Lucifer หนึ่งรักจุมพิตร้อน

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 ฤดูรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ม.ค. 62

 

 

 

บทที่ 5 ฤดูรัก

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2014

ลินคอนส์อินน์ฟิลส์ (Lincoln's Inn Fields)

วันนี้ไม่ใช่วันที่สภาพอากาศเป็นใจเท่าไรนักสำหรับการนัดหมายระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวที่ปรารถนาจะพบปะเจอกันเพื่อความโรแมนติก แต่ดูเหมือนว่าท้องฟ้าอันมืดครึ้มที่กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของประเทศอังกฤษจะไม่สามารถส่งผลกระทบต่อการอยากพบเจอกันระหว่างลูซิเฟอร์และจัสติน่าได้ เพราะไม่มีใครเลย ในพวกเขาสองคนตัดสินใจที่จะยกเลิกนัด หรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงสถานที่นัดหมายเพื่อความสะดวกสบายกว่าเดิม ที่สำคัญ ใบหน้าของหญิงสาวขณะเดินเข้ามาในสวนยังเบิกบานจนสามารถทำให้ผู้คนเข้าใจผิดไปได้เธอกำลังมีความสุขอยู่กับความงามของฤดูร้อน

อย่างน้อยฝนก็ไม่ได้ตก” เธอพูดกับตัวเองขณะเดินกึ่งวิ่งไปตามทาง สายตาของเธอจับจ้องไปยังจุดที่ศาลากึ่งกลางสวนควรตั้งอยู่ตลอดเวลาแม้ว่ามันจะถูกบดบังด้วยต้นไม้ก็ตาม เธอมองเห็นร่างสูงโปร่งของคู่นัดผ่านช่องว่างระหว่างพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ เขากำลังยืนหันข้างให้กับทิศทางที่เธอมุ่งหน้ามา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหันหลัง รอยยิ้มหวานที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวขยายกว้างขึ้นมากกว่าเดิม นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลทอประกายแห่งความชื่นชมพึงพอใจขณะทอดมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมายังทิศทางเดียวกันกับเธอขณะที่หญิงสาวขยับเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าคมคายจ้องมาที่เธอ แววตาของเขาแน่นิ่งแน่วแน่ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นมาในดวงตาคู่นั้น ริมฝีปากของเขายังนิ่งสนิทเหมือนเคย หากใช่ระยะเวลาไม่นานมากนักที่จะทำให้มันยิ้มควบคู่ไปกับดวงตาของเขา

จำเป็นด้วยหรือคะ ที่จะต้องเลือกสถานที่ที่ทำให้คุณดูเหมือนเจ้าชายหรือแม้แต่เทพบุตรเพื่อรอการมาของฉัน”

ผมคิดว่าจำเป็น” จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะร่วมกัน “วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ ผมทำให้คุณต้องปิดร้านเร็วไปรึเปล่า”

เปล่าค่ะ ไม่เลย”

เวลานัดของเรา”

ฉันมีคนปิดร้านให้ค่ะ” จัสติน่าเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าลูซิเฟอร์พร้อมกับจังหวะที่เขามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเธอ มือของเขาถึงตัวเธอก่อนเสียอีก “โรแวน เด็กหนุ่มที่มาทำงานพิเศษกับฉัน เขา...”

เธอไม่มีแม้แต่โอกาสจะเอ่ยให้จบประโยคเลยด้วยซ้ำ

คุณ...ดูไม่เหมือนคนใจร้อนเลยนะคะ”

ผมอาจเป็นคนสร้างภาพก็ได้”

คุณไม่ได้สร้างภาพ” จัสติน่ายิ้มบาง ก่อนจะประกบริมฝีปากของตนกับเขาอีกรอบ รับรู้ได้ถึงฝ่ามือที่ประคองท้ายทอยของเธออย่างแผ่วเบาและมั่นคงอีกครั้งในขณะที่พวกเขาจมหายไปในความเงียบเพียงชั่วคราว มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นให้ได้ยิน “แค่ภาพลักษณ์ของคุณแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนแบบนั้น”

หากภาพลักษณ์ของผมไม่ทำให้คุณตื่นตระหนก หรือการกระทำของผมไม่ได้ทำให้คุณตื่นกลัวเกินไป...”

ไม่ ไม่เลยค่ะ ลูซิเฟอร์ ไม่เลยสักนิดเดียว” เธอค้นพบตัวเองดันเข้าหาเขา จากแรงผลักดันของความรู้สึกเธอเอง มีลูซิเฟอร์ประคองเธอเอาไว้กับตัวของเขา เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาทำให้เธอมีความสุข สุขมากเสียด้วย

ขอบคุณครับ” เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ “คุณหิวรึเปล่า ผมน่าจะนัดเจอคุณที่ร้านอาหาร”

ฉันดีใจที่เป็นที่นี่ เราเดินเล่นกันก่อนก็ได้ค่ะ”

แม้ว่าฝนกำลังจะตก...”

แม้ว่ามันจะตกลงมาก็ตาม”

เราควรเดินไปไหนดีล่ะ”

ในสวนนี้”

มันไม่ได้กว้างมากนัก”

แต่ก็กว้างมากพอ”

ผมดีใจที่สภาพอากาศไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกหมดสนุก”

ไม่เลยค่ะ ที่สำคัญฉันชอบความรู้สึกที่ว่าเหมือนมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเรา โดยเฉพาะวันนี้ วันที่ฟ้าฝนขับไล่ทุกคนให้ไปที่อื่นจนหมด”

ผมก็เหมือนกัน” เขาอดใจไม่ได้ที่จะจูบเธออีกครั้ง ก่อนจะประสานนิ้วของตนกับเรียวนิ้วที่เล็กกว่าแล้วเริ่มออกเดิน

 

ภายใต้ความเงียบสงบ สองหนุ่มสาวคล้องแขนกันขณะนั่งอยู่ในศาลากลางสวนลินคอนส์อินน์ฟิลส์ สายตากำลังจับจ้องไปยังหน้ากระดาษหนังสือเล่มที่พวกเขาเปิดอ่าน ซึ่งวางอยู่บนตักของพวกเขาทั้งคู่คนละเล่ม โดยที่สมาธิของพวกเขาไม่สามารถจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนกระดาษแต่ละแผ่นที่พวกเขาต่างพลิกอ่านในแต่ละหน้าได้เลย เพราะความสนใจของพวกเขาทั้งสองกำลังมุ่งไปยังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของแต่ละฝ่าย รวมไปจนถึงไออุ่นจากร่างกายของพวกเขาที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกได้ผ่านหัวไหล่ที่กำลังอิงแอบแนบชิดกัน อันเป็นบ่อเกิดที่จุดประกายไฟแห่งความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถพูดมันออกมาได้ โดยต้องทนฝืนเก็บซ่อนมันเอาไว้ภายในใจแล้วนิ่งเงียบต่อไปอีกสักระยะ

ผมไม่คิดว่าวันนี้ผมจะสามารถเข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้” เสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบนั้นในที่สุด

ฉันก็เหมือนกัน” ฝ่ายหญิงเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแล้วหันมาหัวเราะกับเขา “คุณคิดยังไงกับความคิดที่ว่า เราควรจะไปทำอะไรอย่างอื่นบ้างสำหรับเย็นนี้”

ทำอะไรอย่างอื่น” ลูซิเฟอร์เลิกคิ้วสูง จ้องมองไปยังริมฝีปากของหญิงสาวที่ตอนนี้มีฟันกระต่ายสองซี่ขบอยู่บนนั้น ก่อนจะรีบตวัดสายตาขึ้นมามองส่วนอื่นของใบหน้าเธอ ซึ่งตอนนี้กำลังขึ้นสีระเรื่อ เขาเห็นเธอสูดหายใจเข้าเต็มปอดราวกับพยายามควบคุมความรู้สึกอะไรก็ตามที่เขาเองก็ไม่สามารถอ่านมันออกได้

ฉันหมายถึง...การไปเดินเล่นที่อื่นต่อ หากมันจะไม่ทำให้คุณเหนื่อยเกินไป”

การไปเดินเล่นที่อื่น” เสียงของเขาแผ่วเบาอยู่ในลำคอ หากแต่จัสติน่าสามารถได้ยินมันได้เพราะใบหน้าของเธอเองก็อยู่ไม่ห่างจากเขาไปมากนัก “การเดินเล่นไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยได้ นอกจากผ่อนคลาย”

ฉันได้แต่หวังว่า หนังสือที่พวกเรากำลังอ่านอยู่จะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเบื่อจนเกินไปนะคะ”

ผมไม่ได้เบื่อครับ” แต่มีความจำเป็นต้องเบี่ยงเบนความสนใจจากมัน ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เขาอยากทำอะไรมากมายกับเธอในที่สาธารณะแห่งนี้ “แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศนิดหน่อย”

ฉันไม่อยากให้คุณฝืนอ่านสิ่งที่คุณไม่ชอบ”

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมไม่ชอบด้วยเช่นกัน และคุณลืมไปแล้วหนึ่งอย่างว่า ผมเป็นฝ่ายเสนอตัวขออ่านมันเอง”

ฉันแค่อยากมั่นใจว่าคุณไม่เบื่อที่จะอ่านมันจริงๆ ถึงแม้ว่าเล่มนี้จะเป็นเล่มสุดท้ายแล้วสำหรับคุณ”

หนังสือของนักเขียนคนนี้ติดจะน่าเบื่อในบางครั้ง แต่ก็ยังสามารถทำให้ผมอยากรู้ตอนจบอยู่ดี มันเลยทดแทนกันได้”

บางฉากก็อธิบายเยอะเกินไป จนฉันต้องเปิดข้ามเหมือนกัน” เธอหน้าแดงอย่างอดนึกถึงสิ่งที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงขณะอ่านหนังสือแต่ละเล่มไม่ได้ และไม่สามารถควบคุมอัตราความร้อนที่เพิ่มขึ้นบนใบหน้าของเธอได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตอนที่หันไปสบกับดวงตาที่ฉายแววสงสัยของลูซิเฟอร์ “ฉันเปิดข้ามฉากร่วมรัก เพราะคิดว่ามันเยอะเกินไป และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเนื้อหาอื่นๆ ที่เหลือน่ะค่ะ”

คุณเปิดข้าม” รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “คุณเข้าใจถูกแล้ว ในฉากนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อหาส่วนอื่นๆ เลย นอกจากวิธีการแสดงถึงสิ่งที่สื่อถึงความรักตามความเชื่อของพวกเขา”

แค่การสื่อหรือคะ คุณไม่คิดว่าพวกเขารักกัน” เครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว

พวกเขารักกัน แต่นั่นไม่ใช่หนทางเดียวที่คนสองคนจะแสดงความรักต่อกันไปเสียหมด”

ลูซิเฟอร์” จัสติน่ายิ้มบาง “คุณเป็นคนโรแมนติกรู้ไหมคะ”

ชายหนุ่มอยากจะโต้กลับไปว่าเขาไม่ใช่ เขาแค่มีความคิดที่แตกต่างออกไปจากหญิงสาวเท่านั้น เพียงเพราะเขารู้ว่าการร่วมรักมักเกิดขึ้นได้สำหรับเขาโดยไม่ต้องรู้สึกรักใครสักคน ในบางครั้งเขาตอบสนองมันไปโดยไม่มีความจำเป็นต้องรู้สึกว่าต้องการเลยด้วยซ้ำ

เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่พวกจะสามารถแสดงความรักต่อกันได้”

อย่างนั้นหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย นิ้วของเธอแทรกเข้าไประหว่างนิ้วทั้งห้าของชายหนุ่มตอนที่พวกเขาเดินออกจากสวนมาจนถึงคิงส์เวย์ (Kingsway) ถนนเส้นหลักขนาดใหญ่สายหนึ่ง และกำลังมุ่งหน้าสู่อัลด์วิช (Aldwych) ระหว่างเดินไปตามถนนเส้นนั้นก็ดูเหมือนว่าเสียงรถและผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา จะไร้ซึ่งความสามารถในการรบกวนความเพลิดเพลินในการดื่มด่ำบรรยากาศและไออุ่นจากฝ่ามือของแต่ละฝ่าย

ขณะที่ดวงตาของจัสติน่ากำลังจดจ่ออยู่ที่ต้นไม้ตามสองข้างทาง เธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่ลูซิเฟอร์ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เธอเห็นว่าเขาจดจ่อกับการจ้องไปด้านหน้าด้วยหางตาขณะกวาดมองไปรอบข้าง มุมปากของเขาก้ำกึ่งระหว่างเส้นตรงและรอยหยักโค้ง จนบอกไม่ถูกว่าเขากำลังจะยิ้มหรือว่าตีหน้านิ่งกันแน่ แต่มันทำให้เขาดูมีเสน่ห์ในสายตาเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

ลูซิเฟอร์รู้สึกได้ว่าถูกลอบมอง เขาอยากจะหันไปมองเธอตอบ แต่รู้ตัวดีว่าเขาต้องขาดการควบคุมแน่ๆ หากจัสติน่าหันมาส่งยิ้มให้เขาเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง และความพยายามที่จะไม่ดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มที่อดกลั้นมาตลอดเวลาก็จะสูญเปล่า มีอะไรบางอย่างในตัวเธอทำให้ความปรารถนาของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะห้ามใจ ความอบอุ่นผ่านนิ้วมือเรียวเล็กของเธอส่งไปถึงหัวใจ ความต้องการอยากอยู่ใกล้เธอ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนเป็นคนละโมบโลภมาก จนอยากจะตีตัวออกห่างจากเธอภายในระยะเวลาเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

เดินไปได้สักพัก ลูซิเฟอร์และจัสติน่าก็เลี้ยวลงสู่ถนนสแตรนด์ (Strand) พวกเขารอสัญญาณไฟเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง จัสติน่าชวนชายหนุ่มหลบความวุ่นวายของผู้คนในลอนดอนด้วยการเลือกเส้นทางที่เงียบกว่า โดยใช้ถนนซาวอย (Savoy Street) เส้นทางอันแสนสงบ ที่มีสายลมอ่อนๆ จากแม่น้ำเทมส์พัดมากระทบหน้าเพิ่มความสดชื่นระหว่างเดินอยู่บนนั้น แม้ว่าสองข้างกายของทั้งสองจะถูกห้อมล้อมด้วยตึกสูงก็ตาม และดูเหมือนว่า พวกเขาจะครอบครองความเงียบอันแสนยาวนานโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้รู้สึกอึดอัดต่อการมีตัวตนของกันและกันเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งการเดินอย่างไร้ซึ่งจุดหมายนำพาพวกเขามายังที่แห่งหนึ่ง

สงสัยวันนี้จะเป็นวันตะลุยสวนทั่วลอนดอน”

ผมไม่รู้ตัวว่าพาคุณมาที่นี่ได้ยังไง”

ดูเหมือนเราจะไม่รู้ตัวด้วยกันทั้งคู่ แต่ฉันผิดเองที่พาคุณเดินลงมาถนนเส้นนี้ เพราะสวนนี่ดันอยู่สุดถนนพอดี และพวกเราต่างใจลอยกันไปหน่อย”

ใช่ เราใจลอยไปหน่อย” ลูซิเฟอร์ทอดมองหญิงสาวที่กำลังหันซ้ายหันขวา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “เราจะข้ามถนนไปริมฝั่งแม่น้ำเทมส์กันดีไหม”

นั่นเป็นความคิดที่ดี แต่เราเดินสวนกันก่อนก็ได้ค่ะ...” ...จะได้มีอะไรเบี่ยงเบนความสนใจของเธอไปจากเขาบ้างเล็กน้อย เพื่อลดความรู้สึกประหลาดที่ปั่นป่วนอยู่ในท้องของเธอลงบ้าง เธอหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

หากเราเดินตัดไปจนถึงปลายสวนของอีกด้าน เราสามารถใช้สะพานข้างสถานีรถไฟใต้ดินเอ็มแบงค์เมนต์ข้ามแม่น้ำเทมส์ไปอีกฝั่งได้” รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของลูซิเฟอร์ เมื่อเขารู้สึกได้ถึงแววตาที่จับต้องมาที่เขา ริมฝีปากของหญิงสาวเผยอขึ้นเล็กน้อย เชิญชวน และยั่วยวนในรูปแบบที่เจ้าตัวคงไม่ได้ตั้งใจ เขามั่นใจว่าจัสติน่ากำลังมองเขาด้วยท่าทางเคลิ้มฝัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตเขาที่ถูกใครมองอย่างเคลิ้มฝัน เพียงแค่ว่า...เขาไม่เคยเห็นดวงตาของผู้หญิงคนไหนจะดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเท่าดวงตาคู่สีน้ำตาลของเธอ เปรียบเสมือนลูกกวางที่ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภัยอันตรายสำหรับเธอ มือของเขารวบตัวเธอเข้ามาใกล้ ลวงล่อเธอออกนอกเส้นทาง จนกระทั่งพวกเขาค้นพบตัวเองอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ในเวลาต่อมา พวกเขาสะดุ้งและสบตากัน เธอดูตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ทว่ามือเล็กกลับเลื่อนขึ้นมาวางไว้บนอกของเขาในเวลาต่อมา  ค่อยเลื่อนขึ้นมาตามท้ายทอยตอนที่เขาดันร่างเธอเข้ามาชิดใกล้กว่าเดิม

ลูซิเฟอร์” เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นขณะเอ่ยชื่อเขา ลำคอของเธอที่เขากำลังสัมผัสมันด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มเสียจนเขาไม่กล้าที่จะออกแรงกดลงบนนั้น ทำได้แค่ใช้ปลายลิ้นลิ้มลองความหอมหวานจากเรือนผิว ใบหน้าของเขาเลื่อนต่ำลงมา ไปตามเส้นทางที่ถูกชักนำด้วยนิ้วมือเรียวสวยที่ค่อยๆ ปลดกระดุมชุดของตัวเองออกอย่างไม่รีบร้อน มันทำให้เขาเกือบคลั่ง จนกระทั่งประโยคหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “ฉันต้องการคุณ”

ลูซิเฟอร์ยิ้มกับเนินอกของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงจูบมันเบาๆ อีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้น เผชิญหน้ากับดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่ดูเหมือนกำลังตื่นตระหนก แม้กระทั่งรอยยิ้มที่อ่อนโยนของเขาในตอนนี้ก็คงทำให้เธอตกใจเพราะความเจ้าเล่ห์ที่ไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้ จัสติน่าส่ายหน้ารัวสองสามทีก่อนจะรีบโพล่งออกมา

ฉันหมายถึง ฉันต้องการ...รู้จักคุณ”

รู้จักผมหรือ” เขาค่อยๆ ติดกระดุมเสื้อให้หญิงสาว “ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งอันตรายสำหรับคุณ”

คุณเปล่าสักหน่อย” เธอหัวเราะออกมา นึกไม่ออกเลยว่าเขาจะอันตรายสำหรับเธอได้ยังไง จัสติน่าเข้าใจความต้องการของผู้ชายได้ดี ทว่าการค้นพบความต้องการของตัวเธอเองในวันนี้ทำให้เธอตกใจเล็กน้อย การเอ่ยออกไปว่า 'เธอต้องการรู้จักเขา' นั้นเหมือนคำพูดบังหน้า แต่ก็ใช่ว่านั่นจะไม่เป็นความจริงเสียทีเดียว ขณะที่เธอสบตาเขาอย่างเขินอาย วินาทีต่อมา แววตาของลูซิเฟอร์ก็เปลี่ยนไปในรูปแบบที่เธอแยกไม่ออกว่ามันคือความรู้สึกไม่สบายใจ หรือว่าเศร้าหมองกันแน่

ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน คุณต้องการรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผม”

อาหารโปรดของคุณ หรือแม้แต่สีเสื้อผ้าที่คุณชอบ” การถามผู้ชายเกี่ยวกับสีเสื้อผ้าที่ชอบติดจะออกนอกเส้นทางไปนิด แต่นั่นก็จุดประกายรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มได้อีกครั้ง “คำถามฉันไม่เข้าท่าเลยใช่ไหมคะ มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่สนใจเกี่ยวกับสีสันของเสื้อผ้า”

ผมชอบเสื้อเชิ้ตสีอ่อน” เขายิ้ม เลื่อนมือลงไปกุมมือเธอเอาไว้ โน้มหน้าต่ำลงมาเล็กน้อย “ให้โอกาสผมพาคุณออกไปจากที่นี่ก่อนได้ไหม”

ได้ค่ะ” จัสติน่ายิ้มก่อนเลิกคิ้วสูง “สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเทารึเปล่าคะ”

สีฟ้า สีเหลือง สีชมพู”

คุณล้อฉันเล่นใช่ไหม”

คุณกำลังคิดว่าผมเหมือนเกย์ใช่ไหม”

เปล่าค่ะ” จัสติน่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “คุณพิสูจน์ให้ฉันรู้แล้วว่าคุณไม่ใช่เกย์”

นั่นอาจจะเป็นการแสดงเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผมก็ได้”

ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้พยายามปกปิด” เธอเกือบจะยื่นมือมาหาเขาแต่ต้องชักกลับเมื่อเห็นว่าแววตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มนั้นกำลังจับจ้องอยู่ที่เธอ “คุณไม่ใส่เสื้อผ้าที่ตัวเองชอบเลย ฉันเลยคิดว่าคุณล้อเล่นเท่านั้นเอง”

เอาไว้คราวหน้าผมจะใส่ก็แล้วกัน” รอยยิ้มที่ติดจะเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้หญิงสาววางตัวไม่ถูก พวกเขาออกมาอยู่ในที่โล่งในที่สุด “ผมหวังว่าตอนนี้ คุณคงปลอดภัยจากผมแล้ว”

ฉันอาจจะต้องการในสิ่งที่ตรงกันข้ามก็ได้” เธอเอ่ยก่อนรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น จากนั้นพวกเขาจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ และไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองเท่าไรนัก ว่ามันมีอะไรน่าขำในบทสนทนาของพวกเขา

ผมเป็นลูกครึ่งแอฟริกาใต้” ลูซิเฟอร์มองเห็นว่าเขาควรเบี่ยงเบนความสนใจของตนออกจากความต้องการในตัวเธอให้มากที่สุด “แม่ผมเป็นชาวแอฟริกาใต้ ส่วนพ่อผมเป็นคนอังกฤษ”

รอยยิ้มของจัสติน่าเลือนหายไปโดยทันที เมื่อเธอมองเห็นว่าแววตาของชายหนุ่มไม่ได้ยิ้มให้เธออยู่ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ก็ตาม มีอะไรบางอย่างหยุดความตื่นเต้นดีใจของเธอที่มีต่อการได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวลูซิเฟอร์เอาไว้

ฉันเป็นคนอังกฤษแท้” เธอกัดฟันยิ้มให้สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเอามือคล้องแขนชายหนุ่มแล้วพาดหัวกับไหล่ของเขาขณะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน สายตาจ้องมองไปยังโต๊ะปิงปองที่ตั้งอยู่ริมสวนสาธารณะโดยอยู่ไม่ห่างจากสระน้ำเล็กๆ ที่มีเด็กชายภัยประถมสองคนกำลังตีปิงปองกันอย่างสนุกสนาน รับรู้ได้ถึงสัมผัสจากริมฝีปากที่ประทับลงบนศีรษะของเธอแผ่วเบา

ผมย้ายมาอยู่อังกฤษเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง”

กี่ปีแล้วคะ”

ประมาณเกือบสี่ปีแล้วครับ”

คุณทำหน้าที่บาทหลวงควบคู่กับงานที่ทำประจำอยู่ตั้งแต่ย้ายมาเลยหรือคะ”

ครับ”

คุณชอบอาชีพบาทหลวงไหม”

ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเป็นพิเศษ”

อันที่จริง ฉันทำอะไรก็ได้ แต่ฉันชอบร้านดอกไม้มากกว่า”

มันเข้ากับคุณมาก” แววตาของเขาทอประกายในรูปแบบที่หลอมละลายหัวใจหญิงสาวได้อีกครั้ง จัสติน่าไม่อาจหุบยิ้มได้เลย ทว่าส่วนหนึ่งเธอรู้สึกโล่งใจที่ไม่เห็นแววโศกเศร้าในดวงตาของเขาอีกแล้ว

ไม่ใช่เพราะเธอต้านทานมันไม่ได้ หากแต่เธอปรารถนาให้ผู้ชายคนนี้มีความสุข เธอต้องการ...อย่างแรงกล้า ว่าจะสามารถทำให้เขามีความสุขได้ โดยไม่รู้สาเหตุ โดยไม่รู้เลยว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความเป็นมาของความโศกเศร้านั้นรึเปล่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #17 COLIN FOX (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 15:56
    อ่านแล้วแทบละลาย คุณกันได้ชวนเขินจัง

    จัสติน่าไม่รอดแน่นอน 5555
    #17
    0
  2. วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 02:00
    หวานกันจัง แต่ทำไมรู้สึกไม่ไว้ใจลูซิเฟอร์ กลัวนางทำเรื่อง และก็คงทำจริง ตอนที่ไปหาลุง จะเล่าแล้วแต่ยังไม่ได้เล่า 555 ลุงจะได้โผล่มาแย่งซีนบ้างไหมเนี่ย คิดถึงจัง
    #16
    0