คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100%


     อัพเดท 3 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 96% [ 3 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 23,570
122 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 64 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1232 , โพส : 2 , Rating : 100% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 2  ทนไม่ได้หรือไม่ได้ทน

 

                เมื่อถึงเวลาตามที่ได้นัดหมายกันไว้ทั้งพี่เลี้ยงและเด็กฝึกงานก็รอกันอยู่ที่ห้องเดิม โดยในมือของเด็กฝึกงานทุกคนจะมีเอกสารอธิบายการทำงานในแต่ละส่วน ในขณะที่ในมือของพี่เลี้ยงมีสมุดบันทึกที่จะกลายเป็นเอกสารสำคัญที่บอกว่านักศึกษาฝึกงานทั้งหมดจะผ่านการฝึกงานหรือจากไปโดยที่ไม่ได้อะไรนอกจากการเสียเวลา

“ในเมื่อมากันพร้อมแล้ว พี่เลี้ยงของน้องๆ ก็พาน้องๆ ไปยังส่วนงานที่ต้องรับผิดชอบ โดยจะมีการหมุนเวียนงานกันทุกๆ 1 สัปดาห์ตามแผนงานค่ะ”

                “พี่เอ๋ยค่ะ แล้วถ้าเอินกับตองอยากเรียนรู้งานมากกว่าที่มีในแผนจะได้ไหมคะสองสาวดาวเด่นถามกระตือรือล้น พลางยิ้มให้คู่กลับที่กลอกตาอยากถอนใจดังๆ

จริยาปรบมือยิ้มชอบใจในความใส่ใจเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกงาน

                “ได้สิคะ บอกพี่เลี้ยงของน้องๆ ได้เลย”

                “ขอบคุณค่ะ”

                ปริญดายิ้มให้เพื่อนก่อนจะเดินตามพี่เลี้ยงของตัวเองไป อิทธิพลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงแขนเสื้อของขนิษบาให้เดินตามเขามาได้แล้ว มือบางจัดการเขี่ยมือหนาออกมาจากแขนเสื้อ มองเหมือนอยากทำอะไรอิทธิพลสักอย่างที่ไม่ใช่ป้อนขนมแจกน้ำ แต่อยากแจกตบหรือไม่ก็แจกหมัดเสียละกระมัง               

 

                ร่างสูงเดินเคียงมากับร่างเพรียวที่ทำเหมือนจะเดินนำทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิทธิพลจะพาไปที่ไหน พี่เลี้ยงหนุ่มยิ้มชอบใจที่จนป่านนี้ยัยคุณหนูตัวนิ่มยังไม่กรี๊ดใส่หน้าเขา ทั้งท่คิดว่าน่าจะทำ หรือว่าอยากทำ แต่รออยู่ด้วยกันแค่สองคนหรือเปล่าก็ไม่รู้

                “ยิ้มหน่อยสิ ทำหน้ายังกับไม่อยากคู่กับผม”

                “อยากสิ ทำไมจะไม่อยาก” ขนิษฐาฉีกยิ้ม แต่ตานี้สิแวววาวยังกับใบมีด

                “จริงเร้อ”

                “จริงเสียยิ่งกว่าจริง” เรื่องอะไรจะบอกให้อีตานี่รู้ว่าเธออยากเปลี่ยนคู่ใจจะขาดอยู่แล้ว

                “งั้นเราไปเริ่มงานแรกของคุณกัน” พี่เลี้ยงหนุ่มบอกอย่างอารมณ์ดี แถมยังเขาแขนมาควงคนที่บอกว่าอยากคู่กับอยู่หยก เลยโดนหยิกเข้าให้ ยังดีไม่มีด่าสมนาคุณตามมา

                “ว่ามาสิ”

                “พูดไม่เพราะเลยนะคุณนี่ อาชีพที่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจมันต้องพูดเพราะๆ สิ เอาใหม่” เขาว่าตบท้ายยังสั่งอีก

แล้วพอขนิษฐาถลึงตาใส่เขาก็ยิ่งกริ่มให้รู้เสียบ้างใครจะอยู่และใครจะไปหาถ้าเด็กฝึกงานไม่ผ่านการประเมิน

                “บอกมาสิคะ” ฝืนใจมากๆ แต่งานนี้มันยังอีกยาว

                “อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย งานในสัปดาห์นี้ของคุณก็คือส่วนของกิจกรรมทางน้ำ” เขาบอกพลางเดินนำ ถึงไม่มีตาหลังก็พอรู้ว่ายัยคุณหนูตามมาเองแน่ๆ

                “อะไรนะ นายเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ฉันมาฝึกงานด้านการบริหารนะ ไม่ใช่งานแม่บ้าน ภารโรง”

                ร่างสูงชะงักหยุดกระทันหันทำให้ใบหน้าบึ้งตึงของคนเดินตามกระแทกหลังแข็งเหมือนไม้กระดานดังปึ๊ก แล้วพอหันมาเผชิญคนดูถูกอาชีพที่เป็นหัวใจสำคัญของงานบริการแบบไม่ต้องให้กรรมการพักยก

                “อีกแล้วนะ แต่ก็อย่างว่านะคุณหนูอย่างคุณคงทำงานพวกนี้ไม่ได้ ผมจะไปบอกพี่เอ๋ยแล้วกันว่าคุณของบายงานนี้”

                ขนิษฐาไม่ได้คิดจะดูถูกอาชีพที่พูดไป แต่สิ่งที่เขาจะให้เอทำมันไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของเธอต่างหาก ทว่าเธอก็ไม่ได้หยิบโหย่งจนทำงานอื่นๆ ไม่ได้สักหน่อย

                “เดี๋ยว”

                “ว่าไงจะทำหรือไม่ทำและคงต่อท้ายคำพูดนี้ได้ว่า ...ถ้าไม่ทำก็กลับบ้านไปซะ ดวงตาของอิทธิพลบอกขนิษฐาอย่างนั้น

                แล้วใครบอกว่าฉันจะยอมแพ้นายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มกัน?

                “นำทางไปสิ” แน่ะมาทำยิ้มใส่ หญิงสาวกัดฟันยอมลงท้ายคำ “...คะ”

                อิทธิพลหัวเราะเบาๆ บางทีถ้าขนิษฐายอมแพ้ง่ายๆ เขาคงผิดหวังไม่น้อยเชียว เถอะน่า เขาไม่ใจร้ายหรอก อะไรก็ตามที่เขาเคยได้รับการสอน เขาก็สอนให้ยัยคุณหนูทุกอย่าง

 

                ล็อกเกอร์เรียงกับยาวเหยียดคือที่แรกที่พี่เลี้ยงพาขนิษฐามาทำความรู้จัก ร่างสูงโย่งเดินนำไปจนกระทั่งมาหยุดยืนที่หน้าล็อกเกอร์ที่มีชื่อของเขา และถัดไปเป็นล็อกเกอร์ป้ายชื่อของขนิษฐาที่เจ้าตัวหันไปมองพี่เลี้ยง ก่อนจะเปิดดูว่าอะไรอยู่ข้างใน

                “ก่อนอื่นคุณจะต้องเปลี่ยนชุดก่อน”  พี่เลี้ยงสั่ง แถมแกล้งชะโงกหน้าเข้าไปมองของในล็อกเกอร์ข้างๆ ที่มองเขาตาขวาง  

                “ชุดนี้เนี่ยนะ” คุณหนูมาดไฮโซถามเสียงแหลมปรี๊ด เพราะชุดที่ว่าน่ะมันชุดพนักงานทำความสะอาด ไม่ใช่ชุดพนักงานโรงแรมอย่างที่เคยเห็นหรือเคยฝึกมาก่อน

                “โอเค ใส่ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร” อิทธิพลพยักหน้าหงึกๆ

                ขนิษฐามองคู่อริไม่ค่อยจะไว้ใจเท่าไหร่

                “ทำไมนายยอมง่ายจัง

                “ก็ถ้าผมสั่งให้คุณใส่ก็หาว่าผมบังคุณเสียเปล่าๆ ไม่ใส่ก็ไม่ใส่ ไปกันเถอะ” เขาบอกพลางเดินนำออกไปจากห้องพักพนักงาน

                “เดี๋ยว ฉันเปลี่ยนก็ได้” นี่เห็นว่ามันเป็นงานหรอกนะ ถึงได้ยอมเชื่อยอมฟัง ถ้าไม่ใช่เวลาฝึกงานล่ะน่าดูชม หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดในใจจนไม่ทันเห็นคนที่บอกว่ายอมนะ ยอมจริงๆ เสียที่ไหนกัน

 

                ขนิษฐาเดินตามอิทธิพลมาถึงห้องอบรมเล็กๆ คล้ายห้องพักพนักงานที่ดูอย่างไรหญิงสาวก็เห็นแต่รางร้ายในที่จะเกิดขึ้นในการฝึกงานตลอด 2 เดือนของตัวเอง พี่เลี้ยงหนุ่มไม่รอช้า เขาเปิดแลปทอปต่อเข้ากับโปรเจคเตอร์ แล้วโดยที่ไม่ต้องถามใครปิดในห้องก็ดับพรึบเหลือเพียงจอที่กำลังฉายภาพเคลื่อนไหวของงานในส่วนของกิจกรรมทางน้ำ

                เด็กฝึกงานมองพี่เลี้ยงไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ แต่มือก็จับปากกาจดยิกๆ ถ้าเธอไม่พลาด อีตานี่ก็ไม่มีวันทำอะไรเธอได้มากหรอกน่า กิจกรรมทางน้ำที่บุหลันมันตราเพิ่มเข้ามาในบริการของรีสอร์ตมีหลายกิจกรรม เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ แล่นเรือใบ ล่องแก่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมที่สมบุกสมบัน เจ็ตสกีรวมถึงบานานาโบท์ที่เห็นกันบ่อยๆ และสุดท้ายตกปลา โดยในแต่ละกิจกรรมที่มีพี่เลี้ยงหนึ่งคนต่อนักท่องเที่ยว 5-6 คน แต่งานของเธอไม่ได้เริ่มจากตรงนั้นเสียด้วยสิ

                “งานของคุณในวันนี้ก็ตามนี้แหละ” อิทธิพลบอก แถมยิ้มกริ่มให้เด็กในสังกัดที่มองเข้าตาคว่ำ

                ขนิษฐาอยากร้องเอามัดตัวเองไปซัดหน้ากวนๆ ของเจ้าของฟาร์มหมาในช่องปากอย่างมาก แต่ทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ได้...นี่คือบททดสอบของเธอ ความหวังของเขาคือการที่เตะโงเธออกไปจากรีสอร์ตนี้ภายใน 24 ชั่วโมง ใครจะยอมให้อีตาพี่เลี้ยงโหดสมหวังกันล่ะ

                “ทั้งหมดเนี่ยนะ

                “ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงผมจะอยู่กับคุณจนงานเสร็จ” เขาบอกอย่างใจดีพลางเดินไปเปิดไฟจะได้เห็นเด็กฝึกงานกระทืบเท้าเวลาขัดใจ แต่รออยู่ตั้งหลายอึดใจก็ไม่เห็นจะทำแฮะ

                “แล้วมันจะไปเสร็จกี่โมงกัน งานตั้งมากมายขนาดนี้” นี่มันแกล้งกันชัดๆ

“แล้วถ้ารอให้คุณทำงานเสร็จตามเรื่องตามราวของคุณเอง แขกจะได้ว่ายน้ำกี่โมงกันหรือครับ” เขาว่า

“ก็ได้ ยังไงนายก็ต้องสอนฉันก่อนอยู่แล้วนี่”

อิทธิพลยิ้มชอบใจ ไอ้สอนน่ะเขาสอนอยู่แล้ว แต่ยัยคุณหนู่ก็ต้องทำตามเหมือนกัน จะทนทำงานที่ตัวเองคงไม่เคยได้หยิบจับได้สักกี่น้ำกัน

 

งานแรกของขนิษฐาคืองานทำความสะอาดสระน้ำ ซึ่งก็แค่เอาไม้กวาดมากวาดแล้วก็จบ ง่ายจะตาย แต่ตาโหดนั่นยังบอกอีกว่าถ้าเสร็จเร็วจะดูดตะกอนในสระเลยจะได้ไม่เสียเวลาไปอีกวัน

อิทธิพลส่งกระชอนด้ามยาวให้ขนิษฐาหลังจากสาธิตให้ดูว่าต้องช้อนใบไม่หรือสิ่งสกปรกออกไปจากสระอย่างไร มือบางรับมาพลางถอนใจเสียงดัง ถึงจะไม่เต็มใจ แต่เธอก็พยายามท่องไว้มาทำงาน ถึงจะแค่ฝึกงานก็เถอะ

“ไม่น่าเชื่อแฮะ” คนเบิกบานแหน่คนหน้าบึ้งที่ทำงานไปเงียบๆ

“ไม่น่าเชื่ออะไร?” หญิงสาวถามไม่ไว้ใจเท่าไหร่

“ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้น่ะสิ”

“ถ้าคิดว่าจะเตะโด่งฉันออกไปเพราะเรื่องแค่นี้ล่ะก็ นายเอาเวลาไปดูแลลูกๆ ในช่องปากเหอะ” ถึงจะไม่ชอบ แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้นี่

“ผมนะชื่ออิฐ มีที่ไหนเด็กฝึกงานเรียกจิกหัวพี่เลี้ยง” เขาบ่น

เด็กฝึกงานเท้าเอวมองพี่เลี้ยง ไอ้การที่เขามาเป็นพี่เลี้ยงของเธอเนี่ยมันจะทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เปลี่ยนได้หรือไง

“ก็ได้ นายอิฐ ถ้าไม่มีอะไรจะทำก็อย่ามากวน ฉันอยากทำงานเงียบๆ”

อิทธิพลทั้งฉิวทั้งขัน เออแน่ะอย่างนี้ไม่ยิ่งจิกเรียกเขาเข้าไปอีกหรือ จากนายเป็นนายอิฐ พัฒนาลงเห็นชัดเจนเชียว

“นี่แหละงานของผมล่ะ”

ว่าแล้วร่างสูงก็เดินไปห้องเก็บของ แล้วกลับมาพร้อมกับกระชอนด้ามยาวอีกอัน ถึงจะอยากแกล้ง แต่เขาก็ไม่เอาเปรียบกินแรงให้เด็กฝึกงานทำงานตรงนี้ทั้งหมดหรอกน่า

 

ใบไม้ทั้งหมดถูกกอบรวมมาไว้ในถังขยะเรียบร้อย ขนิษฐายิ้มร่าพลางยักไหล่ใส่คนที่สั่งได้สั่งดี แต่เรื่องแค่นี้มันไม่ได้ยากเสียหน่อย ทว่าเดินไปล้างมือแล้วเดินกลับมางานใหม่กลับรออยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มแปลกของนายอิฐ

“นายอิฐ นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง?”

น้ำในสระกำลังถูกปั๊มดูดออกไปเพื่อแยกตะกอนออก ในขณะที่น้ำลดลง อิทธิพลก็ลื้อเกรดติ้งออกมากอง ซ้ำยังส่งฟองน้ำกอนใหญ่มาให้เธอแบบไม่ต้องอธิบายคำใดๆ ให้ลึกซึ้งว่านี่แหละทำความสะอาดสระน้ำของจริง เมื่อกี้มันแค่น้ำจิ้ม

“เกินไปตรงไหนกัน คำว่าทำความสะอาดไม่ได้หมายถึงแต่เอาใบไม้ออกหรอกนะ” เขาบอกใบหน้าจริงจัง อะไรว้าแค่ขัดเกรดติ้งกับขัดกระเบื้องมันเสียเกียรติคุณหนูไฮโซมากนักหรือไง

“นายแกล้งฉันใช่ไหม?” เธอว่าพร้อมกับโยนฟองน้ำทิ้ง

อิทธิพลกอดอกยืนมอง แน่ล่ะเขาแกล้งขนิษฐา แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก คุณหนูที่ประเมินงานจากโลกแคบๆ ของตัวเอง ถ้ายังอีโก้สูง ต่อไปก็คงทำได้แค่เกาะพี่ชายไปวันๆ แถมพี่ชายที่ว่าก็โจทก์เก่าของเขาเสียด้วยสิ ไอศูรย์ที่เคยเป็นแสงสว่างของดวงจันทร์อย่างอรอินทุ์ ผู้ชายทำให้พี่สาวของเขาเสียใจมาจนป่านนี้เสียด้วยสิ

“แล้วคุณคิดว่าสิ่งที่ผมต้องทำไปพร้อมๆ กับคุณคือการแกล้งก็แล้วไปเถอะ ผมก็แค่ทำงานของผมเท่านั้น”

ขนิษฐารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง และมันผิดเวลาจนไม่อยากจะอยู่ตรงนี้อีกต่อไป แต่บางอย่างที่เธอยังคิดออกว่ามันคืออะไร ทว่ามีอำนาจมากจนทำให้เธอยังยืนอยู่ตรงนั้น

“ยืนอยู่ทำไม? ถ้าจะทำก็ไปใส่ถุงมือ ถ้ายอมแพ้แล้วก็กลับไป เรื่องบางเรื่องมันก็แค่จะทนหรือไม่ทน คุณต้องหาคำตอบให้ตัวเองว่าทำไมคุณถึงทนและทำไมถึงทนไม่ได้ ว่าไงมีคำตอบให้ตัวเองแล้วหรือยัง”

“แต่ถ้าจะหาคำตอบตอนนี้ก็คงฉันไม่อยากเห็นรอยยิ้มของนายถ้าฉันกลับไปง่ายๆ ย่ะ”

ใช่! รอยยิ้มของนายอิฐทำให้เธอไม่อาจก้าวขาจากไปอย่างคนแพ้ได้ เขาต่างหากที่จะต้องยิ้มไม่ออก ในขณะที่เธอต้องผ่านการฝึกงานครั้งนี้ไปได้อย่างงดงาม ไอ้เรื่องที่เธอจะถูกกากบาทไม่ผ่านตั้งแต่วันแรกน่ะฝันไปเถอะ

“ก็เท่าเนี๊ย!”

อิทธิพลหัวเราะชอบใจไม่นึกหรอกว่ายัยคุณหนูตัวนิ่มจะมีลูกฮึดกับเขาเหมือนกัน แหม...มันน่าเสียดายหยอกเสียเมื่อไหร่ ถ้าขนิษฐายอมแพ้เก็บของกลับบ้านไปภายใน 24 ชั่วโมงเขาคงภูมิใจไม่น้อยเชียว แต่มันก็ไม่แน่หรอกนี่มันแค่วันแรกเท่านั้น

 

ปริญดาชะเง้อรอเพื่อนไปก็ถอนใจเฮือกๆ มือก็ยังสาละวนโทรศัพท์หาพี่ชายที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลกถึงได้ติดต่อไม่ได้สักที  ไอริณกับหนึ่งธิดาแต่งตัวสวยเตรียมจะไปกินข้าวกับพี่ๆ ที่จัดปาตี้เล็กๆ ต้อนรับนักศึกษาฝึกงานที่นับแล้วก็เกือบสิบคนได้

“ยังไม่ไปอีกหรือยะ จะสายให้ตลอดหรือไง?” หนึ่งฤทัยทักทายยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่ปริญดาไม่อยากได้เลย เถอะถึงไม่มียัยน้องเธอก็จัดหนักเองได้

“ไปเฉิดฉายให้สบายเถอะนะ เด่นให้เต็มที่ ถ้าใครรู้จักตัวตนของพวกเธอ เดี๋ยวเขาจะหนีเสียหมด”

ใบหน้างามที่บรรจงแต่งมาอย่างดีบูดเบี้ยวเมื่อได้ยินคำพูดนั้น นิ้วเรียวๆ ชี้กราดไปยังเพื่อนชั้นเดียวกัน แต่ชอบทำตัวเด่นกว่าเธอเสมอ

“ยัยปิ่นหัก!”

ปริญดาจุ๊ปาก ส่ายหน้ายิ้มๆ แหมจุดติดไฟง่ายจริงๆ

“อย่าวีนแว๊ดเชียวนะ เผื่อพี่ๆ ที่เห็นเธอเป็นนางฟ้าเขาจะตกใจหนีเปิดกันพอดี”

“ไปเถอะตอง อย่ามีเรื่องเลยนะ” เอินรีบห้ามเพื่อนด้วยรู้นิสัยกันดีว่าถ้าหนึ่งฤทัยไม่ได้ดั่งใจแล้วล่ะก็คงวีนไม่เลิกแน่ๆ แล้วถ้ามาวีนตอนนี้ก็เข้าทางปริญดาน่ะสิ

 

จากบ่ายที่เริ่มทำความสะอาดจนกระทั่งเย็นมากแล้ว งานที่ส่วนของสระว่ายน้ำก็ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง น้ำที่สะอาดกำลังถูกปั๊มเข้ามาในสระที่สะอาดเอี่ยมเพื่อรอเวลาปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง แต่ตัวคนทำให้สระสะอาดเอี่ยมนี่สิหอบแฮกแทบหมดแรง เสื้อผ้ามอมแมมพอๆ กับดวงหน้าที่มันจนเครื่องสำอางที่แต่งมาดิบดีไม่เหลือเค้าแม้กระทั่งริมฝีปากที่เคยเงางาม ยามนี้ซีดยิ่งกระเบื้องที่เธอขัดเสียอีก

อิทธิพลมองผลงานที่กำลังใกล้เป็นลมพลางหัวเราะชอบใจ ปากดี แต่ก็ยังกัดฟันทำงานจนถึงตอนนี้ก็น่าปรบมือให้อยู่หรอก เพียงแต่ถ้าประเมินสิ่งที่เธอทำได้ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาก็นับว่ายังน้อยไม่ทันเวลาอยู่ดี แล้วยังดวงตาขวางที่มองเขาเหมือนจะใช้คาถากรีดแทงถ้าทำได้นั่นอีก ถ้ายัยนี่ไปอยู่ส่วนต้อนรับสงสัยแขกจะหนีหมด

“นี่นายอิฐ!”

อิทธิพลเกาหัวหันมามองแบบเอือมหน่อยๆ เพราะตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ทำงาน ขนิษฐาเรียกเขาจนจะหลอนอยู่แล้ว

“อะไรอีกล่ะ เรียกจริงเลย”

“นี่มันเกินห้าโมงแล้วนะ ได้เวลาเลิกงานของฉันแล้ว” หญิงสาวโวยวาย แต่คนเจ้าเล่ห์กลับมายิ้มกริ่มแบบที่เธอไม่ชอบให้เสียนี่

“ก็ไปสิ ใครเขาห้ามคุณกัน?”

“นี่นายแกล้งถ่วงเวลาฉันใช่ไหม?”

“ตลกแล้ว ผมจะไปถ่วงเวลาคุณทำไม?” อิทธิพลบอกหน้าตาเฉย ทั้งที่จะพอรู้แหละว่าที่หญิงสาวลุกขึ้นมาโวยวายเขาน่ะมันเพราะอะไร

“ก็วันนี้มีงานปาร์ตี้เล็กๆ ต้อนรับเด็กฝึกงานอย่างฉันไง แล้วตอนนี้ฉันมอมอย่างกับอะไร”

“มอมแมมอะไรกัน คนทำงานก็ต้องเลอะบ้างอะไรบ้าง อยากกลับบ้านพักก็กลับไป” เขาบอกยกมือไล่เหยงๆ กะให้หญิงสาวโมโหอีกรอบ ไหนๆ วันนี้ก็โดนมาเยอะ เรื่องแค่นี้ผิวๆ

ขนิษฐาโมโหจริงๆ นั่นล่ะ หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ เขย่งให้ตัวเองสูงเกือบเท่าร่างสูงที่มองเธอด้วยความสงสัย

“หยุดจิกกัดฉันสักนาทีมันจะตายไหมยะ” พร้อมกับที่บอก ขาที่เพิ่งเขย่งก็กระทืบปั๊บลงบนเท้าของพี่เลี้ยงโหดจนกระโดดโหยง แล้วเรื่องอะไรที่ขนิษฐาจะรอดูผลงาน ร่างเพรียวแลบลิ้นใส่ด้วยความสะใสก่อนจะวิ่งหายไปจนลับสายตา

อิทธิพลหัวเราะชอบใจ โอเคคำพูดนี้ไม่อยู่ในการประเมินเพราะเลยเวลางานแล้ว แต่ให้ตายเถอะ!...ยัยคุณหนูนี่เหวี่ยงเก่งชะมัด

 

ปริญดามองเพื่อนตาค้างแม้ว่าจะเห็นจากระยะไกลและเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นี่ขนิษฐาหรือว่าลูกหมาตกน้ำที่ไหนเนี่ยทำไมสภาพเหมือนไปช่วยเทศบาลลอกท่อขนาดนี้

“ทำไมมอมแมมขนาดนี้ฮะยัยน้อง มาฝึกงานหรือมาทำอะไรฮึ”

“เอาไว้ก่อนเถอะ น้องสายมากแล้ว ปิ่นไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวน้องอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจะรีบตามไปนะ” ถ้าถึงกับปิ่นออกปากสภาพของเธอคงไม่เหลืออะไรให้น่าจดจำแล้วจริงๆ เพราะนายอิฐคนเดียว

“เอางั้นเหรอ”

“จ้า รีบไปเถอะ ถ้าไปสายพร้อมกันสองคนเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก”

“โอเค รีบตามไปนะ”

สองสาวแยกกันไปคนละทาง ขนิษฐารีบกลับไปที่ห้องพักเพื่อเปลี่ยนสภาพมอมแมมของตัวเอง แม้จะรู้ว่างานนี้เธอไปสายแน่ๆ แต่ให้ไปสภาพนี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน

 

จริยาเดินขึ้นมาบนเวทีที่เป็นซุ้มต้นไม้ที่เพิ่งย้ายมา มีไฟราวสีสันสวยร้อยไว้คล้ายมู่ลี่ทำให้ไม่เหมือนมาทานอาหารค่ำธรรมดาๆ แก้วใบเล็กถูกเคาะด้วยส้อมเสียงกรุ้งกริ้งเบาๆ แต่ก็เรียกความสนใจของทุกคนในงานปาร์ตี้เล็กๆ ได้

“ตอนนี้น้องฝึกงานทั้งหมดคงมาครบกันแล้วใช่ไหมคะ?” จริยาเอ่ยถาม

“ยังค่ะ ยัยน้อง เอ่อขนิษฐายังไม่มาเลยค่ะพี่เอ๋ย” ปริญดารีบบอกพะว้าพะวังมองหาเพื่อนที่มาไม่ถึงเสียที

“อะไรกันนี่ก็เลทมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ยัยน้องไม่สบายเป็นอะไรไปหรือเปล่าน่ะปิ่น” ตองถามด้วยความเป็นห่วง แต่คนที่รู้กันๆ มีหรือจะไม่รู้ว่ายัยนี่จงใจฟ้อง

“โอ้ย มาพอดีเลย” ปริญดาดีใจแทบแจกโล่ให้เพื่อนที่มาถึงแบบเฉียดฉิว ไม่อย่างนั้นได้ถูกยังสองสาวจองเวรด้วยความหวังดีแต่ประสงค์ร้ายแน่ๆ

ขนิษฐาเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดาไม่ได้กรุยกรายอย่างหนึ่งธิดามาถึงพร้อมเสียงกระหืดกระหอบ ผมที่เพิ่งสระยังหมาดอยู่ หน้าที่เคยแต่งก็โล้นเรียบไม่ได้ทันได้ทาอะไรแม้แต่แป้งฝุ่น

“ขอโทษนะคะที่มาช้า”

“กะจะเด่นตามเคยสินะ” เสียงแขวะลอยมาให้ได้ยินกันเบาๆ

ปริญดาค้อนไอริณแทนขนิษฐาที่พยายามหายใจให้ทันอยู่

“ไหนๆ ก็มากันครบพี่เอ่ยก็ขอต้องรับน้องๆ ทุกคนที่มาฝึกงานรีสอร์ตบุหลันมันตรานะคะ ต่อจากนี้ก็ขอให้น้องๆ เรียนรู้การทำงานให้เต็มที่ พี่และพี่ๆ ทุกคนยินดีให้คำแนะนำค่ะ”

ทุกปรบมือยินดีทั้งนักศึกษาฝึกงานทั้งพี่เลี้ยงต่างยิ้มให้กันอย่างชื่นมื่น จะมีแต่ขนิษฐานี่แหละที่ขอเดินไปนั่งพักก่อนเหนื่อยจนจะลากขาไม่ไหวอยู่แล้ว ต้องโทษนายอิฐคนเดียวนั่นแหละ

 

จริยาเดินหน้าปุเลี่ยนๆ ลงมาจากเวทีเล็กๆ ตาก็สอดส่ายหาคนที่โยนหน้าที่มาให้เธอ แต่ตัวเองไปยืนยิ้มชอบใจแถมปรบมือเสริมอยู่โต๊ะด้านหลังโน่น

“ทำไมคุณอิฐไม่ขึ้นไปพูดเองล่ะคะ?”

“โธ่ พี่เอ๋ยก็รู้นี่ครับว่าผมเป็นคนขี้อาย ป่านนี้ถึงได้มีแต่พี่เอ๋ยกับคนเก่าแก่ไม่กี่คนที่รู้ว่าผมเป็นลูกของคุณอรดีไงล่ะครับ”

อิทธิพลรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนขี้อาย แต่อยากอยู่แบบนี้สักพัก เห็นอะไรเยอะดี ถ้าเขาไปนั่งโต๊ะบริหารงานเมื่อไหร่คงไม่ได้รู้อะไรแบบ Exclusive ขนาดนี้หรอก

“แล้วจะปิดกันไปทำไมล่คะ เป็นเจ้าของแท้ๆ มาทำเป็นลูกจ้างซ่อมซ่อ ราศรีหายหมด” พร้อมกับที่ว่าจริยาก็มองสารรูปของเจ้านายที่หามีราศรีของลูกชายของคุณอรดีไม่

“เอาไว้ราศรีจับเมื่อใจจะรีบเปิดตัวนะครับ”

“คุณก็พูดอย่างนี้ทุกที”

อิทธิพลหัวเราะกลบเกลื่อนเพราะไอ้ที่ยังไม่เปิดตัวเนี่ยไม่ใช่ว่าหวงตัว แต่กลัวเปิดตัวเสร็จทำงานไม่ได้เรื่องจบเห่เอวังกันพอดี ขอให้เขามั่นใจอีกนิดเท่านั้น

 

ไอริณเดินกลับมาที่โต๊ะซึ่งเหลือเพียงหนึ่งธิดา เนื่องจากพี่เลี้ยงที่เคยมาชวนคุยพากันไปตักอาหารและไปอยู่กันในกลุ่มตัวเอง หญิงสาววางจานสลัดกับแก้วน้ำ มองซ้ายมองขวาก่อนจะกระซิบถามเพื่อน

“ได้ข่าวอะไรบ้างมั้ยยัยตอง?”

หนึ่งธิดาส่ายหน้าเพราะวันนี้เธอตามพี่เลี้ยงไปในส่วนของงานต้อนรับ เบื่อจะแย่ แล้วจะไปได้ข่าวอะไรที่ไหน

“ก็วันนี้พี่พิงค์ พี่เลี้ยงของเอินบอกว่าเดือนนี้ลูกชายของบุหลันมันตราจะมาบริหารที่นี่”

“เหรอ แล้วไง?” ตองถามไปอย่างนั้นเอง ดูไม่ได้สนใจอะไรเพราะเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะสลัดทิ้งเมื่อไหร่ถึงจะดีเท่านั้นเอง

“ตองก็ เธอไม่อยากรู้จักเขาบ้างเหรอ เอินลองถามพี่เอ๋ยมีกี้นี้ พี่เอ๋ยยังบอกเลยว่าคุณอิทธิพลน่ะทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดี แถมยังรวยอีกต่างหาก” เอินเสนอ เผื่อไว้ถ้าหนึ่งธิดาไม่สน อิทธิพลก็จะเป็นของเธอ

“ตองคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว ยื่นหูมาซิ”

ไอริณฟังแผนของหนึ่งธิดาแล้วก็หัวเราะคิกคักดูน่ารักในสายตาพี่ๆ แต่ใครจะรู้ว่าแผนของพวกเธอจะเกี่ยวกับคนแถวๆ นั้นเสียด้วยสิ

 

ขนิษฐาโกรธจนหน้าแดงเมื่อได้ฟังปริญดาเล่าถึงกิจกรรมที่ตัวเองได้กับพี่เลี้ยงในวันนี้ ซึ่งต่างจากเธอกับไอ้พี่เลี้ยงนรกเหมือนฟ้ากับเหว

“น้องอยากจะฆ่านายอิฐจริงๆ”

ปิ่นหัวเราะขัน เห็นใจเพื่อนด้วย มาถึงวันแรกก็โดนโจทก์เก่าเอาคืนเสียแล้ว ถึงว่าสภาพของการฝึกงานมันดูแปลกๆ

“มันก็น่าอยู่หรอก วันนี้คนอื่นๆ ก็แค่ตามพี่ๆ ไปดูว่าเขาทำงานยังไง ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ ฟังจนง่วง แต่ของน้องนี่ลงมือไปแล้ว ก้าวหน้าจะตายนา”

“ถ้าน้องเจอนายอิฐเมื่อไหร่นะคอยดูจะจัดให้หนักเลย”

“จะทำอะไรเหรอ” เพื่อนสาวถามอยากรู้ เธอนึกไม่ออกเหมือนกันว่าคนแสบๆ แบบนายอิฐคนนั้นจะโดนอะไร

“กระโดดกัดหูมั้ง”

แค่นึกภาพก็สะใจแล้ว ฮึ่ม!

 

หนึ่งธิดากับไอริณเดินมาหาเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอด จนถึงเวลานี้ก็เถอะ เธอก็อยากจะแข่งไม่อย่างนั้นการฝึกงานคงไม่ได้มีอะไรนอกจากใบผ่านการฝึกงาน ถ้าได้ความสะใจด้วยคงดีไม่น้อย  

ปริญดาถอนใจเสียงดังให้ขนิษฐาได้ยินเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังเดินมาก่อกวนทั้งๆ ที่พวกเธออุตส่าห์เดินมาหาที่นั่งคุยกันเงียบๆ กันแล้วเชียว

“ไหนๆ เธอกับฉันก็แข่งกันมาทุกเรื่อง มาลองแข่งกันอีกสักเรื่องดีไหมยัยน้อง?” หนึ่งธิดาเอ่ยชวนขนิษฐา เธอไม่ได้ถามเพื่อรอคำตอบ แต่มันคือคำท้า

“ยัยน้องไม่เคยคิดแข่งกับใคร รวมถึงเธอด้วย ถ้าจะมาหาเรื่องก็ไปให้ไกลๆ ต่างคนต่างอยู่” ปริญดาอดรนทนไม่ได้ต้องออกโรงปกป้องเพื่อน

“ฉันพูดกับยัยน้องไม่ได้พูดกับยัยปิ่นหักอย่างเธอ”

“ยัยใบตองเหลือง!” ปริญดาว๊ากกลับ น้องกลัวใจเพื่อนต้องรีบจับมือไว้เดี๋ยวได้หวดโฟร์แฮนด์กันนอกสถานที่

“ปิ่นใจเย็น เธอมีอะไรก็พูดมาเถอะ เสร็จแล้วจะได้ต่างคนต่างอยู่” ขนิษฐาไกล่เกลี่ยก่อนที่เป็นเรื่องใหญ่โต ยังดีหน่อยที่ปริญดายอมหยุดเหมือนแม่สองสาว

“แหม ดูแสนดีเหมือนเดิมเลยนะ ฉันก็แค่อยากรู้ระหว่างเธอกับฉันใครที่แน่กว่ากัน” ตองได้แขวะนิดหน่อยก็ค่อยยิ้มได้

“เรื่องอะไรล่ะที่เธออยากจะรู้” ขนิษฐาถามให้จบๆ ไป

“มาพนันกันไหมระหว่างเธอกับฉันคุณอิทธิพลจะเลือกใคร?”

ขนิษฐาหัวเราะไม่อยากเชื่อว่าจะต้องมาฟังเรื่องบ้าๆ อะไรอย่างนี้ ปริญดาพยายามนึกว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน แหมมันติดอยู่ที่ติ่งหู

“ใครคือนายอิทธิพลที่เธอพูดงั้นเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้จัก”

หนึ่งธิดามองขนิษฐาเหมือนมองเด็กไม่ประสา ขนาดมาทำงานตั้งเป็นวันแล้วยัยน้องหนอนยังไม่รู้อีกว่าใครเป็นเจ้าของบุหลันมันตรา

“ก็ลูกชายเจ้าของรีสอร์ตนี้น่ะสิ”

ขนิษฐาส่ายหน้ายกมือยอมแพ้ ในขณะที่ปริญดาดีดนิ้วนึกออกเสียทีว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน แต่แม่เพื่อนรักนี่สิทำไมพูดออกไปแบบนั้น

“แข่งกันเรื่องผู้ชายเนี่ยนะ ช่างเถอะ ฉันยอมแพ้เธอแล้วกัน ให้ฉันแข่งกับเธอเรื่องอื่นเถอะ”

“งั้นยัยเอิน up ลง Facebook , Twister เลยว่าตอนนี้ยัยน้องกับยัยปิ่นยอมแพ้ฉันทุกเรื่อง” ตองได้ทีหาเรื่องต่อ พอพูดเรื่องนี้สองคนนั้นไม่ยอมลงให้เธอแน่ ถ้ายอมแพ้ง่ายๆ จะไปสนุกอะไรกัน

“หยุดเลย ไม่เป็นไรยัยน้อง ปิ่นแข่งกับยัยตองเอง เรื่องอะไรจะมายอมแพ้”

“ไม่ ต้องยัยน้องเท่านั้น จืดชืดอย่างเธอคงกลัวล่ะสิว่าจะแพ้” ไอริณยืนกรานแทนเพื่อน หากเป็นปริญดาก็อาจจะไม่แน่ที่พวกเธอจะชนะ

“ใครว่ากลัว ยัยน้องอย่ายอมนะ” ปิ่นฮึดแถมดันเพื่อให้ฮึดตาม

“จะแข่งกันเรื่องนี้จริงๆ นะเหรอ” น้องถามไม่รู้ว่าหนึ่งธิดากับไอริณจะอยากจะแข่งกับเธอในเรื่องนี้ไปทำไม ในเมื่อสองคนนั้นเปลี่ยนแฟนยิ่งกว่าเปลี่ยนกระเป๋าถือเสียอีก ในขณะที่เธอกับปิ่นเนื้อคู่คงยังไม่เกิดละมั้ง

“ใช่ ถ้าฉันแพ้ เธออยากจะให้พวกฉันทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าเธอแพ้ก็ต้องให้พวกฉันทำอะไรกับพวกเธอก็ได้เหมือนกัน” ตองเสนอเงื่อนไข

ปริญดาพยักหน้าโอเคก่อนที่ขินษฐาจะคิดหน้าคิดหลังทันเสร็จเสียที

“ก็ได้ ถ้างั้นมาทำสัญญากัน ถ่ายคลิปเอาไว้ก็แล้วกัน”

“ได้อยู่แล้ว ในเมื่อฉันไม่มีทางแพ้เธอ” ตองยิ้มเหมือนชนะไปเรียบร้อยแล้ว

สี่สาวทำสัญญาท้าพนันกันเสร็จสรรพ ข้างฝ่ายหนึ่งธิดากับไอริณพากันมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่อีกฝ่ายนี่สิปริญดาดูจะมั่นใจยิ่งกว่าขนิษฐาเสียอีก

 

คนแอบดูกลั้นหัวเราะพลางส่ายหัว เด็กสาวๆ สมัยนี้เค้ากล้ากันจริงๆ วุ้ย มันน่าโทรไปบอกอรอินทุ์เผื่อเป็นพล็อตนิยายเรื่องใหม่  ถ้าเขาติดต่อพี่สาวที่สาบสูญได้นะ

“เล่นอะไรกันพิเรนจริงๆ”

อิทธิพลเดินกลับมานั่งที่โต๊ะที่จริยาค่อนขอดว่าห่างไกลยังกับกระท่อมปล่อยนา ในเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่าสี่สาวกำลังจะทำอะไร แล้วเรื่องอะไรเขาจะยอมอยู่เฉย ชายหนุ่มกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักที่วาจาคมกริบพอกัน ถ้าเขาจะจัดการยัยสี่สาวนั่นต้องได้ผู้ช่วยฝีปากพอๆ กันเท่านั้น

“รบมาหาฉันที่รีสอร์ตหน่อยสิ มีเรื่องสนุกให้ทำหน่อยว่ะ”

นักรบหรือไอ้รบของเพื่อนๆ คือคู่แฝดด้านฝีปากของอิทธิพลก็ว่าได้ แต่รายนี้มาแปลกนิดเดียวเพราะอนาคตอยากเป็นท่านทูต แต่วาจาของนักรบถ้าไปท้ารบคงประสบความสำเร็จกว่าไปเจรจาสงบศึก แล้วเพื่อนของเขาก็ดีใจหายพอบอกว่าเรื่องสนุกมันไม่ถามต่อสักคำรับปากเร็วยิ่งกว่ารอประกันมาเคลมเสียอีก

“อยากพบคุณอิทธิพลกันนักใช่ไหม ได้! เดี๋ยวไอ้อิฐจัดให้”

ขนาดพระสังทองยังซ่อนรูปได้ ทำไมเขาจะทำบ้างไม่ได้ จะแกล้งให้หัวปั่นกันเลยคอยดูเถอะ โดยเฉพาะยังคุณหนูตัวนิ่มนี่ยิ่งต้องโดนเป็นสองเท่า



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1232 , โพส : 2 , Rating : 100% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 36
ระวังขว้างสาวไม่พ้นคอ
PS.  เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.210.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2554 / 16:43
# 1 : ความคิดเห็นที่ 27
แกล้งสาวเจ้าอย่างนี้ไม่ดีนะ
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 5 กันยายน 2554 / 18:06

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android