[Short Fic] My Lovely Soul [Yeonjung x Soobin] Fet. WJSN

ตอนที่ 5 : คำตอบที่มาพร้อมคำถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    22 ส.ค. 60


แกมาที่นี่ทำไมยอนจอง คิดจะทำอะไรซน ฮยอนวู ลากเอาเด็กฝึกในค่ายตัวเองเข้ามาในห้องพักห้องหนึ่งของสถานี อย่างไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นว่าเธอเข้ามาในที่ที่ไม่ควรมาและไม่ได้รับอนุญาตให้มา


ฉันก็มาหาค่ายใหม่ไง ค่ายที่จะทำความฝันของฉันให้เป็นจริงโดยไม่ต้องคอยเป็นเงาของพี่อีกยอนจองตอลกลับอย่างไม่เกรงกลัว ฮยอนวูคือนักแต่งเพลงที่กำลังมีชื่อเสียงและเป็นลูกชายของเจ้าของค่ายที่เธอสังกัดอยู่ แต่ใครจะรู้ว่าเพลงฮิตที่เขาแต่งนั้นแท้จริงแล้วถูกแต่งขึ้นจากเด็กอายุ 18 ยอนจองเป็นเงาของฮยอนวูมาตลอดเพื่อแลกกับคำสัญญาที่ว่าวันหนึ่งเขาจะได้เดบิวต์และได้ร้องเพลงที่ตัวเองแต่ง แต่จนตอนนี้เธอก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าตัวเองจะมีตัวตนในขณะที่ฮยอนวูประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆจากเพลงของเธอ


แกคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยรึไง คิดว่าคนอื่นจะเชื่อมั่นในฝีมือเด็กมัธยมแบบแกงั้นเหรอร่างใหญ่ก้าวเข้าไปก้มมองยอนจองอย่างดูถูก เขายอมรับว่ายอนจองเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทั้งเสียงร้องและการแต่งเพลงแต่เขาก็ไม่อยากให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาแพ้เด็กเหมือนที่พ่อของเขาคอยดูถูก


เชื่อไม่เชื่อ เดี๋ยวก็รู้ยอนจองชูไดอารี่ในมือขึ้นอย่างมั่นใจ ในนั้นมีทั้งบันทึกเรื่องราวของเธอรวมไปถึงเนื้อเพลงที่เธอแต่งขึ้นมาใหม่ ซึ่งคราวนี้เธอมั่นใจว่ามันจะเป็นเพลงที่ดีที่สุดและเป็นเพลงของเธอจริงๆ  เมื่อก่อนยอนจองนับถือฮยอนวูมากเพราะชายหนุ่มคือคนที่ชักจูงเธอเข้ามาในวงการเพลง แต่แล้วเธอก็ได้รู้ธาตุแท้ของคนที่ไว้ใจเมื่อฮยอนวูขโมยเนื้อเพลงของเธอไป ตอนนั้นเธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจมากแต่ฮยอนวูก็ยื่นข้อเสนอให้ว่าถ้าเธอแต่งเพลงให้อีกเธอจะได้เดบิวต์เร็วขึ้นเธอเชื่อมันเชื่อจนหมดความเชื่อในที่สุด


ย่าห์ๆ ยอนจองอ่า เรามาตกลงกันดีๆดีกว่านะ เดี๋ยวฉันให้แกทำเพลงเองเลยก็ได้พอเห็นสายตาเอาจริงจากยอนจองแล้ว ฮยอนวูเลยจำเป็นต้องใช้ไม้อ่อนเข้าเกลี้ยกล่อมเหมือนที่เคยทำ เขายื่นมือไปดึงแขนคนที่กำลังจะเดินออกไปไว้ ถึงยอนจองจะไม่บอกคนอื่นว่าแต่งเพลงให้เขาแต่ถ้าคนอื่นได้ฟังก็คงจะรู้ได้ไม่ยากว่าสไตล์เพลงเป็นของใคร


ขอโทษด้วยนะพี่ แต่ฉันเบื่อที่จะฟังคำนี้แล้ว


งั้นก็เอามานี่ ฉันไม่ให้แกทำลายชีวิตฉันหรอกฮยอนวูดึงไดอารี่ในมือยอนจองมาแล้วพยายามเปิดหาหน้าที่มีเนื้อเพลงอยู่เพื่อฉีกมันออก


พี่จะทำอะไรเอาคืนมาเดี๋ยวนะร่างสูงเข้าไปแย่งกลับคืนมาแต่แน่นอนว่าฮยอนวูไม่ยอมเขาสะบัดยอนจองออกอย่างแรงในจังหวะที่ยอนจองคว้าหน้ากระดาษที่เป็นเนื้อเพลงไว้ได้


แคว่ก!

ตุบ!!


กระดาษถูกฉีกออกครึ่งหนึ่งติดมือยอนจองไป ส่วนตัวของเขานั้นล้มลงศีรษะฟาดเข้ากับขอบกระถางต้นไม้ทรงสี่เหลี่ยมที่อยู่ในห้องอย่างแรง เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลซึมออกมาจากท้ายทอยของร่างสูง


ช ช่วยด้วยยอนจองพยายามยื่นมืออกไปหาฮยอนวูที่กำลังยืนช็อคอยู่ ชายหนุ่มปาไดอารี่ในมือออกอย่างร้อนรนเมื่อเริ่มกลัวความผิด แต่ซักพักเขากลับดูสงบลง ยอนจองมองภาพตรงหน้าที่กำลังพร่าเลือนลงเรื่อยๆและภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก็คือรอยยิ้มจากชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่เหนือร่างของเขา


ความจริงแล้วคนอย่างแกตายไปมันก็ดีแล้วนี่

 

 



อ้าวคุณ  ร้องไห้ทำไม ฉันต้องร้องไม่ใช่เหรอยอนจองเล่าอดีตก่อนตายของตัวเองให้กับซูบินฟัง แต่หลังจากเล่าจบเจ้าหล่อนก็ร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ ในขณะที่เขาหยุดร้องไปแล้ว


ฉัน ฮึก ฉัน สงสารคุณสาวร่างเล็กคว้าเอาผ้าห่มขึ้นมาซับน้ำตา จากที่ปลอบใจอีกฝ่ายอยู่ดีๆตอนนี้กลายเป็นเธอเองต้องให้อีกฝ่ายปลอบ เท่าที่ได้ฟังยอนจองก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่มีความฝันเหมือนกันกับเธอแต่เขากลับต้องเจอเรื่องเลวร้ายกว่าเธอมากในตอนที่อายุยังแค่นั้น  ซ้ำยังไม่มีโอกาสได้ทำตามความฝันตัวเองอีกแล้ว ล้มเหลวกับความฝันก็ยังมีเวลาลุกขึ้นสู้ได้ แต่ถ้าหมดลมหายใจจะเอาโอกาสที่ไหนมาสู้


อะไรกันคุณ ก่อนหน้านี้ยังด่าฉันฉอดๆอยู่เลยร่างสูงอดยิ้มไม่ได้แม้จะพึ่งรู้จักกันแต่เขาก็รับรู้ถึงความเห็นอกเห็นใจที่หล่อนมีให้ ถึงจะเศร้าแต่พอมีคนเศร้าแทนแบบนี้แล้วเขาก็ไม่รู้จะเศร้าไปอีกทำไม


แล้วอยากให้ฉันด่ารึไงล่ะเธอพูดเสียงคล้ายคนเป็นหวัดเพราะพึ่งหยุดร้องไห้แต่ก็มิวายมองค้อน


อืมม เวลาคุณด่าก็น่ารักดีนะ


ย่าห์ ล้อเล่นเหรอ ยังมีอารมณ์ยิ้มอีกรึไง


ฉันร้องไห้ไปแล้วนี่ เลยคิดได้ว่าร้องไปแล้วได้อะไร ในเมื่อฉันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดีร่างสูงพูดพลางถอนหายใจเบาๆอย่างผีที่เข้าใจชีวิต ยังไงเขาก็ตายไปแล้วเสียใจไปก็คงไม่สามารถกลับมามีชีวิตแบบเดิมได้ สิ่งที่เขาต้องการก็คือการหลุดพ้นมากกว่า


คุณไม่แค้นบ้างเหรอ ฉันหมายถึงผู้ชายคนนั้นน่ะ คุณไม่รู้สึกแค้นเลยเหรอที่เขาทำลายชีวิตคุณ ฉันเคยได้ยินข่าวมาบ้างนะดูเหมือนเขาจะหลุดจากคดีมาได้ซูบินถามอย่างข้องใจว่าทำไมยอนจองถึงไม่ดูแค้นเคืองอะไรเลย เป็นเธอคงหาทางตามไปบีบคอให้ตายตามไปด้วยแล้ว เมื่อสองปีก่อนเธอเองก็เคยได้ยินข่าวนักแต่งเพลงที่ทำร้ายเด็กฝึกแต่ไม่ได้สนใจรายละเอียดมากนักเพราะเธอเองก็กำลังจะเตรียมตัวเดบิวต์ รู้แค่ว่าสุดท้ายเขาก็รอดออกมา เธอคิดว่าคงเป็นแค่การทำร้ายร่างกายไม่ถึงตายไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้


แค้นสิใครจะไม่แค้น แต่ฉันไม่อยากสร้างบ่วงให้ตัวเองอีกแล้ว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่ฉันอยากทำที่สุดคือทำเพลงของฉันให้สำเร็จมากกว่ายอนจองเองก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเขาถึงลืมช่วงเวลาเลวร้ายนั้นไป มันอาจจะเป็นกลไกของอะไรซักอย่างเพื่อทำให้เขาเข้าใจและไม่ได้กลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายคอยอาฆาตคนอื่น เขาเชื่อว่าซักวันฮยอนวูจะได้รับผลกรรมนั้นเองหรือไม่แน่ในตอนนี้เขาก็อาจจะได้รับมันไปแล้วก็ได้


ฉันชอบคุณนะ มองโลกในแง่ดีตลอดร่างเล็กพูดอย่างชื่นชมในความคิดของยอนจอง ดวงตาเล็กยิ้มหยีไคล้ายกันกับยอนจอง ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าวิญญาณหมีกับหมีเจ้าของไดอารี่คือคนๆเดียวกัน


หืม? ชอบฉัน คุณชอบฉันเหรอคนฟังแกล้งยื่นหน้าเข้าไปถามหลังจากได้ยินคำพูดชวนคิดจากเจ้าของเตียง


ห๊ะ? บ บ้าเหรอ ฉันจะพูดว่าฉันชอบความคิดของคุณต่างหากซูบินเหวอไปเล็กน้อยเมื่อพึ่งรู้ตัวว่าพูดตกหล่นไปหนึ่งคำ จนทำให้หน้าตัวเองขึ้นสีขึ้นมาในตอนที่โดนยอนจองล้อ


แล้วทำไมต้องหน้าแดง


นี่คุณ เงียบไปเลยนะ แล้วนี่จะเอายังไงต่อ


...............


ถามทำไมไม่ตอบเล่าใบหน้าขาวใสเริ่มงอง้ำที่ถามดีๆแล้วอีกฝ่ายดันเงียบ


เอ้า ก็คุณบอกให้ฉันเงียบ


ย่าห์ ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว  หมีนิสัยไม่ดี!เธอง้างหมัดขึ้นอย่างหมดความอดทนแต่ก็ไม่ได้ตีเขา ที่ทำได้คือล้มตัวลงนอนแล้วชักผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะจนมิด เกรงว่าถ้าขืนยังคุยกับผีกวนประสาทต่อเธอคงได้บีบคอผีแทนที่ผีจะบีบคอเธอ เคยมีคนเรื่องคนฆ่าผีเกิดขึ้นบ้างมั้ยนะเผื่อเธอจะทำเป็นคนแรก


เฮ้ ไม่เอาน่าคุณก้อน ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน ฉันไม่แกล้งแล้วก็ได้ร่างสูงแอบขำในตอนที่ซูบินมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาพยายามดึงผ้าห่มของเจ้าหล่อนออกแต่อีกฝ่ายก็ดึงขืนเอาไว้


"ไม่! จะไปไหนก็ไปเลย"น้ำเสียงเง้างอนส่งผ่านผ้าห่มออกมา


หรือว่าคุณอยากเล่นผีผ้าห่ม เอามั้ย คุณจะได้เป็นคนแรกเลยไงที่เล่นกับผีจริงๆ"


"ทุเรศ ออกไปเลยนะ"ซูบินถีบขาตัวเองรัวๆเพื่อให้ยอนจองออกไปให้ห่างจากเธอ


"ย่าห์ๆ นี่คุณทำตัวเป็นเด็กไปได้ ฉันจะนับหนึ่งถึงสามถ้าคุณยังไม่ลุกออกมาคุยกับฉันดีๆ ฉันจะมุดเข้าไปละนะ


ย๊า!!”ซูบินเปิดผ้าห่มพร้อมกับเด้งตัวขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดมากกว่าเดิมจนเผลอส่งเสียงดังออกไป แต่ตัวเธอนิ่งค้างไปแล้วเพราะเด้งพรวดขึ้นมาจนจมูกชนกับยอนจองเต็มๆ เธอได้แต่หลับตาปริบๆในขณะที่หัวใจเริ่มเต้นตึกตักขึ้นมาอีกครั้ง


อะไรอีกพัค ซูบินแน่นอนว่าพอซูบินเสียงดังปุ๊บคนด้านนอกก็เปิดประตูเข้ามาถามทันที


ฉันดูซีรี่ย์อยู่ อินไปหน่อยน่ะ ขอโทษนะยังดีที่ร่างเล็กยังพอมีสติไหวตัวทัน เธอคว้าเอาไอแพดที่หน้าจอปรากฏเว็บซีรี่ย์ชื่อดังค้างไว้มาให้เอ็กซี่ดูพร้อมกับส่งยิ้มๆแห้งๆไปให้


ฉันว่าเธอไม่ควรอยู่คนเดียวแล้วล่ะ ออกมากินขนมด้วยกันมาลีดเดอร์กวักมือเรียก เพราะขืนปล่อยซูบินให้อยู่คนเดียวถ้าเจ้าหล่อนไม่บ้าพวกเขานี่แหละที่จะหลอนเอา


 

ซูบินยอมออกไปใช้ชีวิตปกติกับเมมเบอร์ด้านนอกแล้วสั่งให้ยอนจองอยู่เงียบๆห้ามตามไปก่อกวนเธอ ซึ่งเขาก็ยอมฟังคำสั่งเป็นอย่างดีโดยการนั่งอ่านไดอารี่ของตัวเองไปเงียบๆ พอพวกรูมเมทของซูบินเข้ามาในห้องเขาก็ออกไปข้างนอก แล้วบอกให้ซูบินพักผ่อนเพราะเขากวนหล่อนมาทั้งวันแล้ว ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนพื้นจ้องมองหน้ากระดาษที่โดนฉีกออกไปอย่างครุ่นคิด เพราะจำเนื้อเพลงที่ขาดหายไปอีกครึ่งหนึ่งไม่ได้


หาเลขเด็ดอยู่เหรอเสียงหนึ่งดังที่ข้างหูยอนจองให้เขาต้องหันไปมอง


เฮ้ย! พี่ลุง มาได้ไงเนี่ยเขาลุกพรวดขึ้นนั่งหลังจากเห็นเซจองนอนตะแคงอยู่ข้างๆแล้วหัวเราะคิกคักอยู่


หายตัวมาสิ ไม่น่าถาม


ฉันหมายถึง รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ยอนจองถอนหายใจ เขาชักจะเข้าใจซูบินขึ้นมาตะหงิดๆแล้วเวลาโดนกวนแบบนี้


ฉันรู้ทุกที่ที่แกอยู่ เป็นไงได้คำตอบอะไรบ้างรึยังเซจองหายวับไปลอยตัวอยู่หน้าตู้โชว์หลังใหญ่เพื่อดูรูปของเจ้าของบ้านทั้ง 12 คนพร้อมกับคุยกับยอนจองไปด้วย


ได้คำถามเยอะเลยน่ะสิ มาก็ดีแล้วจะได้ถาม


ว่ามา ตอบได้เท่าที่ตอบ


ห๊ะ?


ก็ตอบได้เฉพาะที่อยากตอบไง แกจะงงทำไมเนี่ย


แปลว่าอันไหนที่พี่รู้แต่พี่ไม่อยากตอบพี่ก็จะไม่ตอบอย่างนั้นเหรอ


อาฮะ ฉลาดขึ้นมาแล้วนี่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องผีๆหายตัวมาตรงหน้ายอนจองอีกครั้งแล้วเอาพัดที่โผล่มาจากไหนไม่รู้เคาะศีรษะร่างสูง


เฮ้อ เอาเถอะฉันหวังว่าพี่จะตอบ ข้อแรกเลย ทำไมซูบินถึงมองเห็นฉันแถมยังสัมผัสตัวฉันได้ด้วยผีผู้น้อยถอนหายใจอีกครั้งแล้วยิงคำถามแรกใส่


คำตอบนี้ไม่ยาก ก็เพราะสิ่งที่อยู่ในมือแกนั่นไงเซจองใช้พัดชี้ไปยังไดอารี่ที่ยอนจองถืออยู่


ไดอารี่นี่อะเหรอ ทำไม?”


แกอาจจะเผลอผูกวิญญาณเข้ากับไดอารี่ในช่วงก่อนที่วิญญาณแกจะหลุดออกจากร่างเพราะจิตที่ยังห่วง พูดง่ายๆคือมันเปรียบเสมือนที่สิงสถิตของจิตวิญญาณแกแทนกายหยาบแกถึงไปไหนไกลๆไม่ได้ไง พอซูบินได้ไดอารี่นั้นมาก็เหมือนเป็นเจ้าของวิญญาณแกไปด้วยจึงไม่แปลกที่หล่อนจะมองเห็น แกน่ะจะมีตัวตนก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้กับไดอารี่


ถ้าอย่างนั้นเวลาคนอื่นได้ไดอารี่เล่มนั้นไปก็ต้องมองเห็นฉันทุกคนเลยสิ


ก็ไม่เสมอไป มันอยู่ที่คนๆนั้นจิตอ่อนแค่ไหน หรือเก็บเอาความรู้สึกในตัวอักษรของแกมาใส่ใจมากพอรึเปล่าเซจองยังคงนอนอธิบายบนอากาศด้วยท่าทีสบายๆ


เธอเป็นข้อไหนกันนะร่างสูงพูดกับตัวเองเบาๆด้วยความที่อยากรู้ขึ้นมาว่าซูบินเป็นกรณีไหน เขาคงรู้สึกดีไม่น้อยถ้ามันเป็นอย่างหลัง


ก็ไปถามหล่อนดูสิ


อันนี้ไม่ได้ถามว่าแต่ทำไมพี่ถึงไม่บอกฉันตั้งแต่แรกเนี่ยเขาเงยหน้าขึ้นมองผีรุ่นพี่อย่างเอาเรื่อง เซจองก็วนเวียนอยู่กับเขามาตลอดสองปีแต่ไม่เคยบอกเลยว่าเขาติดอยู่ในไดอารี่แล้วจะมีคนมองเห็นเขาได้ ปล่อยให้เขาเป็นวิญญาณวนเวียนอยู่ในนั้นตั้งนาน


เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่เวลาและโชคชะตา ฉันล้ำขอบเขตนั้นไม่ได้หรอกร่างเล็กเปลี่ยนชุดตัวเองเป็นชาวเกาหลียุคเก่าแล้วโบกพัดไปมา แถมยังเสกหิมะให้ตกลงมาใส่ตัวเองแล้วเปลี่ยนฤดูไปเรื่อยๆ นอกเหนือจากเรื่องไดอารี่อีกเรื่องที่ยอนจองไม่รู้คือเซจองไม่ใช่ผีเร่ร่อนอย่างที่เข้าใจแต่เป็นยมทูตที่กำลังรับผิดชอบดูแลวิญญาณยอนจองต่างหาก


งั้นฉันขออีกคำถามนึง ทำไมต้องเป็นพัค ซูบิน


อันนี้แกต้องหาคำตอบเอาเองนะ บอกแล้วว่าฉันตอบได้เท่าที่อยากตอบ นึกให้ดีๆสิไอ่หนูเซจองเคาะศรีษะยอนจองอีกหนึ่งครั้งแล้วหายวับไปเหลือเพียงเศษหิมะที่ปลิวมาติดยอนจอง


นึกอะไร เฮ้ เดี๋ยวสิพี่ลุง นึกจะมาก็มานึกจะก็ไป ทุกทีเลยเว้ย

 

 

หลังจากถูกเซจองทิ้งปริศนาเอาไว้ยอนจองก็เดินทะลุเข้ามาในห้องของซูบิน มองสมาชิกทุกคนที่หลับกันไปหมดแล้วรวมถึงซูบินเองด้วยแล้วปีนขึ้นไปด้านบนเพื่อเอาไดอารี่ไปวางไว้ให้สาวเจ้าที่เดิม แต่บนหนังสือข้างศีรษะซูบินมีโน้ตบางอย่างเขียนเอาไว้อยู่


สู้ๆนะคุณหมี ฉันจะช่วยคุณทำความฝันให้สำเร็จเอง


ร่างสูงยิ้มกว้างออกมาแล้วจ้องมองใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มเหมือนเด็กน้อย เขาเอื้อมมือไปปิดโคมไฟเล็กๆของซูบิน ก่อนหน้านี้เธอคงจะเห็นเขานั่งเครียดเรื่องเนื้อเพลงที่หายไป ถึงจะปากร้ายแต่เจ้าหล่อนก็ใจดีเอาเสียมากๆจนเขาอดรู้สึกดีไม่ได้ มันทำให้เขายิ่งคิดว่าทำไมถึงเป็นซูบิน อะไรที่ผูกเราไว้หรือเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ


ซูบิน ยังไม่นอนเหรอเสียงแหบงัวเงียที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ยอนจองชะงักมือที่กำลังจะส่งไปเกลี่ยแก้มใสลง เขาทำแค่เพียงนั่งอยู่นิ่งๆเพราะกำลังคิดว่าคนที่เอ็กซี่หมายถึงคือเขารึเปล่า


ถามไม่ตอบอีก นอน ด ได้....เอ็กซี่ลุกขึ้นนั่งเพื่อบอกให้ซูบินนอนได้แล้วจากที่ก่อนหน้านี้เขานอนมองอยู่แล้วเห็นเงาของคนนั่งอยู่ปลายเตียงของซูบิน แต่พอลุกขึ้นเขาถึงได้เห็นว่าซูบินก็นอนอยู่ แล้วคนที่นั่งนี่ใคร!?  ร่างสูงสูดหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียง เขารีบพาขาสั่นๆของตัวเองก้าวลงมาจากเตียงชั้นบนแล้ววิ่งไปมุดเข้าเตียงของซอลอาทันที


อือ อะไรเนี่ยเอ็กซี่คนที่กำลังนอนอยู่งัวเงียตื่นขึ้นเมื่อถูกรบกวนโดยการดึงไปกอดซะแน่น


ข ขอนอนด้วย ฉ ฉันหนาว


หนาวอะไรปกติเห็นขี้ร้อนจะตาย หรือว่าไม่สบายร่างบางพลิกตัวกลับมาถามอย่างแปลกใจเพราะปกติอีกฝ่ายออกจะขี้ร้อนในขณะที่เธอขี้หนาว นานๆทีถึงจะยอมมานอนด้วย


ป เปล่า นอนเหอะ พรุ่งนี้เล่าให้ฟังเอ็กซี่เลือกที่จะไม่เล่าให้ฟังตอนนี้เพราะกลัวว่าจะยาวเดี๋ยวซอลอาจะไม่ได้พักผ่อน เขาพยายามข่มความกลัวเอาไว้แล้วคิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาด เห็นทีเขาคงต้องถามเรื่องนี้กับซูบินโดยตรง


อ่า ขอโทษนะคุณลีดเดอร์ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ยืมเตียงหน่อยนะยอนจองพูดขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้เอ็กซี่กลัว อย่างที่เซจองบอกถ้าเขาอยู่ใกล้ไดอารี่เขาจะมีตันตนมากขึ้นบางทีคนที่กำลังอยู่ในช่วงจิตอ่อนอาจจะมองเห็นเขาได้ แต่แบบนี้ก็ดีตรงที่เขาจะได้มีที่นอน


 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #104 WS212 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:30

    เจ้าหมีมองโลกในแง่ดีอะไรขนาดนั้น

    55555สงสารเอ็กซี่

    #104
    0
  2. #95 kkarioz_p (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:03
    เจ้าหมีมันน่ารักนะ มองโลกในแง่ดีสุดๆ ที่แท้พี่ลุงก็คือยมฑูตคอยดูแลลเจ้าหมีนี้เอง แต่ตลกสุดตอนเอ็กซี่เห็นยอนจอง สงสารรรรรร
    #95
    0
  3. #37 Serpens_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 22:44
    เพิ่งมีเวลามาตามอ่านค่ะไรท์ แหะๆ สนุกมากๆเลย ยอนบินมีฟิคให้อ่านนอกจากที่ตัวเองแต่งสักที ชีวิตหมีนี่น่าสงสารนะคะ แต่เป็นผีนี่จะรักกับคุณซูบินยังไงนะ ;-; หวังว่าตอนจบจะไม่ดราม่านะคะ ฮึก รอติดตามตอนต่อไปนะคะไรท์
    #37
    0
  4. #36 Jisme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 20:27
    ชีวิตหมีนี่รันทดเว่อร์5555ไม่แปลกใจทำไมซูบินร้องไห้ให้ตอนเล่าเรื่อง เอาแล้วตอนนี้เอ็กซี่เราเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างแล้ว ถ้าบอกคนอื่นไปจะมีใครเชื่อลีดเดอร์เรามั้ยน้าาาา
    #36
    0
  5. #35 ALERT__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 15:58
    ชีวิตของหมี55555555
    #35
    0
  6. #34 Brightc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 00:42
    ซูบินน่ารักมากเลย มีเขียนนงเขียนโน้ตให้ ลุงนี่มาเหนือเป็นยมทูตเฉยเลย อยากให้มาเสกหิมะให้บ้าง5555
    #34
    0
  7. #33 Piano0327 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:45
    โอ้ย คุณลีด จะสงสารดีมั้ยเนี่ย5555 ใจเย็นๆเนาะหมียอนจองเค้าเป็นวิญญาณที่ดีนะ เค้าลางดีๆเริ่มจะมาแล้วหวังว่าจะเป็นอย่างที่คิดไว้นะ ซูบินช่วยเจ้าหมีด้วยนา
    #33
    0
  8. #32 กานต์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:56
    โง้งงงงงงน่ารักจังเลยคุณหมีกับคุณก้อน จากที่จะแค้นเคืองแต่ไปโฟกัสกับความน่ารักแทนน 555

    ไรท์มาอัพบ่อยๆน๊าาาา
    #32
    0
  9. #31 LoveToon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:35
    ถ้าเห็นยอนจองกันทั้งหอเนี้ย 5555 สนุกกันละที่นี่
    ซูบินกะยอนจอง มันคือเดสทินี ช่ายม้ายยย
    #31
    0
  10. #30 Darkness_S11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:21
    ซูบิน ปากร้ายแต่ใจดี ยอนจองทำให้เอ็กซี่กลัวบ่อยๆนะ จะได้ไปมุดเตียงพิซอลบ่อยๆ ฮ่าๆๆ
    #30
    0
  11. #29 supakan2547 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:12
    ถ้าเมมเบอร์เห็นยอนจองทุกคนหอแตกกันไปข้างหรือไม่ก็ได้หามส่งจิตแพทย์ยกวงแน่ๆเลยค่ะคิคิคิคิ ขนาดเอ็กซี่คนเดียวยังมุดเตียงพิซอลขนาดเน้55
    #29
    0