Lucifer หนึ่งรักจุมพิตร้อน

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 หนุ่มนักรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ม.ค. 62



 บทที่ 4 หนุ่มนักรัก

จัสติน่าปิดร้านก่อนเวลาปรกติในวันศุกร์ เมื่อเธอบอกลากับโรแวน เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาเริ่มฝึกงานในฐานะผู้ช่วยจัดร้านดอกไม้แล้ว เธอก็เริ่มรู้สึกว่าความคิดหนึ่งช่างไม่ดีสำหรับเธอเอาเสียเลย  ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจปิดร้านเร็ว หรือแม้แต่การรับเด็กหนุ่มเข้ามาทำงานให้เธอ หากแต่เป็นเรื่องการนัดหมายเพื่อเจอกันอีกครั้งกับลูซิเฟอร์ในวันศุกร์ อันไม่ถูกกำหนดเวลาตายตัวอย่างชัดเจนต่างหากที่กำลังทำให้จัสติน่ารู้สึกปั่นป่วน เธอกับเขาได้ตกลงกันว่าจะไม่ติดต่อกันเลยตลอดระยะเวลาที่เหลือก่อนวันศุกร์จะมาถึง หากแต่กำหนดไปว่า เวลาใดก็ตามหลังจากที่ลูซิเฟอร์อ่านหนังสือจบ และสะดวกที่จะมาหาเธอ พวกเขาหยอกล้อกันเอาไว้ว่าบางทีลูซิเฟอร์อาจจะโผล่มาในเวลาเที่ยงคืนซึ่งจะนับเป็นวันเสาร์ไปแล้วก็ได้ เพราะเขาอาจไม่สามารถอ่านหนังสือให้จบได้ทันภายในวันศุกร์เสียทีเดียว แน่นอนว่าจัสติน่าอนุโลมและพร้อมที่จะเจอกับเขาทุกเวลา หากแต่การรอคอยจนกว่าจะถึงเที่ยงคืนนั้นดูเหมือนจะยาวนานเกินไปแล้วสำหรับเธอ เพราะเธอเริ่มต้นนับชั่วโมงและนาทีตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วรับรู้ว่าวันนี้เป็นวันที่เธอจะได้พบกับเขาอีกครั้ง

หญิงสาวยืนกอดอกทอดมองเด็กหนุ่มข้ามถนนแล้วเดินหายไปจากสายตาของเธอก่อนกวาดตามองไปยังสภาพแวดล้อมรอบด้านอย่างคาดหวังว่าจะได้เห็นร่างของลูซิเฟอร์โผล่มา หากแต่การยืนรอผ่านพ้นไปอย่างสิ้นหวัง ซึ่งทำให้เธอต้องเดินกลับมายืนกอดอกมองดูเก้าอี้ไม้สลักที่เบาะนั่งซึ่งทำจากหวายสานอยู่ในสภาพกำลังจะหลุดออกจากโครงอยู่รอมร่อ ส่วนพนักพิงนั้นก็มีทีท่าเหมือนจะผุพังด้วยเช่นกัน จัสติน่าครุ่นคิด เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของเธอจากการรอคอยเขาได้ เธอนึกรู้สึกขอบคุณพี่ชายของเธอขึ้นมาทันทีที่เขาได้แสวงหาเก้าอี้ไม้สลักเก่าๆ นี้มาให้เธอ

จัสติน่าเดินย้อนเข้าไปในห้องเก็บกระถางดอกไม้และอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมสิ่งของจิปาถะ กลับออกมาพร้อมกับสิ่งของที่เธอคาดเดาว่ามันน่าจะช่วยยืดชีวิตเก้าอี้ไม้ดังกล่าวนั้นได้อีกสักระยะ ไม่ใช่สำหรับนั่งหรือใช้สอยในรูปแบบปรกติทั่วไปที่มันพึงจะทำ แต่เพื่อการอื่น เจสันพี่ชายของเธอเองก็คงตระหนักถึงข้อนั้นได้ดีแต่แรกแล้วเขาจึงนำมันมาให้เธอ ระหว่างที่ความสนใจทั้งหมดของเธอถูกเก้าอี้สุดโทรมดึงไปจนหมด หญิงสาวไม่ได้รับรู้เลยว่าเบื้องหน้าประตูร้านนั้นมีชายร่างสูงกำลังยืนจ้องอยู่

ลูซิเฟอร์ยืนอ่านคำว่า 'ปิด' ที่ถูกแขวนจากด้านในประตูกระจกร้านดอกไม้ด้วยท่าทางสงบ มองผ่านมันเข้าไปด้านใน พุ่งความสนใจไปยังร่างบางที่ขยับเคลื่อนไหวโดยหันหลังให้เขา ชายหนุ่มมองเธอยืนกอดอก ในวงแขนเรียวสวยของเธอมีห่วงอะไรสักอย่างคล้องอยู่ จากนั้นแขนของเธอก็ถูกกางออก หญิงสาวหมุนตัวหันข้างเพื่อยกแขนขึ้นเล็กน้อยเข้าหาดวงไฟ ลูซิเฟอร์มองเห็นสีหน้าครุ่นคิดของหญิงสาวจากด้านข้าง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ขาของเขาพาร่างของตนปีนขึ้นไปตามขั้นบันได มือของเขาผลักบานประตูให้เปิดออกโดยพลการ โดยไม่ได้รับรู้ล่วงหน้าเลยว่ามันไม่ได้ล็อก

ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้ร้านปิดเร็วกว่าปรกติค่ะ” เสียงหวานเอ่ยโดยไม่ได้เร่งรีบที่จะหันมาปราม สมองของเธอกำลังวุ่นวายอยู่กับความคิดของตนเองมากเกินไป

ผมเห็นป้ายแล้วครับ แต่ผมเป็นลูกค้าที่ดื้อดึงและดันทุรังคนหนึ่ง”

คุณเป็นลูกค้าที่ดันทุรังจริงๆ ด้วย” หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าเขาเร็วไว รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ดวงตาสองคู่ที่จับจ้องมองกันดูหวานเยิ้มไปโดยปริยาย เพียงแค่พวกเขาต่างไม่รับรู้มันเท่านั้น “ร้านฉันมีบริการเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่ดันทุรัง คุณจะรับอะไรดีคะ ชาร้อน กาแฟ หรือว่าน้ำผลไม้”

คุณใจดีกับลูกค้าจอมดื้อดึงดันทุรังแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”

ฉันยังไม่แน่ใจค่ะ เพราะยังไม่เคยมีลูกค้าคนไหนดื้อดึงพอที่จะตัดสินใจเดินเข้ามาในร้านของฉันหลังจากอ่านป้ายคำว่า 'ปิด' ที่แปะอยู่บานประตูเลยสักคนเดียว คุณเป็นคนแรก”

ผมขอชารอยบอสเหมือนเคยครับ”

ผสมชาอังกฤษด้วยไหมคะ” เธอยิ้มกริ่มเป็นเชิงแซว ลูซิเฟอร์ไม่ตอบ เพลิดเพลินกับการดื่มด่ำความซุกซนในดวงตาของหญิงสาว ท่าทางของเขาถึงกับสะกดเธอให้ยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่พูดอะไรอีกต่อไป พวกเขาจมดิ่งอยู่ในความเงียบ รอยยิ้มแสนซนแปลงเปลี่ยนกลายเป็นไร้เดียงสา ขณะที่ดวงตาของเธอเบิกโตใคร่อยากรู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไร ลูซิเฟอร์ได้ยินเสียงลมหายใจของตนเองขณะจ้องมองไปยังริมฝีปากของเธอ ได้ยินแม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจของตนเอง เขาอยากขยับเข้าใกล้เธอแต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรฉุดเขาเอาไว้ให้ยืนห่างเธอขนาดนี้

ก็ได้ครับ”

คุณตอบเพื่อเอาใจฉันรึเปล่า คุณไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้นะคะหากไม่ได้ต้องการจริงๆ”

ผมต้องการ...” คุณจริงๆ ความคิดอีกครึ่งหนึ่งถูกเคี้ยวจนละเอียดก่อนที่เขาจะกลืนมันลงคอไปอย่างไม่ค่อยจะรู้สึกเต็มใจเท่าไรนัก

เดี๋ยวฉันมานะคะ”

ครับ” ลูซิเฟอร์ทอดมองดูร่างบางเดินหายไป จากนั้นสายตาของเขาก็กวาดมองไปรอบๆ การตกแต่งร้านของจัสติน่าเปลี่ยนแปลงไปมากเลยนับจากวันที่พวกเขาเจอกันครั้งแรก ภายในตัวร้านเหมือนถูกแทรกแซงด้วยตู้และชั้นไม้ติดผนังที่ถูกทาเป็นสีน้ำตาลเทาโดยมีสีขาวปาดป้ายสร้างจุดด่างดำเพิ่มความคล้ายคลึงรอยขีดข่วนที่แสดงถึงความเก่าแก่แม้ตามหลักความเป็นจริงแล้วมันจะไม่ใช่ก็ตาม เหล่าบรรดากระถางต้นไม้ที่ใบของมันเคยตั้งอยู่อย่างเกะกะเก้งก้างถูกย้ายไปจากพื้นที่นี้แล้ว ภายในตัวร้านดูโล่งมากขึ้นกว่าเดิมหากแต่ยังถูกเติมเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก โดยที่ระหว่างพวกมันมีโหลแก้วทรงกลมที่ทำให้เขานึกถึงขวดแยมจำนวนหลายขวดซึ่งถูกตั้งกระจัดกระจายกันไปมีแสงไฟสีเหลืองจากสาดส่องสร้างความบรรยากาศให้กับตัวร้านให้รู้สึกอบอุ่นไปอีกรูปแบบหนึ่ง

หากคุณไม่รังเกียจที่จะรับของหวานระหว่างดื่มชา ได้โปรดช่วยจัดการด้วยนะคะ”

ลูซิเฟอร์ตวัดสายตากลับมาเพ่งความสนใจไปยังมือเรียวสวยของหญิงสาวที่วางถาดชาไว้บนเคาน์เตอร์ มองดูถ้วยชาเปล่าแล้วเหลือบไปเห็นถ้วยชาทรงหนาไร้ลวดลายอีกสองสามถ้วยวางอยู่ใกล้ๆ ภายในนั้นไม่ได้ว่างเปล่าหากแต่บรรจุบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ เขาจ้องมองมันแล้วนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองหญิงสาว สิ่งที่อยู่ในถ้วยนั้นคือชารอยบอสเครมบรูเล่

คุณทำเองหรือครับ”

ค่ะ เป็นการทดลองครั้งแรกของฉัน หวังว่าจะใช้ได้นะ หากคุณไม่อยากกิน ไม่ต้องฝืนก็ได้นะคะ”

ผมคงต้องฝืนว่าจะกินยังไงให้ยังหลงเหลือไว้ให้คุณบ้างเสียมากกว่า”

ฉันทำเยอะค่ะ ยังมีเหลืออีกเพียบเลย แม้กระทั่งการแจกจ่ายแบ่งไปบ้างแล้วก็ยังช่วยไม่ได้เลยค่ะ”

ทำไมคุณถึงทำเยอะขนาดนั้นล่ะครับ”

ฉันไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไร” เพราะคิดถึงคุณ... “เลยเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยการลองทำขนมดู”

ดูเหมือนความไม่อยู่กับร่องกับรอยของคุณจะส่งผลกระทบไปในทางที่ดีมาก”

ยังไงคะ”

ชารอยบอสเครมบรูเล่ที่คุณทำ อร่อยมากครับ”

คุณไม่เหมือนคนปากหวานเลยนะคะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง รู้สึกเหมือนเด็กเล็กที่ได้รับคำชมเชยจากการทำความดีอะไรสักอย่าง ทั้งที่ตามปรกติแล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอบ่อยครั้งนัก ในครอบครัวของจัสติน่าชื่นชมความสามารถของกันและกันจนกลายเป็นเรื่องปรกติธรรมดาไปแล้ว ทำให้ความตื่นเต้นดีใจหายไปจากการดำเนินชีวิตร่วมกันในที่สุด มีเพียงความพึงพอใจและความอบอุ่นเอาไว้เสียมากกว่า ทว่าคำชมของลูซิเฟอร์ กลับทำหน้าที่ต่อความรู้สึกในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง

แล้วผมเป็นอย่างนั้นหรือ” มุมปากของชายหนุ่มขยับยิ้ม ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขณะจ้องเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อยก่อนจะสามารถพูดอะไรต่อไปได้

ตอนนี้คุณเป็นแบบนั้นอยู่”

ลูซิเฟอร์เปิดโอกาสให้จัสติน่าได้หายใจคล่องขึ้นด้วยการละสายตาไปจากเธออย่างจำใจ เขายิ้มให้กับถ้วยชา และจังหวะที่เขาเม้มริมฝีปากราวกับจะเก็บน้ำชาหยดสุดท้ายที่ตกค้างอยู่บนนั้น หญิงสาวอดจินตนาการไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไรหากเขามีความคิดที่จะจูบเธอด้วยริมฝีปากของเขา และนั่น...ก็ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว จนหยิบจับอะไรแทบไม่ถูกเสียเอง

ให้ผมช่วยนะ” ลูซิเฟอร์ยื่นมือไปรับขดลวด “คุณจะซ่อมแซมมันใช่ไหม”

ค่ะ ฉันต้องการใช้ลวดยึดส่วนที่เป็นที่นั่งไว้กับโครงเก้าอี้”

ดูจากสภาพแล้ว จะทำให้ใช้การได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่ลวดคงไม่พอ คุณจะใช้มันตกแต่งร้านหรือครับ”

จัสติน่าพยักหน้าเป็นคำตอบ ไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจเอาไว้ได้ ลูซิเฟอร์มองเธอด้วยสีหน้าจริงจังขณะพูด หากแต่ยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะยึดเก้าอี้ตัวดังกล่าวเอาไว้ในมือของเขาเอง จากนั้นเขาก็ย่อตัวลงเพื่อสำรวจสภาพเก้าอี้ตัวดังกล่าวอย่างละเอียด โดยที่หญิงสาวกำลังยืนสำรวจเขา จัสติน่ามองดูขาที่ติดจะยาวของเขาอย่างเคลิ้มฝัน ไหล่ของเขากว้าง ผมสีน้ำตาลที่ยาวละต้นคอทำให้เขาดูเซ็กซี่มากในสายตาเธอ ดวงตาของเขาที่หรี่มองสิ่งของที่อยู่เบื้องหน้าฉายแววขรึมดึงดูดใจ จัสติน่าอยากจะรู้สึกว่าลูซิเฟอร์ไม่ได้ดูดีหรือพิเศษไปกว่าชายหนุ่มคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ แต่เธอห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จนเธอต้องกัดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ราวกับจะปลุกตนให้ตื่นจากฝัน หากแต่ดวงตาของเธอดันปิดสนิทเพื่อที่จะไม่ต้องเห็นภาพความงดงามของชายหนุ่มสักระยะเพียงเท่านั้น เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าจากที่รอคอยเขามาทั้งวันจะทำส่งผลกระทบกับเธอได้ขนาดนี้

ขณะที่จัสติน่าพยายามสงบจิตใจ ลูซิเฟอร์เงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าทางที่ดูเหมือนกำลังทรมานตัวเองของหญิงสายแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขากลั้นเสียงแห่งความขบขันเอาไว้ในลำคอ เพื่อมองดูว่าหญิงสาวจะตีสีหน้าแบบนั้นไปอีกนานเท่าไร อย่างไม่ค่อยแน่ใจนักว่าท่าทางการซ่อมแซมเก้าอี้ของเขานั้นเป็นสาเหตุทำให้เธอทนมองไม่ได้รึเปล่า หากแต่ท่าทางของเธอนั้นกำลังทำให้เขาอดกลั้นความรู้สึกความต้องการที่อยู่ภายในต่อไปแทบจะไม่ไหว มันเป็นเรื่องยาก ที่จะต้องทนยืนมองดูเธออยู่เฉยๆ จากจุดที่เขาอยู่ ในเมื่อเธออยู่ห่างจากเขาไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าว

คุณกลัวผมซ่อมแซมเก้าอี้คุณได้ไม่ดีพอหรือครับ” เขาปัดฝุ่นออกจากฝ่ามือ โดยหวังว่ามันจะปัดความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องการกระทำกับเธอออกไปจากหัวของเขาได้ด้วย ทว่าตอนที่จัสติน่าสะดุ้งลืมตาขึ้นมามองดูเขา ลูซิเฟอร์ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้ผล

เปล่าค่ะ ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ เพียงแต่...” เธอไม่อาจเก็บซ่อนท่าทางของตนเองที่กวาดตามองดูเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปครู่หนึ่งแล้วตวัดสายตากลับมามองดูเขา หัวใจเธอเต้นรัว “...ฉันรู้สึกเหมือนขาดน้ำ”

ผมก็เหมือนกัน”

ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันแล้วนิ่งไปพักใหญ่ พวกเขาสองคนต่างรู้ดีว่าตนไม่ได้ขาดน้ำ เพราะเพิ่งจะดื่มชาไป และพวกเขาสามารถเติมมันได้ พวกเขาสบตากันและรู้สึกได้ว่าต่างฝ่ายต่างกำลังโกหกตัวเอง ทั้งสองอยากให้สายตาของตนอยู่ตรงนั้น แต่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ ลูซิเฟอร์มองเห็นว่าริมฝีปากของจัสติน่าเผยอขึ้นตอนที่เธอพยายามที่จะสูดหายใจเข้าให้เต็มปอด

ลูซิเฟอร์” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันกำลังสงสัยว่า”

จัสติน่า” ลูซิเฟอร์ก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอในเวลาต่อมา “คุณกำลังสงสัยอะไร”

ฉันกำลังสงสัยว่าคุณ...”

ผมจูบคุณได้ไหม”

ใช่”

ใช่ ที่หมายความว่า ได้”

ใช่ นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังสงสัย คุณจูบฉันได้ไหม”

หากผมจะไม่โดนตบ”

ไม่” เธอเบิกตากว้าง ก่อนจะกะพริบตาถี่รัว พวกเขามัวแต่โต้ตอบกันไปมาอย่างไม่ได้จับใจความจากสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามจะสื่อ หลังจากที่ความร้อนวูบบนใบหน้าของหญิงสาวเริ่มลดอุณหภูมิลงบ้างแล้ว เธอก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างหนืดคอ “คุณจะไม่โดนตบอย่างแน่นอน”

ลูซิเฟอร์ยิ้มขณะใช้มือปัดกางเกงของตัวเองอย่างไม่สนใจไยดีว่ามันจะเปื้อนหรือไม่ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว วางมือลงบนแผ่นหลังของเธอแม้ว่าเขาอยากจะประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้แค่ไหนก็ตาม เขาไม่ทำเพราะมือของเขาสกปรก หญิงสาวบิดเกร็งเบียดตัวเข้าหาชายหนุ่ม วางมือเธอเอาไว้บนหัวไหล่กว้าง ก่อนจะเอื้อมไปคล้องคอของเขาเอาไว้ เมื่อเขาโน้มหน้าต่ำลงมา เธอก็แทบอดใจไม่ไหวจนกลายเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาเขาเสียเอง หากแต่เธอหยุดลงเมื่อรู้ตัวว่าตนทำอะไรลงไป เธอรู้สึกได้ว่าเขายิ้มทั้งที่ริมฝีปากเธอประกบกับเขาอยู่ จากนั้นรอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นเชิญชวนเธอแทน

จัสติน่าหลับตาลงปล่อยให้จิตวิญญาณของเธอล่องลอยไปตอนที่ลูซิเฟอร์จูบริมฝีปากล่างของเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนที่เขาจะเลื่อนขึ้นไปด้านบน เสียงลมหายใจที่ถี่รัวของเธอกำลังรุกเร้าจนกระทั่งเขาเองแทบทนไม่ไหว หากเพียงว่าเขายังคงความสงบเอาไว้ได้แม้กระทั่งเวลาที่ลิ้นของเขาตวัดเข้าไปในปากของเธอ ก่อนที่มันจะแสดงอำนาจออกมาในรูปแบบที่แทบทำให้จัสติน่าเองรู้สึกเข่าอ่อน จนลูซิเฟอร์ต้องประคองร่างเธอเอาไว้ในอ้อมแขนของเขาแทน

เป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบกับหน้าผากของหญิงสาวเมื่อผละออกมาได้สักระยะแล้ว

มันวิเศษไปเลยค่ะ” เธอซุกหน้ากับอกของเขาในเวลาต่อมา

เก้าอี้ที่ผมซ่อมน่ะหรือ”

จูบของคุณ วิเศษมาก” เธอได้ยินเสียงหัวเราะอยู่เหนือหัว มือของเธอเลื่อนมาเกาะเสื้อของเขาเอาไว้นานแล้ว

บอกผมสิว่านี่ไม่ใช่จูบแรกของคุณน่ะ”

ไม่ค่ะ นี่ไม่ใช่จูบแรกของฉัน” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มจางหายไปจากริมฝีปาก หากแต่แววตาของลูซิเฟอร์ยังทอประกายขบขันในรูปแบบที่จัสติน่าอ่านไม่ออก ส่วนตัวลูซิเฟอร์เองไม่กล้าที่จะถามต่อไปว่าเขาทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ ที่เคยจูบเธอมารึเปล่า

คุณทำให้ผมอยากจูบคุณอีกครั้ง รู้ตัวบ้างไหม” เสียงของเขาทุ้มต่ำแผ่วเบา เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าที่กำลังขึ้นสีของหญิงสาว

ฉันก็หวังว่าฉันจะรู้ แต่คุณต้องการจูบฉันอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นหรือคะ”

อาจจะมากกว่านั้น” เขาไม่รีรอ ตอบสนองความต้องการทั้งเขาและเธออีกรอบสอง ผละตัวออกเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ ก่อนจะทำแบบเดิมซ้ำๆ อีกหลายๆ รอบ มีร่างบางอ่อนระทวยในอ้อมแขน เขาอยากทำมากกว่านั้น หากต้องพยายามตัดใจจากมันดื่มด่ำรสชาติริมฝีปากของเธอต่างหน้าแทน จนกระทั่งเขาพึงพอใจ “ผมควรปล่อยคุณ”

หากคุณปล่อยตัวฉันตอนนี้ ฉันอาจต้องค้นพบตัวเองกองอยู่บนพื้น”

แค่ริมฝีปากของคุณเท่านั้นที่ผมอยากปล่อยเป็นอิสระ” ลูซิเฟอร์ขำ มองดูริมฝีปากที่เริ่มบวมเป่งเล็กน้อยของจัสติน่าด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจว่าเขาควรรู้สึกผิดดีไหม เพราะเขาไม่รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ตนทำลงไป “เราควรจะคุยกัน”

ใช่ค่ะ เราควรจะคุยกัน”

เรื่องหนังสือ”

นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้เหมือนกัน” เธอคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น นอกจากต้องการสูดกลิ่นกายของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วันนี้ลูซิเฟอร์ไม่ได้ใช้น้ำหอม แต่มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ดึงดูดเธออย่างยากจะควบคุม เธอไม่ได้อยากผละตัวออกห่างจากอ้อมแขนเขา ทว่าเมื่อเรียกสติกลับมาได้แล้ว เธอก็ตระหนักว่าที่นี่จะไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมสำหรับพูดคุยกัน “เชิญ ตามฉันมาที่ห้องนั่งเล่นก่อนไหมคะ”

คุณจะไม่ทำอะไรกับเจ้านี่ต่อแล้วหรือครับ” ลูซิเฟอร์โยกหัวไปทางเก้าอี้

มันอยู่ในสภาพดีพอที่ฉันจะทิ้งมันไว้สักพักค่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะยืนไหว” เธอหน้าแดงขณะกล่าว รีบเดินนำหน้าลูซิเฟอร์ไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรต่อไป โดยที่ลูซิเฟอร์เองไม่ได้พยายามจะคิดหาคำพูดมาขัดความต้องการของเธอ เขาเดินตามจัสติน่าไปอย่างว่าง่าย แล้วคนพบว่าห้องนั่งเล่นของเธออยู่ถัดจากตัวร้านไปเท่านั้น ที่นั่นมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับโต๊ะหนึ่งตัวที่มีโซฟาเดี่ยวสองสามตัวห้อมล้อมอยู่ ที่มุมหนึ่งของห้องมีชั้นติดผนังที่วางหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้พันธุ์ไม้จำนวนหนึ่งอยู่เต็มไปหมด และมีโต๊ะทำงานขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย โคมไฟเก่าแก่กำลังส่องแสงเรืองรองอยู่บริเวณหัวมุม “บางครั้งฉันก็นั่งอ่านหนังสือที่นั่น แต่ส่วนใหญ่แล้วฉันชอบมานั่งเล่นอยู่บนโซฟามากกว่า” เธออธิบายเมื่อเห็นสายตาของลูซิเฟอร์กวาดมองไปที่นั่น

คุณใช้เวลาอ่านหนังสือที่นี่”

แท้จริงแล้ว ฉันใช้เวลาอ่านหนังสือในทุกส่วนของบ้านค่ะ”

คุณพักอยู่ที่นี่หรือครับ”

ค่ะ มันเคยเป็นแค่ร้านดอกไม้เท่านั้น แต่ฉันชอบที่นี่มาก ฉันจึงเรียกมันว่าบ้าน”

การได้รับรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ทำให้ผมเกิดความคิดอยากกลับมาฉุดคุณขึ้นมา” รอยยิ้มของลูซิเฟอร์ติดจะเจ้าเล่ห์อยู่สักนิดตอนที่เขาพึมพำออกมา

คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกค่ะ” จัสติน่าอดกลั้นหัวเราะไม่ได้กับความคาดการไม่ถึงเกี่ยวกับปฏิกิริยาโต้ตอบของเขา แววตาที่ติดจะอ่อนหวานเป็นธรรมชาติของเธอเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน “ฉันอาจง่ายกว่าที่คุณคิด”

เป็นเรื่องดีสำหรับผมสินะ”

ฉันหวังว่ามันจะเป็นเรื่องดีสำหรับฉันด้วยเหมือนกัน” พวกเขามองตากันแทบไม่กะพริบ ราวกับจะหลอมละลายกันและกันด้วยแววตาที่ทอประกายอบอุ่นของแต่ละฝ่าย

คุณคิดยังไงกับหนังสือที่คุณอ่านครับ”

มีบางส่วนที่ฉันชอบมาก และบางส่วนที่สร้างความหงุดหงิดให้ฉันเหมือนกัน”

อาทิเช่น”

ตอนเริ่มเรื่อง ก่อนที่จะนำพาพวกเขาไปทำความรู้จักกันมากขึ้น สถานการณ์ที่ทำให้พวกเขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันทำให้ฉัน...” เธอสบตาลูซิเฟอร์ที่ดูเหมือนจะส่องแสงเรืองรองราวกับประกายดาวในคืนเดือนมืดและท้องฟ้าโปร่งใสพอที่จะมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน “ใจเต้นแรง”

คุณลุ้นไปกับพวกเขา” ลูซิเฟอร์เลิกคิ้วสูงและยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่จัสติน่าปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอเข่าอ่อน

ฉันหวั่นไหว” เธอกัดริมฝีปากล่างขณะจินตนาการถึงสิ่งที่เธอพอจะจดจำได้เกี่ยวกับหนังสือที่อ่านไป มันเป็นนิยายที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น อ่อนไหว และหน้าร้อนผ่าวในฉากที่ตัวละครรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จัสติน่าต้องระวังคำพูดให้มากๆ ถึงสิ่งที่กำลังจะกล่าวออกไป เพราะหนังสือเล่มที่เธอเพิ่งอ่านจะกลายเป็นเล่มต่อไปของลูซิเฟอร์สำหรับอาทิตย์หน้า “กับขั้นตอนการพัฒนาทางด้านความรักของพวกเขา”

คุณคิดว่านิยายอาจตรึงใจกว่าความเป็นจริงหรือเปล่า”

ก็อาจจะ” เสียงของเธอแผ่วเบา “แต่ก็ใช่ว่าจะเสมอไป หากผู้เขียนสามารถทำให้คนอ่านรู้สึกตรึงใจกับมันได้ ส่วนหนึ่งแล้วพวกเขาน่าจะรู้ว่าตนกำลังเขียนถึงอะไร พวกเขาอาจรู้จริงๆ ก็ได้ว่ามันเป็นอย่างไร ซึ่งมันทำให้ฉันอยากเชื่อว่า แม้กระทั่งเรื่องที่แต่งขึ้น ส่วนหนึ่งถูกอ้างอิงมาจากความเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวละคร ตอนที่ฉันอ่าน ฉันไม่สามารถแยกตัวเองออกจากมันได้เลย รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในเรื่องด้วย”

คุณจินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวเอกด้วยรึเปล่า” คำถามที่ติดจะจริงจังของลูซิเฟอร์ไม่น่าจะทำให้จัสติน่าหน้าร้อนผ่าวได้ แต่ว่ามันทำ หญิงสาวรีบส่ายหน้ารัวปฏิเสธ พยายามสะบัดความคิดและจินตนาการบางส่วนที่เกิดขึ้นออกจากหัวของตน  

คะ”

คุณจินตนาการ”

ก็ไม่เชิง ไม่ทั้งหมดค่ะ” เธอหลับตาลงและเม้มริมฝีปากแน่น “ก็มีบ้าง บางครั้งฉันก็จินตนาการไปว่า ถ้ามันเกิดขึ้นกับฉัน ฉันจะรู้สึกอย่างไร” เธอลืมตาขึ้นมาเห็นว่าลูซิเฟอร์กำลังยิ้ม รอยยิ้มของเขาทำให้เธอเพ้อยิ่งกว่าอ่านนิยายเสียอีก จัสติน่าปฏิเสธไม่ได้ว่าจูบของเขาให้ความรู้สึกดีกว่าผู้ชายทุกคนที่เธอเคยจูบมา เธอไม่กล้าที่จะสารภาพมันออกไปเสียด้วยซ้ำ

อย่างเช่นอะไรครับ”

คุณไม่อยากรู้หรอกค่ะลูซิเฟอร์ ถ้าฉันบอกคุณก็เหมือนกับว่าฉันเปิดเผยเนื้อหาให้คุณรู้หมดแล้ว คุณอาจเบื่อก็ได้เวลาอ่านโดยไม่ต้องลุ้นต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

คุณชอบฟังเพลงช้ารึเปล่าครับ”

คะ” จัสติน่าหัวใจเต้นรัวไปกับจังหวะการขยับเข้าใกล้ที่ไม่เร่งรีบของลูซิเฟอร์

ผมหวังว่าคุณจะชอบเพลงช้านะ” ลูซิเฟอร์ล้วงมือลงไปในกระเป๋า ให้ความสนใจกับมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมันลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงเพลงก็เริ่มบรรเลงจากมือถือของเขา “และผมก็หวังว่าคุณจะชอบการเต้นรำด้วย”

ฉันชอบการเต้นรำค่ะ” เสียงหวานติดจะแผ่วเบาไปนิด หากแต่ลูซิเฟอร์สามารถเข้าใจมันได้โดยไม่ต้องได้ยินด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่มองดูริมฝีปากของเธอและดวงตาของเธอ ก็สามารถรับรู้ได้แล้ว และรู้สึกมันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นมือฝ่ามือของเขาสัมผัสกับตัวของเธอ

ผมเดาว่าหนึ่งในเนื้อหาจากนิยายรักที่คุณชอบนั้นมีฉากเต้นรำรวมอยู่ด้วย” เขายิ้มกริ่ม ดันร่างหญิงสาวเข้าใกล้ตัวพร้อมดึงมือเรียวที่มีขนาดเล็กกว่าของเขาอยู่มากมาวางไว้บนไหล่ “ผมไม่คิดว่าการที่เนื้อหาในนิยายถูกเปิดเผยจะทำให้มันสนุกน้อยลงเลยสักนิด นอกจากนั้นผมขอเดาด้วยว่า นิยายย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์จะต้องมีฉากนี้”

เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นจีบกันในยุคสมัยก่อน” จัสติน่าแทบไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังขยับไปตามจังหวะที่ลูซิเฟอร์ชักนำ

ใช่ มันเป็นส่วนของการเริ่มต้นจีบกัน”

แต่ก็ใช่ว่าจะมีอยู่ในหนังสือทุกเล่ม จริงไหมคะ”

ใช่ครับ มันไม่ได้มีอยู่ในหนังสือทุกเล่ม ผมแค่เดาเอาว่ามันอาจถูกกล่าวถึง ด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่คุณบอกผม”

และคุณก็เข้าใจถูก ฉันชอบฉากเต้นรำค่ะลูซิเฟอร์”

ส่วนผม รู้สึกว่าเนื้อหาของนิยายเล่มนั้นไม่ได้ถูกเปิดเผยเลยสักนิด เพราะมันไม่ได้ถูกปกปิดเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ลูซิเฟอร์จัดเธอหมุนเป็นวงกลม “เพราะการอ่านนิยาย ต้องอาศัยความเข้าใจ และแรงสนับสนุนที่จะทำให้พวกเรารู้จักตัวละครมากขึ้น”

แล้วฉันกำลังเต้นรำกับคุณ” หญิงสาวยิ้ม

คุณก็กำลังเต้นรำกับผม” เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน “ดูเหมือนผมจะหยุดตัวเองไม่ได้”

คุณเลือกเพลงได้ดีมาก คุณใช้เวลาคิดกี่คืนคะก่อนจะตัดสินใจเลิกเพลง Thinking out Loud ของ Ed Sheeran”

น้อยมาก” หน้าท้องของเขาบิดเกร็งด้วยความอยากสัมผัสเธอด้วยร่างกายของเขา “ผมคิดได้เมื่อก่อนหน้านี้นี่เอง จัสติน่า”

ฉันชอบเพลงนี้ค่ะ ลูซิเฟอร์” เธอหลับตาลงเมื่อหน้าผากของเขาเลื่อนลงมาชนกับเธอ ปล่อยให้ริมฝีปากของตนตามหาเขาโดยไม่ต้องอาศัยความพยายามอะไรให้มันยุ่งยากมากนัก มือของเธอเลื่อนขึ้นไปเกาะกุมท้ายทอยชายหนุ่มเอาไว้ “ฉันคิดว่าเราต้องการจะคุยเรื่องหนังสือกันเสียอีก”

เรากำลังคุยเรื่องหนังสือกันอยู่” เขากลืนเสียงหัวเราะของหญิงสาวเข้าไปในปากของตน ลูซิเฟอร์ไม่เคยคิดว่าเขาจะอดทนอ่านนิยายรักได้จนจบ แล้วรู้สึกหลงใหลได้ด้วยซ้ำ หากแต่การได้พูดคุยถึงมันกับจัสติน่าทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาด แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากอยู่สักนิดสำหรับเขาที่จะต้องพยายามปิดกั้นจินตนาการบางอย่างเอาไว้ พยายามปิดกั้นคำถามที่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร หากได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เขาได้อ่านมากับเธอ ไม่ใช่แค่จูบ ไม่ใช่แค่การเต้นรำ ทว่าความอ่อนหวานบางอย่างในตัวจัสติน่า พลังบางอย่างทำให้เขาต้องหักห้ามใจ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #23 เจ้าชายอัศวิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:57
    ทุกอย่างกำลังจะผ่านพ้นไปด้วยดี คนอ่านมาตายตอนจบเพราะดิ่มซำ หิวค่ะ ยังไม่ได้กินอะไร ทำไข่ลูกเขยยังไม่เสร็จเลย อยากไปแทรกอยู่ในวงดิ่มซำด้วยจริงๆ 

    ขอบคุณนะคะ เอาเรื่องความรักละมุนๆมาให้อ่าน ได้ฟิน
    นอนฝันหวานไปกันอีกคืน


    #23
    0
  2. #15 Abel's Lady (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 17:58

    อยากเต้นรำด้วยเลย แต่เปิดเพลงร็อคอยู่ไม่เข้ากะบรรยากาศ555
    อร๊ายย หวาน 
    อยากได้ผู้ชายที่จะมาคุยกันเรื่องหนังสือแบบนี้บ้างงงง>_<

    #15
    0
  3. #14 Abel's Lady (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 17:39
    ใครจะไปตบลงละ แอร๊ยย เขินแทนจัสติน่า 
    แทบหยุดหายใจ 5555
    ช้าๆ เนิบๆ น่ารักมาก >_<
    #14
    0
  4. #13 mrgwa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 09:08
    .....lucifer.....
    #13
    0
  5. #12 merryspring (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:04
    คู่นี้หวานนะ มดขึ้น >\<

    เขินแทนจัสติน่า แค่ลูซิเฟอร์มายืนมอง555
    #12
    0