Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 12 : มาเร็วดีกว่ามาช้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61





สถานีรถไฟฟ้าพญาไท อีกสถานีที่ผู้คนแน่นขนัดไม่แพ้สถานีสยาม เพราะสามารถเปลี่ยนขบวนสู่รถไฟฟ้าสายที่สามารถเชื่อมไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณรอบสถานีจึงเต็มไปด้วยผู้คนลากกระเป๋าเดินทาง พนักงานบริษัทต่างๆนาๆ รวมถึงชายที่มักสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะพายกระเป๋าเป้สีดำก็ลงที่สถานีพญาไททุกวัน เขาแวะซื้ออาหารเช้าง่ายๆที่ร้านขนมปังบนสถานี ค่อยเดินไปที่ตึกสำนักงานของเขา



       เวลา 8:03 นายโอฬาร ตอกบัตรเข้าทำงานแต่เช้า ก่อนเวลาเข้างานจริงตั้ง 1 ชั่วโมงกว่า เขาเดินไปยังโต๊ะประจำของเขาแผนกไอทีแห่งบริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์การตลาดและครอบคลุมไปถึงการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ พักหลังมาโอมักจะเข้าบริษัทเช้า เพราะเขาอาศัยอยู่คนเดียวที่คอนโดย่านเอกมัยที่ค่าครองชีพแพงอันดับต้นๆ เพื่อจะได้ไปมาที่ทำงานเก่าที่แต่ก่อนอยู่อโศก แต่เพิ่งย้ายมาแถวพญาไทเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา เมื่อย้ายมาใหม่เขายังกะเวลาไม่ถูก จึงลงเอยด้วยมาเช้าดีกว่ามาสาย เดี๋ยวจะถูกหักเงินจนไม่เงินเดือนเหลือผ่อนจ่ายคอนโดที่เหลืออีกเกือบแสน(แม้เจ้านายเขาจะไม่ค่อยตัดเงินเดือนพนักงานเท่าไหร่ก็ตาม) แต่ถึงจะมีค่าที่พักอาศัยที่ต้องจ่ายโอก็ยังสามารถเจียดเงินเดือนเล็กน้อย สมัครสมาชิกเว็บเน็ตฟลิกซ์ไว้ดูหนังออนไลน์และซีรีย์เพื่อผ่อนคลายยามว่าง การมาที่ทำงานเช้าๆยังได้กำไรอีกอย่างคือใช้อินเตอร์เน็ตและไฟเปิดคอมดูเน็ตฟลิกซ์ที่ใกล้จะหมดเดือนนี้ได้


       เขากัดขนมปังแซนวิซใส่ผักเต็มคุณค่าทางอาหารพลางดูซีรีย์ซอมบี้สืบสวนตอนสุดท้ายที่เขาผลัดมานานเพราะโปรเจคสำคัญที่จะทำเงินให้บริษัทได้งดงามรวมถึงชื่อเสียงที่จะนำพาลูกค้าเจ้าอื่นๆมา ช่วงนี้ว่างพอให้พักหายใจหายคอกันบ้าง ต้องใช้ช่วงเวลาอันมีค่าให้คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เสียให้กับเน็ตฟลิกซ์


       นั่งไปได้เกือบครึ่งตอนอาการปวดบ่าถามหาจนเขาต้องขยับเปลี่ยนท่ายืดเส้น เอื้อมมือกดบ่าบรรเทาด้วยตัวเองไปก่อน เขาเผลอตัวค้นหลอดยานวดกล้ามเนื้อที่มักพกติดกระเป๋า แต่เพิ่งนึกได้ว่าให้เด็กหนุ่มคนนึงที่เจอกันบนรถไฟฟ้ายืมไป เด็กหนุ่มวัยมหาลัยที่ดูสดใสเหมือนแสงแดดอุ่นๆท่ามกลางความอึมครึมของชีวิตมนุษย์เงินเดือนเป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้เขาอยากมาที่ทำงานแต่เช้าเผื่อจะได้เจอกัน น่าเสียดายเมื่อวานตอนเย็นจังหวะไม่ค่อยดีนัก คนแน่นขนัดจนไม่ได้คุยกัน ไว้เจอกันใหม่ค่อยขอคืนยานวดกล้ามเนื้อ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเย็นนี้



              ...แค่ยาหลอดเดียวยังต้องงกขนาดนี้เลยหรอเรา


       เขาจิกกัดตัวเองพลางถอนหายใจและดูซีรีย์ของเขาต่อ และรอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าไม่ใช่เพราะซีนเลือดสาดในซีรีย์ แต่เมื่อได้นึกถึงเด็กหนุ่มที่ชื่อ นท






-------------------------------------------------------------------------


    

              พีทไม่ได้ไปหาแอนดริวเมื่อวาน ฝนระรอกใหญ่ดันตกเหมือนกันทางเขา จำต้องยอมถอยกลับหอและตรวจสอบโปรเจคหนังสั้นของเขาต่อ วันต่อมาเขานัดกับฝ่ายภาพว่าจะไปยื่นเอกสารขออนุญาติสถานที่และลองอุปกรณ์ที่เพิ่งได้มาใหม่ของฟิล์ม ช่างกล้องประจำทีมที่ดูตื่นเต้นอยากลองของเล่นใหม่มากๆ โดยจุดนัดพบเป็นห้องประชุมเล็กๆในตึกคณะนิเทศที่มีนาผู้กำกับของโปรเจค นัดซ้อมซีนเต้นลีลาศ แน่นอนว่าพีทพาโยธินที่อุตส่าห์สละเวลามาด้วย



              “โยธิน ขอบคุณมากๆนะที่มาช่วยดูเรื่องเต้นให้” หลังจากทักทายมีนาแทบจะเลื่อนเก้าอี้มาให้โยธินนั่งรอนักแสดงที่กำลังทยอยมา  ไม่นานน้ำหรือนางเอกสาวตาโตผิวละเอียดผมรวบยาวด้านหลังก็มาถึง เธอไหว้สวัสดีรุ่นพี่ทุกคนอย่างเรียบร้อนน่ารัก



       เอ๋ลองเปิดเพลงที่จะใช้ในซีนนั่นคือเพลงฟลอร์เฟื่องฟ้า ของสุนทราภรณ์ ที่นำมาขับร้องใหม่แต่ยังมีกลิ่นไอยุคสมัยคุณปู่คุณย่า ด้วยจังหวะแทงโก้ที่โยธินไม่ค่อยชินนักแม้จะลองฝึกมาก่อนบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่พึงพอใจตัวเองนัก โชคดีที่น้องน้ำเคยเรียนลีลาศมาก่อนและพื้นฐานค่อนข้างดีเสียด้วย โยธินจับมือน้องน้ำอย่างสุภาพและลองเต้นตามจังหวะแทงโก้ด้วยระยะที่ไม่ใกล้ชิดมากนักแต่ก็ไม่ห่างจนเกินไป รุ่นพี่มาดคุณชายพุฒิภัทรค่อยๆก้าวตามจังหวะคลอเสียงเพลงกับรุ่นน้องที่สวยน่ารักไม่แพ้กรองแก้ว มีนาเห็นความเข้ากันของเคมีนั้นอดที่จะหยิบมือถือ(ที่ปิดเสียงแล้ว)ขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้ แม้แต่พีทเองก็แอบฟินจิกเก้าอี้ เขาไม่เคยสังเกตว่าเพื่อนผู้มักจะจริงจังตลอด เวลายิ้มและเต้นรำไปด้วยแบบนี้นั้นมีสเน่ห์เหลือร้าย ที่ไม่มีแฟนคงเพราะมัวแต่เรียนไม่สนใจสาวๆ จนพีทอดเสียดายของดีในตัวเพื่อนเสียไม่ได้


       เมื่อทั้งโยธินและน้ำเข้าใจสเต็ปเท้า รุ่นน้องขอให้รุ่นพี่ลองจับมือให้กระชับกว่านี้ แม้จะติดขวยเขินบ้างแต่เธอพยายามมองว่ามันเป็นงาน โยธินไม่ขัดพร้อมยิ้มเป็นกำลังใจ เขากระชับชิดใกล้สบตาเพื่อดึงความเชื่อใจจากรุ่นน้องและเริ่มก้าวเท้านำตามจังหวะ



              ภาพที่ออกมาดูราวกับเทพนิยายจนเอ๋หันไปถามพีท“โยธินเขามีแฟนยังอ่า”



              “เห๊อะ มีแค่เรียน กับแม่ทัพ” พีทยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางมองเพื่อนแว่น



              “ใครวะแม่ทัพ”



              “หมาที่บ้านโยธิน เยอรมันเชพเพิร์ดเชียว อย่างหล่อ”ยังจำครั้งแรกที่เห็นเจ้าแม่ทัพอีกเพื่อนรักของโยธินได้ ด้วยที่พ่ออยากซื้อสัตว์เลี้ยงให้ลูกชายเลี้ยงแต่ก็ไม่พ้นสุนัขพันธุ์ตำรวจสมสง่าราศีตระกูลทหารยศใหญ่





       โยธินที่กลายเป็นพระเอกได้ไม่ถึง15นาที ทีมงานฝ่ายภาพทยอยกันเข้ามาพร้อมกับวาโย พระเอกตัวจริงของกอง รุ่นน้องหุ่นนักกีฬามองคุณชายและนางเอกของเขาที่ยังไม่เลิกจับมือถือแขนกันกระทั่งพีทเข้ามาทักทาย



              “โยน้องรัก เป็นไงบ้าง” ด้วยการเชคแฮนด์และตบหลังเบาๆ แต่ด้วยการเรียกชื่อแบบนั้นทำให้โยธินเองก็หันตาม เขาหรี่ตามองผ่านเลนส์แว่นเมื่อเห็นผู้มาใหม่ที่คุ้นเคย



              “สบายดีพี่พีท พี่ๆสวัสดีครับ” วาโยยังคงแสดงความนอบน้อมกับทุกคน รวมถึงทักทายน้ำอย่างไม่ถือตัว พีทพาน้องรักของตัวเองมาแนะนำให้เพื่อนรักรู้จัก



              “โย นี่เพื่อนซี้พี่เองชื่อโยธิน เรียนอยู่ห้องเดียวกับพี่ตั้งแต่มัธยม…”ไม่ลืมที่จะแนะน้องสุดรักคนใหม่ให้เพื่อนรู้จักด้วย "เนี่ยรุ่นน้องที่โรงเรียนเรา น่าจะเจอกันเร็วกว่านี้” วาโยประจันสายตานิ่งของโยธิน สายตาที่เหมือนกำลังกดให้เขาคุกเข่าลงกับพื้น



              “พีทไม่ต้องแนะหรอก โยธินก็รุ่นพี่ที่คณะเดียวกับวาโยไม่ใช่หรอ” เอ๋ยังจำได้



               พีทยิ้มแก้เขิน“อ้าว รู้จักกันอยู่แล้วหรอ โทดๆ”



              “ใช่ รู้จักดีเลยครับ” วาโยสบตาขึ้นมอง ไม่ใช่เพื่อสู้ แต่ก็ทำให้โยธินละสายตาไม่สามารถสบตามองเขาได้อีก ระหว่างพวกเขาดูมีบางอย่างมากกว่ารุ่นพี่หรือรุ่นน้องที่รู้จักกันในคณะซึ่งพีทไม่ได้สังเกตเลย


              “ชื่อคล้ายๆกันด้วยนะ วาโย โยธิน เหมือนพี่น้องกันเลย”ฟิล์มช่างกล้องออกความเห็น “งี้ต้องเรียก วา กับ ธิน เรียกโยเฉยๆไม่ได้เดี๋ยวหันมาทั้งสองคน” มีนาเลิกคิ้วเห็นด้วยกับไอเดียนี้ทันที น้ำทดลองเรียกทั้งสองคน แม้โยธินจะไม่ได้ขัดอะไรแต่เขาก็ตัดบทด้วยการขอให้น้ำลองทวนท่ากับเขาอีกรอบ ปล่อยพระเอกตัวจริงได้แต่ยืนมองเขาเดินผละออกไป




              “เฮ้ยโย ไม่ใช่สิ ต้องเรียกวา ถึงเพื่อนพี่จะดูดุแต่ถ้าตั้งใจ มันใจดีมากๆนะ สู้เขาล่ะไอ้น้อง พี่ไปดูโลเคชั่นก่อน แล้วเจอกัน”



              “ครับ เดินทางดีๆระวังฝนตกนะ” พีทตบหลังรุ่นน้องเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนจะลาผู้กำกับและเอ๋ รวมถึงโยธินกับน้ำ



              “โยธิน อย่าดุน้องรักกูเยอะนะ”



              “เอ้อ ไปทำงานตัวเองเถอะ”โยธินตอบปัดๆ ถึงเวลาที่เขาต้องสอนวาโยบ้างแล้ว รุ่นพี่ปั้นยิ้มเหมือนทุกครั้ง และเริ่มสอนสเต็ปเท้าฝ่ายชายให้รุ่นน้อง วาโยจับตาทุกความเคลื่อนไหวของเท้าได้อย่างดี



              รวมถึงแววตาบางอย่างที่โยธินพยายามหลบซ่อนจากเขา












---------------------------------------



สุนัขพันธ์เยอรมันเชฟเพิร์ต หรือแม่ทัพคิ้วท์ๆของโยธินค่ะ เผื่อนึกหน้าน้องพันธุ์นี้ไม่ออก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

27 ความคิดเห็น