Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 10 : 8. Romantic Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

 8. Romantic Night

เมื่อเรากลับมาถึงห้องพัก ผมบอกเกริดาให้ไปนั่งรออยู่บนโซฟาในห้องโถงแล้วออกไปเตรียมเครื่องดื่ม ผมหยิบแก้วไวน์ออกมาสองแก้วอย่างไม่ลังเล ไวน์ขวดใหม่ที่ผมจัดเตรียมหาเอาไว้ตั้งแต่ต้นๆ อาทิตย์หลังจากเลิกเรียนถูกนำออกมาจากตู้เย็นในที่สุด

“หนังที่คุณซื้อมาชื่อเรื่องว่าอะไร”

“ราพันเชลฉบับปรับปรุงใหม่” เธอยิ้มร่าตอนที่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบแผ่นออกมาส่งให้ผม พร้อมทำหน้าเคลิ้มฝัน “มันต้องน่ารักมากแน่ๆ เลย”

ผมมองดูภาพการ์ตูนเอนิเมชั่นบนปก เด็กสาวผมยาวเป็นสิบเมตรถือเส้นผมของเธอท่าทางทะมัดทะแมงอยู่เบื้องหน้าม้าหน้าตากวนประสาทหนึ่งตัวที่คาบดาบเอาไว้ในปาก อีกฝั่งด้านหลังของเด็กสาวมีชายหนุ่มร่างโตถือกระทะในท่าเตรียมสู้ ผมเงยหน้าขึ้นมองเกริดาที่กำลังส่งยิ้มให้ผมดวงตาทอประกายสดใสเหมือนเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้ไร้เดียงสา อย่างนึกถามตัวเองว่าผมเลือกผู้หญิงผิดคนรึเปล่า

“คุณรู้จักราพันเชลใช่ไหมคะเอ็ดเวิร์ด”

ผมพยักหน้ารับเป็นคำตอบ

“เยี่ยมที่สุด” เธอกุมมือแล้วยกขึ้นจนเกือบจะชนคางเธอเองด้วยท่าทางดีอกดีใจ “เราดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันได้ใช่ไหมคะ”

“ผมบอกคุณตั้งแต่ก่อนจะเห็นหนังเรื่องนี้ไว้แล้วว่าได้” ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เพื่อความมั่นใจฉันอยากจะถามความคิดเห็นจากคุณอีกครั้ง”

“ได้สิ” ผมย้ำ นำแผ่นไปวางไว้ในเครื่องเล่นแล้วหยิบรีโมทคอนโทรลมากดเปิด ทิ้งกายลงนั่งข้างเกริดา หางตาเหลือบไปเห็นเธอกำลังรินไวน์ให้เราสองคน ผมหันกลับไปมองเธอด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “หากอะไรมันง่ายขนาดนี้ผมแค่ชวนคุณมาดูหนังที่บ้านอาทิตย์ก่อนผมคงไม่ต้องเจ็บตัวแล้วอดเลยว่าไหม”

“คะ” เกริดาหันมามองผมท่าทางเหรอหรา นี่อาจจะเป็นนิสัยที่ติดจะดูน่ารำคาญของเธออยู่นิดหน่อย เธอฟังอะไรไม่ค่อยจะได้ศัพท์ชนิดต้องหันมาถามอีกรอบ แต่ผมไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังถือว่านี่เป็นข้อเสียของเธอที่นับเป็นข้อดีสำหรับผมเสียมากกว่า เพราะบางครั้งที่ผมพลั้งปากพูดอะไรสองแง่สองงามออกมาเกริดามักจะไม่รู้เรื่องด้วยทุกทีเนื่องจากว่าเธอมัวแต่ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นอยู่

“ผมไม่เคยดูหนังพวกนี้มาก่อน ผมหมายถึงผมไม่ได้ดูหนังแบบนี้มานานมากแล้ว” ครั้งสุดท้ายที่ผมดูหนังแนวเอนิเมชั่นคือก่อนที่พ่อกับแม่จะเลิกกันหนแรก “หากจะเปิดใจดูหนังแบบนี้อีกครั้งก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลยคุณว่าไหม”

“ไม่เลยค่ะ” เธอสายหน้ารัวพลางยิ้มกว้าง

ผมมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วเลื่อนหน้าเข้าใกล้ เกริดาหลับตาลงทั้งที่ยังยิ้มอยู่ ผมเลื่อนตัวให้อยู่สูงกว่าเธอขึ้นมาอีกเล็กน้อย วางรีโมทไว้บนโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปแตะเอวเธอเอาไว้แทน ดันร่างบางเข้าหาตัวแล้วเกริดาก็ลืมตาขึ้นมามองผมดวงตาสั่นระริก ผมจึงเลื่อนมือขึ้นมาประคองหน้าเกริดาเอาไว้แล้วจูบปลายจมูกเธอแผ่วเบา

“ก่อนที่จะดึกไปมากกว่านี้” ผมเอื้อมไปหยิบรีโมทมา “ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มดูหนังกันสักที”

เกริดาไม่พูดอะไรอีกเลย ส่วนผมไม่ได้หันไปมองเธอ ได้แต่มองดูภาพเคลื่อนไหวของการ์ตูนเอนิเมชั่นโดยไม่สามารถจับใจความและเนื้อหาของเรื่องได้ เพราะหยุดคิดถึงเธอไม่ได้ แขนของเราชนกัน เกริดาไม่ได้ชักมันหนี ส่วนผมไม่มีวันคิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว ใจผมอยากจะเข้าใกล้เธอมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่เพราะอะไรสักอย่างทำให้ผมหยุดการกระทำเอาไว้แค่นั้น ผมนั่งตัวเกร็ง จนกระทั่งเสียงหัวเราะคิกคักของเกริดาทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงมาบ้าง

ผมหันไปมองดูเธอที่ยังขำไม่หยุด พลางชี้ไม้ชี้มือไปยังม้าตัวกวนในเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ชอบตัวเอกฝ่ายชายของเรื่องสักเท่าไหร่นัก มองดูเธอยกไวน์ขึ้นมาจิบทีเดียวรวดไปครึ่งแก้ว ผมเกือบจะเอื้อมมือไปแย่งมันมาแต่ไม่ได้ทำ เอนกายพิงพนักพิงมองดูเธอหัวเราะสนุกสนาน จนกระทั่งผมเริ่มรู้สึกขำขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ได้ขำหนังที่กำลังดูอยู่เสียทีเดียว ผมขำเกริดาจนกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะตลกขนาดนี้” เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาเมื่อเริ่มสงบลง “คุณเองก็ตลกเหมือนกันใช่ไหมคะ”

“มากเลยทีเดียว” ผมหมายถึงเธอต่างหาก

เกริดายังคงยิ้มกว้าง เข้าใจว่าผมตลกหนังที่ดู เธอจิบไวน์ต่ออีก ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วของผมที่ยังไม่ถูกแตะมาจิบบ้าง เราจ้องมองกันแล้วชนแก้วกัน ผมสังเกตุเห็นว่าดวงตาของเกริดาเริ่มปรือลงเล็กน้อย ยิ่งทำให้เธอดูหวานเยิ้มราวกับจะยั่วยวนผมด้วยดวงตานั่น แต่หลังจากนั้นเธอก็หันไปดูหนังต่อแล้วลุกขึ้นกระตือรือร้น ก่อนกระโดดโลดเต้นสนุกสนาน วิ่งมาดึงผมไปเต้นเป็นเพื่อนเธอ

เพลงที่เรากำลังเต้นด้วยกันนั้นไม่ใช่เพลงที่ผมอยากจะเต้นด้วยสักเท่าไหร่ และถ้าเลือกได้ผมอยากเลือกที่จะนั่งมองและนั่งฟังเสียมากกว่า แต่เกริดาทำให้ผมหมดหนทางจนไม่สามารถต่อต้านความต้องการของเธอได้ และที่น่าแปลกใจกว่านั้นก็คือ ผมกลับรู้สึกสนุกร่วมไปกับเธออย่างไม่น่าเชื่อ เราเต้นจนกระทั่งนางเอกของเรื่องร้องเพลงจบ เกริดาเดินเซไปนั่งลงบนโซฟาพร้อมดึงผมลงไปนั่งด้วย จากนั้นเธอก็เอนกายพิงร่างผมแล้วหลับตาลง

“คุณง่วงเหรอ” ผมถาม

“ไม่ค่ะ” เธอลุกขึ้นตึงตัง ยกขาขึ้นมากอดเข่าเอาไว้แน่น ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังต่อทันที แล้วก็หัวเราะหยิบไวน์ขึ้นมาจิบจนหมดแก้ว ก่อนหันมาถามความเห็น “ม้าน่ารักดีนะคะ”

“กวนประสาทดี” ผมบอก

“ฉันชอบการพจญภัยแบบในเรื่องจัง แล้วก็ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาอย่างช้าๆ จะมีรักที่บริสุทธิ์แบบนี้ได้สักเท่าไหร่กันบนโลก จริงไหมคะ” เธอยิ้มตาปรือ หันมามองตอนที่ผมกำลังรินไวน์ใส่แก้วของตัวเองและแก้วของเธอ

“ผมไม่รู้หรอกว่าความรักที่บริสุทธิ์เป็นยังไง” ผมบอกเธอแล้วจิบไวน์

“ความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น แค่มีความสุขด้วยกันไปเรื่อยๆ ความรักที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่คงอยู่ยาวนาน” เธอมองดูโทรทัศน์ท่าทางเคลิ้มฝัน บอกต่อไปว่า “ฉันไม่เคยเจอรักแบบนั้นจริงๆ เหมือนกัน”

ผมมองดูเธอเฉยๆ สักพัก แล้วหันไปดูหนังต่อ ไม่เห็นว่าจะมีฉากน่านึกถึงความรักสักเท่าไหร่ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเกริดานึกอะไรได้ขึ้นมา หรือแค่เธอเริ่มเมา แต่ถ้าหากเธอเมา การที่เธอพูดออกมาแบบนี้แสดงว่าเธอรับรู้ว่าผมไม่ได้รักเธอแบบนั้น ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้คาดหวังมันจากผมด้วย แต่ผมอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงแสดงความรักกับผมเหมือนเราเป็นคู่รักกันโดยไม่มีทีท่ารังเกียจ

เกริดาเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์มาจิบอีกครั้ง ผมเอื้อมไปหยิบแก้วของตัวเองมาบ้าง เราชนแก้วแล้วสบตากัน จนกระทั่งเธอเป็นฝ่ายหลบตาผมก่อนแล้วหันไปยิ้มให้กับจอทีวีแทน ผมยกมือขึ้นโอบไหล่เธอเอาไว้

“คุณจะเมานะ ถ้าดื่มมาก” ผมเตือน

“เหรอคะ” เธอพลิกตัวมากอดผม หัวใจผมเต้นแรงเมื่อเสียงดนตรีในหนังดังขึ้นตอนฉากปล่อยโคม ส่วนหนึ่งมาจากบรรยากาศดังกล่าว ทว่ามากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาจากการกระทำของเกริดา

“ใช่” ผมบอกเพราะเธอเคยเมาหลังจากดื่มคอกเทลไปสองแก้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเตือนเธอ ทั้งที่เป็นคนรินไวน์นั่นให้เธอ ใช่อยู่...ผมรินไวน์ให้เธออย่างมีสติ แต่การที่ผมเตือนเธอนี่สิทำให้ผมต้องถามตัวเองว่าเพราะอะไร

“ซึ้งจังเลยนะคะ” เกริดายกมือขึ้นมาลูบหน้า

“คุณร้องไห้เหรอ” ผมถาม มองดูเธอสลับกับภาพตัวละครทั้งสองขยับเข้าหากันอย่างเชื่องช้าเมื่อร้องเพลงจบ แต่ทำนองเพลงยังไม่สงบลง โคมไฟลอยห้อมล้อมตัวพวกเขาดูสวยงามขณะที่เรือลองเคว้งอย่างสงบกลางเนิ่นน้ำในยามค่ำคืน หากจะถามว่าฉากดังกล่าวนั้นซึ้งไหม ผมคิดว่าตัวเองต้องไม่มีหัวใจแน่ๆ ที่ไม่รู้สึกอะไรกับมันเลยนอกจากคิดว่าเป็นภาพที่สวยงามที่ไม่มีวันกลายเป็นความจริงสำหรับมนุษย์ปรกติธรรมดาทั่วไปได้ ผมรอคอยการตอบสนองของเกริดาแต่เธอกลับนอนนิ่งสนิทไม่ไหวติง ผมเลยรู้ได้ทันทีว่าเธอหลับไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้แกะแก้วไวน์ออกจากมือเธอแล้วตั้งมันไว้บนโต๊ะอย่างระวังแล้วดูหนังต่อจนจบ

ผมอุ้มเกริดาเข้าไปในห้องนอนแล้ววางเธอไว้บนเตียง แม้ว่าเธอจะหลับอย่างหมดสภาพแต่กลับดูงดงามมากจนผมอดกลั้นความรู้สึกปรารถนาอยากเข้าใกล้เอาไว้ไม่ได้ เมื่อผมนั่งลงบนเตียงเกริดาก็พลิกตัวตะแคงข้าง สายตาของผมเหลือบไปเห็นซิบกับชุดของเธอ มือก็เอื้อมไปรูดมันลงอย่างเชื่องช้า ผืนผ้าที่เริ่มแยกออกจากกันเผยให้เห็นผิวกายที่เคยซ่อนอยู่ด้านหลังมันเด่นชัด ผมวางมือลงบนแผ่นหลังก็รู้สึกไม่เต็มอิ่มที่จะสัมผัสและรู้สึกความอ่อนนุ่มผ่านฝ่ามือ ผมโน้มตัวเข้าหาแล้วจูบผิวกายอ่อนนุ่มของเธอเบาๆ มันไม่เพียงแต่นุ่มมากแต่ยังหอมจนน่าหลงใหลเกินจะอดใจไหว

ผมจัดการถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออกก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของเกริดาเอาไว้ จัดเธอพลิกกายให้นอนหงายใช้มือดันกระโปรงของเธอให้เปิดขึ้นเล็กน้อยจนสามารถมองเห็นเรียวขาอ่อน ไล้นิ้วสอดเข้าไปใต้กระโปรงไต่ไปตามเรียวขา และเมื่อผมแตะถูกขอบชั้นในของเธอร่างกายก็สั่นรัว หัวใจเต้นแรง ความรู้สึกอะไรบางอย่างหยุดผมเอาไว้ตรงนั้น หรือไม่ก็อาจจะเป็นเสียงแหบพร่าของเธอ

“เอ็ดเวิร์ด” เธอครางแผ่วเบา “วันนี้คุณน่ารักมากเลยนะคะ”

มือของผมค่อยๆ เลื่อนออกจากใต้กระโปรงของเธอ แล้ววางบนที่นอน ผมทิ้งน้ำหนักลงบนนั้นขยับกายไปไหนต่อไม่ได้นอกจากมองดูดวงหน้าละมุนละไมของเกริดาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากครั้งแรกที่เราเจอกัน ผมโน้มตัวลงต่ำเพื่อหอมแก้มเธอเบาๆ แล้วผละออก จัดการซิบของเธอชุดให้เข้าที่เข้าทางแล้วหันมาจัดการกับตัวเองให้อยู่ในสภาพที่ดูเรียบร้อยกว่าเมื่อครู่ เดินไปที่โต๊ะทำงานที่อยู่ห่างจากปลายเตียงไปหน่อย หยิบปากกาขึ้นมาเขียนความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านั้นลงบนสมุดเล่มใหม่ที่ผมตั้งใจจะใช้จดนิยายเรื่องที่ผมวางพล็อตไว้สองปีกว่าแล้วแต่ไม่เคยเริ่มต้นได้สำเร็จ

การจดความรู้สึกของตัวเองขณะทอดมองดูเกริดาหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวได้จำนวนหลายหน้าในระยะเวลาอันสั้นนั้นสร้างความประหลาดใจให้ตัวผมเองแทบไม่น้อย จนกระทั่งตอนนี้ผมก็ยังไม่มีความคิดว่าอยากจะหยุดเขียนเลย ทั้งที่เมื่อหลายวันก่อนที่ผมพยายามจะเขียนอะไรสักอย่างลงในหนังสือเล่มนี้มันยากช่างยากลำบากเต็มทนที่จะเขียนอะไรลงไปแม้ว่าผมจะมีเรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในหัวก่อนแล้วก็ตามที

ผมเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรู้สึกได้ลงไป ความคิดของผมที่เกี่ยวข้องกับเธอ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมสามารถจดจำได้ เพราะช่วงระยะเวลาหนึ่งในหัวผมมีแต่เรื่องบางเรื่องตลอดเวลา ความแค้นเคือง เกรี้ยวกราด ปรารถนาในตัวของเกริดาเพื่อทำลายความรู้สึกเหล่านั้นให้หายไป ความหงุดหงิดน้อยใจเรื่องอลิเซีย ความผิดหวังเรื่องออทัม ดูเหมือนกับว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่มีอยู่ในใจผมอีกต่อไปแล้ว และนั่นทำให้ผมสามารถมองเห็นเกริดาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดดเด่นยิ่งขึ้น เธอ...น่าทะนุถนอมมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ผมกลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ ใช้มือลูบแขนที่ขนกำลังลุกซู่ แต่ไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกชาไปตามแผ่นหลัง หรือแม้แต่ความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในท้อง หัวใจที่เต้นรัวควบคู่กันไป มันรุนแรงเสียจนผมกลัวความรู้สึกนี้ขึ้นมา อยู่ไม่สุขชนิดต้องลุกขึ้นยืน เดินวนไปรอบห้องพร้อมกับสมุดและปากกาที่อยู่ในมือ ผมนั่งลงบนเตียงอีกฝั่งข้างเกริดา แต่เว้นระยะห่างจากตัวเธอมากไปอีกหน่อย แม้ว่ามือจะอยากเอื้อมไปหาร่างบางนั่น ผมรีบชักมันกลับมาเหมือนเธอเป็นสิ่งต้องห้ามขึ้นมาทันที เจตนาในตอนแรกของผมหายไปไหนหมด เกริดาอยู่ตรงนี้แล้ว เธออยู่ในที่ของผม กับผมเพียงลำพัง ไม่มีใครขัดขวาง ทุกอย่างจะง่ายดายหากเพียงแต่ผมลงมือทำ

ผมหยุดตั้งคำถาม นั่งมองสิ่งที่ตนได้เขียนลงไปในสมุดบันทึก ไม่เคยรู้สึกว่าจะมีอะไรที่ผมสามารถเรียบเรียงไว้บนแผ่นกระดาษได้สวยงามเท่านี้มาก่อน แม้ว่าผมจะเขียนอย่างอื่นมามากมายในสมัยเรียนแล้วก็ตาม ทว่าเมื่อผมอ่านสิ่งที่อยู่ตอนนี้ มันมีอะไรบางอย่างปะปนอยู่ด้วย สิ่งที่ผมเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ รู้แค่ว่ามันแตกต่าง ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ...มันเป็นเรื่องของเธอ เธอที่ผมไม่ได้สนใจเกินไปกว่าต้องการเธอมาสนองตัณหาเพื่อลบความรู้สึกแค้นเคืองน้อยใจผู้หญิงคนอื่นๆ ผมใช้วิธีเขียนบรรยายคุณลักษณะของเธอโดยไม่เอ่ยชื่อ แต่เมื่อได้อ่านเราก็สามารถสัมผัสแตะต้องเธอได้ไปในเวลาเดียวกัน

“ฮือ” เกริดาครางเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังตะแคงตัว การขยับเคลื่อนไหวของเธอโดยหันหน้ามาทางผมเล่นงานผมจนสะดุ้งด้วยความตกใจ ผมขยับออกห่างยืนเอาหลังพิงฝาไว้เพื่อมองดูดวงตาที่หลับพริ้มของเกริดา ที่ชวนให้หลงใหลน่าขยับเข้าใกล้ด้วยความเสน่หา

เธอพลิกตัวอีกรอบหันหลังให้ผมแล้วเปลี่ยนเป็นนอนหงายท้อง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน แขนเล็กที่พับหงายขึ้นมาเกร็ง เรียวขาสวยยกชันขึ้นเล็กน้อยราวกับเจ้าตัวจะพยายามสรรหาความรู้สึกสบาย หมัดเล็กที่กำแน่นทำให้ผมตัดสินใจวางสมุดและปากกาไว้บนโต๊ะเพื่อไปหาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดหน้าให้เกริดา ไล่ไปจนถึงตัวของเธอตามจุดที่เข้าถึงได้เพราะไม่มีเสื้อผ้าปกปิด ไม่ได้ล่วงเกินมากไปกว่านั้น เมื่อเกริดาเริ่มคลายมือออกผมจึงหยุดเพื่อนั่งมองเธออีกครั้ง จากนั้นเสียงกรนก็เริ่มดังขึ้น ผมเลิกคิ้วสูง ก่อนจะโน้มหัวต่ำลงไปเอียงหูฟังเพื่อให้มั่นใจว่าผมไม่ได้หูฝาดไป ลมหายใจของเกริดาเป่ารดใบหูผมพร้อมกับเสียงที่ผมได้ยินเมื่อก่อนหน้านั้น

“นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คุณดูสวยน้อยลง” ผมบอกเธอยิ้มๆ “มันทำให้ผมอยากหยุดคุณ”

ผมก้มลงจูบริมฝีปากเกริดาอย่างเนิ่นนานและซุกซน จนกระทั่งเธอขยับตัว ผมลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่าดวงตาของเกริดาเปิดอยู่ เธอตอบสนองจูบของผมจนทำให้มันมีรสชาติหอมหวาน ก่อนจะค่อยๆ ปรือลงอย่างช้าๆ แล้วทุกอย่างก็นิ่งสนิท เธอหลับอีกครั้ง แต่คราวนี้ปราศจากเสียงกรน ผมนอนฟังอยู่ข้างๆ เธอจนกระทั่งเผลอหลับไป

 

ผมรู้สึกตัวเพราะกลิ่นหอมอันแสนคุ้นเคย และสัมผัสอ่อนนุ่มบริเวณหน้าผาก เมื่อลืมตาขึ้นจึงสามารถมองเห็นลำคอขาวที่ลอยทาบอยู่เหนือบริเวณริมฝีปากของผม ต่ำลงไปคือเนินอกขาวสวยน่าหลงใหลแต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะไขว่คว้ามันมาเพราะรู้สึกเคลิบเคลิ้มสัมผัสอ่อนโยนบริเวณหน้าผากมากกว่า

ผมหลับตาลงรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนั่นไต่ลงมาข้างแก้ม ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงจูบอ่อนนุ่มที่เคยได้รับจากคุณแม่ก่อนนอนและตื่นนอนตอนที่ผมเป็นเด็ก ในตอนนั้นผมเคยคิดว่าไม่ว่าจะโตสักเท่าไหร่ผมก็จะยังปรารถนาจูบนั้นอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าเมื่อการเวลาเปลี่ยนไปผมก็สามารถอยู่ได้โดยปราศจากมัน เพียงแค่ไม่รู้มาก่อนว่าจะสามารถรู้สึกแบบนี้ได้อีกครั้งเมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งผมก็ไม่อยากให้มันหายไปอีกแล้ว อยากจะสามารถเก็บมันไว้กับตัวได้เหมือนข้าวของ เพราะสัมผัสนี่ทำให้ผมรู้สึกว่าเช้านี้เป็นเช้าที่แสนวิเศษที่ผมโหยหามาเป็นระยะเวลานาน

กลิ่นหอมเริ่มเจอจางแล้วผมก็พยายามอย่างยิ่งที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่สำเร็จ ผมพยายามจะต่อสู้กับตัวเอง ทว่ามันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนหมดแรง ผมเลิกพยายามแล้วนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ฟังเสียงก๊อกแก๊กโดยไม่สามารถลืมตาขึ้นมามองได้ว่ามันมาจากไหนและอะไร แต่ผมเดาได้ว่ามันน่าจะมาจากบุคคลที่ฝากจุมพิตบริสุทธิ์ไว้บนหน้าผากและใบหน้าของผมเมื่อก่อนหน้านั้น สักพักเสียงประตูห้องด้านนอกก็ปิดตัวลง ผมพยายามที่จะตื่นอีกครั้งแล้วมันก็สำเร็วได้ในที่สุด

ผมลุกขึ้นมานั่งบนเตียงเหงื่อท่วมตัว เมื่อมองไปทางขวามือก็ไม่เห็นร่างของเกริดานอนอยู่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว ผมรีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปยังห้องน้ำ ไม่มีร่องรอยของการถูกใช้ที่นั่น ผมวิ่งออกไปยังห้องครัวและห้องโถง มันว่างเปล่าและไม่มีเกริดาอยู่ที่นั่น ความรู้สึกฉุนเฉียวกระวนกระวายไต่ไปตามท้ายทอยของผม รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งจนอยากจะจับเธอมาลงโทษ ผมไม่น่าปล่อยให้เธอเล็ดรอดไปโดยไม่สูญเสียอะไรเลยจริงๆ ว่าไหม เธอทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่ตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอทั้งที่ก่อนนอนผมรู้ดีอยู่ว่าเธอเคยนอนอยู่ตำแหน่งไหน

ผมเดินกระแทกเท้าปึงปังกลับเข้าไปในห้องนอน กระชากผ้าปูที่นอนและผ้าห่มออกก่อนโยนมันทิ้งลงบนพื้นอย่างหัวเสีย ผมกัดฟันแน่นคิดไปต่างๆ นานาว่าถ้าเจอเธอผมควรจะทำอะไรเป็นอย่างแรกดี เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่ปลิวหล่นลงมาจากโต๊ะเขียนหนังสือผมก็รีบวิ่งไปที่นั่น หยิบมันขึ้นมา

 

หากวันนี้คุณว่าง วันนี้ฉันจะไปรอคุณในสวนอังกฤษ เจอกันที่ศาลาเวลาบ่ายสองโมงนะคะเอ็ดเวิร์ด แต่หากคุณไม่ว่างช่วยส่งข้อความเข้ามือถือให้ฉันทีนะคะ ขอโทษที่ฉันออกมาโดยไม่บอกคุณล่วงหน้า แต่ฉันมีเรื่องสำคัญจะต้องจัดการให้เสร็จก่อนเที่ยง

รอคอยที่จะได้พบคุณอีกครั้งของวันนี้ค่ะ

เกริดา

 

ความรู้สึกเกรี้ยวกราดฉุนเฉียวเมื่อก่อนหน้านั้นสลายหายไปพร้อมกับความคิดการวางแผนจัดการเธอก็ด้วยเนื่องจากว่ามันถูกแทรกแทรงด้วยความรู้สึกโล่งอกและดีใจ เธอรอคอยที่จะได้พบผมอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ ความรู้สึกภาคภูมิใจมันสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยข้อความของเธออย่างนั้นเหรอ

 




   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #182 แมวเหมียว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 21:03
     น่ารักจริงๆ เลย เพ้อ ...อ๊าง
    ทำไมคู่นี้เค้าสวีทวีดวิ้วกันอย่างนี้อ่ะพี่นาต ..เตยเขิน อ่านไปเขินไป 
    กัดผ้าห่มกัดหมอน งือๆ อยากกระโจนเข้าไปร่วมวงเขินด้วยคน
    บรรยากาศแบบว่า ไม่ไหวแล้ว เอ็ดจ๋า รีบๆ รักเกริดาเร็วๆ เถอะ เตยไม่อยากให้ถึงฉากเศร้า
    ฮ่าๆๆ
    น่ารักๆ ม๊วฟๆ กอดพี่นาต ..อ้อนๆ อยากได้แบบนี้ กร๊ากก
    #182
    0
  2. #181 peat_peach (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 18:56

    แอบแวบหายเพราะเดือนที่แล้ววุ่นๆนิดหน่อย
    ชื่อตอน Moonlight Dinner ฟังดูโรแมนติกมากกกก อิอิ

    ชอบคำพูดของเกริดาที่ว่า
    "มันต้องไปได้สวยแน่ๆ หากคุณไม่หยุดพยายาม"
    เอาประโยคนี้ไปใช้ได้ในหลายๆเรื่องเลยแหละ ^^

    แล้วก็นอกจากเกริดาจะโชคดีที่เกิดมาเป็นผู้หญิงเลยได้ชื่อเพราะๆแล้ว
    ยังโชคดีที่โตมาในแบบที่ทำให้มีมุมมองที่ดีจนกระตุ้นจิตสำนึกเอ็ดได้
    และยังโชคดีที่ตอนแรกๆรอดพ้นเอื้อมมือเอ็ดมาได้ด้วยนะ เหอๆ
    ถ้าเอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนแปลงตัวตนและความคิดของเขาได้เพราะเธอ
    เกริดาก็ถือว่าเป็น "โชคดี" ของเอ็ดเวิร์ด
    ที่โชคชะตา(ที่ชื่อว่าพี่นาต) กำหนดมาให้แหละ
    หุหุหุ

    เอ็ดก็หื่นแล้วหื่นอีกเนาะ
    บทนึงก็จูบไปตั้งสองสามครั้ง
    ไม่ไหวๆๆ
    แต่ยกโทษให้กับอารมณ์หึงน่ารักๆ อิอิอิ

    เกริดาก็น่ารักด้วยความใสซื่ออย่างเสมอต้นเสมอปลาย
    ทั้งหลงรักทั้งอิจฉา และชื่นชมเธอ
    มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถโตมาโดยยังสามารถมองโลกในแง่สดใสๆได้อย่างเธอ -O-

    สรุปคือ เอ็ดหื่น เกริดาน่าร๊ากกกกกกก และรักพี่นาตค่ะ >O

    #181
    0
  3. #180 เด็กชำร่วย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 21:59
    เกธิดา ถ้าเทอไม่เอาชั้นเอานะยะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เอ็ดน้อยน่ารักนัก งืดๆ
    #180
    0
  4. #179 fene_sun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 18:55
     อ่านเรื่องนี้ทีไร ไม่ค่อยจะได้หายใจทั่วท้อง - -
    แอบวิตกแทนนางเอก (ที่ไม่ค่อยวิตก) ตลอด 55555
    เดี๋ยวจะมาอ่านต่อนะคะ

    พี่นาตรักษาสุขภาพด้วยค่ะ :)
    #179
    0
  5. #178 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 17:26
    ความคิดก็ไม่เคยพ้นเรื่องจะงาบเกริดาอยู่นั่นแหละ55 แต่ก็ยังดีเนอะ ยังพอมีความคิดดีอยู่ด้วย>_< รักเอ็ด รักเกริดา รักพี่นาต
    #178
    0
  6. วันที่ 4 เมษายน 2554 / 12:45
    ขอบคุณที่เธอเกิดมาเป็นผู้หญิง กร๊าก เกริโด 555
    เกริดา น่ารักที่สุด>__________<แล้วละ55
    แสนดีขนาดนี้ เอ็ดยังไม่หยุดคิดความคิดร้ายกาจอีกนะ=..=
    #177
    0
  7. วันที่ 3 เมษายน 2554 / 19:18
    เกริดาน่ารักเกิน อยากได้ อยากแย่ง 555
    #176
    0
  8. #175 Svajone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 15:00
    เอ็ดซื้อดอกไม้ให้เกริดาด้วย

    เริ่มรักแล้วใช่ไหม 55555

    ถึงคำพูดจะเถื่อน ปต่น้องหนู

    ก้มองดลกในแง่ดีเสมอค่ะ555
    #175
    0
  9. วันที่ 3 เมษายน 2554 / 14:59
    กร๊ากก เอ็ดอะไร นันพิมพ์ตกรึเปล่า 555
    #174
    0
  10. วันที่ 3 เมษายน 2554 / 07:13
    กร๊าก ก็รู้นี่ว่าเอ็ดเกริดาอะ555
    ถามซะตรงประเด็น ถ้าเอ็ดมันตอบว่าใช่ แทนที่จะไม่
    งานนี้จะทำไงต่อเนี่ยเธอ
    ดีคุณเอ็ดตอบไปว่าไม่555

    กุหหลาบ เอ็ดหลงเกริดาเข้าแล้วจริงๆ
    แต่แหมยังปาก เสีย เนอะ=..=
    เอ็ดจะเป็นหนุ่มคนต่อไปต่อจากโนอาห์ อีวาน ที่ได้จูบนางเอกบ่อยหรือเปล่าเนี่ย55
    นี่ก็รู้ชักจะเยอะแล้วแหละ และน่าจะมีอีกอย่างไม่ต้องสงสัย
    ก็เอ็ดหื่นนนนนนนนนนนนนนน 55555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 เมษายน 2554 / 07:15
    #173
    0
  11. วันที่ 3 เมษายน 2554 / 03:26
     กว่าจะได้อัพ ในที่สุดก็มา >O< คิดถึงความหื่นของเอ็ด
    (คนแต่งหื่นละงานนี้)  5555555555555
    #172
    0