Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 9 : 7. Moonlight Dinner

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

 




อยากทำให้ทุกคนรักเอ็ดเวิร์ดก่อนจะเกลียดเข้าไส้(รึเปล่า)ยังไม่มีคนเกลียดเอ็ดเลย 555

 

 

 

7. Moonlight Dinner

เกริดาโทรมาถามผมว่าหลังจากที่เรารับประทานอาหารกันแล้วเราจะไปที่ไหนกัน ผมจึงบอกเธอว่าเราจะไปที่ไหนต่อก็ได้ระหว่างห้องของผมหรือไม่ก็ห้องของเธอ ทว่าคราวนี้เธอกลับถามผมออกมาตรงๆ ว่า ผมไม่ได้ชวนเธอไปเพื่อที่เราจะร่วมรักกันใช่ไหม ผมจึงตอบกลับไปว่าไม่ทั้งที่ในใจแอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าได้ก็ดี เกริดาเลยบอกว่าเธอเพิ่งซื้อดีวีดีมาใหม่แผ่นหนึ่ง และเธอก็อยากดูมากแต่ว่าเครื่องเล่นดีวีดีที่หอเธอพังไปได้สองอาทิตย์กว่าแล้ว เธอเลยถามว่าผมจะมีปัญหาอะไรไหมหากเราจะดูดีวีดีร่วมกัน ผมเลยถามเธอต่อไปว่าเธอจะมีปัญหาอะไรไหมหากระหว่างดูผมจะให้เธอดื่มเป็นเพื่อน เกริดาลังเลในตอนแรกแต่แล้วเธอก็ตอบตกลง ผมจึงนัดว่าจะมารับเธอที่บ้าน

ตอนที่ผมยืนรอเธออยู่หน้าบ้าน บรรยากาศติดจะเหมือนหรือใกล้เคียงกับอาทิตย์ที่แล้ว แตกต่างตรงที่ว่าคราวนี้ตรงที่ผมนึกลุ้นอยู่ในใจว่าเกริดาจะสวมชุดอะไรอีกทั้งในมือของผมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมีดอกกุหลาบช่อโตอยู่ด้วย ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องซื้อมันมา ทั้งที่ผมจะมองข้ามมันไปก็ได้ ทว่าเมื่อเธอปรากฏกายขึ้นผมกลับรู้สึกว่าช่างคุ้มค่าที่ซื้อมันมา เกริดาไม่ได้สวมชุดสีแดงเหมือนกุหลาบ เธอไม่ได้แต่งหน้าด้วยสีสันจัดจ้านเหมือนคืนวันศุกร์ที่แล้ว ทว่าเธอสวมชุดเกาะอกสีฟ้ากระโปรงสั้นเหนือเข่า สวมรองเท้าส้นสูงสีครีม กระเป๋าสีเหลืองนั่นควรจะทำให้เธอดูตลก แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความสดใสที่ทำให้ผมรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นในตอนนี้ยิ่งสรรหาคำมาอธิบายได้ยากกว่าตอนที่ผมมองดูดวงตาไร้เดียงสาของเธอตอนเอ่ยคำขอโทษเมื่อตอนมาขัดจังหวะการอาบน้ำของผมเสียอีก

“ของคุณ” ผมส่งดอกไม้ให้เกริดา “ผมเห็นมันเหลือช่อเดียวช่อสุดท้ายเลยรีบซื้อมาก่อนที่พนักงานร้านขายดอกไม้จะโยนทิ้งเพราะไม่มีใครอยากได้”

“แต่ฉันอยากได้มันค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณซื้อมันมา” เธอรับไปอย่างไม่แสดงทีท่าติดใจคำพูดที่ติดจะหยาบคายของผม “สวยงามที่สุดเลยค่ะ”

เธอก้มลงจูบมันราวกับว่าสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือเป็นกุหลาบทองคำ ริมฝีปากบางที่คลี่ยิ้มและดวงตาที่หลับพริ้มเคลิ้มฝันเมื่อครู่นั้นราวกับจะบ่งบอกว่าเธอมีความสุขเพียงใด ผมไม่รู้ว่ามือของผมเอื้อมไปแตะแขนของเกริดาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ตัวด้วยว่าโน้มหน้าต่ำเข้าหาเธอตอนไหน ผมรู้ตัวอีกทีตอนที่เกริดาลืมตาขึ้นมาสบตากับผมอย่างแน่นิ่ง สงบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว อ่อนหวาน จากนั้นเธอก็ลดดอกกุหลาบต่ำลง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หลับตาลงอีกครั้ง แล้วเราก็จูบกัน มือข้างของผมวางไว้บริเวณโหนกแก้มของเธออย่างแผ่วเบา อีกข้างหนึ่งวางไว้กลางแผ่นหลัง มันเลื่อนขึ้นสูงมาเรื่อยๆ เพื่อหาโอกาสที่จะได้แตะและสัมผัสเรือนผิวอ่อนนุ่มเปลื่อยเปล่าบริเวณแผ่นหลังช่วงบนของเกริดา

เกริดามองผมตาไม่กระพริบเมื่อเราผละออกจากกัน เธอไม่ขยับ ผมไม่ขยับ ต่างคนต่างสูดเอาลมหายใจของแต่ละฝ่ายอย่างแน่นิ่งราวกับต้องมนต์สะกด สักพักคิ้วเรียวสวยของเกริดาก็มุ่นเข้าหากัน ดวงตาของเธอจ้องราวกับกำลังพยายามอ่านความคิดผ่านดวงตาของผมเอง

“ขอบคุณ...” เธอเอ่ยก่อนยกมือขึ้นมาเพื่อจับผมทัดหูหน้าแดงก่ำเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าเธอควรเขิน “...สำหรับดอกไม้อีกครั้งนะคะ”

“ผมจองโต๊ะไว้หนึ่งทุ่ม ได้เวลาไปที่นั่นแล้ว” ผมบอกเหมือนกับว่าการจองจะถูกยกเลิกไปโดยอัติโนมัติหากเราไปสายเพียงแค่หนึ่งนาที ทั้งที่แท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ซึ่งผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมพูดออกไปแบบนั้น

“ค่ะ” เธอตอบแล้วก้มลงมองดูมือผมที่กุมมือเธอเอาไว้ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา

“ทำไม” ผมถามพลางตวัดสายตามองตามมือ “รังเกียจเหรอ”

“เปล่าค่ะ” เธอส่ายหน้ารัว “อะไรทำให้คุณคิดว่าฉันจะรังเกียจคุณคะ”

ผมชะงักกับคำถาม หาคำตอบไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมคิดว่าเธอจะรังเกียจผม อาจเป็นเพราะว่าเคยมีใครที่แสดงความไม่ต้องการผมอย่างชัดเจน หรืออาจจะเป็นเพราะอะไรก็ได้

“ไม่มีอะไร” ผมบอกแล้วจูงมือไปที่รถ รู้สึกได้ถึงอาการเกร็งของตัวเอง ผมกำลังสับสนอะไรบางอย่าง เกริดาทำให้ผมสับสน หรือไม่ผมก็ปล่อยให้ตัวเองสับสนเพราะการปรากฏตัวของเธอ

“ฉันอ่านข่าวสั้นที่คุณเขียนแล้วนะคะ” เกริดาเงยหน้าขึ้นมาตอนที่ผมกำลังจะปิดประตูรถให้เธอ “คุณเขียนได้ดีมากเลยนะคะ เป็นงานที่เหมาะสมกับคุณมากนะคะ”

“ขอบคุณ” ผมบอกแล้วรีบปิดประตู หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะขณะที่ผมเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ

“คุณอยากทำเป็นอาชีพหลังจากเรียนจบรึเปล่าคะ” เธอถามเมื่อผมขึ้นไปนั่งบนเบาะคนขับ

“ผมสนใจ จะทำเป็นอาชีพ” ผมบอกเธอ ละสายตาจากรอยยิ้มสดใสนั่น แล้วมองออกไปเบื้องหน้า “แต่ตอนนี้ผมยังต้องพัฒนาฝีมืออีกเยอะ ผมค่อนข้างหัวสูงและก็ไม่คิดว่าจะยืนอยู่แค่จุดนี้”

ผมหันไปมองเกริดา ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังกับใครมาก่อน เธอมองดูผมด้วยหูตาเป็นประกาย ชื่นชม

“มันต้องไปได้สวยแน่ๆ หากคุณไม่หยุดพยายาม”

“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น” ผมหรี่ตาลง สงสัยแนวความคิดของเธอ ไม่เคยมีแฟนคนไหนของผมจะพูดแบบนี้มาก่อน ไม่มีใครสนใจว่างานของผมจะเป็นอย่างไร หรือแม้แต่ว่าฝีมือของผมดีขนาดไหน ไม่มีใครสนใจเวลาที่ผมรู้สึกย่ำแย่เวลาถูกตำหนิ ไม่มีใครสนใจเวลาที่ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วสับสนเวลาที่ความคิดของผมตบตีกัน แล้วทำไมเกริดาถึงต้องมาใส่ใจกับเรื่องนี้ด้วย

“ผลงานของคุณไงคะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม้จะเป็นผลงานชิ้นเดียวที่ฉันมีโอกาสได้อ่าน แต่ฉันแค่รู้เท่านั้นเอง”

ผมมองเกริดาแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย ควบคุมรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นเธอยกไหล่ขึ้นมาหลับหูหลับตาชมท่าทางมีความสุข ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่ากับอีแค่ได้อ่านผลงานของผมมันทำให้เธอสามารถมีความสุขได้มากขนาดนี้รึไง

“ทำไมพ่อกับแม่คุณถึงตั้งชื่อคุณว่าเกริดา” ผมเอ่ยขึ้นมา เพราะเพิ่งนึกได้ว่าผมไม่เคยถามอะไรเกี่ยวกับตัวเธออย่างลึกซึ้งเลย แม้ว่าผมจะไม่มีความจำเป็นต้องลึกซึ้งกับเธอก็ตามที เนื่องจากว่าผมไม่ควรจะลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวเอง ว่าตีสนิทกับเกริดาเพื่ออะไร ผมต้องคอยเตือนสติอยู่เสมอว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมต้องการจากเธอ

“พวกท่านไปฮันนีมูนที่ประเทศสเปนหลังจากแต่งงานได้หนึ่งเดือนค่ะ” เธอหันมาอธิบายสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งผมมีโอกาสได้มองแค่ครู่เดียวเท่านั้นแล้วก็ต้องกลับมาให้ความสนใจกับเส้นทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “แล้วก็รู้ว่ามีฉันตอนอยู่ที่นั่นกัน บวกกับพวกท่านได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาสเปนและความหมายของคำว่าเกริดา ที่แปลว่า สุดที่รัก พวกท่านเลยคิดกับเอาไว้ว่าถ้าหากลูกเป็นผู้หญิง จะให้ชื่อว่าเกริดา แต่ถ้าหากลูกเป็นผู้ชาย จะให้ชื่อว่าเกริโด แต่ฉันคิดว่าเกริโดฟังดูไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ ฉันรู้สึกขอบคุณโชคชะตาจริงๆ ที่ส่งให้ฉันเกิดมาเป็นผู้หญิง”

“ผมก็รู้สึกขอบคุณโชคชะตาเช่นกันที่ส่งคุณให้เกิดมาเป็นผู้หญิง” ส่วนเหตุผลที่ผมนึกขอบคุณทั้งที่ไม่เชื่อเรื่องโชคชะตานั้นก็มีอยู่เหตุผลเดียว เพราะหากเธอเป็นเกริโด ตอนนี้เธอก็คงไม่มีอะไรที่ผมคาดหวังอยากได้จากตัวของเธอเลย

“ทำไมคะ” เธอถามน้ำเสียงสดใส

“ผมแค่คิดว่าเกริดาฟังดูไพเราะกว่า”

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันคะ”

ผมหันไปมองเกริดา เธอกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างแต่รอยยิ้มไม่เจือจางไปจากใบหน้า เมื่อเธอหันกลับมาทางผม ผมก็รีบหันกลับไปมองถนนทันที โดยรับรู้ได้ด้วยหางตาว่าเธอมองผมอยู่

“โรแมนติกดีนะคะ ไปฮันนีมูนแล้วรับรู้ว่าตั้งครรภ์ ทั้งยังได้ชื่อน่ารักๆ ให้ลูกอีกด้วย”

“อืม” ผมครางในลำคอ ไม่ได้มีความรู้สึกว่าโรแมนติกร่วมไปกับความเห็นของเธอเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังคิดถามตัวเองว่าหลังจากที่พ่อแม่ของผมแต่งงานกันพวกท่านไปฮันนีมูนกันที่ไหน ผมรู้ดีว่าเอ็ดเวิร์ดคือชื่อที่พ่อผมเป็นคนตั้งให้ แต่จำไม่ได้ว่าแม่มีส่วนร่วมหรือไม่ บางครั้งผมคิดถามตัวเองว่าท่านนึกยังไงกับชื่อของผม พวกท่านมีช่วงเวลาที่หอมหวานด้วยกันอย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาที่บริเวณอกด้านซ้าย

“เอ็ดเวิร์ด” เกริดาเอ่นขึ้น ผมสะดุ้งเพราะมือเย็นๆ ของเธอที่ทาบลงบนใบหน้าของผม “มีอะไรรึเปล่าคะ”

“เปล่า” ผมส่ายหน้า รู้สึกเหมือนไม่ต้องการให้เกริดาชักมือกลับ บวกกับไม่เข้าใจตัวเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ “ผมไม่เป็นอะไร”

“ถ้าหากคุณไม่สบาย เรากลับไปที่ห้องพักคุณก็ได้นะคะ”

“ผมไม่เป็นไร” ผมพ่นลมออกจมูก เกริดาชักมือกลับ วินาทีนั้นความผิดหวังก็ทยานเข้าสู่หัวใจของผมขึ้นมาทันที ผมกัดฟันแน่น กำพวงมาลัยรถด้วยมือที่แข็งเกร็งจนกระทั่งเราเดินทางมาถึงร้านอาหาร

ผมเดินไปเปิดประตูให้เธอ จ้องไปยังเรียวขาของเกริดาที่ก้าวลงรถมาทีละข้างอย่างย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าผมต้องทำให้เธอยอมรับด้วยปากของเธอเองให้ได้ว่าเราเป็นแฟนกัน เพื่อที่ผมจะได้มีสิทธิ์ในตัวเธอได้มากกว่านั้น แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแล้วยิ้มเหมือนอย่างที่เคยทำหลายต่อหลายครั้ง นั่นกลับทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ตนคิดวางแผนอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่คู่ควรและผิดอย่างมหันต์ เมื่อเธอวางมือลงบนมือผมที่ยื่นส่งไปให้ผมก็ถามตัวเองว่าทำไมผมถึงจะต้องนำเรื่องผู้หญิงเลวๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตผมและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราจบลงอย่างไม่สวยงามมาเป็นสิ่งดลใจให้ผมคิดร้ายกับเกริดา

“คุณมีเรียวขาที่สวยมากรู้ไหม” ผมพึมพำตอนที่เธอกำลังขยับกระโปรงให้เข้าที่เข้าทาง

“อะไรนะคะ” เกริดาเงยหน้าขึ้นมาเอียงหัวเล็กน้อย

“คุณใส่ชุดนี้แล้วสวย” ผมชมแล้วเฉหน้ามองไปทางอื่น

“ขอบคุณค่ะเอ็ดเวิร์ด” เสียงของเธอตอนเอ่ยขอบคุณอ่อนหวานใจดี ผมรู้สึกได้ถึงมือเล็กที่เกาะแน่นบริเวณต้นแขนแต่ไม่ได้หันกลับไปมองจนกระทั่งรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มจากริมฝีปากที่ปลายคาง “คุณก็น่ารักมากเลยนะคะวันนี้”

ผมคว้าตัวเธอเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่เกริดาจะทันได้ผละออก จากนั้นก็ประคองหน้าเธอเอาไว้เพื่อก้มลงจูบริมฝีปากเธออีกครั้ง

“คุณเคยบอกผมว่าคนไทยไม่จูบกันถึงสองครั้งโดยไม่มีความหมาย การที่เราจูบกันมากกว่าสองครั้งตั้งแต่รู้จักกันมานั้นถือว่ามีความหมายสำหรับคุณรึเปล่า คุณยอมเป็นแฟนผมแล้วใช่ไหม” ผมถามทั้งที่เกริดายังไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้น โดยที่หน้าของเราอยู่ไม่ห่างกันมากเลยด้วยซ้ำ ปลายจมูกของผมยังชนอยู่ข้างแก้มนวลนุ่มของเธอ

“ฉันไม่รู้ค่ะ” เธอบอกหน้านิ่ง

“คุณตอบสนองการจูบของผมโดยที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ” ผมขมวดคิ้ว

“ฉันไม่รู้จริงๆ” เธอส่ายหน้ารัว ดวงตาฉายแววไร้เดียงสา

“เอาเถอะ” ผมพ่นลมออกจมูกอย่างหัวเสีย เธอมันประหลาดชัดๆ ทั้งที่เคยทำท่ากลัวผมแต่ปากก็กลับบอกว่าไม่กลัว ทั้งที่รู้ว่าผมเกือบจะทำอะไรเธอ แต่ก็ยังบ้ามากพอจะตัดสินใจเข้ามาพัวพัน เหมือนเธอจะรู้อยู่ตลอด และก็เคยถามออกมาตรงๆ เกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า แต่เธอไม่คิดบ้างรึไงว่าผมอาจจะไม่รักษาคำพูดก็ได้ ใครบอกว่าอาจจะกัน ผมไม่ได้บอกเธอสักหน่อยว่าคืนนี้ผมจะรักษาคำพูด

เราเดินเข้าไปในร้านอาหาร ผมเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งก่อนจะไปนั่งฝั่งของตัวเอง เกริดามองหน้าผมแล้วยิ้มแทนที่จะเปิดเมนูอาหาร

“ผมเลือกโต๊ะใหญ่ไปรึเปล่า รอยยิ้มคุณเหมือนจะเรียกร้องจูบจากผมเลยรู้ไหม ถ้าหากว่าเราไม่ได้อยู่ห่างกันเกินไปผมคงตอบสนองคุณได้” เมื่อผมพูดจบเกริดาก็เลิกยิ้มทันที เธอยกเมนูขึ้นมาบังหน้า ภาพดังกล่าวทำให้ผมขำไม่หยุด แต่ผมไม่ได้ส่งเสียงหัวเราะให้เธอได้ยินหรือรับฟังด้วย แค่รับรู้อยู่คนเดียวเท่านั้น ก่อนจะรีบหุบยิ้มลงทันทีที่เธอค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมา

“ฉันยิ้มแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ” เธอถามด้วยสีหน้าวิตกกังวล

“อะไร”

“ยิ้มเหมือนเรียกร้องจูบจากคุณ” เธอบอก “ฉันยิ้มแบบนี้ให้กับทุกคน พวกเขาคงไม่คิดว่าฉันกำลังเรียกร้องด้วยรอยยิ้มแบบเมื่อครู่นี้หรอกนะ”

“รอยยิ้มน่าเบื่อนั่นไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น เลือกเมนูอาหารของคุณได้แล้ว” ผมรู้สึกหัวเสียขึ้นมาทันทีก่อนกัดฟันพึมพำเบาๆ “ยิ้มให้ทุกคนอย่างนั้นเหรอ ให้มันได้อย่างนี้สิ”

“คุณสั่งอะไรคะเอ็ดเวิร์ด” เธอเอ่ยเสียงใสทำลายความคิดผมตอนที่กำลังว้าวุ่นอยู่กับความหงุดหงิดของตัวเอง

ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอตาขวางก่อนจะพาลไปจนพนักงานจดออเดอร์ แล้วสั่งอาหารส่งๆ ไปเพื่อตัดปัญหา ไม่อยากให้เขามายืนค้ำหัวผมอยู่นานๆ เมื่อเขาจากไปแล้วผมก็หันมาสบตาเกริดาต่อ

“รู้สึกดีจังเลยค่ะ” เธอบอก “สถานที่นี้ช่วยทำให้ผ่อนคลายจากความเครียดได้มากเลยนะคะ ฉันไม่ค่อยได้เข้าร้านอาหารบ่อยนัก แต่ก็บอกได้ว่าคุณเลือกสถานที่ได้วิเศษเลยทีเดียว คุณเคยพาใครมาที่นี่ไหมคะ”

“คุณสนใจว่าผมพาใครมาที่นี่ด้วยรึไง” ผมยังหงุดหงิดไม่หายแต่ก็เพลาๆ ลงบ้างแล้ว

“คุณอาจเคยพาครอบครัวมาที่นี่ก็ได้นี่คะ หรือไม่ก็เพื่อนๆ ของคุณ” เธอบอกด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ใจ

“ไม่ ผมไม่เคยพาใครมาทีนี่” ผมบอกเธอ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง ผมไม่ใช่ผู้ชายที่จะพาผู้หญิงที่ควงอยู่ไปในสถานที่ๆ เคยพาหญิงอื่นไปมาหรือแม้แต่คนในครอบครัว “ผมชอบมาร้านนี้คนเดียวเวลาขี้เกียจทำอาหาร”

“เป็นฉันคงมาบ่อยไม่ได้” เธอบอกก่อนพยายามโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมแต่เราก็ยังอยู่ห่างกันอยู่ดี “อาหารแพงมากเลยนะคะ”

“คุณสั่งเมนูไหนไป ถูกที่สุดรึเปล่า” ผมถามขึ้นทันทีที่เห็นสีหน้าเสียดายของเกริดา

“ฉันคิดว่ามันน่าจะถูกที่สุด ฉันพยายามแล้ว”

“ผมพาคุณมากินอาหารอร่อยๆ ให้เต็มที ไม่ใช่ให้มาห่วงเรื่องราคา”

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าร้านอาหารอร่อยราคาแพงสักเท่าไหร่ ฉันเคยเข้าแต่ร้านอาหารอร่อยราคานักศึกษา”

“ช่างมันเถอะ” ผมบอกปัด “เลิกคิดเรื่องราคาแล้วก็กินอาหารให้เต็มที่ก็พอ ตัวคุณเล็กจนลมจะพัดปลิวอยู่แล้ว”

“ต่อให้ฉันกินมากฉันก็ไม่โตไปกว่านี้แล้วค่ะเอ็ดเวิร์ด” เธอแซว

“อันนั้นผมรู้ แค่เปรียบเทียบเท่านั่น”

“ฉันจะกินเท่าที่ฉันพอจ่ายได้ก็แล้วกัน”

ผมหันขวับไปมองเธออีกครั้ง แต่เธอไม่ได้มองผมอยู่เพราะมัวแต่กวาดตาไปรอบๆ ท่าทางชื่นชม เธอแหงนหน้ามองเพดานเผยให้เห็นลำคอขาวที่เหยียดยาวเด่นชัด ผิวของเธอดูสวยและน่าจูบ

“คุณหิวเหรอคะ” เธอถามขึ้นตอนหันกลับมามองผมอีกครั้ง “ฉันเห็นคุณเลียลิมฝีปาก”

“ใช่ ผมหิว” ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ใจจริงอยากตอบไปว่าผมหิวเธอนั่นแหละ

“ขอให้อาหารมาเร็วๆ ด้วยเถอะ”

อันที่จริงสิ่งที่ผมต้องการนั้นอยู่เบื้องหน้าผมอยู่แล้ว ทว่าคำขอของเกริดาเหมือนจะเป็นจริงในพริบตา ไม่นานนักอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะเรา หรือไม่ก็ผมมัวแต่มองดูเธอพูดไม่ยอมหยุดจนเพลิน เกริดาเล่าให้ผมฟังว่าเธอเป็นลูกคนเดียว เหมือนกับผม ต่างกันที่ว่าพ่อแม่ของเธอยังครองรักกันอยู่ ซึ่งผมคิดว่าพวกท่านคงจะครองรักกันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าความตายจะพรากพวกเขาทั้งคู่ออกจากกัน ในขณะที่พ่อและแม่ของผม...ไม่ได้มีความรักแบบนั้น เช่นเดียวกับผมเอง ที่ไม่เคยครองรักกับใครให้ไปตลอดรอดฝั่งได้

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราพูดคุยกันเรื่องทั่วไปโดยไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของแต่ละฝ่ายอีกสักพัก หรือจะว่าไปแล้วผมไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองเลย แต่ซักถามให้เกริดาบอกเล่าเกี่ยวกับตัวเธอเท่านั้น เธอตั้งท่าจะถามเกี่ยวกับครอบครัวผม แต่ผมจงใจเปลี่ยนเรื่องเธอเลยไม่เอ่ยถึงมัน จากนั้นผมก็เรียกพนักงานมาเก็บตังค์ ระหว่างที่รอผมเห็นเกริดาก้มหน้าก้มตาล้วงกระเป๋าของเธอ

“คุณทำอะไร”

“ฉันกำลังจะเอาค่าอาหารให้คุณค่ะ” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา

“เกริดา” ผมเอ่ยเสียงเข้ม

“คะ” เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นมาอีก

“ผมจะจ่ายอาหารมื้อนี้เอง ผมเป็นคนชวนคุณมา” ผมมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง เกริดานั่งไม่เป็นสุข เม้มริมฝีปากแน่น ผมเลยพูดต่อไปว่า “ไว้คุณค่อยเชิญผมไปกินอาหารที่คุณทำให้ในวันสำคัญก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะเอ็ดเวิร์ด”

เกริดาแสดงสีหน้าเหมือนเด็กเล็กที่รู้สึกผิดเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ผมเลยบอกให้เธอหยุดทำแบบนั้น เธอพยายามจะเริงร่าและยิ้มให้ได้เหมือนอย่างเคย แต่มันดูแย่จนน่าขำ ผมเลยต้องประคองร่างเธอระหว่างที่เราเดินไปที่รถ

“ฉันทำอาหารไม่อร่อยนะคะ” เธอพึมพำตอนที่ผมเปิดประตูให้

“เรื่องนั้นค่อยเก็บไว้คิดภายหลังได้ไหม คุณเลิกวิตกกังวลสักที เอาเป็นว่าที่ผมจ่ายให้คุณไปวันนี้มันไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อนแล้วผมก็เต็มใจที่จะให้” เมื่อพูดจบผมก็ต้องประหลาดใจในสิ่งที่ตนเองได้บอกเธอออกไป แต่กลับนึกประหลาดใจหนักกว่าเดิมเมื่อหัวสมองผมพยายามที่จะคิดหาคำอธิบายต่อเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด “ผมไม่ได้ทำบ่อยนัก และก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายเพราะเลี้ยงอาหารคุณหนึ่งมื้อหรอกน่า”

“ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะคะ” เมื่อเกริดาพูดจบ ผมก็ปิดประตูลง จากนั้นก็ขับรถกลับไปที่อพาร์ตเมนต์

 

 

 

 

 

 











 

 

 

เอามาปลอบใจสาวน้อยที่กำลังเศร้าสร้อย(คนแต่งขี้ใจอ่อนก็แบบนี้) สาวๆ ทุกคน อยากบอกว่ารัก(เน่ามาก)หวัดลง 555 โดนหวัดคลุกคลาม เปลี่ยนเป็นผู้ชายดีๆ สักคนคลุกคลามจะไม่ว่าอะไรเลย หวัดเสนอหน้ามาทำไม เซ็ง 555

วันนี้อัพเยอะ สาวๆ อย่าขี้เกียจเม้นท์กันเลย ออกความเห็นกันบ้างนะคะ ไม่ต้องกลัวคนว่าหื่นค่ะ ที่นี่...เปิดเผยตัวตนได้เต็มที่ เราหื่นแบบไม่มีพิษภัย(อะไรของมัน) มีแบบนี้ด้วยเหรอ เอ็ดเวิร์ดหื่นบริสุทธิ์ค่ะ 555

 

 

 

 

จะดีทั้งที มิวายยังหื่นทิ้งท้าย เอ็ดเวิร์ดนี่ น่าจับมาตีก้นนัก 555

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #171 แมวเหมียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 20:48
     เอ็ดเวิร์ดฉากนี้เอาหัวใจเตยไปเลย ยกให้เลย ยกให้.. 
    จะดีก็ไม่ดี จะเลวก็ไม่เลว 
    ครึ่งๆ กลางๆ สะเทินน้ำสะเทินบกแบบนี้แหละ พระเอกในฝัน ฮ่าๆๆๆ
    กร๊ากก บ้าไปแล้ว

    ไม่อยากให้ถึงฉากนั้น สงสารเกริดา ขอแบบนี้ต่อไปได้ไหมเจ๊นาต หวานๆ ขมๆ รสช็อกโกแลต ฮ่าๆๆ

    รักตาเอ็ดจัง คิคิ 
    #171
    0
  2. #170 เด็กชำร่วย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 20:43
    รักผู้ชายคนนี้ จริงๆ
    #170
    0
  3. วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 20:03
     แฟนนิยายทุกท่าน หากนาตเงียบหายไป
    ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดอัพนะคะ หากไม่ติดประกาศอะไร
    แสดงว่าคนแต่งยุ่งนิดหน่อย เรื่อง Merry ทั้งสองล่าช้า
    เพราะช่วงนี้คนแต่งเตรียมย้ายบ้าน บวกกับแต่ง Love Complex(ด้านล่าง)
    หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงาน
    และยังคงเป็นแฟนพันธุ์แท้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
    นาตจะกลับมาให้ได้ค่ะ ^^

     Merry Autumn เก็บหัวใจฝากไว้ที่(รัก)เธอ

    ออทัมไม่ชอบการผูกมัด ส่วนผมอยู่ในระยะทำใจ เราไม่ต้องการเพื่อนร่วมอพาร์ทเมนท์เป็นผู้หญิง แต่เธอก็เป็นผ.ญ.นี่ เจ้าของอพาร์ทเมนท์ดันยัดเยียดให้เธออยู่กับผม แล้วผมจะทนความเจ้าเล่ห์น่าหลงใหลของเธอได้นานไหม 
    Love Complex ข้ามวัยรักพิทักษ์หัวใจ

    “...ได้โปรดทำให้ตาของผมมืดบอดเพราะรักคุณ แต่อย่าทำให้ผมมืดมัวจนมองข้ามคุณไปอีกเลย...”


    นอกจากนั้นนาตฝากผลงานอีกสองเรื่องที่ตีีิพิมพ์กับสนพ.แสนดี
    นามปากกา เจ้าชายอัศวิน ด้วยนะคะ ส่วนนิยายเรื่องอื่นๆของนาต
    ที่ผ่านการพิจารณากับสนพ.แสนดีอาทิเช่น Love Maiden,
    Vampire Wicked, Vampire Beauty, 
    Vampire Phantom, Vampire Princess,
    จะทยอยออกมาช่วงเดือนพฤษภาคมนะคะ
    แสนดีไอดี: http://my.dek-d.com/sandee-publish
    แสนดีแฟนเพจ: http://www.facebook.com/pages/สำนักพิมพ์
    #169
    0
  4. #168 calo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 20:10
    เริ่มรักเอ็ดแล้วนะ >_
    #168
    0
  5. วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 06:26
    สงสัยด้วยดคนดิเอ็ด555
    เกริดาคิดอะไรอยู่=..=

    แต่งูพิษในคราบนางฟ้านี่
    คิดมากไปแล้วแหละตัว=..=
    คิดมากจริงๆๆๆ555

    #167
    0
  6. #166 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 17:27
    ทำครัวเสียด้วย>O<
    ก็น่ารักอยู่ แต่ก็อย่างที่ว่าก็ยังไม่ทิ้งความหื่น555

    เกริดาคิดอะไรอยู่นะเธอ
    จะว่าเอ็ดเข้าใจยาก เกริดาก็เข้าใจยากพอกัน=..=

    แต่แหมเขินนะนั่นฉากจูบ
    >/////<

    อยาดถูกเอ็ดลงโทษแบบนั้นไหมพี่นาตถ้าแต่งเอดช้า
    คิดว่าพี่คงอยากละสิ5555
    #166
    0