คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5...100%


     อัพเดท 18 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 10 Overall : 17,868
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1197 , โพส : 8 , Rating : 100% / 16 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 5

 

                7.45 นาฬิกา ปุริมานมองเวลาพลางแฉลบมองไปยังห้องทำงานที่ยังปิดสนิทของแพทริค วันนี้และวันอื่นๆ เธอตั้งใจว่าต้องมาถึงออฟฟิศก่อน 8 โมงเช้า แม้ว่างานจะเริ่มตอน 8 โมงครึ่งก็ตาม อลินเพิ่งชงกาแฟให้ตัวเองกำลังเดินมาที่โต๊ะตกใจไม่น้อยที่เห็นนายสาวที่อายุเด็กกว่าเกือบรอบมาถึงที่ทำงานหลังจากเธอไม่ถึง 10 นาที ปุริมานยิ้มให้เลขาก่อนจะสั่งให้นำแฟ้มรายงานของฝ่ายผลิตเข้าไปให้

                รายงานของฝ่ายผลิตเป็นอะไรที่ทำให้ปุริมานปวดหัวน้อยที่สุดในบรรดารายงานทั้งหมด เธอเรียนมาด้านเคมีอุตสาหกรรมทำให้ความเข้าใจทางด้านเคมีและกระบวนการในการผลิตไม่ใช่เรื่องยากในการเข้าใจ เพียงแต่เธอไม่เข้าใจนักว่าทำไมเครื่องจักรซึ่งเป็นเครื่องกลั่นที่ซับซ้อนถึงเกิดปัญหา Breakdown3 ค่อนข้างบ่อยมากในช่วง 6 เดือนหลังนี้ ทำให้ต้องเสียเวลาในการซ่อมทั้งทีมีการ Preventive Maintenance4  กันทุกเดือน เท่าที่เธอได้ศึกษาข้อมูลจากปราณ เมื่อ 8 เดือนก่อน เครื่องจักรหน่วยใหม่ 4 ยูนิตก็เริ่มเข้าทยอยแทนของเดิมแล้ว แต่ก็มีการเปลี่ยนอะไหล่อยู่เสมอ ทำไมปัญหาการ Breakdown ถึงเกิดบ่อยกว่าเดิม อีกทั้งการเสียของเครื่องจักรยังเกิดหลังจากการ Maintenance ไม่ถึงสัปดาห์

                หญิงสาวขอรายงานฝ่ายบัญชีจากอลินที่มีสำเนาอยู่ก็ยิ่งแปลกใจ การเบิกจ่ายเพื่อซ่อมเครื่องจักรและการ Maintenance มีทุกเดือนและเพิ่มขึ้นตลอด แต่ปัญหากลับไม่ลดลง ทำไมเป็นอย่างนั้น ทั้งที่เป็นเครื่องจักรใหม่ เธอควรทำอย่างไรดีเมื่อคนกว่าครึ่งของฝ่ายบัญชีและฝ่ายผลิตก็เป็นคนของคุณอัศนัยเช่นกัน เธอควรบอกเรื่องนี้กับทีมงานของเลเวียกรุ๊ป หรือเปล่านะ

                “คุณว่างหรือเปล่า”

                ปุริมานสะดุ้งโหยงส่งสายตาตำหนิคนเข้ามาเงียบๆ คนถูกเหล่รู้ตัวรีบบอกก่อนที่จะถูกตำหนิมากไปกว่านี้ทันที

                “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ผมเคาะประตูแล้ว แต่คุณไม่ได้ยินไม่คิดว่ากำลังเหม่ออยู่”

                “เชิญนั่งค่ะ” กลายเป็นเธอมานั่งเหม่อในที่ทำงานไปซะอย่างนั้น นี่เขาคอยจ้องจับผิดเธออยู่ตลอดเวลาเลยหรือไง

                “ผมอยากคุยกับคุยเรื่องปัญหาสินค้าของวินิกานต์ทั้งหมด คุณรู้อยู่แล้วใช่หรือเปล่า”

                “ค่ะ”

                มีแววตาแปลกใจเล็กน้อยในสายตาคู่นั้นของแพทริค ใบหน้างามพยายามเกลื่อนยิ้มทั้งที่อยากค้อนใส่คนมองแบบนั้น คงคิดว่าเธอคงไม่สนเรื่องพวกนี้เลยล่ะสิ

                “ผมสงสัยและต้องการคำตอบว่าทำไมไม่เห็น Action ในการแก้ปัญหาอย่างที่ควรเห็นได้มากกว่านี้สำหรับเคสของปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ”

                ปุริมานอยากหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนั้น ช่างเหมือนคำถามแรกของเธอตอนที่รู้ปัญหานี้จากปราณเปี๊ยบเลย แล้วถ้าได้รู้คำตอบแพทริคจะคิดยังไงนะ แฟ้มไม่หนานักถูกหยิบมายื่นให้เจ้าของคำถามทันที

                “ลองอ่านแฟ้มนี้ดูนะคะ” ยังไงก็เป็นภาษาอังกฤษเขาอ่านได้อยู่แล้ว ไม่แน่ว่าเป็นภาษาไทยเขาก็อาจจะอ่านได้เหมือนกัน ใครจะรู้

                “คุณช่วยอธิบายสิ่งที่อยู่ในแฟ้มมาเลยดีกว่า ผมไม่อยากเสียเวลาทำความเข้าใจ”

                “รายงานการหาสาเหตุของปัญหา Crater หรือหลุมสีที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาชุดก่อนที่จะมีการไล่ออกยกเซต”

                “เดี๋ยว ผมฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า ไล่ออกพนักงานหมดทั้งฝ่าย เพื่ออะไร?” แพทริคเห็นโน้ตของปีเตอร์อยู่เหมือนกันในเรื่องนี้ แต่สาเหตุคนของเขากลับหาไม่พบ

                “ไม่ทราบสิคะ ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เข้ามาบริหารที่นี่ แต่ถ้าให้ฉันเดาก็คงเหมือนปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ บริษัทนั่นแหละ”

                ...การเมืองภายใน

เรื่องนี้เดาได้ไม่ยาก ปัญหาเรื่องคนกับเรื่องงาน เปอร์เซ็นต์ของการลาออกส่วนใหญ่มากจากปัญหาเรื่องคนทั้งนั้น

                “รายงานนี้ได้สรุปได้ในเบื้องต้นว่าปัญหาของ Crater ไม่ได้เกิดจากกระบวนการทำงานของลูกค้า แต่เกิดจากสารเคมีของเราเอง ทุกอย่างกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่พอพนักงานถูกไล่ออกยกเซต ผลการตรวจสอบกลับหาไม่พบ ทุกอย่างต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ แต่ลูกค้าไม่มีเวลารอเราถึงขนาดนั้น ทุกอย่างก็เลยเป็นอย่างที่คุณรู้ก่อนเข้ามาร่วมทุน”

                แพทริคก็เพิ่งรู้เรื่องความไม่ชอบมาพากลนี้ คงต้องนับถือปุริมานอย่างนึงล่ะที่แฟร์พอที่บอกแทนที่จะปิดบังไว้อย่างที่เขาเคยพบในผู้บริหารหลายๆ คนที่พร้อมจะฉายภาพความไร้ปัญหาทั้งที่เบื้องหลังมีปัญหามากมาย แต่ทำไมอะไรๆ ถึงดูเหมือนกับมีแต่ทางตันทั้งที่น่าจะมีทางออก

                “แล้วสารเคมีที่มีอยู่ในตอนนี้ เราต้องหยุดหากยังพบปัญหาก่อนที่จะเสียลูกค้าเพิ่ม”

                “คนของฉันในฝ่ายวิจัยกำลังหาสารเคมีในช่วงที่เกิดปัญหากับสารเคมีจากระบวนการผลิตในตอนนี้เพื่อนำไปตรวจสอบ ทุกอย่างยังเป็นความลับอยู่”

                “ทำไมคุณถึงต้องทำให้เป็นความลับ”

                ปุริมานทำหน้าเมื่อย มีใครบ้างล่ะอยากถูกตรวจสอบว่าทำผิดบางอย่าง ถ้าต้องการรู้ความจริงก็ต้องไม่ให้คนคนรู้น่ะสิ

                “ก็เพราะเหตุผลที่คุณคิดอยู่ในใจนั่นแหละค่ะ”

                “ถ้าได้สารเคมีมา ตรวจสอบกี่วันถึงจะรู้ผล”

                “ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตอนนี้คนของฉันกำลังขอรับสารเคมีที่มีปัญหาจากลูกค้า พี่ปราณก็จะช่วยอีกทาง น่าตลกไหมล่ะคะ สินค้าถูกตีกลับ แต่เรากลับหาสารเคมีทั้งหมดนั้นไม่พบ”

                แพทริคมั่นใจอย่างที่เคยมั่นใจแล้วว่าการที่วินิกานต์ขาดทุนจนใกล้ล้มละลายไม่ได้เป็นไปตามกลไกของตลาด แต่อาจมีอะไรซ่อนไว้มากกว่านั้น ซึ่งรวมถึงการคอรัปชั่นในหมู่ผู้บริหารอีกด้วย ปุริมานจะทันเกมของผู้ใหญ่ที่เขี้ยวลากดินได้อย่างไรกัน

                “ถ้าคนของคุณได้สารเคมีมาแล้วช่วยส่งให้ผมด้วย แล็บของเลเวียน่าจะตรวจสอบได้ ในระหว่างนี้ถ้าลูกค้ารายไหนพบปัญหาก็หยุดการขาย อ้อ ไม่ดี เอาอย่างนี้ผมจะสั่งให้โรงงานของเลเวียส่งสารเคมีที่วินิกานต์ต้องส่งให้ลูกค้าไปแทนในระหว่างนี้”

                โล่งอก...

แม้ว่าปัญหาจะยังคงอยู่ อย่างน้อยการมีใครสักคนมาช่วยจัดการปัญหาที่ใหญ่เกินไปสำหรับเด็กเตาะแตะในโลกธุรกิจที่ซับซ้อน พ่อคะ...บัวควรเชื่อมั่นว่าเขาจะช่วยเราได้ใช่ไหม

                “ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะบอกให้คนของฉันเตรียมสารเคมีให้คุณถ้าได้สารเคมีมาแล้ว คิดว่ามีหลายตัวอย่างอยู่นะคะ แล้วก็พรุ่งนี้ฉันจะบอกให้คุณอลินเรียกประชุมหัวหน้าฝ่ายทุกคน คุณ...”

                “ไม่มีปัญหา ผมจะเข้าประชุมด้วย” แพทริคบอกพลางหรี่ตามองปุริมานอย่างประเมิน “ไหนๆ เราก็ต้องทำงานด้วยกันอีกระยะหนึ่งหรือจนกว่าสถานการณ์ของวินิกานต์จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ผมอยากบอกอะไรคุณสักอย่าง”

                “คะ...”

                “ในฐานะผู้บริหารคุณควรรู้จักใช้คน การเมืองทำให้คนมีหน้ากากหลายใบก็จริง แต่คุณต้องหาวิธีให้มีหน้ากากสักใบที่เป็นของคุณ” เขาจงใจพูดภาษาไทยสำเนียงชัดแจ๋ว

                ปุริมานไม่แปลกใจสักนิด นึกแล้วว่านอกจากฟังภาษาไทยเข้าใจ เขาต้องพูดได้ด้วย ตบตาเก่งเหลือเกินนะ

                “สอนฉันสิคะ” เธอพูดภาษาไทยกลับ และต่อจากนี้ไปถ้าไม่มีใครอื่นอีก เธอก็จะพูดกับเขาเฉพาะภาษาไทยเท่านั้น เรื่องอะไรจะมานึกภาษาอังกฤษให้ปวดหัวล่ะ

                “ทำไมคุณถึงไม่สั่งงานเรื่องนี้กับหัวหน้าฝ่ายโดยตรง” เขาถามและรอฟังคำตอบ ไม่สนใจแล้วว่าพูดภาษาไหนอยู่

                “เพราะ...คุณน่าจะรู้เรื่องพวกนี้มากกว่าฉันนะคะ” เธอบอกเสียงเซ็งๆ แค่เกือบ 3 เดือนเธอก็รู้แล้วว่าคนที่มีอำนาจแม้ไม่มีตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเป็นใคร

                “ดึงหัวหน้าฝ่ายมาอยู่ในเกมของคุณ คุณมีอำนาจทำไมไม่รู้จักใช้ล่ะ ถ้าผู้บริหารต้องลงมือทำเองไปเสียทุกเรื่อง โอเค คุณก็จะได้รู้งานมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็สูญเสียเวลาในการวางระบบซึ่งมันได้ผลมากกว่าการลงมือเองในทุกกระบวนการ คุณคนเดียวทำทุกอย่างไม่ได้หรอก”

                ใช่! คำพูดของเขาถูกต้องทุกอย่าง เธอต้องวางหมากทุกตัวในเกมให้เป็นไปในแบบที่ต้องการ คุณอัศนัยทำยังไงนะคนพวกนั้นถึงยอมอยู่ในคำสั่ง แม้ต้องทำสิ่งที่ขัดต่ออาชีพของตัวเอง เขาไม่บอกวิธีก็ต้องหาวิธี

                “ค่ะ ฉันจะพิจารณาคำแนะนำของคุณ แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันอยากบอกเหมือนกัน”

                “พูดมาสิ”

                “นานมาแล้วมีใครคนนึงบอกฉันไว้ว่า...ถ้าเราทำวันนี้ให้ดีวันต่อๆ ไปก็จะดี อนาคตก็จะดีด้วย”

                แพทริคโคลงศีรษะยักไหล่อย่างไร้ความทรงจำจากดวงตาที่หญิงสาวคาดหวังว่าจะได้พบ

                “ดีคนเดียวกับดีทั้งระบบผลประโยชน์มันต่างกันมากนะคุณ” เขาส่ายหน้าอย่างผู้ใหญ่ที่เห็นโลกแคบๆ ของเด็กคนหนึ่ง ร่างสูงลุกขึ้นกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจหันมาบอก “อ้อ พรุ่งนี้ผมอยากรู้เรื่องงานของฝ่ายผลิตและปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน หวังว่าคุณคงมีข้อมูลสำหรับเลเวียนะครับ”

                ปุริมานยิ้มรับมั่นใจว่าแพทริคต้องรู้เรื่องที่เธอเพิ่งรู้อย่างแน่นอน ทีมของปีเตอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญมีหรือจะมองข้ามกระบวนการใหญ่ของโรงงาน นี่เขาต้องการทดสอบเธอหรือเป็นการชี้นำให้เธอเห็นในเรื่องที่ควรเห็นกันแน่นะ

 

                ปราณขยับแว่นพลางมองผ่านเลนส์บางใสไปยังใบหน้าที่คร่ำเคร่งของปุริมาน เขารู้น้องสาวเกลียดตัวเลขที่สุด แต่ก็ต้องศึกษางานด้านบัญชีเอาไว้เพื่อจะได้ไม่เสียรู้ใคร เกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ปุริมานเครียดมาก แต่ก็ต้องฝืนยิ้มเพราะมันคือหน้าที่ของลูกที่ต้องทำตามความต้องการสุดท้ายของพ่อ แล้วไม่ใช่แค่พอทำได้ แต่ต้องทำได้ดีในเวลาอันรวดเร็วด้วย ความฝันของปุริมานคือการได้สืบทอดกิจการของคุณกานต์ แต่ต้องหลังจากที่เธอเรียนจบปริญญาโทก่อน ทุกอย่างยังเร็วเกินไปสำหรับเด็กเพิ่งจบปริญญาตรีที่ยังต้องมีพี่เลี้ยงสำหรับวงการธุรกิจที่ความจริงใจหายาก

ปุริมานเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายพร้อมกับปิดแฟ้มที่นั่งอ่านทบทวนความเข้าใจเป็นรอบที่สอง ดวงตาเจือรอยเศร้ามองพี่ชายที่เป็นอาจารย์แทนพ่อพลางถอนใจ

                “ถอนใจทำไม มีเรื่องไม่สบายใจหรือไงถึงได้ทำหน้าอย่างนั้น”

                “ก็เพราะพี่ปราณจะไม่อยู่หลายอาทิตย์น่ะสิคะ อาจารย์ไม่อยู่ แล้วลูกศิษย์จะไปรอดเหรอ”

                มือหนายื่นไปลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู รอยยิ้มฉายชัดบนใบหน้าอ่อนโยนของปราณยามเอ่ย 

“รอดสิ น้องบัวเป็นคนเก่ง ถึงใครไม่รู้ แต่พี่รู้ อย่าลืมที่พี่บอกไว้ก็แล้วกัน”

                “ค่ะ แค่นี้ใครๆ ก็คิดว่าบัวไม่มีสมองกันหมดแล้ว” ปุริมานหัวเราะ อย่างน้อยคนแรกที่คิดว่าเธอไร้สมองก็คงเป็นคุณอัศนัย รองลงมาก็...แพทริคละมั้ง

                “มันก็ดีกว่าทำเป็นรู้ทั้งที่ไม่รู้ล่ะน่า กลับกันเถอะ หิวหรือยัง”

                “หิวมากเลยค่ะ ไปหาอะไรทานกันก่อน พี่ปราณเอารถไปนะ วันนี้ขี้เกียจขับรถ ถ้าพี่ปราณใจดีก็ขับรถไปส่งบัวที่บ้านสวนหน่อยนะคะ”

                ปราณยิ้มรับพลางส่ายหน้าก็ใครใช้ให้ปุริมานไปอยู่บ้านสวน ที่บอกใครต่อใครว่าใกล้บริษัทน่ะจริงๆ แล้วมันใกล้เสียที่ไหน แถมยังกันตัวเองออกมาจากครอบครัวที่เขาเองก็เรียกว่าครอบครัวได้ไม่เต็มปากนัก

                “ไปกินข้าวที่บ้านไหมน้องบัว”

                คนถูกถามชะงักมือที่กำลังจะปิดไฟ “ไม่ล่ะค่ะ รู้แล้วยังมาชวนอีก”

                ปราณพยักหน้าเข้าใจและไม่เซ้าซี้ถามซ้ำอีก ปุริมานหัวเราะเสียงเบากลบเกลื่อนทุกอย่างในใจรวมถึงใบหน้าที่ยิ้มพราว ที่นั่นไม่เคยเป็นบ้านของเธอแม้ว่าพ่อจะให้กรรมสิทธิ์เธอกับแม่เลี้ยงในการเป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน เธอไม่เคยต้องการบ้านหลังนั้นเท่าๆ กับไม่อยากอยู่ที่นั่น ที่ยอมไปอยู่ก็เพื่อให้พ่อสบายใจ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว

                 

                ค่ำแล้ว พอมองนาฬิกาก็เห็นว่าเกือบ 2 ทุ่ม สองพี่น้องเดินออกมาจากลิฟต์ก็เห็นใครคนหนึ่งเพิ่งออกมาจากลิฟต์อีกตัวพร้อมกับเลขาร่างสูงใหญ่ที่ไปลงแข่งมวยปล้ำหรือชกมวยรุ่น Heavy weight ได้สบายๆ ปุริมานสะกิดปราณเพราะเธอยังนึกไม่ออกว่าจะทักทายอะไรดี

                “คุณแพทริคกำลังจะกลับหรือครับ” ปราณทักทายด้วยภาษาอังกฤษพลางจับข้อมือของปุริมานพร้อมกับเดินไปสมทบหุ้นส่วนรายใหญ่ หลายวันที่ผ่านมาเขาเริ่มคิดว่าข่าวลือของผู้ชายคนนั้นคงมีความจริงไม่ถึงครึ่ง ครึ่งเดียวที่จริงก็เรื่องงานเท่านั้น

                แพทริคมองความสนิทสนมของปราณกับปุริมานผ่านข้อมือของหญิงสาวที่ถูกจับไว้ ถ้าสองคนนี้ไม่ได้เติบโตมาด้วยกันก็คงเหมือนคู่รักกันไปแล้ว เรียวปากหนาคลี่ยิ้ม แต่ปุริมานรู้ว่าเขากำลังเยาะมากกว่า แต่ว่าเรื่องอะไร

                “ครับ ค่ำมากแล้ว คุณสองคนคงยังไม่ได้ทานอะไร  ถ้างั้นไปทานอาหารด้วยกันไหมครับ” แพทริคเอ่ยชวน ในขณะที่แกริคเดินนำออกไปรอที่รถซึ่งมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว

                “เอ่อ...ผมแล้วแต่น้องบัวครับ”

                ปุริมานยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับตอบแทนพี่ชายว่า “ก็ได้ค่ะ ไปด้วยกันหลายๆ คนคงสนุกดี จริงไหมพี่ปราณ”

                ปราณพยักหน้ารับตามน้ำอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมน้องสาวถึงยอมรับคำชวนนั้น ปุริมานเดินมายืนรอปราณที่กำลังเดินไปขับรถมาวนกลับมารับ แพทริคยืนนิ่งไม่เข้าไปในรถที่แกริคสตาร์ตเครื่องรอ หญิงสาวหันไปมอง ไม่แน่ใจว่าเขามายืนรอเป็นเพื่อนหรือว่าเป็นความพอใจที่ต้องการยืนตรงนี้

เงียบ...จนกระทั่งปราณขับรถมาจอดเทียบปุริมานเปิดประตูเข้าไปนั่งพร้อมๆ กับที่แพทริคเดินไปยังรถของเขาแล้วเข้าไปนั่งเช่นกัน เรียวปากบางยิ้ม ถึงจะไม่พูดออกมาเธอก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าเขามายืนรอเป็นเพื่อน

 

                ใช้เวลาไม่นานนักทั้งหมดก็มาถึงร้านอาหารที่ปุริมานเลือก ปราณมองน้องสาวแล้วก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมถึงเลือกร้านอาหารไทย แทนที่จะเป็นอาหารฝรั่ง แต่พอหันไปมองแพทริคที่ลงมาจากรถโดยไม่ถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ เขาก็เลยขี้เกียจถามให้เป็นประเด็นขึ้นมา ลูกครึ่งไทย-อเมริกันคงเคยกินอาหารไทยอยู่บ่อยๆ ล่ะน่า

                แพทริคอนุญาตให้แกริคกลับไปก่อน ทำให้ปราณไม่ต้องกังวลว่าเลขากึ่งบอดี้การ์ดของแพทริคจะกินอะไรได้บ้าง ปุริมานเดินนำเข้ามาในร้านอาหารและรับหน้าที่สั่งอาหารไทยล้วนๆ แถมแต่ละอย่างขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ด พอเห็นว่าชักเผ็ดหลายอย่างหญิงสาวก็สั่งแกงจืดมาให้ลูกครึ่งอีกอย่าง

                “หิวมากหรือน้องบัว แล้วที่สั่งมาน่ะถามคุณแพทริคแล้วหรือยังว่าทานได้หรือเปล่า” ปราณถามแทนผู้ร่วมชะตากรรม

                “ไม่เป็นไรครับ ผมทานได้”

                เจ้าของเมนูสารพัดที่สั่งไปยิ้มพราว เธอไม่ได้แกล้งเขา แต่กำลังอยากทดสอบบางอย่างต่างหาก

                “คุณแพทริคเคยทานอาหารไทยมาก่อนไหมคะ” ปุริมานถามเข้าโหมดภาษาอังกฤษตามเดิม

                “เคย ทำไมหรือครับ”

                “เคยลืมรสชาติของอาหารไหมคะ”

                “ก็ถ้าไม่มีอะไรให้น่าจดจำก็ไม่จำเป็นต้องจำนี่ครับ” แพทริคตอบดวงตาคู่เต็มไปด้วยแววขบขันและเย้ยหยันระคนกัน

                “แล้วถ้าเป็นคนล่ะคะ เหมือนกันหรือเปล่า” ปุริมานกลั้นใจถามต่อ ถ้าลืมรสชาติได้ ความทรงจำล่ะลืมได้หรือเปล่า

                แพทริคหัวเราะแต่ฟังอย่างไรก็ไม่เหมือนเสียงหัวเราะ

                “เหมือนกัน บางอย่างจำแล้วไม่มีประโยชน์ก็ลบออกจากความทรงจำไม่ดีกว่าหรือครับ”

ยิ่งกว่าการลืม การลบความทรงจำช่างง่ายเหลือเกินยามฟังเขาเอ่ยออกมา แล้วเธอล่ะถูกทำแบบนั้นอยู่หรือเปล่า ปุริมานมั่นใจว่าเขาคือพี่เต แต่ทำไมต้องทำเหมือนไม่รู้จักกัน เหตุผลของคำถามนั้นก็เพราะเขาลบเธออกไปจากความทรงจำอย่างนั้นหรือ ทำไม? เพราะอะไร?

เงียบจนปราณต้องหันไปมองปุริมาน ใบหน้าของน้องสาวซีดเผือด  ดวงตาสดใสคู่นั้นจ้องมองแพทริคนิ่งนานจนเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

                “ระหว่างที่ผมเดินทางไปติดต่อลูกค้า คุณแพทริคต้องการให้ผมเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษนอกจากที่เราประชุมกันไปอีกไหมครับ”

                แพทริคละสายตาจากใบหน้าซีดเผือดของปุริมาน เรียวปากหนาแย้มยิ้มยามหันมาตอบปราณ

                “ตอนนี้ไม่มีครับ ถ้ามีปีเตอร์จะบอกคุณเอง”

                อาหารถูกลำเลียงเข้ามาพอดี ปราณสะกิดปุริมานเบาๆ เพราะเหมือนกับว่าเธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเมื่อมีบางอย่างอยู่ในใจ หญิงสาวยิ้มให้พี่ชาย ความเศร้าถูกสลัดทิ้ง  เธอต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่เตถึงต้องทำแบบนี้ ถ้าลบออกไปจากความทรงจำแล้วมาช่วยกันอีกทำไม แล้วทำไมถึงต้องลบ

                ยังไม่ทันได้เริ่มทานอาหาร คิ้วหนาของปราณก็ขมวดยุ่งทันทีที่เห็นว่าใครโทรมาหา ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาคุยโทรศัพท์กับแม่สักครู่หนึ่งก็เดินกลับมา ปุริมานเห็นเค้าความยุ่งยากโชว์หราที่หน้าของพี่ชายทันที            

                “มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ปราณ สงสัยจะเป็นเรื่องน่าปวดหัว”

                “รู้แล้วยังมาถาม เดี๋ยวพี่ทิ้งรถไว้ให้น้องบัวใช้แล้วกัน พี่ต้องไปรับยัยโรสกลับบ้านก่อนแล้วคงทานอาหารด้วยไม่ได้แล้ว” เขาบอกสั้นๆ เรื่องยาวกว่านั้นมันก็แค่รสิกาไปเที่ยวผับกับเพื่อนแล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนเรื่องถึงตำรวจ เพื่อไม่ให้เป็นข่าวเอิกเกริก เขาต้องรีบไปประกันตัว แล้วก็หลบนักข่าวให้ได้แล้วพาน้องสาวตัวดีกลับบ้านภายในคืนนี้ตามคำสั่งของแม่

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่ปราณ เดี๋ยวบัวกลับรถแท็กซี่เอง ถ้าดึกมากเดี๋ยวบัวโทรให้ดลมารับหรือไม่ก็ไปค้างบ้านยัยดาด้าก็ได้” ปุริมานเสนอ ดึกดื่นขนาดนี้เดินทางลำบาก แล้วนิสัยของรสิกาคงยอมหรอกถ้าต้องนั่งรถแท็กซี่

                “น้องบัวแน่ใจนะ”

                “แน่ใจสิคะ เอารถไปใช้เถอะค่ะ ถ้าไปช้าโดนใครอาละวาดไม่รู้นา”

                ปราณเริ่มเห็นด้วยด้วย  แต่ก็ยังไม่วางใจนักเมื่อเหลือบมองผู้ชายที่อาจไว้ใจได้ในเรื่องงาน แต่เรื่องอื่นๆ เขาไม่แน่ใจนัก  “งั้นก็ได้ กลับถึงบ้านแล้วโทรหาพี่ด้วย”

“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณแพทริค”

                แพทริคพยักหน้ารับและรอจนปราณขับรถออกไปจากร้านอาหาร เขาก็เริ่มทานอาหารพลางชำเลืองมองคนที่ถูกปล่อยเกาะที่จู่ๆ ก็เงยหน้ามายิ้มให้ ทั้งที่เมื่อคู่ยังทำหน้าเหมือนอยาก ใบหน้าเคร่งขรึมเผลอยิ้มตอบอย่างไร้เหตุผล เขารู้ในวินาทีนั้นเองว่าหลงกลใบหน้าซื่อๆ ไร้เหลี่ยมเล่ห์กลเข้าแล้ว

                “คุณชอบอาหารที่ฉันสั่งไหมคะ”

                “ไม่รู้สิ ไหนๆ คุณก็สั่งมาแล้วก็ทานเสียให้อิ่มท้องก็เท่านั้นเอง” เขาตอบก่อนจะย้อนถามกลับไปว่า “อะไรทำให้คุณคิดว่าผมจะชอบอาหารไทยที่ทั้งเผ็ด กลิ่นแรง แล้วก็ไม่คุ้นชินกับคนที่อยู่อเมริกามาตลอดล่ะครับ”

                “ไม่รู้สิคะ ฉันก็แค่อยากรู้ อย่างน้อยตอนนี้เราก็พูดไทยใส่กัน”

น่าตลกปนสงสัยไหมล่ะ ฝรั่งที่ไหนกินน้ำพริกที่เผ็ดขนาดเธอยังต้องกินน้ำตามตั้งหลายอึก แต่แพทริคกลับไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย เมื่อก่อนของโปรดของพี่เตก็คือน้ำพริกปลาทูนี่ล่ะ

                “อยากรู้อะไรหรือครับ หรือว่ายังคิดว่าผมเป็นผู้ชายคนนั้นของคุณอยู่อีก”

                เธอไม่ยอมหลงกลหรอก อยากเป็นคนอื่นนักก็เป็นให้สมใจไปเถอะ สักวันเธอจะทำให้เขาต้องยอมรับว่าเป็นพี่เตให้ได้

                “อย่าสนใจเลยค่ะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองนะคะ เป็นการขอบคุณสำหรับเรื่องคืนก่อน”

                “งั้นแลกกัน คุณเลี้ยงข้าวผม ส่วนผมไปส่งคุณที่บ้าน” แพทริคเสนอกลับ

                “ไม่เป็นไรค่ะ ฉัน...” หญิงสาวตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่คนรอคำตอบก็เร็วพอกัน

                “ไม่ต้องเกรงใจ ผมไม่ได้อาสาตามมารยาท อีกอย่าง ผู้หญิงนั่งรถแท็กซี่กลางค่ำกลางคืนคุณคิดว่าปลอดภัยหรือ คุณน่าจะคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองแทนที่จะปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ทันได้คิด” คราวนี้ร่ายยาวเป็นภาษาไทยแบบเจ้าของภาษายังอึ้ง

                เออแน่ะ ที่ปฏิเสธก็เพราะไม่อยากรบกวน เกรงใจ แต่กลายเป็นว่าเธอไม่ห่วงตัวเองไปเสียอย่างนั้น แถมยังพ่วงข้อหามองข้ามข้อเสนอของเขาอีก

                “ค่ะ งั้นก็ตามใจ แต่อย่ามาบ่นว่าไกลก็แล้วกัน”

                ปุริมานลืมตัวค้อนใส่ ช่างเถอะ ถึงรู้ตัวก็จะทำอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าแพทริคบอกว่าห่วงเลยอยากไปส่งใครจะอยากปฏิเสธ นี่อะไรเสนออย่างกับกำลังคุยงานกัน ดี! ขับรถไกลๆ กลับดึกๆ พรุ่งนี้ไปทำงานสายล่ะจะสมน้ำหน้าให้

 

                ภายในรถอาจเงียบกริบถ้าแพทริคไม่เปิดเพลงที่ปุริมานอยากบอกว่าเธอคงหูไม่ถึงแน่ๆ กับเพลงคลาสสิกที่เพราะดี แต่ไม่เข้าใจความหมายนั้น เหมือนกับที่ไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้ทั้งที่เคยมั่นใจว่าเราเป็นสองคนที่เข้าใจถึงหัวใจของกันและกันที่สุด แต่มันคงไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันหรือ

แพทริคหันมามองในวินาทีนั้น ในหน้างามหลบตาวูบเมื่อถูกจับได้ว่าจ้องมองเขา ทำได้เพียงเสบอกทางที่ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่บอกส่งๆ ไป เขาก็ยังขับไปยังบ้านสวนได้ถูก

                “ทำไมคุณถึงเลือกมาอยู่ที่นี่”

                จู่ๆ คนที่ขับรถเงียบๆ มานานก็เอ่ยถามขึ้น ปุริมานผินหน้าไปมองอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา นี่คือพิรุธอีกอย่างของแพทริคใช่ไหม

                “ฉันเลือกมาอยู่ที่นี่เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของฉันน่ะสิคะ ว่าแต่ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันต้องเลือกด้วยล่ะ จริงๆ แล้วฉันอาจจะมีบ้านแค่หลังเดียวก็ได้”

                ชายหนุ่มโคลงศีรษะพลางหัวเราะในลำคอเมื่อรู้ได้ว่าถูกจับสังเกตจากเจ้าของสายตาบ้องแบ๊วอยู่ตลอดเวลา

                “ไม่เห็นจะยาก ถ้ามีบ้านหลังเดียวแล้วพี่ปราณของคุณล่ะทำไมเขาต้องให้คุณโทรหาถ้าถึงบ้านแล้ว เขายังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่หรือเท่าที่ผมทราบ”

                ปุริมานถอนใจไม่อยากจะเชื่อว่าเขาสามารถหาเหตุผลมาหักล้างได้ ใช่! ถูกของเขา คราวนี้เธอไม่ทันคิดเอง เรียวปากหนาเผยอยิ้มเมื่อเห็นคนจับพิรุธหมดคำที่จะหักล้างและหมดเวลาที่จะตั้งคำถามกับเขาอีกเมื่อการเดินทางได้จบลงที่ประตูรั้วไม้บ้านเรือนไทยหลังใหญ่สองหลัง หลังหนึ่งเปิดไฟสว่างเพื่อรอปุริมาน ส่วนอีกหลังมืดสนิทเมื่อไม่รู้ว่าจะรอใคร

                “บ้านเรือนไทยหลังนี้เป็นของฉันค่ะ ส่วนหลังนั้นเป็นของพี่เต ตอนเด็กๆ ฉันติดพี่เตยิ่งกว่าพี่เลี้ยง ก็แน่ล่ะไม่มีใครทั้งดุและตามใจฉันเหมือนพี่เตสักคน” ปุริมานเอ่ย สายตาคู่นั้นมองใบหน้าที่เรียบเฉยอย่างคาดหวัง ขอสักเสี้ยววินาทีที่เกิดสิ่งมหัศจรรย์ ที่เขาจะยอมรับว่าเป็นการะเต

                ทว่าใบหน้าของแพทริคไม่มีสิ่งใดให้ปุริมานได้คาดหวัง อย่างที่เขาได้พูดไป การลบความทรงจำออกไปนั้นยิ่งกว่าการลืม มันคือการไม่มีวันจำ ไม่มีวันรื้อฟื้นและไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้

                “แล้วพี่เตของคุณไปไหนแล้วเสียล่ะ” เขาย้อนถามใบหน้าไร้ความรู้สึก

                ปุริมานหมดหวังพอๆ กับหมดกำลังใจ ที่ผ่านมาเธอคงเหมือนผู้หญิงไร้ความอายที่ไปทึกทักว่าแพทริคเป็นคนที่เธอรอคอยเสมอมา แต่ว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วย คนที่สนิทสนมยิ่งกว่าใครกลายเป็นคนแปลกหน้า มันเลือดเย็นเกินไป มากเกินจะยอมรับได้ในเวลาแสนสั้น

                “ไม่ทราบค่ะ ตอนนี้ยิ่งไม่อยากทราบ”

                “ทำไมล่ะ หรือว่าที่พูดถึงผู้ชายคนนั้นก็เพราะอยากให้ผมเป็นผู้ชายคนนั้นขึ้นมา” แพทริคถามเสียงหยัน เสียงหัวเราะช่างบาดใจคนฟัง

                ปุริมานจ้องมองเจ้าของเสียงหัวเราะที่แสนไร้หัวใจ ก็ได้เธอยังไม่คิดจะทำแบบนี้ แต่เขาบังคับให้เธอต้องทำมันตอนนี้

                “แล้วคุณเป็นพี่เตของฉันหรือเปล่าล่ะคะ ถ้าใช่ก็พูดมา ทำไมต้องมาเป็นคนอื่นต่อกันด้วย” หญิงสาวตะโกนถามเสียงดัง ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นพลิ้ว

                เสียงถอนใจคือคำตอบแรกของแพทริค ใบหน้าเปื้อนยิ้มหันมามอง ดวงตาคู่นั้นไร้ความรู้สึกอื่นใดนอกจากความโกรธที่ปุริมานไม่รู้ว่าเขาโกรธเธอเรื่องอะไร ทว่าคำพูดที่ออกมาจากเรียวปากของเขาช่างโหดร้ายและทำให้ผงะในคราวเดียวกัน

                “สิ่งแรกที่คุณควรรู้ไว้ก็คือผมทำธุรกิจ ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมเป็นคนกำหนด แต่ที่ผ่านมาผมไม่เคยล้ำเส้นกับเพื่อนร่วมงานที่มักแอบแฝงด้วยผลประโยชน์”

                ใบหน้าแดงก่ำเปลี่ยนเป็นซีดเผือด แพทริคคิดว่าที่เธอมั่นใจว่าเขาคือพี่เตเป็นเพียงข้ออ้างที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ นี่เธอถูกมองว่าต่ำขนาดนี้เชียวหรือ

                “นี่คุณ...คิดอะไรได้แย่ที่สุดเลย”

                “ผมไม่รู้จักคุณ ทำไมถึงจะคิดเรื่องอย่างนั้นเพื่อป้องกันตัวเองไม่ได้ แล้วสถานการณ์ของวินิกานต์ก็ชวนให้ผมคิดว่าคุณเสนอและรอให้ผมสนอง”

                ร่างเพรียวพาตัวเองออกมาจากรถในทันทีที่ปลอดล็อคได้ ดวงตาวาววาบแลฉาบด้วยรื้นน้ำตา มือทั้งสองข้างกำจนแน่นด้วยความโกรธเมื่อศักดิ์ศรีแห่งลูกผู้หญิงถูกหมิ่นแคลน เธอเข้าใจสารที่แพทริคต้องการสื่อแล้ว

ก็ได้! เธอจะลืมทุกอย่างและบอกตัวเองนับตั้งแต่วินาทีนี้ว่าเธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ใช่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน

                “ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ ฉันไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้คุณมาช่วยบริษัทของพ่อ”

                ใบหน้าของคนกล่าวคำร้ายๆ เรียบเฉย แต่หัวใจกลับไหววูบเมื่อเห็นความเจ็บปวดจากดวงตาที่เอ่อท้นด้วยน้ำตาของปุริมาน ใจอ่อน...ใช่ เขากำลังใจอ่อนเมื่อต้องการทำร้ายเจ้าของเสียงเล็กๆ ที่ก้องในหัวของเขาตลอดมา ดวงตาคมวาบปิดนิ่ง

ก็ได้! คราวนี้จะยอมให้

                “ผมขอโทษ”

                ปุริมานไม่อยากให้ทุกอย่างแย่เพราะเรื่องส่วนตัว งานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกออกจากกันให้ได้ อนาคตของวินิกานต์ไม่ได้อยู่ในมือของเธอเพียงคนเดียว ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลมากพอที่จะช่วยทุกคนในวินิกานต์ได้ แต่ต้องไม่ใช่การแลกเปลี่ยนที่เขาเข้าใจผิดไป

ก็ได้! คราวนี้เธอจะทำเหมือนคืนนี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

                “ขอบคุณที่มาส่ง แล้วก็ขอโทษด้วยที่ฉันขอเสียมารยาทไม่เชิญคุณเข้าบ้านเพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าฉันอ่อยคุณ ซึ่งมันไม่ใช่เลย”

                “ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่เห็นต้องโกรธ” แพทริคจงใจย้อนคำ ความโกรธมีพลังมากกว่าความเสียใจ แล้วตอนนี้เธอก็โกรธเขาอีกครั้งแล้วด้วย

                “คุณแพทริค!
                “โอเค คุณเข้าบ้านเถอะ ผมจะกลับแล้ว”

                ร่างเพรียวไม่ต่อคำอีก ยิ่งพูดยิ่งทำร้ายจิตใจกันทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำแบบนี้ทำไมสู้เดินกลับเข้าบ้านไปสงบสติเรียกกำลังใจตัวเองดีกว่า แพทริครอจนปุริมานเดินขึ้นเรือนไปจึงเคลื่อนรถออกมาจากหน้ารั้วบ้านเรือนไทย เจ้าของบ้านอดไม่ได้จึงหันมามองว่าคนปากร้ายกลับไปแล้วหรือยัง หน้ารั้วบ้านว่างเปล่าไม่เห็นแม้แต่ไฟท้ายของรถที่น่าจะยังเห็นจากทางซอยที่รถคันนั้นขับเข้ามา น่าแปลกหายไปไหนแล้ว ขับรถเร็วจริง

 

                อธิบายศัพท์

                Breakdown3 คือ การที่เครื่องจักรต้องหยุดทำงานทั้งที่ไม่ได้วางแผนไว้ อาจเกิดจากความเสียหายบางอย่างทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามแผนที่วางไว้

Preventive Maintenance4 คือ การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน โดยกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบและการบำรุงรักษาเครื่องจักรรวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายหรือวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้าซึ่งจะไม่ทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดเครื่องจักรฉุกเฉิน

 

               

                 แล้วจะมา up ต่อค่ะ

            ปล.1 จำได้ว่ามีนักอ่านคนหนึ่งขอให้หาคู่ให้ปราณ คงต้องบอกว่าไม่ทันแล้วค่ะ เรื่องนี้ปราณไม่มีคู่ค่ะ ถ้าเขียนย้อนมาในช่วงของปราณ โดยแยกออกมาเป็นอีกเรื่องก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนยังไงดี 555 พอดีเรื่องนี้เขียนให้จบแบบจบจริงๆ ไม่มีภาคต่อค่ะ  คงต้องรอนิยายภาคต่อในซีรี่ส์ของ 3 พี่น้องแล้วค่ะ มังกรเทียมฟ้า ที่อัมรานยังไม่ได้เขียนเลยอ่ะ

            ปล.2   ไม่สามารถเพิ่มบทของปราณได้แล้วค่ะ ต้นฉบับเต็มได้ผ่านการพิจารณาจาก สนพ เรียบร้อยแล้วและคิดว่าถึงขั้นตอนที่อัมรานไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้แล้วค่ะ

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1197 , โพส : 8 , Rating : 100% / 16 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 7 : ความคิดเห็นที่ 52
มอสอาสารับดูแลพี่ปราณเองนะไรเตอร์55555
Name : มอส [ IP : 171.7.198.70 ]

วันที่: 17 กันยายน 2555 / 23:32
# 6 : ความคิดเห็นที่ 51
พี่ปราณน่าจะมีคู่นะ ไม่ต้องมีบทมากก็ได้
Name : ชมพูธาร/ไรน้ำ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ชมพูธาร/ไรน้ำ [ IP : 115.67.224.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2555 / 18:17
# 5 : ความคิดเห็นที่ 50
เห็นขึ้นหน้าจอทีไร อดใจไม่ได้ต้องเข้ามาดู ลุ้นมาก ว่าพระเอกจะทำร้ายนางเอกไปเพ่อนอะไร  เชื่ออัมรานค่ะมีเหตุผลที่ร้ายมันมีที่มาที่ไป แต่ใจจะขาดอ่ะ อยากอ่านค๊าาาา มาอัพเร็วๆนะคะ
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.15.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กันยายน 2555 / 18:21
# 3 : ความคิดเห็นที่ 49
เดาเรื่องไม่ถูกเลยจริงๆคะ สนุก
Name : มอส [ IP : 171.7.198.70 ]

วันที่: 16 กันยายน 2555 / 15:54
# 3 : ความคิดเห็นที่ 48
รอต่อค่ะ
Name : ถักผมเป [ IP : 27.55.13.40 ]

วันที่: 16 กันยายน 2555 / 13:55
# 8 : ความคิดเห็นที่ 47
หือ...เจ็บแทนน้องบัวเลยพี่เตใจร้ายยย
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.54.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กันยายน 2555 / 20:24
# 2 : ความคิดเห็นที่ 46
รออ่านค่ะ
Name : ขอให้สมปรารถนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอให้สมปรารถนา [ IP : 171.96.32.4 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กันยายน 2555 / 10:32
# 1 : ความคิดเห็นที่ 45
น่ารักได้เนียนมาก  หุหุหุ แต่ก็ลึกลับได้เท่สุด ๆ
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.15.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กันยายน 2555 / 10:05
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android