Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 11 : ความหนาวเหน็บจากสายฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61






อาการปวดบ่าของนทเริ่มบรรเทาลงไปบ้าง จากคำแนะนำและยานวดกล้ามเนื้อของพนักงานบริษัทที่ประสบปัญหาคล้ายๆกันอย่างโอ นทไม่ได้เจอโอทั้งตอนกลับบ้าน และในรถไฟฟ้าตอนเช้าวันนี้ จึงไม่มีโอกาสคืนยานวดกล้ามเนื้อ นทไม่กล้าบีบออกมาใช้มากด้วยเกรงว่าจะไม่เหลือคืนให้เจ้าของเดิมใช้ จนกระทั่งเขาลองทานวดวนๆบริเวณที่มีอาการ กลิ่นเฉพาะตัวของยาและความรู้สึกเย็นเมื่อนวดลงไปที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย รู้ตัวอีกทีก็ใช้ไปเกือบครึ่งหลอดซะแล้ว ก่อนจะขึ้นรถไฟฟ้ากลับวันนี้เขาคงต้องไปหาซื้อหลอดใหม่มาแทนหลอดเดิม



       บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่เช้า ที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพฯเริ่มมีฝนโปรยลงมาบ้างเล็กน้อย ที่มหาวิทยาลัยลมพัดรุนแรงกว่าทุกครั้ง อีกไม่นานฝนคงเทลงมาอาจจะนานต่อเนื่องจนถึงช่วงเย็น

       นทไม่ชอบฝน แม้เขาจะเคยคิดว่ามันชุ่มฉ่ำ เสียงพรำของหยดน้ำฟ้าช่วยขับกล่อมให้หลับสบาย แต่ไม่ใช่เวลากลับบ้านหรือในช่วงที่เขาอยากใส่รองเท้าผ้าใบสีอ่อนคู่เก่งไปมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็มักเลอะกรังด้วยน้ำขังสกปรกที่ไม่ตั้งใจเหยียบ เลวร้ายที่สุดคือการรอรถเมล์และโดนรถใหญ่ที่ไม่อยากติดไฟแดงเร่งความเร็วจนล้อกวาดน้ำกระเด็นใส่เขา แม้จะหลบจากพื้นดิน ขึ้นรถไฟฟ้าที่ปกติแออัดอยู่แล้ว อากาศอบอ้าวยิ่งนำพาทั้งกลิ่นเหงื่อ ความชื้นแฉะตามเสื้อผ้าและน้ำที่หยดจากร่ม ทำเขาประสาทเสีย





       ไม่มีวี่แววของพีทในเช้าวันนี้ แม้จะไลน์ไปถามก็ดูจะยังไม่ตื่น กระทั่งเริ่มคาบเช้าของทั้งนทและพีทไปได้ 15 นาที ข้อความจากพีทถึงเด้งเข้ามาในไลน์กลุ่ม



              ‘เลิกเรียนไปนั่งดื่มอะไรที่ร้านกาแฟเป็นเพื่อนหน่อย’



              ‘เกิดอะไรขึ้น’ โยธินถามต่อทันที ร้อยวันพันปีพีทไม่เคยชวนไปร้านไหนในประโยคลักษณะนี้มาก่อน



              ‘มีเรื่องอยากปรึกษา’ พีทส่งข้อความสุดท้ายก่อนจะเก็บมือถือ

       เขาถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา บางอย่างมันค้างคาใจเสียจนต้องถามเพื่อนๆ โดยเฉพาะนทที่น่าจะเจอสถานการณ์ใกล้เคียงกับเขา






              “เหมือนกูจะชอบผู้ชายว่ะ”ไม่ทันได้จิบหรือดื่มกาแฟกับชาร้อนที่สั่ง นทกับโยธินถึงกับชะงักเมื่อพีทไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา



              “อะไรทำให้คิดแบบนั้น” โยธินวางแก้วกาแฟ คราวนี้คงไม่ใช่แค่เพ้อเจอแต่อาการเหม่อลอยเล็กน้อยแบบนี้คงจะหนักจริงๆ



              พีทสบตานทอย่างมีนัยยะ "กูอยากมองตาเขา อยากให้เขามองแค่กูอ่า แบบนี้เรียกชอบปะ”



              “ไม่คิดว่าแค่เรียกร้องความสนใจแบบนิสัยลูกคนเล็กหรอ” พีทหันควับคิ้วขมวดเป็นปมใส่โยธิน “ได้เจอเขานานรึยัง”


              “น่าจะห่างกับของนท สาม สี่วัน” นทถลึงตาใส่พีททันที



              เพื่อนแว่นหันไปทางคนถูกพาดพิง“แล้วนทยังได้เจอ พี่คนนั้นอยู่มั้ย”



              “ก็คุยกันบ้าง…” แม้ไม่รู้จะจำเป็นมั้ยแต่ก็เสริมต่อว่า “เคยไปกินข้าวด้วยกันแบบงงๆครั้งนึง”



              พีทโพล่งขึ้นเสียงดังเหมือนเด็กอยากอวดต่อทันที


กูก็เพิ่งกินกับเขาเมื่อวาน!


              นักศึกษาสาวโต๊ะด้านหลังสำลักสตอเบอร์รี่ปั่น


    

              หนุ่มๆสามคนที่คุยหัวข้อยังกับปรึกษาปัญหาความรักคืนวันศุกร์กลางร้านกาแฟเริ่มเป็นที่สนใจของทุกหูในร้าน เมื่อรู้ตัวจำต้องปรับเสียงพูดคุยให้เบาลง



               “รู้จักชื่อเขาแล้วใช่มั้ย” เพื่อนทั้งสองพยักหน้า


               “อาจจะไม่ใช่การตกหลุมรัก ยังจำได้ใช่มั้ย การมองตายังทำให้รู้สึกสนิทมากกว่าการพูดคุยปกติหรือการแชทผ่านตัวอักษร และยิ่งได้ใช้เวลาด้วยกันแม้จะสั้นๆแต่บ่อยๆแบบนทอาจจะทำให้คุ้นเคย ช่างใจไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นความสัมพันธ์แบบนั้น”


               พีทขัดทันที “แต่กูอยากได้เขา!


               บาริสต้าถึงกับทำโถปั่นลื่นตกเกือบแตก




              “เบาๆหน่อย หรือเปลี่ยนที่คุยดีมั้ย” นทแทบจะกระซิบเมื่อเรื่องที่คุยจะไม่ใช่แค่พวกเขาที่รู้กันในกลุ่ม แต่อาจจะกลายเป็นทั้งมหาลัย โยธินสูดลมหายใจนับหนึ่งถึงสามแล้วค่อยอธิบายต่อ



              “แล้วแน่ใจได้ยังไงว่าเขาสนใจ เขาอาจไม่ได้มองนายในสถานะเดียวกับที่นายอยากให้เขาเป็น ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะชอบผู้ชายด้วยกันได้ง่ายๆ” โยธินพูดตรงจุดกับปัญหาที่กวนใจพีทอยู่ เจ้าเด็กโวยวายเงียบลง “หรือต่อให้คิดตรงกัน แน่ใจแค่ไหนว่านายจะไม่เบื่อเขา แน่ใจแค่ไหนว่าไม่ได้แค่อยากลองพอเบื่อก็ทิ้งเขา พีท ลองให้เวลากับตัวเอง ถามตัวเองดูอีกที ว่าต้องการเขาจริงๆรึเปล่า”



       ทั้งร้านเงียบสนิทได้ยินแค่เสียงฝนที่เริ่มลงเม็ดเล็กปรอยๆ และเริ่มหนักขึ้น เสียงพูดคุยเล็กน้อยในร้านเริ่มกลับมา เพียงแต่โต๊ะของนท พีท โยธินกลับเงียบสนิท  



              “กูแค่อยากไปหาเขาทุกวัน อยากเจอเขาทุกวัน มันไม่เพียงพอหรอวะ”



       ในเมื่อพีทมีคำตอบของตัวเองในใจชัดเจนคำแนะนำของโยธินคงไม่มีประโยชน์ในตอนนี้ โยธินเพียงถอนหายใจ นทเองก็สีหน้าดูเจือนลงเล็กน้อย



              “เขาก็ยังเป็นแค่ผู้ชายคนนึง รู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน แน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้มีคนของเขาอยู่แล้ว” เสียงฝนที่ถาโถมกระหน่ำก็ยังไม่รุนแรงเท่าคำพูดเบาๆของโยธิน ทิ่มแทงใจพีทไม่ต่างจากสายฝน แม้ไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดแต่เหมือนโยธินพอรู้ถึงความคาใจของพีทราวกับอ่านใจออก




       อุตส่าห์ตั้งใจจะลืมเรื่องเส้นผมผู้หญิงในหมวกกันน็อคและรุดหน้าต่อ มันอาจไม่ใช่อย่างที่โยธินบอก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่ชายวัยจะสามสิบเจ้าของร้านตัดผมแต่งตัวดี มาดมีเสน่ห์จะมีคนข้างกาย แต่พีทเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น ตลอดเวลาอันน้อยนิดที่เขาอยู่กับแอนดริว สิ่งที่วนเวียนรอบตัวแอนดริวมีแค่ตัดผม สัก เพลงจากลำโพงบลูทูธในร้าน นกเค้าแมว แอนดริวแทบจะไม่จับมือถือแชทหรือโทรหาใครกระทั่งลูกค้าที่ให้โทรเข้าโทรศัพท์แบบหมุนของร้าน  ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเขาจะมี 'ใคร’อยู่ในใจ แอนดริวไม่ใส่แหวนอันเป็นเครื่องหมายพันธะใดๆ มือทั้งสองข้างว่างเปล่า นอกจากรอยสักที่ท้องแขนทั้งสองข้าง

       พีทนั่งไถมือถือท่ามกลางฝนที่ยังกระหน่ำไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆใต้ตึกคณะกับนท โยธินแยกกลับหอ เหลือชายหนุ่มสองคนที่ลังเลว่าจะทำอย่างไรต่อกับความรู้สึกที่ลังเลว่าจะรุกต่อ กับอีกคนที่อยากแน่ใจในความรู้สึก



              “นท” อีกคนที่นั่งถอนหายใจหันตอบ “คิดยังไงกับรอยสัก”



              เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ก็สวยดี ดูเป็นความชอบของแต่ละบุคคล ถามทำไมจะสักหรอ”



              “เปล่า อยากรู้เฉยๆ จะว่าไปมหาลัยเราก็ไม่ค่อยมีใครสักเนอะ”



              “เห็นครูเล็กที่สอนฟิล์ม เขาสักชื่อภรรยาที่ท้องแขนขวา ได้ยินเอ๋เล่าให้ฟังอยู่”



              พีทลองเปิดเฟซบุ๊คอาจารย์สุดโหดหรือครูเล็ก อาจารย์ประจำวิชาภาพยนต์ของเขา ค้นดูรูปพบภาพถ่ายท้องแขนเขาที่สักชื่อผู้หญิงด้วยภาษาไทยรูปแบบง่ายๆ น่าจะเป็นชื่อภรรยาเขาตามที่นทบอก “จริงด้วย เท่ดีเหมือนกันเนอะ”

  

              พีทยื่นให้นทดู“คงรักมากถึงกับสักลงบนแขน เคยเห็นในอินเตอร์เน็ตคู่รักบางคู่เขาสักลายเหมือนกันที่เดียวกัน แบบนั้นก็เก๋ดี”นทเสิร์ชหาภาพประกอบพร้อม ตำแหน่งยอดนิยมเป็นส่วนที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะมือ ข้อมือ หรือท้องแขนคนละข้าง มีหลากหลายลายลวดลายทั้งหัวใจ กุญแจกับแม่กุญแจ มงกุฎราชาและราชินี แต่อีกลายที่ทำพีทนิ่งไป นั่นคือลายเข็มทิศ เขาอยากให้ฝนซาโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นคำถามในหัวที่ต้องการคำตอบในตอนนี้อาจทำให้เขาเป็นบ้าได้









       นทฝ่าฝนปรอยออกมาที่ป้ายรถเมล์ หากรอนานกว่านี้เขาคงถึงบ้านมืดค่ำกว่าจะอาบน้ำจัดการนู่นนี่คงเหลือเวลานอนไม่กี่ชั่วโมงเพราะต้องตื่นเช้ามามหาลัยอีกอยู่ดี แน่นอนเขาไม่อยากพักผ่อนน้อยจนป่วยก่อนสอบกลางภาคที่จะถึงอาทิตย์หน้า นทเข้ามาถึงสถานีสยามอย่างเหน็ดเหนื่อย ชื้นแฉะ แออัดเต็มสถานีทั้งชั้นซื้อตั๋ว และชานชาลา หากไม่มีที่กั้นคงมีคนตกไปในรางรถไฟ นทต่อท้ายแถวรอบริเวณที่กั้น ฝนตกขนาดนี้ผู้คนน่าจะอยู่ใต้ร่มตึกจนกว่าจะซาลง แต่ด้วยเวลาเลิกงานในช่วงกลางสัปดาห์ที่วันต่อมายังต้องทำงานหรือมาเรียนกันอยู่ ยิ่งคนแออัดบนชานชาลาก็ยิ่งร้อนจนเหงื่อท่วม ฝนด้านนอกแทบไม่ช่วยอะไร ซ้ำให้เนื้อตัวเหนอะหนะ ทุกคนใจจดใจจ่อกับด้านหลังที่กั้นกับรางรถไฟ เมื่อใดกันที่รถขบวนต่อไปจะมาถึง จะมีที่ว่างให้นั่งหรือไม่ ปลายทางฝนจะพรำเหมือนที่นี่หรือไม่ ไฟจากห้างและป้ายโฆษณารอบๆสถานีที่มองเห็นได้จากชานชาลา ยามที่มีฝนพรำก็ดูสวยงามไปอีกแบบ แต่ก็ยังรู้สึกอึดอัดเมื่อเห็นว่ามีผู้คนไม่น้อยทยอยเข้าไปหลบด้านในห้าง



        ขบวนรถไฟฟ้าเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะเต็มนอกตัวรถเข้ามาเทียบชานชาลา มองผ่านกระจกหน้าต่าง คนแน่นขนัดไม่ต่างจากที่ยืนรอด้านนอก ผู้คนที่ยืนเรียงแถวขยับชิดใกล้ที่กั้น รอประตูเปิดหมายจะก้าวเข้าไปจับจองพื้นที่ ไม่สนผู้โดยสารข้างในว่าจะมีคนลงสถานีนี้หรือไม่ ขอเพียงเขาได้ขึ้นจะอะไรก็ช่าง ประตูแง้มออกคนข้างนอกพยายามแทรกเข้าไป คนข้างในก็ยื้อจะออกวุ่นวายจนเบียดเสียด นทยืนช่างใจว่าคงได้ขึ้นขบวนต่อไป เมื่อมองเข้าไปในขบวนแทบไม่มีที่ยืน เขาเห็นโอมองมาที่เขาจากด้านใน เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนทุกๆครั้ง

แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว…



       โอหันไปหาผู้หญิงวัยทำงานผมสั้นประบ่าสีอ่อนดวงตาสุกใสกลมโตน่ารักเหมือนกวางข้างๆ เขาประคองเธอที่เกือบจะเซล้มจากการขยับเบียดเข้ามาของคนด้านนอก พวกเขายิ้มให้กัน รอยยิ้มเขินอายที่ดูหวานละมุนของหญิงสาว และรอยยิ้มเป็นมิตรของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตที่นทคุ้นตา พวกเขาดูเหมาะสมเหมือนนางเอกกับพระเอก  เสียงฝนที่เทลงมาอีกระรอกอื้ออึงกับเสียงผู้คน เสียงสัญญาณเตือนประตูรถไฟกำลังจะปิด เสียงประตูแนบสนิท เหลือเพียงนทที่ยืนอยู่ด้านหลังที่กั้นกับรางรถไฟว่างเปล่า และประโยคที่โยธินพูดกับเขา



              'เขาก็ยังเป็นแค่ผู้ชายคนนึง รู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน แน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้มีคนของเขาอยู่แล้ว'





       เป็นแค่เพื่อนไม่ใช่หรอ


        สำหรับเราน่ะ… นทยิ้มให้กับตัวเอง



       เขาคงไม่ได้คืนหลอดยาแก้ปวดกล้ามเนื้อให้โอ และอาจจะไม่ได้ให้คืนอีกแล้ว เขาหยิบหูฟังต่อเข้ากับมือถือ จมดิ่งไปกับเพลงช้าๆเข้ากับเสียงฝน



       นทไม่ชอบฝน โดยเฉพาะฝนในเย็นวันนี้ แม้ไอเย็นจากฝนจะเปลี่ยนความอบอ้าวให้กลายเป็นเย็นเฉียบที่มือเขา แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกว่างเปล่า เหมือนหัวใจโดนฝนกระหน่ำจนหนาวสั่นไปหมด






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

27 ความคิดเห็น