คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100%


     อัพเดท 4 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 96% [ 3 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 23,570
122 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 64 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1053 , โพส : 4 , Rating : 100% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 3 เริ่มเดิมพัน

 

                สองสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเตรียมเข้านอน ขนิษฐาปิดปากหาวมาตั้งแต่หัวค่ำทำให้มาถึงตอนนี้ก็แทบจะหลับตาเดินได้อยู่แล้ว ในขณะที่ปริญดานอนคิดหาทางเอาชนะให้เพื่อนสาวหน้ายังกับกำลังวางแผนรบ

“ไม่ต้องห่วงนะยัยน้อง เดี๋ยวปิ่นจะสืบเรื่องของคุณอิทธิพลเอง รับรองวันสองวันนี้เราต้องมีข้อมูลแน่ๆ ว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหน ไลฟ์สไตล์เป็นยังไง”

                “จะไปหาข้อมูลที่ว่ามาจากไหนเหรอยัยปิ่น?” ขนิษฐาถามพลางปิดปากหาว จากที่คิดว่าจะอ่านอะไรก่อนนอนก็เป็นอันเลิกคิด ปิดไฟนอนคุยกับเพื่อนดีกว่า

                “พี่ชายปิ่นไง”

                ขนิษฐามองเพื่อนทำหน้าเมื่อย ปราณปริญอยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลย แล้วรายนี้บทจะหายเข้ากลีบเมฆก็อย่าได้หวังว่าจะหาตัวเจอได้ แค่ติดต่อได้ก็ยากแล้ว

                “ติดต่อได้แล้วเหรอ”

“ยัง แต่ไม่ต้องห่วง ปิ่นต้องติดต่อได้ในที่สุดนั่นแหละ” ปริญดาตอบอย่างมั่นใจทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายตัวดีไปอยู่ที่ไหน แต่แหล่งข่าวก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวนี่นา พรุ่งนี้เธอคงไปลองประเหลาะถามพี่เลี้ยงดู

 

อิทธิพลเดินมาด้านหลังห้องอาหารที่มีเคนทีนเล็กๆ สำหรับพนักงานที่จะมาฝากท้องในยามเช้าได้ด้วยอาหารเบาๆ อย่างเช่น ข้าวต้ม กาแฟ หรือขนมฟัง ซึ่งเป็นอีกสวัสดิการที่ให้พนักงานประหยัดค่าอาหารเช้า รวมทั้งเด็กฝึกงานที่พอเห็นว่าเขาเดินมาก็ทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออกทันที

“แหมทำไมหน้าตาเหมือนไม่ได้นอนอย่างนั้นละครับคุณน้อง งานเมื่อวานก็ไม่ใช่เบาๆ คุณน่าจะหลับสบายทั้งคืนนา”

“ตอนนี้กี่โมงแล้ว...คะ?”

อิทธิพลยกนาฬิกาขึ้นดู เหล่มองขนิษฐาที่มีนาฬิกาเหมือนกันทำไมไม่ดูของตัวเองนิดหนึ่ง

“เกือบจะ 8 โมงแล้ว”

“ยังไม่ใช่เวลางานใช่ไหม?” หญิงสาวถามให้แน่ใจ

“อือ ฮึ”

“งั้นนายตายแน่!” กำปั้นขนาดกำลังซัดเงื้อลอยอยู่ในอากาศ จากที่คิดว่าจะกระโดดกัดหูแต่พอดูหน่วยก้านของนายอิฐแล้ว สงสัยเธอคงถูกสลัดทิ้งก่อนภาระกิจจะสำเร็จกระมัง

อิทธิพลทำหน้าถมึงทึงใส่ มือที่ว่างคว้าหมับที่ไหล่บางซ้ำยังยึดไว้แน่น งานนี้ใครแน่ก็จัดไป

“หยุดเลย ถ้าตบผมจูบ ถ้าต่อยผมปล้ำ ถ้ากระทืบเท้าแบบเมื่อวานผมกอด เลือกเอาชอบแบบไหน?”

มือไม้ที่ยังไม่ทันได้แจกอาวุธต้องรีบเก็บเข้าที่เข้าทาง ตานี่ยิ่งดูห่ามๆ เกิดบ้าเลือดทำแบบนั้นขึ้นมา เธอทั้งพรมทั้งอาบน้ำมนต์ 10 วัดไม่รู้จะล้างซวยได้หรือเปล่า

“นาย...นายนี่มัน”

“อย่ามาหาเรื่องทำร้ายผมเลยน่า ทำตัวสวยๆ ดีกว่าวันนี้เป็นวันดีจะตาย” อิทธิพลอมยิ้มแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ พลางปล่อยไหล่ของหญิงสาว

ขนิษฐาถอนใจดังๆ ใส่ร่างสูงที่เชิญตัวเองมานั่งโต๊ะเดียวกัน ยัยเพื่อนรักก็ไม่รู้จะรีบไปสืบเรื่องของอีตาอิทธิพลตั้งแต่เช้าทำไม แล้วดูเถอะ พี่เลี้ยงโหดของเธอก็ไม่มีที่ชอบจะไปหรือไง ถึงได้มาก่อกวนตั้งแต่เช้า

“ดียังไงไม่ทราบ?”

“ก็...วันนี้คุณอิทธิพลจะมาทำงานวันแรกน่ะสิ” บอกไปแล้ว คนเจ้าแผนการณ์ก็มองเหยื่อตาไม่กะพริบ

“นายรู้ได้ยังไง?” น่าสนใจแฮะ สงสัยจริงว่ายัยตองรู้แล้วหรือยัง หญิงสาวคิดขมวดคิ้วมุ่น

อิทธิพลอยากรู้จริงๆ ว่าขนิษฐาคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่กำลังวางแผนตะครุบลูกกว้างน้อยอย่างเขาอยู่หรอกนะ

“ได้เวลาทำงานแล้ว ไปกันเถอะ”

“ถ้าแบบเมื่อวานฉันฆ่านายแน่ๆ แกล้งฉันมากๆ ฉันจะหาเรื่องให้นายโดนไล่ออก อยากลองดูไหมล่ะ” เธอขู่ แต่ถ้านายอิฐมาเล่นตุกติกแบบเมื่อวานเธอทำจริงแน่

“น่า วันนี้ผมไม่พาไปทำงานหนักๆ หรอก เดี๋ยวหนีกลับกรุงเทพฯ ไปก่อนผมก็เหงาแย่สิ” เขาบอกยิ้มๆ แต่ดวงตานี่เจ้าเล่ห์อย่าบอกใครเชียว

ถ้ายัยคุณหนูนี่ไล่ออกเขาได้ คุณนายอรดีคงเต้นผาง

 

อิทธิพลขับรถกอล์ฟพาขนิษฐาเดินทางมาที่ชายหาดซึ่งเป็นส่วนของกิจกรรมทางน้ำในส่วนของแล่นเรือตกปลา ดำนำ ขับเจ็ตสกี แวบแรกที่เห็นบรรดาเรือหลายลำที่จอดเกยหาด เด็กฝึกงานที่ยังไม่รู้ชะตากรรมก็มองว่าสวยดีอยูหรอก แต่จะมาไม่สวยก็ตรงที่ได้ยินคำสั่งของพี่เลี้ยงโหดนี่แหละ

                “เนี่ยนะงานที่นายจะให้ฉันทำ”

                นึกแล้วไม่ผิดเชียวว่าขนิษฐาต้องออกโรงโวยวายอีกแล้ว ที่เขาสอนเนี่ยเขาเรียกว่าถ่ายวิชา เมื่อก่อนเขาก็มาฝึกงานแบบนี้เหมือนกัน ทำไมไม่เห็นบ่นอะไรเหมือนยัยคุณหนูนี่สักคำ

                “ทำไม งานทำความสะอาดเจ็ตสกีกับเรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวมันหนักหนาเกินไปหรือไงครับ” อุตส่าห์พามาชมทะเลยามเช้า อะไรว้า

                “ใช่ ทำไมเด็กฝึกงานคนอื่นๆ ถึงไม่ต้องมาทำงานแบบนี้” นายนี่จงใจแกล้งเธออีกแล้วแน่ๆ ถ้าไปฟ้องพี่เอ๋ยจะดีไหมน้า ขนิษฐาเองก็ชักคิดหนัก

                “ก็คุณอยู่ในส่วนของกิจกรรมทางน้ำ ไม่เห็นจะแปลกที่ต้องดูแลเรือแล้วก็เจ็ตสกีทุกลำ ถ้าผมให้คุณไปขุดหาใส้เดือนก็ว่าไปอย่าง” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน

แหม...ลืมนึกไป รู้อย่างนี้พาไปขุดหาใส้เดือนน่าจะดี ดีไม่ดียัยเด็กฝึกงานนี่อาจจะกลับกรุงเทพฯ เร็วชนิดหาฝุ่นไม่เจอ

                “นายอิฐ!”

“ว่าไง จะทำไม่ทำ ถ้าไม่ทำก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านไป” เขาบอกพลางกอดอกมอง ถามยักคิ้วกวนๆ ใส่ให้ขนิษฐาฟิวขาด เผื่อจะได้สบายหูกว่านี้หน่อย

“ฝันไปเถอะย่ะ”

 

บ่ายจวนเย็นแล้วตอนที่อิทธิพลลากเจ็ตสกีลำที่เหลืออยู่ลงไปในทะเล แล้วยังมีกะจิตกะใจกวักมือเรียกเด็กฝึกงานที่มีสภาพเปียกมอมแมมไม่ต่างจากเมื่อวาน เหมือนเพื่อนชวนไปเล่นอะไรสนุกๆ เสียด้วย

“ไปลองเรือกัน”

ขนิษฐาทำหูทวนลมไม่สนใจทั้งที่อยากเล่นน้ำอยู่เหมือนกัน เอาล่ะ...ถ้าเขาชวนอีกครั้ง เธอก็จะไป

“ไปด้วยกันเถอะ สนุกดีออก” เขาคะยั้ยคะยอ

ขนิษฐาเองก็อยากจะไปนั่งเรือเหมือนกันเลยแกล้งลืมๆ ไปว่านายอิฐสั่งให้เธอทำโน่นทำนี่มาทั้งวัน ครั้นจะว่าเขาเอาแต่สั่งก็พูดไม่ค่อยจะเต็มปากเพราะเขาก็ทำทุกอย่างที่เขาสั่งเธอนั่นแหละ เพียงแต่ดูจะได้งานมากกว่าเท่านั้น

ร่างเพรียวเหนี่ยวตัวขึ้นมานั่งซ้อน แต่ก็เว้นระยะห่างไว้พอประมาณ เนื้อตัวไม่ได้สะกิดโดนคนขับสักกะผีก อิทธิพลเหล่มองอยากจะหมั่นใส้อยู่หรอก แต่คิดอีกทีถ้าเธอมากระโดดคว้าเอวเขาหมับ เขาคงหนีเหมือนกัน ผู้ชายให้อย่างไรก็ชอบเป็นผู้ล่ามากกว่าถูกล่าอยู่ดี

“ไม่กลัวตกไปหรือไง ผมไม่คิดเงินหรอกน่า แค่กอดเอวไม่สึกหรออะไรหรอก”

“อย่ามายุ่งกับฉันนักได้ไหม?”

“ตกไปก็ตะกายขึ้นมาเองนะ ผมขี้เกียจลงไปงม”

ขนิษฐาอยากซัดสักตุ้บ แต่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันได้เล่นสนุกเรื่องอะไรจะมายอมพลาด ทนฟังเสียงนกเสียงกาไปก่อนแล้วกัน เอาไว้ถึงเวลาแล้วค่อยหาเรื่องให้นายพี่เลี้ยงโหดตกงาน

 

เย็นมากแล้วตอนที่ขนิษฐาเดินกลับมาที่ห้องพัก ตัวของหญิงสาวเปียกปอนแก้มซีดไร้เครื่องสำอางที่แต่งเสียดิบดีเมื่อตอนเช้า เพราะตกน้ำตกท่าไปเสียหลายรอบ แต่ก็สนุกดี ถึงจะรู้ว่านายอิฐแกล้งเธอหลายครั้งก็เถอะ

“ทำไมเพิ่งกลับมายัยน้อง โหยแล้วดูสภาพมันต่างจากเมื่อวานตรงไหนเนี่ย” ปริญดาส่ายหน้าเมื่อเห็นเพื่อนกลับมา

“ก็การฝึกงานมหาโหดไงล่ะ แต่ก็สนุกดี จะดีกว่านี้ถ้านายอิฐจะโดนไล่ออกไปเสียที” คืนนี้ต้องคิดแผนเด็ดให้ได้

“ไปบอกพี่เอ๋ยกันม๊ะ งานนี้ปิ่นเอาด้วย”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวน้องจัดการเอง ไปอาบน้ำก่อนนะ เหนื่อยชะมัด”

ขนิษฐาเดินเพลียๆ ไปหยิบเสื้อผ้า ก่อนจะเข้าห้องน้ำไป ขนิษฐานั่งรอเพื่อนไปพลางดูรายกายโทรทัศน์ไปพลาง มือที่ว่างก็กดโทรศัพท์กระหน่ำหาพี่ชายที่ปิดเครื่องอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งมีใครบางคนมาเคาะประตู

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

“เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวขานบอกพร้อมกับเดินไปที่ประตู

ประตูเปิดปุ๊บ ขวดยาขวดเล็กก็ยื่นมาตรงหน้า ปริญดามองคนให้งงๆ พอๆ กับคนให้ที่ผิดคาดไปนิดหนึ่งที่คนมาเปิดประตูไม่ใช่ยัยตัวยุ่ง

                “ฝากนี่ให้ยัยคุณหนูตัวนิ่มด้วยนะครับ อาบน้ำแล้วก็นอน อย่าออกไปฉุยฉายตากลมเดี๋ยวจะไม่สบาย”

                “เฮอะๆ ค่ะ” ปิ่นไม่รู้จะทำหน้ายังไง เมื่อกี้จะคุยกับเพื่อนเรื่องหาทางให้นายนี่ตกงานอยู่เลย ดันมาทำดีใส่ แล้วอย่างนี้จะไม่ละอายใจหน่อยๆ ได้ยังไง

                “อ้อ แต่ถ้าจะไปทานข้าวก็รีบๆ ไปนะครับ ได้ข่าวว่าคุณอิทธิพลมาถึงแล้ว” แน่ะอิทธิพลตัวจริงแกล้งหยอด ปล่อยข่าวแบบชนิดไม่ต้องไปหาข่าวให้เหนื่อย

                ปริญดาฟังข่าวจนตื่นเต้นตาโต พอเห็นพี่เลี้ยงของเพื่อนยิ้มขำถึงได้รู้ตัว

                “เอ่อ...แล้วมาบอกฉันทำไมคะ?”

                “ผมเห็นสาวๆ กรี๊ดคุณอิทธิพลกันทั้งนั้น พวกคุณจะไม่ไปร่วมวงอิทธิพลฟีเวอร์ด้วยหรือครับ” อิทธิพลบอกเสร็จก็แจวกลับมาทันไม่อย่างนั้นได้หลุดขำตัวเองแน่ๆ เจ้านักรบก็ดูเท่ไม่หยอกเสียด้วย ตอนที่เขามาบริหารที่นี่จริงๆ พนักงานอาจจะผิดหวังกันเป็นแถว

 

                อิทธิพลมองสองสาวที่มาถึงห้องอาหารตามที่คาดไว้ นับว่าการปล่อยข่าวของเขาครั้งนี้ได้ผลชะงัด ดีหน่อยที่หนึ่งธิดากับไอริณกลับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจัดคิวให้นักรบไม่ถูกแน่  คืนนี้ขอแค่ยัยคุณหนูได้รู้จัก ‘อิทธิพล’ อย่างเป็นทางการก่อน หลังจากนี้ค่อยคิดต่อ ว่าแต่เพื่อนของเขาหายไปไหนเนี่ยจะถึงเวลาสำคัญอยู่แล้ว

                “ไหนล่ะนายบ้าอำนาจของปิ่นน่ะ” น้องถามยัยเพื่อนที่สอดส่ายสายตาหาอิทธิพลจนเหมือนจะมาเป็นใส้ศึกให้กองทัพหงสาก็ไม่ปาน

                “ใครอ่ะ บ้าอำนาจ” ปริญดาเลิกมองหาอิทธิพล แต่หันมามองเพื่อนแทน

                “ก็นายอิทธิพลไง”

                ปิ่นหัวเราะคิกคัก อิทธิพลกับบ้าอำนาจ เข้ากันดี

                “ไม่รู้สิ น่าถ้าสาวกรี๊ดกันกระเจิงเดี๋ยวเราต้องรู้ได้เองแหละน่า ไปนั่งก่อนไป เดี๋ยวปิ่นไปตักอาหารมาให้ ระหว่างรอก็มองหาอีตาบ้าอำนาจของปิ่นไปด้วยแล้วกัน”

 

                นักรบเพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ แต่ไหนๆ ก็หิวอยู่แล้วชายหนุ่มเลยแวะไปที่ซุ้มอาหารเสียเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปเดินมา เขารินพันซ์ใส่แก้วแล้วกระดกดื่มเป็นอย่างแรก พลางมองหาเพื่อนจนไม่ทันเห็นร่างหนึ่งถลามาทางเขาและฉุดร่างของเขาเป็นที่พึ่งแต่กลับล้มกันไปทั้งคู่ แก้วน้ำร่วงหล่นพื้นแตกกระจาย ทุกคนในห้องนั้นหันมามองเป็นตาเดียว

                “ทำไมไม่ระวังเนี่ย คนทั้งคนทับมาได้” นักรบบ่น

                “อ้าวคุณพูดอย่างงี้ก็สวยสิ ” ปริญดาลุกขึ้นเท้าเอวถามคู่กรณีที่ดันล้มตามเธอมา แทนที่จะเป็นที่ยึดเหมาะๆ นี่อะไร...อ่อนแอชะมัด

                “ผมคงสวยไม่ได้หรอก เอาไว้แปลงเพศเมื่อไหร่แล้วเราค่อยมาสวยแข่งกันก็แล้วกัน” คนที่ถูกกระแทกจนเซล้มย้อนเข้าให้พลางลุกขึ้นเอาความสูงเข้าข่ม

                “โอ้ย! ทำไมนายไม่เก็บเศษแก้วไปเนี่ย” คงตอนที่ใช้มือยันตัวเองลุกขึ้นแน่ๆ

                “อ้าว สวยแล้วพาลนี่คุณ ใครใช้ให้คุณเอามือไปเท้ากับพื้น เสียงแก้วแตกไม่ใช่เบาๆ สักหน่อย ไหนดูสิ” ถามแล้วก็ใช่ว่าจะรอคำตอบ มือหนาคู่นั้นยื่นมาคว้ามือบางที่เลือดไหลโชกมาพลิกดู

                แต่เจ้าของมือกลับยื้อกลับจนกลายเป็นสงครามแย่งมือไปเสียแล้ว

                “ปล่อยมือฉันนะ

                ขนิษฐาได้ยินเสียงโหวกเหวกพอเห็นว่าเป็นปริญดากับผู้ชายที่มายื้ดยุดมือก็รีบวิ่งไปหา อิทธิดาพลเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ปากก็บุ้ยใบ้ว่า...ไม่ใช่คนนั้น คนที่นี้ต่างหาก ถ้านักรบจะหันมาเห็น แทนที่จะต่อปากคำกับคู่กรณี

“นี่คุณปล่อยมือเพื่อนฉันนะ” ขนิษฐาก็องค์ลงเป็นเหมือนกัน แขกคนอื่นๆ ยิ่งหันมามอง อิทธิพลเห็นว่าชักจะเรื่องใหญ่รีบส่งซิกให้เพื่อนรีบพาปริญดาไปทำแผล

                “เดี๋ยวผมทำแผลให้ คุณเป็นเพื่อนของยัยซุ่มซ่ามนี่ใช่ไหมครับ อ้อ ใช่แน่ ยืมตัวเพื่อนเดี๋ยว เดี๋ยวผมพากลับมา พาไปทำแผลก่อน ไม่ต้องห่วงนะ  รับรองผมไม่พาเพื่อนของคุณไปทำมิดีมิร้ายแน่นอน”

                “ไม่ต้อง พูดไม่รู้เรื่องหรือไง” ปริญดาแหวใส่

                นักรบไม่ฟังเสียงลากปริญดาเหมือนกับเบาออกไปจากห้องอาหาร อิทธิพลปาดเหงื่อแทนเพื่อน แถมแทนให้ตัวเองด้วยเพราะแผนพลาดตั้งแต่เพิ่งเริ่ม พอขนิษฐาจะตามเพื่อนไป อิทธิพลตัวจริงก็รีบคว้าไว้ รีบให้เหตุผลว่าแค่ไปทำแผลจะตามไปเกะกะทำไม นั่นแหละแม่ตัวยุ่งถึงได้ยอมฟัง

                “แล้วนี่กินอะไรหรือยังฮึ หน้าซีดๆ ทำไมไม่รีบกินรีบกลับไปพัก” เขาว่า

                ขนิษฐาหมั่นใส้เต็มทนเลยหยิกเข้าให้ แหมทำเป็นลืม ก็ใครล่ะที่สั่งให้เธอทำงานทั้งวี่ทั้งวัน

                “นายนี่มัน หลีกไปฉันจะไปตักอาหาร”

                ขนิษฐากินอาหารเย็นไปก็มองหาเพื่อนไป แต่แล้วคนที่คิดว่าจะต่างคนต่างอยู่ก็มานั่งแหมะตรงที่นั่งฝั่งตรงข้าม มันคงจะไม่เท่าไหร่หรอกถ้านายอิฐจะไม่มานั่งโต๊ะเดียวกับเธอ

                “โต๊ะว่างๆ ก็แบ่งๆ กันนั่งสิ นั่งกันคนละโต๊ะแขกไม่มีนั่งกันพอดี” เขาลอยหน้าลอยตาให้เหตุผลที่อย่าได้เถียงเชียวว่าไม่จริง

“ไม่ต้องรอเพื่อนคุณหรอก เดี๋ยวคุณอิทธิพลก็พากลับมา เขาพาเพื่อนคุณไปห้องพยาบาลเท่านั้นเอง”

“ผู้ชายคนนั้นคือคุณอิทธิพลงั้นหรือ?” นี่คือผู้ชายที่กลายเป็นเรื่องแข่งขันบ้าๆ ระหว่างเธอกับหนึ่งธิดาตองได้มาทำความรู้จักหรือยังนะ ดูอย่างไรนายคนนี้ก็เหมาะกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอแน่ๆ

“ทำไม ที่ถามนี่สนใจใช่ม้า” เขาแหย่ไปอย่างนั้นเอง ได้ยินก็ดีไม่ได้ยินก็แล้วไปเถอะ

ขนิษฐาเงยหน้ามองเอาเรื่อง

“แล้วนายจะอยากรู้ไปทำไม นี่มันเลยเวลางานแล้ว เพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะ”

 “โอ้โห พูดนิดพูดหน่อยว๊ากใส่จังเลย ผักน่ะเขี่ยทิ้งทำไม คนปลูกเขาปลูกแทบตายมาเขี่ยทิ้ง ถ้าไม่กินผมกินเอง”

ว่าแล้วผักประดามีที่กองอยู่ข้างจานของขนิษฐาก็หายเรียบไปในพริบดา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงของตัวเอง ไม่แน่ใจว่าอยากยกจานหนีหรือว่าอยากว่าเขาสักคำแต่นึกคำพูดไม่ออกกันแน่

 

หลังจากกินข้าวเสร็จและรอปริญดาอยู่พักหนึ่ง ขนิษฐาก็เลยเดินทอดน่องมารอเพื่อนที่ใกล้ๆ หอพักแทนเพราะถ้านั่งในห้องอาหารต่อไปคงไม่ดีแน่ อย่างไรเสียเธอก็เป็นเด็กฝึกงานไม่ใช่แขก

เสียงเดินที่ดังมาห่างๆ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองเพื่อความปลอดภัยของตนเอง แล้วก็ต้องมาถอนใจเซ็งๆ เมื่อพี่เลี้ยงขาโหดยังไม่ปล่อยเธอให้อยู่เงียบๆ

                “ตามมาทำไมอีก นี่ไม่ใช่เวลางานแล้วนะ ฉันเหนื่อยที่จะทะเลาะกับนาย ขอพักบ้างไมได้หรือไง” ขนิษฐาทั้งว่าทั้งบ่น ยิ่งปวดหัวอยู่ ถ้าต้องได้คุยกับนายอิฐก่อนนอน เธอขออยู่เงียบๆ ดีกว่า

                “เรื่องของผม ก่อนคุณมาที่นี่ผมก็เดินของผมอย่างนี้แหละ” จริงทุกคำเชียว อย่างว่าแค่ตรงนี้ ขนาดห้องพักของหญิงสาวเขาก็เคยไปทำความสะอาดตอนที่มาเรียนรู้งานเมื่อปีที่แล้ว

                “งั้นก็เรื่องของนายเหอะ”

                อิทธิพลส่ายหน้าคล้ายระอา เขาเดินมาส่งก็คิดว่าเขาตามมาทะเลาะ เออแน่ะ ทำดีทำไมโดนด่าว้า ผู้หญิงนี่เข้าใจอะไรยากจริงๆ แถวนี้มันมืด เดินมาคนเดียวไม่รู้สึกเปลี่ยวหรือไงยัยคุณหนู

                “กินยาก่อนนอนด้วยล่ะ” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนใจเดินจากไปเอาดื้อๆ

                ขนิษฐามองจนเขาเดินผ่านตึกที่เห็นไปก็ปักหลักนั่งรอปริญดาที่กำลังเดินกลับมาที่พอดี หญิงสาวซอยเท้าไปหาเพื่อนที่ดูยังครบ 32 ดี จะมีก็แต่ผ้าขาวๆ ที่ห่อฝ่ามือไว้เท่านั้น

                “เป็นไงบ้าง?”

                “ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก ที่ช้านี่ก็เพราะอีตานั่นแหละ ปิ่นบอกว่าเดี๋ยวกลับมาทำแผลเอง ก็ไม่ยอมอีก แล้วคิดดูนะกว่าคนทำแผลจะมาปิ่นกินข้าวหมดไปตั้งจานแล้ว” ไม่รู้จะรู้สึกผิดอะไรนักหนา

                “บ้าอำนาจสมชื่อจริงๆ”

                “หือ น้องรู้หรือว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ตอนแยกมาก็ดันลืมถามชื่อ มัวแต่พะวงอยู่กลัวยัยน้องจะคอยเงก

                “เขาก็คือนายอิทธิพลที่เราสองคนตามหาไงล่ะ”

                ปริญดากุมขยับแทบจะเบิร์ดกระโหลกตัวเอง กรรม! ดันไปมีเรื่องกับเป้าหมายแล้วอย่างนี้พวกเธอจะชนะยัยสองแสบนั่นได้ยังไงเนี่ย

                “โห ไม่น่าเป็นนายนั่นเลย งานนี้ไม่ง่ายแล้วล่ะ แต่ไม่ต้องกลัวนะยัยน้อง เราต้องหาวิธีที่ทำจะทำให้นายนั่นมาสนใจน้องก่อนยัยตองให้ได้”

                “เสียเวลาเปล่าๆ ละมั้ง” แค่มองก็ไม่เห็นทางแล้ว

                “ไม่เสียเวลาหรอกน่า แค่คิดว่ายัยสองคนนั้นจะหัวเราะเสียงดังขนาดไหนก็ทนไม่ได้แล้ว”

                พอคิดถึงเรื่องนี้สองสาวเพื่อนซี้ก็เริ่มมีแรงฮึดขึ้นมาในทันใด ขนิษฐาพยักหน้าหงึกๆ เอาน่างานนี้เธออาจจะต้องชะลอเรื่องหาทางให้นายอิฐโดนไล่ออกไปก่อน สืบจากใครไม่ได้ก็ต้องสืบจากตานี่แหละ

 

                อิทธิพลเดินเลาะกำแพงด้านหลังรีสอร์ตมาเรื่อยๆ ทำให้พนักงานในรีสอร์ตไม่ค่อยรู้ว่าเขามาทำงานด้วยวิธีไหน หรือไม่ก็คิดว่าเขาเป็นเด็กในบ้านของคุณนายอรดีถ้าเห็นเขามาพักที่บ้านหลังนี้ คงเพราะเรียกว่าคุณนายจนติดปากนี่แหละ ราศรีที่จริยาค่อนขอดว่าไม่ค่อยมีก็ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่ จนใครๆ ไม่ทันคิดว่าเขานี่แหละลูกชายของคุณอรดี

                “กลับมาได้แล้วเรอะ” เสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณนายอรดีที่ยามนี้มีลูกชายเพิ่ม

                นักรบนั่งรับแขกอยู่กับแม่สุดที่รักของอิทธิพล รายนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกรักอีกคนของบ้าน ขี้อ้อน ช่างเอาใจเสียยิ่งกว่าลูกชายตัวจริงที่มองเพื่อนหน้าหงิกเสียอีก

                “แหม คุณนายก็ ตอนนี้ผมอยู่ในระหว่างทำงานนี่ครับ” ถึงจะตอบแม่ แต่ตานี่เหล่มองเพื่อนที่ยิ้มกริ่มชอบกล ไม่น่าไว้ใจแฮะ

                “ย่ะ แล้วเจ้ารบน่ะ ให้มาช่วยอะไรฮึ”

                ชัวร์ ! งานนี้ไม่ต้องเล่าให้เมื่อยแล้ว

                “ขอโทษทีว่ะ ฉันเล่าไปหมดพุงแล้ว กับบุพการีเพื่อนโกหกไม่ลงว่ะ” นักรบยังอุตส่าห์บอก ไม่สลดสักนิดแม้ว่าจะผิดแผนที่วางไว้กับเพื่อนตั้งแต่ยกแรก

                “อ้อ ถ้าไม่ใช่แม่ฉัน นายก็โกหกได้ใช่มั้ย” ขอเอาคืนหน่อยเถอะ อิทธิพลชักหมั่นใส้เพื่อนตัวเอง แล้วดูมันตอบ

                “แล้วแต่สถานการณ์”

                อรดีกระแอมเบาๆ สองหนุ่มก็เก็บเขี้ยวเก็บเล็บดูเรียบร้อยขึ้นมาทันที เจ้าลูกชายตัวดีอดไม่ได้ที่จะแก้ตัวให้ดูมีเหตุผลขึ้นมาอีกหน่อย

                “ก็แค่ดัดนิสัยเด็กเองคุณนาย ขอทำอะไรสนุกๆ สักพัก เดี๋ยวเดียวผมก็จะเข้าไปทำงานจริงๆ แล้วครับ”

                “แหมฟังอย่างนี้แล้วก็ดีใจ รบเป็นพยานให้แม่ที”

                นักรบหัวเราะชอบใจได้ทีสำทับ

                “ครับ คราวนี้ห้ามเบี้ยวเข้าใจไหมไอ้อิฐ”

                “เออ”

                คืนนี้ต้องวางแผนกันใหม่เสียหน่อย ยิ่งต้องรีบๆ อยู่อีกไม่กี่วันเจ้านี่ก็ต้องเดินทางไปอังกฤษแล้ว ว่าแต่ทำไมเจ้านั่นมันยิ้มแปลกๆ

 

                อิทธิพลตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อไปตรวจงานในมาดพนักงานธรรมดาๆ เผื่อจะได้เห็นอะไรดีๆ เมื่อหลายวันก่อนพนักงานต้อนรับทำรายชื่อแขกตกหล่น แต่ก็แก้สถานการณ์ได้จนแขกที่หน้าบึ้งในตอนแรกยิ้มพอใจ เป้าหมายในวันนี้เขาจะไปดูส่วนของคุณศักดาเสียหน่อย แล้วก็ดูเหมือนเขาคงเลือกวันมาได้ดีเหลือเกิน

                “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณศัก ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว?”

                “คุณอิฐมาพอดีเลย พวกมันเอาปลาเน่าทั้งลังมาทิ้งไว้ตรงส่วนของฟิสเนส ยังดีที่คนของเราเจอก่อนที่แขกจะมาเจอตามที่พวกมันต้องการ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว”

                เท่านั้นเองเช้าอันสดใสก็ดูหม่นมัวซัวไปถนัดตา อิทธิพลรู้ว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ แล้วพอสืบย้อนมือมืดที่มักหาของฝากมาให้บุหลันมันตราก็มักจะเป็นคนของวรันดารีสอร์ตทุกครั้งไป คราวนี้ก็เหมือนกันที่กล้องวงจนปิดจับภาพของมือมืดไว้ได้

                “แล้วคุณอิฐจะให้ทำอะไรไหมครับ?” ศักดา...หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยถาม

                อิทธิพลยิ้มเหี้ยมๆ คราวนี้การวางเฉยคงไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว

                “ไม่ต้องทำอะไรหรอกครับ เดี๋ยวผมทำเอง”

                “คุณอิฐจะทำอะไรหรือครับ ทางผมจะได้เตรียมคนไว้ให้”

                ศักดาคิดว่าอิทธิพลคงส่งคนไปสั่งสอนทางโน้นบ้าง แต่กลับผิดคาดว่าเมื่อเจ้านายบอกกับเขาว่า

                “ทำให้พวกนั้นไม่ยุ่งกับเราสักพักไงครับ”

                แต่ทำแบบไหนอิทธิพลจัดให้เอง แค่ต้องเซ็งหน่อยเท่านั้นที่ต้องไปเห็นหน้าอดีตเพื่อนที่ตอนนี้แค่ชื่อยังไม่อยากจะได้ยินด้วยซ้ำ

 

                ขนิษฐามาเดินเตร่หานายอิฐตั้งแต่กินอาหารเช้าเสร็จ ซึ่งมันก็เช้ากว่าหลายวันที่ผ่านมา วันนี้เธอต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นพวกยัยตองได้ใกล้ชิดอิทธิพลก่อนแน่ ต้องลองดู ถึงจะฝืนใจสุดๆ ก็เถอะ

                “นายอิฐจะไปไหน?”

                ร่างสูงเดินเร็วรี่จนหญิงสาวต้องเรียกไว้ในขณะก้าวขาเร็วๆ ตามไปหาเขาที่รถซึ่งเป็นของรีสอร์ต

                “ผมมีเรื่องจะต้องไปทำ วันนี้คุณก็อยู่กับพี่เอ๋ยไปก่อนก็แล้วกัน” เขาบอกพลางเก็บลังโฟมที่ถือวางไว้กระโปรงท้ายรถ

                “ไม่ ถ้านายไม่บอกว่าจะไปไหน ฉันจะไปบอกพี่เอ๋ยว่านายทิ้งงาน แล้วก็ทิ้งฉันไปทำอะไรก็ไม่รู้” เรื่องอะไรเธอจะพลาด ขอเอาคืนก่อนที่จะต้องเป็นฝ่ายขอร้องเขาก็แล้วกัน แล้วนี่จะใช้รถของรีสอร์ตไปทำธุระส่วนตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้

                “ก็แค่ไปที่รีสอร์ตวรันดาเท่านั้นเอง ผมมีเรื่องจะต้องสืบนิดหน่อย เรื่องส่วนตัวน่ะเข้าใจไหม?”

                องค์นางมารของขนิษฐายิ้มกริ่ม เธอจะใช้เรื่องนี้เป็นข้อต่อรองแทนที่จะขอร้องนายอิฐก็ได้นี่นา

                “งั้นแลกกัน ถ้าฉันช่วยนายไม่บอกใครเรื่องนายเอารถไปใช้ธุระส่วนตัว นายก็ต้องช่วยฉัน”

                อิมธิพลกอดอกมองยัยตัวยุ่ง วันนี้นึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมาถึงได้มาหาเรื่องกวนโมโหเขาแต่เช้า

                “โอเค จะให้ช่วยเรื่องอะไรล่ะ ห้ามขอเปลี่ยนคู่ก็แล้วกัน บอกไว้ก่อน หรือไม่ก็ไปเสียด้วยกันนี่แหละ เผื่อคุณผิดสัญญาไปบอกพี่เอ๋ยผมก็ซวยพอดี”  จริงๆ ก็แค่ขี้เกียจอธิบายให้มากความ จริยารู้ เดี๋ยวคุณนายอรดีก็รู้อีกคนนั่นแหละ

                คนยิ้มร่าหน้ายู่ เธอจะพูดเรื่องแบบนั้นในตอนนี้ได้ยังไงกันเล่า

                “เอาไว้ทำงานของนายเสร็จเมื่อไหร่ ฉันค่อยบอกก็แล้วกัน”

                “แหม ความลับมากจริง งั้นไปขึ้นรถ”

                ขนิษฐาไม่รอช้ารีบวิ่งไปอีกฝั่งและเชิญตัวเองเข้ามานั่งในรถโดยที่นายอิฐไม่ต้องสั่งเป็นรอบสอง เอาน่า นั่งรถไปกับเขาก่อน เดี๋ยวความกล้าของเธอก็คงผุดขึ้นมาเอง

 

                ประตูเปิดผางจากแรงเตะที่อิทธิพลจงใจให้เจ้าของห้องสนใจการมาถึงของเขาเสียหน่อย นานแล้วที่เขาไม่ได้มาเยี่ยมเพื่อน อ้อ ต้องเรียกว่าอดีตเพื่อนมากกว่า สมพงษ์เป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ หน้าตาก็พอดูได้ ชอบแต่งตัวหล่อเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดูสุภาพและอ่อนโยน แต่คนที่รู้จักกันมานานย่อมรู้ที่เห็นน่ะเปลือกที่สร้างขึ้นมาอำพรางเท่านั้นเอง

                “แกมาทำอะไรที่นี่หรือวะไอ้อิฐ?” และกับเพื่อนที่เคยสนิทก็ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งให้สุภาพอะไร

                “เอาของมาคืน”

ลังโฟมถูกโยนลงบนพื้นพรม ปลาที่เหม็นเน่าส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เจ้าของห้องมองอดีตเพื่อนด้วยดวงตาเบิกกว้าง แต่ก็ต้องรีบเอามือปิดจมูกเมื่อกลิ่นเหม็นเอียนโชยไปถึง

                “ทีหลังถ้าจะลอบกัดกันแบบนี้ก็ช่วยให้คนของแกดูบ้างว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ หรืออยากให้เห็นก็ดีนะฉันจะได้เอาภาพจากกล้องไปแจ้งตำรวจ” อิทธพลประกาศกร้าว

                คนของสมพงษ์ที่ได้ยินเสียงปรี่เข้ามาในห้อง แต่ก็ต้องล่าถอยเพราะกลิ่นเหม็นอันสุดทน

                “แกพูดเรื่องอะไร?” พร้อมกับที่ถามชายหนุ่มก็ล่าถอยเตรียมจะไปหยิบปืนที่ลิ้นชัก แต่เพราะคนที่เขามาทำให้ต้องวางตัวสุภาพ ไม่ใช่ชักปืนมายิงขู่อิทธิพลอย่างที่อยากทำ

                “ไอ้คนที่เอาปลาเน่าไปวางน่ะ ฉันรู้จักแม้กระทั่งบ้านของมัน ลองดูไหมระหว่างเงินที่แกจ้างมันแลกกับคุกที่ฉันจะให้ มันจะยอมรับสารภาพไหม”

                “ออกไป ก่อนที่ฉันให้โยนแกออกไป” สมพงษ์เค้นเสียงสั่ง

                แต่อิทธิพลกลับหัวเราะชอบใจ แถมเอ่ยท้า

                “แน่ใจก็เอาสิ แขกที่นี่จะได้มีเรื่องให้โจษจัน เอ้า เรียกมาเลย”

                สมพงษ์เริ่มไม่แน่ใจ ตอนนี้แขกของวรันดาก็น้อยกว่าบุหลันมันตราอยู่แล้ว ถ้าเกิดเรื่องคงไม่ดีแน่ เผลอๆ แขกจะไปเพิ่มทางฝั่งอิทธิพลแทนก็เป็นได้ ฉะนั้นคราวนี้เขาจะตกลงแบบสันติไปก่อน แต่ต่อไปไม่มีแบบนี้อีกแน่

                “แกจะเอายังไง?”

                “ครั้งนี้ฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้ามีครั้งหน้า หลักฐานที่ฉันมีได้ส่งถึงมือตำรวจแน่ จำเอาไว้”

                สารที่ต้องการจะบอกมีเท่านี้ที่อิทธิพลจงใจมาหาอดีตเพื่อนถึงถิ่น แน่ละเขาไม่ได้คิดจะให้เรื่องถึงตำรวจ แต่ถ้ายังไม่หยุด เขาก็ไม่จำเป็นต้องนิ่งเฉยรอถูกลอบกัดอีกต่อไป

 

                ขนิษฐาค่อยโล่งอกหน่อยที่นายอิฐออกมาจากรีสอร์ตเสียที นึกว่าจะแกล้งให้เธอรอที่รถสักยกสองยกเสียแล้ว โทษฐานที่ขอตามมา แล้วก็น่าแปลกตอนเข้าไปเขาก็ยังหน้าบึ้งๆ อยู่เลย ทำไมพอออกมาถึงได้ยิ่มร่ายังกับเพิ่งเก็บเงินลูกแชร์มาก็ไม่ปาน แถมพอมาถึงยังขับรถไปฮัมเพลงไปอีก ถ้าไม่ได้เข้าเก็บแชร์ได้คงไปหาเรื่องกับใครแล้วชนะกลับมาละมั้ง

                “นายรู้จักคนที่นี่หรือนายอิฐ เห็นเข้าไปเป็นนานสองนาน”

                “รู้จักสิ ก็เรียนมาด้วยกัน” ตั้งแต่มัธยมจนกระทั่งมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เพียงแต่เจ้านั่นโดนไล่ออกก่อนจะจบก็เท่านั้นเอง

                “แล้วทำไมนายถึงไม่มาทำงานที่วรันดาล่ะ แทนที่จะอยู่บุหลันมันตรา” เธอก็ชวนคุยไปอย่างนั้นเอง จริงๆ น่ะกำลังคิดอีกเรื่อง

                “ไม่ตอบ ว่าแต่คุณจะให้ผมช่วยอะไรก็บอกมาเลย ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาเป็นเพื่อน แม้จะหวังผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ”

                “ก็ไม่มีอะไรมาก นายช่วย...เอ่อช่วย” หรือว่าจะช่างมัน ไปหาวิธีอื่นดู หญิงสาวส่ายหน้า ไม่ได้! ถ้าเปลี่ยนใจแล้วจะหาวิธีอื่นทันไหมหนอ

                “จะติดอ่างอีกนานไหมฮึ?”

                ขนิษฐามองหน้านายอิฐ กลืนน้ำลายรวบความกล้าคล้ายๆ บ้าบิ่นขึ้นมาอีกระลอก ถ้าเป็นปริญดาคงง่ายกว่านี้แน่ๆ ก่อนจะพูดรัวเร็วจนคนฟังแทบฟังไม่ทันไปว่า

                “นายช่วยเป็นพ่อสื่อให้ฉันกับคุณอิทธิพลหน่อยได้ไหม?”

                อิทธิพลตัวจริงอึ้งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะระเบิดระหัวเราะออกมา ยัยคุณหนูตัวนิ่มจะรู้ไหมว่ากำลังขอให้เขาเป็นพ่อสื่อให้ตัวเอง แม้ว่าเธอจะเข้าใจว่านักรบเป็นอิทธิพลก็เถอะ

                “นายหัวเราะทำไม ไม่ช่วยก็ไม่ช่วยสิ แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับใครก็แล้วกัน โดยเฉพาะคุณอิทธิพล”

                ชายหนุ่มยกมือห้ามพัลวัน ใครว่าจะไม่ช่วย ยิ่งมาพูดตรงๆ แบบนี้ยิ่งต้องช่วย แหมไม่นึกเลยให้ตาย

                “ผม...โอเค เพื่อตอบแทนคุณ ก็ได้ผมจะช่วย บอกเลยก็ได้ว่าผมน่ะเป็นคนสนิทของคุณอิทธิพลเลยนา คุณมาขอให้ผมช่วยนะมาถูกทางแล้ว” ว่าแล้วก็คุยส่งไปไหนต่อไหนทันที

                “แต่เรายังไม่ได้สงบศึกกันนะ ฉันจะสงบศึกกับนายเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว” ขนิษฐายื่นเงื่อนไข ไม่อย่างนั้นายอิฐได้เอาเรื่องนี้มาข่มเธอได้พอดี แค่พนันแข่งกันเรื่องบ้าๆ ทำไมเธอถึงต้องมาขอร้องเรื่องบ้าๆ กับนายอิฐด้วยก็ไม่รู้ เฮ้อ

                “โอ้ย ได้อยู่แล้ว”

                ผมจะช่วยให้คุณได้ใกล้ชิดอิทธิพลเต็มที่เชียวล่ะ ชายหนุ่มยิ้มร่าในใจ ไม่นึกจริงๆ ว่าขนิษฐาจะเดินหน้าเร็วกว่าที่คิด งานนี้ต้องให้ความหวังคู่แข่งของแม่สองสาวเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นจะหาว่ากรรมการลำเอียง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1053 , โพส : 4 , Rating : 100% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 37
ถึงขั้นจะไปหยิบปืนกันเลยหรืออดีตเพื่อน
PS.  เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.210.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2554 / 16:50
# 3 : ความคิดเห็นที่ 28
ใจร้ายที่สุดเลยนายเนี่ย
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 5 กันยายน 2554 / 18:25
# 2 : ความคิดเห็นที่ 26
ปากร้ายใจดีชัด ๆ ตาคนนี้ ^__^
PS.  Emotion as a weakness.
Name : หยกสีน้ำผึ้ง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หยกสีน้ำผึ้ง [ IP : 27.130.130.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2554 / 08:22
# 1 : ความคิดเห็นที่ 25
มาแล้วหรือคะนายอิฐ ดีใจจังเลยค่ะ
คิดถึง writer ด้วยค่ะ
Name : ckayza < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ckayza [ IP : 124.122.209.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2554 / 09:39
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android