อน หลวงสรศักดิ์พยักหน้ารับถึงแม้นพ่อเดชจักไม่เอ่ยชวนอย่างไรเสียเขาก็ตั้งใจว่าจักอยู่รับสำรับอยู่ดี

 

เมื่อสำรับเรียบร้อยแล้วพวกบ่าวจึงมาตามผู้เป็นนายแลแขกของขุนศรีวิสารวาจาที่โต๊ะอาหาร สำรับวันนี้มีหลนเต้าเจี้ยว แกงมัสมั่น ต้มยำกุ้ง แลกุ้งเผา

หื้ม วันนี้สำรับน่าทานดีหนา แม่เกศสิรินลงครัวใช่ฤๅไม่ออกญาฯ ถามแม่เกศสิรินที่นั่งข้างๆ คุณหญิงจำปาแลแม่การะเกด ส่วนพ่อเดช พ่อเรือง แลพ่อเดื่อนั่งอยู่ฝั่งกรงข้าม

เจ้าค่ะ วันนี้งมกุ้งเยอะเลยทำกุ้งเผากับต้มยำกุ้งด้วยเจ้าค่ะ

งั้น กินกันเลยเถิด ขุนเรือง หลวงสรศักดิ์กินเยอะๆ ละแม่เกศสิรินทำกับข้าวอร่อยหนา

ขอรับ/ขอรับขุนเรืองจึงลองชิมต้มยำกุ้งก่อน ก่อนจักชมแม่เกศสิรินว่าอร่อยจริงสมคำที่พ่อเดชคุย หลวงสรศักดิ์ชิมบ้างก่อนจักพยักหน้าว่ารสใช้ได้ แต่มิได้แสดงสีหน้ากระไรมากเพราะเขายังโกรธแม่ตัวดีอยู่

เกศสิรินที่แกะกุ้งให้คุณหญิงจำปาอยู่ จนคุณหญิงจำปาต้องเอ่ยปากบอกให้นางไม่ต้องแกะให้แล้ว

ออเจ้ามิต้องแกะให้แม่ดอก แม่แกะเองได้อีกอย่างออเจ้าแกะให้มากโขแล้ว ตัวเองได้กินบ้างฤๅยัง

ได้กินเจ้าค่ะ มิให้ข้าดูแลคุณแม่จักให้ดูแลใครเล่าเจ้าค่ะ

การะเกดจึงยกมือ

ข้าไง พี่หญิงแกะให้ข้าหน่อยนะการะเกดอ้อนทั้งๆ ที่พ่อเดชก็กำลังแกะกุ้งให้นางอยู่

ก็ข้ากำลังแกะให้ออเจ้าอยู่

เจ้าค่ะคุณพี่

ออกญาโหราธิบดีจึงพูดขึ้น

ใยออเจ้ามิหาคนมาดูแลออเจ้าเล่า แม่เกศสิริน ออเจ้าจักได้มิต้องดูแลผู้อื่นอยู่ฝ่ายเดียว

หามีคนแบบนั้นไม่เจ้าค่ะคุณพ่อ ข้าดูแลตัวเองได้มิต้องมีคนดูแลดอกเจ้าค่ะเกศสิรินยืนยันเสียงหนักแน่นก่อนจักทานข้าวต่อ

ออกญาโหราธิบดีที่เห็นดังนั้นได้แต่ส่ายศีรษะไปมาในความดื้อของลูกสาว แต่เขาคิดว่าอีกมินานดอกจักเกิดการเปลี่ยนแปลง

หลวงสรศักดิ์ที่ทานข้าวไปด้วยมองเกศสิรินไปด้วย โดยคิดว่าหากนางมาอยู่เรือนเขาคงจักดีไม่น้อย...

 

เมื่อทานข้าวเสร็จแล้ว ขุนเรืองแลหลวงสรศักดิ์จึงกล่าวลาเจ้าของเรือนกลับ

พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำบุญที่วัดหนา งานบุญใหญ่ทั้งทีไปกันเยอะๆ จักได้ทำบุญร่วมกัน

ขอรับ เจอกันวันพรุ่งนี้นะขอรับ ข้าไหว้ขุนเรืองไหว้ทุกคนบนเรือนก่อนจักลงเรือนไป เหลือหลวงสรศักดิ์ที่ยืนรอใครบางคน ออกญาโหราธิบดีจึงให้บ่าวไปตามแม่เกศสิรินที่หลังจากทานข้าวเสร็จก็ขอตัว

หลังจากบ่าวที่ออกญาฯ ไปตามแม่เกศสิริน เจ้าตัวเดินเข้ามาคุณพ่อ

มีกระไรเจ้าค่ะคุณพ่อ

ออเจ้าไปส่งออกหลวงท่านที่ท่าน้ำที ถือเป็นสิ่งที่เจ้าของเรือนควรจักทำว่าจบก็เดินไปทางหอหนังสือ

เกศสิรินมิได้พูดกระไรเพียงแค่เดินนำหน้าออกหลวงหนุ่มไปยังท่าน้ำ เมื่อมาถึงเกศสิรินยกมือไหว้ก่อนจะหันหลังกลับเรือน แต่หลวงสรศักดิ์ก็รั้งข้อมือบางของนางไว้ จนเกศสิรินเสียการทรงตัวชนเข้ากับหลวงสรศักดิ์อย่างจัง หลวงสรศักดิ์ใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวเธอไว้ เกศสิรินพยายามดันออก แต่หลวงสรศักดิ์กับยิ่งโอบนางแน่นขึ้นไปอีกจนได้กลิ่นน้ำอบของนาง

ปล่อยนะเจ้าคะ หากมีคนมาเห็นจักมิดีนะเจ้าคะ

หลวงสรศักดิ์ก้มมองร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนเขา ก่อนจักยิ้มร้าย

คิดว่าข้าสนพวกมันหรืออย่างไร หากมันนินทาข้า ข้าจักให้มันลิ้มรสไม้ตะพดข้าเสีย

ออกหลวงท่านมิสน แต่ข้าสนนิเจ้าคะ ปล่อยข้าเถิดนะเจ้าคะ

ไม่! จนกว่าออเจ้าจักตอบข้ามาว่าเหตุใดจึงมิเอ่ยชวนข้าทานข้าวด้วย

เกศสิรินถอนหายใจ

ใยท่านต้องคิดเล็กคิดน้อย ที่ข้าไม่ชวนเพราะข้าคิดว่าอาหารข้าอาจจักไม่ถูกปากออกหลวงท่านนัก

ข้าบอกหรือว่าไม่ถูกปาก

“...”

ข้าชอบอาหารที่ออเจ้าทำ มันอร่อยถูกปากข้าทุกอย่างแลหลวงสรศักดิ์ว่าจบก็คลายอ้อมกอดอย่างเสียดาย เกศสิรินเลยถอยให้ห่างหลวงสรศักดิ์ขำกับท่าทีของนาง

เจ้าค่ะ กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าไหว้เกศสิรินไหว้ก่อนจักรีบวิ่งขึ้นเรือน หลวงสรศักดิ์อมยิ้มจนไม้และทองอ่อนยิ้มล้อเลียนนายของมัน ก่อนจักโดนไม้ตะพดเคาะหัวไปคนละที ก่อนจะพายเรือกลับเรือน

________________________________________________________________________________________________________

*วรรคทองจากเรื่องพระอภัยมณี ของท่านสุนทรภู่

#ฝากคอมเม้นและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

#มารอดูว่าพ่อเดื่อเราจะจีบเกศสิรินยังไงดี


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #88 Nice Pearl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 01:13

    อ่านไปยิ้มไป

    #88
    0
  2. #71 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:16

    ออเจ้าชั่งทำใหเราฟินเหลือเกินนน

    #71
    0
  3. #33 queenmzzzx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:49
    เขินนคุณพี่ช่างน่ารักน่าชัง5555
    #33
    1
    • #33-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      3 พฤษภาคม 2562 / 00:05
      คุณพี่ชอบทำให้เขินตัลหลอด
      #33-1
  4. #16 Lita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:35

    ลูกพี่ยินมาแต่งให้จบน่ะ สนุกมาก ติดตามค่ะ

    #16
    1
    • #16-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      8 เมษายน 2562 / 11:42
      รู้สึกขัดกับคาแรคเตอร์ยังไงไม่รู้ 55555 ขอบคุณนะคะ ฝากคอมเมนต์ด้วยนะคะ (:
      #16-1
  5. #15 Lita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:34

    ชอบมากกก สนุกมากค่ะ มาแต่งบ่อยน่ะ

    #15
    1
    • #15-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      8 เมษายน 2562 / 11:41
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ รอติดตามด้วยนะ (:
      #15-1
  6. #5 Phantom aLicE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 04:42
    เขิลหนักมว้ากกก
    #5
    1
    • #5-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      3 เมษายน 2562 / 11:05
      กัดผ้าห่มขาดแล้วจ้า 5555
      #5-1
  7. #4 Phantom aLicE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 01:13
    ทำต่ออย่าเทรีดนะพรีสสส
    #4
    1
    • #4-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      3 เมษายน 2562 / 01:16
      แน่นอนค่ะ ฝากคอมเม้นให้กำลังใจด้วยนะคะ ถ้ามีคนอ่านสัญญาว่าจะไม่เทแน่นอน ^^
      #4-1
  8. #2 เด็กหญิงอหิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 09:42
    โง้ยยยย รักเลยยยยย
    #2
    1
    • #2-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2562 / 11:11
      รักด้วยยยย ฮ่าๆๆ รอติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ^^ ♥
      #2-1